Friday, 10 July 2026
POLITICS

‘จิราพร’ ชี้ ‘บิ๊กตู่’ ติดกับดักกม. สมัยรัฐประหาร แถมไร้ฝีมือบริหาร ทำกองทุนน้ำมันขาดเสถียรภาพ

‘จิราพร’ ชี้ ‘ประยุทธ์’ ติดกับดักกฎหมายสมัยรัฐประหาร ทำกองทุนน้ำมันขาดเสถียรภาพ คนไทยต้องใช้น้ำมันแพงเดือดร้อนถ้วนหน้า

นางสาวจิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 กล่าวถึง การพิจารณางบประมาณฯ เมื่อวันที่ (29 มิ.ย. 65) ว่าภายหลังการชี้แจงของกระทรวงพลังงาน  พบว่า ในสมัยรัฐบาล คสช. ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่มาจากการแต่งตั้ง ได้ออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ซึ่ง มาตรา 26 ของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ กำหนดให้กองทุนต้องมีเงินเพื่อใช้ในการบริหารจัดการอยู่ไม่เกิน 40,000 ล้านบาท ส่วนที่เก็บได้เกินจากจำนวนที่กำหนดต้องนำส่งเข้าคลัง ซึ่งการจำกัดเพดานวงเงินกองทุนน้ำมันเช่นนี้กลายเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้สถานะกองทุนไม่แข็งแรงพอ เกิดปัญหาในการบริหารจัดการ เมื่อเกิดวิกฤตราคาน้ำมัน จึงส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของคนไทยทุกคน

‘ก้าวไกล’ กังขา รบ.ปล่อยบินรบรุกล้ำน่านฟ้าไทย จี้ ตอบให้ชัด เกี้ยเซี้ยะ ‘มิน อ่อง หล่าย’ หรือไม่

‘ก้าวไกล’ กังขา รัฐบาลไทยปล่อย มิก-29 บินล่วงล้ำน่านฟ้าไทย หลังแม่ทัพภาค 3 ประชุมร่วม มิน อ่อง หล่าย จี้ตอบให้ชัด กองทัพอากาศไทยและรัฐบาลปล่อยให้ลุกล้ำอธิปไตยไทยได้อย่างไร

มานพ คีรีภูวดล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ สัดส่วนชาติพันธุ์ พรรคก้าวไกล พร้อมด้วย คำพอง เทพาคำ ,องค์การ ชัยบุตร และ ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลรับผิดชอบและชี้แจงเหตุการณ์เครื่องบินรบมิก-29 รุกล้ำน่านฟ้าของไทย บริเวณบ้านวาเล่ย์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เป็นระยะเวลากว่า 20 นาที เมื่อวันที่ (30 มิ.ย. 65) ผ่านมา  

มานพ กล่าวว่า กรณีนี้มีประเด็นสำคัญ 3 ข้อ ที่รัฐบาลและกองทัพไทยต้องให้ความสำคัญและตอบคำถามต่อประชาชน ประการแรก ในระยะเวลา 3 รอบ ที่มีการบินเข้ามารุกล้ำอธิปไตยและน่านฟ้าไทย ใช้เวลารวมกันนานถึง 20 นาที ต่างจากที่กองทัพอากาศชี้แจงว่าส่งเครื่องบินไปลาดตระเวนตอบโต้อย่างรวดเร็ว ทั้งที่กองทัพมักประกาศตนเสมอว่า มีแสนยานุภาพและมีศักยภาพในการป้องกันความมั่นคงของประเทศเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน แต่กลับปล่อยให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร เหตุการณ์นี้ทำให้ต้องมีการอพยพนักเรียนและประชาชนในพื้นที่เข้าสู่หลุมหลบภัย หมายความว่า กองทัพได้ปล่อยให้พวกเขาอยู่ในความเสี่ยง โดยต่อมา มีการชี้แจงจากกองทัพไทยว่า การรุกล้ำน่านฟ้าของกองทัพเมียนมาร์ มีเหตุผลมาจากเขาไม่สามารถบินในพื้นที่เมียนมาร์ได้ เนื่องจากติดภูเขาและสภาพภูมิศาสตร์ จึงจะต้องบินอ้อมผ่านเข้ามาในประเทศไทย คำถามสำคัญที่มีต่อเหตุการณ์นี้คือ กองทัพไทยเปิดโอกาสให้กองทัพเมียนมาร์มีการบินเข้ามาเพื่อโจมตีกลุ่มผู้ต่อต้านโดยรุกล้ำน่านฟ้าไทยได้ถึง 3 ครั้งได้อย่างไร 

