Sunday, 8 November 2026
POLITICS

"แรมโบ้" ซัด "เพื่อไทย" ช่วยศึกษาข้อมูลเรื่องน้ำมันแพงให้ถ่องแท้ อย่าบิดเบือนใส่ความนายกฯและรัฐบาล  สอนมวยกลับ ช่วยตรวจสอบย้อนหลังรัฐบาลน้องสาวนายโทนี่แตะ 50 บาทต่อลิตร ทำไมสมุนโทนี่ไม่ออกมาโวยวายบ้าง

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ชี้แจงข้อมูลถึง "ราคาน้ำมันแพง"ซึ่งตนขอเปิดเผยข้อมูลที่หลายคนพูดไม่ค่อยครบ ทุกมุมมอง ทุกมิติ โดยเฉพาะคนที่ตั้งหลักจะตีรวน ย่อมหยิบเพียงบางประเด็นมาโจมตี เพื่อสนองตัณหาส่วนตัว และ ดิสเครดิตรัฐบาล โดยใช้ข้อมูลที่ไม่ได้ศึกษาอย่างครบถ้วนมาโจมตีให้เกิดความเข้าผิดต่อประชาชน 

ซึ่งปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโดยตรง ก็คือ ปัญหาความตึงเครียดระหว่างประเทศรัสเซียกับสหรัฐฯ และพันธมิตร "นาโต้" เกี่ยวกับยูเครน ซึ่งหากว่าใครติดตามข่าวสารก็จะเข้าใจ สิ่งสำคัญคือ...มันมีผลทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกสูงขึ้นแตะ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยทั้ง 2 ประเทศยักษ์ใหญ่ สหรัฐฯ และรัสเซีย ต่างเป็นประเทศส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่ของโลก  และมีน้ำมันสำรองระดับต้นๆ ของโลกอีกด้วย จึงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่กลับได้รับประโยชน์ที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น 

ไม่เพียงเท่านี้ ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อเนื่อง คือสถานการณ์โควิดที่ยืดเยื้อมากว่า 2 ปี ถือเป็น "มหาวิกฤต" ครั้งใหญ่ที่สุด หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลกในปี 2563 ลดลงร้อยละ 3.2 และร้อยละ 9.6 ตามลำดับ ซึ่งรุนแรงยิ่งกว่า “วิกฤตต้มยำกุ้ง” ปี 2540 และ "วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์" ปี 2549 เพราะส่งผลกระทบทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่เหมือน "วิกฤตมหาอุทกภัย" ปี 2554 ที่เป็นความล้มเหลวในการบริหารจัดการของรัฐบาลหุ่นเชิดยิ่งลักษณ์ น้องสาวโทนี่ ที่รอคนนอกประเทศกดปุ่ม มันก็ไม่ทันต่อสถานการณ์แน่นอน 

นายเสกสกล กล่าวต่ออีกว่า หากจะกล่าวหาลอยๆ ว่าไทยน้ำมันแพงกว่าเพื่อนบ้านอาเซียน ตนก็อยากเอามาแบให้เห็น ให้ชัดกันไปเลยว่า "ราคาดีเซล" เฉลี่ยทั้งประเทศ เรียงจากแพงไปหาถูก คือ สิงคโปร์ (56.7 บาท/ลิตร) ลาว (34.7 บาท/ลิตร) ฟิลิปปินส์ (32.0 บาท/ลิตร) เมียนมา (31.7 บาท/ลิตร) กัมพูชา (30.8 บาท/ลิตร) อินโดนีเซีย (30.5 บาท/ลิตร) ไทย (29.9 บาท/ลิตร) เวียดนาม (27.5 บาท/ลิตร) มาเลเซีย (17.0 บาท/ลิตร) และบรูไน (7.62 บาท/ลิตร) สำหรับ "ราคาเบนซิน" เฉลี่ยทั้งประเทศ เรียงจากแพงไปหาถูก คือ สิงคโปร์ (66.8 บาท/ลิตร) ลาว (44.6 บาท/ลิตร) ฟิลิปปินส์ (38.9 บาท/ลิตร) กัมพูชา (38.1 บาท/ลิตร) ไทย (34.5 บาท/ลิตร) เวียดนาม (34.5 บาท/ลิตร) เมียนมา (32.5 บาท/ลิตร) อินโดนีเซีย (28.9 บาท/ลิตร) มาเลเซีย (16.2 บาท/ลิตร) และบรูไน (13.0 บาท/ลิตร) (ข้อมูล ณ 7 ก.พ.65)

