Sunday, 11 October 2026
NEWS FEED

'ผบ.ตร' เป็นประธานอบรมพนักงานสอบสวน และทีมงานสหวิชาชีพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการคุ้มครองแรงงานแก่คนต่างด้าว

ที่ห้องประชุมออคิดบอลรูม  โรงแรมพูลแมนขอนแก่น จว.ขอนแก่น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ประธานพิธีเปิดโครงการอบรมสัมมนาพนักงานสอบสวน และทีมงานสหวิชาชีพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการคุ้มครองแรงงานแก่คนต่างด้าว และการป้องกันการละเมิดสิทธิตามกฎหมายแรงงาน อันจะนำไปสู่ปัญหาการค้ามนุษย์
 

นวัตกรรมคนไทย!! คิดค้น ‘สเปรย์แอนติบอดีพ่นจมูก’ ยับยั้งโควิด คาดทดลองเสร็จ พร้อมออกสู่ตลาดไตรมาส 3 ปีนี้

จุฬาฯ ร่วม 4 หน่วยงานพัฒนาต่อยอดนวัตกรรม “สเปรย์แอนติบอดีพ่นจมูก” ยับยั้งโควิด ศึกษาทางคลินิกในอาสาสมัคร คาดออกสู่ตลาดไตรมาส 3 ปีนี้

เมื่อวันที่ 28 ก.พ.65 รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วย ผศ.ชัยชาญ ถาวรเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผอ.สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผอ.องค์การเภสัชกรรม (อภ.) และ น.ท.พญ.ภาพร ประสิทธิ์ดำรง กรรมการบริษัทไฮไบโอไซ จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนานวัตกรรม “สเปรย์แอนติบอดีพ่นจมูกที่มีคุณสมบัติยับยั้งเชื้อโควิด-19” เพื่อผลักดันงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมไทยสู่ระดับโลก

รศ.นพ.ฉันชาย กล่าวว่า ทีมนักวิจัยได้บ่มเพาะและพัฒนาแอนติบอดีที่มีคุณสมบัติยับยั้งเชื้อโควิด-19 มาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการระบาด โดยได้รับการสนับสนุนทั้งจากภาคประชาชนและภาครัฐ คือ สวรส. กระทั่งสามารถพัฒนาแอนติบอดีต้นแบบได้และได้ยื่นจดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อย มีความพร้อมที่จะถ่ายทอดไปสู่ภาคเอกชนเพื่อนำไปต่อยอดในการทำการวิจัยทางคลินิก เพื่อสร้างเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่น่าจะมีส่วนช่วยป้องกันหรือรักษาโควิด-19 โดยหน่วยงานที่มาร่วมมือในครั้งนี้จะทำการวิจัยทางคลินิก และผลิตให้ได้ตามมาตรฐานเพื่อขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประมาณเดือนมิถุนายน 2565 คาดออกสู่ตลาดเพื่อให้ประชาชนไทยได้เข้าถึงนวัตกรรมสุขภาพอีกทางเลือกหนึ่งในการป้องกันเชื้อโควิด-19 ประมาณไตรมาส 3 ของปี 2565 และเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะมาช่วยรับมือกับสถานการณ์โรคระบาดโควิด 19 ต่อไป

