Monday, 8 June 2026
NEWS FEED

‘รถถัง จิตรเมืองนนท์’ ส่งข้อความถึง ‘มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก’ ชวนซ้อมมวยไทย!! ซีอีโอเฟซบุ๊กบอกพร้อมมาก ขอให้แวะมาแคลิฟอร์เนีย

(7 ก.ย. 68) รถถัง จิตรเมืองนนท์ สุดยอดนักมวยไทยระดับโลก อดีตแชมป์ ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ส่งข้อความส่วนตัวไปหามาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอเฟซบุ๊ก หลังเล่าความตั้งใจว่าอยากมีโอกาสได้ซ้อมมวยไทยด้วยกันสักครั้ง

“ขอบคุณพี่มากที่ตอบกลับผม ผมหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้มีโอกาสซ้อมมวยไทยด้วยกัน” รถถัง ส่งข้อความไปหา มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก

โดยมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ตอบกลับอย่างเป็นมิตร ระบุว่ายินดีจะได้ซ้อมด้วย พร้อมบอกให้แจ้งหากมีแผนเดินทางไปแคลิฟอร์เนีย 

“ผมก็ยินดีที่จะได้ซ้อมด้วยกันนะ บอกผมด้วยถ้าคุณมีแผนจะไปแคลิฟอร์เนีย!” ซัคเคอร์เบิร์ก ตอบกลับ

ทั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน รถถังเคยทักหาซัคเคอร์เบิร์กมาแล้วครั้งหนึ่งเพื่อขอความช่วยเหลือด้านปัญหาการใช้งานเฟซบุ๊ก ซึ่งเจ้าตัวก็ได้รับการตอบกลับและช่วยแก้ปัญหาให้เช่นกัน

เชียงใหม่-"𝐂𝐀𝐌𝐓 มช. เปิดพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ เรียนรู้ ทดลอง และเติบโต “CAMT OPEN HOUSE 2025“

วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดกิจกรรมเปิดบ้านวิชาการ CAMT OPEN HOUSE 2025"Explore Your Potential"พบกับโอกาสการเรียนรู้ที่รอคุณอยู่

วันเสาร์ที่ (6 ก.ย. 68) วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดกิจกรรมเปิดบ้านวิชาการ “CAMT OPEN HOUSE 2025”ซึ่งในปีนี้มากับตีม "Explore Your Potential" หรือ "สำรวจศักยภาพของคุณ" เป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นการค้นหา การพัฒนา และการนำความสามารถที่ซ่อนอยู่ของตัวเองออกมาใช้อย่างเต็มที่ โดยได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรวิชญ์ จันทร์ฉาย คณบดีวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี กล่าวต้อนรับ นักเรียนและผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม กว่า 1,200 คน ณ เวทีกลางอาคารศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้ วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ทั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์หลักสูตร เนื้อหา การเรียน การสอน และ แนวทางการศึกษาต่อในระดับต่างๆ ของ วิทยาลัยฯ เพื่อส่งเสริมการค้นพบศักยภาพภายใต้แนวคิด "Explore Your Potential" และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ลงมือปฏิบัติจริง (Hands-on Experience) เพื่อสำรวจความถนัด และความสนใจของตนเองในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างพื้นที่ให้นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายได้แสดงศักยภาพด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีผ่านการประกวดแข่งขัน เพื่อสร้างเครือข่ายและความร่วมมือ แลกเปลี่ยนความรู้ และสร้างแรงบันดาลใจระหว่างนักเรียน รุ่นพี่นักศึกษา คณาจารย์ รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับคณะครูทั่วภาคเหนือในการส่งเสริมศักยภาพด้านเทคโนโลยีให้แก่นักเรียนณ  อาคารศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้ วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยกิจกรรม Walkin ฐานกิจกรรม 5 สาขา เยี่ยมชมหลักสูตรและผลงานรุ่นพี่แต่ละสาขา รวมถึงถามตอบแนวทางการศึกษาต่อวิทยาลัยฯกับรุ่นพี่อย่างใกล้ชิด ผ่านฐานกิจกรรมทั้ง 5 สาขา ได้แก่สาขาวิชาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ,สาขาวิชาการจัดการสมัยใหม่ และเทคโนโลยีสารสนเทศ ,สาขาวิชาแอนนิเมชันและวิชวลเอฟเฟกต์ ,สาขาวิชาดิจิทัลเกมทดลองเล่นเกมจากผลงานรุ่นพี่ และสาขาบูรณาการอุตสาหกรรมดิจิทัล 
 