ดังนั้น มันชัดเจนแล้วว่า ราคาน้ำมันไทย ทั้งดีเซลและเบนซิน "ไม่ได้แพง" อย่างที่บางคนกล่าวหา โดยเฉพาะกลุ่มพรรคพวกสมุนนายโทนี่ น่าจะตักน้ำใส่กระโหลก ย้อนมองไปดูราคาน้ำมันในอดีตปี 2557 สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ลักหลับ เบนซินสูงสุด ตั้งแต่ตนเกิดมาสูงเป็นประวัติการณ์เกือบ 50 บาท/ลิตร จะจอดรถทิ้งที่บ้านก็หารถไฟฟ้าไม่มี จะเดินไปทำงานก็คงไม่ไหว ยังจำได้หรือไม่ หรือคนในพรรคเพื่อไทยแกล้งลืม

อย่างไรก็ตาม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม ให้ได้มากที่สุด เช่น (1) ลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดย ลดส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B7, ลดสัดส่วนผสมขั้นต่ำของไบโอดีเซล, ลดค่าการตลาดของน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา และลดสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วให้มีสัดส่วนผสมเดียว (2) ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร มาอย่างต่อเนื่อง จนถึงสิ้น มี.ค.65

นอกจากนี้ ยังมีความพยายามลดค่าครองชีพด้านอื่นๆ อีก เช่น (1) ขยายส่วนลด LPG จำนวน 100 บาท/คน/เดือน ถึงสิ้น ม.ค.65 (2) ตรึงราคา LPG อยู่ที่ 318 บาท สำหรับถัง 15 กิโลกรัมถึงสิ้น มี.ค.65 (3) ตรึงราคา NGV อยู่ที่ 15.59 บาท/กิโลกรัม ถึง 15 มี.ค.65 (4) ลดค่าน้ำ-ค่าไฟฟ้า ให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐราว 14 ล้านคน  ช่วง ต.ค.64 - ก.ย.65 รวมทั้งออกโครงการต่างๆ เช่น "คนละครึ่ง" เพื่อแบ่งเบาค่าใช้จ่ายและกระตุ้นกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจฐานรากด้วย

กรมชลประทาน พร้อมรับมือน้ำเค็มรุก 

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้วางแผนการบริหารจัดการน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงฤดูแล้งของทุกปี โดยกรมชลประทานได้พิจารณาแนวทางเพื่อรับมือและกำหนดมาตรการควบคุมความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยการเพิ่มการระบายจากเขื่อนภูมิพล ตั้งแต่ช่วงวันที่ 2 - 5 กุมภาพันธ์ 2565 ในอัตราเฉลี่ยวันละ 24 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมกับรักษาระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ และควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตราเฉลี่ย 85 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 

สำหรับที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ได้ปรับแผนเพิ่มการระบายน้ำ ในอัตราเฉลี่ยวันละ 5.18 ล้านลูกบาศก์เมตร ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากนั้นจะทยอยปรับลดการระบายลงเหลืออัตราเฉลี่ยวันละ 4.32 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะเดียวกันจะควบคุมระดับเหนือเขื่อนพระรามหก ให้อยู่ในเกณฑ์ และปรับแผนเพิ่มการระบายน้ำอยู่ในอัตราเฉลี่ย 40 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากนั้นจะทยอยปรับลดการระบายลงเหลืออัตราเฉลี่ย 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในลำดับต่อไป 

ตัวแทนครูขอบคุณ ”บิ๊กตู่” ช่วยผลักดันการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างจริงจัง จนเกิดผลเป็นรูปธรรม “ส่ัง”ขยายผลแก้ปัญหาหนี้ของข้าราชการส่วนอื่น ๆ และประชาชนทุกมิติ

ที่ตึกสันติไมตรี ทําเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  นำคณะครู จำนวน 40 คน เข้าพบ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่ผลักดันการแก้ไขปัญหาหนี้ครูอย่างจริงจังจนเกิดผลเป็นรูปธรรม ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ที่ต้องการแก้ไขสถานการณ์หนี้สินครัวเรือนและประชาชนรายย่อยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นระบบ และเป็นธรรม

นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวถึงการดำเนินการในการแก้ไขปัญหาหนี้ครูผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์ต่าง ๆ ว่า ผลการดำเนินการประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยกรณีเป็นลูกหนี้ปกติก็จะรับการลดอัตราดอกเบี้ยโดยไม่ใช้งบประมาณของประเทศ โดยเป็นการเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับครู ขณะที่หนี้ที่มีปัญหาก็มีกระบวนการในการปรับโครงสร้างหนี้อย่างเหมาะสม ที่เป็นการตกผลึกร่วมกันระหว่างเจ้าหนี้ กับสหกรณ์ และลูกหนี้ ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดีและได้เริ่มดำเนินการแล้วประสบผลสำเร็จอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูดำเนินการจะเป็นต้นแบบสำคัญในการขยายผลไปสู่สหกรณ์ออมทรัพย์อื่น ๆ ของประเทศต่อไป ซึ่งจะช่วยให้ข้าราชการทั้งประเทศได้ลดภาระของหนี้ที่มีอยู่ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้ในปี 2565 เป็นปีของการแก้ไขหนี้ภาครัวเรือนอย่างแท้จริง   

