Friday, 10 July 2026
POLITICS

‘เพื่อไทย’ ซัด ‘รัฐ’ กลัวการตรวจสอบ หลังเร่งดัน กม.ควบคุมการรวมกลุ่ม

(27พ.ค.65) นางสาวชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. ....' หรือ พ.ร.บ.ควบคุมการรวมกลุ่ม และพยายามผลักดันต่อโดยให้รัฐสภาพิจารณาเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยระบุว่า... 

มีความกังวลเป็นอย่างมากว่าเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว มีลักษณะลดทอนความเป็นประชาธิปไตยในประเทศไทยโดยเฉพาะด้านสิทธิมนุษยชน มุ่งเน้นจำกัดและลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการจัดตั้งองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรเพื่อการตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ให้อำนาจกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งมีลักษณะผูกขาดอำนาจการบริหารแบบเบ็ดเสร็จ ทั้งการจัดหาและจัดเก็บเงินทุนเอง บังคับให้เปิดเผยแหล่งรายได้ ผู้รับผิดชอบ ซึ่งล้วนมีนัยยะสำคัญที่เอื้อให้รัฐบาลถูกตรวจสอบน้อยลง แต่เพิ่มความมั่นคงของรัฐที่จะสามารถกีดกันและจำกัดคนเห็นต่างมากกว่าการส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เป็นลักษณะกฎหมายที่คลุมเครือและนำไปสู่การตีความอย่างกว้างขวาง หากประชาชนต้องการเรียกร้องหลังได้รับผลกระทบจากการดำเนินนโยบายของภาครัฐ อาจถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงได้ ลักษณะนี้ประเทศไทยอาจเข้าข่ายขัดกับพันธกรณีสหประชาชาติ ที่สนับสนุนให้ประเทศสมาชิกให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในการทำงานร่วมกับภาครัฐ ซึ่งประเทศไทยอยู่ในภาวะที่ต้องการฟื้นฟูประเทศ มีความจำเป็นที่ต้องสร้างความสัมพันธ์และแสวงหาเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุน 
 

‘สร้างอนาคตไทย’ ลุย มุกดาหาร ชวนพี่น้องอีสาน 'เปลี่ยน' เพื่ออนาคต

(27 พ.ค.) พรรคสร้างอนาคตไทย นำโดย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสุพล ฟองงาม ประธานภาคอีสาน นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรค นายนริศ เชยกลิ่น โฆษกพรรค นายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรค และผู้แสดงเจตจำนงเป็นผู้สมัคร ส.ส. ภาคอีสานกว่า 20 คน ลงพื้นที่อ.เมือง จ.มุกดาหาร พบปะประชาชนและเปิดตัวผู้แสดงเจตจำนงเป็นผู้สมัครเขต 1 นายวิริยะ ทองผา และ เขต 2 นายทวีศักดิ์ ประทุมลี โดยมีผู้นำชุมชนและประชาชนกว่า 700 คน ให้การต้อนรับด้วยบรรยากาศชื่นมื่น

นายอุตตม กล่าวบนเวทีว่า น่าเสียดายอย่างมากที่ภาคอีสานสูญเสียโอกาสตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่ภาคอีสานตั้งอยู่ในทำเลที่มีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางการค้าในอินโดจีน แต่กลับไม่ได้การพัฒนาที่ต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านกลับมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว วันนี้รถไฟเชื่อมจีน-ลาวเปิดแล้ว แต่รถไฟของประเทศไทยเพิ่งสร้างได้แค่ 3-4 กม. ซึ่งประเทศไทยคิดทำเรื่องนี้มาตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว

พรรคสร้างอนาคตไทยมีความตั้งใจว่า หากได้เข้าบริหารประเทศ จะเร่งสร้างรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ-หนองคาย เชื่อมเส้นทางลาว-จีน เพื่อไม่ให้ประเทศเสียโอกาสไปมากกว่านี้ พร้อมกับยกระดับเส้นทางคมนาคมทั้งทางถนนและระบบรางสายรองในภาคอีสาน ให้เชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟดังกล่าวด้วย เพราะการพัฒนาระบบการคมนาคมจะนำมาซึ่งการค้าและการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับภาคอีสานและประเทศไทย

นายอุตตม กล่าวอีกว่า สำหรับมุกดาหาร ซึ่งเป็นประตูการค้าเชื่อมโยงเส้นทางการค้าระหว่างฝั่งเมียนมา ผ่านไทย-ลาว-เวียดนาม ที่เรียกว่า เส้นทางอีสต์-เวสต์ คอริดอร์ แต่วันนี้กำลังสูญเสียความสามารถทางการแข่งขัน เพราะการขนส่งหันไปใช้เส้นทางรถไฟลาว-จีน ดังนั้นจะต้องสร้างโครงข่ายระบบรางจากมุกดาหารขี้นไปเชื่อมที่หนองคายด้วย และเพื่อให้การพัฒนาคมนาคมเป็นประโยชน์กับพื้นที่สูงสุด จะต้องสร้างและพัฒนาภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่อีสานด้วย โดยเฉพาะสินค้าจากฐานการเกษตร และต้องพัฒนาฐานรากด้วยแนวทางการเกษตรผสมผสานเพื่อความยั่งยืน ให้มีกินมีใช้ มีรายได้ตลอดปี

“หลายปีมาแล้วที่อีสานเสียโอกาส ไม่มีใครดูแล วันนี้คนอีสานต้องเปลี่ยน ให้คนที่มีความรู้ความสามาถและตั้งใจจริงเข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งพรรคสร้างอนาคตไทยมีความพร้อมที่จะทำเพื่อพี่น้องชาวอีสาน”

ด้านนายสนธิรัตน์ กล่าวว่า มุกดาหารมีความพร้อมในการเป็นประตูการค้าเชื่อมลาวไปเวียดนามส่งต่อไปจีน สมัยที่เป็นรัฐมนตรีพาณิชย์ ได้จัดกิจกรรมส่งออกทุเรียนไปจีน ราคาทุเรียนจากวันนั้นถึงวันนี้ ยังดีมาตลอด

อย่างไรก็ตาม วันนี้นอกจากการพัฒนาระบบขนส่งในพื้นที่อีสานแล้ว จะต่องส่งเสริมให้มีการผลิตสินค้าที่ดี มีระบบชลประทานที่ดี รวมไปถึงมีเทคโนโลยีพลังงานพื่อลดต้นทุนการผลิต ซึ่งพรรคสร้างอนาคตไทยกำลังศึกษานโยบายการพัฒนาแหล่งน้ำพร้อมระบบโซลาร์เซลล์ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีน้ำใช้ในต้นทุนที่ต่ำ

นายสนธิรัตน์ ยังกล่าวอีกว่าการพัฒนาจะต้องเกิดขึ้นในพื้นที่อีสาน และคนอีสานต้องเปลี่ยน เพื่อสิ่งที่ดีกว่าในอนาคตอย่างแน่นอน

'ดร.นิว' ถาม 'ธนาธร' ไม่คิดกล่าวถึงพระมหากษัตริย์ของนอร์เวย์หน่อยหรือ? หลัง 'นายกฯ-ครม.' ที่นั่น เข้าเฝ้าฯ สถาบันฯ ทุกสัปดาห์

ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เดินทางไปพบคนไทยในประเทศนอร์เวย์ มีเนื้อหาดังนี้...

คุณธนาธรไปถึงราชอาณาจักรนอร์เวย์ แต่จะไม่กล่าวถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ของราชอาณาจักรนอร์เวย์ ประเทศที่ได้ชื่อว่ามีดัชนีประชาธิปไตยสูงที่สุดในโลกบ้างเลยหรือครับ? Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ทุกสัปดาห์นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีจะต้องเข้าเฝ้าฯ ประชุมเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายรายงานการทำงาน และรับฟังคำปรึกษาแนะนำจากองค์พระมหากษัตริย์นอร์เวย์ ตลอดจนการออกกฎหมายและการตัดสินใจใดๆ ในที่ประชุมแห่งนี้ จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากองค์พระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งการลงนามกำกับจากนายกรัฐมนตรี โดยมีองค์รัชทายาทเป็นผู้สังเกตการณ์ และจัดขึ้นเป็นประจำในทุกวันศุกร์ เวลา 11.00 น. ณ พระบรมมหาราชวัง

'สร้างอนาคตไทย' มั่นใจชู 'สมคิด' เป็นนายกฯ แก้ปัญหาเศรษฐกิจฯ ดัน 'สว่างแดนดิน' ขึ้นเป็นจังหวัด

พรรคสร้างอนาคตไทย เดินสายอีสาน ชู 'ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์' แคนดิเดตนายกฯ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ  มั่นใจเสียงตอบรับดี เชื่อได้เก้าอี้ ส.ส.เป็นกอบเป็นกำ พร้อมผลักดัน สว่างแดนดินเป็นจังหวัด 