ประการที่ 2 มีข้อสังเกตว่า ก่อนมีการโจมตีดังกล่าว 1 วัน มีภาพของแม่ทัพภาคที่ 3 ประชุมพูดคุยกับผู้นำรัฐบาลเมียนมาร์ ที่ กรุงเนปิดอว์ จึงชวนให้สงสัยว่า มีการรู้เห็นเป็นใจปล่อยให้เครื่องบินรบของเพื่อนบ้านรุกล้ำอำนาจอธิปไตยไทยหรือไม่ ทั้งที่กองทัพมีหน้าที่ปกป้องอธิปไตยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่กลับไม่มีการตอบโต้อย่างทันท่วงที ปล่อยให้รุกล้ำถึง 3 ครั้ง ใช้น่านฟ้าไทยปฏิบัติการทางทหารจนเสร็จสิ้นภารกิจ เวลาพูดถึงภัยความมั่นคง รัฐบาลและกองทัพไทยมักนำไปอ้างเพื่อจับกุมนักศึกษาและประชาชนและที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและจัดการอย่างรวดเร็ว แต่พอเวลาที่มีเหตุการณ์ซึ่งเป็นภัยความมั่นคงจริงๆ กลับล่าช้าและไม่มีท่าทีที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังน่าสงสัยว่าจะใช้เหตุนี้เป็นเหตุผลเพื่อซื้อเครื่องบินรบใหม่หรือไม่

อรุณี ติงรัฐบาลหยุดช่วย ปชช.แบบ 'สงเคราะห์' แก้ปัญหาเด็กหลุดนอกระบบการศึกษาไม่ยั่งยืน แนะกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้-ลดค่าเรียน

ดร.อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และอนุกรรมาธิการงบประมาณการศึกษาปี 2566 กล่าวว่า มีความกังวลสถานการณ์เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา จากรายงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มีเด็กหลุดจากระบบการศึกษามากถึง 238,000 คน ตั้งแต่ปี 2564-2565 แม้ในปัจจุบัน กสศ.และภาคีภาคเอกชน จะได้ทำร่วมทำโครงการ “พาน้องกลับมาเรียน” แต่ก็ยังมีเด็กไทยอีกเกือบ 20,000 คนที่อาจจะหลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างถาวร เนื่องจากผู้ปกครองจำนวนมากไม่มีงานทำและกลายเป็นคนยากจนอย่างเฉียบพลันภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ค่าครองชีพพุ่งสูงและสภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรง แต่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ตระหนักและออกมาตรการแก้ไขปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างยั่งยืน  

'นริศ' แนะ รัฐบาล เร่งคุมใช้กัญชา ดีกว่าวัวหายแล้วล้อมคอก หวั่น 'ตรอกข้าวสาร-สีลม' โมเดล! 

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 65 นายนริศ เชยกลิ่น รองหัวหน้าพรรค และโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีการตั้งโต๊ะขายกัญชา รวมถึงสาธิตการใช้อย่างโจ๋งครึ่ม โดยระบุว่า 

"กัญชาหรือต้องรอมีดราม่าก่อน? ดูข่าวมาสองวันละ ตอนแรกที่ถนนข้าวสารการมวนเพื่อขายกันริมถนน เมื่อวานที่สีลมมีการสาธิตการดูดบ้องกัญชาอย่างเปิดเผย เป็นห่วงจริงๆ ครับกับเยาวชนที่ยังไม่เข้าใจถึงพิษภัยของการเสพติดกัญชา 
 

'นักเขียนซีไรต์' กรี๊ด!! ชนชั้นสูงตายเหี้ยนหมด หลังผู้ว่าฯ เรียกคนกวาดถนนมากินข้าวร่วมโต๊ะ

(30 มิ.ย.2565) นางวีรพร นิติประภา นักเขียนรางวัลซีไรต์ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มแคร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Veeraporn Nitipraphaว่า... 

