Sunday, 7 June 2026
NEWS FEED

‘มาสด้า’ เปิดตัวสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ใจกลางเอกมัย ยกระดับวัฒนธรรมองค์กร ขับเคลื่อนอนาคต อย่างยั่งยืน

(11 ต.ค. 68) มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เปิดตัวสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ บนชั้น 19 อาคาร เอแพค ทาวเวอร์ เอกมัย ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้สอดรับต่อการเปลี่ยนผ่านวัฒนธรรมองค์กรสู่ยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “Joy Workplace” โดยออกแบบพื้นที่สำนักงานให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการทำงานของบุคลากรรุ่นใหม่ เน้นการสร้างความสุขในการทำงานที่ริเริ่มจากภายในองค์กร เสริมบรรยากาศของความร่วมมือร่วมใจเป็นหนึ่งเดียว ภายใต้การทำงานเป็นทีมเวิร์ค ออกแบบพื้นที่ (Space) ให้เปิดโล่งเชื่อมถึงกัน (Collaboration)  ให้มีส่วนร่วมพบปะพูดคุย กระตุ้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เน้นส่งเสริมการเติบโตของบุคลากรในทุกมิติ การตกแต่งที่เรียบง่ายสไตล์มินิมอล มีความทันสมัย และบรรยากาศอันอบอุ่น นับเป็นก้าวสำคัญของมาสด้าในการยกระดับองค์กรให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในอนาคต เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ความสุขไปยังลูกค้าทุกคน ตามปรัชญาของมาสด้า Joy Drives Lives ความสุขขับเคลื่อนชีวิต

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การย้ายสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนสถานที่ทำงงาน แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงานของบุคลากรในองค์กรทั้งหมด เพราะมาสด้ากำลังก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยการสร้างวัฒนธรรม เพื่อให้พนักงานมีความสุข มีความคล่องตัวสูง ผสานการมุ่งเน้นในการใช้ข้อมูล เพื่อส่งต่อความสุขไปถึงลูกค้าและพันธมิตรของเราอย่างแท้จริง ดังนั้น จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญภายใต้ความมุ่งมั่นของมาสด้าในการพัฒนาแบรนด์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน และตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก

สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของมาสด้าได้รับการออกแบบ ภายใต้แนวคิด “Joy Workplace” ที่ริเริ่มจาก Inside Out ด้วยการให้ความสำคัญกับบุคลากรภายในองค์กรเป็นลำดับแรก โดยคำนึงถึง ประสิทธิภาพในการทำงานและความสุขของพนักงาน ผ่านการจัดสรรพื้นอย่างเหมาะสมกับการทำงานในทุกรูปแบบ อาทิ Joy Space พื้นที่ส่วนกลางสำหรับพักผ่อน พูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ Flexible Working Zones รองรับการทำงานร่วมกันแบบไฮบริด มีความยืดหยุ่นสูง และคล่องตัว เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมระบบจัดการพลังงานและน้ำที่มีประสิทธิภาพ สิ่งเหล่านี้ จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานให้พนักงานมีความสุข เพื่อส่งต่อประสบการณ์ความสุขเหล่านี้ไปยังลูกค้าและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน

บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด (สำนักงานใหญ่) ตั้งอยู่บนชั้น 19 อาคารเอแพค ทาวเวอร์ เลขที่ 1319 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสที่สามารถเดินทางสะดวกเชื่อมต่อโดยตรงกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเอกมัย เพิ่มความสะดวกในการเดินทางและการติดต่อประสานงานทางธุรกิจ โดยอาคารแห่งใหม่นี้เป็นอาคารอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Workplace of the Future” โดยให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เทคโนโลยีที่ทันสมัย และสุขภาวะของผู้ใช้อาคาร ที่ผ่านมาตรฐานระดับสากล โดยบริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินงาน ณ สำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา

“นี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญภายใต้กลยุทธ์การปรับเปลี่ยนธุรกิจของมาสด้า เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสุขที่เหนือกว่าการขับขี่ โดยเริ่มต้นจากบุคลากรภายในองค์กร เพราะมาสด้าเชื่อว่า “ความสุขที่แท้จริง” ต้องเริ่มจากภายในก่อนจะส่งต่อไปสู่ภายนอกองค์กร เพื่อให้มาสด้าเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจและสร้างความสุขที่ยั่งยืนให้กับลูกค้าทุกคนตลอดไป” นายธีร์ กล่าวทิ้งท้าย

ทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมปกป้องอธิปไตยทางทะเล พิทักษ์อ่าวไทยให้มั่นคงปลอดภัย

เมื่อวันที่ (9 ต.ค. 68) พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ได้ตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์พื้นที่ทางทะเลในเขตรับผิดชอบของทัพเรือภาคที่ 1 โดยนำกำลังทางเรือ ได้แก่ เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเฮลิคอปเตอร์  และเรือตรวจการณ์หมายเลข 265 ออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่ทางทะเลของไทย บริเวณเกาะกูด จังหวัดตราด และเส้นแนวเขตเศรษฐกิจจำเพาะไทย–กัมพูชา

การนี้ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมประชุมวางแผนและติดตามความพร้อมตามแผนป้องกันชายแดนทางทะเล พร้อมมอบแนวทางการปฏิบัติแก่กำลังพลให้ปฏิบัติภารกิจด้วยความเข้มแข็ง มุ่งมั่น และทุ่มเทอย่างเต็มขีดความสามารถ เพื่อธำรงไว้ซึ่งอธิปไตยทางทะเลของชาติ และป้องกันมิให้มีการรุกล้ำอาณาเขตทางทะเลของประเทศไทยโดยเด็ดขาด

‘YADEA Thailand’ ได้รับการรับรอง ‘BOI’ พร้อมเดินหน้า พัฒนา!! แบรนด์ ‘รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า’ อันดับ 1 ของไทย

(11 ต.ค. 68) YADEA Thailand แบรนด์ผู้นำระดับโลกด้านมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ได้รับใบรับรองส่งเสริมการลงทุน (BOI) จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนอย่างเป็นทางการ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ตอกย้ำถึงความมั่นคงในการลงทุน การผลิต และการเติบโตในประเทศไทยอย่างยั่งยืน

มั่นใจ จดทะเบียนได้ ถูกกฎหมาย ได้สิทธิประโยชน์
รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของ YADEA ทุกคันที่ผลิตในประเทศไทย สามารถจดทะเบียนได้ตามกฎหมาย และได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษี ช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจทั้งด้านคุณภาพและความคุ้มค่าในระยะยาว

เป็นแบรนด์ระดับโลก
YADEA ครองแชมป์ยอดขายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสูงสุดของโลก 8 ปีติดต่อกัน (2017–2024) ยอดขายสะสมทั่วโลกกว่า 120 ล้านคัน และมีกำลังการผลิตสูงถึง 30 ล้านคันต่อปี จากโรงงานกว่า 10 แห่งทั่วโลก รวมถึง โรงงานอัจฉริยะในไทย ที่สมุทรปราการ ซึ่งมีกำลังผลิต 500,000 คัน/ปี พร้อมแผนขยายสู่ 600,000 คันใน 3 ปี

เทคโนโลยีล้ำสมัย TTFAR – ชาร์จครั้งเดียว ไปได้ไกลกว่า
• แบตเตอรี่กราฟีน TTFAR ทนร้อนสูงถึง 55°C
• ใช้งานได้ยาวนานกว่าถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด
• กันน้ำระดับ IPX7 ลุยฝนได้สบาย
• รับประกันแบตเตอรี่ยาวนานถึง 2 ปี
พร้อมโครงสร้างรถแข็งแรงด้วยเหล็กคาร์บอนคุณภาพสูง ผ่านการทดสอบการสั่นสะเทือนกว่า 300,000 ครั้ง และป้องกันสนิมจากน้ำเกลือได้อีกด้วย

รุ่นแนะนำที่คนไทยเลือกใช้
Velax, VoltGuard, RS20, Ova
ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง และการเดินทางในชีวิตประจำวัน ทั้งสะดวก ประหยัด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

