Tuesday, 28 July 2026
NEWS FEED

มุกดาหาร 'เบลล่า–ก้อง ห้วยไร่' นำทีมสายบุญ ร่วมบวงสรวงพญาศรีมุกดามหามุนีนิลปาลนาคราช พร้อมทอดผ้าป่า ณ วัดรอยพระบาทภูมโนรมย์ มุกดาหาร 

เมื่อวานนี้ (23 ต.ค. 68) บรรยากาศที่วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ จังหวัดมุกดาหาร เต็มไปด้วยพลังแห่งศรัทธา เมื่อสองดาราดัง “เบลล่า ราณี แคมเปน” และศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง “ก้อง ห้วยไร่” (อัครเดช ยอดจำปา) พร้อมภรรยา ขนิษฐา ยอดจำปา และ “พลอย วีณา เมษกำเหนิดชัย” เดินทางมาร่วมเป็นประธานในพิธี บวงสรวงพญาศรีมุกดามหามุนีนิลปาลนาคราช (ปู่ศรีมุกดา)

พร้อมกันนี้ยังได้ร่วม ถวายผ้าป่าสามัคคีเพื่อบูรณะองค์พญานาคและปรับภูมิทัศน์และก่อสร้างลานพญานาค โดยมี พระวิฑูรวชิรโมลี รองเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร และเจ้าอาวาสวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และได้รับเกียรติจาก นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมพุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมพิธียังคับคั่ง

ภายในงาน “เบลล่า” ปรากฏตัวในชุดผ้าไทยพื้นเมืองสีน้ำเงินเข้มปักลายงดงาม สวมเครื่องประดับเรียบหรูสมฐานะนางเอกสายบุญ  และเป็นประธาน คล้องพวมาลัย ผูกผ้าเจ็ดสี จุดธูปเทียนเครื่องบวงสรวงถวายเครื่องสักการะองค์พญาศรีมุกดามหามุนีนิลปาลนาคราช

ท่ามกลางความชื่นชมของประชาชนและแฟนคลับที่มาร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งต่างร่วมอนุโมทนาในความตั้งใจของทั้ง “เบลล่า” และ “ก้อง ห้วยไร่” ในการสืบสานประเพณีความเชื่ออันศักดิ์สิทธิ์ของพญานาค “ปู่ศรีมุกดา” สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวมุกดาหาร

✨ งานนี้เรียกว่า “งดงามทั้งใจและกาย” สมกับเป็นดาราสายบุญตัวจริงแห่งวงการ!

นราธิวาส - ศอ.บต. มอบเงินช่วยเหลือเยียวยา ให้ 2 ครอบครัว จากเหตุลอบวางระเบิด หน้าร้านน้ำชา อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส 

นายนิพนธ์ ชายใหญ่ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (สป.มท.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเยียวยา ศอ.บต. และศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัดนราธิวาส ร่วมลงพื้นที่ร่วมมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ครอบครัวและทายาทกรณีเสียชีวิต จากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณหน้าร้านน้ำชา ถนนรามโกมุท-ยี่งอ หมู่ที่ 1 ตำบลยี่งอ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา 

โดยจุดแรกได้ลงพื้นที่ บ้านเลขที่ 207/1 หมู่ที่ 7 ตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้กับครอบครัวของ นายมูฮัมหมัดไซฟู สะนิ และจุดที่ 2 บ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 1 ตำบลยี่งอ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้กับครอบครัวและทายาทของ นางรอเมาะ ตาเลงปะลา โดยมี นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นผู้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยา รายละ 500,000 บาท 

ในการนี้ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ได้นำความห่วงใยและกำลังใจ จากรักษาการ เลขาธิการ ศอ.บต. ซึ่ง ศอ.บต. ยินดีบูรณาการ ร่วมกับ ภาครัฐ จังหวัด อำเภอ เร่งช่วยเหลือในทุกมิติ และไม่ทอดทิ้งให้โดดเดี่ยว พร้อมมอบเงินช่วยเหลือในนาม ศอ.บต. เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เยียวยา ยังได้มีการชี้แจงสิทธิการให้ความช่วยเหลือ ตามหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเยียวยาในกรณีเสียชีวิตของทั้ง 2 ครอบครัวอีกด้วย

