Monday, 8 June 2026
NEWS FEED

จีนหนุนบทบาทสร้างสรรค์ หวังฟื้นสัมพันธ์ 'กัมพูชา-ไทย'ชี้สถานการณ์ชายแดนเริ่มคลี่คลาย หลังมีการเจรจาหลายฝ่าย

(6 ส.ค. 68) โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน 'กัว เจียคุน' เผยว่าจีนจะเดินหน้าสนับสนุนบทบาทอาเซียนในการส่งเสริมการเจรจาเพื่อสันติภาพ และพร้อมดำเนินบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของตนเองเพื่อหนุนการพลิกฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชา-ไทย

มีรายงานว่าการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-กัมพูชา จัดขึ้นที่มาเลเซียระหว่างวันที่ 4–7 ส.ค. และจีนได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมวิสามัญในวันที่ 7 ส.ค. โดยก่อนหน้านี้จีนได้หารือไม่เป็นทางการกับไทยและกัมพูชาเมื่อ 30 ก.ค. ซึ่งมีผลช่วยให้สถานการณ์ชายแดนเริ่มคลี่คลาย และไม่มีเหตุปะทะใหม่เพิ่มเติม

การประชุม GBC ครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้การประสานงานของมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน เพื่อร่วมกันพัฒนากลไกติดตามการหยุดยิงในพื้นที่แนวชายแดน ส่งเสริมการสื่อสารหลายระดับ ซึ่งจีนชื่นชมความพยายามร่วมของทั้งสองประเทศในทิศทางที่สงบและยั่งยืน

จีนยังยืนยันจะรักษาการสื่อสารใกล้ชิดกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งไทย กัมพูชา มาเลเซีย และประเทศอื่นในภูมิภาค พร้อมสนับสนุนการเจรจาและการลดความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง ตามเจตจำนงของทั้งสองประเทศที่ต้องการยุติความรุนแรงอย่างถาวร

‘สุกฤษฏิ์ชัย’ ชวนประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็น ต่อร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดก่อนเข้าสู่สภาฯ วาระ 2 – 3

(6 ส.ค.68) นายสุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์ รองผู้อำนวยการมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ (หน่วยงานดีเด่นแห่งชาติสาขาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) และ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ในสภาผู้แทนราษฎร ได้เผยแพร่ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก 'สุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์ - Sukritchai Teeraroengrit' ว่า เรากำลังจะมีกฎหมายที่สำคัญเพื่อจัดการอากาศสะอาดอย่างครอบคลุม เหมาะสม ครบวงจรเพื่อพวกเราทุกคนแล้ว โดยสถานะ ณ ตอนนี้ คือ ร่างพระราชบัญญัติฯ ได้ผ่านการพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เป็นที่เรียบร้อย และกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ระหว่างวันที่ 25 ก.ค. - 8 ส.ค. นี้ ผ่านช่องทางของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นโค้งสุดท้าย ก่อนรวบรวมส่งคืนนำไปสู่ขั้นตอนถัดไป นั่นคือให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในวาระ 2 และ 3 รวมถึงส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณา ก่อนประกาศบังคับใช้ต่อไป

ทั้งนี้ขอเชิญชวนทุกคน ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติฯ ตามลิงก์นี้ 

https://shorturl.asia/1mXNy

รวมถึงสามารถศึกษาข้อมูลสรุปสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฯ ได้ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Thailand Can เครือข่ายอากาศสะอาด

ตำรวจบุรีรัมย์ คุมตัวคนเขมรคาดเป็นสายลับแฝงตัวหาข่าว พร้อมเครื่องแบบหน่วยอารักขา ‘ฮุนเซน’ หรือ HBQ

ตำรวจบุรีรัมย์คุมตัวสายลับทหารกัมพูชา พบสังกัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษพิทักษ์ ‘ฮุนเซน’ หรือ HBQ คาดอาจแฝงตัวหาข่าวความมั่นคงไทย