นอกจากนี้มี กิจกรรม Workshop บูสสกิลด้านเทคโนโลยีกับ AI กิจกรรม CONTEST ประกวดแข่งขัน จากน้องๆ ม.ปลาย ที่มีความฝันอยากสร้างสรรค์นวัตกรรม โค้ดดิ้งเกม หรือสร้างสรรค์ดนตรีจากภาพ เปิดเวทีให้ทุกคนมาประลองฝีมือ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 30,000 บาท การประกวดแข่งขัน  4 รายการ ได้แก่ การประกวดแนวคิดนวัตกรรม, การประกวดวงดนตรี (Visual Music), การประกวดสร้างเกม (Young Game Dev) และการประกวดคอสเพลย์ โดยมี อาจารย์ ดร.กลวัชร คล้ายนาค รองคณบดีฯให้เกียรติมอบรางวัล การประกวด และความบันเทิง วงดนตรี จากสโมสรนักศึกษา วง BOOST ENERGY และ THREEDOTS.BAND และศิลปินศิษย์เก่าจากวิทยาลัยฯ Nice cnx  อีกด้วย …พัฒนชัย /เชียงใหม่ รายงาน

เชียงใหม่-“คุณหยก” ที่ปรึษาประธานกรรมาธิการ การศาสนาฯ สภาผู้แทนฯ ถวายสักการะแด่พระสงฆ์สายธรรมยุต ประชุมที่วัดเจดีย์หลวง

(7 ก.ย. 68) “คุณหยก”กชพร เวโรจน์ ที่ปรึษาประธานกรรมาธิการ การศาสนาฯ สภาผู้แทนฯ ถวายสักการะ (กำลังใจ) แด่พระสงฆ์สายธรรมยุต 350 วัด ประชุมที่วัดเจดีย์หลวง พร้อม
ดูแลทุกๆศาสนาเพื่อให้คงอยู่คู่ชาวไทย

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 พระสงฆ์สายธรรมยุต จัดประชุมพระสังฆาธิการคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ -ลำพูน-แม่ฮ่องสอน (สายธรรมยุต) ที่อาคารปฏิบัติธรรมสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ(อนุพรมมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดย พระเทพวชิราธิบดี (ฤทธิรงค์ ญาณวโร) ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 6-7 (ธรรมยุต) เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าดาราภิรมย์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ปกครองคณะสงฆ์ธรรมยุตในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในการจัดการประชุม โดยมีพระสงฆ์ระดับเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาสวัด รองเจ้าอาวาสวัด พระอุปัชฌาย์ จำนวน 350 วัด และ หัวหน้าที่ปรึกษาสำนักสงฆ์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักพุทธ เข้าร่วมประชุม พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้เชิญ ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษามหาเถรสมาคม มาบรรยายถวายคำแนะนำเรื่องกฎระเบียบการทำบัญชีรายรับรายจ่ายของวัด

ก่อนการประชุม คุณหยก กชพร เวโรจน์ หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ และในฐานะที่ปรึษาประธานกรรมาธิการ การศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร และในฐานะประธานชมรม Change Together byมาดามหยก และ INDY TEAM เข้าถวายพานพุ่มดอกบัว สักการะ แด่พระสงฆ์ โดย มอบปัจจัยค่าน้ำปานะจำนวนหนึ่ง จัดเลี้ยงโรงทาน ขนมหวาน

คุณหยก กชพร เวโรจน์  ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการ การศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ประชุมพระสังฆาธิการคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ -ลำพูน-แม่ฮ่องสอน (สายธรรมยุต) วันนี้ ได้มาถวายพานพุ่มดอกบัวสักการะ(ถวายกำลังใจ)พระเถระ 350 วัด ซึ่งขอยืนยันปกป้องดูแลทุกศาสนา ดูแลพระเถระที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ที่ยังมีจำนวนมาก และยังรวมไปถึงทุก ๆ ศาสนา ทุกนิกายนิกาย มีทั้งทำดี และที่ทำไม่ถูกต้องก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะมนุษย์อยู่ในสังคมจะมีทั้งคนดีและคนไม่ดี วงการศาสนาก็เหมือนกัน พระทำผิด ก็ลงโทษตามบทลงโทษไปตามกระบวนการเอาผิดทางวินัย ตามกระบวนการที่มีอยู่ พร้อมเป็นกำลังใจให้ทุกศาสนาต่อไป -พัฒนชัย/เชียงใหม่ รายงาน

สมุทรปราการ-นายกแดง บางเมือง ผลักดันท้องถิ่นเปิดงานมหกรรมอาหารอร่อยและของดีตำบลบางเมือง ชิม ช้อป ชม ลุ้นโชค สินค้า OTOP 

(6 ก.ย. 68) ที่ผ่านมา นาวาเอก อนุศักดิ์ นาคทิม นายกเทศมนตรีตำบลบางเมือง เป็นประธานกล่าวเปิดงาน มหกรรมอาหารอร่อยและของดีเทศบาลตำบลบางเมือง ชิม ช้อป ชม ลุ้นโชค สินค้า OTOP สินค้าชุมชน ทั้งนี้มีการประกวดร้องเพลงคาราโอเกะ การประกวดส้มตำลีลา การประกวดความสามารถพิเศษเหล่า LGBTQ+ และกิจกรรมลุ้นโชค 