ขยายโชว์รูม-ศูนย์บริการให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
ปัจจุบันมีมากกว่า 70 สาขาทั่วประเทศ
ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 100 สาขาภายในปี 2025
พร้อมโซนทดลองขับและศูนย์บริการหลังการขายครบวงจร รองรับผู้ใช้ทั่วประเทศให้เข้าถึงได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น

“การได้รับ BOI Certification เป็นก้าวสำคัญของ YADEA Thailand เราไม่เพียงแค่สร้างโรงงาน แต่ยังผสานนวัตกรรมระดับโลกกับการวิจัยเชิงลึกเพื่อนำเสนอมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่สร้างสรรค์มาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ” นายแจ็ค หยาง (Mr.Jack Yang) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท YADEA Technology (Thailand) จำกัด กล่าวแสดงความมุ่งมั่นในการนำเสนอทางเลือกเพื่อการเดินทางที่ปลอดภัย อัจฉริยะ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ส.ธุรกิจกลางคืนพัทยา ยื่นหนังสือ สว. ทบทวน พรบ. ดื่มแอลกอฮอล์มีโทษ

สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา เข้าพบ สว. ดร.ประทุม วงศ์สวัสดิ์ รองประธานกรรมมาธิการท่องเที่ยวกีฬาวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกวุฒิสภาจังหวัด ชลบุรี ขอให้ภาครัฐทบทวน เกี่ยวกับข้อกฎหมายมาตราที่ 32 ห้ามผู้ใดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในสถานที่หรือบริเวณที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสถานที่ที่จัดบริการเพื่อให้มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อประโยชน์ในทางการค้า ในเวลาห้ามขายแอลกอฮอล์ 

แบบนี้ ไม่ใช่กระทบเฉพาะผู้ประกอบการ ในภาคกลางคืนแต่ยังกระทบถึงผู้ประกอบการร่วมเตียงชายหาดและอีกหลายๆ ท่านทั่วประเทศ อาจได้รับผลกระทบด้วย คณะ สว. ได้รับหนังสือแล้ว กล่าวว่า จะเร่งนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมโดยด่วน

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ร่วมกิจกรรมน้อมรำลึก 'วันนวมินทรมหาราช' 13 ตุลาคม

พลเรือตรี กิติศักดิ์ สายนุช ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ พร้อมด้วยกำลังพล ร่วมกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร "วันนวมินทรมหาราช” 13 ตุลาคม 2568 ในพื้นที่ของกองทัพเรือ 

โดยในส่วนของพื้นที่สัตหีบ มอบหมายให้กองเรือยุทธการ เป็นหน่วยรับผิดชอบจัดกิจกรรมฯ ซึ่งประกอบด้วย พิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสามเณร พิธีสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล พิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์เรือของพ่อ “เรือ ต.๙๑” และสโมสรสัญญาบัตรกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 

วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของประเทศไทย ที่ประชาชนชาวไทยร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือในหลวงรัชกาลที่ 9 พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

วันดังกล่าว ได้รับการกำหนดให้เป็น “วันนวมินทรมหาราช” เพื่อถวายความอาลัยและรำลึกถึงพระราชจริยวัตรอันงดงาม รวมถึงพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ที่ทรงอุทิศตลอดระยะเวลากว่า 70 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติ

เชียงใหม่-ท่าอากาศยานเชียงใหม่ห่วงใยชุมชนรอบสนามบิน สนับสนุนกองทุนช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่อง

เมื่อวานนี้ (10 ต.ค. 68) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ โดยนายการันต์ ธนกุลจีรพัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ มอบงบประมาณสนับสนุน “กองทุนช่วยเหลือประชาชนรอบสนามบิน” เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านเสียงและแรงสั่นสะเทือนจากการดำเนินงานของท่าอากาศยาน โดยมีคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองแม่เหียะร่วมเป็นสักขีพยานในการมอบงบประมาณดังกล่าว ให้แก่ชุมชนหมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 10 รวมจำนวน 45,000 บาท และชุมชนหมู่ที่ 5 จำนวน 50,000 บาท 

เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนของกองทุนในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างเหมาะสมและทันท่วงที ถือเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากปี 2567 ซึ่งท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้จัดสรรงบประมาณตั้งต้นกองทุนละ 50,000 บาท เพื่อเป็นการเริ่มต้นกลไกช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเสียงและแรงสั่นสะเทือนจากอากาศยาน และเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างท่าอากาศยานกับชุมชนโดยรอบ 

