Friday, 10 July 2026
POLITICS

‘โรม’ รำลึกเหตุการณ์นองเลือด 'พ.ค.35/53' ย้ำเตือน!! อย่าเอา 3 ป.อยู่ในอำนาจต่อ

โฆษกก้าวไกล ร่วมรำลึกถึง 2 เหตุการณ์นองเลือดเดือนพฤษภา ปี 35 และ 53 ย้ำเตือน เคารพเจตนารมณ์คนเดือนพฤษภา ต้องไม่เอาทั้ง 3 ป. และพวกมาปกครองประเทศอีก เพราะล้วนแต่เป็นผู้มีส่วนร่วมก่ออาชญากรรมที่ร้ายแรงที่สุดในสังคมประชาธิปไตย

เนื่องในวันครบรอบ 12 ปี การล้อมปราบประชาชนในวันที่ 19 พ.ค.53 รังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ระบุว่า เมื่อวันที่ 6 พ.ค.65 ที่ผ่านมา ในการแถลงข่าวของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ผนึกกำลังขีดเส้นใต้ความล้มเหลว ขีดเส้นตายรัฐบาล ท่ามกลางสถานการณ์ที่นายกรัฐมนตรีอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงจุดตกต่ำขนาดที่คนในพรรครัฐบาลเองยังไม่อยากจะร่วมหัวจมท้ายด้วย ในขณะเดียวกันปรากฏกระแสข่าวของความพยายามที่จะผลักดันคนอย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขึ้นมาแทนที่

ในวันนั้น ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ในฐานะตัวแทนของพรรค ได้กล่าวไว้ในตอนหนึ่งว่า...

"เมื่อถึงเดือนพฤษภาคม เราย่อมรำลึกถึงเหตุการณ์ทางการเมืองอย่างน้อย 2 เหตุการณ์ คือพฤษภา 35 และพฤษภา 53 

"พฤษภา 35 พี่น้องประชาชนจำนวนมากเสียเลือดเนื้อชีวิตเพื่อยืนยันในหลักการว่า ‘นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง ต่อต้านนายกฯ คนนอก’ พฤษภา 53 พี่น้องประชาชนจำนวนมากเสียเลือดเสียเนื้อเพื่อยืนยัน ‘ขับไล่รัฐบาลที่มาจากค่ายทหาร’ ดังนั้น ไม่เป็นการเหมาะสมอย่างยิ่งที่เราจะเห็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่หลังเดือนสิงหาคมชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ"

เปิดขั้นตอนการลงคะเเนน เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าคูหา วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2565

เวลาลงคะแนนเลือกตั้ง เวลา 08.00 - 17.00 น.

✨️ขั้นตอนก่อนหย่อนบัตร
1. ตรวจสอบรายชื่อ ต
รวจสอบรายชื่อ และลำดับที่จากบัญชีรายชื่อ ที่ประกาศไว้หน้าที่เลือกตั้ง

2. ยื่นหลักฐานแสดงตน
แสดงหลักฐาน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน (บัตรที่หมดอายุก็ใช้ได้) หรือ บัตรหรือหลักฐานที่ทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้ที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน ต่อ กปน. พร้อมลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือในบัญชีรายชื่อ

3. รับบัตรเลือกตั้ง
ลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือลงที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ได้แก่ บัตรเลือกตั้ง ผู้ว่า กทม และบัตรเลือกตั้ง ส.ก.

4. ทำเครื่องหมายกากบาท
เข้าคูหาลงคะแนนทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในช่องทำเครื่องหมาย ดังนี้

- บัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สีน้ำตาล เลือกผู้สมัครได้ 1 คน
- บัตรเลือกตั้ง ส.ก. สีชมพู เลือกผู้สมัครได้เขตเลือกตั้งละ 1 คน
- หากไม่ต้องการเลือกผู้สมัครผู้ใด ให้ทำเครื่องหมายกากบาท (X) ในช่องไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด แล้วพับบัตรเลือกตั้ง

'วันชัย' เชื่อ!! รบ.ใหม่หลังเลือกตั้ง ไม่สวิงอำนาจไปสุดขั้ว แต่ต้องสร้างสมดุล ประนอมอำนาจได้กับทุกฝ่าย

นายวันชัย สอนศิริ หรือ 'ทนายวันชัย' สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก 'ทนายวันชัย สอนศิริ' หัวข้อ 'เพื่อไทยแลนด์สไลด์ แล้วไง' ว่า...

“เพื่อไทยแลนด์สไลด์ แล้วไง...

ถึงขนาดเรียกคนเสื้อแดงกลับมาบอกว่าเพื่อไทยจะแลนด์สไลด์ และถ้าเพื่อไทยได้เกิน 250 เสียง จะเป็นรัฐบาล ใครจะขวางได้ 

ก็พูดเอามันไปเรื่อยเพื่อปลุกใจตัวเองและพรรคพวกให้ดูคึกคัก เสมือนหนึ่งว่าจะได้เป็นรัฐบาลในเร็ววันนี้ อำนาจรัฐกำลังจะใกล้มือเข้ามาแล้ว 

เที่ยวปลุกคนกรุงเทพคนต่างจังหวัดไปทั่วตามประสาคนที่ละอ่อนทางการเมืองและไม่เข้าใจในรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 272 เขาไม่ต้องการให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดยึดบ้านยึดเมืองมีอำนาจรัฐแต่ฝ่ายเดียว จะแลนด์สไลด์ขนาดไหนก็เป็นรัฐบาลโดยลำพังไม่ได้ จะคุยโม้คุยโตนั่นพอได้ แต่จะเป็นจริงๆ คงไม่ได้