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนของประชาชนและหนี้ของครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยการหาแนวทางให้ข้าราชการครูมีเงินใช้จ่ายอย่างเพียงพอในการใช้ชีวิตปัจจุบัน อนาคต และหลังเกษียณอายุราชการไปแล้ว ให้เกิดความมั่นคงในชีวิตทั้งตนเองและครอบครัวภายใต้สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลกและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น ขณะที่เงินเดือนก็ไม่สามารถขึ้นให้ได้มากนัก เพราะต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลในการขึ้นเงินเดือน ดังนั้น จึงต้องมาแก้ไขภาระหนี้สินต่าง ๆ ที่มีอยู่ ผ่านกลไกต่าง ๆ ที่มีอยู่เดิมก่อน รวมถึงการตั้งคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย ที่มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน อย่างไรก็ตามแนวทางต่าง ๆ จะสำเร็จได้ ทุกคนต้องช่วยกันแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติและการดำเนินการผ่านกลไกที่มีอยู่

โดยขอบคุณที่ทุกคนได้สานต่อนโยบายของนายกรัฐมนตรีไปสู่การปฏิบัติจนเกิดผลเป็นรูปธรรมในการดำเนินการแก้หนี้ครูจนเป็นผลสำเร็จ ซึ่งจะเป็นตัวอย่างสำคัญในการขยายไปสู่การแก้ปัญหาหนี้ให้กับข้าราชการส่วนอื่น ๆ ต่อไปด้วยทั้งในส่วนของข้าราชการพลเรือน ตำรวจ และทหาร รวมถึงการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนให้กับประชาชน ในการแก้ปัญหาความยากจนรายครัวเรือนทุกมิติทั้งเรื่องสุขภาพ คุณภาพชีวิต ที่อยู่อาศัย การเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ การเข้าถึงบริการภาครัฐ เป็นต้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอให้ทุกคนเข้มแข็งด้วยตนเอง โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ และให้ใช้จ่ายให้สอดคล้องกับศักยภาพของตนเอง ทั้งนี้เรื่องใดที่สามารถทำได้เร็วให้ทำก่อน ส่วนตรงไหนที่ติดขัดก็ให้เร่งปรึกษาหารือเพื่อหาแนวทางแก้ไข โดยเฉพาะหากเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและข้อกฎหมาย ต้องไปหารือกันอีกครั้งให้ชัดเจนก่อนดำเนินการ ซึ่งนายกรัฐมนตรีพร้อมสนับสนุนการดำเนินการแก้ปัญหา โดยต้องไม่ให้เกิดปัญหาใหม่ตามมาภายหลังอีก ทุกอย่างต้องทำเพื่อประชาชนทุกคน

รักใครให้หอม “บิ๊กตู่” เชิญชวนผู้สนใจสั่งซื้อหอมแดง GI เกรด A มอบเป็นของขวัญในเดือนแห่งความรักในกิจกิจกรรม “สื่อรักด้วยใจ รักใครให้หอม” ร่วมอุดหนุนช่วยเหลือเกษตรกรช่วงผลผลิตล้นตลาด  

ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ก่อนเริ่มการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)  น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงจังหวัดศรีสะเกษ นำหอมแดงในกิจกรรม “สื่อรักด้วยใจ รักใครให้หอม” มอบให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม คณะรัฐมนตรี(ครม.) และผู้เข้าร่วมการประชุม ครม.  

น.ส.ไตรศุลี  กล่าวว่า กิจกรรม “สื่อรักด้วยใจ รักใครให้หอม” เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกันดำเนินการเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร ที่ขณะนี้ประสบปัญหาหอมแดงราคาตกต่ำ เนื่องจากช่วงเดือนต.ค.-มี.ค.ทุกปีจะมีผลผลิตออกมาพร้อมกันเป็นจำนวนมาก โดยในปีนี้จังหวัดศรีสะเกษได้เพิ่มพัฒนาช่องทางการตลาด กิจกรรมส่งเสริมการขายหลายช่องทางเพื่อให้ผู้สนใจร่วมอุดหนุนเกษตรกรได้สะดวกยิ่งขึ้น  