(26 พ.ค.65) ทีมผู้บริหารพรรคสร้างอนาคตไทย ลงพื้นที่ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร นำโดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสุพล ฟองงาม ประธานภาคอีสาน นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรค นายนริศ เชยกลิ่น โฆษกพรรคฯ นายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรคฯ และผู้แสดงเจตจำนงเป็นผู้สมัคร ส.ส. ภาคอีสานกว่า 20 คน เปิดตัวผู้แสดงเจตจำนงเป็นผู้สมัคร ส.ส.ในนามพรรค เขต 4  คือนายชัยมงคล ไชยรบ โดยมีประชาชนและผู้นำชุมชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรมเกือบพันคน

นายอุตตม กล่าวว่า การลงพื้นที่ อ.สว่างแดนดิน ครั้งนี้ เพื่อแสดงความตั้งใจของพรรคฯ ที่อาสาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องและหนี้สินของประชาชน  โดยพรรคมีความพร้อมด้านบุคลากรที่มีประสบการณ์ทางเศรษฐกิจมากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกพรรคการเมือง จึงมั่นใจว่าสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจประเทศได้อย่างแน่นอน

“วันนี้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง เป็นเรื่องสำคัญที่สุด หากปากท้องไม่อิ่ม การขับเคลื่อนประเทศในเรื่องอื่นก็ไม่สามารถทำได้ดี  พรรคฯ จึงมุ่งมั่นทำเรื่องนี้อย่างเต็มที่”

บรรยากาศบนเวทีเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อผู้บริหารพรรคฯ ได้ประกาศชู ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นบุคคลที่เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป อีกทั้งยังได้รับปากว่าจะผลักดันให้ สว่างแดนดิน ขึ้นเป็นจังหวัด หลังจากที่ชาวสว่างแดนดิน รอคอยมากว่า 30 ปี

‘โรม’ รับทราบ ส.ก.โชว์หื่นใส่สาวสองแล้ว แจง สมาชิกเยอะ ดูแลไม่ทั่วถึง

(26 พ.ค.65) ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความในลักษณะที่มีผู้เข้ามาร้องเรียนซึ่งเป็นสาวสอง ถูกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตวัฒนา จากพรรคก้าวไกล ส่งข้อความคุกคามทางเพศ จนถึงขั้นเอามือลูบเป้ากางเกงโชว์ พร้อมเรียกร้องให้นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคก้าวไกล ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวว่า... 

พรรคก้าวไกลรับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ทางนายวิโรจน์ ก็ได้แสดงความเห็นไปในโพสต์ดังกล่าว จึงได้ประสานข้อมูลกับผู้ใช้เฟซบุ๊กที่รับเรื่องร้องเรียน คือ นายนาดา ไชยจิตต์ นักสิทธิมนุษยชนด้านความหลากหลายทางเพศ เพื่อรอดูความพร้อมว่าผู้เสียหายจะเข้าให้ข้อมูลกับพรรคก้าวไกลเมื่อไหร่ และเราได้เตรียมคณะกรรมการวินัยพรรคก้าวไกล ที่มี นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นประธานคณะกรรมการฯ พร้อมด้วยส.ส. และสมาชิกพรรคก้าวไกล ร่วมเป็นกรรมการฯ จะลงไปดูในรายละเอียดว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร ยืนยันว่าไม่นิ่งนอนใจ การคุกคามทางเพศเป็นเรื่องใหญ่ที่เราจะไม่อดทนต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
 

‘นักสู้ปอสี่’ ชู ‘แรมโบ้’ คนจริงไม่ทิ้งชาวอีสาน ถลกหนัง ‘ธีระชัย’ ชอบหักหลัง-ใส่ร้ายผู้อื่น

(26 พ.ค.65) นางนิตยา นาโล หรือ ‘นักสู้ปอสี่’ อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคอีสาน ได้เปิดเผยว่า วันนี้เห็น ‘อีโต้อีสาน’ หรือ ‘นายธีระชัย แสนแก้ว’ ออกมากล่าวหาใส่ร้ายป้ายสี ‘แรมโบ้อีสาน’ หรือ ‘นายเสกสกล อัตถาวงศ์’ เหมือนกับไม่ใช่บุคคลที่เคยเป็นถึงรัฐมนตรีมาก่อน น่าจะเหมือนกับเฒ่าแก่โรงงานน้ำแข็งที่ ‘ชอบปั้นน้ำเป็นตัว’ 