(สุรินทร์) มทบ.25 ร่วม พิธีเปิดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและนิทรรศการให้ความรู้เรื่องการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ

(23 ต.ค. 68) ที่ ลานกิจกรรม (หน้า ท็อปส์ ซูปเปอร์มาเก็ต) ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์สุรินทร์พลตรี ไชยนคร กิจคณะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 มอบหมายให้ พันเอก อัครสิทธิ์ ปะกิระตา รอง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25(1) ร่วมพิธีเปิดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติและนิทรรศการให้ความรู้เรื่องการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ นายแพทย์ยุทธนา วรรณโพธิ์กลาง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ โดย มีนายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ รักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ (ท่านประภาส ศรีจันทร์เวียง) เนื่องจากสถานการณ์โรคหลอดเลือดสมองของประเทศไทย มีอัตราการป่วยประมาณ 1,880 คนต่อประชากรแสนคน 

โดยมีอัตราพิการสูงถึงร้อยละ 70 และเสียชีวิตร้อยละ 5 ปีงบประมาณ 2567 จังหวัดสุรินทร์พบผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมากถึง 4,800 ราย และมีอัตราเสียชีวิตเฉลี่ยร้อยละ 4.8 พบผู้ป่วยรายใหม่ 1,300 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะเห็นว่าโรคหลอดเลือดสมอง เป็นอีกโรคหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนสร้างภาระด้านค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของครอบครัว และเพิ่มภาระต่อระบบสาธารณสุขโดยรวม ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และพฤติกรรมไม่ออกกำลังกาย ประชาชนจำนวนมากอยู่ในภาวะเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว 

เนื่องจากยังขาดความรู้ในการป้องกันโรคอย่างถูกต้อง และไม่มีแรงจูงใจเพียงพอในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ จังหวัดสุรินทร์ ได้ตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ จึงหมอบหมายให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ร่วมกับโรงพยาบาลสุรินทร์ จัดนิทรรศการโครงการ"แสงนำใจ ไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ" ขึ้น การจัดงานนิทรรศการโครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ หัวข้อ ออกกำลังกายเป็นนิสัย ห่างไกลสโตรค (No Stop No STROKE ) 

ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงเป็นดั่งแสงนำใจ และทรงเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนชาวไทย ในการรักษาสุขภาพและการออกกำลังกาย เพื่อให้ประชาชนชาวไทย ตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง กิจกรรมในงานประกอบด้วยกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ และกิจกรรมให้ความรู้ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 - 31 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การค้า โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ มี นายแพทย์ยุทธนา วรรณโพธิ์กลาง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ กล่าวรายงาน มี นายแพทย์ชวมัย สืบนุการณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ-ภาคเอกชน, บุคลากรทางการแพทย์ และนักเรียนนักศึกษา ร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

สุดอาลัย!! ‘น้องวิน ภาสวิน’ นักวางแผนการเงินวัย 14 ปี เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งปอดตั้งแต่วัยเด็ก

(23 ต.ค. 68) สุดอาลัย!! ‘น้องวิน ภาสวิน’ นักวางแผนการเงินวัย 14 ปี เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งปอดตั้งแต่วัยเด็ก โดยน้องวิน ได้เคยฝากแรงบันดาลใจเรื่องการใช้ชีวิตและการออมเงินไว้ในใจผู้คน

‘กัน จอมพลัง’ ชี้แจงเบื้องต้นแบบนี้

(23 ต.ค. 68) ‘กัน จอมพลัง’ ชี้แจงเบื้องต้นแบบนี้ 

วันๆ ไม่ต้องทำงานแล้ว เอาแค่นั่งตอบคำถาม สนิทกับคนนั้นคนนี้ เดี๋ยวก็มาเรื่องมูลนิธิอีก ผมไม่ได้เป็นประธาน ไม่ได้เป็นกรรมการ แล้วมันผิดตรงไหน ผมเป็นผู้ก่อตั้ง ชื่อก็ชื่อผม 