ผศ.ชัยชาญ กล่าวว่า คณะเภสัชศาสตร์ ม.ศิลปากร ได้ร่วมศึกษาวิจัยกับทีมวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบสเปรย์แอนติบอดีสำหรับพ่นจมูกเพื่อป้องกันโควิด-19 ซึ่งจากผลการทดลองเบื้องต้นในระดับห้องปฏิบัติการและการศึกษาวิจัยในสัตว์ทดลอง แอนติบอดีพ่นจมูกที่พัฒนาขึ้นมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นพ.นพพร กล่าวว่า สเปรย์แอนติบอดีพ่นจมูกที่มีคุณสมบัติยับยั้งเชื้อโควิด-19 ที่กำลังจะถูกพัฒนาขึ้นมาและมีการศึกษาประสิทธิภาพในมนุษย์นั้น เป็นการต่อยอดจากงานวิจัยที่ สวรส.ได้ให้การสนับสนุนในโครงการพัฒนา Monoclonal antibody cocktail ต่อเชื้อ SAR-CoV-2 จากผู้ป่วยโควิด-19 ที่หายจากโรค พร้อมกันนี้ สวรส. ยังได้สนับสนุนทุนวิจัยในด้านนวัตกรรม เพื่อเป้าหมายในการเติมเต็มความมั่นคงด้านสุขภาพ รวมทั้งการเข้าถึงบริการสุขภาพของคนไทยอย่างเท่าเทียม และนวัตกรรมด้านสุขภาพจะช่วยให้คนไทยเกิดการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพมากยิ่งขึ้น

รบจริง - เจ็บจริง – ตายจริง!! ‘ยูเครน’ เปิดรับสมัครนักรบต่างชาติ ใครอยากลองรบสนามจริงเชิญทางนี้

โวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ ผู้นำยูเครนเปิดแคมเปญใหม่ รับสมัครอาสาสมัครนักรบจากทั่วโลกมาสู้รบกับกองทหารรัสเซียในยูเครน หน่วยกล้าท้าตายคนใดสนใจ สามารถลงชื่อสมัครได้ที่สถานทูตยูเครนทั่วโลกตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

แผนเกณฑ์นักรบต่างชาติของเซเลนสกี้ จะได้รับการบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพยูเครน ในกองรบพิเศษที่ชื่อว่า “International Brigade of the Territorial Defense of Ukraine” ซึ่งผู้นำยูเครนย้ำว่า นี่ไม่ใช่การรบเพื่อป้องกันดินแดนยูเครนเท่านั้น แต่จะเป็นแผ่นดินยุโรปทั้งผืนจากการรุกรานของรัสเซีย

และทันทีที่มีประกาศแคมเปญนี้ ที่หน้า Facebook ของสถานทูตยูเครนทั้งโลก รวมถึงประเทศไทย ก็ได้ลงประกาศรับสมัครนักรบ ไปลงสนามจริงที่ยูเครนด้วยกัน

นอกจากการรับสมัครนักรบต่างชาติเพิ่มแล้ว ยังมียอดบริจาคจากต่างประเทศหลั่งไหลไปที่ยูเครนเป็นจำนวนมาก เพื่อให้เอาไปใช้จ่ายบำรุงกองทัพ และจัดหาอาวุธมายันทัพรัสเซีย รวมทั้งชาติมหาอำนาจตะวันตกอย่าง สหรัฐอเมริกา, ฝรั่งเศส, เยอรมัน ก็ได้จัดส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ล็อตใหญ่ไปส่งให้ยูเครนถึงบ้าน

‘กระทรวงแรงงาน’ ร่วมรับมอบโล่ รางวัลคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ส่งเสริมการขับเคลื่อนสังคมไทยเป็นสังคมคุณธรรม!!

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 10.00 น. นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน ร่วมพิธีรับมอบโล่รางวัลคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น และรางวัลผู้ชนะการประกวด Infographic “Moral Awards” หัวข้อ “คนไทยวินัยไม่มีหมด” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 

เพื่อจะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ และเสริมแรงจูงใจ ในการส่งเสริมการขับเคลื่อนงานด้านคุณธรรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายในการสร้าง “สังคมไทยเป็นสังคมคุณธรรม ที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” โดยมีนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี ณ ห้อง G 5 ชั้น 1 อาคารหอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ได้เห็นความสำคัญในการส่งเสริมคุณธรรมในทุกภาคส่วน จึงมีนโยบายส่งเสริมการขับเคลื่อนคุณธรรมในระดับชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดโดยกำหนดตัวชี้วัดและเกณฑ์การประเมินที่มีมาตรฐานกลางในการประเมินความสำเร็จ 3 ระดับ คือ ระดับส่งเสริมคุณธรรม ระดับคุณธรรม และระดับคุณธรรมต้นแบบ เพื่อบ่งบอกถึงกระบวนการในการพัฒนาคุณธรรมที่ได้มาตรฐานและในปีงบประมาณพุทธศักราช 2564 

