Monday, 6 July 2026
NEWS FEED

'Salmon House' ออกแถลงขอโทษคนดู หลังเผยแพร่คอนเทนต์กระทบจิตใจ-ชวนหดหู่

จากกรณีเมื่อวันที่ 23 ส.ค. 65 ทาง Salmon House ได้ปล่อยคลิปโฆษณา 'ออกกำลังกายกับโบโบ้' ออกมา ซึ่งเมื่อชาวโซเชียลดูจบแล้วกลับรู้สึกหดหู่ เพราะมองว่าเป็นการบั่นทอนความรู้สึก โดยคลิปดังกล่าว คล้ายกับการเลียนแบบคลิปออกกำลังกายของ เบเบ้ ธันย์ชนก โดยมีหญิงสาวคนหนึ่งใช้ชื่อว่า 'โบโบ้' เริ่มจากการสอนออกกำลังกายตามปกติทั่วไป

แต่บางช่วงบางตอนของคลิปได้มีประโยคคำพูดที่ฟังแล้วเป็นการตอกย้ำชีวิตบางมุมของคนดู เช่น ให้นึกถึงความล้มเหลวในชีวิต, พูดถึงเรื่องความรักที่ไม่สมหวัง, เรื่องฐานเงินเดือนน้อย ไม่สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้, มองชีวิตคนรอบตัวแล้วเอามาเปรียบเทียบกับตัวเอง, มองเพื่อนประสบความสำเร็จในชีวิต เป็นต้น

เมื่อชาวโซเชียลดูจบแล้วก็ได้วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยระบุว่าเป็นแคมเปญที่ไม่สร้างสรรค์ หากคนป่วยเป็นโรคซึมเศร้าดูจบแล้วอาจจะหดหู่ และดิ่งหนักยิ่งกว่าเดิม มันตอกย้ำชีวิตที่ล้มเหลวของคนในทุก ๆ ด้านพร้อมทั้งเรียกร้องให้ออกมารับผิดชอบด้วย

ล่าสุด ทาง Salmon House บริษัทผลิตงานแพร่ภาพและสื่อ ออกแถลงการณ์ขอโทษ กรณีเผยแพร่คลิปวิดีโอ 'ออกกำลังกายกับโบโบ้' ที่สร้างความไม่สบายใจ และกระทบกระเทือนจิตใจของผู้ชม โดยระบุว่า...

จากกรณีคลิป “ออกกำลังกายกับโบโบ้” ของ Salmon House ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย ซึ่งตัวคลิปมีเนื้อหาที่สร้างความไม่สบายใจ และกระทบกระเทือนจิตใจของผู้ชม

เราต้องยอมรับว่าคราวนี้เราผิดพลาด ละเลย รวมถึงมองข้ามความรู้สึกของคนบางส่วนไป ที่อาจได้รับผลกระทบจากเนื้อหาที่มีความอ่อนไหวลักษณะนี้ รวมทั้งจำเป็นต้องมีการแจ้งเตือนก่อนการรับชม (Trigger Warning) ด้วย เพราะผู้ชมทุกคนควรมีสิทธิที่จะรับรู้ล่วงหน้าว่า ตัวเองกำลังจะรับชมเนื้อหาแบบไหน ต้องเตรียมความรู้สึกลักษณะไหน

อินเดีย ไล่ออกทหาร 3 นาย หลังเผอเรอยิงขีปนาวุธใส่ปากีสถาน

หวิดเป็นเรื่อง! อินเดีย ไล่ออกทหาร 3 นาย หลังมือลั่นเผอเรอยิงขีปนาวุธใส่ปากีสถาน เคราะห์ดีไม่ก่อความสูญเสีย

เมื่อวันอังคาร (23 ส.ค.) กองทัพอากาศอินเดีย เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ไล่ออกเจ้าหน้าที่ 3 ราย ฐานเผอเรอยิงขีปนาวุธใส่ปากีสถานโดยไม่ตั้งใจเมื่อเดือนมีนาคม เคราะห์ดีที่ในเหตุการณ์นี้ 2 ชาติคู่อริที่มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองทั้งคู่ จัดการกับสถานการณ์ได้อย่างสันติ ในขณะที่มันไม่ก่อความสูญเสียใด ๆ

ในอดีตพวกผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารเคยเตือนถึงความเสี่ยงเกี่ยวกับอุบัติเหตุ หรือการคำนวณผิดพลาดใด ๆ ระหว่างสอง 2 ชาติคู่ปรับ ซึ่งสู้รบกันมา 3 สงคราม และเกิดเหตุปะทะทางทหารเล็ก ๆ น้อย ๆ หลายต่อหลายครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับดินแดนพิพาทแคชเมียร์

BrahMos ขีปนาวุธร่อนโจมตีภาคพื้นศักยภาพติดหัวรบนิวเคลียร์ ที่ร่วมพัฒนาโดยรัสเซียและอินเดีย ถูกยิงออกมาเมื่อวันที่ 9 มีนาคม กระตุ้นให้ปากีสถานเรียกร้องขอคำตอบจากนิวเดลี ในด้านการใช้กลไกความปลอดภัยต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขีปนาวุธถูกยิงออกมาโดยไม่ตั้งใจ

กองทัพอากาศอินเดียระบุในถ้อยแถลงเมื่อวันอังคาร (23 ส.ค.) "จากการไต่สวนของศาล ซึ่งตั้งขึ้นมาเพื่อสรุปข้อเท็จจริงในกรณีนี้ ในนั้นรวมถึงความรับผิดชอบสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พบว่าความคลาดเคลื่อนในขั้นตอนปฏิบัติตามมาตรฐานโดยเจ้าหน้าที่ 3 นาย นำไปสู่การยิงขีปนาวุธออกมาโดยบังเอิญ"

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จับมือกระทรวงวัฒนธรรม และภาคีเครือข่ายเดินหน้าขับเคลื่อนคุณธรรม “พลิกวิกฤตเป็นโอกาส อยู่รอด อยู่ร่วมสังคมไทย เป็นสุขยั่งยั่งยืน” ในงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๒

วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๕ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานภาคีเครือข่ายทางสังคม ๖ ภาคส่วนทั่วประเทศ ผนึกกำลังจัดงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๒ ภายใต้แนวคิด “Sustainability with Moral: อยู่รอด อยู่ร่วม สังคมไทยเป็นสุขอย่างยั่งยืน” ในรูปแบบไฮบริดออนไลน์ พร้อมเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมงานในสถานที่จริงและเข้าร่วมงานผ่านระบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ ๒๔- ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๕

นายอิทธิพล  คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรรม (รมว.วธ.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ “ทิศทางใหม่ สังคมไทยพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้อย่างไร” และเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๒” ภายใต้แนวคิด “Sustainability with Moral: อยู่รอด อยู่ร่วม สังคมไทยเป็นสุขอย่างยั่งยืน” ในรูปแบบไฮบริดออนไลน์ โดยมี รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ผู้บริหาร และผู้แทนภาคีเครือข่ายสมัชชาคุณธรรม เข้าร่วม ณ หอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ถนนเทียมร่วมมิตร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

ด้านรองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ในปีนี้สถาณการณ์ Covid-19 เริ่มคลี่คลาย จึงสามารถจัดงานในรูปแบบไฮบริดออนไลน์ ภายในงานมีกิจกรรมสำคัญแบ่งเป็น ๒ ส่วนหลัก ประกอบด้วย เวทีวิชาการ อาทิ การปาฐกถาพิเศษ “ทิศทางใหม่ สังคมไทยพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้อย่างไร” การเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่เชื่อมโยงประเด็นหลักการจัดงาน “Sustainability with Moral: อยู่รอด อยู่ร่วม สังคมไทยเป็นสุขอย่างยั่งยืน” ของ ๖ กลุ่มเครือข่ายทางสังคม ได้แก่ เครือข่ายองค์กร ภาครัฐ เครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน เครือข่ายองค์กรศาสนา เครือข่ายองค์กรสื่อมวลชน เครือข่ายองค์กรการศึกษา เด็กและเยาวชน และเครือข่ายภาคประชาสังคม ชุมชน ครอบครัว และงานแสดงผลสำเร็จการขับเคลื่อนคุณธรรม “ตลาดนัดคุณธรรม” ขององค์กรเครือข่ายทางสังคม ๖ เครือข่ายกว่า ๕๐ บูธ  

