Tuesday, 7 July 2026
POLITICS

‘หริรักษ์’ กระชากหน้ากาก ปฏิรูปแบบ 3 นิ้ว เป้าหมายแท้จริง = ล้มล้างสถาบันฯ

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่า...

‘ปฏิรูปไม่เท่ากับล้มล้าง’

‘ถ้าปฏิรูป คือ การล้มล้าง แล้วรัฐประหาร คือ อะไร?’

การปฏิรูป ก็คือ ความเหมาะสม คือ การเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมหรือเพื่อทำให้ดีขึ้น จะค่อยเป็นค่อยไป หรือจะทำอย่างรวดเร็วก็ได้

การล้มล้าง คือ การทำลาย การล้มล้างไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง ก็เรียกว่าเป็นการล้มล้างได้

รัฐประหาร คือ การใช้กำลัง หรือบีบบังคับเพื่อยึดอำนาจ ส่วนใหญ่จะหมายถึงยึดอำนาจการปกครองของรัฐบาลที่ครองอำนาจอยู่

ไม่มีใครบอกว่า ‘การปฏิรูป’ เท่ากับ ‘การล้มล้าง’ และไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่รู้ว่า ปฏิรูปไม่เท่ากับล้มล้าง แต่เป็นพวกที่เคลื่อนไหวกันในขณะนี้ รวมทั้งสาวก และแนวร่วม ที่ออกมาประสานเสียงกันว่า ปฏิรูปไม่เท่ากับล้มล้างนั่นแหละ ที่ไม่รู้ว่าการปฏิรูปแตกต่างกับการล้มล้างอย่างไร

คำพูดที่บอกว่าไม่ใช่เป็นการล้มล้าง ไม่อาจบ่งบอกความจริงได้ แต่การกระทำต่างหากจึงจะบอกได้ เพราะกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา 

ตลอดเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา ลองมองย้อนกลับไปดูการกระทำและการแสดงออกของกลุ่มคนกลุ่มนี้ว่า พวกเขาทำอะไรกันบ้าง

การแสดงออกในทางเหยียบย่ำ หมิ่นแคลน ข่มขู่ เช่น…

การโจมตีด้วยถ้อยคำหยาบคาย การเผาพระบรมฉายาลักษณ์ สาดสีใส่พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งของสมเด็จพระพันปีหลวงและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง 

ใช้กิโยตินเป็นสัญลักษณ์ข่มขู่ ทั้งในการชุมนุม และใน Social Media ทำทุกวิถีทางผ่านสื่อที่เป็นพวกเดียวกันสร้างและเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นลบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชน ทำให้คนเชื่อว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ขัดขวางความเจริญของประเทศ 

‘จรัญ ภักดีธนากุล’ ลั่น ไม่หวั่นคำขู่ หลังถูกขู่ทำร้าย ปมเห็นพ้องกับศาลรธน.

'จรัญ-อดีตตุลาการศาลรธน.' เผยเคยถูกขู่ หลังมีความเห็นไปในทางเดียวกับศาลรธน. ลั่นคนทำงานขนาดนี้ ไม่มีใครกลัวหรอก พร้อมตายทุกเมื่อ เชื่อ คำวินิจฉัยล้มล้างการปกครอง เพราะต้องการจะป้องปราม

12 พ.ย. 64 นายจรัญ ภักดีธนากุล ผู้อำนายการหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการบรรยายพิเศษ ให้กับนักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมือง และการเลือกตั้งระดับสูงรุ่นที่ 12 ในหัวข้อธรรมาภิบาลกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปด้านการเมือง

ทั้งนี้ในช่วงท้าย ของการบรรยาย มีนักศึกษา ถามถึงความเห็นต่อคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการล้มล้างการปกครอง นายจรัญ ได้กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลดังกล่าวเชื่อว่า ต้องการจะออกมาเตือน ป้องปรามว่าการกระทำของกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวไม่มีขอบเขตผิดกฎหมายและมีความผิดระดับร้ายแรงเพราะหากถือตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ถือว่าร้ายแรงมากจึงเหมือนอยากจะให้ถอยกันให้หมด