นับถอยหลัง เลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพฯ 22 พ.ค.65

หมายเลข 1 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร พรรคก้าวไกล กับแนวคิด “เมืองที่คนเท่ากัน” พร้อมชนกับต้นตอของปัญหา และจะทำให้ปัญหาของทุนคนได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม นโยบายหาเสียง ได้แก่

1. เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ 60 เป็น 1,000 บาทต่อเดือน เพิ่มสวัสดิการเลี้ยงดูเด็กเป็น 1,200 บาทต่อเดือน เพิ่มเบี้ยคนพิการเป็น 1,200 บาทต่อเดือน 

2. ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ให้บริการวัคซีนฟรี เช่น วัคซีนโรคปอดอักเสบ วัคซีนไข้หวัดใหญ่และไข้เลือดออก 

3. เพิ่มงบชุมชนปีละ 500,000-1,000,000 บาท ตามขนาดของชุมชน ตั้งงบประมาณ 200 ล้านบาทในการพัฒนากรุงเทพฯ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจว่าจะนำไปพัฒนาด้านใดบ้าง

4. สร้างที่อยู่อาศัยใจกลางเมือง 10,000 ยูนิต ภายใน 4 ปี ให้คนกรุงเทพฯ เช่าได้ระยะยาว 30 ปี 

5. จัดให้มีรถเมล์คุณภาพ ทำตั๋วคนเมืองที่จ่ายในราคา 70 บาท แต่สามารถใช้เป็นค่าโดยสารได้ 100 บาท ผลักดัน “ตั๋วร่วม” ขึ้นรถไฟฟ้าในราคา 15-45 บาทได้ตลอดสายแบบไร้รอยต่อ 

6. ขึ้นค่าเก็บขยะห้างใหญ่ไม่ต่ำกว่า 10 เท่าของที่จ่ายอยู่ในปัจจุบัน เพื่อนำไปปรับปรุงการเก็บขยะครัวเรือน ปรับปรุงจุดทิ้งขยะทั่วกรุงเทพฯ และแก้ไขกลิ่นเหม็นจากโรงงานขยะ

7. ลงทุนศูนย์ดูแลเด็กเล็กศูนย์ละ 5 ล้านบาท ยกระดับให้มีคุณภาพเทียบเท่าเอกชนจัดให้มีครูสำหรับเด็กพิเศษที่พัฒนาการช้า เพิ่มศูนย์รับเลี้ยงเด็กที่ยังขาดแคลนรวมถึงดูแลสวัสดิการครูและพี่เลี้ยงเด็กต้องมีสัญญาจ้างงานประจำ 

8. ด้านการศึกษา เสนอตัดวิชาที่ไม่จำเป็นออก เพิ่มการเรียนรู้นอกห้องเรียน ทำให้เป็นโรงเรียนปราศจากการรังแก (Bullying-Free School)

9. ลอกท่อทั่วเมือง ลอกคลองทั่วกรุง เปลี่ยนงบประมาณอุโมงค์ยักษ์ปีละ 2,000 ล้านบาท เป็นงบปรับปรุงระบบระบายน้ำเพื่อให้ระบายได้เร็วขึ้น 

10. เปลี่ยนที่รกร้างเป็นสวนสาธารณะ ออกข้อบัญญัติให้หน้าอาคารที่จะก่อสร้างใหม่ทุกแห่งต้องมีพื้นที่สีเขียวที่ประชาชนทั่วไปสามารถใช้ได้ และเปิดพื้นที่สาธารณะให้เป็นที่ปลอดภัยสำหรับการชุมนุม

11. ทางเท้าดี เท่ากันทั้งกรุงเทพฯ ให้ประชาชนเป็นพยานตรวจรับงาน หากมีการขุดทางต้องคืนกลับมาในสภาพดีเหมือนเดิม ทางเท้าที่แคบกว่า 3.2 เมตร ห้ามตั้งแผงลอย แต่หาพื้นที่ใกล้เคียงให้ค้าขาย และทางม้าลายต้องปลอดภัย

12. เจอส่วยแจ้งผู้ว่าฯ สร้างกรุงเทพฯโปร่งใส ไร้คอร์รัปชั่น การขอใบอนุญาตให้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้บุคคลที่สาม (Third Party) ประเมินการขอใบอนุญาตและตรวจรับงาน

หมายเลข 3 นายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครอิสระ สโลแกน “กทม.More ทำกรุงเทพฯ ให้ดีกว่านี้ได้” กับนโยบายหลัก 6 ด้าน ได้แก่...