วันหนึ่ง ถ้าผมตุย ไม่ได้อยู่บนโลกนี้ แล้วมีคนอื่นมาขับเคลื่อน แปลว่า ไม่โปร่งใสเหรอ ผมตั้งมูลนิธิขึ้นมาเพราะ ชื่อผมมันช่วยคนได้ 

วันใดผมไม่อยู่ก็ต้อง ช่วยคนได้ต่อ การบริหารแบบนี้ ไม่ได้มีแค่ มูลนิธิกัน มูลนิธิใหญ่ๆ แบบนี้ก็เอาชื่อผู้บริหาร มาบริหารองค์กร ผมลงพื้นที่ทำงานอย่างหนัก ต้องมาทำงานเอกสารเองด้วยเหรอ

สมุทรปราการ-คณะนักเรียนโรงเรียน PWS เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ หลังเดินทางไปเรียนรู้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ณ ประเทศจีน

(23 ต.ค. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ สมัยที่ 25 และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา

พร้อมด้วย นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษาและคณะครู นักเรียนโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา (PWS) ตลอดจนผู้ปกครองได้เดินทางไปร่วมแสดงความยินดีและต้อนรับคณะนักเรียนโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา ที่ได้เดินทางกลับถึงสนามบินดอนเมืองโดยสวัสดิภาพ

ภายหลังจากที่ได้เดินทางไปเข้าร่วมโครงการ ฝึกประสบการณ์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมต่างประเทศ ระหว่างโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา กับ มหาวิทยาลัยครูหยู่ซี (Yuxi Normal University) เมืองคุนหมิง ประเทศจีน

ระหว่างวันที่ 10 – 23 ตุลาคม 2568 ซึ่งตลอดระยะเวลา 2 สัปดาห์ของการเดินทาง นักเรียนทั้งหมดได้เรียนรู้วัฒนธรรมจีนอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งยังได้ฝึกทักษะการสื่อสารทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีนในสถานการณ์จริง อีกทั้งยังเป็นการสร้างมิตรภาพระหว่างนักเรียนไทยและนักเรียนจีน อันเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต 

อย่างไรก็ตาม ทางโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา (PWS) และคณะผู้ปกครอง ขอขอบพระคุณทาง ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ สมัยที่ 25 และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา และนางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริมโครงการฯ อย่างดียิ่ง

พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้กับนักเรียนได้เปิดโลกการเรียนรู้ และพัฒนาศักยภาพ ก้าวสู่การเป็น “พลโลกที่มีคุณภาพในอนาคต”

ผบ.ตร.สั่งขยายผลบริษัทจดนอมินี - วิลล่าหรู บนเกาะพะงัน กำชับตรวจเข้มต่างด้าวผิดกฎหมายทั่วประเทศ ย้ำหากพบการกระทำผิดกฎหมายต้องดำเนินคดีเด็ดขาดทันที

(23 ต.ค. 68) พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ขยายผลการตรวจสอบอย่างละเอียดภายหลังการปฏิบัติการเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 บนพื้นที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และฝ่ายปกครอง ในการตรวจสอบสถานประกอบการและการถือครองที่ดินที่อาจเข้าข่ายการใช้นอมินีและผิดกฎหมายอื่นๆ โดยตรวจพบโครงการวิลล่าหรู และบริษัทต้องสงสัยจำนวนมากที่ใช้อาคารหลังเดียวเป็นที่ตั้งสำนักงาน รวมถึงกิจการโรงแรมและรถเช่าที่มีความน่าสงสัย โดย ผบ.ตร. สั่งการว่าหากตรวจพบการกระทำผิดกฎหมายต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนและเด็ดขาด