ผู้ว่าเรียกพนักงานกวาดถนนมากินข้าวร่วมโต๊ะ! อกอีแป้นจะแตกตาย อะไรเนี่ย แล้วอย่างนี้ชนชั้นเจ้าคนนายคนในระบบข้าราชการไทยมิฉิบหายตายเหี้ยนกันหมดเหรอคะ…ลงทำกันอีแบบนี้

'ชนินทร์' จวก 'ประยุทธ์' ขยันสร้าง 'หนี้จน' หลังเล็งกู้เงินค้ำหนี้ กฟผ. หวั่นคนไทยจมกองหนี้

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เห็นชอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กู้เงินเพิ่ม 85,000 ล้านบาท โดยให้กระทรวงการคลัง ค้ำประกันเงินกู้ทั้งก้อน เพื่อตอบสนองนโยบายการบริหารภาระค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) ของรัฐบาลว่า...

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มุ่งบริหารประเทศด้วยการกู้เงินมาใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเพียงเท่านั้นหรือ หากมีการอนุมัติการกู้เงินในครั้งนี้จริง จะนับเป็นการอนุมัติกรอบวงเงินกู้ของ กฟผ.ในปีนี้รวมสูงถึง 112,000 ล้านบาท เนื่องจากได้มีการอนุมัติไปก่อนหน้านี้แล้ว 25,000 ล้านบาทในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ในอดีตรัฐบาลต่างๆ ที่มีศักยภาพ จะใช้กลไกการกู้เงินนอกงบประมาณมาเพื่อการลงทุนขยายเศรษฐกิจ สร้างเงิน สร้างรายได้ให้กับประชาชนเท่านั้น เรียกว่า 'หนี้รวย' 

แต่ที่ผ่านมารัฐบาลพลเอกประยุทธ์พิสูจน์ให้เห็นว่า เป็นรัฐบาลที่ถนัดกู้มาแจก ขยันสร้างแต่ 'หนี้จน' เพื่อมาชดเชยความล้มเหลวในการบริหารงานของตนเองมากกว่า จึงขอตั้งคำถามไปยังรัฐบาลได้ตอบกับประชาชนว่า การอนุมัติการกู้ให้ กฟผ.ในครั้งนี้ มีความจำเป็นเร่งด่วนในตอนนี้จริงหรือไม่ และต้องกู้ไปเพื่อเหตุใดทั้งที่ยังไม่มีการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ในตอนนี้ ใครจะได้ประโยชน์จากการกู้นี้ หรือเป็นเพียงพฤติการณ์ที่ทำตามความเคยชินไปแล้ว

จิรายุ โวยรัฐบาล ไม่สุภาพบุรุษโยนเผือกร้อนให้ ชัชชาติ ทีตอนประชุม ครม.แก้ปัญหาสีเขียว 

ถามจริงพณฯ ท่านวอคเอ้าท์ทำไม หากจริงใจแก้ไขป่านนี้คนกรุงสบายไปแล้ว ชี้ราคาควรแบ่งเป็น 2 ช่วง ถ้านั่งยาว 50 สถานีเฉลี่ยสถานีละ 1.15 บาท ถูกกว่ารถเมล์ รถแท็กซี่ รถแกร็ปหลายเท่า 

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงกรณี ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียวของกทม.ว่า
     
ถ้าเป็นรัฐบาลสุภาพบุรุษ เรื่องนี้รัฐบาลก็ไม่ควรโยนเผือกร้อนให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไปแก้ไขปัญหาเพียงคนเดียว แถมยังไปใช้องคาพยพของพรรคการเมืองไปบูลี่ ผู้ว่ากทม.ดูยังไงก็การเมือง เรื่องผลประโยชน์แสนล้าน ซึ่งตนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่แฟร์นึกอยู่แล้ว เพราะที่ผ่านมาก็ไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหาทอดเวลา ให้เผือกร้อน มาอยู่ในมือ ผู้ว่า และที่ผ่านมามีประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหา ก็บอยคอร์ดไม่เข้าประชุม ครม.แทนที่จะเข้าไปเพื่อแก้ไขปัญหาให้สมกับที่ประชาชนเลือกมา กลับปล่อยเรื่องนี้ให้คนอื่นไปแก้ไข เพราะไม่ว่าจะแก้ไขออกมาอย่างไรก็โดนตำหนิ ซึ่งตนเห็นว่ารัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมน่าจะมีปัญหา อย่างกรณีล้มประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม มีนบุรี บางขุนนนท์ ตนให้เขียนแปะข้างฝาไว้เลยว่าไม่สามารถเปิดให้บริการได้ทัน และคาดว่าจะล่าช้าไม่น้อยกว่า 2 ปีทำให้ประเทศไทยเสียหาย ตามที่สภาพัฒนฯแจ้งไว้ 40,000 กว่าล้านบาทก็ยังไม่เห็นมีใครรับผิดชอบใดๆ ตนจะรอดูคำพิพากษาของศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบที่จะพิจารณาคดีรถไฟฟ้าสีส้มในวันจันทร์นี้ว่าจะมีคนซวยกี่คน ตนจึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีอย่าลอยตัว โปรดลงมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง

‘เจี๊ยบ’ จี้รัฐทบทวนแนวทางเยี่ยมผู้ต้องขังใหม่ หลังคนนอกรู้ช้า กรณีพยายามฆ่าตัวตายในคุก

กลุ่มเยี่ยมเพื่อนในเรือนจำ ยื่นหนังสือผ่าน ‘เจี๊ยบ อมรัตน์’ และ ส.ส.ก้าวไกล ร่วมตรวจสอบความโปร่งใสของกรมราชทัณฑ์ หลังเกิดกรณีนักกิจกรรมพยายามฆ่าตัวตายเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมจี้คืนสิทธิการประกันตัวให้ผู้ต้องขัง

อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล รับหนังสือจาก กลุ่มเยี่ยมเพื่อนในเรือนจำ ที่มาเรียกร้องให้ตรวจสอบความโปร่งใสของกรมราชทัณฑ์และกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในเรือนจำในกรณีต่าง ๆ 

อมรัตน์ กล่าวว่า ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ กมธ.ภายในวันนี้ (29 มิ.ย.) เหตุการณ์ทำร้ายตัวเองของนักกิจกรรมทางการเมืองมีลักษณะปิดข่าวจากกรมราชทัณฑ์ โดยเหตุการณ์เกิดตั้งแต่วันศุกร์ (24 มิ.ย.) แต่โลกภายนอกกว่าจะรู้เรื่องคือวันจันทร์ หากเกิดรุนแรงมากกว่านี้ ใครจะสามารถช่วยได้ทัน จึงขอให้กรมราชทัณฑ์และกระบวนการยุติธรรมทบทวนแนวทาง เรื่องการกำหนดคนเข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในดุลพินิจของอธิบดีกรมราชทัณฑ์สามารถทำได้ แต่ที่ผ่านมามีการใช้ข้ออ้างเรื่องโควิดในการจำกัดการเข้าเยี่ยม ตอนนี้สถานการณ์คลี่คลายและกำลังกลายเป็นโรคประจำถิ่น กฎเกณฑ์ จึงควรผ่อนคลายได้ อย่าให้โลกประณามไปมากกว่านี้ว่า ประเทศไทยมีการนำกฎหมายอาญา ม.112 และระเบียบเรือนจำมาใช้ เพื่อเป็นเครื่องมือจัดการนักกิจกรรมทางการเมืองและผู้เห็นต่าง

“สภาแห่งนี้ ใช้งบสร้างกว่า 2 หมื่นล้านบาท เป็นสภาของประชาชน ทุกคนต้องเข้ามาใช้ได้ และควรใช้พื้นที่แห่งนี้พูดคุยกัน ไม่ใช่พอมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในสังคมแล้วต้องเรียกเข้าไปคุยในกระทรวงกลาโหม ประเด็นที่จะนำเข้าไปใน กมธ. คือ เรื่องสิทธิในการเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังที่ถูกจำกัด เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างร้ายแรง กรมราชทัณฑ์อ้างโควิด และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในการจำกัดจำนวนเยี่ยม เป็นการทำให้ผู้ต้องขังที่ยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่เกิดความเครียดและทำร้ายตัวเองหรือไม่ จะต้องมีการตรวจสอบในเรื่องนี้”

‘บิ๊กตู่’ ลั่น อยากลดราคาน้ำมันจะตายอยู่แล้ว ติดเป็นปัญหาทั้งโลก

(29 มิ.ย.65) ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ จ.เชียงใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิด FTI EXPO 2022 : SHAPING FUTURE INDUSTRIES FOR STRONGER THAILAND โดยกล่าวตอนหนึ่งถึงวิกฤตพลังงานว่า…

วันนี้ปัญหาราคาพลังงาน ค่าขนส่งแพงขึ้น เพราะน้ำมันราคาแพงขึ้น ซึ่งเราซื้อเขามาและต้องผ่านกลไกต่าง ๆ อยู่แล้ว ทั้งหมดมีข้อบังคับและระเบียบเยอะแยะไปหมดและมีมาตรฐาน อีกทั้งนอกจากวันนี้พลังงานสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ก็มีปัญหาเงินเฟ้ออีก ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นผลจากการดำเนินนโยบายการเงินการคลังของต่างประเทศด้วย

'อัษฎางค์' ถาม!! หากการกราบไหว้ คือ ความไม่เท่าเทียม แล้ว 'ธนาธร' ก้มกราบไหว้-บูชาขอพร เรียกว่าอะไร?

นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค’ ระบุว่า…

“การกราบไหว้ เป็นวัฒนธรรมการแสดงท่าทางที่อ่อนน้อมถ่อมตน มิใช่เรื่องความเท่าเทียมกันหรือเป็นระบบไพร่ทาส”

ถ้ากล่าวหาว่า การกราบไหว้คือ “ความไม่เท่าเทียมกันหรือเป็นระบบไพร่ทาส”

ภาพในหลวงก้มกราบพระสงฆ์ คืออะไร?
พระสันตะปาปาก้มลงจูบเท้าชาวบ้าน คืออะไร?

แม้นายธนาธร จะเคยกล่าวว่า “ผมไม่เชื่อว่าการกราบไหว้บูชา จะนำมาซึ่งความสำเร็จ” 

แพทย์เผย ‘ลุงชวน’ อาการดีขึ้น แต่ให้นอน รพ.ต่ออีกระยะ

หลังจากเมื่อวาน (28 มิ.ย.65) นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ด้วยอาการมีไข้ หนาวสั่น 

ล่าสุดมีอาการดีขึ้นแล้ว แต่แพทย์ยังให้นอนพักอยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีอีกสักระยะ จนกว่าไข้จะลด และแข็งแรงขึ้น หลังจากวานนี้ (28มิ.ย.65) นายชวน เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ด้วยอาการมีไข้ หนาวสั่น โดยได้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ผลการตรวจเป็นลบ ไม่พบเชื้อ
 

'ดร.บลู' ปลื้มใจ!! คนใต้เปิดรับ 'พรรคกล้า' ชี้ 'รับฟัง-ประสาน' ทุกปัญหาให้ได้จริง

'พรรคกล้า' เดินสาย 3 จังหวัดชายแดนใต้ คนพื้นที่สนับสนุน คาดหวังมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ชาวบ้านขอบคุณ 'กรณ์' ที่เป็นปากเสียงพูดเรื่องน้ำมันแพง

'ดร.บลู' ผศ.ดร.เอราวัณ ทับพลี ผู้อำนวยการพรรคกล้า เปิดเผยหลังเดินสายพื้นที่ภาคใต้ว่า ตนเองและทีมงานพรรคกล้า ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส เปิดศูนย์ประสานงานและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 24-28 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีประชาชนให้การต้อนรับทุกพื้นที่ที่ไป และคาดหวังให้พรรคกล้าเข้ามาช่วยแก้ปัญหาปากท้อง เพราะมองว่าพรรคกล้ามีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ และเป็นปากเสียงให้ประชาชน ที่ออกมาสะท้อนเกี่ยวกับปัญหาน้ำมันแพง

ผศ.ดร.เอราวัณ กล่าวว่า การเดินสายครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปิดศูนย์ประสานงานและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดเท่านั้น แต่ยังรับฟังปัญหาในพื้นที่จากคนหลายกลุ่ม อาทิ ชาวประมงเดือดร้อนเรื่องน้ำมันที่จะต้องออกเดินเรือ ปัญหาเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุไม่เพียงพอ ส่วนวัยรุ่นเรียนจบออกมาแล้ว อยากมีงานทำในพื้นที่

‘ครูธัญ’ ปลื้ม!! สถาบันการเงินเริ่มปล่อยกู้ LGBTQ+ หวังอนาคตมีกฎหมายรองรับสิทธิเท่าเทียม

ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สส บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ธนาคาร ธอส.ออกมาตรการปลดล็อก ให้ลูกค้ากลุ่ม LGBTQ+ กู้ร่วมได้ โดยเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีที่หน่วยงานต่าง ๆ เริ่มเข้าใจและเห็นความสำคัญของสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้มีความหลากหลาย แต่นี่เป็นเพียงความเข้าใจของบางหน่วยงานเท่านั้น ยังไม่มีกฎหมายออกมารองรับ ซึ่งในความเป็นจริงสิทธิการกู้ร่วมของ LGBT ควรมีทุกสถาบันการเงิน 