‘ชัยวุฒิ’ เผยรู้ตัวมือแฮกเว็บศาลรธน. รับกู้คืนยาก ยันไม่มีข้อมูลเสียหาย

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงกรณีที่เว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญถูกแฮกเกอร์โจมตี ว่า ล่าสุดได้ระงับการเข้าถึงเว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว จากการตรวจสอบพบว่า ยังไม่มีข้อมูลที่ได้รับความเสียหาย เป็นเพียงการดิสเครดิต ทั้งนี้พบว่า ศาลฯ จ้างบริษัทเอกชนรายหนึ่งเข้ามาดูแล คาดว่าบริษัทนี้คงไม่มีมาตรการป้องกันที่เพียงพอ จึงมีช่องให้แฮกเกอร์ยึดเว็บไซต์ สันนิษฐานว่า ข้อมูลชื่อผู้ใช้ (ยูสเซอร์เนม) และรหัสผ่าน (พาสเวิร์ด) อาจหลุดจากแอดมิน หรือแฮกเกอร์ภายนอกอาจลองเจาะระบบ ซึ่งอยู่ในระหว่างการสืบสวน

ส่วนที่หลายฝ่ายเชื่อมโยงว่า เกี่ยวข้องกับที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย #ม็อบ10สิงหา ว่าเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง นายชัยวุฒิ กล่าวว่า รู้อยู่แล้วว่ากลุ่มไหนที่พยายามแฮกเข้ามา เป็นการเตรียมการไว้ล่วงหน้าก่อนวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ศาลจะมีคำวินิจฉัย เบื้องต้นกระทรวงดิจิทัลจะร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อสืบหาผู้กระทำผิด โดยสามารถตรวจสอบหาคนแฮกได้โดยดูจากระบบตรวจสอบการบุกรุก แต่อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด และต้องใช้เวลา ส่วนการกอบกู้คงยาก เพราะเว็บไซต์ถูกขโมยเอายูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดไป

‘ก้าวไกล’ โวยกลุ่มเซาะกร่อนบ่อนทำลายพรรค ยันชงแก้ ม.112 ไม่ล้มล้างการปกครอง

อย่าหวั่นเสียงขู่ของพวกตกยุค ‘ก้าวไกล’ ยืนยัน ข้อเสนอแก้มาตรา 112 ของพรรคไม่ล้มล้างการปกครอง ‘โรม’ จี้ ‘ประธานชวน’ เร่งบรรจุวาระเพื่อใช้สภาเป็นทางออก

รังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยประเด็นว่า ข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ของประชาชนผู้ชุมนุมถือเป็นการล้มล้างการปกครองฯ เป็นต้นมา เห็นได้ว่าเริ่มมีบางคนบางกลุ่มพยายามนำมาเป็นข้ออ้างในการเซาะกร่อนบ่อนทำลายพรรคก้าวไกล ราวกับเป็นขั้นตอนต่อไปของแผนการที่ได้ตระเตรียมมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นบางคนบางกลุ่มจากนอกสภาที่อ้างเหตุที่ ส.ส. ของพรรคไปประกันตัวให้ผู้ชุมนุมบ้าง หรือที่พรรคพยายามยื่นเสนอแก้มาตรา 112 ต่อสภา ซึ่งเรื่องเหล่านี้ เราก็ได้ยืนยันแล้วว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตในฐานะผู้แทนประชาชน ที่จะต้องช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน และผลักดันสิ่งที่ประชาชนเรียกร้องให้เกิดผล

ศบค.รับทราบ ศบค.ส่วนหน้า บูรณาการ ลดติดเชื้อ จชต. ด้าน "นายกฯ” ขอบคุณทุกฝ่าย  ช่วยทำงาน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธินโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 )หรือศบค.แถลงผลประชุมศบค.ชุดใหญ่ ว่า ที่ประชุมรับทราบการรายงานผลดำเนินการของศบค.ส่วนหน้า ตามที่พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ผอ.ศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศบค.ส่วนหน้า)รายงานความคืบหน้าการทำงาน เป็นไปได้ด้วยดี จากการพบกับผู้นำศาสนาพุทธ มุสลิม เพื่อบูรณาการการป้องกันการแพร่ระบาดพบว่าแนวโน้มการติดเชื้อดีขึ้น