(6 ส.ค.68) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำดวน จ.บุรีรัมย์ ได้ควบคุมตัวชายชาวกัมพูชาคนหนึ่ง ซึ่งถูกพบพร้อมเครื่องแบบทหารกัมพูชาหลายชุด ที่ติดตราสัญลักษณ์ BHQ ซึ่งเป็นเครื่องแบบที่คล้ายกับหน่วยทหารองครักษ์พิทักษ์ 'ฮุน เซน' โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งใน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์

ด้าน พ.ต.อ.อัษฎไณย ป้องกัน ผกก.สภ.ลำดวน เปิดเผยว่า ได้รับการแจ้งเบาะแสจึงนำกำลังเข้าจับกุม โดยผู้ต้องสงสัยอ้างว่าบ้านที่ถูกจับเป็นบ้านของภรรยาชาวไทย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากหวั่นเกรงว่าชายคนดังกล่าวอาจแฝงตัวเข้ามาเพื่อสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของกองทัพและหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติได้

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล และยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม โดยอยู่ระหว่างการรอผู้บังคับบัญชาระดับสูงและหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง

ครม.ไฟเขียวเยียวยาทหาร 10 ล้าน ประชาชน 8 ล้าน ‘ภูมิธรรม’ ย้ำขอคนไทยสามัคคี ก้าวผ่านสองวิกฤติไปด้วยกัน

(5 ส.ค. 68) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ระบุว่า รัฐบาลเห็นชอบจ่ายเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยให้ทหารรายละ 10 ล้านบาท และประชาชนรายละ 8 ล้านบาท พร้อมเน้นย้ำว่ารัฐบาลยึดแนวทางสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศในการแก้ปัญหาความมั่นคง

นายภูมิธรรมระบุว่า ขณะนี้สถานการณ์ปะทะที่ชายแดนได้ยุติลงในเบื้องต้น และอยู่ระหว่างการเข้าสู่กระบวนการเจรจาโดยใช้กลไก GBC ระหว่างไทย-กัมพูชา รัฐบาลแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตทุกครอบครัว และจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข่าวปลอม เพื่อไม่ให้เกิดการบิดเบือนข้อมูลที่กระทบความมั่นคง

ขณะเดียวกัน ครม.ยังหารือถึงวิกฤตเศรษฐกิจจากการที่สหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีสินค้าจากไทยเป็น 19% โดยรัฐบาลยืนยันว่าได้ดำเนินการอย่างรอบคอบ โดยร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน และยังมองว่านี่เป็นโอกาสให้ไทยพัฒนาขีดความสามารถแข่งขันในเวทีโลก พร้อมเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย เช่น พักหนี้ ซอฟต์โลน และส่งเสริมการใช้สินค้าในประเทศ

ท้ายสุด นายภูมิธรรมเรียกร้องให้คนไทยทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ก้าวข้ามสองวิกฤติไปด้วยกัน ทั้งในด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ โดยย้ำว่า "ความสามัคคีของคนไทย คือพลังขับเคลื่อนประเทศ" และถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะเดินหน้าไปสู่จุดหมายเดียวกัน เพื่อสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

ครม.เห็นชอบซื้อเครื่องบิน ‘กริพเพน’ 4 ลำ มูลค่า 19,500 ล้าน พร้อมแก้สัญญาเรือดำน้ำ Yuan Class ใส่เครื่องยนต์จีนแทนเยอรมัน

(5 ส.ค. 68) คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Saab JAS 39 Gripen รุ่น E/F จำนวน 4 ลำ มูลค่า 19,500 ล้านบาท และรับทราบแผนจัดหาเรือดำน้ำลำใหม่ ตามข้อเสนอของกองทัพอากาศและกองทัพเรือ ขณะเดียวกัน ยังมีมติแก้ไขข้อตกลงโครงการเรือดำน้ำ Yuan Class รุ่น S26T ที่ลงนามแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) กับจีน โดยเปลี่ยนจากเครื่องยนต์เยอรมัน MTU396 เป็นเครื่องยนต์จีน CHD620 และขยายเวลาต่อเรือออกไปอีก 1,217 วัน