การพูดคุยสร้างแรงบันดาลใจในการทำความดี Moral Talk ของบุคคลและศิลปิน นักแสดง โดย คุณไดอาน่า จงจินตนาการ ผู้ก่อตั้งเพจ “เราต้องรอด” เพจอาสาช่วยเหลือผู้ป่วยในวิกฤตการณ์ Covid-19 ทีมนักกีฬาทีมชาติไทยอาทิ นางสาววิลาวรรณ อภิญญาพงศ์  นางสาวอัจฉราพร คงยศ  นางสาวทัดดาว นึกแจ้ง และนางสาวปลื้มจิตร์ ถินขาว พูดคุยสร้างแรงบันดาลใจกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ การส่งมอบมติสมัชชาคุณธรรมและข้อเสนอเชิงนโยบายด้านคุณธรรมของภาคีเครือข่ายต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมในฐานะรองประธานคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังมีพิธีมอบรางวัลคุณธรรมอวอร์ด ปี ๒๕๖๔ ประเภทสื่อมวลชน บุคคล ชุมชน และองค์กร จากทั่วประเทศ และนิทรรศการ Hall of fame สื่อ บุคคล องค์กรและชุมชนต้นแบบที่ได้รับรางวัลกว่า ๒๐๐ บุคคล/ผลงาน

การจัดงานครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายอิทธิพล คุณปลิ้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรรม (รมว.วธ.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ “ทิศทางใหม่ สังคมไทยพลิกวิกฤตเป็นโอกาส”และเป็นประธานในพิธีเปิดงานฯ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการศูนย์คุณธรรม  ผู้แทนภาคีเครือข่ายเข้าร่วมแลกเปลี่ยนบนเวทีกลาง ประกอบด้วย Moral Talk จากบุคคลผู้สร้างแรงบันดาลใจ คุณไดอาน่า จงจินตนาการ ดาราต้นแบบด้านจิตอาสาและเป็นผู้ก่อตั้งเพจ “เราต้องรอด” เพจอาสาช่วยเหลือผู้ป่วยในวิกฤตการณ์ Covid-19 , นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย : นางสาววิลาวรรณ อภิญญาพงศ์  (กัปตันกิ๊ฟ) นักวอลเลย์บอลทีมชาติไทย  นางสาวทัดดาว นึกแจ้ง (แนน) นักวอลเลย์บอลทีมชาติไทย และนางสาวอัจฉราพร คงยศ (เพียว) นักวอลเลย์บอลทีมชาติไทย , การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านการส่งเสริมคุณธรรม นำเสนอผลสำเร็จการขับเคลื่อนแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ (พ.ศ.๒๕๕๙-๒๕๖๕)

สอท. เปิดศูนย์ประสานงานเขตสะพานสูง เน้นช่วยผู้ประกอบการรายย่อยด้วย “กองทุนสร้างอนาคตไทย”

วันพุธที่ 24 สิงหาคม 2565 ดร.อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย และนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรค ในฐานะประธานภาคกรุงเทพฯ ได้เปิดศูนย์ประสานงานพรรค เขตสะพานสูง ซึ่งมีนางสาววรัญญา แอนดาริส เป็นผู้ประสานงานพรรคในพื้นที่ หลังจากได้ร่วมรับฟังความคิดเห็นและปัญหาของประชาชนในพื้นที่แล้ว

ดร.อุตตม กล่าวว่า พรรคสร้างอนาคตไทยมีนโยบายที่จะช่วยพ่อค้าแม่ค้าแผงลอยและผู้ประกอบการรายย่อยด้วย “กองทุนสร้างอนาคตไทย” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาปากท้อง และการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