1.ยกระดับศูนย์สาธารณสุข 69 ศูนย์ และสำนักอนามัยให้ครอบคลุมการบริการอย่างทั่วถึง เพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลในสังกัด กทม.ให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทาง

2.โรงเรียนคุณภาพใกล้บ้าน เพิ่มหลักสูตรภาษาอังกฤษและภาษาจีนในโรงเรียนปรับให้เป็นโรงเรียน 2 ภาษา จัดตั้งโรงเรียนผสมและเฉพาะทาง มีหลักสูตรเรียนตามความถนัดหรือความชอบ เช่น โปรแกรมเมอร์ ดนตรี ภาพยนตร์ โภชนาการอาหารฟรี มีหลักสูตรหลังเลิกเรียนเพื่อเพิ่มทักษะการใช้ชีวิตและหารายได้เสริม โดย กทม.สนับสนุนประสานภาคเอกชน

3.เชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ ล้อ ราง เรือ Free Feeder ทั่วเมือง ระบบตั๋วเชื่อมที่ใช้ได้ทุกเส้นทาง เพิ่มความปลอดภัยด้วยการกำจัดจุดเสี่ยงจราจร นำเทคโนโลยี Ai มาควบคุมระบบการจราจรให้การปล่อยรถเป็นระบบมากขึ้น

4.บริการ Free WiFi ทุกชุมชนและที่สาธารณะ ขอยื่นพิจารณาการอนุญาตต่างๆ จบในที่เดียวภายในเวลาไม่เกิน 30 วันด้วยระบบ AI

5.ลด แยกขยะ จัดแนวทางการเก็บขยะเพื่อเตรียมเป็น กทม. Net Zero จัดระเบียบ Zoning อุตสาหกรรม พาณิชย์ ที่อยู่อาศัย จัดทำสวนทุกเขตพร้อมนักรุกขกรมืออาชีพเพื่อดูแลต้นไม้ใหญ่ทั่วเมือง สนับสนุนปลูกต้นไม้หักภาษีทั่วเมือง ทำบึงหนองบอนให้เป็นกีฬาทางน้ำที่ใหญ่ที่สุดของ กทม. เสนอสร้าง 50 สวน 50 เขต เพิ่มจำนวนกล้องซีซีทีวีให้ครอบคลุม ลดจุดบอด จุดอับ จัดทำโครงการ Smart pole เสาไฟที่ให้มากกว่าความสว่าง มีเครื่องวัดคุณภาพอากาศ กล้องวงจรปิด เพิ่มสถานีดับเพลิง ปรับปรุงสาธารณูปโภคเอื้อต่อผู้พิการ ผู้ใช้รถเข็น ผลักดันโครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำด้วยวิธีดันท่อลอด pipe jacking เพิ่มเติม เพื่อประสิทธิภาพการระบายน้ำในกรุงเทพฯ รวมถึงอุโมงค์ระบายน้ำต่างๆ

6.การหารายได้เข้ากรุงเทพฯ สร้างมูลค่าเพิ่มจากสินทรัพย์ที่ไม่พัฒนา แปลงสินทรัพย์เป็นทุน เช่น เปิดให้เอกชนเช่าพื้นที่ของ กทม. เพื่อให้ กทม.มีรายได้เข้ามาบริหารเมือง นอกจากรองบกลางจากรัฐบาล เปลี่ยนขยะให้เป็นทอง จัดระบบงบดุลใหม่ ตั้งกองทุน Social Impact Fund โดยซักชวนนักลงทุนต่างชาติมาลงทุนเพื่อผลตอบแทนทางสังคม จับมือเอกชนเพื่อสร้างพื้นที่เศรษฐกิจใหม่แปลงให้เป็น BOT (Build Operate Transfer) ทุกโครงการโปร่งใส ใช้ระบบ Blockchain และจัดกิจกรรมท่องเที่ยว ถนนคนเดิน 50 เขต ทุกเขตตามอัตตลักษณ์ชุมชน พิจารณาส่งเสริม Street food ไม่กระทบต่อการเดินเท้า ส่งเสริมสนับสนุนเพิ่มโอกาสจ้างงานผู้พิการ และส่งเสริมอาชีพคนพิการ

 

หมายเลข 4 ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ พรรคประชาธิปัตย์ กับสโลแกน “เปลี่ยนกรุงเทพฯ เราทำได้” เปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองสวัสดิการที่ดูแลประชาชนเป็นเมืองที่มีความทันสมัย และเป็นเมืองต้นแบบแห่งอาเซียน โดยได้เสนอนโยบาย ได้แก่...

1. ตั้งกองทุนเพื่อการจ้างงานชุมชนในทุกชุมชน

2. ติดตั้งอินเทอร์เน็ตไวไฟ (Wi-Fi) 150,000 จุดทั่วกรุงเทพฯ

3. จัด 12 เทศกาลใหญ่ และ 50 เทศกาลเขต เพื่อให้กรุงเทพฯ มีรายได้จากการท่องเที่ยว

4. ส่งเสริมศูนย์บริการสาธารณสุขให้มีอุปกรณ์การแพทย์ทันสมัย และมีแพทย์เฉพาะทางประจำการ-โรงเรียนดี อยู่ใกล้บ้าน มีโรงเรียนประจำเขต 50 เขต 50 โรงเรียนสาธิต หลักสูตรการเรียนรู้ขั้นต่ำ 2 ภาษา รู้โคดดิ้ง รู้ AI และมีครูที่ครบทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้

5. ใช้ระบบคอมพิวเตอร์เอไอควบคุมสัญญาณไฟจราจร เอาเกาะกลางถนนออกเพิ่มช่องจราจร

6. สร้างทางเท้าที่มีมาตรฐานสากล สร้างทางจักรยานลอยฟ้า เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถขี่รถจักรยานไปทำงานได้

7. สร้างแก้มลิงใต้ดิน ใช้เครื่องสูบน้ำแบบอัตโนมัติ แก้ปัญหาการระบายน้ำ

8. ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดมลพิษทางอากาศบริเวณที่มีการก่อสร้าง บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดสำหรับการก่อสร้างที่สร้างมลพิษเกินมาตรฐาน ประกาศสงครามกับฝุ่นพิษ PM 2.5 ระงับการให้บริการรถโดยสารที่สร้างมลพิษเกินค่ามาตรฐาน