สำหรับในเดือน ก.พ. ซึ่งเป็นเดือนแห่งความรักจังหวัดศรีษะเกษจึงจัดกิจกรรม “สื่อรักด้วยใจ รักใครให้หอม” เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และกระตุ้นการบริโภคในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ โดยเปิดให้ประชาชนทั่วประเทศสั่งซื้อหอมผ่าน Line Official “รักใครให้หอม” โดยผู้สั่งซื้อจะได้รับหอมแดง GI เกรด A ใส่ในถุงตาข่ายถุงละ 1 ก.ก. พร้อมป้ายข้อความอวยพรรวม 3 ถุงบรรจุในกล่องราคา 189 บาท/กล่อง(รวมค่าจัดส่ง) ส่วนผู้สนใจสั่งเป็นชุดเล็กสามารถสั่งชุด 1 ก.ก. ราคา 40 บาท(ไม่รวมค่าจัดส่ง) หรือชุดคู่เซต(หอม+กระเทียม) ชุดละ 79 บาท(ไม่รวมค่าจัดส่ง)  

“นายกรัฐมนตรี เชิญชวนให้คนไทยทั่วประเทศช่วยกันอุดหนุนหอมแดงจังหวัดศรีสะเกษเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร และเป็นการอุดหนุนสินค้าคุณภาพมาตรฐาน GI ของประเทศไทยด้วย” น.ส.ไตรศุลี กล่าว  

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับช่องทางการขายอื่นๆ จังหวัดศรีสะเกษ ได้ขอรับการสนับสนุนเครือข่ายพาณิชย์และเกษตรจังหวัดต่างๆ เพื่อจับคู่ค้าขายโดยตรง ประสานจุดจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าทั้งในและต่างจังหวัดเพื่อสั่งหอม จากเกษตรกรไปจำหน่ายภายใต้กิจกรรมสื่อรักด้วยใจ รักใครให้หอม เช่นเดียวกัน รวมถึงมีกิจกรรมส่งเสริมการขายในจังหวัด ได้แก่ กิจกรรมหมอแดงโมบายล์ โดยนำหอมแดงไปขายภายในช่วงเทศกาลต่างที่จังหวัดจะเกิดขึ้น เช่น  เทศกาลแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 5-25 มี.ค. 2565 และการแข่งขันกีฬาคนพิการ ครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 30 มี.ค.-3 เม.ย. 2565  รวมถึงประสานผู้ส่งออกทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่เพื่อรับซื้อหอมแดง GI ศรีสะเกษ และผลักดันการส่งออกโดยกลไกเซลแมนจังหวัดและเซลแมนประเทศ(ทูตพาณิชย์)   

“บิ๊กตู่” นำถกครม. คึกคักเข่นเดิม หลัง'อนุทิน' นำ 7 รมต.ภูมิใจไทยเข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง

ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เต็มคณะ ทั้งนี้เป็นที่น่าจับตาการเข้าร่วมประชุม ครม.ในวันนี้ เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยทั้ง 7 คน ไม่เข้าร่วมการประชุม เพื่อคัดค้านเรื่องการต่อขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว อย่างไรก็ตาม ปรากฎว่าในวันเดียวกันนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข พร้อมด้วยรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด เดินทางเข้าร่วมการประชุมตามปกติ 

ทั้งนี้ ก่อนการประชุม นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นำคณะครู เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงความขอบคุณในการผลักดันการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู นอกจากนี้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และคณะผู้บริหาร เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรม “Workation Thailand ทำงานเที่ยวได้ รวมใจช่วยชาติ” และการแข่งขันวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก ครั้งที่ 4 ประจำปี 2564 รายการ “Amazing Thailand Marathon Bangkok 2021”

สำหรับวาระที่น่าสนใจในวันนี้ กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอที่ประชุมพิจารณาเห็นชอบการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงไม่เกิน 3 บาทต่อลิตร โดยออกเป็นร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งปัจจุบันกรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีน้ำมันดีเซลในอัตรา 5.99 บาทต่อลิตร สามารถจัดเก็บรายได้ประมาณเดือนละ 1.2 หมื่นล้านบาท หรือปีละประมาณ 1.44 แสนล้านบาท จากการใช้น้ำมันประมาณ 2 พันล้านลิตรต่อเดือน 

“ลุงป้อม” ไม่สน คนพปชร.ย้ายซบพรรคอื่น ลั่น ช่วยค้ำรัฐบาลพอ ปัด เลือดไหลจากพรรค โว คนแห่เข้าพปชร.ครึ่งร้อยไม่พูด 