โครงการเรือดำน้ำดังกล่าว เริ่มลงนามตั้งแต่ปี 2560 แต่หยุดชะงักในปี 2564 เนื่องจากจีนไม่สามารถหาเครื่องยนต์เยอรมันตามสัญญาได้ ปัจจุบันต่อเรือเสร็จแล้ว 64% จ่ายเงินไปแล้ว 10 งวดจากทั้งหมด 18 งวด รวมวงเงินกว่า 7,700 ล้านบาท โดยยังค้างชำระอีก 5,500 ล้านบาท หรือคิดเป็น 40% ของสัญญา

ด้าน พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ยืนยันว่า ครม.ได้เห็นชอบในหลักการแก้ไขสัญญาแล้ว ส่วนกรณีเรือฟริเกตเพิ่มเติมอีก 2 ลำนั้น เป็นข้อเสนอที่กองทัพเรือยื่นไป และจะมีการชี้แจงรายละเอียดอย่างเป็นทางการจากกองทัพเรือในลำดับต่อไป

ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธให้รายละเอียดต่อคำถามเรื่องยุทโธปกรณ์ โดยกล่าวสั้น ๆ ว่า “ไม่คุย กองทัพกำลังรบ เป็นความลับทางราชการ” พร้อมปฏิเสธตอบสื่อทุกคำถามที่เกี่ยวกับการจัดซื้ออาวุธ

สมาคมแม่บ้านตำรวจส่งกำลังใจและสิ่งของช่วยเหลือข้าราชการตำรวจในพื้นที่ประสบอุทกภัย  1,339 ครอบครัว ตามนโยบาย "ครอบครัวตำรวจเราไม่ทิ้งกัน"

(5 ส.ค. 68) คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ กล่าวว่า สมาคมแม่บ้านตำรวจได้มีโครงการต่าง ๆ ที่เป็นการช่วยเหลือดูแลข้าราชการตำรวจและครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่โดยเฉพาะทางภาคเหนือ ซึ่งข้าราชการตำรวจได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยที่พบว่าตำรวจและครอบครัวก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน สมาคมแม่บ้านตำรวจมีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง จึงได้ส่งความช่วยเหลือไปยังข้าราชการตำรวจและครอบครัวในจังหวัดที่ประสบปัญหาอุทกภัย ตามนโยบาย "ครอบครัวตำรวจเราไม่ทิ้งกัน" ของสมาคมแม่บ้านตำรวจ โดยจัดสรรงบประมาณจำนวน 1,339,000 บาท เพื่อจัดซื้อสิ่งของจำเป็น และมอบหมายชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 5 นำสิ่งของช่วยเหลือไปมอบให้ข้าราชการตำรวจและครอบครัว ในพื้นที่จังหวัดน่าน พะเยา แพร่ และเชียงราย รวมจำนวน 1,339 ครัวเรือน 

ทั้งนี้ คุณพจนารถ กรึงไกร ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 5 นำคณะแม่บ้านตำรวจ ร่วมบรรจุถุงยังชีพ ณ ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน โดยมี พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน พร้อมด้วยคุณละมัย กัลยา ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดน่าน และคณะฯ ร่วมดำเนินการ จากนั้นเมื่อวันที่ 2 - 3 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 5 ได้ดำเนินการนำถุงยังชีพของสมาคมแม่บ้านตำรวจ จำนวน 1,125 ครัวเรือน ส่งมอบให้กับครอบครัวข้าราชการตำรวจที่ประสบอุทกภัย ในจังหวัดน่าน จำนวน 1,112 ครัวเรือน และจังหวัดแพร่ จำนวน 13 ครัวเรือน และจะได้ดำเนินการส่งมอบถุงยังชีพเพิ่มเติมให้กับครอบครัวข้าราชการตำรวจในจังหวัดพะเยา เชียงราย และจังหวัดแพร่ ในส่วนที่เหลือต่อไป

ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า ขอขอบคุณ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและ คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เป็นอย่างยิ่ง ที่ส่งกำลังใจและส่งสิ่งของจำเป็นช่วยเหลือข้าราชการตำรวจกับครอบครัวที่ประสบอุทกภัย ทำให้ข้าราชการตำรวจและในพื้นที่มีขวัญ และกำลังใจ ที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่

ด้าน พ.ต.ท.สันติภาพ ปิยะฐานุลักษณ์ รอง ผกก.ป. สภ.ท่าวังผา จังหวัดน่าน กล่าวว่า สภ.ท่าวังผา เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย และได้รับมองถุงยังชีพของสมาคมแม่บ้านตำรวจ จึงขอขอบคุณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ที่ได้เอาใจใส่ ดูแลข้าราชการตำรวจที่ได้รับความเดือดร้อน ในครั้งนี้ ซึ่งจะได้นำสิ่งของเหล่านี้มาใช้ในการอุปโภค บริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป

สมุทรปราการ-คณะผู้บริหารเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชน มอบกางเกงผ้าอ้อมผู้ใหญ่ แผ่นรองซับ ในเขตพื้นที่แพรกษาใหม่

(5 ส.ค. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ นำโดย นายณัฐพล บุญริ้ว รองนายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ พร้อมด้วย นางสาวศิริพร ทับคล้าย รองนายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ คณะสมาชิกสภาเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และผู้ใหญ่บ้าน ร่วมลงพื้นที่ในชุมชนตรวจเยี่ยมประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลแพรกษาใหม่ ภายใต้การกำกับดูแลของ นายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ที่มีความห่วงใยกลุ่มผู้สูงอายุ และสำหรับบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิง และบุคคลที่มีภาวะปัญหาการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้

โดยทางคณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาเทศบาล เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ได้ลงพื้นที่ไปมอบกางเกงผ้าอ้อมผู้ใหญ่ พร้อมทั้งมอบแผ่นรองซับ สำหรับบุคคลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง และบุคคลที่มีภาวะปัญหาการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ตามชุมชนต่างๆ ในเขตพื้นที่ตำบลแพรกษาใหม่ จำนวนกว่า 200 ราย 

ซึ่งกางเกงผ้าอ้อมผู้ใหญ่นี้จัดอยู่ในแผนงาน ของโครงการสนับสนุน ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ สำหรับบุคคลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง และบุคคลที่มีภาวะปัญหาการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระได้ 

สำหรับกางเกงผ้าอ้อมผู้ใหญ่ที่ทางเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่นำมามอบให้ในครั้งนี้ จะมีระยะเวลาประมาณ 2-3 เดือน หรือทุกๆ 2-3 เดือน จะลงพื้นที่มาตรวจเยี่ยมพร้อมทั้งมอบกางเกงผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นรองซับ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ประชาชนในเขตพื้นที่ตามโครงการที่ตั้งไว้

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน     

สืบ ตม.3 แฝงตัวเข้าหมู่บ้านหรูล่าอาชญากรข้ามชาติ ปิดเกมหนุ่มสวีเดน ผู้ต้องหายาเสพติดออนไลน์เครือข่ายแก๊งค้ายานรกแถบสแกนดิเนเวีย หนีหมายแดง INTERPOL ซุกไทย!