ตนในฐานะเคยเป็นแกนนำคนเสื้อแดงและเคยต่อสู้กันมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 – 2556 รู้จัก ‘อีโต้อีสาน’ ในฐานะเกษตรกรชาวไร่คนหนึ่ง เคยรู้สึกชื่นชมที่ได้เป็นถึง ‘รัฐมนตรี’ แต่ถ้าย้อนกลับไปในการเลือกตั้ง ส.ส. ‘พรรคพลังประชาชน’ ในตอนนั้นในอุดรธานี มีหลายก๊ก ทั้ง ‘คุณต่อพงษ์ คุณขวัญชัย คุณสุรทิน และ คุณวิเชียร’ ต่างคนต่างหาเสียงไม่เคยมีใครช่วยใคร หลังการเลือกตั้ง ‘พรรคพลังประชาชน’ ได้ ส.ส.ยกจังหวัด สุดท้ายพาแกนนำคนเสื้อแดงในอุดรธานี บินด่วนไปพบ ‘ทักษิณ’ ณ ฮ่องกง ในครั้งนั้น แล้วสร้างคำโกหกชิ้นโตว่า “ตนเอง คืออีโต้อีสานนำเอา ส.ส.ผ่านการเลือกตั้งยกจังหวัด”

สุดท้ายนายใหญ่ก็หลงเชื่อปล่อยให้เขาหลอกปูนบำเหน็จได้เป็น รมช.เกษตรฯ ทันที หลังจากนั้นนายใหญ่ทราบเรื่องจึงถูกปลดกลางอากาศ เพราะในอุดรธานี มี ส.ส.หลายก๊ก และไม่มี ส.ส.คนไหนสนับสนุนเป็น รมช.ไม่กี่เดือน จนถูกเว้นวรรคทางการเมืองเพราะพรรคถูกยุบ สุดท้ายทักษิณสั่งทางพรรคไม่ส่งน้องชายอีโต้ลงสมัคร ส.ส.ไปเอาคนสนิทของแกนนำคนเสื้อแดง ‘จึงทำให้อีโต้อีสาน น้อยใจไม่ห่วงประชาชนหนีไปซบพรรคอื่นทันที’ และพร้อมที่จะออกมาต่อต้านเป็นคนละฝ่ายกับคนเสื้อแดงด่าทักษิณและตระกูลชินวัตรอย่างรุนแรงเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่คนเสื้อแดงบุกไปเมืองพัทยา ‘คุณอีโต้อีสาน คุณเคยทำอะไรกับคนเสื้อแดงเอาไว้’ เราจำไม่เคยลืม 

“นายกฯ” ยินดี รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ชมไทย ดูแลแรงงานช่วงโควิด-19 มั่นใจ มาตรการบริหารจัดการแรงงานต่างชาติ 

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ขอบคุณนางซาร่าห์ เบียนคิ รองผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา ที่ชื่นชมนโยบายช่วยเหลือเยียวยาแรงงานของรัฐบาลไทยและกระทรวงแรงงานในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ดำเนินการได้อย่างดีเยี่ยม และขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ดำเนินการจนเห็นผลงานเป็นที่ประจักษ์ 

นายธนกร กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้แรงงานชาวต่างชาติ ที่มีข้อจำกัดด้านการควบคุมโรค จากประเทศต้นทางและถิ่นที่พำนักอยู่ โดยนายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยต่อแรงงานทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกระทรวงแรงงานได้รับดำเนินการตามดำรินายกรัฐมนตรี โดยได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกและหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้ช่วยดูแลแรงงานอย่างต่อเนื่องเทียบเท่าแรงงานไทยทุกประการ อาทิ การตรวจ รักษา และกระจายวัคซีนให้กับผู้ประกันตนเพื่อป้องกันโควิด-19 ในสถานที่ทำงาน ดำเนินโครงการ Factory Sandbox ตามหลักการเศรษฐศาสตร์ควบคู่สาธารณสุข เพื่อตรวจ รักษา ควบคุม ดูแล และบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการป้องกันโควิด-19 ในสถานประกอบการ รวมทั้ง พยายามผลักดันการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองแรงงานนอกระบบ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในการประกอบอาชีพ เป็นต้น

โดยการหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกับรองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ชื่นชมนโยบายการช่วยเหลือเยียวยาแรงงานของรัฐบาลไทย ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ดำเนินการได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมเชื่อมั่นการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคของไทย ว่าจะเป็นผลดีให้ไทยและสหรัฐฯ มีโอกาสได้กระชับความร่วมมือที่มีมาอย่างยาวนานให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

ไขข้อสงสัย!! แชร์ ‘บิ๊กตู่’ อ่านกระดาษเปล่า ที่แท้เป็นเอกสารระดับสูง ไม่พิมพ์ 2 ด้าน

ภายหลังโลกโซเชียลมีการจับผิดการเยือนญี่ปุ่นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะ ซึ่งออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 (กองบิน 6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยัง ท่าอากาศยานนานาชาติฮาเนดะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเข้าร่วมการประชุม International Conference on the Future of Asia (Nikkei Forum) ครั้งที่ 27 ระหว่างวันที่ 25 - 27 พฤษภาคม 2565 โดยปรากฏภาพนายกฯ นั่งอ่านแต่หน้ากระดาษเปล่าๆ เพื่อสร้างภาพว่าขยันทำงานนั้น

ล่าสุด เฟซบุ๊ก 'Pat Sangtum' ได้โพสต์ข้อความไขข้อข้องใจถึงกรณีดังกล่าวที่มีการวิจารณ์ ‘บิ๊กตู่’ เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า...

