Thursday, 27 August 2026
POLITICS

อนุดิษฐ์ ตอก “โฆษกทัพเรือ” เมินยุทธศาสตร์ชาติ มุ่งซื้อโดรน UAV ของนอก ทั้งที่ไทยผลิตเองได้-ถูกกว่าเท่าตัว

“อนุดิษฐ์” ขยี้ปม “ทัพเรือ” จัดซื้อโดรน UAV 4 พันล้านบ.แต่ไร้อาวุธติดตั้ง หวั่นขอซื้ออาวุธทีหลังแล้วมีปัญหา ติดใจไม่สนยุทธศาสตร์ชาติ ที่เน้นส่งเสริมอุตฯป้องกันประเทศของไทย ยัน สทป.ผลิตได้เหมือนกัน แถมราคาถูกกว่าเท่าตัว สอนมวย “โฆษก ทร.” ตอบไม่ตรงคำถาม ยิ่งทำให้คนสงสัยว่ามีเบื้องหลังหรือไม่อย่างไร

จากกรณีที่ พล.ร.ท.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ ออกชี้แจงกรณีที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. และนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ที่อภิปรายในระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ถึงโครงการจัดหาอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ประจำฐานบินชายฝั่ง ของกองทัพเรือ วงเงิน 4,070 ล้านบาทๅ ว่ามีความโปร่งใส และมีการแข่งขันราคาที่เป็นธรรมนั้น

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ต้องขอเน้นย้ำว่า ประเด็นที่ตนตั้งข้อสังเกตขึ้นมานั้น เป็นไปเพื่อปกป้องภาษีของพี่น้องประชาชนที่จะถูกใช้จ่ายไปอย่างไม่คุ้มค่า หรือที่แย่ไปกว่านั้นอาจเข้าข่ายการทุจริตประพฤติผิดมิชอบ จึงขอให้กองทัพเรือช่วยชี้แจงชัดๆก่อนว่า ในเมื่อกองทัพเรือระบุความต้องการจัดหา UAV ที่สามารถใช้อาวุธโจมตีเป้าหมายได้ ทำไมจึงตัดเรื่องการส่งมอบอาวุธที่ต้องมาพร้อมกับ UAV ทิ้งไป เพราะการที่กองทัพเรืออ้างว่าสามารถจัดหาอาวุธมาติดตั้งได้ภายหลังนั้น ย่อมย้อนแย้งกับความต้องการในการจัดหา UAV ติดอาวุธของตัวเอง เพราะขอเงินภาษีประชาชนกับสภาผู้แทนราษฎร โดยบอกว่าจะไปซื้อ UAV ติดอาวุธ 3 ลำ ด้วยเงิน 4,070 ล้านบาท แปลว่า กองทัพเรือต้องซื้อ UAV ที่สามารถปฏิบัติภารกิจโจมตีเป้าหมายได้ แต่สุดท้ายกลับไปเซ็นสัญญาซื้อ UAV จำนวน 7 ลำ แต่ไม่ซื้ออาวุธมาด้วย ซึ่งแปลความว่า หลังจากการจัดซื้อครั้งนี้แล้ว กองทัพเรือต้องตั้งงบประมาณเพื่อจัดหาอาวุธมาติดตั้งให้ UAV อีก

“แล้วคราวนี้ไม่ใช่ยอดแค่ 3 ลำ แต่ต้องจัดหาอาวุธมาให้ทั้ง 7 ลำ แล้วสภาฯจะไปอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมให้อีกได้อย่างไร เพราะให้ไปตั้ง 4 พันล้านบาทแล้วเพื่อไปซื้อ UAV ติดอาวุธ แต่กลับได้มาแค่ UAV ที่ไม่มีอาวุธ เพราะฉะนั้นคำถามของผม ตรงไปตรงมาแบบนี้ ขอให้กองทัพเรือช่วยตอบให้ตรงคำถามด้วย” น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุ

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวต่อว่า ที่สำคัญไปกว่านั้น หากในอนาคตกองทัพเรือของบประมาณไปซื้ออาวุธมาติดตั้งเพื่อนำไปปฏิบัติภารกิจ แต่ประเทศผู้ขายปฏิเสธไม่ขายให้กับประเทศไทย กองทัพเรือช่วยตอบด้วยว่าจะให้ใครรับผิดชอบ UAV ติดอาวุธ ที่ปฏิบัติภารกิจไม่ได้ เรื่องนี้ต้องบันทึกไว้เลยว่าตกลงใครต้องรับผิดชอบ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะซ้ำรอยกับเรือดำน้ำที่ซื้อเครื่องยนต์เยอรมันมาติดตั้งไม่ได้ แต่ไม่เห็นมีใครออกมารับผิดชอบให้เป็นไปตามสัญญา ส่วนประเด็นที่สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) มีเอกสารยืนยันว่า ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการผลิต UAV ขนาดกลาง หรือ MALE UAV (Medium Altitude Long Endurance) ตาม TOR เดียวกันกับที่กองทัพเรือซื้อด้วยราคาที่ถูกกว่าเท่าตัวนั้น โดยกองทัพเรือซื้อจากต่างประเทศ 4 พันล้านบาท แต่ผลิตในประเทศราคาประมาณ 2 พันล้านบาท แต่กองทัพเรือชี้แจงว่าได้ตรวจสอบแล้วยังไม่มีบริษัทในประเทศเคยผลิต UAV ตาม TOR ที่กองทัพเรือต้องการนั้น แต่บริษัทของประเทศอิสราเอลที่กองทัพเรือไทยสั่งซื้อ UAV นั้น วันแรกที่กองทัพอิสราเอลสั่งซื้อ UAV ลำแรกจากบริษัทนี้ ทางบริษัทก็ไม่เคยผลิต UAV แบบนี้มาก่อนเช่นกัน แต่บริษัทก็สามารถสร้างขึ้นมาตามความต้องการของกองทัพอิสราเอล โดยหลังจากบริษัทส่งมอบ UAV ลำแรก กองทัพอิสราเอลก็สั่งซื้อมาเรื่อยๆ จนอุตสาหกรรมด้าน UAV ของอิสราเอล เป็นสินค้าส่งออกไปหลายประเทศในขณะนี้

“การที่กองทัพเรือชี้แจงว่า ได้ตรวจสอบแล้วยังไม่มีบริษัทในประเทศเคยผลิต UAV ตาม TOR ที่กองทัพเรือต้องการนั้น คำตอบเช่นนี้ไม่ควรออกมาจากกองทัพเรือได้เลย เพราะแปลว่ากองทัพเรือไม่ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ที่เป็น S Curve ตัวที่ 11 ตามที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติเลยแม้แต่น้อย กรณีที่ของประเทศอิสราเอล วันแรกที่กองทัพเขาสั่งกับบริษัทในประเทศก็ยังไม่มีการผลิตเช่นกัน แต่ตอนนี้เขาสามารถผลิตแล้วจำหน่ายไปทั่วโลกแล้ว ถือเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของประเทศโดยแท้ เรื่องแบบนี้ทำไมกองทัพเรือถึงไม่เอาเป็นตัวอย่าง” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว

'ทักษิณ' โหน 'ชัชชาติ' ขยัน มีความโปร่งใส เหมือนยุคตนเองเป็นนายกฯ ถ่ายทอดสดช่อง 11 ตลอด

'ทักษิณ' โหน 'ชัชชาติ' ทำงานแบบขยันมีภาวะความเป็นผู้นำมีความโปร่งใสเหมือนยุคตนเองเป็นนายกฯทำ Workshop ทำงานและถ่ายทอดสดช่อง 11 ตลอดเวลา มันต้องตรงไปตรงมา 

8 มิ.ย.2565 - แฟนเพจเฟซบุ๊ก CARE คิด เคลื่อน ไทย เผยแพร่คำพูดของนายทักษิณ ชินวัตร หรือ "โทนี่" อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งกล่าวในรายการ CareTalk X Clubhouse หัวข้อ "ราชการไทย" ทำดีก็ได้ ทำไวก็เป็น เมื่อวันอังคารที่ 7 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า 

“...ถ้าคิดจะเป็นผู้นำแล้วคิดแต่จะขโมยคนของคนอื่น แบบนี้เป็นผู้นำไม่ได้หรอก...”

ถ้าผู้นำดี รู้ปัญหา ไม่มีข้าราชการคนไหนอยู่เฉยหรอก เขารู้ปัญหา เขารู้เรื่องหมดอยู่ที่ว่าเขาจะทำหรือเปล่า จะทำแบบรับเงินทอน หรือจะทำแบบตรงไหนตรงมา

ผู้ว่าฯ ชัชชาติทำงานแบบขยัน และมีภาวะความเป็นผู้นำ มีความโปร่งใส เวลาลงพื้นที่จุดไหนก็ live ไปด้วยทำให้ประชาชนได้เรียนรู้และรู้ปัญหาไปด้วย ส่วนไหนทำได้ ส่วนไหนทำไม่ได้ประชาชนก็จะได้เข้าใจ

เพื่อไทย เตือน รบ.ขายสลากดิจิทัล ส่งผลกระทบรายย่อย แนะ ‘บิ๊กตู่’ คิดไม่เป็น ก็ลอกการบ้าน ‘ไทยรักไทย’ ได้

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย กรรมการบริหารพรรค และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เตือนให้รัฐบาล ถึงกรณีสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเปิดจำหน่ายสลากดิจิทัล ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่ผู้บริโภคสามารถซื้อได้ในราคา 80 บาท แต่เป็นวิธีที่นักวิชาการและผู้ที่เคยศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหารวมถึงสำนักงานสลากเองเลือกที่จะไม่นำมาใช้ เนื่องจากจะส่งผลกระทบถึงกลุ่มบุคคลที่ได้โควตาขายสลากกินแบ่งอยู่แล้ว เช่น กลุ่มผู้พิการ ผู้ค้ารายย่อย มูลนิธิองค์กรการกุศลต่าง ๆ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา 