9. ส่งเสริมการแยกขยะในครัวเรือน จัดจุดบริการขยะแลกเงินไม่ให้มีขยะตกค้าง

10. เปลี่ยนพื้นที่รกร้างของเอกชนเป็นสวนสาธารณะฉบับกระเป๋า หรือ Pocket Park ให้ประชาชนสามารถใช้งานได้ ลดภาษีที่ดินให้กับเอกชนที่ให้ กทม.ได้เข้าใช้พื้นที่

หน.รวมไทยยูไนเต็ด ยก ‘ชัชชาติ’ คนของประชาชน วอนหยุดสร้างวาทกรรม สร้างความเกลียดกลัว

หัวหน้าพรรครวมไทยยูไนเต็ด มั่นใจ ‘ชัชชาติ’ เป็น “คนของประชาชน” จะพากรุงเทพ ก้าวข้ามความแตกแยก ขอหยุดปลุกระดมความเกลียด กลัวโยงขั้วการเมืองระดับชาติ ที่ทำลายความหวัง กทม.

วันที่ 20 พ.ค. 2565 นายวรนัยน์ วาณิชกะ หัวหน้าพรรครวมไทยยูไนเต็ด เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก Voranai Vanijaka-วรนัยน์ วาณิชกะ เรื่อง “ก้าวข้ามความแตกแยก : Man of the People” โดยระบุว่า ตนรู้จักคน Gen X ยัน Baby Boomer เยอะมาก ที่ทั้งชีวิตลงคะเเนนเสียงให้ขั้วอนุรักษ์นิยม ในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้าและทั้งชีวิตของพวกเขา ก็คงลงคะแนนเสียงให้ขั้วอนุรักษ์นิยม แต่การเลือกตั้งผู้ว่าครั้งนี้ พวกเขาจะลงคะแนนเสียงให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

เหตุผลคือ พวกเขาไม่ไหวแล้วที่เมืองหลวงของเราจะต้องหยุดชะงักและพังอย่างต่อเนื่อง เพราะการบริหารไม่เอาไหน ซึ่งสืบทอดมาจากการที่กรุงเทพตกเป็นเหยื่อในสนามรบของขั้วการเมืองระดับชาติ ที่ต่อสู้กันบนความเกลียดและความกลัว กรุงเทพจะเดินไปข้างหน้าได้ ผู้ว่ากรุงเทพต้องเป็นคนที่ก้าวข้ามความแตกแยก ก้าวข้ามขั้วการเมือง

ตนพักอาศัยอยู่แถวบ่อนไก่ ข้างหน้าคือถนนวิทยุ ตรงข้ามคือสวนลุมพินี นายชัชชาติมักจะมาวิ่งตอนเช้าในสวนลุมพินี และแวะเข้ามาที่สโมสรกีฬาในบ่อนไก่ ตนได้พูดคุยกับชาวบ้านพ่อค้าแม่ค้าแถวนั้น ทุกคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ชอบนายชัชชาติมาก อัธยาศัยดี เป็นกันเอง ใส่ใจ ถามทุกข์สุขตลอด ตนพูดว่า “ก็เขาหาเสียงอยู่นิ” ชาวบ้านก็บอกผมว่า เขาทำแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว หลายปีแล้ว

นั่นหมายความว่า ในบรรดานักการเมืองในประเทศนี้ มีไม่กี่คนหรอก ที่จะพูดได้ว่าเป็น Man of the People (คนของประชาชน) ที่แท้จริง หนึ่งในนั้นคือ นายชัชชาติ และสิ่งที่กรุงเทพต้องการ ไม่ใช่ขั้วการเมือง แต่เป็น Man of the People

‘ทนายอาร์ม’ พรรคกล้า เปิดรับเรื่องผู้ปกครอง หลังเกิดเหตุสลด ‘น้องโบนัส’ ยันเด็กต้องได้เรียนฟรี

‘ทนายอาร์ม’ พรรคกล้า เปิดรับเรื่องผู้ปกครอง กรณีโรงเรียนเรียกเก็บเงินการศึกษาภาคบังคับ ส่งศาล รธน.วินิจฉัย ขัดมาตรา 54 หรือไม่

นายพงศธร สุวรรณรักษา (ทนายอาร์ม) อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้ง จ.สงขลา พรรคกล้า กล่าวถึงการเสียชีวิตของน้องโบนัสเด็กหญิงวัย 14 ปี ชั้นม.2 โรงเรียนสตรีพัทลุง โดยแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สาเหตุหนึ่งมาจากปัญหารุมเร้าจากครอบครัว และไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมเรียนต่อ ขณะที่รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง บอกว่า รัฐต้องดําเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ซึ่งเรื่องนี้มีการพูดกันมาโดยตลอด

“วันนี้ผู้ปกครองท่านไหน ที่ลูกต้องเรียนการศึกษาภาคบังคับ และยังต้องจ่ายเงินให้โรงเรียน ให้ยื่นเรื่องมาที่ผม เพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยว่า การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายอื่นใดของโรงเรียนนั้นๆ ชอบหรือมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่

เคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์ สานต่อนโยบายเพื่อประชาชน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพรรคพลังประชารัฐ พร้อมขับเคลื่อน 5 ภารกิจหลัก ประกอบด้วย
1. ด้านกิจการสัมพันธ์ 
สร้างความคุ้นเคยของเหล่าสมาชิกพรรคทุกระดับ พร้อมที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งที่จะมาถึง 
2. ด้านการพัฒนาพรรค
เพิ่มผลงานให้ ส.ส. และผู้สมัครในอนาคต
3. ด้านเศรษฐกิจท้องถิ่น 
คิดค้นรูปแบบการทำกินแบบใหม่ๆ ช่วยให้ประชาชนมีอาชีพทำกินต่อไปได้
4. ด้านการสร้างการมีส่วนร่วม
สร้างกิจกรรมกับบุคคลภายนอกผ่านกิจกรรมแบบจิตอาสา
5. ด้านสื่อประชาสัมพันธ์และการข่าว
เพิ่มความน่าเชื่อถือในพรรค และสามารถต่อต้านข่าวที่ทำลายภาพลักษณ์ของพรรคได้


ที่มา : พรรคพลังประชารัฐ 

'อดีตบิ๊ก ศรภ.' ชี้!! กรุงศรีอยุธยา ไม่แตกแน่!! หากสลิ่ม 61-80 ปีแห่ใช้สิทธิ์เลือกผู้ว่าฯ กทม.

พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ(ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ 'กรุงศรีอยุธยาจะแตกอีกครั้งใน 22 พฤษภานี้หรือไม่' ระบุว่า... 

กรุงศรีอยุธยาจะแตกอีกครั้งใน 22พฤษภานี้หรือไม่
ข้อเขียนทั้งหมดนี้ เป็นความจริง
แต่เพียงสถิติ จำนวนผู้มีสิทธิในการเลือกตั้งเท่านั้น เนื้อเรื่องนอกจากนั้น
ผมนึกฝันเอาเอง ดังนั้น สิทธิการลงคะแนนยังเป็นของ 
ท่านผู้อ่านทุกคนครับ 

1. กลุ่มเด็กอายุ 18-27🔹 
 กลุ่มนี้ มีประมาณ7แสนกว่าคน เป็นกลุ่มนิยมสลิ่ม ประมาณครึ่งหนึ่ง 
เท่า ๆ กับ  กลุ่มที่นิยมทักษิณ และ พวก3นิ้ว ซึ่งปะปนกันอยู่อีกครึ่งหนึ่ง 
แต่ละฝ่ายจึงมีคะแนนนิยม พอๆกัน ประมาณฝ่ายละ 3.5 แสน
ฝ่ายสลิ่ม มีตัวเก็ง4 คน ( คุณ อัศวิน,ดร.เอ้ และ คุณ สกลธี และ คุณรสนา) 3 คนแรกแบ่งกันไปคนละ1 แสน คุณรสนา
ได้ส่วนที่เหลือประมาณ 5 หมื่น 
อีกฝ่ายหนึ่งมีคู่แข่ง 3 คน คุณชัชชาติอย่างไรก็ได้ 
ประมาณ1.5 แสน คุณ วิโรจน์ได้ไป1.5แสนเท่า ๆ กัน 
ส่วนคุณ ศิธา ได้ไป5หมื่น 
สรุป คุณชัชชาติ กับ วิโรจน์นำในอายุรุ่นนี้ 

2. กลุ่มคนอายุ28-40 🔹 
มีอยู่ ประมาณ 1 ล้านกว่าคน คะแนนเสียง
ทั้ง 2 ฝ่าย ก็ยังสู่สีกันอยู่ แต่ฝ่ายสลิ่ม จะมากกว่าหน่อย 
ประมาณ 5.5 แสนคน เหนือฝ่ายนิยม ทักษิณ / 3นิ้ว 
ชึ่งมี ประมาณ 4.5 แสนคน 

ฝ่ายสลิ่มจึงแบ่งกันไปดังนี้ คุณ อัศวิน ได้ 2 แสน ส่วน 
 ดร.เอ้ ได้ไป 1.5 แสนคน สกลธี ได้น้อยหน่อย 1 แสนคน 

ส่วนคุณ รสนา นั้นรูปถ่ายกับ อ.สุลักษ์ ทำให้คะแนนเสียงฝ่ายสลิ่มที่เชียร์คุณรสน่าจะตกไปมาก ทั้ง ๆ ที่คะแนนเริ่มดีขึ้น 
จึงได้ไม่มากเท่าที่ควร ประมาณเกือบ 1 แสนคน 

ส่วนฝ่ายตรงข้ามกับสลิ่ม ในช่วงคนอายุนี้ 
คุณ ชัชชาติ น่าจะได้มากที่สุดเอาไป 2 แสนคน 
คุณวิโรจน์และคุณศิธาเอาไปคนละประมาฌ 1 แสนคน 

สรุปคนแนนรวม2รุ่นแรก 
 คุณ ชัชชาติ ได้ประมาณ 3.5 แสน 
คุณ วิโรจน์ 2.5 แสน 
คุณศิธาได้ 1.5 แสนคน 
 คุณ อัศวิน ได้ 3 แสน 
 ดร.เอ้ ได้ 2.5 แสน 
 คุณ สกลธี 2 แสน
 คุณ รสนา 1.5 แสน 
           **ไปดูต่อกันอีก3กลุ่ม** 

'กรณ์ - อรรถวิชช์' นำ 12 ส.ก. ลงนามสัตยาบรรณ ถือคำมั่น ปฏิบัติหน้าที่โปร่งใส - ไร้เงินทอน