'ว่าที่ผู้นำอังกฤษ' ลั่น!! พร้อมใช้อาวุธนิวเคลียร์ หากมีความจำเป็น แม้จะเป็นการทำลายโลกก็ตาม

ลิซ ทรัสส์ ตัวเต็งที่จะก้าวมาเป็นผู้นำพรรคคอนเซอร์เวทีฟ ซึ่งจะเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรคนใหม่ ประกาศกร้าวระหว่างศึกดีเบตเมื่อวันอังคาร (23 ส.ค.) ว่าเธอพร้อมยิงอาวุธนิวเคลียร์ไทรเดนต์ (Trident) ทำลายล้างถ้ามีความจำเป็น โดยเชื่อว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็นหน้าที่อันสำคัญของคนเป็นนายกรัฐมนตรี

ทรัสส์ ซึ่งมีความเป็นไปได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าจะก้าวขึ้นมาสืบทอดตำแหน่งของบอริส จอห์นสัน กล่าวว่า เธอพร้อมกดปุ่มนิวเคลียร์ถ้ามีความจำเป็น แม้คิดว่ามันอาจหมายถึงการทำลายโลกก็ตาม

รัฐมนตรีต่างประเทศหญิงรายนี้ไม่ได้กล่าวเพิ่มเติมว่าประเทศไหนที่สหราชอาณาจักรอาจใช้อาวุธนิวเคลียร์จัดการ แต่ระหว่างการรณรงค์หาเสียงที่ผ่านมา ๆ เธอมักใช้คำพูดสายแข็งกร้าวต่าง ๆ มากมาย โดยมีเป้าหมายหลักคือรัสเซีย ท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน

ทรัสส์ ยังสัญญาว่าจะเพิ่มการใช้จ่ายด้านการทหาร 3% ของจีดีพีในช่วงปลายทศวรรษนี้

ทั้ง ทรัสส์ และริชี ซูนัค อดีตรัฐมนตรีคลัง ผู้สมัครที่เหลือรอด 2 คนสุดท้าย สำหรับชิงเก้าอี้ผู้นำพรรคคอนเซอร์เวทีฟ ต่างกล่าวโทษประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย สำหรับภาวะทางเศรษฐกิจอันน่าหดหู่ของสหราชอาณาจักร ที่ถูกรุมเร้าด้วยเงินเฟ้อระดับสูง ราคาพลังงานที่พุ่งขึ้น และค่าครองชีพที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่สามารถจ่ายได้ แม้หลายฝ่ายมองว่ามันเป็นผลจากมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวที่ลอนดอนและพันธมิตรกำหนดเล่นงานรัสเซีย

ทรัสส์ และซูนัค ยังได้พูดประเด็นที่ ปูติน มีแผนเข้าร่วมการประชุมซัมมิตจี 20 ในอินโดนีเซียที่กำลังมาถึง โดย ซูนัค บอกว่าอยากเห็นที่ประชุมห้าม ปูติน เข้าร่วมโดยสิ้นเชิง แต่ทาง ทรัสส์ กล่าวว่า เธออยากเผชิญหน้าเป็นการส่วนตัวกับ ปูติน ในที่ประชุมดังกล่าว

ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธานเปิดฝึกอบรมให้ความรู้การสืบสวนทางเทคโนโลยี ในการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ให้กับเจ้าหน้าที่ TICAC

วันนี้ (24 ส.ค.65) เวลา 08.30 น. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้เดินทางไปเป็นประธานเปิดการฝึกอบรมในโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการสืบสวนเชิงนิติวิทยาศาสตร์ทางคอมพิวเตอร์ของชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต สำนักงานตำรวแห่งชาติ (TICAC) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 26 ส.ค.65 ณ โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพฯ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในชุดปฏิบัติการ พนักงานสอบสวน รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นๆ ที่ทำหน้าที่ในทีมสหวิชาชีพ ร่วมเข้ารับการฝึกอบรมในโครงการดังกล่าว