ซึ่งเป็นผลจากการที่ทุกภาคส่วนในพื้นที่ร่วมมือกันทำงานอย่างดี โดยนายกฯขอบคุณประชาชนทุกศาสนาที่ร่วมมือกัน และพบว่าการฉีดวัคซีนในช่วงเดือนต.ค.มีมากขึ้น จนถึงเดือนพ.ย.ที่การฉีดเข็มหนึ่งเป็นสีเขียวมากขึ้น ดังนั้นการฉีดในเข็ม2ขอให้ประชาชนไปรับการฉีดวัคซีนให้เต็มที่ เพราะวัคซีนเป็นทางรอดและทางเลือกไม่ให้ป่วย หรือเสียชีวิต และยังลดการใช้ทรัพยากรของกระทรวงสาธารณสุข 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เส้นกราฟการติดเชื้อเป็นที่น่าพอใจ เป็นผลจากการร่วมใจสู้ภัยโควิดของคนใต้ เป็นภาพที่น่าประทับใจ ให้เห็นว่าเราอยู่บนแผ่นเดียวกัน ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นใครชาติไหนภาษาไหน หรือคนของเราไปอยู่ต่างประเทศเราอยากให้เขาดูแลอย่างไร เราก็ต้องดูแลคนในประเทศของเรา ให้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เช่นเดียวกับคนต่างด้าว ที่จะเข้ามาก็ต้องได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม

“อนุทิน” ย้ำ ศบค.พยายามผ่อนคลายให้มากที่สุด วอน อย่าด้อยค่าวัคซีนทุกชนิด ยืนยันช่วยชีวิตประชาชนได้ ระบุ ปม ผ่อน นักท่องเที่ยวเข้าประเทศ ตรวจ  ATKแทนRT-PCR รอชัดเจน หลัง 16 ธค.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ว่าไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เป็นเพียงการสรุปที่นายกฯสั่งการในศบค.ว่าจะปฏิบัติอย่างไรให้รวดเร็ว 
    
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการเสนอให้ยกเลิกการตรวจโดยRT-PCR ให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย และใช้วิธีการตรวจATK แทน เพื่อลดระยะเวลาการรอผล นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้เบื้องต้นเรื่องการใช้ATK ต้องรอให้พ้น วันที่ 16 ธันวาคมไปก่อน ทุกอย่างเราพยายามผ่อนคลายเพื่อให้เกิดความสะดวกมากที่สุด แต่เราก็ไม่ละเลย ความปลอดภัยของประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด 

เมื่อถามถึงการผ่อนคลายมาตรการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่มีการเลื่อนไปเป็นปีหน้า นายอนุทิน กล่าวว่า เราประเมินและอยากให้ทุกอย่างราบรื่นไปถึงสิ้นปี ต้องคอยดูความเป็นไป เพราะเราเพิ่งเปิดประเทศมา 10 กว่าวันก็ต้องไม่ประมาท ตรงไหนผ่อนคลายได้ก็ทำอยู่แล้ว ส่วนการขายแอลกฮอล์ในพื้นที่สีฟ้า เรามีมาตรการอยู่แล้ว ส่วนที่มีนักท่องเที่ยวอยากให้มีการขายแอลกอฮอล์ในโรงแรมด้วยนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ก็ผ่อนคลายไปมากแล้ว เราก็ต้องให้เจ้าหน้าที่ได้ปรับตัวและสร้างความพร้อม เราต้องการเป็นผู้ให้บริการไม่ใช่ผู้ควบคุม เป็นผู้สนับสนุนให้ทุกอย่างมันไปได้

ผู้สื่อข่าวถามถึงการเดินทางไปร่วมประชุมกับองค์การอนามัยโลกที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งยังไม่อนุญาตให้ผู้ที่ฉีดซิโนแวค 2 เข็มเข้าประเทศ ทำให้มีกระแสในโซเชียลว่าประเทศสวิตเซอร์แลนด์ด้อยค่าซิโนแวก  นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ว่ากันไปเรื่อย ตอนนี้บางประเทศเขาก็ยังไม่ได้รับซิโนแวก เขาก็ทยอยรับ ซึ่งเราจะต้องไปประชุมในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ก็คิดว่าเขาอาจจะยังไม่รับ ดังนั้นเราก็ต้องฉีดแอสตร้าเซนเนก้าให้ครบ 2 เข็มเพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่ไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์แล้วไม่ต้องกักตัว สามารถทำงานได้เลย ก็เท่านี้เองไม่มีอะไร