“ขอขอบคุณสถาบันการเงิน และ ภาคเอกชนที่วันนี้เข้าใจความหลากหลาย และหวังว่าเสียงเหล่านี้จะสะท้อนถึงผู้มีอำนาจ ว่าความเท่าเทียมคือสิทธิขั้นพื้นฐานสำคัญของประเทศที่พัฒนาแล้ว” ธัญวัจน์ กล่าว
 

ครม.ตั้งกองทุนช่วยเหลือภาคการผลิตและบริการ ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ (28 มิถุนายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.ได้เห็นชอบการจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือ และเพื่อปรับตัวของภาคการผลิตและบริการ ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า ทั้งนี้เพื่อช่วยประชาชนผู้ประกอบการ ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ให้เกิดศักยภาพทางการแข่งขันและปรับตัว เพื่อใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรีทางการค้าต่อไป

>> ครม.ยกเว้นภาษีผู้ประกอบการเซิร์ฟเวอร์ เพื่อหนุนไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคในอนาคต

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 28 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.ได้อนุมัติหลักการ การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับผู้ประกอบการที่ให้บริการพื้นที่ของเซิร์ฟเวอร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการจัดเก็บและประเมินผลที่เชื่อมต่อข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต และการให้บริการสำรองข้อมูล เพื่อป้องกันเหตุขัดข้องและทำให้ข้อมูลเกิดความเสียหาย การให้บริการเชื่อมต่อเครือข่าย กับผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ต และผู้ให้การคลาวด์ เราจะให้บริการ บริหารจัดการระบบ และรักษาความปลอดภัยทางสารสนเทศ ทั้งนี้เพื่อตอบสนองการสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัล ของภูมิภาคในอนาคต

>> ครม.ได้เห็นชอบแผนดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค 3.3 แสนล้าน เชื่อ EEC จะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของไทย-อาเซียน ในอนาคต

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 28 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า อีกเรื่องที่เป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลก็คือการพัฒนาพื้นที่ EEC ซึ่งรัฐบาลได้วางรากฐานไว้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2561 ทั้งการจัดสร้างโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภค ระบบโครงข่ายคมนาคมไร้รอยต่อ ทั้งทางถนน ทางน้ำ ทางอากาศ หลายอย่างอยู่ในระหว่างดำเนินการ แม้ว่าจะมีปัญหาและอุปสรรคอยู่บ้าง ก็ต้องดำเนินการหาวิธีการที่เหมาะสม และให้เป็นไปตามกฎหมายทุกประการ เพื่อยกระดับระบบการขนส่ง โลจิสติกส์ เพื่อรองรับเมืองใหม่อัจฉริยะ, อุตสาหกรรมอัจฉริยะ และพลังงานสะอาด

‘อัษฎางค์’ ไขคำตอบแห่งกาลเวลา ชี้ไทยเป็นไปไทยได้ เพราะมีบรรพบุรุษ ประเพณี สถาบันพระมหากษัตริย์

ไม่นานมานี้ นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค’ ระบุว่า…

ส่งเสริมความเสมอภาค สิทธิ ความเท่าเทียม ด้วยการยกเลิก รากเหง้าของความเป็นไทย ยกเลิกจารีตประเพณีและวัฒนธรรมที่งดงาม ! 

ผมเคยเล่าเรื่องที่เด็กไทยในเมืองไทย ต่อต้านขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมไทยให้ลูกฟัง

น้องอิง ลูกชายของผมซึ่งเรียนหนังสือในต่างประเทศมาตั้งแต่เล็ก ๆ จนถึงมหาวิทยาลัย พูดกับผมถึงประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า

ให้สังเกตดูดี ๆ ว่า
“คนที่ไม่มีอดีต มักเป็นคนที่ไม่มีปัจจุบัน และจะไม่มีอนาคต”

น้องอิง ขยายความเพื่ออธิบายข้อความดังกล่าวว่า...
ความหมายคือ คนที่ปฏิเสธอดีต มักเป็นคนที่ในปัจจุบัน “เป็นคนที่ไม่มีอะไร” ไม่มีแม้กระทั่งอนาคต เขาจึงต้องกลบเกลื่อนความเป็นตนเอง ด้วยการปฏิเสธอดีต เพราะเขาไม่มีอะไรมาตั้งแต่อดีต

ส่วนคนที่ “มีอะไร” มาตั้งแต่อดีต มักจะภูมิใจในตนเอง ว่าเขามี “อะไรมาตั้งแต่อดีต” ซึ่งมันทำให้ “มีปัจจุบันและจะมีอนาคต”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top