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี กรณีที่นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น สมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ว่า ก็ดี ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เขาอยากจะไปอยู่ที่ไหนก็เรื่องของเขา ทำงานให้ประชาชนอยู่ที่ไหนก็ได้ 

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้สอบถามเหตุผลของทั้งสองคนหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะต้องถามด้วยหรือ เขาไปอยู่พรรคร่วมรัฐบาล จะไปอยู่ไหนก็ได้ ไม่มีอะไรหรอก เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับพรรคเศรษฐกิจไทย ถึงจุดยืนทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เขาสนับสนุนรัฐบาล ก่อนหน้านี้ที่โหวตสวน ก็มีแค่เรื่องเดียวคือเรื่องสุรา เพราะเขาต้องการช่วยประชาชน จึงให้นำกฎหมายกลับมาที่รัฐบาลก่อน 

นายกฯ ถก เลขาฯ องค์การสันนิบาตมุสลิมโลก พร้อมประสานความร่วมมือ สร้างความปรองดอง

นายกรัฐมนตรี เปิดทำเนียบ หารือ เลขาฯ องค์การสันนิบาตมุสลิมโลก ชื่นชมสังคมพหุวัฒนธรรมของไทย พร้อมสนับสนุนการทำงานของไทยในการสร้างความปรองดอง และสันติภาพในประเทศและในโลกต่อไป

เมื่อ 14 ก.พ. เวลา 15.00 น. ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ดร.มุฮัมมัด บิน อับดุลกะรีม อัลอีซา (Dr. Mohammad bin Abdulkarim Al-Issa) เลขาธิการองค์การสันนิบาตมุสลิมโลก เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อกระชับความสัมพันธ์ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญของการสนทนา ดังนี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวยินดีที่เลขาธิการองค์การสันนิบาตมุสลิมโลกเดินทางเยือนไทย ที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายมีความร่วมมือที่ดีระหว่างกัน ไทยชื่นชมความเป็นผู้นำทางศาสนา และสนับสนุนแนวทางอิสลามสายกลางของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างศาสนิกชนต่างศาสนา พร้อมหวังว่า การเยือนไทยครั้งนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างไทยกับองค์การสันนิบาตมุสลิมโลกที่เป็นรูปธรรมเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่ายต่อไป

'จุรินทร์' ย้ำ ปชป.รู้หน้าที่พรรคร่วมรัฐบาล ไม่ห่วงศึกอภิปรายทั่วไป พร้อมแจงทุกคำถาม ยัน แก้ของแพงคลี่คลายแล้ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการเตรียมความพร้อมชี้แจงในการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติที่จะมีขึ้นในวันที่ 17-18 ก.พ.นี้ ว่า  รัฐมนตรีทุกคนทราบหน้าที่ดีอยู่แล้วในช่วยกันตอบในการอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ขณะที่ฝ่ายค้านสามารถเสนอข้อคิดเห็นมาได้ หากเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีคนไหน รัฐมนตรีคนนั้นก็มีหน้าที่ชี้แจงทำความเข้าใจ

ส่วนนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้พูดในภาพรวม สำหรับกระทรวงพาณิชย์ก็พร้อมตอบหากมีคำถามอะไร เรื่องราคาสินค้านั้น โดยตอนนี้กระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไปกำกับควบคุมดูแล และเมื่อพบการกระทำความผิด ก็ได้ไปดำเนินคดี ทำให้สถานการณ์คลี่คลายขึ้นแล้ว

'นายกฯ' เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมเวียนเทียนวิถีใหม่ New Normal ในวันมาฆบูชา พร้อมกำชับให้วัดดำเนินการปฏิบัติตามมาตรการ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดในชุมชน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนร่วมเวียนเทียน ออนไลน์ ในวันมาฆบูชา 2565 ในรูปแบบวิถีใหม่ New Normal ซึ่งเป็นการทำบุญวิถีใหม่ ปลอดภัยจากโควิด-19  และยังอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ไม่สามารถเดินทางไปทำกิจกรรมที่วัดให้ร่วมทำบุญในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยร่วมเวียนเทียนออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ www.เวียนเทียนออนไลน์.com สามารถเลือกสถานที่เวียนเทียน ทั้งวัดในประเทศไทย และวัดไทยในต่างประเทศ ซึ่งจะเปิดระบบให้ประชาชนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ระหว่างวันที่ 14-17 กุมภาพันธ์ 2565 เวลาตั้งแต่ 11.09 น. เป็นต้นไป 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปทำบุญเวียนเทียนที่วัด ซึ่งในส่วนกลางกรมศาสนากำหนดจัดที่วัดสระเกศ ส่วนภูมิภาคให้จัดตามบริบทของแต่ละพื้นที่ อาทิ การทำบุญตักบาตร ทำวัตรสวดมนต์ เจริญจิตภาวนา ฟังพระธรรมเทศนา สักการะพระบรมสารีริกธาตุ เวียนเทียน ฯลฯ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ของสาธารณสุขในแต่ละพื้นที่ และขอให้วัดดำเนินการปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค จัดเวียนเทียนเป็นรอบๆ หรือกำหนดจุดยืนประกอบพิธีตามความเหมาะสม เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดในชุมชน ป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดในกลุ่มคลัสเตอร์ใหม่ในอนาคต ขณะเดียวกันก็ขอวิงวอนให้พุทธศาสนิกชนที่ไปวัดปฏิบัติตามมาตรการ Universal Prevention อย่างเคร่งครัดด้วย