1. รัฐบาลจะใช้การขายสลากดิจิทัล เป็นแนวทางหลักในการแก้ไขปัญหาขายสลากเกินราคา และจะเพิ่มปริมาณสลากมากขึ้นอีกหรือไม่ เพราะการเพิ่มปริมาณสลาก เพราะหากมีการเพิ่มปริมาณสลากที่จะซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มมากขึ้น จะยิ่งส่งผลกระทบต่อผู้ค้าสลากรายย่อยที่หาเช้ากินคํ่าที่ไม่ได้รับการจัดสรรโควตาสลากอีกจำนวนหลายแสนคนที่จะต้องตกงาน นโยบายสลากดิจิทัลเพียงแค่ตอบสนองรัฐบาลว่าแก้ปัญหาได้ แต่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มคนผู้ค้าอีกจำนวนมาก

2. จากกรณีที่ผู้อำนวยการกองสลากมีการเสนอให้ยึดโควตาสลากจากตัวแทนจำหน่าย 8,000 ราย จำนวน 6 ล้านฉบับ ที่ถูกกล่าวหาว่าขายสลากเกินราคาให้กับแพลตฟอร์มออนไลน์นั้น ขอถามว่า สำนักงานสลากจะคืนสิทธิ์ดังกล่าวให้กับผู้ค้าสลากหรือไม่ เหตุเพราะว่าศาลได้วินิจฉัยยกคำร้องไม่ปิดเว็บไซต์ดังกล่าว พรรคเพื่อไทยเห็นว่าการบุกค้นและกล่าวหาผู้ประกอบการโดยขาดความรอบคอบของทีมเฉพาะกิจรัฐบาล เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เป็นความเคยชินที่เคยปฏิบัติในสมัยรัฐบาล คสช. ที่มีมาตรา 44 เป็นเครื่องมือ

‘พิธา’ ตอบจดหมายตัวแทน ‘ข้าราชการบำนาญ’ ยืนยัน ไม่ตัด ไม่ลด บำนาญ

‘งบช้างป่วย’ หมายถึง วิธีการจัดการงบประมาณประเทศของประยุทธ์ ชี้ หากการหารายได้ไม่สอดคล้องรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหาอาจย้อนกลับและกระทบถึงสวัสดิการข้าราชการในอนาคตด้วย เผย รู้ว่าเสี่ยง แต่ถ้าไม่พูดตั้งแต่ตอนนี้ สถานการณ์วิกฤติขึ้นมาจริงอาจสายเกินแก้ 

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ตอบจดหมาย ศรศักดิ์ อ้วนล้วน ประธานศูนย์พิทักษ์สิทธิและสวัสดิการข้าราชการบำนาญแห่งประเทศไทย ที่มีคำถามต่อกรณีการอภิปรายงบประมาณปี 66 เกี่ยวกับผลกระทบต่อข้าราชการบำนาญ ว่า เป็นการตอบจดหมายตามสัญญาเพื่อตอบข้อสงสัยที่มีต่อการอภิปรายงบประมาณของตนในสภา 3 ประเด็น

ประเด็นที่ 1 มีอคติกับข้าราชการบำนาญหรือไม่ ? อะไรคือความหมายของ ‘งบช้างป่วย’ 

พิธา ตอบว่า  ‘งบช้างป่วย’ ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง ‘ข้าราชการบำนาญ’ แต่หมายถึง ‘วิธีในการจัดงบประมาณประเทศของรัฐบาล’ ที่รวมถึง รายได้ รายจ่าย การกู้ชดเชยขาดดุล ซึ่งจะไม่สามารถทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้อย่างยั่งยืน

“ผมต้องเรียนท่านว่าผมมีคนในครอบครัวเป็นข้าราชการบำนาญ ตัวผมเองก็เคยทำงานที่กระทรวงพาณิชย์มาก่อน เข้าใจหัวอกข้าราชการเรื่องค่าตอบแทนที่น้อยกว่าเอกชนและปัญหาของข้าราชการไทยในการดูแลประชาชนไม่มากก็น้อย จึงเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะมีอคติต่อข้าราชการครับ”

ครม.ไฟเขียว ชาวซาอุฯ เข้าไทยไม่ต้องขอวีซ่า ‘บิ๊กตู่’ โอ่ เป็นความสำเร็จต่อยอดฟื้นสัมพันธ์

ครม.ไฟเขียว นักท่องเที่ยวซาอุฯ เข้าไทยไม่ต้องขอวีซ่า ‘บิ๊กตู่’ ปลื้ม ความสำเร็จต่อยอดฟื้นความสัมพันธ์