“บิ๊กตู่” บี้จัดงานลอยกระทงต้องเน้นปลอดภัย-ปลอดโควิด

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สั่งการให้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ดูแลและเตรียมความพร้อม การจัดงานลอยกระทง ในวันที่ 19 พ.ย. 2564 ในทุกพื้นที่ให้มีความปลอดภัยและเรียบร้อยโดยยึดตามมาตรการการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 COVID-Free Setting /Universal Prevention และ DMHTT ขณะที่ จังหวัดสุโขทัย Kick off ลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้า ก่อนเข้าชมงานประเพณีลอยกระทงเผาเทียน เล่นไฟ วิถีใหม่ ประจำปี 2564 ระหว่างวันที่ 8-16 พ.ย. นี้รับตั๋วอิเลคทรอนิคส์ (E-Ticket) ก่อนเข้าชมงานประเพณีลอยกระทง จัดขึ้นระหว่าง18-20 พ.ย. นี้ ณ บริเวณอุทยาน ประวัติศาสตร์สุโขทัย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีฝากกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตำรวจ เจ้าพนักงานปกครอง กำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เช่น ห้ามปล่อยโคมลอย งดเล่นดอกไม้เพลิง พลุ ประทัด รวมถึงรณรงค์ลอยกระทงปลอดเหล้า ด้านการจราจร สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจราจรทั้งทางน้ำและทางบก ตรวจสอบความเรียบร้อยของยานพาหนะที่จะใช้รับ-ส่งประชาชนในช่วงประเพณีลอยกระทง โดยให้กรมเจ้าท่าตรวจความพร้อมของท่าเทียบเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่คาดว่าจะเป็นท่าเรือหลักๆที่ประชาชนจะมาร่วมกิจกรรมลอยกระทงเป็นจำนวนมาก ได้แก่ ท่าเรือสะพานพุทธ ท่าเรือสี่พระยา ท่าเรือเอเชียทีค และท่าเรือไอคอนสยาม ซึ่งกรมเจ้าท่าจะจัดกำลังเจ้าหน้าที่รักษาการณ์ในคืนลอยกระทง ส่วนกลาง จำนวน 196 คน เรือรักษาการณ์ 88 ลำ ส่วนภูมิภาค จำนวน 753 คน เรือรักษาการณ์ 78 ลำ พร้อมออกประกาศควบคุมการเดินเรือ และเตือนให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือในช่วงเทศกาลลอยกระทงแล้ว

 

'ชาญวิทย์' เชื่อการเปลี่ยนแปลงใหญ่มาถึงแล้ว ชี้! หากยังแข็งขืน เลี่ยง ‘ปฏิวัตินองเลือด’ ยาก

จากกรณีที่คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด กรณีการกระทำของนายภานุพงษ์ จาดนอก, นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และนายอานนท์ นำภา ใช้สิทธิหรือเสรีภาพล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยคะแนน 8 ต่อ 1

ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กชื่อ Charnvit Kasetsiri ระบุว่า ปฏิรูป หรือปฏิวัติ Reform or Revolution My respect to those who fight for Democracy and the People of Thailand ด้วยจิตคารวะต่อนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และเพื่อราษฎรไทย

(ก)
ผมเศร้าใจและละอายใจ
ที่ทั้งตัวบุคคลและทั้งสถาบัน
กับทั้งเครือข่ายของรัฐข้าราชการทหาร/ตำรวจ/ตุลาการ
ที่กุมอำนาจรัฐไทยอยู่ในขณะนี้
กระทำการทั้งปราบปราม ทำร้ายและทำลายชีวิตคนรุ่นใหม่ ๆ
อย่างไร้มนุษยธรรม

มีทั้งจับกุมคุมขัง (คุก) กระทำการดำเนินคดีความ
โดยไม่ยึดถือตามหลักการของนิติธรรม และหรือนิติรัฐ