โดยจุดประสงค์ของการจัดการฝึกอบรมในครั้งนี้ เพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจในการสืบสวนทางเทคโนโลยีที่มีความจำเป็นในการปราบปรามอาชญากรรมเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กและเยาวชนทางอินเตอร์เน็ต  ซึ่งในปัจจุบันอาชญากรรมในรูปแบบดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในหลายพื้นที่และทวีความรุนแรงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ ปัญหาดังกล่าวส่วนหนึ่งเกิดจากความซับซ้อนภายใต้การพัฒนาที่ก้าวกระโดดของเทคโนโลยีสารสนเทศ เนื่องจากสังคมยุคใหม่ได้ก้าวไปสู่ยุคข้อมูลดิจิทัลเต็มตัว จึงส่งผลให้คนร้ายพัฒนารูปแบบและวิธีการก่อเหตุโดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นเครื่องมือก่ออาชญากรรมที่เป็นการล่อลวงและประทุษร้ายทางเพศต่อเด็กและเยาวชน

สื่อสังคมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทสำคัญกับการใช้ชีวิตประจำวันของคนในสังคมมากขึ้นและการเข้าถึงอย่างง่ายดายบนแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ทั้งทางโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ปัจจุบันคนร้ายมักเลือกใช้สื่อสังคมออนไลน์ ทั้งแอพพลิเคชั่น Line Facebook และ Twitter ในการกระทำความผิดต่อเด็กและเยาวชนในหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการคุกคามทางเพศ การเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร การข่มขู่หลอกลวงต่างๆ ซึ่งการกระทำผิดผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตนั้น การนำตัวผู้กระทำความผิดมารับโทษเป็นเรื่องที่ยากลำบากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากการสืบค้นหาตัวผู้กระทำผิดมีความสลับซับซ้อน ดังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการเพิ่มพูนความรู้และทักษะด้านการสืบสวนเชิงนิติวิทยาศาสตร์ทางคอมพิวเตอร์ (Computer Forensic Investigation) เพื่อนำมาประยุกต์ร่วมกับเทคนิคการสืบสวนพื้นฐาน ซึ่งจะก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อการควบคุมปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งสามารถรักษาความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานที่นำไปพิสูจน์การกระทำความผิดในชั้นศาลได้

สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ จัดงาน Thailand Gems & Jewelry Fair 2022 หวังดันไทยเป็นตัวเลือกแรกสำหรับคู่ค้าทั่วโลก

23 สิงหาคม 2565 สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ จัดงานแถลงข่าวกำหนดการจัดงาน “Thailand Gems & Jewelry Fair 2022” ณ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 1 – 4 กันยายน 2565 โดยมี รศ.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประธานในพิธีเปิดงานแถลงข่าวฯ นางสาวพรทิวา นิพาริน สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ ประธานจัดงานฯ ร่วมด้วย คุณยรรยง พวงราช, คุณสมชาย พรจินดารักษ์ ประธานสมาพันธ์อัญมณีเครื่องประดับและโลหะมีค่าประเทศไทย , คุณชุมพล พรจินดารักษ์อุปนายกสมาคมอัญมณีไทยและเครื่องประดับ คนที่ 1 , คุณชุมพล พิทยานนท์ เลขาธิการสมาคมฯ , คุณณัฐวุฒิ พูนผล รองเลขาธิการฯ คนที่ 1 และนายกสมาคมอัญมณีเครื่องประดับโอทอปพร้อมสมาคมต่างๆ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดงานฯ ณ โรงภาพยนตร์ 1 VIP ICONSIAM ชั้น 6 

ถือเป็นงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับงานแรกของปี 2022 เพื่อสนับสนุนและสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมสร้างให้ไทยมีอนาคตที่แข็งแกร่งจากการมีอาชีพที่คนไทยเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง หวังดันประเทศไทยเป็นตัวเลือกแรกสำหรับคู่ค้าทั่วโลก หรือ Sourcing Destination ด้วยศักยภาพที่มีของคนไทยและการพัฒนาต่างๆ ที่สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับจะผลักดันให้เกิดขึ้น