กองทุนช่วยเหลือประชาชนรอบสนามบินจัดตั้งขึ้นตามมติที่ประชุมรับฟังประเด็นปัญหาชุมชนรอบสนามบิน เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2566 ณ ห้องประชุมเทศบาลเมืองแม่เหียะ ภายใต้กรอบมาตรการเยียวยาเบื้องต้นจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อให้การดูแลประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของสนามบินเป็นไปอย่างเหมาะสม โดยในระยะยาว ท่าอากาศยานเชียงใหม่จะพิจารณามาตรการเพิ่มเติมภายหลังจากการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้วเสร็จสมบูรณ์  

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ให้ความสำคัญต่อการอยู่ร่วมกับชุมชนโดยรอบบนพื้นฐานของความเข้าใจ ความร่วมมือ และความรับผิดชอบต่อสังคม โดยจะดำเนินกิจกรรมสนับสนุนที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานของท่าอากาศยานเป็นไปอย่างสมดุลและยั่งยืนในทุกมิติ

ผบ.ตร. สั่งตรวจสอบการถือครองที่ดินแทนต่างชาติบนเกาะพะงัน-เกาะสมุย ดำเนินการ 4 ด้านเข้มงวด จัดการนอมินี 

(10 ต.ค. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีมีข้อสังเกตถึงการถือครองที่ดินแทนชาวต่างชาติบนเกาะพะงัน และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อกรณีการใช้บุคคลสัญชาติไทยถือครองที่ดินแทนชาวต่างชาติ หรือ นอมินี ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายและอาจกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่ง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 8 และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง บูรณาการการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กรมที่ดิน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และหน่วยงานด้านความมั่นคง ตรวจสอบกรณีดังกล่าวอย่างละเอียด

จากข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับกลุ่มชาวอิสราเอลในพื้นที่เกาะสมุย และเกาะพะงัน มีข้อมูลการจับกุมดำเนินคดีผู้ทำผิดในข้อหาต่างๆ หลายข้อหา อาทิ ประกอบธุรกิจรถเช่า ทำงานนอกเหนือสิทธิที่จะทำได้ ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบธุรกิจมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับอนุญาต ฯลฯ

โฆษก ตร. กล่าวว่า การปราบปรามชาวต่างชาติที่เข้ามาทำผิดกฎหมายก่ออาชญากรรมสร้างความเสียหายให้คนไทยในประเทศไทย เป็นนโยบายที่ ผบ.ตร.ให้ความสำคัญ โดยกรณีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการ 4 ด้าน ได้แก่ 

1. ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจร่วมในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบการถือครองที่ดินโดยนิติบุคคลต่างด้าวและการดำเนินธุรกิจที่อาจเข้าข่ายหลีกเลี่ยงกฎหมาย

2. ตรวจสอบเส้นทางการเงินและเอกสารประกอบธุรกิจ เพื่อพิสูจน์การถือหุ้นที่แท้จริงของบริษัทที่มีชาวต่างชาติเป็นผู้ลงทุน

3. เข้มงวดการอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว โดยตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกับกระทรวงแรงงาน เพื่อป้องกันการประกอบอาชีพที่ผิดกฎหมาย

4. ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดต่อทั้งผู้กระทำผิดและผู้ให้การสนับสนุน รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเกี่ยวข้อง

พล.ต.ท.ยิ่งยศฯ ยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้ประชาชนมั่นใจว่า จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และเท่าเทียม เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศชาติ

สมุทรปราการ-ครอบครัว 'กุลรัตนจินดา' เปิดโรงรับจำนำแห่งใหม่ ธนเพิ่มพูนทรัพย์ สาขา 3 อดีตผู้ว่าสมุทรปราการประเดิมรายแรก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568 ทางครอบครัวกุลรัตนจินดา นำโดย นายชัยรัชต์พงษ์ พร้อมด้วย นางสาวพัชรากร กุลรัตนจินดา อดีตปลัดเทศบาลเมืองบางแก้ว ถือฤกษ์ดี วันที่ 10 ตุลาคม ทำการเปิดกิจการใหม่ โรงรับจำนำแห่งใหม่ “ธนเพิ่มพูนทรัพย์” สาขา 3 ภายในซอยวัดด่านสำโรง ตรงข้ามซอยด่านสำโรง 20 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง สมุทรปราการ