ผมเศร้าใจและละอายใจ
ที่บุคคลและหรือตัวแทนของสถาบันเหล่านี้
ส่วนใหญ่ก็เรียนจบไปจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยเรา

ผมทั้งละอายใจ และขายหน้า
ที่บุคคลที่ได้รับการศึกษาสูงเช่นนี้
สามารถจะกระทำการที่ต่ำช้า
และขัดต่อจิตวิญญาณประชาธิปไตย
ขัดกับหลักการทางวิชาการนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ได้ถึงเพียงนี้

(ข)
ผมเชื่อว่าจากการศึกษาประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของการดำรงอยู่
และ/หรือการล่มสลายของสถาบันกษัตริย์ทั่วโลก

ไม่ว่าจะในเอเชีย หรือยุโรป เช่น ในสหราชอาณาจักร (อังกฤษ)
หรือในฝรั่งเศส รัสเซีย เยอรมนี ออสเตรีย/ฮังการี อิตาลี
และแม้แต่จักรวรรดิออตโตมัน
กับในจีน และในญี่ปุ่นนั้น

มีข้อสรุปเพียงสั้น ๆ อยู่ที่ว่า
หากมี “การปฏิรูป” ก็อยู่รอด

แต่หากขัดขืนดำเนินไปแบบเดิม ๆ
หรือ แบบทั้งรุนแรง ทั้งร้ายแรง
ก็จะหลีกเลี่ยง “การปฏิวัติ” ที่นองเลือดไปไม่ได้

"บิ๊กตู่" ย้ำที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่ เราจะกลับไปอยู่ที่เดิมไม่ได้อีกแล้ว คาดสิ้นเดือนพ.ย. ฉีดวัคซีนครบ 100 ล้านโดส เตรียมพิจารณาสถิติ เปรียบเทียบยี่ห้อวัคซีนกับภูมิต้านทาน ย้ำที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่ เราจะกลับไปอยู่ที่เดิมไม่ได้อีกแล้ว คาดสิ้นเดือนพ.ย. 

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในช่วงต้นการประชุมว่า วันนี้มีหลายเรื่องที่จะต้องพิจารณา และมีหลายเรื่องที่ดำเนินการผ่านมาแล้วประสบความสำเร็จ จากการผลักดันของทุกภาคส่วน แต่อย่างไรก็ตามตนได้ประกาศในที่ประชุมเอเปค

เมื่อวันที่ 11 พ.ย.แล้วว่า ตราบใดที่โรคโควิด-19 ยังอยู่ เราจะต้องอยู่กับมันให้ได้ ภายใต้มาตรการครอบจักรวาล และมาตรการ DMHTT  และการดำเนินกิจการต่างๆจะต้องมีการอนุมัติคัดกรองเฝ้าระวัง เพราะเราจะย้อนกลับไปอยู่ที่เดิมไม่ได้อีกแล้ว พร้อมย้ำทุกคนจะต้องระมัดระวังเป็นที่สุด 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องของการฉีดวัคซีน ก็มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ทำได้ตามเป้าหมาย ซึ่งตนได้แจ้งในที่ประชุมเอเปคแล้วว่าสามารถฉีดวัคซีนไปแล้ว 83 ล้านโดส และคาดการณ์ว่าในสิ้นเดือนนี้จะสามารถฉีดวัคซีนได้ 100 ล้านโดส และมีวัคซีนสำหรับปีหน้าแล้วด้วย อย่างไรก็ตาม จะมีการหารือเรื่องยี่ห้อของวัคซีนอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งต้องหาข้อมูลทางสถิติ เพื่อพิจารณาว่ายี่ห้อใดมีภูมิต้านทานมากน้อยเท่าไหร่ 

ปฏิรูป เป็นแค่ 'คำ' แต่ 'การกระทำ' สำคัญกว่า

ข้อความจาก ‘ศรีสุวรรณ จรรยา’ เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ฝากถึงกลุ่มที่มีพฤติกรรม ‘ล้มล้าง’ แต่อ้าง ‘ปฏิรูป’

