Monday, 6 July 2026
NEWS FEED

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 'ไทย-เวียดนาม' จับมือดันราคาข้าวเพื่อชาวนา!!

'อลงกรณ์' เผยเจรจาเวียดนามสำเร็จตกลงจับมือไทยยกระดับราคาข้าวในตลาดโลก เตรียมเสนอรัฐมนตรีเกษตร "เฉลิมชัย-เล มิน ฮวาน" ตั้งกลไกขับเคลื่อนพร้อมขยายการค้าสินค้าเกษตร2ชาติ

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยวันนี้ (29 ส.ค)ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามตามที่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมายว่า ในการเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามครั้งนี้นับว่าประสบความสำเร็จในการขยายความร่วมมือด้านการเกษตรและการค้าระหว่าง 2 ประเทศโดยเฉพาะผลการประชุมหารือความร่วมมือด้านข้าวกับ นายเจิ่น แทงห์ นาม (H.E. Mr. Tran Thanh Nam) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทและคณะผู้บริหารระดับสูง ณ นครเกิ่นเทอ โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ.เวียดนามยืนยันอย่างแข็งขันและมุ่งมั่นในการร่วมมือกับไทยยกระดับราคาข้าวในตลาดโลก

“การเจรจาครั้งนี้เป็นการเจรจารอบที่2ต่อจากการประชุมหารือที่ฝ่ายไทยเสนอข้อริเริ่มให้มีความร่วมมือร่วมกันยกระดับราคาข้าวที่กรุงเทพเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาและรายงานให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรทั้ง2ฝ่ายคือดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และนายเล มิน ฮวาน (Mr. Le Minh Hoan) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและพัฒนาได้ทราบและเห็นด้วยในหลักการจนนำมาสู่การเจรจาล่าสุดนับเป็นความสำเร็จและเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยและเวียดนามซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกข้าวอันดับที่2และ3ของโลกตกลงร่วมมือกันเพื่อยกระดับราคาข้าวในตลาดโลก เป็นงานที่ยากและยังมีภารกิจที่ท้าทายรออยู่เบื้องหน้าจะสำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่ยังตอบไม่ได้แต่วันนี้เราได้เริ่มเดินก้าวแรกร่วมกันแล้วในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ด้านการเกษตร”

นายอลงกรณ์กล่าวว่า “เราเห็นตรงกันว่าราคาข้าวในตลาดโลกไม่เป็นธรรมกับประเทศผู้ผลิตและชาวนาของ2ประเทศมาเป็นเวลายาวนานนำมาซึ่งหนี้สินและความยากจนจึงถึงเวลาที่ต้องต่อสู้เพื่อชาวนา ตัวอย่างชัดเจนที่สุดคือราคาข้าวในปัจจุบัน ไม่สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตข้าวที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งราคาปุ๋ยและราคาน้ำมันจากผลกระทบของวิกฤตการณ์โควิด19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครนหากปล่อยสถานการณ์ราคาข้าวเป็นอยู่เช่นนี้ชาวนาจะอยู่ไม่ได้เพราะขาดทุนหันไปทำเกษตรอื่นที่มีรายได้มากกว่าจะส่งผลให้ปริมาณการผลิตข้าวลดลงในระยะยาวกระทบต่ออุปทานข้าวของโลกสวนทางกับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นและปัญหาความมั่นคงด้านอาหารจะรุนแรงมากขึ้น”

นายอลงกรณ์เปิดเผยด้วยว่า ทั้ง2ฝ่ายจะนำเสนอผลสรุปของการประชุมเสนอต่อรัฐมนตรีเกษตรของ2ประเทศเพื่อตั้งกลไกขับเคลื่อนร่วมกันในรูปของคณะทำงานเฉพาะกิจ และให้แจ้งสมาคมชาวนา สมาคมผู้ค้าข้าว สถาบันอาหารและสมาคมผู้ส่งออกข้าวของไทยและเวียดนามได้ทราบถึงแนวทางความร่วมมือดังกล่าว รวมทั้งจะเจรจาความร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตและผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อื่น ๆ ต่อไป