"กรณ์ - อรรถวิชช์" นำผู้สมัคร ส.ก.พรรคกล้า 12 เขต ลงนามสัตยาบรรณต่อ "องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)" ปฏิบัติหน้าที่ ส.ก.ยุคใหม่ โปร่งใส ไร้เงินทอน พร้อมร่วมตรวจสอบการใช้งบประมาณเขต "มานะ" ย้ำ สัตยาบันถือเป็นคำมั่นสัญญา ต้องปฏิบัติหน้าที่โปร่งใส

15.30 น. 18 พ.ค. 65 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า, นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า, นายสมัย เจริญช่าง นำผู้สมัคร ส.ก.พรรคกล้า ทั้ง 12 คน เข้ายื่นหนังสือลงนามสัตยาบัน พร้อมให้องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ร่วมตรวจสอบการใช้งบประมาณเขตพื้นที่ หากผู้สมัคร ส.ก.ทั้ง 12 เขตพื้นที่ ได้รับเลือกตั้งเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ ตามแนวคิด "ส.ก.ยุคใหม่ ต้องโปร่งใส ไร้เงินทอน" โดยมี ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เป็นผู้รับมอบหนังสือ

นายกรณ์ กล่าวว่า ปัญหากรุงเทพมหานครมีเยอะหลายเรื่อง วันก่อนที่ตนเองไปรณรงค์เรื่องใบอนุญาตการสร้างสูง หรือเมื่อคืนนี้ที่เลขาธิการพรรคต้องลงพื้นที่ไปติดตามการระบายน้ำ รวมถึงอีกหลายปัญหาที่ได้รับฟังจากประชาชนระหว่างการหาเสียง ส่วนหนึ่งก็มาจากการทุจริตคอรัปชั่น แต่หากผู้สมัคร ส.ก. ทั้ง 12 คนของพรรคกล้า ให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส และมีโอกาสได้รับเลือกตั้งเข้าทำงาน รวมถึงการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจในการใช้งบประมาณ จะทำให้การทุจริตคอรัปชั่นมีโอกาสเกิดได้ยากขึ้น

‘พนิต’ วอนหยุดปั่นกระแสเลือก ‘แพ็คคู่’ ยัน พรรคส่งส.ก.แต่ไร้ผู้ว่าฯกทม. ทำงานได้

เมื่อวันที่ 18 พ.ค.65 นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเพจส่วนตัว Panich Vikitsreth - พนิต วิกิตเศรษฐ์  เรื่อง ‘พูดให้ครบอย่าหลอกคนกรุงเทพฯ ส่งส.ก.ไร้ผู้ว่าฯกทม.ทำงานได้’ ว่า หลังจากอธิบายประเด็นผู้ว่าฯ กทม.อิสระ โดยไม่มีส.ก.พ่วงท้ายสามารถทำงานได้ในโพสต์ที่ผ่านมา ส่วนโพสต์นี้ ผมในฐานะอดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ที่มีประสบการณ์ตรงกับการทำงานในฝ่ายบริหารกทม.และ สภาฯ กทม. ขออธิบายถึงบทบาทของส.ก.สังกัดพรรค และไม่ส่งผู้ว่าฯ กทม.ของตัวเอง จะสามารถทำงานได้หรือไม่

หลังมีผู้ออกมาแสดงความเห็นว่า ‘ไม่สามารถทำงานได้’ ในขณะที่สนามเลือกตั้งกทม.ครั้งนี้หลังห่างหายไป 9 ปี มีหลายพรรคการเมืองที่ส่งส.ก.แต่ไม่ส่งผู้ว่าฯกทม. เช่น พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยยูไนเต็ด และพรรคกล้า เป็นต้น

ประเด็นดังกล่าวนี้ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เปรียบดังเหรียญที่มีสองด้าน ส่วนข้อดี หากพรรคการเมือง ส่งส.ก. และ ผู้ว่าฯกทม. คือทำงานเป็นทีม และผลักดันนโยบายต่างๆ ตามที่หาเสียงไว้ ทำนอง ‘น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า’ และสมมุติว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น ทั้งผู้ว่าฯกทม. ส.ก. และ พรรคการเมืองจะต้องร่วมรับผิดชอบ จะชิ่งหนีเอาตัวรอดไม่ได้

แต่ก็มีข้อเสียที่สังคมอาจไม่รู้ คือผู้ว่าฯกทม. จะมีความเกรงใจจาก ส.ก.บางคนในพรรคเดียวกันเพราะอาจถูกเครมว่าได้ตำแหน่งมาเพราะพวกเขา รวมทั้งการครอบงำ และแรงกดดันต่าง ๆ จากพรรคการเมือง และนักการเมือง

ขณะเดียวกันระบอบการตรวจสอบอาจเป็นแบบขอไปที และบางเรื่องอาจถูกสังคมมองว่าเอื้อประโยชน์ และต่างตอบแทนซึ่งกันและกันเพราะเป็นพวกพ้องที่มาจากพรรคการเมืองเดียวกัน จึงละเว้นการตรวจสอบกันเองใช่หรือไม่

แตกต่างจาก ส.ก. ที่ไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. จะช่วยทำงานในศาลาว่าการกทม.โปร่งใส เพราะมีกระบวนการตรวจสอบกันและกันอย่างเข้มข้น ไม่ต้องกังวลหรือติดค้างอะไรกัน ภายใต้กลไกการทำงานในสภาฯกทม.