‘บิ๊กตู่’ ปลุกใจ นักศึกษา ‘วปอ.64’ ขอให้มีความกล้าหาญที่จะยืนในโรงหนัง

นายกรัฐมนตรี ฝากนักศึกษา ‘วปอ.64’ ขอให้มีความกล้าหาญที่จะยืนในโรงหนัง ห่วงคนอยากยืนแต่ไม่กล้ายืนเพราะกลัวถูกบูลลี่

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 64 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 64 มีผู้เข้ารับการศึกษา จำนวน 288 คน และนักศึกษาจากมิตรประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับนักศึกษาวปอ.64 ตอนหนึ่งว่า ฝาก เรื่องการยืน ในโรงชมภาพยนตร์ด้วย เป็นห่วง คนที่อยากยืน แต่ไม่กล้ายืน เพราะกลัวถูกบูลลี่ จึงอยากขอทุกคนมีความกล้าหาญที่จะยืน ขอทุกคนคงเข้าใจนะ ไม่ได้บังคับกัน

"เราเป็นครอบครัวเดียวกัน ที่ยั่งยืน ด้วยหลักเกณฑ์ หลักการของประเทศ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน"

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวบรรยายเรื่อง “บทบาทของภาครัฐ เอกชน และการเมืองในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ” โดยย้ำไทยที่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่มีความแข็งแกร่ง อาหารและทรัพยากรธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ ภาคอุตสาหกรรมและบริการที่มีความสามารถในการแข่งขันทัดเทียมนานาประเทศ รัฐบาลเตรียมความพร้อมประเทศ ในการรองรับการพัฒนาอย่างก้าวหน้าของประเทศและประชาคมโลก

'พีระพันธุ์' ชี้ ม็อบปฏิรูปผิดอาญาร้ายแรง จี้ ผู้รักษากฎหมายตามเช็กบิลกองหนุน

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความเห็นต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 โดยระบุว่า จบแล้วแต่ยังไม่จบ!!!

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 จับใจความได้ว่าการพูดถึงสถาบันหลักของชาติที่ปวงชนชาวไทยถวายความเคารพสักการะด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ในการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 มีลักษณะของการปลุกระดมและใช้ข้อมูลที่เป็นเท็จ เป็นการเรียกร้องโจมตีในที่สาธารณะที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายและใช้ความรุนแรงในสังคม เป็นการทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำให้เกิดความแตกแยกของคนในชาติ อีกทั้งเป็นการเซาะกร่อนเพื่อทำลายหรือทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ที่ดำรงอยู่คู่กันกับชาติไทยเป็นเนื้อเดียวกันนับแต่อดีตถึงปัจจุบัน และจะต้องดำรงอยู่ด้วยกันต่อไปในอนาคตเพื่อธำรงความเป็นชาติไทย ต้องสิ้นสลาย ไม่ว่าจะโดยการพูด การเขียน หรือการกระทำต่าง ๆ เพื่อให้เกิดผลเป็นการบ่อนทำลาย ด้อยคุณค่า หรือทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์อ่อนแอลง ย่อมแสดงให้เห็นถึงการมีเจตนาเพื่อล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่เป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ

เป็นคำวินิจฉัยที่บอกว่าสิ่งที่กลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องพยายามตะโกนอธิบายว่าเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายตามรัฐธรรมนูญนั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นการกระทำผิดกฎหมายและผิดรัฐธรรมนูญ ที่มิใช่เป็นเพียงแค่อาชญากรรมตามกฎหมายอาญาธรรมดา ๆ หากแต่เป็นการบ่อนทำลายชาติและสถาบันหลักของชาติที่จะต้องดำรงอยู่คู่กันกับชาติเพื่อธำรงความเป็นชาติไทยตลอดไปให้ต้องสิ้นสลาย อันเป็นความผิดอาญาที่ร้ายแรงยิ่ง 

เป็นการตอกย้ำว่าเมื่อไหร่ที่คนพวกนี้ต้องติดคุก พวกเขาคือ “นักโทษผู้กระทำความผิดอาญาร้ายแรง” ไม่ใช่ “นักโทษทางความคิด”

มันจบแล้ว...