โดยระหว่างนี้จะกระชับความร่วมมือด้านข้าวระหว่างไทยกับเวียดนามในระดับองค์กรชาวนาและหน่วยงานด้านการเกษตรให้มากขึ้นซึ่งนายฟาน จี๊ ทัญ เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทยมีส่วนสำคัญต่อการประสานความร่วมมือระหว่าง2ประเทศในครั้งนี้

นิพนธ์ ยัน ปชป.พร้อมเปิดโอกาสคนรุ่นใหม่มาร่วมกันพัฒนาพรรค พัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรือง ในเวทียุวประชาธิปัตย์ สงขลา รุ่นที่ 2

นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคปชป. เป็นประธานในพิธีปิดการอบรมโครงการค่ายผู้นำเยาวชนยุวประชาธิปไตย ในศตวรรษที่ 21 รุ่นที่ 2 โดยมีนายสรรเพชญ บุญญามณี ผู้ช่วยดำเนินงานนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา นายเกรียงไกร คมขำ ผอ.หลักสูตรค่ายผู้นำเยาวชนยุวประชาธิปไตยในศตวรรษที่ 21 รุ่นที่ 2  นายจักรธร สุริยแสง นายกเทศบาบเมืองเขารูปช้าง และวิทยากรจาก Trainning&Coaching Company   และเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมในพิธีปิด ณ อาคารศูนย์บริบาลผู้สูงอายุองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา

นายนิพนธ์ บุญญามณี กล่าวว่า ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากอิทธิพลของเทคโนโลยีและสภาวะ วิกฤตที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ประชากรโลกต้องปรับตัวให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ ผู้นำประเทศต้องปรับบทบาททางการบริหารเพื่อรักษาสภาวะทางสังคมให้มีความสมดุลมากขึ้น การเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีบทบาทในการเสนอความคิดเห็นและแนวทางการแก้ปัญหาอย่างวิถีทางประชาธิปไตยนั้น จะทำให้ประเทศขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพเด็กและเยาวชน นับเป็นกลุ่มประชาชนกลุ่มแรกที่ควรเร่งผลักดัน เพื่อเป็นพลังสำคัญ ในการสร้างความตระหนักรับรู้ถึงความเป็นประชาธิปไตย เพื่อให้ท้องถิ่นมีการพัฒนาที่เพิ่มขึ้น

การเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง จะเป็นการฝึกทักษะกระบวนการทำงานแบบมีบูรณาการและยอมรับความเห็นต่างอย่างเข้าใจ อันเป็นรากฐานของความเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ จึงถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพราะได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพราะวัยนี้ถือเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ จากสถานการณ์ปัจจุบันกับอดีต จึงอาจมีความแตกต่างกันบ้าง คนหนุ่มคนสาวจึงถือเป็นอนาคตของประเทศ ความคิดเห็นทางการเมืองจึงมีข้อแตกต่างกันได้ สังคมส่วนใหญ่จึงต้องมองที่เหตุและผล 

พรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นพรรคที่ไม่มีเจ้าของสมาชิกทุกคนเป็นเจ้าของเหมือนกัน เป็นสถาบันทางการเมือง โดยมีการตั้งพรรคมาตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2489 มาพร้อมกับอุดมการณ์ 10 ข้อ อาทิอุดมการณ์ข้อที่ 1 คือพรรคปชป.ต้องทำการเมืองด้วยความบริสุทธิ์  อุดมการณ์ที่ 2 คือความซื่อสัตย์สุจริตในทางการเมือง ซึ่งถือเป็นหลักปฏิบัติของพรรคปชป. ส่วนอุดมการณ์ข้อที่ 5 พรรคต้องมีการกระจายอำนาจการดำเนินการในท้องถิ่นให้มากที่สุด ในข้อที่ 6 พรรคมีจุดประสงค์ที่จะให้คนไทยมีที่ทำกิน มีที่อยู่ และอาชีพ เป็นต้น