นางสาวพรทิวา นิพาริน นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ เปิดเผยว่า “สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับเป็นสมาคมที่มีสมาชิกกว่า 2,000 บริษัท เป็นสมาคมอัญมณีที่แข็งแกร่งที่สุดและมีสมาชิกนิติบุคคลมากที่สุดในอาเซียน ซึ่งเกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของผู้ประกอบการไปจนถึงช่างฝีมือและแรงงานทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกว่าล้านคน ที่ร่วมกันสร้างและขยายธุรกิจอัญมณีจนเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา โดยสมาคมฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการปรับตัวในเรื่องของกลยุทธ์และเทคโนโลยี จึงได้วางเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็น Sourcing Destination ของโลกในธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ เพื่อให้ทั่วโลกนึกถึงไทยเป็นอันดับแรก ทั้งในแง่ของแหล่งลงทุน แหล่งการผลิต ตลอดจนเป็นแหล่งซื้อขาย ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับผู้ผลิตอัญมณีและเครื่องประดับนานาชาติ รวมถึงสินค้าที่หลากหลายตอบโจทย์ทุกความต้องการ อาทิ พลอยสี เพชร เครื่องประดับทอง เครื่องประดับเงิน ที่ใช้สำหรับแต่งงาน ใส่ประจำวัน หรือสำหรับการลงทุน รวมถึงสินค้ากลุ่มเครื่องจักร เครื่องมือ และแพคเกจจิ้ง เพื่อการผลิตและการขายแบบครบวงจร โดยผู้ผลิตทุกรายที่จัดแสดงสินค้าได้รับการรับรองจากสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ ซึ่งผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพได้อย่างมั่นใจ”

โดยงาน Thailand Gems & Jewelry Fair 2022 ได้จัดขึ้นครั้งแรกและเป็นงานแสดงสินค้าอัญมณีงานแรกของปี โดยจัดในรูปแบบ Hybrid Show ที่ใช้เทคโนโลยีร่วมกับ Traditional Trade เนื่องจากอัญมณีและเครื่องประดับจำเป็นต้องใช้การประเมินสินค้าจริงในการทำธุรกิจ ซึ่งได้นำประโยชน์จากเทคโนโลยีมาเป็นสะพานเชื่อมคู่ค้าเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้าง Omni Channel เพื่อการพัฒนาไปสู่ Sourcing Destination ซึ่งแนวคิดนี้มาจากความตั้งใจของสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับที่อยากสร้างให้ไทยมีอนาคตที่แข็งแกร่งจากการที่มีอาชีพที่คนไทยเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง โดยพิจารณาจากศักยภาพที่มีอยู่แล้วของไทย และการพัฒนาต่างๆ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักของงานสองกลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม B2B และ B2C นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนทั้งจากทางรัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นสมาพันธ์อัญมณี เครื่องประดับ และโลหะมีค่าแห่งประเทศไทย (GJPCT) กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กรมตำรวจและกรุงเทพมหานคร

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียนชี้แจงถึงความคืบหน้าเพิ่มเติม กรณีคดีตำรวจสันติบาลหญิงทำร้ายร่างกายทหารหญิงได้รับบาดเจ็บ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเปิดเผยถึงความคืบหน้าเพิ่มเติมกรณีตำรวจสันติบาลหญิงทำร้ายร่างกายทหารหญิงได้รับบาดเจ็บ 

โดยเมื่อวันที่ 23 ส.ค. 65 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาตัวผู้เสียหายเข้าพบแพทย์ศัลกรรมตรวจร่างกายเพิ่มเติมและสอบปากคำแพทย์ผู้ตรวจร่างกายผู้เสียหายที่โรงพยาบาลราชบุรี ส่งของกลางตรวจพิสูจน์ นำตัวผู้ต้องหาส่งตรวจสุขภาพจิตที่โรงพยาบาลราชบุรี และได้สอบสวนปากคำแพทย์ผู้รักษาสุขภาพจิตของผู้ต้องหาที่โรงพยาบาลยันฮี ประกอบสำนวนการสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

