“สุพัฒนพงษ์” กั๊ก รับลูกสหพันธ์รถบรรทุก เผย ขอดูข้อเสนอตัวเลขราคา แจง ตรึงดีเซล 30 บาทต่อลิตร ทำมานานและรับกันได้
ที่โรงแรมโซฟิเทล กระบี่ โภคีธรา กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ท จ.กระบี่ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึง การอุดหนุนกองทุนน้ำมัน จะนำงบส่วนใดดำเนินการ ว่า กองทุนสามารถกู้เองได้อยู่แล้ว ส่วนจะกู้เท่าไหร่ต้องขอดูยอดที่ขออนุมัติมา
เมื่อถามถึงกรณีสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย นัดเคลื่อนขบวนไปที่กระทรวงพลังงานใน16 พ.ย.นี้ เพื่อเรียกร้องให้ปรับลดราคาน้ำมัน จะได้ข้อสรุปอย่างไร นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ได้ประสานให้ผู้บริหารกระทรวงพลังงาน ไปต้อนรับและรับข้อเสนอ เนื่องจากทีมของสหพันธ์การขนส่งฯก็ทราบว่าตนมาปฏิบัติภารกิจประชุม ครม.สัญจร จึงให้รับข้อเสนอมาพิจารณา ซึ่งอาจจะมีการปรับปรุงใหม่หรืออย่างไร ก็ต้องไปลองดูกันก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะปรับปรุงอย่างไร เพื่อไม่ให้มีการออกมาเคลื่อนไหวอีก นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ต้องไปดูสิ่งที่เขาเสนอเข้ามา เมื่อถามย้ำว่า จะสามารถตรึงราคาน้ำมันตามข้อเสนอของสหพันธ์การขนส่งฯได้หรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ของเดิมที่เสนอคงไม่ได้ แต่ของใหม่ต้องดูอีกทีว่าตัวเลขใหม่เป็นเท่าไหร่ ทั้งนี้ในทุกรัฐบาลที่ผ่านมาใช้เกณฑ์การตรึงราคาที่ 30 บาทต่อลิตรสำหรับดีเซลหมุนเร็ว น่าจะเป็นเวลา 15 ปี เพราะถือว่าเป็นราคาที่อยู่ในวิสัยรับกันได้ ซึ่งรับภาระกันทุกฝ่าย ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการและรัฐบาล










ซึ่งทางบริษัทประชารัฐรักสามัคคีตรัง( วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ได้ทำหนังสื่อไปถึงนายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แจ้งความประสงค์ขอรับการประกาศแนวชายฝั่งทะเลอันดามันจังหวัดตรัง ความยาว 119 กิโลเมตร เป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
หลังรับฟังการบรรยาย ดร.นาที กล่าวว่าจังหวัดตรังเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพและมีต้นทุนทางทรัพยากรที่สูงอยู่แล้ว ดังนั้นการจะพัฒนาให้ตอบรับต่อการท่องเที่ยวและดึงดูดนักท่องเที่ยวมากขึ้นจำเป็นจะต้องมีการบูรณาการระหว่างหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐอาทิเช่นท้องถิ่น ร่วมกับภาคเอกชนที่เข้ามาช่วยผลักดันหรือ ชี้ช่องทางการตลาดให้ดึงดูดแก่บุคคลภายนอกให้รู้จักอำเภอสิเกาหรืออำเภออื่นๆในจังหวัดตรังมากขึ้น
ดังนั้น หากต้องการให้ภาคท่องเที่ยวในจังหวัดเติบโตขึ้นจำเป็นจะต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ให้ดีเสียก่อนตนจึงกล่าวในที่ประชุมว่าให้ส่วนราชการอย่างเช่นกรมทางหลวง แขวงทางหลวงชนบท เข้ามาช่วยดูแลในเรื่องของถนนและไฟฟ้าให้สว่างไสวและเดินทางสะดวก ซึ่งตนนั้นก็จะช่วยผลักดันงบประมาณเพื่อเข้ามาพัฒนาอย่างเต็มที่เช่นกัน 
บริเวณศาลาริมทางหน้าวัดเจดีย์ทอง อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี รวมทั้งสิ้น 2 จังหวัด รวม 1,000 ชุด คิดเป็นมูลค่า 350,000 บาท (สามแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) โดยมี สำนักงานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแต่ละจังหวัดเป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐร่วมในพิธี เมื่อวันที่ 9-10 พฤศจิกายน 64 ที่ผ่านมา