ผบ.ตร. เน้นย้ำว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมดูแลและต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการชาวต่างชาติที่ทำธุรกิจโดยสุจริต ขณะเดียวกันจะดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวดต่อผู้ที่แฝงตัวมากระทำความผิดอันส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ผบ.ตร.ได้ประชุมติดตามสถานการณ์และกำหนดมาตรการตรวจสอบและปราบปรามชาวต่างชาติที่ประกอบกิจการผิดกฎหมายและก่ออาชญากรรมในประเทศไทย โดยได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) ควบคุมดูแลการดำเนินการ โดยเน้นย้ำให้เพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินการทั้งหมด หากรายใดกระทำผิดกฎหมายให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด 

สำหรับมาตรการในการควบคุมและตรวจสอบบุคคลต่างด้าวนั้น ผบ.ตร. ได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มความเข้มและยกระดับการคัดกรองบุคคลก่อนเข้าประเทศ หากพบการกระทำความผิดหรือเป็นบุคคลต้องห้าม ให้ปฏิเสธการเข้าเมือง จับกุมและดำเนินคดีกับทั้งชาวต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมายด้วยมาตรการเชิงรุก 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการตรวจสอบที่พักอาศัยของคนต่างด้าว ด้านการตรวจสอบการขออยู่ต่อ ด้านการจับกุมบุคคลต่างด้าวที่อยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) และเจ้าของที่พักที่ให้ที่พักพิง รวมถึงด้านการจัดทำข้อมูลท้องถิ่น พร้อมให้ยกระดับและเพิ่มความเข้มในการพิจารณาคำร้องขออยู่ต่อ ทั้งก่อนการอนุญาต และหลังการอนุญาต โดยเฉพาะกลุ่มสัญชาติเฝ้าระวังพิเศษ รวมถึงการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ในการปิดล้อมตรวจค้น และตรวจสอบบุคคลต่างด้าวตามแผนระดมกวาดล้างอาชญากรรม ประสานและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับองค์กรตำรวจสากล (Interpol) 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการทุกภาคส่วนในการแจ้งเบาะแสพฤติกรรมชาวต่างชาติที่น่าสงสัย โดยแจ้งได้ที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทุกพื้นที่ หรือสายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 1178 รวมถึงให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจหรือที่พักอาศัยที่สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย ตลอดจนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ระหว่างการตรวจสอบ

‘มาดามแป้ง’ แจง!! แฟนบอลไทย เปิดใจหลังปลด ‘อิชิอิ’ เผย!! ทุกคำติชมคือแรงผลักดัน พาฟุตบอลไทยเดินหน้าต่อไป

เมื่อวานนี้ (22 ต.ค. 68) Madam Pang - มาดามแป้ง - นวลพรรณ ล่ำซำ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า …

กราบเรียนแฟนฟุตบอลไทยที่เคารพรักทุกท่าน

วันนี้แป้งอยากจะออกมาพูดถึงเหตุการณ์การยกเลิกสัญญา (อย่างถูกต้องตามสิทธิ์ของผู้ว่าจ้าง และสามารถกระทำได้ตามกฎหมาย) กับโค้ช มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดใหญ่ 

การตัดสินใจของสมาคมฯ ในเรื่องนี้ ได้ผ่านการประเมินผลการทำงาน และข้อเสนอแนะตามหลักวิชาการโดยใช้สถิติ ของฝ่ายเทคนิคมาอย่างละเอียดรอบคอบ ในความจริงแล้ว เรื่องการเปลี่ยนหัวหน้าผู้ฝึกสอนนั้น เป็นเรื่องธรรมดาของวงการฟุตบอลทั่วโลก ผลงานในการแข่งขันและความสำเร็จของทีมชาติไทย เป็นส่วนสำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของความสำเร็จของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ โดยเฉพาะทีมชาติไทยชายชุดใหญ่ ซึ่งเป็นชุดที่ได้รับความสนใจ และเป็นความคาดหวังที่สูงสุดของแฟนบอลชาวไทย 

ตลอดเส้นทางในวงการฟุตบอล 19 ปี แป้งเคยดำรงตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลทีมชาติไทยมาหลายตำแหน่งอย่างยาวนาน แป้งเคยได้รับเกียรติให้เป็นผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ทั้งชายและหญิง รวมถึงทีมชาติไทยชายชุด U23 