โดยได้รับเกียรติจาก นายวันชัย คงเกษม อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานในพิธีตัดริบบิ้น ตลอดจนญาติสนิท ลูกหลาน ร่วมในพิธีครั้งนี้ 

ซึ่งทางเจ้าภาพได้ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดสลุด ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี สมุทรปราการ มาประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถาและเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมทั้ง เจิมแป้งปิดทองโรงรับจำนำเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัวกุลรัตนจินดา

นอกจากนี้ ในการเปิดโรงรับจำนำแห่งใหม่ สาขา 3 ธนเพิ่มพูนทรัพย์ ในวันนี้นั้น ทางด้าน นายวันชัย คงเกษม อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้นำแหวนมาใช้บริการจำนำประเดิมเป็นรายแรก 

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น มีบรรดาญาติสนิทต่างเดินทางมาร่วมในพิธี พร้อมทั้งได้นำกระเช้าดอกไม้มาร่วมแสดงความยินดีและอวยพรให้กับทางครอบครัวกุลรัตนจินดา ในการเปิดโรงรับจำนำแห่งใหม่ สาขา 3

ทั้งนี้ ทางโรงรับจำนำ ธนเพิ่มพูนทรัพย์ จะทำการเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 - 19.00 น. หยุดทุกวันพุธ ประชาชนทั้งในเขตพื้นที่และนอกพื้นที่สามารถมาใช้บริการได้ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ของโรงรับจำนำธนเพิ่มพูนทรัพย์คอยดูแลให้บริการประชาชนอย่างเป็นกันเองและให้ราคาที่สูงที่สุด

พังงา กองพันรักษาฝั่งที่ ๑๑ ร่วมกิจกรรมจิตอาสาเนื่องใน 'วันนวมินทรมหาราช'

(10 ต.ค. 68) เวลา ๐๙.๓๐ น. นาวาโท เมธาวี หิรัญมูล ผู้บังคับกองพันรักษาฝั่งที่ ๑๑ นำกำลังพลกองพันรักษาฝั่งที่ ๑๑ ร่วมกิจกรรมจิตอาสา เนื่องในโอกาส วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “วันนวมินทรมหาราช” โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันปรับปรุงภูมิทัศน์ของหาดบ่อดาน เก็บขยะ และทำความสะอาดชายหาดให้มีความเรียบร้อยสวยงาม โดยมี นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ ปลัดจังหวัดพังงา เป็นประธานในกิจกรรม ณ หาดบ่อดาน ตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน “วันนวมินทรมหาราช” ซึ่งตรงกับวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๘

ทัพเรือภาคที่ 1 พร้อมปกป้องอธิปไตยทางทะเล พิทักษ์อ่าวไทยให้มั่นคงปลอดภัย

(10 ต.ค. 68) พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ ได้ตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์พื้นที่ทางทะเล ในเขตรับผิดชอบของทัพเรือภาคที่ 1 โดยนำกำลังทางเรือ ได้แก่ เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเฮลิคอปเตอร์ และเรือตรวจการณ์หมายเลข 265 ออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่ทางทะเลของไทย บริเวณเกาะกูด จังหวัดตราด และเส้นแนวเขตเศรษฐกิจจำเพาะไทย–กัมพูชา

การนี้ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมประชุมวางแผนและติดตามความพร้อมตามแผนป้องกันชายแดนทางทะเล พร้อมมอบแนวทางการปฏิบัติแก่ กำลังพลให้ปฏิบัติภารกิจด้วยความเข้มแข็ง มุ่งมั่น และทุ่มเทอย่างเต็มขีดความสามารถ เพื่อธำรงไว้ซึ่งอธิปไตยทางทะเลของชาติ และป้องกันมิให้มีการรุกล้ำอาณาเขตทางทะเล ของประเทศไทยโดยเด็ดขาด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top