"วราวุธ" ลั่น​ ชทพ.หนุนรัฐบาล​ เลือดสุพรรณ​ ลงเรือลำเดียวกันแล้ว​ ต้องส่งให้ถึงฝั่ง​ ย้ำ​ ชทพ.ไม่เคยเกเร

นายวราวุธ​ ศิลปอาชา​ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​  (ทส.)​ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา​ (ชทพ.)​ ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา​ 152  ในวันที่​  17-18​ ก.พ.​ ว่า ตนและทส.ทำงาน​มาโดยตลอด​ แต่ในการทำงานแต่ละกรมอาจจะมีข้อติดขัดอะไรบ้าง ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีหากจะมีการชี้แจงให้ประชาชนได้ทราบ ส่วนตัวตนทำงานตลอด จึงไม่ได้ทำการบ้านอะไรเป็นพิเศษ​ ขณะที่​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม​ ก็ไม่ได้กำชับอะไร​ ต่างคนต่างทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในแต่ละบทบาทแต่ละกระทรวง

เมื่อถามถึงกรณีที่นายกฯระบุว่าต้องการให้พรรคร่วมรัฐบาลช่วยกัน นายวราวุธ กล่าวว่า ในบทบาทของทส.​ หากมีอะไรที่เกี่ยวข้องก็ยินดีที่จะตอบ และการอภิปรายครั้งนี้บางครั้งใครมีข้อมูลอะไรในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลก็จะช่วยกันทำงาน

เมื่อถามถึงกรณี ทส.จะถูกอภิปรายเรื่องเหตุน้ำมันรั่วที่​ จ.ระยอง​ นายวราวุธ​ กล่าวว่า​ ก็ยินดีที่จะชี้แจงให้กับประชาชนรับทราบ ว่าในส่วนของทส. ได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง และถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหน่วยงานอื่น หรือกระทรวงอื่นเราก็จะไม่ก้าวก่าย ปล่อยให้เจ้ากระทรวงเป็นผู้ชี้แจงต่อไป

เมื่อถามว่า​ แม้ครั้งนี้จะไม่มีการลงมติ​ แต่​ 12​ เสียง​ ชทพ.ยังหนุนรัฐบาลอยู่หรือไม่​ นายวราวุธ​ กล่าวว่า เราอยู่กับรัฐบาลตั้งแต่เริ่มยันจบ เราทำงานร่วมกัน​ ลงเรือด้วยกันแล้ว​ เราก็ส่งเรือให้ถึงฝั่ง​ ชทพ.ไม่เคยเกเร​ ตั้งแต่สมัยนายบรรหาร​ ศิลปอาชา​ อดีตนายกฯ และตอนนี้ยังเป็นเช่นนั้น เราทำงานในฐานะคนที่อยู่เรือลำเดียวกัน

รัฐบาลเคาะงบพัฒนาจังหวัด-ภาค 4 หมื่นล้าน

นายเอนก มีมงคล รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาค (ก.บ.ภ.) และคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.) ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรม.กลาโหม เป็นประธาน วันที่ 14 ก.พ.2565 ได้เห็นชอบเห็นชอบแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด พ.ศ. 2566 – 2570 

ทั้งนี้ในการพัฒนาตามแผนนั้น กำหนดแนวทางไว้ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และแผนพัฒนาของแต่ละภาค เช่น ภาคเหนือ เน้นการพัฒนาตามแผนล้านนา ครีเอทีฟ การแก้ปัญหาความยากจน ภาคอีสานเน้น เรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจกลุ่มลุ่มน้ำโขง การท่องเที่ยว และภาคใต้ เน้นการท่องเที่ยว เกษตร และระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เป็นต้น

‘ครูธัญ’ ยินดีหน่วยงานตระหนักรู้ความเท่าเทียม หลังเขตบางขุนเทียน จัดจดทะเบียนคู่รัก LGBTQ+