จนผ่านมาถึงวันนี้ย่างเข้าปีที่ 77 สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พรรคปชป.จะขับเคลื่อนต่อไป และการจัดกิจกรรมวันนี้จึงเป็นสิ่งที่พรรคปชป.จะทำอย่างต่อเนื่อง เพราะคนรุ่นใหม่คืออนาคตของประเทศ และปชป.ก็พร้อมให้โอกาสกับคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถ้าเราทุกคนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่า ปชป.ก็พร้อมรองรับคนรุ่นใหม่ มาร่วมกันคิดร่วมกันทำมาร่วมกันพัฒนาพรรค พัฒนาประเทศชาติให้มีความเจริญรุ่งเรือง เพราะนี่คือคนหนุ่มคนสาวที่มีไฟแรง เปรียบเสมือนคลื่นลูกใหม่ เป็นคลื่นลูกใหม่ที่มีพลัง 

‘ไข่เจียวปู-ข้าวซอย-ไส้กรอกอีสาน’ โดนใจชาวโลก ขึ้นแท่นสตรีทฟู้ดยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย

โฆษกรัฐบาล เผย ไข่เจียวปู-ข้าวซอย-ไส้กรอกอีสาน ขึ้นแท่น สตรีทฟู้ด ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย เร่ง Soft Power อาหารไทย โกอินเตอร์ 

เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า CNN Travel ได้เผยแพร่รายชื่อ 50 อันดับอาหารข้างทางที่ดีที่สุดในเอเชีย (50 of the best street foods in Asia) โดยมี 3 เมนูอาหารข้างทางของไทย  ได้แก่ ไข่เจียวปู ข้าวซอย และไส้กรอกอีสาน ติดรายชื่อ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่อาหารข้างทาง (Street foods) ของไทยยังคงสร้างความประทับใจให้คนทั่วโลก โดยรัฐบาลเดินหน้าส่งเสริม Soft Power ของไทยในด้านอาหาร และด้านอื่นสู่เวทีโลก

สมาคมศิษย์เก่าเบญจมฯ ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนกิจกรรมสนับสนุนการศึกษา

เมื่อ 28 ส.ค.65 เวลา 14.30 น. ที่ห้องประชุมอาคารสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ โดยนายประโยชน์ โสรัจจกิจ นายกสมาคมศิษย์เก่าเบญจมฯ ได้เชิญคณะกรรมการบริหารและที่ปรึกษาของสมาคมร่วมประชุม 

โดยมีเรื่องที่พิจารณาตามวาระต่างๆ เช่น การจัดงานคืนสู่เหย้าชาวเบญจมฯ 130  ปี โดยสองปีที่ผ่านมาเกิดภาวะโรคระบาดโควิด-19 จึงได้เว้นการจัดมาสองปีติดต่อกัน แต่เนื่องจากครั้งนี้คณะกรรมการเห็นว่าการระบาดของโควิด-19 ได้บรรเทาลงแล้ว จึงพิจารณาให้มีการจัดกิจกรรมขึ้น โดยกำหนดการไว้ประมาณ ต้นเดือนมกราคม 2566 

คณะวิศวกรรมศาสตร์ เจ้าคุณทหารลาดกระบัง เปิดโครงการ 'K - Engineering World Tour and Workstop 2022'

เมื่อวันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2565 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้เปิดโครงการ K-Engineering World Tour and Workshop 2022 เพื่อเป็นเวทีให้นักศึกษา อาจารย์ และบุคลากรของคณะได้เผยแพร่ผลงานด้านสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมต่อสาธารณชน โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังเป็นประธานเปิดงาน และรองศาสตราจารย์ ดร. สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังกล่าวรายงาน 

ทั้งนี้ในงานยังจัดให้มีปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "อนาคตระบบรางไทยโอกาสและความท้าทาย” โดย ดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางรางกระทรวงคมนาคม ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "อนาคตการผลิตภาคการเกษตรและการผลิตพืชปลอดภัยภายใต้ดิจิทัลและเทคโนโลยี” โดย คุณรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ความร่วมมือเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ระบบรางระหว่างบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด และคณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล.” โดย ดร.สุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด 

ภายในงานยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยกว่า 400 ชิ้นสุดยอดนวัตกรรมยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยต่อยอดได้จริงตอบโจทย์ภาคสังคมและอุตสาหกรรม เช่น รถไฟไทยทำ รถไฟฟ้า Unicon เสาไฟอัจฉริยะ สามล้อไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุ หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อ ตู้จ่ายยาอัตโนมัติ เครื่องฟังตรวจดิจิทัล และอื่นๆ อีกมากมาย และมีผู้เข้าร่วมงานกว่าหนึ่งหมื่นคน

เคาะแล้ว!! ค่าจ้างขั้นต่ำปี 65 ขึ้นสูงสุด 354 บาท ต่ำสุด 328 บาท มีผล 1 ตุลาคมนี้

มติคณะกรรมการค่าจ้าง สรุปผลปรับค่าจ้างขั้นต่ำปี  2565 แบ่งเป็น 9 อัตรา ชลบุรี ระยอง ภูเก็ตขึ้นสูงสุด 354 บาท ต่ำสุดอยู่ที่ยะลา ปัตตานี นราธิวาส น่าน และอุดรธานี ปรับขึ้น 328 บาท ส่วนกรุงเทพและปริมณฑล อยู่ที่ 353 บาท กระทรวงแรงงาน สรุปผลเสนอ ครม.พิจารณาโดยเร็วที่สุดเพื่อให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป

นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 21 ครั้งที่ 8/2565 ว่า คณะกรรมการค่าจ้างได้ประชุมพิจารณาและมีมติการขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ประจำปี 2565 โดยได้ข้อสรุปร่วมกันในการปรับขึ้นซึ่งแบ่งเป็น 9 อัตรา ได้แก่ 

1) ค่าจ้าง 354 บาท มี 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง และภูเก็ต 

2) ค่าจ้าง 353 บาท มี 6 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร 

3) ค่าจ้าง 345 บาท มี 1 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา 

4) ค่าจ้าง 343 บาท มี 1 จังหวัด คือ พระนครศรีอยุธยา 

5) ค่าจ้าง 340 บาท มี 14 จังหวัด คือ ปราจีนบุรี หนองคาย อุบลราชธานี พังงา กระบี่ ตราด ขอนแก่น เชียงใหม่ สุพรรณบุรี สงขลา สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา ลพบุรี และสระบุรี

6) ค่าจ้าง 338 บาท มี 6 จังหวัด คือ มุกดาหาร กาฬสินธุ์ สกลนคร สมุทรสงคราม จันทบุรี และนครนายก

7) ค่าจ้าง 335 บาท มี 19 จังหวัด คือ เพชรบูรณ์ กาญจนบุรี บึงกาฬ ชัยนาท นครพนม พะเยาสุรินทร์ ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย พัทลุง อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ พิษณุโลก อ่างทอง สระแก้ว บุรีรัมย์ และเพชรบุรี 

8) ค่าจ้าง 332 บาท มี 22 จังหวัด คือ อำนาจเจริญ แม่ฮ่องสอน เชียงราย ตรัง ศรีสะเกษ หนองบัวลำภู อุทัยธานี ลำปาง ลำพูน ชุมพร มหาสารคาม สิงห์บุรี สตูล แพร่ สุโขทัย กำแพงเพชร ราชบุรี ตาก นครศรีธรรมราช ชัยภูมิ ระนอง และพิจิตร

9) ค่าจ้าง 328 บาท มี 5 จังหวัด คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส น่าน และอุดรธานี

'ปลัดฯ จตุพร' เคาะงบกองทุนสิ่งแวดล้อม ปี 2566 พร้อมตั้งอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

(26 สิงหาคม 2565) เวลา 13.30 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 3/2565 ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะกรรมการจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม ชั้น 17 อาคารกระทรวงฯ และผ่านระบบ Video Conference โดยมี นายมนต์สังข์ ภู่ศิริวัฒน์ รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นฝ่ายเลขานุการฯ โดยได้เน้นย้ำ ให้ทุกโครงการที่ขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนฯ ต้องตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน 