เว้ยเฮ้ย ลุงตู่อ่านเอกสารเข้าเล่ม กระบืออวดเก่ง จับผิดว่ากระดาษเปล่า 5555 ไอ้ฟราย อายเป็นไหม

เป็นกระบือ อย่าปรือตา แหกตาดูซะว่า นายกฯ กำลังอ่านแฟ้ม ซึ่งเป็นเอกสารเย็บเข้าเล่ม

ในการทำงานระดับบริหาร ไม่มีใครจะสั่งพิมพ์กระดาษ 2 ด้าน หน้า-หลัง

อีกทั้งด้านหลังที่ว่าง ใช้เขียนโน๊ต หรือ remarks ต่างๆ ได้

แยกไม่ออกระหว่าง แฟ้มรายงานกับ บ้านและสวน

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาตามหลักความเหมาะสม การถ่ายภาพที่ติดข้อความโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อความจากเอกสารทางราชการที่มีความสำคัญนั้น ไม่ควรถ่ายภาพให้เห็นหรือติดข้อความใดๆ เลยด้วยซ้ำ


ที่มา: เฟซบุ๊ก Pat Sangtum

หนองบัวฯ คึกคัก ร่วม "คิด" ร่วม "สร้างอนาคตไทย" ปักธงเมืองหลวงของอีสานตอนบน

“พรรคสร้างอนาคตไทย” บุกอีสานปักธงจังหวัดแรกที่หนองบัวลำภู พร้อมเปิดตัวผู้แสดงเจตจำนงเป็นผู้สมัคร ส.ส. บรรยากาศสุดคึกคัก ประชาชนแห่ต้อนรับอย่างอบอุ่นกว่า 400 คน

วันนี้ (26 พ.ค.) เวลา 10.00 น. พรรคสร้างอนาคตไทยนำโดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคฯ พร้อมด้วยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคฯ นายสุพล ฟองงาม ประธานภาคอีสาน และกรรมการบริหารพรรค นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรคฯ และผู้อำนวยการพรรคฯ นายนริศ เชยกลิ่น รองหัวหน้าพรรคและโฆษกพรรคฯ นายวัชระ กรรณิการ์ ประธานภาคกลาง และรองเลขาธิการพรรคฯ และผู้แสดงเจตจำนงเป็นผู้สมัคร ส.ส. ภาคอีสานกว่า 20 คน ลงพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู ณ โรงแรมณัฐพงษ์แกรนด์ เพื่อพบปะประชาชน และเปิดตัวผู้แสดงเจตจำนงเป็นเป็นผู้สมัคร ส.ส.ในนามพรรค คือนางศรัญยา สุวรรณพงษ์ เขต 1 และนายอภิรัฐ มุกขะกัง เขต 3 ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับอย่างอบอุ่น

นายอุตตม กล่าวว่า พรรคสร้างอนาคตไทยยืนยันความชัดเจนที่เข้ามาอาสาแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจ ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งเรื่องต้นทุนค่าครองชีพ และรายได้ที่ตกต่ำลง รวมทั้งปัญหาหนี้สินที่สั่งสมมายาวนาน

“ประเทศไทยเผชิญมรสุมเศรษฐกิจติดต่อกันมาหลายปี วันนี้นอกจากปัญหาค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น รายได้ที่ลดลงแล้ว ยังมีปัญหาหนี้สินที่พอกพูนขึ้นมาอีก กลายเป็นหลุมลึกที่ทำให้คนไทยไม่สามารถหลุดออกจากวงจรความยากจนได้”

พรรคสร้างอนาคตไทย ชูนโยบายแก้ปัญหาหนี้สิน โดยเฉพาะของพี่น้องเกษตรกร และผู้ประกอบการฐานราก ซึ่งเป็นปัญหาหมักหมมมาเนิ่นนาน ทั้งนี้ พรรคมีแนวคิดใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจนแล้ว พร้อมจะประกาศเป็นนโยบายในเร็วๆ นี้

‘หริรักษ์’ ชี้ อาจได้เห็นสงครามกลางเมือง! หากเลือกตั้งใหญ่แลนด์สไลด์ เหตุไม่เชื่อจะมีรบ.ดีกว่าเดิม

'รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร' แนะให้สังคมยอมรับเสียที ว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแบบเดิมไม่ใช่วิธีได้รัฐบาลที่มีคุณภาพสูง ชี้เลือกตั้งครั้งหน้าหากแลนด์สไลด์จริง สงครามกลางเมืองอาจเกิดขึ้น!