'อัษฎางค์' ยก 5 เหตุผลเชียร์ 'อัศวิน' ก่อนแดงจะแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน

'อัษฎางค์' ยก 5 เหตุผลเชียร์ 'อัศวิน' ยันไม่ใช่ว่าชอบหรือชื่นชมมากกว่า 'สกลธี-สุชัชวีร์' แต่เลือกผู้ว่าฯ ได้แค่คนเดียว รับต่อให้เอาคะแนน 3 คนมารวมกันยังแพ้ 'ชัชชาติ' ต้องยกเมืองไทยให้เขากลับประตูหน้าแบบเท่ๆ

18 พ.ค.2565 - นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ว่า .. 
บันทึก
วันพุธที่ 18 พฤษภาคม 2022 เวลา 7 โมงเช้า ยังตาสว่าง

ที่ตาสว่างไม่ใช่เพราะเข้าใจโลกหรือบรรลุธรรม

แต่เพราะ…ถึงตัวจะอยู่ที่ ซิดนีย์ ออสเตรเลีย แต่ใจอยู่ที่กรุงเทพ ประเทศไทย เลยนอนไม่หลับ

ที่นอนไม่หลับไม่ใช่เพราะถูกเข้าใจผิดหรือโดนด่าหรือถูกเกลียดขึ้หน้า เพราะอันนี้เรื่องเล็กนิดเดียว

แต่เรื่องใหญ่ที่ทำให้นอนไม่หลับคือ ฝ่ายเราเสียงแตก ตีกันเอง และจะเกิดรอยร้าวในหมู่ของพวกเรา (ตลอดไปหรือไม่) และมันกำลังจะแลนด์สไลด์ มันกำลังจะแดงทั้งแผ่นดิน

จริง ๆ ผมไม่ต้องเดือนเนื้อร้อนใจกับเรื่องร้ายๆ ในเมืองไทยก็ได้ เพราะผมอยู่ออสเตรเลียมาเกือบครึ่งชีวิตแล้ว

ถึงตัวผมจะมีอนาคตที่ดีที่นี่แล้ว แต่ใจผมอยู่ที่เมืองไทยตลอดมาและจะตลอดไป

งานนี้ผมเปลืองตัวมาก บอกตรงๆ

ถ้าผมอยู่เฉยๆ ก็ไม่มีคนเกลียดขี้หน้าแล้ว ผมก็ลอยตัว สบายๆ ไป ไม่มีคนด่า ไม่มีคนเกลียด

แต่ที่ต้องออกมาพูด อย่างที่บอกคือ ไม่ใช่ว่า ชอบหรือชื่นชม อัศวิน มากกว่า สกลธีหรือสุชัชวีร์
แต่เชียร์ อัศวิน เพราะ…

1. อยากเห็นฝ่ายเราชนะเลือกตั้ง

2. ที่อยากเห็นฝ่ายเราชนะเลือกตั้ง

ก็เพื่อป้องกันฝ่ายล้มเจ้าชนะเลือกตั้ง

ชัชชาติประกาศชัด ว่าถ้าได้เป็นผู้ว่า จะให้มีม็อบได้เสรี ทุกที่ ทุกเวลา คิดดูว่าม็อบทุกวันเป็นยังไง ถ้ามีผู้ว่า กทม สนับสนุนม็อบล้มเจ้า เพิ่มขึ้นอีกคนจะเป็นยังไง

วิโรจน์ ไม่ต้องพูดถึง ชัดเจนที่สุด

3. ดังนั้น ทำอย่างไร ฝ่ายเราถึงจะชนะ สู้กันตรงๆ แพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้ง มันถึงต้องมีกลยุทธ์ ด้วยยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง

4. เชื่อตามโพลนิด้า ซึ่ง อ.อานนท์ คือผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล จบ ป.เอก ด้านข้อมูล การันตีว่า โพลนิด้าน่าเชื่อถือที่สุด และโพลนิด้า บอกว่า ชัชชาติมาที่ 1 อัศวินมาที่ 2 (ห่างๆ) อันดับที่เหลือยิ่งห่างออกไปอีก

สังคมเสรี!! เมื่อเด็กเรียนดี ไร้โอกาส ผูกคอตาย อาจไม่น่าดูดายเท่าเด็กถูกลิดรอนสิทธิทรงผม

‘ครูเป็ด’ มนต์ชีพ ศิวะสินางกูร ศิลปินผู้คร่ำหวอดในวงการดนตรี อดีตผู้ร่วมก่อตั้งพรรคกล้า ปัจจุบันเป็นสมาชิกพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า…

หลาน ๆ เอ๊ย การศึกษาเรามันห่วยจริง...เห็นด้วย

แต่อย่ามัวไปเล่นเรื่องเล็ก ทรงผม ชุดนักเรียนอยู่เลย...มาเล่นเรื่องใหญ่ดีกว่า

...เรียนฟรี คุณภาพดี มีจริงหรือไม่...

เพื่อนรุ่นหลานคนหนึ่งทางใต้ต้องฆ่าตัวตาย สาเหตุหนึ่งเพราะเธอไม่มีเงินเลยเรียนต่อไม่ได้

'เรียนฟรีคุณภาพดี' ต้องมีอยู่จริงใช่ไหม เพราะมันเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ

มาเล่นเรื่องนี้กันดีกว่า รับรองคนเอาด้วยทั้งประเทศ...