เมื่อเวลา13.50 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงภายหลังเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า วันนี้ครม.อนุมัติให้ผู้ถือหนังสือเดินทางจากราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศได้ 30 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่า ถือเป็นการต่อยอดจากผลสำเร็จที่ตนได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศซาอุดิอาระเบียขึ้นมาอยู่ในระดับปกติ จนนำไปสู่การต่อยอดความร่วมมือ ทั้งการส่งออกเรื่องอาหาร แรงงาน การเปิดเที่ยวบินจากกรุงเทพ- ริยาด เมืองหลวงประเทศซาอุดิอาระเบีย ก็จะทำให้ชาวซาอุดิอาระเบียเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยเป็นจำนวนมาก จะได้มีโอกาสให้ประชาชนทั้งภาคส่งออก แรงงาน และท่องเที่ยวได้รับประโยชน์ นี่เป็นผลงานความสำเร็จของเราที่ช่วยกันทำมาทั้งภาครัฐและเอกชน เราต้องภูมิใจร่วมกันที่มีการร่วมมือจนมีความสำเร็จมาได้ถึงวันนี้

ต่อมาเวลา น.ส.ไตรศุลี  ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.อนุมัติในหลักการการเพิ่มซาอุดีอาระเบียในรายชื่อประเทศที่ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยวได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา และอยู่ในราชอาณาจักรไม่เกิน 30 วัน ทั้งนี้เป็นผลจากการที่นายกรัฐมนตรีได้เดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการและทั้งสองฝ่ายได้ประกาศปรับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันให้กลับสู่ระดับปกติอย่างสมบูรณ์ ผลการหารือที่สำคัญด้านหนึ่งคือ การส่งเสริมการติดต่อระหว่างภาคประชาชน โดยจะทำให้มีชาวซาอุดีอาระเบียเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น จากเดิมรัฐบาลซาอุดีอาระเบียจะอนุญาตให้ชาวซาอุดีอาระเบียเดินทางมายังประเทศไทยปีละประมาณ 30,000 คน เพิ่มขึ้นเป็นปีละ 100,000-150,000 คน

'เอ๋' แซะ!! ทำไม 'ชัชชาติ' ต้องปลุกเลขาฯ ตี5 โว!! ลูกน้องลุงตู่ตื่นเช้ามากทุกคนไม่ต้องเตือน

(7 มิ.ย.2565) หลังปรากฎข่าวนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่ากทม.ปลุกเลขาฯ ตื่นมาประชุมตอนตี 5 ล่าสุด นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า… 

เป็น #เรื่องปกติ ที่ผู้นำจะต้องตื่นเช้าเพื่อมาทำงานให้ประชาชน แต่.. #เรื่องไม่ปกติ คือทำไมต้องปลุกเลขา หรือทำไมต้องให้เจ้านายไลน์มาเตือนด้วย #ปารีณาสงสัย

ลูกน้องพลเอกประยุทธ..ตื่นเช้ามาก..ทุกคน ไม่ต้องตาม ไม่ต้องเตือนค่ะ


ที่มา: https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=582889873198081&id=100044312192325 

https://www.thaipost.net/x-cite-news/156420/?fbclid=IwAR1S55Bpdrgag4kcOp3rcrg_xUvba5SGrqpWds-QXV-ODl_nsxkYfjErL9g

กลัวอะไรถ้าบริสุทธิ์ใจจริง กับ กฎหมายเปิดเผยเงิน NGO | NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช EP.54

✨ กลัวอะไรถ้าบริสุทธิ์ใจจริง กับ กฎหมายเปิดเผยเงิน NGO 
✨ ทำอะไรสักอย่างสิ!! ชุมชนผู้สูญเสียเหตุกราดยิงร้องขอ ด้าน ‘ไบเดน’ ตอบ “เราจะทำอะไรสักอย่าง”
✨‘ไทย’ จับมือ ‘เวียดนาม’ ยกระดับคุณภาพข้าวและยาง เพิ่มอำนาจต่อรองในตลาดโลก

NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

โดย อ.ต้อม - กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระและอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

'ศิริกัญญา' แฉไลน์กลุ่ม 'รมช. สธ.' ปล่อยเฟคนิวส์ ปมตัดบำนาญข้าราชการ ทั้งที่ก้าวไกลไม่เคยพูด

ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปราย พ.ร.บ. งบประมาณ 66 อัดยับผลงานรัฐบาล 3 ปีไม่มีอะไรเข้าเป้า พร้อมเผยภาพไลน์กลุ่มรมช. สาธารณสุข แพร่เฟคนิวส์ใส่ร้ายพิธาปมตัดบำนาญข้าราชการ

ในช่วงหนึ่งของการอภิปราย ศิริกัญญาได้เปิดภาพกลุ่มไลน์ ชื่อกลุ่มว่า 'ที่ปรึกษา รมช. สธ.' ซึ่งมีจำนวนสมาชิก 37 คน ซึ่งในภาพกลุ่มไลน์ดังกล่าวได้ปรากฏชื่อ “satit” พิมพ์ข้อความลงกลุ่มไลน์ว่า “นายพิธา หัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายเรื่องงบประมาณ แล้วอัดว่าบำนาญเป็นตัวปัญหาของการพัฒนาประเทศ แล้วมันไม่บอกว่าข้าราชการแต่ละคนกว่าจะได้รับบำนาญ ต้องทำงานด้วยค่าตอบแทนต่ำเตี้ยมากี่ปี แต่พวก ส.ส. ทำไม่กี่ปีก็ได้บำนาญเหมือนข้าราชการด้วย จงจำไว้ว่าพรรคนี้ถ้าได้เข้ามาบริหารประเทศ ข้าราชการบำนาญทั้งประเทศเดือดร้อนแน่”