ก่อนแป้งเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จนบัดนี้ แป้งมีแต่ความรัก ความตั้งใจจริง ความทุ่มเท และความศรัทธา ที่จะพัฒนาฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง 

ผลงานของฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ที่แป้งเป็นผู้จัดการทีมที่น่าจะทำให้เป็นที่จดจำได้ ก็คือการได้แชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2 สมัยซ้อน ในปี 2020 ที่ประเทศสิงคโปร์ และในปี 2022 ที่ประเทศไทย

ซึ่งขณะนั้น แป้งได้รับโอกาสจากอดีตนายกสมาคมฯ พลตำรวจเอก ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ให้แป้งเลือกโค้ช ตามที่คิดว่าเหมาะสม ซึ่งแป้งก็ได้เลือก “มาโน่ โพลกิ้ง” เนื่องจากเป็นโค้ชที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน รู้จักระบบและข้อดีข้อเสียของนักฟุตบอลไทยเป็นอย่างดี

ถ้าพูดถึงสิ่งที่เป็นวิทยาศาสตร์ ในโลกฟุตบอลมักจะใช้ข้อมูลสถิติ และ/หรือ Winning ratio เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของทีมฟุตบอล ซึ่งในยุคของ มาโน่ นั้น ตัวเลขอยู่ที่ คือ 56% 

การที่ มาโน่ ต้องพ้นหน้าที่โดยถูกยกเลิกสัญญานั้น ก็เป็นเพราะเราตั้งความหวังในการที่จะพาฟุตบอลทีมชาติไทย ผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ให้ลึกมากที่สุด และต้องการจะพาทีมเข้าไปในรอบที่ 3 ซึ่งในการเข้ารอบ 3 นั้น เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ที่ผ่านมามีโค้ชเพียง 2 คน ที่เคยพาฟุตบอลทีมชาติไทยเข้าไปสู่ฟุตบอลโลกรอบที่ 3 ได้ นั่นคือ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หรือ โค้ชซิโก้ ซึ่งเป็นขวัญใจของคนไทยมาโดยตลอด Winning ratio ของโค้ชซิโก้ในขณะนั้น อยู่ที่ 50% แต่สามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากมาย ส่วนอีกท่านที่นำทีมเข้าสู่รอบ 3 ได้ ก็คือ ปีเตอร์ วิธ ในปี 2002

ย้อนกลับไปวันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 มาโน่ คุมทีมชาติไทย แพ้จีน 1-2 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน จึงมีความกดดันที่ว่าจะต้องหาโค้ชที่ดีกว่ามาโน่ เพื่อนำพาทีมชาติไทยไปสู่รอบที่ 3 ให้ได้ จึงเป็นที่มาของการแต่งตั้ง อิชิอิ ซึ่งในขณะนั้น นั่งเป็น ผู้อำนวยการทีมชาติไทย

โดยทางฝ่ายเทคนิค สมาคมฯ ได้ตัดสินใจเปลี่ยนโค้ชมาโน่ ด้วยการให้ โค้ชอิชิอิ มาทำทีมชาติไทย พร้อมมีการพูดคุยอย่างชัดเจนอย่างตรงไปตรงมาของการทำทีม คือ เป้าหมายของการทำทีม คือการพาทีมชาติไทยผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบ 3 ให้ได้ ตามมาตรฐานที่ทีมชาติไทยเคยทำได้ 

ตั้งแต่วันแรกที่ โค้ชอิชิอิ เข้ามาคุมทีมชาติไทย แป้ง ในฐานะนายกสมาคมฯ และฝ่ายเทคนิค ได้สนับสนุนและให้อิสระในการทำงานอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่กระทบกระเทือนหัวใจ แป้ง และสมาคมฯ รวมถึงเชื่อว่าแฟนบอลชาวไทยมากที่สุด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2567 ทีมชาติไทย เอาชนะ สิงคโปร์ ได้เพียง 3-1 ขาดไปเพียงลูกเดียว ที่แป้งพูดเสมอว่า “ลูกเดียววันนั้นหมายถึงอีก 4 ปี ที่ทีมชาติไทย ต้องรอคอยโอกาสในการลุ้นไปฟุตบอลโลก ครั้งต่อไป”