จากนี้ไปการชุมนุมในลักษณะนี้รวมทั้งท่อน้ำเลี้ยงและอีแอบ ผู้เป็น “ชนกลุ่มน้อย” คือผู้ทำลายล้างรัฐธรรมนูญ คือผู้ทำลายล้างสถาบัน คือผู้ทำลายล้างชาติ คือผู้กระทำผิดอาญาร้ายแรง ไม่ใช่ผู้ใช้สิทธิเสรีภาพตามกฎหมายตามรัฐธรรมนูญอีกต่อไป ข้อคลางแคลงสงสัยของผู้รักษากฎหมายจนทำให้กระบวนการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่นแบบที่ผ่านมาก็จบลงด้วย

'ราเมศ' เลขาประธานรัฐสภาแจง 'ปารีณา' ฟังให้ได้ศัพท์ ก่อนจับไปกระเดียด

นายราเมศ รัตนะเชวง เลขานุการประธานรัฐสภา ได้กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กพาดพิง"นายชวน หลีกภัย" ประธานรัฐสภาเรื่องการดำรงตำแหน่งกรรมาธิการวิสามัญของ ส.ส.ที่ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ว่า

หลักการกรณีของนางสาวปารีณา เป็นไปตามคำสั่งศาลที่ได้สั่งในทางคดี เป็นคดีที่ถูกฟ้องต่อศาลฎีกา เรื่อง ยึดถือ ครอบครอง และใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบ ว่าด้วยเรื่องจริยธรรม และศาลได้มีคำสั่งรับคำร้องของ ป.ป.ช. ที่ขอให้ศาลวินิจฉัยการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ เมื่อศาลมีความเห็นเช่นนั้น นางสาวปรีณาก็ต้องปฏิบัติตาม ในฐานะเป็นคู่ความในคดีตามหลักกฎหมาย

ส่วนที่กล่าวพาดพิงนายชวน หลีกภัย ว่าเคยปกป้องคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กรณีนั่งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีนั้น คุณปารีณาควรฟังให้ครบ ฟังให้ได้ศัพท์ก่อนจับไปกระเดียด กรณีของคุณธนาธรมีผู้สื่อข่าวถามประธานสภาผู้แทนราษฏร ว่าบุคคลที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. แต่ไปเป็นกรรมาธิการในสัดส่วนคนนอกได้หรือไม่ นายชวนตอบว่า ต้องยึดรัฐธรรมนูญเป็นหลัก บทบาทการเป็น ส.ส.ทำไม่ได้ แต่บทบาทของกรรมาธิการ วิสามัญ ภายในกรอบว่าถ้าอะไรที่เกี่ยวกับบทบาทของความเป็นผู้แทนก็ทำไม่ได้ และขณะนั้นยังย้ำว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องวินิจฉัย ประธานสภาผู้แทนราษฏรไม่ใช่ผู้แต่งตั้งกรรมาธิการ สภาเป็นคนตั้งประธานสภาฯไม่มีอำนาจวินิจฉัย 

เรื่องนี้มีหลักการอยู่ชัดเจน ไม่มีรัฐธรรมนูญมาตราไหนให้ประธานสภาวินิจฉัยความชอบของคนที่มาดำรงตำแหน่งกรรมาธิการวิสามัญ เป็นเรื่องของสภาที่แต่งตั้ง องค์กรที่เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่ตรวจสอบก็ว่ากันไปตามกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุล 

‘อาคม มกรานนท์’ ย้ำคำวินิจฉัยศาลรธน. ลั่น! ถึงเวลาปราบ ‘อีแอบ’ ขั้นเด็ดขาด

นายอาคม มกรานนท์ อดีตพิธีรายการโทรทัศน์ชื่อดัง และอดีตผู้ประกาศข่าว ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Akhom Makaranond" โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้

"สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย เป็นเสาหลักสำคัญที่จะขาดเสียมิได้ ในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น การกระทำใด ๆ ที่มีเจตนาทำลายหรือทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ต้องสิ้นสลายไป ไม่ว่าการพูด เขียน หรือการกระทำต่าง ๆ เพื่อให้เกิดผลเป็นการบ่อนทำลาย ด้อยคุณค่าหรืออ่อนแอลง ย่อมมีเจตนาล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์" (ส่วนหนึ่งของคำวินิจฉัยของศาลฯ)