และในวันเดียวกัน (23 ส.ค. 65) ผู้เสียหายพร้อมทนายความเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ชะอำ จว.เพชรบุรี ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาพร้อมพวก รวม 2 คน ในฐานความผิด “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส” สถานที่เกิดเหตุเป็นคอนโดแห่งหนึ่งย่านอำเภอชะอำ จว.เพชรบุรี ในระหว่างวันที่ 4 สิงหาคม 2565ถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2565 และพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว จากนั้นได้ทำการสอบสวนปากคำผู้เสียหาย พาผู้เสียหายไปชี้จุดเกิดเหตุและนำตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลชะอำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของคอนโดที่เกิดเหตุ และจะได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจท่องเที่ยวร่วมมือกงสุลพร้อมรับนักท่องเที่ยว

วันนี้ (24 ส.ค.2565) เวลา 9.30 น. ณ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พล.ต.ท.สคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา โฆษกกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว แจ้งต่อสื่อมวลชนถึงผลสรุปของการประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมรับนักท่องเที่ยวในช่วง high season ระหว่างตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเจ้าหน้าที่กงสุลมากกว่า 40 คนจากสถานทูต 18 ประเทศอันได้แก่ ออสเตรเลีย เบลเยี่ยม สหราชอาณาจักร สาธารณรัฐเชค เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮังการี ไอร์แลนด์ อิตาลี ลักเซมเบอร์กโมร็อกโก เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สโลวาเกีย และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งได้จัดให้มีขึ้นในวันเดียวกันช่วงเวลา 9.00-13.00 น. ว่า ผลการประชุมบรรลุเป้าหมายและเป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็นอย่างดี กล่าวคือ

1. การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสร้างความเข้าใจการทำงานและแก้ไขอุปสรรคปัญหาของกันและกันเป็นอย่างดีระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่กงสุลมีความเข้าใจในการทำงานตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมากขึ้น โดยจะนำไปแจ้งให้รัฐบาลของตัวเองประชาสัมพันธ์ให้คนของประเทศตัวเองทราบต่อไป

2. เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานและเป็นการทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างดียิ่ง อันจะส่งผลดีต่อนักท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ที่ดีการท่องเที่ยวไทยโดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

3. เป็นการส่งสัญญาณให้นานาประเทศทราบว่า ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะรับและดูแลนักท่องเที่ยวในช่วง high season (ต.ค.๖๕ - ก.พ.๖๖) ให้ดีที่สุด 

4. เป็นการส่งสัญญาณให้องค์การการท่องเที่ยวโลก และนานาประเทศทราบว่า ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะปรับมาตรการที่มีอยู่ให้สอดคล้องต่อมาตรฐานสากลว่าการคุ้มครองนักท่องเที่ยว หรือ International Code for The Protection of Tourists (ICPT) ซึ่งได้รับการรับรองแล้วจากองค์การการท่องเที่ยวโลกเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้มาตรฐานการท่องเที่ยวไทยสอดคล้องต่อมาตรฐานของโลกมากยิ่งขึ้น

พล.ต.ต. อภิชาติฯ ยังกล่าวอีกด้วยว่า การประสานกับหน่วยงานระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นในการประชุมเชิงปฏิบัติการเมื่อวาน (๒๓ ส.ค. ๖๕) เป็นเพียงมาตรการหนึ่งเท่านั้น การดูแลนักท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวในภาพรวมทั้งหมดเพื่อให้สอดคล้องต่อ ICPT ยังต้องทำอย่างต่อเนื่องต่อไปเพื่อให้การท่องเที่ยวไทยมีมาตรฐานสูงยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งนี้ การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปกรอบนโยบายของรัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มุ่งเน้นให้การท่องเที่ยวของไทยเป็น Top of Mind ของโลกอย่างต่อเนื่องต่อไป 

นอกจากนี้ โฆษกกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวยังกล่าวเสริมอีกด้วยว่า ผู้แทนจากสถานทูตที่เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการทุกท่านชื่นชมแนวคิดและการประชุมของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวเป็นอย่างมากที่ได้สร้างความเข้าใจมากขึ้นสำหรับการทำงานของตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เป็นการหารือกันอย่างใกล้ชิดแบบตรงไปตรงมาระหว่างตำรวจสองหน่วยงานกับเจ้าหน้าที่กงสุลจากสถานทูตของต่างประเทศ 

ในนามของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวและผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พล.ต.ท. สุคุณ พรหมายน จึงขอถือโอกาสนี้ขอบคุณผู้แทนจากสถานทูตทุกท่าน สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสำหรับความร่วมมือในครั้งนี้

'สนธิ-จักรทิพย์' ซึ้งใจ!! มอบเงินแสนหนุนสุดยอดแท็กซี่ใจบุญ ช่วยพาครอบครัวทุกข์ยากกลับอุดรฯ โดยไม่คิดเงินสักบาท

(23 ส.ค. 65) 'คุณตุ้ม' อนุรักษ์ นาคแกมทอง คนขับแท็กซี่ใจบุญได้รับคำเชิญให้มาเยือนบ้านพระอาทิตย์ เนื่องจากคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ได้รับทราบข่าวที่คุณอนุรักษ์ ตัดสินใจขับรถข้ามจังหวัด ตีรถจากกรุงเทพฯ หลายร้อยกิโลเมตร เป็นเวลากว่า 7 ชั่วโมง ไปส่ง พ่อ-แม่-ลูก ซึ่งถูกไล่ออกจากห้องเช่ากลับบ้านญาติที่ จ.อุดรธานี โดยไม่คิดค่าโดยสารแม้แต่บาทเดียว แม้ว่าตอนนั้นในกระเป๋าของคุณอนุรักษ์จะมีเงินอยู่เพียงพันกว่าบาท หรือ พอแค่เติมแก๊สไป-กลับได้เท่านั้น

คุณอนุรักษ์ เล่าว่า วันนั้นอยู่ในช่วงเทศกาลวันแม่รถก็ติดมาก หลังขับรถออกมารับผู้โดยสารตามปกติตั้งแต่เวลา 15.00 น. กระทั่งช่วงประมาณ 00.00 น. ขับมาถึงบริเวณ ถ.วิภาวดีรังสิต จึงตัดสินใจเข้าไปหาผู้โดยสารในสถานีรถไฟหลักสี่ และพบผู้ชายคนหนึ่งนั่งหน้าเศร้าอยู่กับผู้หญิงอีกคนที่ในมือกำลังอุ้มลูกอยู่ มองออกไปเห็นผู้ชายคนนั้นลุกขึ้นไปเรียกแท็กซี่คันข้างหน้าและพูดคุยกันอยู่นาน สุดท้ายก็ไม่ได้ขึ้นรถคันนั้นไป เมื่อถึงจังหวะจึงได้เรียกทั้งครอบครัวขึ้นมาพูดคุยกันบนรถ

เมื่อเปิดประตูเข้ามานั่งในรถ เสียงร้องไห้ของผู้หญิงก็ดังขึ้น สลับกับเสียงงอแงของลูกน้อย พร้อมกับคำบอกเล่าของผู้เป็นพ่อที่น้ำตาซึม บอกว่า ถูกไล่ออกมาจากห้องเช่า ไม่มีเงิน ไม่มีงาน เพราะปกติรับจ้างรายวันมีรายได้แค่พอเลี้ยงชีพเท่านั้น ตอนนี้ต้องการกลับบ้านที่ จ.อุดรธานี เพราะอยู่ที่กรุงเทพฯ ต่อไปไม่ไหว คุณอนุรักษ์ เห็นหน้าเด็กเล็กในอ้อมกอดของแม่ดูคล้ายกับไม่สบายจึงรู้สึกสงสาร และตัดสินใจว่าจะขับรถไปส่งทั้ง 3 คนให้ถึงบ้าน

"ตอนนั้นดึกแล้ว ตอนแรกผมก็ลังเลว่าจะหาใครช่วยอีกได้ไหม แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจช่วยเอง เพราะถ้าปัดให้คนอื่นช่วยก็เหมือนไปรบกวนเขาอีก" คุณอนุรักษ์บอก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top