ศิริกัญญา ย้ำว่าพรรคก้าวไกลไม่เคยพูด และไม่มีนโยบายที่จะปรับลดบำเหน็จ บำนาญข้าราชการ อย่างที่กำลังมีเฟคนิวส์ส่งกันไปทั่วในขณะนี้ ขอประชาชนอย่าเชื่อเฟคนิวส์ 

สิ่งที่พรรคก้าวไกลจะทำเพื่อเพิ่มพื้นที่ทางการคลังยังทำได้อีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บรายได้จากแหล่งใหม่ๆ ที่ไม่ได้กระทบกับคนส่วนใหญ่ เช่น ภาษีทรัพย์สิน ปฏิรูประบบราชการ ลดกำลังคน ปรับโครงสร้างหนี้ ก่อหนี้ใหม่และภาระผูกพันอย่างระมัดระวัง

ศิริกัญญา ยังกล่าวว่า รู้สึกผิดหวังต่อคำชี้แจงของรัฐมนตรี ที่ใช้เวลายาวนาน แต่กลับมีแต่การปัดความรับผิดชอบ และเอาดีเข้าตัว โดยไม่ได้เสนอแนวทางในการแก้ปัญหาประเทศผ่านการใช้งบประมาณอย่างสมเหตุสมผลเลย

“เราพบว่า รัฐมนตรีหลายท่านชี้แจง แบบเอาดีเข้าตัว เอาชั่วใส่โควิด และสงคราม หลายท่านพูดถึงปัญหาค่าครองชีพ ของแพง น้ำมันแพง ปุ๋ยแพง เงินเฟ้อ ท่านรัฐมนตรีบอก อ๋อ มันเป็นเพราะสงคราม มันเป็นกันทั่วโลก พอราคาสินค้าเกษตรหลายราคาขึ้น ทั้งยาง ปาล์ม ข้าวโพด ก็บอกว่า อ๋อ เป็นผลงานของผมเอง” ศิริกัญญากล่าว

'ภูมิธรรม' เปิดรายชื่อ 7 ส.ส.เพื่อไทย โหวตสวนมติพรรค รับร่างงบฯ 66

(3 มิ.ย. 65) จากกรณี สภาผู้แทนราษฎร ลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 วงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท ด้วยเสียงข้างมาก 278 เสียง ต่อไม่เห็นด้วย 194 เสีย งดออกเสียง 2 เสียง นั้น นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ ระบุว่า...

‘ครอบครัวเพื่อไทย’ ยกคณะบุก ‘สุรินทร์’ 5 มิ.ย. จับเข่าคุย ‘ชาวนา’ รับฟังปัญหา ก่อนลุยทำนโยบายเพื่อแก้ปัญหาประชาชนให้หลุดพ้นจากความยากจน

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทย กำหนดจัดกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม ครั้งต่อไปที่จังหวัดสุรินทร์ ในวันที่ 5 มิถุนายน 2565 ซึ่งจะเป็นการลงพื้นที่ของแกนนำพรรคเพื่อไทยและหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนและรับฟังปัญหาจากตัวแทนพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวอินทรีย์ ผู้เลี้ยงปศุสัตว์ หม่อนไหม และกลุ่มนวัตกรรมต่างๆ เพื่อนำปัญหาและความต้องการของพี่น้องประชาชนมาประมวลผลและประกอบใช้ในการจัดทำนโยบายของพรรค เพื่อแก้ปัญหาความยากจนและแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ตรงจุดที่สุด

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย บ้านหลังใหญ่หัวใจเดิม จังหวัดสุรินทร์ครั้งนี้ จะมีขึ้นที่มหาวิทยาเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ซึ่งจะมีการเปิดเวทีครอบครัวเพื่อไทย โดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรคและนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคามและรองหัวหน้าพรรค

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า ครอบครัวเพื่อไทย บ้านหลังใหญ่ที่มีหัวใจไม่เปลี่ยนแปลง จากพรรคไทยรักไทย สู่พรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทย เรามุ่งมั่นที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อคืนประชาธิปไตย คืนความหวัง คืนความฝัน คืนอนาคตและโอกาสให้พี่น้องประชาชนกลับมากินดีอยู่ดีอีกครั้ง เราจึงถือโอกาสในการเดินสายเพื่อพบปะสมาชิกครอบครัวเพื่อไทย ในการพบปะกับพี่น้องเกษตรเพื่อรับปัญหาอุปสรรคพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากพี่น้องประชาชน เพื่อนำมาสู่การจัดทำนโยบายที่แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน และนำพาประเทศหลุดพ้นจากวิกฤตและหลุมดำที่เกิดจากความบกพร่องผิดพลาดของผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ดังนั้นในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เราจึงจะต้องไม่ใช่แค่ชนะ แต่ต้องชนะให้ขาด พรรคเพื่อไทยต้องแลนด์สไลด์ ด้วยการได้ ส.ส.ในสภาที่มากกว่า 250 ที่นั่ง