(5 ส.ค. 68) โดยเมื่อเวลา 16.30 น.ของวันที่ 4 สิงหาคม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.(สส.), พล.ต.ต.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.คธาธร คำเที่ยง รอง ผบก.ตม.3 สั่งการให้ พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3 พร้อมชุดสืบสวนภาคตะวันออก กก.สส.บก.ตม.3 นำโดย พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์ รอง ผกก.ฯ และกำลังลุยปิดล้อมควบคุมตัว นายโทบี้ (นามสมมุติ) อาชญากรตัวเอ้ชาวสวีเดน หนีหมายแดง (Red Notice) จากตำรวจสากล (INTERPOL) คดียาเสพติดของกรมตำรวจสวีเดน จากการสืบสวนและติดตามอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็สามารถพิสูจน์ทราบถึงสถานที่พักอาศัยของผู้ต้องหาได้อย่างชัดเจน จึงได้วางแผนและนำกำลังเข้าควบคุมตัวนายโทบี้ (นามสมมุติ) ไว้ได้สำเร็จคาบ้านพักวิลล่าสุดหรู ย่านบางละมุง

พล.ต.ต.ชัยฤทธิ์ฯ เปิดเผยว่า สืบสวนพฤติกรรมของนายโทบี้ นั้นเข้าข่ายเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม โดยทางการสวีเดนต้องการตัวเขากลับไปรับโทษจากคดียาเสพติด โดยนายโทบี้ เป็นผู้ดูแลระดับโลกหรือ Global Moderator แพลทฟอร์มซื้อขายยาเสพติด ที่ใช้ชื่อว่า "Archetyp" ซึ่งเปิดให้ซื้อขายยาเสพติดสิ่งผิดกฎหมายแบบห้องแชทส่วนตัว (Private Room Chat) ในภูมิภาคสแกนดิเนเวียและส่วนอื่นๆของยุโรปอีกด้วย

ทั้งนี้ ปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นไปตามข้อสั่งการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งกำชับให้ดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการกวาดล้างอาชญากรข้ามชาติ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามคนต่างด้าวที่แฝงตัว ปะปนเข้ามากระทำความผิด อันเป็นภัยต่อความสงบสุขของประชาชนและความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ซึ่งการดำเนินการอย่างจริงจังจะช่วยรักษาภาพลักษณ์ของประเทศและสร้างความเชื่อมั่นในการบังคับใช้กฎหมาย

‘ภูมิธรรม’ สั่งครม. ยกร่างเตรียมฟ้องแพ่ง - อาญา ระดับโลก หลังกัมพูชาเปิดฉากยิงคนไทยตาย-เจ็บ สูญเสียหนัก

‘ภูมิธรรม’ สั่ง ครม.ยกร่างเตรียมฟ้อง ‘แพ่ง-อาญา’ ระดับโลก ผู้สั่งการ ‘กัมพูชา’ เปิดฉากยิง ‘คนไทย’ ตาย-เจ็บ สูญเสียหนัก

(5 ส.ค. 68) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีข้อสั่งการจาก นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีดังนี้

1. เรื่องการดำเนินคดีตามกฎหมาย จากกรณีที่กัมพูชาใช้กำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์รุกรานอธิปไตยของไทยจนเกิดความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน กำลังพลและทางราชการเป็นจำนวนมาก โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ กรณีที่ต้องดำเนินการทางกฎหมาย ทั้งทางอาญาและทางแพ่ง ทั้งใน และระดับโลก รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ด้วย จึงมอบหมายให้ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นหน่วยงานหลัก ดำเนินการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่ได้รับความเสียหาย เช่น กองทัพบก กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และอื่นๆ โดยให้เชิญเลขาธิการกฤษฎีกา เข้าร่วมประชุม เพื่อช่วยให้คำแนะนำทางกฎหมายในการดำเนินคดีกับผู้สั่งการและผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมายดังกล่าวโดยเร็วที่สุด เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ รวมทั้งเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำดังกล่าว รวมทั้งแจ้งให้ประชาชนผู้เสียหาย ทราบถึงสิทธิในการฟ้องร้องคดีอาญา และฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้สั่งการด้วย