โดยได้มีการคัดเลือกในระดับคุณธรรมต้นแบบที่มีผลสัมฤทธิ์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในเชิงประจักษ์ จำนวน 235 แห่ง ประกอบด้วย…

1. ชุมชนคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น จำนวน 76 ชุมชน 

2. องค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น จำนวน 84 องค์กร 

3. อำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น จำนวน 70 อำเภอ และ 

4. จังหวัดคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น จำนวน 5 จังหวัด

สิ้น 'พิชัย รัตตกุล'!! อดีตประธานรัฐสภา – หัวหน้าปชป. ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบที่โรงพยาบาลศิริราช

‘พิชัย รัตตกุล’ อดีตประธานรัฐสภา-หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว ขณะมีอายุ 97 ปี

(28 ก.พ.65) นายพิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า นายพิชัย รัตตกุล อดีตประธานรัฐสภา และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เข้ารับการรักษาด้วยอาการป่วยมะเร็งปอด ที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนจะถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบที่โรงพยาบาลศิริราช

ทั้งนี้ก่อนที่นายพิชัย จะถึงแก่อนิจกรรมได้สั่งเสียครอบครัวไว้เรียบร้อยทุกประการ ทั้งนี้นายพิชัย เกิดเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2469 สิริรวมอายุ 97 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2564 ที่บ้านพักของนายพิชัย รัตตกุล ในหมู่บ้านปัญญา เขตสวนหลวง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมกับนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ได้เดินทางเข้ามอบแจกันดอกไม้และอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิด ขึ้นปีที่ 96 ของนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 4

ห้ามมีแป๊ะเจี๊ยะ!! 'ตรีนุช' เตือน โรงเรียนดัง ห้ามมีแป๊ะเจี๊ยะเด็ดขาด ลั่น ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เด็กทุกคนมีที่เรียนแน่นอน

'ตรีนุช' เตือน โรงเรียนดัง แข่งขันสูง รับนักเรียนปี 65 ห้ามมีแป๊ะเจี๊ยะเด็ดขาด ยึดหลัก โปร่งใส ตรงไปตรงมา คัดเลือกนักเรียนที่มีความสามารถแท้จริง ยันเด็กทุกคนมีที่เรียนแน่นอน

(28ก.พ.65) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ประกาศปฏิทินรับนักเรียน ประจำปีการศึกษา 2565 โดยก่อนประถมศึกษา รับสมัครวันที่ 12-15 กุมภาพันธ์ 65 จับฉลาก วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 65 ประกาศผลวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 65 รายงานตัววันที่ 19 กุมภาพันธ์ 65 และมอบตัววันที่ 26 กุมภาพันธ์ 65

ประถมศึกษาปีที่ 1 รับสมัครวันที่ 23-27 กุมภาพันธ์ 65 จับฉลากวันที่ 5 มีนาคม 65 ประกาศผลวันที่ 5 มีนาคม 65 รายงานตัว 5 มีนาคม 65 มอบตัววันที่ 12 มีนาคม 65

มัธยมศึกษาปีที่ 1 รับสมัครวันที่ 9-13 มีนาคม 65 สอบคัดเลือกวันที่ 26 มีนาคม 65 ประกาศผลวันที่ 30 มีนาคม 65 รายงานตัววันที่ 30 มีนาคม 65 จับฉลากวันที่ 1 เมษายน 65 ประกาศผลจับฉลากและรายงานตัววันที่ 1 เมษายน 65 มอบตัววันที่ 2 เมษายน