นอกจากนั้น ทีมชาติไทย ยังพลาดการคว้าแชมป์ฟุตบอลอาเซียนในปี 2024 ทำให้น่าเสียใจอย่างยิ่งที่ไม่สามารถรักษาแชมป์ 2 สมัยเอาไว้ได้

อย่างไรก็ตาม ผลงานของอิชิอิผลงานหนึ่งที่ทำสำเร็จคือ การคว้าแชมป์คิงส์คัพที่ จ.สงขลา ซึ่งต่อมาในปีนี้ อิชิอิ ก็ไม่สามารถรักษาแชมป์ที่ จ.กาญจนบุรี ได้ตามเป้าหมาย

ขณะนี้ เราแทบจะไม่มีอะไรเหลือให้ลุ้นอีกต่อไป สำหรับทีมชาติไทยชายชุดใหญ่ เหลือเพียงทัวร์นาเมนท์เดียว คือ เอเชียนคัพ 2027 แน่นอนว่าเราต้องการเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย ที่ซาอุดิอาระเบีย

ในวันนั้น ฝ่ายเทคนิคได้ขอเข้ามาประชุมกับแป้ง ว่าต้องการเปลี่ยนโค้ช ตั้งแต่หลังจบเกมแพ้ เติร์กมินิสถาน 3-1 แต่ขณะนั้นเหลือเวลากระชั้นชิดมากที่จะถึงเวลาการแข่งขัน และเรายังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะใช้โค้ชคนไหน อิชิอิ จึงยังคงทำหน้าที่โค้ชต่อไป 

เมื่อวานนี้ วันที่ 21 ตุลาคม 2568 ฝ่ายเทคนิคสมาคมฯ โดย ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน ผู้ที่เคยนำทีมชาติไทยชนะซีเกมส์ 4 สมัย และเป็นคนไทยคนเดียวที่ได้โค้ชยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย และ นาวาอากาศเอก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน นักเตะไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์เคลีก เกาหลีใต้ และเป็นดาวซัลโวเคลีก ในปี 1985 ซึ่งเป็นเกียรติประวัติของนักเตะไทยคนหนึ่งที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

พร้อมด้วยผู้บริหารสมาคมฯ ได้เชิญ อิชิอิ เข้ามาพูดคุย และได้ชี้แจงถึงผลงาน และขอยกเลิกสัญญาให้พ้นจากตำแหน่ง โดยสมาคมฯ ได้ปฏิบัติต่อ อิชิอิ อย่างสุภาพ และเป็นไปตามสัญญาอันชอบธรรมที่โค้ชมีไว้กับสมาคมฯ โดยสมาคมฯ ต้องจ่ายเงินชดเชยให้ อิชิอิ เป็นมูลค่าครึ่งหนึ่งของเงินเดือนที่จะได้รับทั้งหมดจนสิ้นสุดสัญญา 

หลังจากการแยกทาง สมาคมฯ โดยฝ่ายเทคนิคและแป้ง ได้รับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาตลอดทั้งวัน ซึ่งแป้งมิได้เคยนิ่งดูดายกับทุกปัญหาที่เข้ามา ดังที่แป้งเคยพิสูจน์ให้ทราบมาแล้วโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาวิกฤตทางการเงินที่เกิดขึ้นกับสมาคมฯ หรือ ปัญหาเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ซึ่งในที่สุดการเลือกที่จะเงียบในการทำงาน บางครั้งก็มักจะถูกวิพากษ์วิจารณ์เสมอ 