บ่ายนี้ คงต้องใช้เวลาคุยกับพี่น้องถึงเรื่องคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกันอีกครั้ง และยิ่งมาได้ยิน ดร.ณัฐพรฯ เอ่ยชื่อออกมาชัดถ้อยชัดคำว่า ใคร? จะโดนคดี เช่น อีซิ้มหลังม็อบ อาจารย์ในมหาวิทยาลัย นาทอน ไอ้บูด ฯลฯ พร้อมทั้งยืนยันเรื่องเงินจำนวนมากพอสมควร ที่ถูกโอนมาเพื่อจ่ายค่าเคลื่อนไหวอยู่ในบัญชีของใคร? (ตรวจสอบได้ไหม? อายัติได้ไหม?)

ศาลฯ ท่านยังบอกในคำวินิจฉัยอีกว่า "พระมหากษัตริย์ไทย จะดำรงคงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป" ได้ยินแล้วขนลุก

ขอบอกไปยังรัฐบาลว่า "หากแจ้งจับคนทำผิดกลุ่มนี้ช้าเกินกาล ละก็ "มันหนีแน่" เพราะโทษสูงมาก อนาคตหมดสิ้น จากการกระทำของพวกมันเอง"

นี่ไม่ใช่มาพูดกันเล่น ๆ นะ ในเมื่อการชุมนุมเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ก็แสดงว่าการชุมนุมนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย พวก สส. ที่ไปร่วมกับม็อบ สนับสนุนม็อบ และประกันตัวม็อบ อาจจะโดนยื่นคำร้องให้ถูกถอดถอนจาก สส. และอาจจะลามเลยไปถึงขั้นยุบพรรค ถ้างั้นพรรคไหน? ที่ก้าวไถลลึก อาจจะเจอก็ได้ 

พูดถึงเรื่องนี้แล้ว ขอบอกถึง "ภัยร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในมหาวิทยาลัย" ให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องได้ทราบไว้ ส่วนจะทำประการใดเป็นเรื่องของท่าน ฟังให้ดีนะ

‘อ.ไชยันต์’ ติงสื่อตัดตอนคำวินิจฉัยศาลรธน. ชี้!! อาจทำให้คนรับ เข้าใจคลาดเคลื่อน

อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ เตือนนักข่าวสื่อออนไลน์ค่ายดังโควตคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญสั้น ๆ ชี้การสื่อสารโดยยกข้อความสั้นที่ตัดออกจากบริบทอาจทำให้คนรับเข้าใจคลาดเคลื่อน

วันนี้ 11 พ.ย. 64 จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ให้การกระทำของนายอานนท์ นำภา, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง จัดชุมนุมปราศรัยเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 63 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่ง พร้อมสั่งให้ผู้ถูกร้องที่ 1-3 และกลุ่มองค์กรเครือข่ายเลิกการกระทำดังกล่าวทันที หลังนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นคำร้องเมื่อ 18 ส.ค. 63 เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัย

โดยศาลเห็นว่าการปราศรัยของบุคคลทั้งสาม มีเจตนาเพื่อทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ นำไปสู่การสร้างความปั่นป่วนและกระด้างกระเดื่อง เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเกินความพอเหมาะพอควร โดยมีผลทำให้กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และจะนำไปสู่การบ่อนทำลายการปกครองในที่สุด นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินงานอย่างเป็นขบวนการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย และใช้ยุทธวิธีเปลี่ยนแปลงรูปแบบการชุมนุม ซึ่งมีลักษณะของการปลุกระดม ให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ ก่อให้เกิดความวุ่นวายและความรุนแรงในสังคม

ล่าสุดเฟซบุ๊ก Chaiyan Chaiyaporn ของ ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความกรณีที่ผู้สื่อข่าวเว็บไซต์ข่าวออนไลน์สำนักหนึ่ง (เวิร์คพอยต์ทูเดย์) โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ ระบุว่า "เห็นได้ว่าประวัติศาสตร์การปกครองของไทยนี้ อำนาจการปกครองเป็นของพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด" และอ้างว่าเป็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top