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบ ร่างประกาศคณะกรรมการกองทุนสิ่งแวดล้อม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นคำขอรับเงินช่วยเหลือและอุดหนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อม ตามมาตรา 23(4) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.... อีกทั้งเห็นชอบแผนการบริหารกองทุนสิ่งแวดล้อม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - 2570 ตามเกณฑ์การประเมินทุนหมุนเวียน เพื่อให้กองทุนสิ่งแวดล้อมมีกรอบทิศทางในการบริหารและขับเคลื่อนการดำเนินงานของกองทุนฯ ที่ชัดเจน ตลอดจนเห็นชอบ ร่าง ตัวชี้วัดการประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน (กองทุนสิ่งแวดล้อม) ประจำปีบัญชี 2566 และการอนุมัติจัดสรรเงินกองทุนสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานกองทุนสิ่งแวดล้อม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ( 1 ตุลาคม 2565 ถึง 30 กันยายน 2566) ภายใต้แผนปฏิบัติการระยาวกองทุนสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2566 - 2570 และแผนปฏิบัติงานกองทุนสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

น้ำตานอง!! 'แม่-ลูก' พลัดพราก 18 ปี กลับมาพบกันได้เพราะ Facebook

เป็นเรื่องราวสุดประทับใจ ชีวิตเหมือนดั่งละคร เมื่อป้าพวง ชาวอุดรธานี วัย 50 ปี เจอลูกชายหัวแก้วหัวแหวน พลัดพรากจากกันถึง 18 ปี เหมือนฝันที่เป็นจริง หมอดูเคยทักอายุ 50 ปีเมื่อไร คนอยู่ไกลจะตามหาและอยู่สบาย ลูกชายเผยตั้งใจสมัครเฟซบุ๊กตามหาแม่

26 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวจ.อุดรธานี รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา มีเรื่องราวที่น่าประทับใจที่แม่ลูกตามหากันนานถึง 18 ปีสุดท้ายวันนี้ที่รอคอยก็เป็นความจริง เป็นชีวิตของป้าพวง อายุ 50 ปี ชาวอ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ที่ต้องพลัดพรากจากลูกชายมานานถึง 18 ปี วันนี้ก็เป็นจริงพบกันแล้ว

โดยนายวีระพล รักเสมอวงศ์ รองประธานสภาเทศบาลเมืองบ้านดุง และแอดมินเพจบ้านดุงอัพเดท ได้เดินทางไปส่งป้าพวง บรรณาวิทย์ อายุ 50 ปี ชาวอ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เพื่อไปหาลูกชายที่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ หลังจากลูกชายตามหาแม่มานานถึง 18 ปี โดยก่อนเดินทางป้าพวง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาว่า ตนเองเคยแต่งงานอยู่กันกับสามีชาวพัทลุง มีลูกชายด้วยกัน 2 คน ชื่อต้นและเต้ย แต่มีปัญหาครอบครัวต้องเลิกรากันไป สามีไปมีภรรยาใหม่

จากนั้นตนเองได้เดินทางกลับมาบ้านที่ อ.บ้านดุง ตนเองก็มีสามีใหม่ แต่ชีวิตไม่ราบรื่น ต้องอดทนอยู่กับสามีใหม่ รับจ้างหาเงินมาให้สามี หากไม่ได้ก็ถูกสามีทำร้าย พูดอะไรไม่ได้มากเพราะมาอยู่บ้านสามี แถมแม่ผัวไม่ชอบ บังคับหาเงินให้ใช้จ่ายเคยหนีไปนอนในป่าเป็นเดือนเพราะสามีทำร้าย ตนเองต้องทนทุกข์ทรมานมาหลายสิบปี เคยคิดฆ่าตัวตายหลายครั้งเพราะสามีและแม่ผัวไม่ชอบ แต่ก็หวังว่าจะได้เจอลูกชายบ้างก่อนตาย แต่ก็เป็นแค่ความหวังลมๆ แล้งๆ 

เมื่อหลายปีก่อนได้ไปดูดวงกับหมอดูใบไม้ หมอดูบอกว่า อายุจะย่างเข้า 50 ปีเมื่อไหร่ คนทางไกลจะตามหาและจะมารับไปอยู่ด้วย จากนั้นชีวิตก็จะสุขสบาย ไม่คิดว่าวันนี้จะเป็นจริง ลูกชายคนเล็กคือน้องเต้ย ติดต่อมาจากสุรินทร์บอกว่าตามหาแม่และจะพาแม่ไปอยู่ด้วย ขอบคุณนายวีระพล ที่ช่วยเหลือพาไปส่งเพื่อไปหาลูกชาย ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะเจอลูกชายที่จากกันมานาน ป้าพวงพูดไปและน้ำตาไหลออกมาด้วย