‘ปักธงสมรสเท่าเทียม’ โดยภาครัฐ ‘ครูธัญ’ ชม สำนักงานเขตบางขุนเทียน จัดจดทะเบียนสมรสคู่รัก LGBTQ+ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก ชี้ ยอมให้แสดงสัญลักษณ์ แม้ยังไม่มีผลทางกฎหมาย คือความก้าวหน้า

วันที่ 14 ก.พ. 65 ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะผู้เสนอร่าง ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับที่ พ.ศ. …. หรือ ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม กล่าวชื่นชมสำนักงานเขตบางขุนเทียน ที่จัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสคู่รักผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQ+ ที่ศูนย์การค้า The Bright พระราม 2 โดยระบุว่า เป็นอีกกิจกรรมที่สามารถสร้างความตระหนักรู้ในประเด็นความหลากหลายทางเพศได้ แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือการจดทะเบียนในวันนี้จะยังไม่มีผลทางกฎหมาย อย่างไรก็ดี ตนรู้สึกมีความยินดีที่หน่วยงานราชการมีความตระหนักรู้และให้ความสำคัญต่อประเด็นความไม่เท่าเทียมที่ยังมีอยู่ในสังคม โดยเข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในตัวตั้งตัวตี มีส่วนในการร่วมเปลี่ยนแปลงผลักดัน แม้ในเชิงสัญลักษณ์ก็ถือว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญ  

ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) ได้เข้าพบ เพื่อมอบเอกสารประมูลสิทธิ์การขอจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ.2569 (ฉบับจริง) อย่างเป็นทางการ ต่อนายกสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH)  ซึ่งหากประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานครั้งนี้จะส่งผลดีต่อทั้งเศรษฐกิจและสังคม

ทั้งนี้คณะผู้บริหาร AIPH ได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหาร ร่วมการประชุม Spring Meeting ของ AIPH ระหว่างวันที่ 6 – 12 มีนาคม 2565 ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อพิจารณาการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็นและการสนับสนุนการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ.2569 และจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ.2572 ก่อนที่คณะผู้บริหาร AIPH จะเดินทางเข้าตรวจพื้นที่เพื่อประเมินความพร้อมของจังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 13 - 17 กุมภาพันธ์ 2565 ในการเสนอประมูลสิทธิ์การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ต่อไป

สำหรับงานมหกรรมพืชสวนโลกเป็นงานที่ยิ่งใหญ่และมีความสำคัญต่อประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง ประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกมาแล้ว จำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2549 (Type A1) ได้รับรางวัลเหรียญทอง (Gold Medal) และครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2554 (Type B) ซึ่งประเทศไทยประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการจัดงาน จนเป็นที่ประจักษ์และได้รับความชื่นชมจากหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่ความเป็นผู้นำในด้านพืชสวนโลกประเทศหนึ่งในเอเชีย เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากล

‘อนุทิน’ ยันไม่ถอนตัวรัฐบาล ลั่น สนับสนุน ‘บิ๊กตู่’ เต็มประตู

“อนุทิน” หยอดคำหวาน “หนู” ช่วยอยู่แล้ว ยัน ไม่ถอนตัวรัฐบาล ลั่น มาด้วยกันไปด้วยกัน กั๊ก ปมรถไฟฟ้าสายสีเขียวกระทบซักฟอก แย้ม ขอดูรายละเอียดก่อน

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่14 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ระบุว่า “หนูช่วยหน่อยนะ” หลังการประชุมศบค. เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ถามตนเรื่องนี้ว่า “พี่พูดกับหนูเมื่อไหร่” จึงตอบไปว่าจำไม่ค่อยได้ แต่เป็นธรรมดา หาก พล.อ.ประยุทธ์ บอกให้ช่วยก็ต้องช่วยกันทำงาน เป็นหน้าที่อยู่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ พูดทำนองนี้ แต่ไม่ได้บอกว่า หนูช่วยหน่อยนะ ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าให้ช่วยเรื่องอะไร แต่เป็นการช่วยทำงาน ช่วยให้ทุกอย่างเกิดความเรียบร้อย

ผู้สื่อข่าวถามว่า การพูดคุยดังกล่าวยืนยันตัวเลข 260 เสียงรัฐบาล กับนายกฯ หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตัวเลขนี้ไม่รู้มาจากไหน ยืนยันจะพยายามทำให้เกิดความมีเสถียรภาพให้ได้มากที่สุด