เล่นเกมรับของรางวัลมากมาย ระหว่าง วันที่ 6-7 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุมอาคารศูนย์พักรักษาใจ เทศบาลตำบลบางเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ และชมการแสดงลิเกคณะไนซ์ เฉลิมเกียรติ ภายในกิจกรรมครั้งนี้มีหัวหน้าส่วนราชการ นำโดย นายอิทธิชัย ชูเรณู ปลัดเทศบาลตำบลบางเมือง กล่าวรายงาน

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นายอัครวัฒน์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ กล่าวแสดงความยินดี พร้อมด้วย น.ส.วริศรา มีชัย สมาชิกสภา อบจ.สมุทรปราการ คณะผู้บริหาร ประธานสภา คณะสมาชิกสภาเทศบาล เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง  กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และแขกผู้มีเกียรติ ประชาชน ผู้ประกอบการ กลุ่มอาชีพ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนชาวตำบลบางเมือง และตำบลบางเมืองใหม่ เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้

ด้าน นาวาเอก อนุศักดิ์ นาคทิม นายกเทศมนตรีตำบลบางเมือง กล่าวว่า สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดโครงการ เพื่อประชาสัมพันธ์อาหารอร่อยในชุมชน รวมถึงผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้าชุมชน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและผลิตภัณฑ์ OTOP ของตำบลบางเมืองให้เป็นที่รู้จัก ทั้งนี้เพื่อสร้างรายได้ไห้กับประชาชมผู้มีรายได้น้อย และผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถประกอบอาชีพและมีรายได้ที่มั่นคง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าชุมชน และผลิตภัณฑ์ OTOP ให้เป็นที่ยอมรับด้านคุณภาพ ด้านการบริการ และผลักดันให้เกิดการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการที่ดียิ่งขึ้นต่อไป ซึ่งการจัดโครงการในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 2 แล้ว 

มีผู้เข้าร่วมโครงการ ได้แก่กลุ่มผลิตภัณฑ์ OTOP และคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลพนักงานเทศบาล ลูกจ้างประจำ พนักงานจ้าง รวมจำนวน 900 คน

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

‘อโกด้า’ จัดอันดับ ‘เขาใหญ่’ คว้าอันดับ 2 จุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมของทวีปเอเชีย

(7 ก.ย. 68) ‘เขาใหญ่’ ของประเทศไทยคว้าอันดับ 2 ในการเป็นจุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมของเอเชีย จากการจัดอันดับของแพลตฟอร์มท่องเที่ยวชื่อดัง อโกด้า (Agoda) เป็นรองเพียงจากคาเมรอน ไฮแลนด์ ของมาเลเซีย สะท้อนเสน่ห์ธรรมชาติไทยที่ยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยมีแหล่งอื่น ๆ ที่ติดอันดับ เช่น ปุนจัก (อินโดนีเซีย), ฟูจิคาวากุจิโกะ (ญี่ปุ่น), เขิ่นติง (ไต้หวัน), ซาปา (เวียดนาม), มุนนาร์ (อินเดีย) และพย็องชัง (เกาหลีใต้)

การจัดอันดับครั้งนี้อ้างอิงจากข้อมูลการค้นหาที่พักระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 15 สิงหาคม 2568 ครอบคลุมพื้นที่ชนบทที่มีประชากรไม่เกิน 50,000 คนใน 8 ประเทศเอเชีย แสดงให้เห็นแนวโน้มที่นักท่องเที่ยวนิยมสถานที่ธรรมชาติ วิถีเรียบง่าย และบรรยากาศผ่อนคลายท่ามกลางภูเขาและเนินเขามากขึ้น

ด้าน นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ความสำเร็จของเขาใหญ่เป็นความภาคภูมิใจของประเทศ เนื่องจากพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งป่าไม้ น้ำตก สัตว์ป่า รวมถึงกิจกรรมกลางแจ้ง และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่โดดเด่น พร้อมยืนยันเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม เพื่อสร้างรายได้ กระจายโอกาสสู่ชุมชน และยกระดับไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน

‘มทส.’ สุดเจ๋ง!! สร้างเครื่องระบบตัดสัญญาณควบคุมโดรนระยะไกล ส่งมอบกองทัพภาคที่ 2 ใช้งานจริงในพื้นที่ เสริมภารกิจป้องกันประเทศ