‘ดร.สมเกียรติ’ แนะ พ่อแม่ไม่ควรกดดันลูกเรื่องการสอบ ชี้ คนที่มีความสุข ไม่จำเป็นต้องจบหมอ - วิศวะเท่านั้น

(26 ส.ค. 2565) ดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้

#พ่อแม่ควรอ่าน...โรงเรียนประถมที่สิงคโปร์ ส่งจดหมายถึงผู้ปกครองก่อนสอบ...

เรียนท่านผู้ปกครอง

การสอบของลูก ๆ คุณใกล้จะมาถึงแล้ว...เรารู้ว่ามันทำให้ท่านวิตกกังวล ว่าลูกของท่านจะทำสอบได้หรือไม่

แต่โปรดจำไว้ว่า...ในกลุ่มเด็ก ๆ ที่นั่งสอบอยู่นี้

มีศิลปินที่ไม่มีความจำเป็นที่จะรู้เรื่องคณิตศาสตร์

มีนักธุรกิจที่ไม่สนใจเรื่องประวัติศาสตร์

หรือการประพันธ์ภาษาอังกฤษ

มีนักคอมพิวเตอร์

ที่ไม่สนใจเรื่องคะแนนสอบวิชาเคมี

มีนักกีฬา

ที่สนใจเรื่องความสามารถทางร่างกายมากกว่าวิชาฟิสิกซ์

ถ้าลูกคุณทำคะแนนได้ท็อป

นั่นสุดยอด แต่ถ้าเค้าทำไม่ได้

ได้โปรดอย่าทำลายความเชื่อมั่น

และความนับถือตัวเองของเค้าไป

บอกเค้าว่ามัน OK

มันแค่การสอบ มันยังมีอะไรอีกมากมายในชีวิต

รู้จัก 'Quiet Quitting' การทำงานสไตล์คน 'Gen Z' ขอแค่ทำตามหน้าที่ ไม่วิ่งตามวัฒนธรรมบูชางาน

นับว่าเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงอย่างมาทั้งใน TikTok และ Twitter เลย เกี่ยวกับเรื่องพฤติกรรมการทำงานของคนรุ่นใหม่ โดยพฤติกรรมนี้มีชื่อเรียกว่า 'Quiet Quitting' หรือ 'QQ' เป็นการใช้ชีวิตเสมือน 'ลาออกแบบเงียบๆ' แต่ 'ไม่ได้ลาออกจริงๆ' โดยใช้วิธีกำหนดขอบเขตการทำงานของตัวเองอย่างชัดเจนเพื่อ 'ลดความเครียด' หรือหาทางหลีกเลี่ยงภาวะหมดไฟในการทำงานไปแบบดื้อๆ

QQ มักมาจากการที่เริ่มรู้สึกว่าความพอใจหรือภูมิใจในงานที่ตัวเองทำอยู่ลดลง ทำให้ไม่ได้รู้สึกกระตือรือร้นกับการทำงานเพื่อการเติบโตอีกต่อไป

ทว่า แม้จะไม่ได้ความสุขกับการทำงานแล้ว แต่ก็ยังไม่พร้อมที่จะลาออก จึงเลือกโฟกัสกับงานในส่วนแค่ที่ตัวเองต้องรับผิดชอบเท่านั้น เพราะไม่ได้รู้สึกว่าต้องการความเติบโตอย่างโดดเด่น แต่อยากมีความบาลานซ์ในชีวิตมากกว่า

ความน่าสนใจคือพฤติกรรมเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ 'Gen Z' ที่มองหา 'งานที่แฟร์' และ 'Work Life Balance' มากกว่าการเติบโตอย่างโดดเด่นในองค์กรที่ต้องแลกมาด้วยการทุ่มเทแรงกายแรงใจเหมือนคนในเจเนอเรชันก่อนๆ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top