ในขณะนี้ แป้ง และ ฝ่ายเทคนิค พิจารณาร่วมกันแล้วว่า ในช่วงเวลาสำคัญและกระชั้นชิดแบบนี้ จึงตัดสินใจแต่งตั้ง 'แอนโธนี ฮัตสัน' ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเทคนิคของสมาคมฯ เข้ามาทำหน้าที่แทนโดยทันที เพราะที่ผ่านมา แอนโธนี ฮัตสัน เปรียบเสมือนคนที่อยู่กับฟุตบอลไทยมาในทุกระดับ ทั้งประสบการณ์คุมทีมสโมสร และในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเทคนิค ที่สำคัญ ยังมีประสบการณ์ในระดับนานาชาติ ทั้งการเป็นอดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนของ 3 ประเทศ อย่าง ทีมชาติสหรัฐอเมริกา , ทีมชาตินิวซีแลนด์ และ ทีมชาติบาห์เรน โดยเชื่อว่าเป็นคนที่เหมาะสมมากที่สุดในเวลานี้

สมาคมฯ มีปัญหามากมายที่แป้งเข้ามาแก้ไข ดังที่ทุกท่านทราบกันดีอยู่แล้ว ในหลากหลายวิกฤตด้วยกัน แป้งไม่เคยดรามา หรือ ตำหนิผู้ใด มีแต่พยายามแก้ไขต่อไปอย่างดีที่สุดท่ามกลางความยากลำบาก

ในวงการฟุตบอล การปลดโค้ชเป็นเรื่องธรรมดา และ “ฟุตบอลระดับทีมชาติ ไม่ใช่ห้องทดลอง เรามีเกมให้เล่นเพียงแค่ครั้งเดียวใน 90 นาทีเท่านั้น แพ้ ชนะ เสมอ มีผลต่อความรู้สึกของแฟนบอล และมีผลต่อความสำเร็จของสมาคมฯ ซึ่งมีนายกสมาคมฯ รับผิดชอบอยู่

ดังนั้น ไม่ว่าจะเทคนิคอะไรก็ตาม ทุกเกมมีความสำคัญ และเราใช้ตัวเลขที่เป็นวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งชี้วัด ไม่มีอคติใดๆ แป้งเป็นคนเคารพในความเป็นมืออาชีพของโค้ชทุกคน เคยร่วมงานกับโค้ชมากมาย การปลดโค้ชเป็นสิ่งธรรมดาที่เกิดขึ้นในโลกฟุตบอล ถ้าผลงานไม่เป็นที่ประจักษ์หรือไม่สมกับความคาดหวัง อย่าลืมว่าทีมชาติไทยคือหน้าตาของประเทศไทย ที่ต้องแข่งขันเพื่อผลลัพธ์ในสนาม และความเชื่อมั่นของแฟนบอล เพราะสุดท้ายแล้ว ผลการแข่งขันของทีมชาติไทย คือสิ่งที่สะท้อนศักยภาพของฟุตบอลไทยในระดับนานาชาติ

มีกระแสมากมายที่เราปั้นดาวรุ่งแน่นอน เราทำคู่ขนาน รวมทั้งนักเตะที่ขึ้นมาเป็นระดับซุปเปอร์สตาร์ อย่างเช่น นักเตะยอดเยี่ยมของสมาคมฯ ปีที่แล้ว นิโคลัส มิเกลสัน ซึ่งได้รับการติดต่อจากแป้ง ตั้งแต่สมัยที่แป้งยังดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการทีมชาติไทย และมีอีกหลากหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็น เบนจามิน เดวิส , ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร หรือนักเตะดาวรุ่งอีกมากมาย 

แป้งในฐานะนายกสมาคมฯ ออกมาแถลงการณ์นี้ เพื่อที่จะปกป้องศักดิ์ศรีของสมาคมฯ ฝ่ายเทคนิค และสภากรรมการ โดยสภากรรมการชุดนี้ตั้งใจเข้ามาทำงาน ซึ่งแป้งต้องขอขอบคุณที่เราเข้ามารวมน้ำใจกันด้วยการไม่รับเงินเดือนแม้แต่คนเดียว

อย่างไรก็ตาม แป้งขอกราบขอบพระคุณ และน้อมรับในทุกคอมเม้นท์ รวมถึงข้อเสนอแนะจากแฟนบอล แป้งเคารพผู้เล่นคนที่ 12 เสมอ 