(6 ก.ย. 68) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ได้มีพิธีแถลงข่าวเปิดตัวและทดสอบ “ระบบตัดสัญญาณควบคุมอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ระยะไกล” ซึ่งเป็นผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ชาญชัย ทองโสภา และคณะวิจัย จากสาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อนำไปใช้ป้องกันและรับมือกับโดรนที่ก่อภัยคุกคามด้านความมั่นคงของประเทศ โดยมี พ.อ.สาธิต อุ่นกาย รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 21 ผู้แทนผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 21 กองทัพภาคที่ 2 และคณะเข้าร่วมสังเกตการณ์สาธิต

รศ.ดร.ชาญชัย ทองโสภา อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ และหัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านการประยุกต์ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า มทส. กล่าวว่า ระบบตัดสัญญาณควบคุมอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ระยะไกลนี้ ระบบจะปล่อยสัญญาณรบกวนกำลังสูง ทำให้โดรนที่เข้ามาในพื้นที่สูญเสียการนำทางและสัญญาณควบคุมระยะไกลถูกตัดขาด ส่งผลให้โดรนหยุดนิ่งหรือตกลง สามารถเลือกใช้งานได้ทั้งการป้องกันพื้นที่เฉพาะจุดหรือการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดน ซึ่งมีระยะการรบกวนได้ไกลกว่า 2-10 กิโลเมตร

โดยทางทีมวิจัยได้ทำออกมา 2 แบบ คือ ระบบการตัดสัญญาณควบคุมโดรนแบบรอบตัวรัศมีไม่เกิน 2 กิโลเมตร ส่วนอีกรูปแบบนั้นเป็นแบบบังคับทิศทางซึ่งสามารถเลือกทิศทางที่ต้องการจะตัดสัญญาณโดรนที่บินเข้ามาได้รัศมีไม่ต่ำกว่า 10 กิโลเมตร โดยส่งสัญญาณไปในทิศทางด้านหน้า ซึ่งหลักการของเครื่องตัดสัญญาณก็คือ การส่งสัญญาณเข้าไปรบกวนโดรนทำให้ผู้บังคับโดรนนั้นไม่สามารถควบคุมโดรนที่ส่งออกมาได้

ดร.ชาญชัยกล่าวต่อว่า สำหรับระบบตัดสัญญาณควบคุมอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ระยะไกลที่เห็นนั้นจะเป็นการกำจัดโดนแบบ soft kill คือเป็นการมุ่งเน้นไปที่การตัดหรือรบกวนสัญญาณ ซึ่งโดรนที่ใช้ในปัจจุบันจะแบ่งเป็นประมาณ 7 ประเภท โดยโดรนที่สามารถกำจัดด้วยวิธีการ soft kill มีอยู่ 4 ประเภท ประเภทที่ 1 คือ โดรนที่ทำเองหรือโดรนทางการเกษตร ซึ่งถ้าสามารถรบกวนหรือตัดสัญญาณได้แล้วโดรนจะบินวนไร้ทิศทางและก็จะตกเมื่อแบตเตอรี่หมด

ประเภทที่ 2 คือ โดรนที่โดนรบกวนสัญญาณแล้วจะหยุดนิ่งจนกระทั่งแบตเตอรี่หมดแล้วก็ตกลงพื้น ประเภทที่ 3 เป็นประเภทที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ คือถ้าถูกตัดหรือรบกวนสัญญาณแล้วโดรนจะนิ่งรอสัญญาณสักครู่จนกระทั่งไม่มีสัญญาณส่งมาจากผู้บังคับโดรน โดรนก็จะบินกลับไปยังโฮม คือผู้บังคับโดรนนั่นเอง และแบบที่ 4 คือ โดรนที่สลับความถี่หนีเครื่องรบกวนสัญญาณ แต่เครื่องของทาง มทส.ที่ผลิตนั้นสามารถตามไปรบกวนสัญญาณต่อได้ ถ้าสามารถรู้ความถี่ของโดรนบินเข้ามา

"ส่วนโดรนที่จำเป็นต้องใช้วิธีแบบ hard kill ที่เครื่องรบกวนสัญญาณไม่สามารถใช้การได้ คือ โดรนที่บินได้ด้วยระบบสายไฟเบอร์ออปติก, โดรนที่บินด้วยระบบการวาดแผนที่ และโดรนที่บินด้วยระบบ AI รวมทั้งโดรนบินด้วยระบบผสมทั้งหมด โดรนเหล่านี้ต้องใช้วิธีแบบ hard kill คือการยิงทำลาย" ดร.ชาญชัยกล่าว

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 จะนำเครื่องและระบบตัดสัญญาณควบคุมอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ระยะไกลดังกล่าวไปทดสอบและประยุกต์ใช้งานจริงในพื้นที่ชายแดน เสริมภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศต่อไป

สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร ร่วมกับภาคเอกชนจัดกิจกรรมตระหนักรู้ถึงการป้องกันการฆ่าตัวตาย