มัธยมศึกษาปีที่ 4 ประเภทสอบคัดเลือก สมัครวันที่ 9-13 มีนาคม 65 สอบคัดเลือกวันที่ 27 มีนาคม 65 ประกาศผลวันที่ 31 มีนาคม 65 และรายงานตัววันที่ 31 มีนาคม 65 มอบตัววันที่ 3 เมษายน 65

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร และโรงเรียนเตรียมศึกษาภูมิภาค รับสมัครวันที่ 19-23 กุมภาพันธ์ 65 สอบคัดเลือกวันที่ 5 มีนาคม 65 ประกาศผลวันที่ 12 มีนาคม 65 รายงานตัววันที่ 15 มีนาคม 65 มอบตัววันที่ 21 มีนาคม 65 นั้น

นางสาวตรีนุช ได้กล่าวว่า ในส่วนการรับนักเรียนในปีการศึกษานี้ของ ม.1 และ 4 ตนขอฝากให้โรงเรียนทุกแห่งมีการดำเนินการที่โปร่งใสและเป็นธรรม อย่าให้มีการเรียกรับเงินเพื่อแลกที่นั่งเรียนเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะโรงเรียนดังที่มีอัตราการแข่งขันสูง ซึ่งการรับนักเรียนจะต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และคัดเลือกผู้เข้าเรียนที่มีความรู้ความสามารถ โดยยืนยันว่าเด็กทุกคนจะมีที่เรียนอย่างแน่นอน เพราะนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เนื่องจากผู้เรียนทุกคนจะต้องเข้าถึงระบบการศึกษาอย่างเท่าเทียม

ทบ. เร่งส่งทหารร่วม ทุกภาคส่วนช่วยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมประเมินสถานการณ์และเข้าช่วยเหลือทันที

จากสถานการณ์ฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายจังหวัด ของภาคใต้ในขณะนี้ ซึ่ง พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยได้รับรายงานการเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 ได้ส่งกำลังพล 486 นาย เรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ 8 ลำ และยานพาหนะ 69 คัน ประกอบด้วย รถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ 24 คัน รถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก 15 คัน รถยนต์บรรทุก 10 ตัน รถบรรทุกเทท้าย 11 คัน รถวางสะพาน 1 คัน รถยนต์ทางทหารอื่น ๆ 18 คัน เข้าพื้นที่ประสบภัยบูรณาการร่วมกับ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชน จิตอาสา บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนโดยทันที เน้นการเข้าเคลื่อนย้ายสิ่งของ มอบถุงยังชีพ และปรุงอาหารสดแจกจ่ายประชาชน รวมทั้งซ่อมแซมและเชื่อมต่อเส้นทางการสัญจรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก 

โดยล่าสุด ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยและพื้นที่เฝ้าระวังใน 4 จังหวัด  ได้แก่ จ.ยะลา, นราธิวาส, ปัตตานี และ สงขลา รวม 16 อำเภอ ซึ่งอยู่ในระหว่างการเข้าช่วยเหลือ อาทิ จ.ยะลา หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ร่วมกับส่วนราชการ เข้าช่วยเหลือประชาชน พื้นที่ อ.รามัน, อ.ยะหา และ อ.กรงปินัง  มอบถุงยังชีพตามบ้านเรือน จัดทีมแพทย์เข้าให้การตรวจรักษา และที่ อ.บันนังสตา กองพันทหารช่างที่ 15 กองพลทหารราบที่ 15 ทำการติดตั้งสะพานเครื่องหนุนมั่นแบบเร่งด่วน (MFB) เชื่อมเส้นทางให้ประชาชนสัญจรหลังฝนตกหนัก
จ.นราธิวาส 

จากฝนที่ตกหนักตลอด 4 วัน ทำให้เกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ อ.สุไหงโกลก กองพลทหารราบที่ 15 เข้าช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงตลอดจนขนสิ่งของขึ้นที่สูง, ที่ อ.ระแงะ ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว  หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 เข้าช่วยเหลือประชาชน โดยทำอาหารปรุงสุกนำไปแจกจ่ายถึงบ้านพักเนื่องจากน้ำท่วมสูงไม่สามารถเดินทางได้

'รมว.เฮ้ง' ห่วงน้ำท่วมใต้ สั่งหน่วยงานระดมกำลังช่วยเหลือแรงงาน เร่งด่วน!