26 พ.ค.2565 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหา ว่าบังเอิญไปเปิดดูรายการย้อนหลังรายการหนึ่ง มีนักวิชาการชื่อดังท่านหนึ่งแสดงความเห็นอย่างมั่นใจกรณีที่ รศ.ดร.ชัชชาติ ได้คะแนนเสียงอย่างถล่มทลายว่า คะแนนเสียงส่วนหนึ่งได้มาจากกลุ่มคนที่สนับสนุนรัฐประหารแต่เมื่อภายหลังจึงได้เห็นว่า การรัฐประหารทำให้ได้รัฐบาลแบบนี้ จึงเปลี่ยนใจมาลงคะแนนให้คุณชัชชาติ

ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ออกไปร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ภายใต้การกำกับดูแลและสั่งการของคุณทักษิณ ตั้งแต่ที่สามเสน มาที่ราชดำเนิน ศูนย์ราชการ ปทุมวัน และสวนลุมพินี พวกเราส่วนใหญ่ที่ไปร่วมชุมนุม ไม่มีใครสนับสนุนการทำรัฐประหาร แต่ที่ไม่มีใครเคลื่อนไหวคัดค้านเมื่อเกิดรัฐประหาร ก็เนื่องจากเรามองไม่เห็นทางออกทางอื่น เพราะรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์พยายามทำทุกวิถีทางที่จะอยู่เป็นรัฐบาลต่อไป ซึ่งก็เชื่อได้ว่า นั่นไม่ใช่การตัดสินใจของคุณยิ่งลักษณ์เอง

สะพัด!! ส.ก.ก้าวไกล -วัฒนา ถูกอดีตลูกจ้างสาวสองแฉ เคยพูดจาคุกคามทางเพศ นั่งอ้าขาเอามือลูบเป้าโชว์

ส.ก.ก้าวไกล เขตวัฒนา ถูกอดีตลูกจ้างสาวสองร้องเรียนถูกพูดจาคุกคามทางเพศตลอดเวลาที่ร่วมงานด้วย ครั้งหนึ่งถึงขั้นนั่งอ้าขาเอามือลูบเป้าโชว์

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2565 นาดา ไชยจิตต์  นักกิจกรรมสิทธิมนุษยชน ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กชื่อ "Nada Chaiyajit"  ระบุว่า ... #ไม่เอาสมาชิกสภากรุงเทพฯ ที่มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศ

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการและสมาชิกสภากรุงเทพฯ ครั้งประวัติศาสตร์ได้ผ่านพ้นไปแล้ว เราได้ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ คนใหม่ และสมาชิกสภากรุงเทพฯ ที่กำลังรอให้ ก.ก.ต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ในขณะที่ชาวกรุงเทพฯ กำลังเฉลิมฉลองค่ำคืนแห่งชัยชนะของผู้สมัคร ส.ก.ท่านหนึ่งประจำเขตวัฒนา นาดาได้รับข้อความจากน้องคนหนึ่งชื่อ อลิส (นามสมมติ) เธอเป็นหญิงข้ามเพศ ที่เคยเข้ามาทำงานเป็นลูกจ้างในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ของว่าที่ ส.ก.ท่านนี้ เมื่อครั้งสมัยทำงานเพื่อสังคมในนามกลุ่มเส้นด้ายเพื่อช่วยเหลือผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไปพร้อมๆ กับการลงพื้นที่ในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ของพรรคก้าวไกล โดยนาดารับเรื่องราวร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือของเธอไว้พร้อมๆ กับที่เธอขอรับคำปรึกษาจากคณะผู้ก่อตั้ง Trans For Career Thailand ซึ่งในขณะนั้นมีคุณซารีน่า Nijshanaaj Sudlarphaar ภายหลังจากที่เราปรึกษา เราเห็นแล้วว่าข้อความที่ปรากฏในแชตไลน์เป็นข้อความที่ไม่เหมาะสมที่นายจ้างจะใช้เป็นบทสนทนาทั่วไประหว่าง #ผู้ที่มีฐานอำนาจมากกว่าในฐานะนายจ้าง และ #ผู้มีแหล่งอำนาจน้อยกว่าในฐานะลูกจ้าง มันคือการคุกคามทางเพศหรือก่อให้เกิดความรำคาญทางเพศใช่หรือไม่ ยังไม่นับเหตุการณ์ที่เธอถูกเรียกเข้าห้องทำงานส่วนตัวแล้วเจอกับ...ตามที่เธอเขียนมาเล่าให้นาดารับทราบด้านล่างนี้