(6 ก.ย. 68) คุณโกมล เจียรวนนท์ ประธานที่ปรึกษาประธานคณะผู้บริหาร สำนักประธานคณะผู้บริหาร และเลขาธิการ สมาคมป้องกันการฆ่าตัวตายไทย กรมสุขภาพจิต สมาคมจิตแพทย์ แห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร สมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย เครือข่ายรณรงค์ป้องกันการฆ่าตัวตาย และนักศึกษาหลักสูตรTENX4 ได้จัดงาน Power to Live เนื่องในวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก 2568 ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ทั้งนี้ บริษัท เจียไต๋ จำกัด ขอชวนคนไทยเสริมสร้างพลังใจให้เกิดความสุข ความหวัง รู้ถึงคุณค่าของตนเอง ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  และตระหนักรู้ถึงการป้องกันการฆ่าตัวตาย ลดStigma สร้าง mindset และ skill ในการรับรู้และป้องกันซึมเศร้า และลดโอกาสการฆ่าตัวตาย 

โดย มี พญ.ภาวิณี รุ่งทนต์กิจ ผู้อำนวยการสำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร นายแพทย์จุมภฎ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ผศ.(พิเศษ) นพ.ปราการ ถมยางกูร นายกสมาคมป้องกันการฆ่าตัวตายไทย ร่วมเปิดงาน ภายในงานมีกิจกรรมเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์การฆ่าตัวตาย  Power to Live  เสวนา "AI ช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้นอย่างไร "เสวนา" เสริมพลังใจจากประสบการณ์ " เสวนาเรื่อง “คุยเติมใจ” เสวนาเรื่อง “First Jobber อยากสื่อสารอะไร” และเสวนา"ความสุขในรั้วมหาวิทยาลัย "รวมถึงการแสดงดนตรีเพื่อผ่อนคลายจากเหล่าศิลปิน อาทิ DOM  และ วง JMNK จากค่าย XOXO Entertainment Work Point  และวง Y2Z จากค่าย A BEAR DAY Entertainment และการแสดงดนตรีเพิ่มพลังชีวิต จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล  

พญ.ภาวิณี รุ่งทนต์กิจ กล่าวว่าการจัดกิจกรรมป้องกันการฆ่าตัวตาย มุ่งหวังสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่า ในการใช้ชีวิตของตนเองให้มากขึ้น โดยแผนการดำเนินงานของกรุงเทพมหานคร ในมิติด้านสุขภาพดี ปี 2568 มุ่งส่งเสริมสุขภาพประชาชนทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพดี 2 BKK Health Zone เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลประชาชนเชิงรุก ครอบคลุมทุกพื้นที่มีการจัดตั้งศูนย์สอบถามปัญหาสุขภาพ (Urban Medicine Service Center : UMSC) โครงการส่งเสริมสุขภาพคนเมืองให้บริการเชิงรุกด้วยเทคโนโลยี ให้ความสำคัญกับการให้บริการด้านสุขภาพ พร้อมย้ำว่าการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า เข้มแข็ง อดทน และพยายามส่องหาทางออกที่สร้างสรรค์ มีส่วนช่วยในการป้องกันการฆ่าตัวตาย 

นพ.จุมภฎ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิตให้ข้อมูลว่าจากรายงานจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข สถิติในปี 2567 พบผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายจำนวน 5,126 ราย  คิดเป็น 7.89 รายต่อแสนประชากร โดยกลุ่มผู้ที่เสียชีวิตมากที่สุดอยู่ในช่วงอายุ  20-59 ปี จำนวน 3,635 ราย รองลงมาอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน  1,345 ราย อายุ 15 -19ปี จำนวน 122 ราย และ อายุ 5 -14 ปี จำนวน 24 ราย อัตราพยายามฆ่าตัวตายอยู่ที่ 49.42 ต่อแสนประชากร ในทุกๆ 1 ชั่วโมง มีผู้พยายามฆ่าตัวตาย 4 คน โดยกลุ่มวัยเรียน/วัยรุ่น ช่วงอายุ 15-19 ปี เป็นกลุ่ม ที่มีอัตราการพยายามฆ่าตัวตายสูงกว่ากลุ่มอื่นๆอยู่ที่ 136.4 ต่อแสนประชากร กรมสุขภาพจิตมีนโยบายและหน่วยงานในการป้องกันการฆ่าตัวตายทั่วประเทศ ทีมปฏิบัติการพิเศษป้องกันการฆ่าตัวตายหรือ Hope Task Force ที่เป็น ความร่วมมือของภาคสาธารณสุข ทีมตำรวจ และ Social Influencer รวมถึงสื่อมวลชน มีสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ซึ่งให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะเดียวกันดร.พญ.สุธี สฤษฎิ์ศิริ ผู้อำนวยการกองสร้างเสริมสุขภาพ กรุงเทพมหานคร ให้ข้อมูลว่าจากการศึกษาของกรุงเทพมหานคร พบว่ากลุ่มคนที่มีความเครียดมากในกรุงเทพฯ อยู่ในวัย 18-25 ปี เป็นกลุ่มนิสิตนักศึกษาและกลุ่มวัยเริ่มทำงาน ซึ่งทางกรุงเทพมหานครมีหน่วยงานที่คอยช่วยเหลือชาวกรุงเทพฯทุกเพศทุกวัย