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือกรณีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งจากข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ วันที่ 28 ก.พ.65 เวลา 06.00 น.รายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 25-28 ก.พ.65 มีฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมใน 7 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย นราธิวาส ยะลา นครศรีธรรมราช พัทลุง ปัตตานี สงขลา และตรัง ได้รับความเสียหาย 30 อำเภอ 127 ตำบล 440 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 12,129 ครัวเรือน ซึ่งรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี 
ที่กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยผู้ใช้แรงงานและประชาชนทั่วไปทุกคนที่ประสบปัญหาอุทกภัยได้รับความเดือดร้อน 

โดยได้สั่งการให้แต่ละหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องบูรณาการให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วน ทั้งการขนย้าย อพยพ เร่งระบายน้ำ การมอบสิ่งของเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน รวมถึงจัดให้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่อง ผมจึงได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดแต่ละจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ เร่งบูรณาการสนับสนุนความช่วยเหลือผู้ใช้แรงงาน ลูกจ้างผู้ประกันตน และประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนกับทางจังหวัดในแต่ละจังหวัด โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายประชาชนไปในสถานที่ที่ปลอดภัย จัดที่พักพิงชั่วคราว และสนับสนุนถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภคของใช้ที่จำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
          
นายสุชาติ ยังกล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของกระทรวงแรงงาน ว่า ล่าสุดผมได้สั่งการให้หน่วยงานจัดเตรียมถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภคของใช้ที่จำเป็นไปสนับสนุน ทั้งจากส่วนกลางและจังหวัดใกล้เคียง ในส่วนของจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดสงขลาเป็นศูนย์อำนวยการให้ความช่วยเหลือ ให้สำนักงานแรงงานจังหวัดในพื้นที่ของบประมาณจัดทำโครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาทักษะฝีมือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาชีพ ดำเนินการจ้างงานช่วยเหลือชาวบ้านผู้ประสบภัยให้มีรายได้

‘บลูเทค ซิตี้’ มอบชุดตรวจหาแอนติเจนของเชื้อโควิด-19 ให้แก่โรงเรียนวัดเขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19!!

วันที่ (28 ก.พ.65) ที่โรงเรียนวัดเขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทราบลูเทคซิตี้ พร้อมด้วย ทีมงานฝ่าย CSR ของโครงการนิคมอุตสาหกรรม ฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ มอบชุดตรวจหาแอนติเจนของเชื้อโควิด-19 จำนวน 700 ชุด ให้แก่คณะครู นักเรียน โรงเรียนวัดเขาดิน

โดยมี นายณรงค์ นกอิ่ม ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเขาดิน ,นายกิตติศักดิ์ จันทร์เปรม ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนวัดเขาดิน เป็นผู้รับมอบ เพื่อเสริมความมั่นใจและเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับครูและนักเรียน

ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิดอีก 2.2 หมื่น ตาย 42 ราย กทม.พบคลัสเตอร์โรงเรียน 18 คลัสเตอร์ วอนผู้ป่วยสีเขียวรักษาที่บ้าน สงวนเตียงให้ผู้ป่วยหนัก เตรียมช่วยคนไทยกลับจากยูเครนแบบ Test and go 

ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงสถานการณ์โควิด-19ในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 22,311 ราย ติดเชื้อในประเทศ 22,148 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 21,958 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 190 ราย มาจากเรือนจำ 27 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 136 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 17,470 ราย อยู่ระหว่างรักษา 213,645 ราย อาการหนัก 980 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 280 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 42 ราย เป็นชาย 23 ราย หญิง 19 ราย อายุ 60 ปีขึ้นไป 29 ราย มีโรคเรื้อรัง 11 ราย ไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 2 ราย

ขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 2,891,927 ราย มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 2,655,349 ราย มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 22,933 ราย ส่วนยอดฉีดวัคซีนวันที่ 27 ก.พ. 106,340 โดส ยอดฉีดสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.64 จำนวน 123,568,670 โดส ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 435,984,567 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 5,697,986 ราย 

  พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ในจำนวนผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษา เป็นการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลถึง 38,479 ราย และจำนวนกว่า 98% เป็นผู้ป่วยอาการสีเขียว ปัจจุบันผู้ป่วยเกิน 90% เป็นการติดเชื้อโอมิครอน กระทรวงสาธารณสุขจึงเน้นย้ำให้ผู้มีอาการน้อยรักษาตัวที่บ้าน สงวนเตียงให้ผู้ป่วยอาการสีเหลืองและแดง หรือที่มีความจำเป็นจริงๆ ทั้งผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว ผู้ที่ต้องทานยากดภูมิ คนกลุ่มนี้แม้อาการจะน้อยแต่ก็อาจกระทบกับโรคหลักได้ ทางโรงพยาบาลจึงจะพิจารณาให้อยู่ในโรงพยาบาลเพื่อดูอาการ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เรามีเตียงเพียงพอ จึงให้ผู้ป่วยสีเขียวรักษาตัวในโรงพยาบาล แต่เมื่อมีผู้ติดเชื้อมากจึงอยากขอสวงนสิทธิ์ให้กับผู้ป่วยสีเหลืองสีแดง ส่วนกรณีที่มีนักวิชาการออกมาคาดการณ์ตัวเลขรายวันจะสูงมากขึ้น ยืนยันศบค.ติดตามตัวเลขอย่างใกล้ชิด อยากให้นักวิชาการเหล่านั้นให้ข้อมูลด้วยว่าภาครัฐรวมถึงแต่ละภาคส่วนควรมีบทบาทอย่างไร อย่าให้ข้อมูลเพียงแค่ตัวเลข และจากการติดเชื้อตอนนี้จะเห็นว่าติดเชื้อเยอะในจังหวัดสีฟ้าที่มีการผ่อนคลายกิจกรรม ดังนั้นอยากขอให้งดการเดินทางและการรวมกลุ่มไปก่อน เราไม่สามารถล็อกดาวน์ได้อีก แต่ต้องปรับตัว 

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดได้แก่ กทม. 2,779 ราย ชลบุรี 1,275 ราย นนทบุรี 1,0951 ราย สมุทรปราการ 1,068 ราย นครศรีธรรมราช 957 ราย นครราชสีมา 717 ราย ภูเก็ต 652 ราย นครปฐม 605 ราย สมุทรปราการ 585 ราย ปทุมธานี 577 ราย ส่วนขณะที่คลัสเตอร์ต่างจังหวัด พบคลัสเตอร์ร้านอาหารที่ จ.มหาสารคาม ขอนแก่น สงขลา คลัสเตอร์บุคคลากรทางการแพทย์พบที่ชลบุรี ปัตตานี คลัสเตอร์โรงเรียนพบที่ร้อยเอ็ด สกลนคร คลัสเตอร์ตลาดพบที่ ร้อยเอ็ด หนองบัวลำภู คลัสเตอร์พิธีกรรมพบที่อานาจเจริญ สระแก้ว กาฬสินธุ์ สกลนคร เลย ศรีสะเกษ ขณะที่ในกทม.พบคลัสเตอร์โรงเรียนถึง 18 คลัสเตอร์ด้วยกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top