“วันที่ 14 ก.ย. 2564 ฉันได้ทักข้อความไปสมัครงานในตำแหน่งธุรการทั่วไปของบริษัท.... ซึ่งเป็นบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ ให้เช่าที่พัก โดยมีการนัดสัมภาษณ์งานในวันที่ 22 ก.ย. 2564 เวลา 09.00 น. ได้สัมภาษณ์กับ HR ของบริษัท และ HR ได้ทำการถ่ายรูปของฉันส่งไปให้กับทางเจ้าของ หลังจากนั้นเจ้าของได้เดินทางเข้ามาสัมภาษณ์ฉันด้วยตัวเอง มีถามคำถามฉันด้วยว่าแปลงเพศหรือยัง ในวันนั้นฉันได้ทดลองงานจนถึง 18.00 น. ในระหว่างวันของการทดลองงาน ช่วงบ่ายทางเจ้าของได้ให้ฉันเดินทางไปดูงานที่ศูนย์เส้นด้ายวัฒนาซึ่งอยู่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 25 เขาพาฉันเดินดูรอบๆ ศูนย์ รวมถึงพาเข้าห้องทำงาน ซึ่งมาทราบทีหลังว่าปกติจะห้ามคนเข้าไป ฉันไม่รู้วัตถุประสงค์ว่าเพราะอะไร

‘ก้าวไกล’ ร้องสภาทบทวน ตัดสโมสรหรูในรัฐสภา ชี้!! ส.ส.ไม่ควรสำราญในขณะที่ประชาชนลำบาก

‘ปดิพัทธ์ - ก้าวไกล’ ขอสภาทบทวนฟังก์ชันสโมสรรัฐสภา ย้ำชัด ส.ส.ไม่ควรสบายในขณะที่ประชาชนลำบากท่ามกลางวิกฤติประเทศ ควรใช้เป็นสถานที่ทำงานในฐานะตัวแทนราษฎร มากกว่าสุขสบายบนภาษีราษฎร 

ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.จังหวัดพิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกล แถลงข่าวขอให้รัฐสภาทบทวนการใช้งานสโมสรของรัฐสภา ที่จะมีห้องสันทนาการ, สปา, ลู่วิ่ง, ห้องซ้อมลีลาศ, ห้องซ้อมร้องเพลง, ห้องนวดฝ่าเท้า, นวดแผนโบราณ และห้องตีกอล์ฟ ว่า ได้หารือเรื่องนี้ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรในช่วงเช้า เพื่อชี้ให้เห็นถึงประเด็นที่ต้องทบทวนทั้งด้านความจำเป็นและความเหมาะสมในการใช้งบประมาณก่อสร้างสโมสรรัฐสภาทั้งหมด 

ทั้งนี้ ปดิพัทธ์ กล่าวต่อว่า เนื่องจากวันจันทร์ที่ผ่านมา คณะกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมและสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมและกิจกรรมนันทนาการวุฒิสภา ได้นำสื่อมวลชนชมสโมสรรัฐสภา ซึ่งมีสมาชิกวุฒิสภาหลายท่านร่วมชมด้วย ปรากฏว่าเป็นที่น่าตกใจ เนื่องจากมีห้องต่างๆที่ต้องบอกว่าเกินจำเป็น ซึ่งพวกตนไม่ได้เป็นผู้ติดตามแผนโครงการนี้แต่แรก แต่คิดว่าสื่อมวลชนและประชาชนคงเห็นกันอยู่ว่า ตลอดเวลาที่เปิดใช้รัฐสภาแห่งนี้มา พื้นที่สำหรับคนทำงานมันน้อยเหลือเกิน เจ้าหน้าที่รัฐสภาแทบไม่ใช่พื้นที่ในการทำงาน เอกสารกองไม่เป็นที่ สื่อมวลชนต้องอยู่ภายในพื้นที่ที่จำกัด มีน้ำรั่วจากฝนตกทุกครั้ง 