พรรคไทยสร้างไทย ระดมรับฟังความคิดเห็นชาวบ้านในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคใต้ เพื่อแก้ปัญหาปากท้องและเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่

พรรคไทยสร้างไทย ระดมรับฟังความคิดเห็นชาวบ้านในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคใต้ เพื่อแก้ปัญหาปากท้องและเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่

รองศาสตราจารย์ โภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ พรรคไทยสร้างไทย เป็นประธานโครงการสานใจปลูกรัก พรรคไทยสร้างไทย ชาวกทม.และชาวใต้ โดยมีตัวแทนชาวบ้านจากจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ 6 จังหวัด พัทลุง สตูล ปัตนานี ยะลา นราธิวาสสงขลา และตัวแทนสมาคมผู้ประกอบการต่างๆ ในจังหวัดรวมถึงคนไทยที่ไปลงทุนในประเทศมาเลเซีย เข้ามาพูดคุยหารือถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับสภาพสังคมเศรษฐกิจรวมถึงปัญหาความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาจากชาวบ้านและผู้ประกอบการในพื้นที่ 

‘หญิงหน่อย’ วอน หยุดเล่นการเมืองแบบเก่า หวั่นสร้างความขัดแย้ง สุดท้ายเกิดรัฐประหารอีก

‘หญิงหน่อย’ สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ซัดอย่าเล่นการเมืองแบบเก่าสร้างความขัดแย้ง ประเทศเดินหน้าไม่ได้สุดท้ายเกิดรัฐประหารอีก 

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเดินเกมปลุกคนเสื้อแดงให้กลับพรรคว่า ส่วนตัวมองว่าความเห็นต่างทางการเมืองไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิด ทุกคนเห็นต่างกันได้  แต่ต้องยอมรับการท้วงติง ไม่ใช่สร้างวาทกรรมให้เกิดความเกลียดชัง เกิดความขัดแย้ง ทำให้ประเทศเดินหน้าไม่ได้ เพราะท้ายที่สุดจะต้องถูกรัฐประหารอีก และกลับเข้าสู่วังวนเดิม ซึ่งติดหล่มแบบนี้มา 15 ปีแล้ว ดังนั้นเราจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีก จึงสร้างพรรคไทยสร้างไทยขึ้นมาให้ประชาชนเป็นเจ้าของ และเป็นทางเลือกใหม่ให้กับประชาชน เพราะไม่ได้มองเรื่องผลประโยชน์ของตัวเอง แต่ทำครั้งนี้เพื่อความหวังของคนทั้งประเทศ และจะเป็นภารกิจสุดท้ายของตัวเอง

ล้มแลนด์สไลด์!! 'เสื้อแดง' เหนือ-อีสาน ส่งสัญญาณต้านพท.  ลั่นเจ็บแล้วจำคือคน เจ็บแล้วทนคือควาย

อดีตประธานคนเสื้อแดง ย้ำเลิกหลงเชื่อวาทกรรมประชาธิปไตยจอมปลอม ลั่นไม่ยอมเป็นควายให้สนตะพายหมาในคอก ชวนคนเสื้อแดงลาออกจากสมาชิกไปสมัครพรรคป้องสถาบัน 

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา นางนิตยา นาโล หรือนักสู้ปอสี่  อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคอีสาน ให้สัมภาษณ์ย้ำว่า วันนี้ตนเองและสมาชิกได้ออกมาต่อต้านพรรคเพื่อไทย (พท.) อย่างหนัก หลังพรรค พท.จะดึงคนเสื้อแดงมาร่วมเป็นครอบครัวเพื่อไทย ซึ่งอยากให้คิดทบทวนความหลังด้วยว่า ที่พวกเราคนเสื้อแดงและอดีตคนเสื้อแดงเคยออกมาต่อสู้เพื่อพรรค พท. จนทำให้หลายคนติดคุก หลายคนเสียชีวิต สุดท้ายมีนักการเมืองคนไหนมาช่วยเหลือพวกเราบ้าง มิหนำซ้ำในปี  2554 พรรค พท.คัดสรรผู้สมัครเป็น ส.ส.แต่ละจังหวัดก็เป็นกลุ่มคนที่ไม่เคยเห็นหัวประชาชนคนเสื้อแดงที่เคยออกมาต่อสู้ด้วยกัน คนสู้กลับถูกปล่อยทิ้ง คนมีเงินกลับได้เป็นผู้สมัคร ส.ส. สุดท้ายแกนนำบางคนกลับได้รับตำแหน่งเป็นถึงรัฐมนตรี ก็ไม่เคยสนใจจะมาช่วยเหลือคนเสื้อแดงที่ได้รับความเดือดร้อน บางคนต้องติดคุกหรือหนีตายออกนอกประเทศ

“วันนี้คุณกลับจะมาถามหาคนเสื้อแดงเพื่อจะมาเป็นครอบครัวเพื่อไทย คุณเคยคิดบ้างไหมว่าพวกเขาเหล่านั้นต้องพบเจออะไรมาบ้าง คุณยังจะมาล้อเล่นกับความรู้สึก พอเสียทีเถอะค่ะกับวาทกรรมสวยหรู แต่แท้จริงแล้วเป็นประชาธิปไตยจอมปลอม ที่ทำเพื่อตัวเองและครอบครัว อย่าเอาประชาชนหรือคนเสื้อแดงที่รักประชาธิปไตยในอดีตมาเป็นเครื่องมืออีกต่อไปเลย ถ้าคุณรักประเทศไทยจริงๆ ต้องหันมาร่วมมือกันสลายสีเสื้อให้เป็นสีเดียวกัน นั่นคือสีแห่งความจงรักภักดีต่อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” นางนิตยากล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top