เมื่อถามว่าในการอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 แม้ไม่มีการลงมติ พรรคภูมิใจไทยจะช่วยเหลือรัฐบาลอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ต้องสนับสนุน นายกฯ เต็มประตูอยู่แล้ว นายกฯ ยังไม่เคยทำอะไรที่ผิดกฎหมาย ผิดไปจากนโยบายที่ได้แถลง ทุกอย่างเป็นไปตามทำนองคลองธรรม สิ่งที่นายกฯ ทำทุกอย่างถ้าเป็นประโยชน์กับประเทศ เราเป็นรัฐบาลด้วยกันก็ต้องสนับสนุน ต้องช่วยกัน

เมื่อถามว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 15 ก.พ.นี้ จะมีวาระพิจารณาประเด็นโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่เห็นวาระการประชุม เมื่อถามย้ำว่า หากครม. พิจารณา แล้วผลไม่เป็นไปตามที่พรรคภูมิใจไทยต้องการ จะทำอย่างไร นายอนุทิน กล่าวย้อนว่า ให้เกิดขึ้นก่อน ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีรถไฟฟ้าสายสีเขียว หากพิจารณาแล้วไม่ว่าผลจะออกมาทิศทางใด จะยังสนับสนุนรัฐบาลอยู่ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องดูว่าจะเสนอเข้ามาในรูปแบบไหน จะไปพูดในสิ่งที่ยังไม่เกิดไม่ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องของกระทรวงคมนาคม ส่วนรายละเอียดต้องให้ผู้เกี่ยวข้องนำมาชี้แจงในที่ประชุมครม. 

"โฆษกรัฐบาล" ยัน ผู้ป่วยโควิด-19 ยังรักษาฟรีตามสิทธิ “ข้าราชการ-ประกันสังคม-บัตรทอง” ย้ำ ไม่หมดสิทธิรักษาฟรี ประชาชนอย่าได้กังวล ขอให้เชื่อมั่นระบบสาธารณสุขไทย  เผย “บิ๊กตู่” กำชับต้องดูแลสุขภาพประชาชนไทยทุกกลุ่ม 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีชี้แจง กรณีที่มีกระแสข่าวอ้างการถอดการรักษาโควิด-19 ออกจาก UCEP (Universal Coverage for Emergency Patients) หรือ สิทธิการรักษาตามนโยบายรัฐเพื่อคุ้มครองผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ทำให้เกิดการเข้าใจผิดว่า หากติดโควิด-19 แล้วต้องจ่ายค่ารักษาเองนั้น โดย กระทรวงสาธารณสุขมีแผนปรับแนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 มาเป็นการรักษาตามสิทธิการรักษาพยาบาลของแต่ละคนนั้น ขอยืนยันว่า ประชาชนยังได้รับการรักษาเหมือนเดิมโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น รวมทั้งยังสามารถไปรับบริการในโรงพยาบาลเอกชนได้ หากมีอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ ขอประชาชนอย่ากังวลเรื่องการรักษา ย้ำ การถอนโควิด-19 ออกจากโรคฉุกเฉินวิกฤติ ไม่ได้หมายความว่า “หมดสิทธิรักษาฟรี” 

นายธนกร กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยพบผู้ป่วยโควิด-19 ด้วยสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งผู้ป่วย 80-90% แทบไม่มีอาการ สามารถรักษาตัวที่บ้านในระบบ Home Isolation ได้ ไม่ได้อยู่ในภาวะฉุกเฉิน จึงไม่มีเหตุที่ต้องรีบเข้าโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หากมีการประกาศให้โรคนี้ไม่เป็นภาวะฉุกเฉิน ผู้ป่วยก็สามารถไปรับการรักษาพยาบาลได้ตามระบบปกติตามสิทธิของตนที่มีอยู่ เช่น หากใช้สิทธิบัตรทอง จะมีหน่วยบริการประจำที่ลงทะเบียนไว้ ผู้ป่วยสามารถไปรับบริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือหากเข้าระบบการดูแลแบบ Home Isolation สปสช. ก็ยังดูแลค่าใช้จ่ายให้เหมือนเดิม แต่หากมีอาการฉุกเฉิน ผู้ป่วยสามารถเข้ารับบริการในหน่วยบริการที่ใกล้บ้านที่สุดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นรัฐหรือเอกชน ทั้งนี้ ปัจจุบันประชาชนไทยได้รับการคุ้มครองสิทธิการรักษาพยาบาลจากรัฐบาล 3 ระบบใหญ่ด้วยกัน ได้แก่ 1) สิทธิสวัสดิการการรักษาพยาบาลของข้าราชการ 2) สิทธิประกันสังคม และ 3 สิทธิหลักประกันสุขภาพ หรือบัตรทอง 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top