ด้านผศ.(พิเศษ) นพ.ปราการ กล่าวว่าทางสมาคมซึ่งเป็นสมาชิกของ International Association for Suicide Prevention ได้จัดงานวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลกในช่วงเวลาเดียวกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกกว่า 60 ประเทศ การฆ่าตัวตายและการพยายามฆ่าตัวตาย มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยทางด้านชีวภาพสารสื่อสมองที่ผิดปกติ จิตวิทยา สังคม ความสัมพันธ์ และเศรษฐกิจ  นอกจากนี้ผลกระทบจากการฆ่าตัวตายจะเกิดเป็นลูกโซ่มีผลกระทบต่อ 6 คนรอบข้าง คนในครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายหรือแม้แต่เพื่อนสนิท เกิดความรู้สึกผิดในจิตใจโทษตัวเอง เกิดภาวะซึมเศร้า ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เกิดstigma หรือฆ่าตัวตายตาม ดังนั้นในการช่วยเหลือ ไม่ใช่เฉพาะคนที่กำลังเผชิญวิกฤตจิตใจและพยายามฆ่าตัวตาย แต่ต้องช่วยเหลือทั้งครอบครัวและคนใกล้ชิดของผู้ฆ่าตัวตาย ปัจจุบันมีการทำกลุ่มจิตบำบัดPRAKARN Modelสำหรับผู้มีคนใกล้ชิดเสีขชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย ซึ่งสามารถช่วยให้คนเหล่านั้นลดstigma กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ทางสมาคมป้องกันการฆ่าตัวตายไทย มีความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือป้องกันการฆ่าตัวตายโดยจับมือร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนตลอดจนเเครือข่ายรณรงค์ป้องกันการฆ่าตัวตาย 

รศ.ดร.พญ.โสฬพัทธ์ เหมรัญช์โรจน์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าสถานการณ์ปัจจุบันจำนวนผู้ที่มีปัญหาสุขภาพใจเพิ่มมากขึ้น จากปัญหาทั้งความสัมพันธ์และเศรษฐกิจ ประกอบกับสัดส่วนของจิตแพทย์ไม่เพียงพอมีเพียง 1.2 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน ประกอบกับอัตราการรอคอยเพื่อได้พบจิตแพทย์ ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน จึงเกิดแนวคิดใช้ AI เข้ามาคัดกรองผู้ป่วย โดย AIMET ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อการแพทย์ด้านจิตเวช (Center of Excellence in Digital and AI for Mental Health) สังกัด คณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คิดค้นและเกิดนวัตกรรม DMIND แอปพลิเคชันคัดกรองภาวะซึมเศร้าด้วย AI “เพื่อนที่พร้อมรับฟังทุกความรู้สึกของคุณใช้ประเมินผลผ่านการตรวจจับข้อความของผู้ใช้งานที่สามารถเล่าเรื่องราวได้อย่างอิสระตลอด 24 ชั่วโมง ให้ความแม่นยำ 85% และสามารถใช้งานได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งปัจจุบันนวัตกรรมนี้มีการใช้ได้จริง กว่า 500,000 ครั้งแล้วผ่านแอปพลิเคชันหมอพร้อม และปัจจุบัน ระบบ DMIND ถูกนำไปใช้งานใน 1323 สายด่วนกรมสุขภาพจิตด้วย “นวัตกรรมนี้ถูกออกแบบโดยจิตแพทย์ ดังนั้นคำถามจึงเสมือนจิตแพทย์ถามและจับสังเกตในข้อความสำคัญ

ที่กระทบกับความรู้สึก เช่น วันนี้ที่เศร้ารู้สึกอย่างไร อะไรที่เป็นสาเหตุให้ไม่สามารถทำงานได้ รวมถึงสามารถเก็บสีหน้าของผู้สอบถามได้ด้วย  พบว่าบางคนร้องไห้กับไอแพดก็มี ในกรณีที่มีแนวโน้มอันตรายหรือเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายจะมีการส่งข้อมูลที่เชื่อมโยงกับหมอพร้อมเพื่อให้มีเจ้าหน้าที่เข้าไปติดตามผู้ป่วยได้ทันที ”รศ.ดร.พญ.โสฬพัทธ์ กล่าว

การจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนและการร่วมมืออย่างดียิ่งจากทุกภาคส่วนด้วยกัน โดยสมาคมป้องกัน การฆ่าตัวตายไทยร่วมกับกรมสุขภาพจิต สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทยและเครือข่ายรณรงค์ป้องกันการฆ่าตัวตาย โดยการสนับสนุนของกรุงเทพมหานคร นักศึกษาหลักสูตรเท็นเอ็กซ์ ฝ่ายส่งเสริมสุขภาวะนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดย ได้รับการสนับสนุนพื้นที่จัดงานจากบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้สนับสนุนด้านงบประมาณจากบริษัท เจียไต๋ จำกัด ธนาคารอาคารสงเคราะห์ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิตจำกัด(มหาชน) บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน อินโนเวทีฟ เมดิซีน และสมาคมนักศึกษาสถาบันวิทยาการตลาดทุน โดยมีผู้สนับสนุนสิ่งของและกิจกรรมจากหลายบริษัทด้วยกัน

ไทย–ลาว เข้มสกัดยาเสพติด ส่งรายชื่อ 29 ผู้ต้องหา กลับขึ้นบัญชีดำ

เมื่อวันที่ (6 ก.ย. 68) พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. นำคณะผู้แทนไทยประกอบด้วย นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส., นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผอ.ปปส.ภาค 4 และอัครราชทูตที่ปรึกษาด้านควบคุมยาเสพติด เดินทางเยือน สปป.ลาว กระชับความร่วมมือปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดระหว่างสองประเทศ

โดยมี พลจัตวา สาลี พุดทะวง รองหัวหน้ากรมใหญ่ตำรวจ พันเอก จันทอน เฮืองคำไซ เลขาธิการสำนักงานตรวจตราและควบคุมยาเสพติด และพันเอก แพง ไซยะวง หัวหน้ากรมตำรวจสกัดกั้นและต้านยาเสพติด ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ในการนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้ส่งมอบบัญชีรายชื่อผู้ต้องหาคนไทยคดียาเสพติดรายสำคัญที่คาดว่าหลบหนีอยู่ใน สปป.ลาว จำนวน 29 ราย ให้แก่ทางการลาวเพื่อช่วยติดตามนำตัวกลับมาดำเนินคดี ซึ่งที่ผ่านมา ทางการลาวได้จับกุมและผลักดันคนไทยที่มีหมายจับคดียาเสพติดแล้ว 13 ราย

ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนสถานการณ์ปัจจุบันที่เครือข่ายยาเสพติดยังคงใช้ประเทศเพื่อนบ้านเป็นฐานในการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ไทย

ทั้งนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนของ สปป.ลาว ที่ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติของทั้งสองประเทศ

‘เยาวชนไทย’ โชว์ศักยภาพ!! คว้า 5 ทอง รวม 22 รางวัล ติด TOP 3 อาเซียน ในเวที WorldSkills ASEAN Manila 2025

(6 ก.ย. 68) นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า การแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 14 เพิ่งผ่านพ้นไป เยาวชนไทยทำผลงานได้ดี คว้ามาได้ 5 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง และ 10 เหรียญฝีมือยอดเยี่ยม ซึ่งกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้จัดพิธีมอบรางวัลเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 68 ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจากนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานมอบรางวัล และเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 68 ทาง WorldSkills ASEAN Manila 2025 ได้ประกาศผลคะแนนรวมประเทศ (CIS) อย่างเป็นทางการ ซึ่งประเทศไทยสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้าอันดับ 3 ของภูมิภาคอาเซียน ด้วยคะแนนรวม 706.97 รองจากมาเลเซีย (714.62 คะแนน) และอินโดนีเซีย (711.03 คะแนน) การแข่งขันในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับทักษะฝีมือแรงงานของเยาวชนอาเซียนให้ก้าวทันความต้องการของตลาดแรงงานในยุคใหม่ ซึ่งประเทศไทยแสดงให้เห็นว่า "เยาวชนไทยมีทักษะ และศักยภาพในทุก ๆ ด้าน“ ทำให้ผลงานออกมาได้อย่างดีเยี่ยม

นายเดชา กล่าวต่อไปว่า การคว้าอันดับ 3 ในครั้งนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทย เนื่องจากการแข่งขันมีความเข้มข้นสูง และเยาวชนไทยมีมาตรฐานทักษะฝีมือในระดับอาเซียนเพิ่มมากขึ้น ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพแรงงานไทยที่พร้อมพัฒนาและแข่งขันในระดับนานาชาติ โดยผลคะแนนรวมประเทศ (CIS) อย่างเป็นทางการ ประกอบด้วย 1) มาเลเซีย – 714.62 คะแนน (13 ทอง) 2) อินโดนีเซีย – 711.03 คะแนน (9 ทอง) 3) ไทย – 706.97 คะแนน (5 ทอง) 4) สิงคโปร์ – 706.83 คะแนน (6 ทอง) 5) ฟิลิปปินส์ – 689.96 คะแนน (7 ทอง) 6) ลาว – 668.40 คะแนน 7) กัมพูชา – 646.81 8) เมียนมา – 646 คะแนน 9) ติมอร์เลสเต – 628 คะแนน 10) บรูไน – 616 คะแนน

“นับเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทยที่เยาวชนไทยสามารถสร้างชื่อเสียงในเวทีอาเซียน และเป็นแรงผลักดันสำคัญในการพัฒนาทักษะแรงงานของประเทศต่อไป” นายเดชากล่าวทิ้งท้าย

จเรตำรวจแห่งชาติสั่งเดินหน้าเต็มกำลัง Warroom IAC และ ศปอส.ตร. ปราบคอลเซ็นเตอร์ เข้มกวาดล้างซิมผี-บัญชีม้า ทุกพื้นที่ ล่าสุดตำรวจเชียงใหม่รวบทันควันทั้งบัญชีม้า-ผู้ว่าจ้าง 

(6 ก.ย. 68) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้บัญชาการ ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ผบ.ศกค.) หรือ International Anti-Scam and Human Trafficking Syndicate Command Center (Warroom IAC) และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เปิดเผยว่า การดำเนินการของ Warroom IAC เป็นการผนึกกำลังความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับหลายภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมในภาพรวมของนานาประเทศ ซึ่ง ศปอส.ตร. เป็นอีกหนึ่งศูนย์ที่ปฏิบัติการเสริม Warroom IAC ในการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ จึงได้สั่งการในที่ประชุม ศปอส.ตร. เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ให้เร่งรัดการปฏิบัติและการเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามซิมผี บัญชีม้า เพื่อตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเป็นระบบมากขึ้นในทุกพื้นที่ โดยให้เพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติด้วย 

ที่ผ่านมา ศปอส.ของพื้นที่ต่างๆ ได้เปิดปฏิบัติการจับกุมซิมผี บัญชีม้า อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด พื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ (ภ.จว.เชียงใหม่) โดย ศปอส.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งข้อมูลจาก ศปอส.ตร. ว่ามีกลุ่มบุคคลตระเวนพาบัญชีม้าถอนเงินสดจากธนาคารสาขา และตู้เอทีเอ็ม ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จำนวนหลายครั้ง จึงทำการสืบสวน จนกระทั่งวันที่ 5 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 12.00 น. สืบสวนทราบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวเดินทางมาถอนเงินจากสาขา และตู้เอทีเอ็ม ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดลำพูน จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ ติดตาม และเฝ้าสังเกตพฤติกรรมกลุ่มบุคคลดังกล่าว จนพบว่ามีบุคคลต้องสงสัยพาบุคคลอื่นมาถอนเงินออกจากบัญชีจำนวนมากและหลายครั้ง มีการยืนเฝ้ารอจนกว่าบุคคลเจ้าของบัญชีจะถอนเงินเสร็จ และรับมอบเงินสดทันที เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเพื่อตรวจสอบ 

จากการตรวจสอบพบว่ามีการถอนเงินสดออกจากบัญชีธนาคารที่รับเงินจากการหลอกลวงผู้เสียหายผ่านระบบคอมพิวเตอร์จริง และได้มีผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้ว จึงได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา 2 คน ได้แก่ น.ส.ณัฐนิชฯ อายุ 40 ปี เป็นผู้ว่าจ้าง ควบคุมสั่งการ และ น.ส.สายธารฯ อายุ 19 ปี เป็นผู้ถอนเงินสด พร้อมด้วยของกลาง เงินสดจำนวน 90,000 บาท, โทรศัพท์มือถือ และสมุดบัญชีธนาคาร ดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ร่วมกันพยายามฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่” นำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดลำพูน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และรับว่าเงินสดจำนวน 90,000 บาท ของกลางในคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดไว้ ไม่ใช่เงินสดของตน และไม่มีการโต้แย้งกรรมสิทธิ์ใดๆ หากมีการนำเงินสดดังกล่าวคืนกลับแก่ผู้เสียหาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำเงินจำนวนดังกล่าวคืนผู้เสียหายต่อไป

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า จากนี้ Warroom IAC จะเดินหน้าเต็มกำลังในการขับเคลื่อนการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะฐานใหญ่ของโลกในประเทศเพื่อนบ้านของไทย โดยได้รับความร่วมมือจากนานาประเทศ และหน่วยงานต่างๆ ของไทย ทำให้สามารถร่วมกำหนดทิศทางการดำเนินการได้ชัดเจนขึ้น และนอกจาก Warroom IAC จะเดินหน้าการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในทุกมิติแล้ว ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และอายัดบัญชีอย่างรวดเร็วมากขึ้น เพื่อให้สามารถนำเงินที่ถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงให้โอนเงิน นำกลับคืนผู้เสียหายให้ได้มากที่สุด ตามปฏิบัติการ Money Cash Back 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top