'ชาดา' บุกหา 'ณัฐวุฒิ' หลังถูกกล่าวว่าแซงคิวอภิปรายฯ ด้าน 'อนุทิน' แจงไม่มีเหตุอะไร แค่เรื่องขี้ปะติ๋ว

ควันหลงเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.65 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 4 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่งเป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 วงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ วาระแรกในชั้นรับหลักการต่อเป็นวันที่ 3 นั้น บรรยากาศการประชุมตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงค่ำการอภิปรายเป็นไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งเวลา 21.15 น. ภายหลังจากที่ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายแล้วเสร็จ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ใช้สิทธิลุกขึ้นประท้วง นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม 

โดย นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า “ประธานกำลังทำผิดข้อบังคับการประชุมข้อที่ 67 เพราะการอภิปรายต้องสลับกัน และผู้อภิปรายสักครู่ (นายชาดา) ไม่มีชื่อมาก่อน ท่านไม่ชอบประชาชนชั้น 2 แต่ท่านมาแซงคิวอย่างนี้ ท่านเป็นประชาชนชั้น 1 เหรอ ท่านประธานถ้าไม่เคารพข้อบังคับและไม่เคารพกติกา มันจะวุ่นวายในสภาแห่งนี้ ท่านประธานในฐานะที่กำกับดูแลข้อบังคับ ท่านต้องสลับให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย”

ทำให้ นายชาดา ลุกขึ้นขอให้สิทธิชี้แจง แต่ นายสุชาติ ระบุว่า นายณัฐวุฒิ ประท้วงตน จากนั้นนายสุชาติได้ชี้แจง นายณัฐวุฒิ ว่า “ท่านลองดูข้อบังคับข้อที่ 68 เพราะก็มีการสลับอยู่แล้วข้างละสองท่าน เป็นอำนาจประธานอยู่แล้ว ไม่ได้ให้ข้างเดียวตลอด ส่วนชื่อ นายชาดา นายณัฐวุฒิ สามารถขึ้นมาดูกับตนได้ว่ามีชื่อนายชาดาหรือไม่ ยืนยันว่า เรียกตามรายชื่อ”

ขณะที่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนมีรายชื่อคนที่เข้าลิสต์อยู่ว่าเป็นใคร ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล แล้วอยู่ดีๆ ชื่อนี้โผล่มาเรียกทันที คนที่รอคิวเขาจะนึกอย่างไร ตนเข้าใจว่า ประธานอาจจะไม่ทราบ แต่ประธานต้องเตือนอย่าให้มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ ทำให้นายชาดา พูดสวนขึ้นมาทันที ว่า ตนไปเกี่ยวอะไร นายณัฐวุฒิ มาว่าตนในการอภิปราย ท่านมีปัญหาอะไร จากนั้นนายสุชาติเตือนให้นายชาดาและนายณัฐวุฒินั่งลง เพราะถ้าไม่นั่งลงนายสุชาติจะยืนขึ้น

ต่อมา นายสุชาติ ได้แจงนายณัฐวุฒิ ว่า ขอเคลียร์อีกทีหนึ่งว่า ตนขึ้นมาทำหน้าที่พร้อมกับรายชื่อผู้อภิปราย เพราะฉะนั้นตนทำหน้าที่ตามข้อบังคับพรรคอยู่แล้ว ดังนั้น ไม่เป็นอะไร ท่านติงมาก็ดี เรามีอะไรค่อยๆ คุยกัน แก้ไขกัน จากนั้นนายสุชาติได้แก้สถานการณ์โดยพยายามนำเข้าสู่วาระการพิจารณา โดยให้ นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี พรรคพลังท้องถิ่นไท ดำเนินการอภิปรายต่อ

ซึ่งระหว่างนั้น นายชาดา พร้อมกลุ่ม ส.ส.พรรคภูมิใจไทย จำนวนมาก ได้เดินจากหน้าห้องประชุมไปหลังห้องประชุม เพื่อเดินไปต่อว่ากับนายณัฐวุฒิ ทำให้ ส.ส.คนอื่นที่อยู่ในห้องประชุมตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น

จากนั้น นายชาดา ได้ตบหน้านายณัฐวุฒิ แต่นายณัฐวุฒิ ยกมือขึ้นมาป้องกัน ท่ามกลางความตกตะลึงของ ส.ส.ที่อยู่ในเหตุการณ์ ขณะที่ นายณัฐวุฒิ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาให้นายชาดา ดูว่าไม่มีชื่ออยู่ในลำดับที่จะอภิปราย แต่นายชาดาได้แย่งโทรศัพท์จากมือนายณัฐวุฒิแล้วโยนทิ้ง ก่อนที่ นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ และ ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา จะเข้าห้ามปรามและนำตัวนายชาดาออกนอกห้องประชุมไปทันที