2.สถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชาแม้มีการหยุดยิงแล้ว โดยขณะนี้การประชุม GBC ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ก็กำลังดำเนินการกันอยู่ ในช่วงวันที่4 -7 สิงหาคม แต่ยังมีภารกิจภายในประเทศที่หลายหน่วยงานยังต้องดำเนินการ คือ
2.1 การเก็บกู้ วัตถุระเบิด ที่กองทัพกัมพูชายิงเข้ามา และยังมีหลงเหลืออยู่ในชุมชนและพื้นที่ ของพลเรือน ขอให้หน่วยงานด้านความมั่นคง ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทั้งกับเจ้าหน้าที่และประชาชน
2.2 ช่วงที่ผ่านมาพบ“โดรน”ที่บินเข้ามามากผิดปกติ และฝ่าฝืน ข้อห้ามที่ทางการประกาศไว้ ขอให้สำนักงานการบินพลเรือน กระทรวงคมนาคม ร่วมกับ ฝ่ายความมั่นคง จัดระบบการรับแจ้งเหตุจากประชาชน และตรวจสอบข้อเท็จจริงหากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย ขอให้เร่งดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดทันที
2.3 ให้ฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย เร่งประเมินสถานการณ์ร่วมกับ ศบ.ทก. ของรัฐบาล และกองทัพ เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนทยอยให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาได้อย่างปลอดภัย
3. เรื่อง การป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข่าวปลอม (Fake News) ช่วงที่ผ่านมา การเผยแพร่ข่าวปลอม (Fake News) มีปริมาณเพิ่มขึ้นและส่งผลกระทบรุนแรงมากขึ้น  โดยเฉพาะการเผยแพร่ผ่านทาง Social media ในช่วงเวลาที่สถานการณ์มีความอ่อนไหว และประชาชนมีความต้องการทราบข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในสถานการณ์ปะทะกันที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งประเทศไทยถูกโจมตีทางออนไลน์ จากการเผยแพร่ข่าวปลอมฝ่ายตรงข้าม ที่พยายามบิดเบือนและสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

ทั้งนี้ ขอให้ทุกหน่วยงาน ช่วยกันรณรงค์ให้ประชาชนรับฟังข่าวสารด้วยความระมัดระวัง ให้ตรวจสอบก่อนที่จะส่งต่อข่าวหรือข้อมูล 
สำหรับหน่วยงานรัฐโดยเฉพาะหน่วยงาน ด้านความมั่นคง ต้องมีการมอบหมายผู้ติดตามข่าวสารตลอดเวลาเมื่อพบ Fake News จะได้แก้ไข / ชี้แจง และตอบโต้ได้อย่างให้ทันท่วงที

นอกจากนี้ ขอให้กระทรวงดีอี ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและวิเคราะห์ข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ และดำเนินการตรวจติดตาม Fake News ที่ถูกเผยแพร่ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดโดยเร็ว รวมทั้งประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตามกฎหมายในกรณีที่มีความจำเป็นด้วย

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้แจ้งให้ ครม.นัดปรกติ วันนี้ ทราบว่า ในการประชุม ครม. นัดพิเศษ เมื่อวันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา มีเรื่องจำเป็นเร่งด่วน เรื่อง คือ
(1) เรื่องร่างแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยกรอบการค้าต่างตอบแทนระหว่างสหรัฐฯ และไทย
(2) เรื่อง การช่วยเหลือเยียวยา ประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะกันของไทยและกัมพูชา ซึ่งได้เชิญรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาประชุมร่วมกัน ตามมาตรา 8 ของพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุม ครม.ฯ ซึ่งตามขั้นตอนต้องแจ้งมติของทั้ง 2 เรื่อง ให้ ครม.ทราบเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

กำลังพลสำรอง พร้อมทันที เมื่อเรียกพล

(5 ส.ค. 68) พ.อ.อุทัย  แฝงกระโทก รอง ผบ.ร.23 ผู้แทน ผบ.ร.23 เป็นประธาน การดำเนินการเรียกกำลังพลสำรองเพื่อปฏิบัติราชการ ตามแผนการเรียกพล บัญชี 1/68 ประจำปี 2568 จำนวน 27 นาย เพื่อตรวจสอบความพร้อมของกำลังพลสำรอง เมื่อกองทัพต้องการ ณ บก.ร.23 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top