‘พล.อ.วิชญ์’ เปิดปมร้าว ‘ธรรมนัส’ ลั่น ไม่ให้เกียรติ เห็นเป็นแค่หุ่นเชิด

‘พล.อ.วิชญ์’ ลั่น ผมเป็นหัวหน้าพรรค ไม่ใช่หุ่นเชิด หวังเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง กลับไม่ให้เกียรติ ไม่ฟังมติพรรค ก็อยู่ร่วมกันไม่ได้ แฉ เป้าหมาย ‘ธรรมนัส’ มาเพื่อไปต่อ

25 พ.ค.2565 พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย กล่าวถึงปัญหาภายในพรรคเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะกับกลุ่มก๊วนของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย จนเป็นที่มาของการลาออกจากหัวหน้าพรรค และ 15 กรรมการบริหารพรรคว่า ตนไม่ได้มีอะไรกับใคร เพียงแต่ว่า ตนกับ ร.อ.ธรรมนัส  มีความไม่เข้าใจที่เป็นไปในทิศทางเดียว กันต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ ซึ่งตนก็คิดว่ามันก็ไปด้วยกันลำบาก

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือถ้าเรารับฟังทั้งสองฝ่ายก็คงจะไปได้ แต่ไปเชื่อบุคคลที่ 3 บ้าง อะไรบ้าง เราควรจะมานั่งคุยกัน  ซึ่งตนก็เห็นคนอื่นที่เพิ่งเข้ามาในพรรค เห็นถึงความตั้งใจในการทำงานเพื่อบ้านเมือง พอมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ทุกคนก็ผิดหวังกับสิ่งที่เขาได้ตั้งใจที่จะมาทำ

"เราเหมือนเป็นหุ่น ที่วางไว้เฉยๆจะหยิบไปวางตรงไหนก็ได้ มาสั่งการ มาทำอะไร ผมไม่ใช่หุ่น ผมเป็นคน และอยากทำงานให้ดี และพยายามฟังทุกคนที่เขามีข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะที่ดีแต่กลับกลายเป็นบางสิ่งบางอย่างเขาไม่เอา และจะไม่ทำตาม คือสิ่งที่ผมคิดอยู่ ว่าผมไม่ใช่หุ่นเชิด แต่มานั่งทำงาน และมีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าพรรค แต่ไม่ใช่บ้าตำแหน่ง หรือจะมามีอำนาจหรืออะไรทั้งสิ้น"

นายกฯ สั่งเร่งแก้หนี้ครัวเรือนทุกกลุ่มเป้าหมาย


นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เร่งผลักดันทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการการทำงานเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนในทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับถึงการสร้างความรับรู้แก่ประชาชนเพื่อรับประโยชน์จากนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่ 

จากข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีที่กำหนดให้ปี 2565 เป็น “ปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน” รวมถึงการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อยเพื่อพิจารณาขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขสถานการณ์หนี้ครัวเรือนให้มีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม พบว่ากลุ่มปัญหาหนี้ครัวเรือนมี 6 กลุ่ม ได้แก่
 
1. กลุ่มหนี้นักเรียนหรือหนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) 
2. กลุ่มหนี้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 
3. กลุ่มหนี้บัตรเครดิตหรือหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล
 4. กลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ 
5. กลุ่มหนี้นอกระบบ 
และ 6. กลุ่มลูกหนี้ทั่วไป 

สศช. ดันดันระเบียงเศรษฐกิจใหม่ 4 ภาค คาดดึงเงินลงทุนสะพัด 3 แสนล้าน

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า สศช. ได้มีการศึกษาแนวทางการพัฒนาเชิงพื้นที่ภายใต้โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทและขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ โดยผลักดันการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาคทั่วประเทศ ซึ่งจะดูศักยภาพและโอกาสของพื้นที่ การวางยุทธศาสตร์การพัฒนา และการออกแบบฉากทัศน์เศรษฐกิจเชิงพื้นที่ของจังหวัดในระเบียงเศรษฐกิจ ตามจุดเด่นของแต่ละภาค 

สำหรับผลักดันการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาคทั่วประเทศ ซึ่งจะดำเนินการในช่วงปี 2565 - 2575 คาดว่าจะช่วยให้เกิดการลงทุนในพื้นที่รวมประมาณ 3.1 แสนล้านบาท โดยหากทำสำเร็จคาดว่าจะส่งผลให้ GDP ของประเทศเฉลี่ยเพิ่มขึ้นกว่า 5.8% ต่อปี โดยจะเป็นพื้นที่รองรับการลงทุนใหม่ โดยการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ทั้งหมดจะเสร็จสิ้นในเดือนพฤษภาคม 2565 นี้ คาดว่าในช่วงเวลา 1-2 ปีจากนี้จะเริ่มมีเอกชนเข้าไปลงทุนในพื้นที่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top