ต่อมาเวลา 22:15 น. นายณัฐวุฒิ ลุกขึ้นอภิปรายตามลำดับรายชื่อผู้อภิปรายโดยเริ่มกล่าวก่อนว่า “อภัยทานํอามิสฺทานํชินาติ” การให้อภัยย่อมเป็นคุณแก่ผู้ให้อย่างยิ่ง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี, รมว.สาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้กล่าวถึงกรณีการกระทบกระทั่งกันระหว่างนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ส.ส.อุทัยธานี และนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ในสภาว่า ตนได้ถามนายชาดาแล้วว่าไม่ได้มีเรื่องกระทบกระทั่ง ข่าวเมื่อช่วงค่ำๆ บอกว่า มีการผลักอก จึงได้เชิญนายชาดามานั่งรับประทานข้าวต้มร่วมกัน โดยนายชาดายืนยันว่า ไม่มีการผลักอก แต่นายณัฐวุฒิไม่ทราบว่านายชาดาได้รับการโอนคิวมาจากสมาชิกคนหนึ่ง แต่เอกสารในมือของรองประธานสภา นายสุชาติ ตันเจริญ มีชื่อของนายชาดาอยู่แล้ว ปัญหาดังกล่าวคือไม่มีอะไร

ผ่านฉลุย!! สภาฯ โหวต รับร่าง พ.ร.บ.งบ66 วาระแรก ลุงปลื้ม!! โหวตท่วมท้น โกยเสียง 278 ต่อ 194

สภาฯ โหวต รับร่าง พ.ร.บ.งบ66 วาระแรก ด้วยเสียงข้างมาก 278 ต่อ 194 ด้านนายกฯ ขอบคุณสมาชิกโหวตเสียงท่วมท้น บอกสบายใจขึ้น ขอนำรัฐนาวาเดินหน้าประเทศ

หลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ใช้เวลากว่า 3 วัน 3 คืน ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 โดยในที่สุด มีมติเสียงข้างมาก รับหลักการในวาระแรก ด้วยคะแนน  278:194 งดออกเสียง 2 

โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ กล่าวขอบคุณสมาชิกในห้องประชุม พร้อมระบุว่า แม้การจัดสรรงบประมาณปีนี้ จะจัดทำภายใต้งบที่จำกัด แต่เราก็จะให้ความสำคัญ กับพี่น้องประชาชน และประโยชน์สูงสุดของประเทศตลอดจนการพิจารณาสร้างโอกาสสร้างความเสมอภาคให้กับประเทศ พร้อมฝากกรรมาธิการฯ นำสิ่งที่สมาชิกได้อภิปรายข้อเสนอแนะไปพิจารณาอย่างรอบคอบต่อไป

จากนั้น ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 จำนวน 72 คน โดยมีรายชื่อที่น่าสนใจ คือ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย นายพีรวิทย์ เลื่องลือดลภาค ส.ส. พรรคไทยรักธรรม มาในสัดส่วนของ ครม. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร มาในสัดส่วนพรรคเสรีรวมไทย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ มาในสัดส่วนพรรคก้าวไกล

ทั้งนี้ กำหนดระยะเวลาแปรญัตติ 30 วัน โดยประชุมนัดแรก ในวันจันทร์ ที่ 6 มิถุนายน เวลา 14.00 น. ก่อนที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากกล่าวปิดประชุมเวลา 01:27 น.

ขณะเดียวกัน ภายหลังปิดการประชุม นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงมาให้สัมภาษณ์ บริเวณโถงชั้น 1 ซึ่งเป็นทางออก โดยย้ำถึงการขอบคุณสมาชิกที่ลงมติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นถึง 278 เสียง ซึ่งเป็นเสียงที่มากกว่า ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลที่มีอยู่ 269 เสียง พร้อมระบุว่า ผ่านไปแค่เรื่องหนึ่ง หลังจากนี้คงต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อนำรัฐนาวาพาประเทศชาติเดินหน้าในทุกเรื่อง ทั้งนี้ ยอมรับว่า รู้สึกสบายใจขึ้น และพร้อมที่จะทบทวนงบประมาณในชั้นกรรมาธิการฯ ตามคำแนะนำของสมาชิก ส่วนการลงมติครั้งนี้ สะท้อนถึงเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่าก็ตามนั้น ก่อนที่จะขึ้นรถกลับโดยโบกมือให้กับผู้สื่อข่าว และบอกว่า พรุ่งนี้ให้ไปตักบาตรด้วยกัน

'ก้าวไกล' ขวาง 'ภท' เลื่อน ส.ส.แทน 'สำลี รักสุธี' หวั่นเปิดช่อง ซื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอื่นได้