แป้งขอให้คำมั่นอีกว่า แป้งจะนำพาฟุตบอลไทยไปให้เจริญรุ่งเรืองให้ได้ ขอกราบแฟนบอลไทยให้โอกาสแป้ง และสภากรรมการชุดนี้ด้วย 

ในฐานะนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ผู้หญิงคนแรกของประเทศไทย และคนแรกของเอเชีย แป้งรู้สึกเป็นเกียรติที่ทำหน้าที่นี้ เส้นทางนี้มีทั้งดอกไม้และก้อนหิน จิตใจของลูกผู้หญิงอย่างแป้งขอน้อมรับทุกคำติชม ด้วยความเคารพ

กราบจากใจ 
“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ
นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ลำปาง-มทบ.32 ร่วมพิธีวางพวงมาลาเนื่องใน 'วันปิยมหาราช' น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร.5

(23 ต.ค. 68) เวลา 08.00 น. พลตรี กวิน ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 นำคณะข้าราชการมณฑลทหารบกที่ 32 และ คุณ ว.ธิดา อ่อนหวาน ผู้ช่วยเลขานุการ สมาคมแม่บ้าน ทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 32,สมาชิกสมาคมแม่บ้านฯ ร่วมพิธีวางพวงมาลาน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (วันปิยมหาราช) 23 ตุลาคม ณ บริเวณพระบรมราชาอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สนามหน้าศาลากลาง จังหวัดลำปาง

โดยมี นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานในพิธี  โดยมี คณะผู้บริหารหน่วยงานองค์กร ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน หัวหน้าส่วนราชการ รวมถึงประชาชนชาวลำปางทุกหมู่เหล่าร่วมกิจกรรม

ป.ป.ส. ซ้อนแผนรวบหนุ่มอังกฤษคาคอนโดหรู! ยึดโคเคน 1.1 กก. มูลค่ากว่า 3 ล้าน เตรียมปล่อยต่อนักท่องเที่ยว

เมื่อวานนี้ (22 ต.ค. 68) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) แถลงผลปฏิบัติการขยายผลสืบสวนเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ หลังสนธิกำลังร่วมกับ ขว.ทบ. และ ขกท.ศปก.ทภ.1 ซ้อนแผนจับกุมชายชาวอังกฤษ วัย 25 ปี ได้คาคอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมของกลาง โคเคน 1.1 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ที่ลักลอบนำเข้ามาผ่านพัสดุไปรษณีย์ เตรียมส่งต่อให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในกลุ่มปาร์ตี้

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ตรวจพบพัสดุต้องสงสัยจากต่างประเทศ ซุกซ่อนโคเคนภายในกล่องน้ำหนักรวม 1,100 กรัม ระบุชื่อผู้รับเป็นชาวต่างชาติ แต่เมื่อตรวจสอบกับคอนโดฯ กลับไม่พบชื่อผู้พักอาศัยดังกล่าว จึงแจ้งให้ไปรษณีย์มารับคืน ทันใดนั้นชายชาวอังกฤษได้ปรากฏตัวลงมาขอรับพัสดุ ทำให้ชุดสืบสวนที่เฝ้าซุ่มอยู่เข้าควบคุมตัวทันที

จากการตรวจค้นภายในห้องพักยังพบ กัญชาเพิ่มเติมจำนวนหนึ่ง จึงแจ้งข้อหา “นำยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวย้ำว่า “ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการตอกย้ำว่าไทยจะไม่ยอมให้ถูกใช้เป็นแหล่งพักหรือแพร่กระจายยาเสพติดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะยาเสพติดกลุ่ม Club Drugs อย่างโคเคน ยาอี คีตามีน แฮปปี้วอเตอร์ หรือแก๊สหัวเราะ ซึ่งเป็นภัยร้ายแรงในสถานบันเทิง เราได้สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งปราบปรามอย่างเข้ม เพื่อปกป้องสังคมและเยาวชนจากภัยยาเสพติดทุกรูปแบบ”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top