(2 มิ.ย.65) ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล แถลงถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยให้ นายสำลี รักสุธี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย สิ้นสุดสมาชิกภาพ ส.ส. แล้วให้เลื่อน ส.ส.บัญชีรายชื่อจากพรรคการเมืองนั้นขึ้นมา ว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุการเลื่อนบัญชีส.ส.บัญชีรายชื่อจากบัญชีใด การที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุให้เลื่อนจากพรรคนั้น อาจตีความได้ว่าเป็นการเลื่อนของพรรคภูมิใจไทย ถ้าเป็นแบบนั้นจริง จะก่อให้เกิดปัญหาทางกฎหมายและปัญหาทางการเมืองตามมา เพราะถ้าเทียบเคียงกรณีศาลมีคำวินิจฉัยให้ น.ส.ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่พ้นสมาชิกภาพกรณีถือหุ้นสื่อ ศาลวินิจฉัยชัดเจนไม่สามารถเลื่อนบัญชีรายชื่อแทนที่ว่างได้ เพราะพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ กรณีนี้คล้ายกัน แต่ศาลรัฐธรรมนูญเขียนคำวินิจฉัยต่างออกไป

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า และถ้าให้มีการเลื่อนลำดับขึ้นมาได้จะขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 91 เกี่ยวกับเรื่อง ส.ส.พึงมี เพราะหากให้เลื่อนบัญชีของพรรคภูมิใจไทย จะทำให้มี ส.ส.บัญชีรายชื่อเกินกว่า ส.ส.พึงมีของพรรคจากการเลือกตั้ง ทำให้คะแนนของพรรคอนาคตใหม่ถูกโอนไปพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ ซึ่งไม่ใช่สิ่งพึงปรารถนาทางการเมือง เป็นการส่งเสริมให้มีกระบวนการงูเห่า อาจมีการซื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อจากพรรคการเมืองอื่นได้ พรรคก้าวไกลจึงกังวล และขอเรียกร้องไปยัง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ อย่าเพิ่งเลื่อนบัญชีขึ้นมา ให้รอดูคำวินิจฉัยตัวเต็มก่อน และขอตั้งข้อสังเกตว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอาจกระทำไปโดยผิดพลาดคลาดเคลื่อน ลืมนึกไปว่านายสำลี มีส.ส.ต้นทางจากพรรคอนาคตใหม่


ที่มา: https://www.thaipost.net/politics-news/153657
 

'สมศักดิ์' ขอบคุณ 'ชัชชาติ' ตอบรับ ก.ยุติธรรม ให้โอกาสผู้ต้องขังชั้นดีลอกท่อช่วยแก้น้ำท่วม

(2 มิ.ย.65) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีกระทรวงยุติธรรมประสานกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อส่งผู้ต้องขังชั้นดีไปช่วยลอกท่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ กทม.ว่า ส.ส.กทม.ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หลายคนได้มาพูดคุยกับตนเองถึงการดูแลคน กทม. เพราะเขาเห็นว่าเป็นส่วนหนึ่งที่กระทรวงยุติธรรมสามารถจะสนับสนุนได้ 

โดยก่อนหน้านี้กระทรวงยุติธรรมก็พยายามทำอยู่แล้วแต่มีเหตุการณ์ตามที่เป็นข่าว อย่างไรก็ตามขอขอบคุณสื่อมวลชนที่สนใจติดตามที่จะทำให้ประชาชนมีความสุขกับเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ท่ออุดตันต่างๆ คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของงานที่ทำอยู่ รวมถึงผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษแล้วจะได้มีเงิน มีความสุขบ้างที่จะได้ออกมาดูบรรยากาศข้างนอกชั่วครั้งชั่วคราวถือเป็นประโยชน์หลายมุม

“ขอขอบคุณผู้ว่าฯ กทม.ที่เห็นตรงกัน เข้าใจว่าการลอกท่อจะต้องมีการว่าจ้างบริษัทเอกชนที่รับทำความสะอาด และงบประมาณคงหมด เข้าใจอยู่และไม่ได้ไปกดดันอะไร เพียงแต่เตรียมพร้อมไว้ เพราะปีงบประมาณนี้เหลืออีกเพียง 3 เดือนกว่าเกือบ 4 เดือน”  รมว.ยุติธรรม กล่าว

‘ปธ.วิปฝ่ายค้าน’ พอใจภาพรวมอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบฯ ชมนายกฯ คุมอารมณ์ดีขึ้น แต่ยังตอบไม่ตรงคำถาม

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล ซึ่งเบื้องต้นกำหนดจะยื่นในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ ว่า จะมีการประชุมอีกครั้งเพื่อเคาะรายชื่อรัฐมนตรี โดยในปีสุดท้ายของรัฐบาลได้วางไว้ 4-5 คน น้อยกว่าปีที่แล้วที่อภิปรายรัฐมนตรีทั้งหมด 9 คน พร้อมยืนยันว่ามีชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แน่นอน ส่วนที่มีรายชื่อหลุดมาว่า มีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เศรษฐกิจและสังคม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นั้น ต้องรอประชุมอีกครั้ง 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top