Friday, 10 July 2026
POLITICS

'เพื่อไทย' เชื่อคนไทยจะให้บทเรียนกับพรรคที่ทรยศอุดมการณ์ ลั่น พร้อมสู้ทุกกติกา เชื่อเลือกตั้งครั้งหน้าเงินสะพัดซื้อเสียงหนักทุกพื้นที่

นายฉลาด ขามช่วง ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การเลือกตั้งส.ส. ที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเมื่อใดก็ตาม พรรคเพื่อไทยไม่กังวลใจ เชื่อว่าสมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคน พร้อมสู้ทุกสนามและสู้ในทุกกติกาที่ผู้มีอำนาจกำหนดมา เพื่อความได้เปรียบทางการเมือง เชื่อมั่นการเลือกตั้งครั้งหน้าประชาชนเลือกพรรคการเมืองเพื่อมาทำงานมากกว่าพวกบ้าน้ำลาย

นอกจากนี้เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะมีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงกันเป็นจำนวนมาก เงินสะพัดในหลายพื้นที่ ดังนั้นอยากบอกว่าการใช้เงินไม่สามารถซื้ออนาคตของประชาชนได้ ทุกวันนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บริหารประเทศแบบนี้ประชาชนสิ้นศรัทธาและหมดหวังที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว

'อุตตม' เตรียมจัดทำนโยบาย 'คาร์บอนเครดิต' รุกสร้างเศรษฐกิจใหม่-รองรับการแข่งขันภาคเอกชนบนเวทีโลก

'สร้างอนาคตไทย' เปิดบ้านแลกเปลี่ยนความรู้บริหารจัดการคาร์บอน ชี้ กระแสโลกร้อน เปลี่ยนกติกาขีดการแข่งขันภาคเศรษฐกิจ ต้องวางนโยบาย-กฎหมายให้สอดรับ เพื่อแก้ปัญหาเชิงรุก-เสริมศักยภาพการแข่งขันภาคธุรกิจไทยทั้งใน-ต่างประเทศ

พรรคสร้างอนาคตไทย จัดสัมมนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่อง อนาคตตลาดคาร์บอน (Carbon Market) แนวทาง และวิธีการดำเนินการจัดการคาร์บอน โดยได้รับเกียรติจากนายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ร่วมบรรยาย ซึ่งมีผู้เข้าร่วมฟังการบรรยายและร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประกอบด้วย ผู้บริหารพรรค อาทิ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายวิเชียร ชวลิต ผู้อำนวยการพรรค นายนริศ เชยกลิ่น โฆษกพรรค น.ส.โชนรังสี เฉลิมชัยกิจ รองโฆษก นายธันวา ไกรฤกษ์ รองโฆษกพรรค รวมถึงภาคเอกชน และหน่วยงานระหว่างประเทศ

นายอุตตม กล่าวว่า การบริหารจัดการคาร์บอนเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่ทั่วโลกต้องให้ความสนใจ ซึ่งประเทศไทยได้ตอบรับเงื่อนไขหลายๆ อย่างมาจากเวทีโลก โดยการพัฒนาประเทศหลังจากนี้ ในส่วนของนโยบายเศรษฐกิจไม่สามารถละเลยเรื่องดังกล่าวได้ เนื่องจากมีผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ดังนั้น ประเทศไทยจะต้องมีนโยบายสาธารณะที่ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เพื่อเปลี่ยนปัญหาเหล่านี้ให้เป็นโอกาสแก่ภาคประชาชน ภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจอื่นๆ โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถปรับตัวได้และมีความสามารถในการแข็งขันที่สูงขึ้น 

ทั้งนี้ ปัญหาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ องค์การระหว่างประเทศต่างๆ ได้เรียกร้องให้นานาประเทศมีมาตรการในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในกิจกรรมทั้งบนบก ทางทะเล และทางอากาศ หลายประเทศที่เป็นคู่ค้า และแหล่งทุนสำคัญของประเทศไทยก็ได้เริ่มกำหนดมาตรการเพื่อกีดกันสินค้า และการลงทุน ทั้งในภาคอุตสาหกรรม กสิกรรม การเงิน การธนาคาร และการท่องเที่ยว 

นายอุตตม กล่าวต่อว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ต้องครอบคลุมทุกภาคเศรษฐกิจ ดังนั้นการจัดทำกฎหมายสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงจะต้องเป็นนโยบายที่เร่งด่วน และต้องเป็นกฎหมายที่ทันสมัย สามารถใช้บังคับได้ในทุกภาคเศรษฐกิจของไทย ไม่ใช่เป็นแบบไซโล ต่างคนต่างทำอีกต่อไป ต้องมองในเชิงนโยบาย และการบริหารจัดการ ต้องมีโต้โผดำเนินการอย่างจริงจัง เพราะหากไม่มี เมื่อเอกชนจะขยับทีก็ต้องถอยครึ่งก้าว ถอยสองก้าว เพราะรัฐไม่ชัดเจน ตนมองว่าคณะกรรมการที่ขึ้นกับสำนักนายกรัฐมนตรีอำนาจไม่พอ หากเปรียบเทียบเหมือนตอนทำอีอีซี จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าพวกตนไม่ไปขอนายกฯ เสนอ แต่งตั้ง และออกกฎหมาย ถ้าทำอย่างนี้จึงจะมีการยอมรับ

ดังนั้น ต้องมีตัวกลาง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานลักษณะไหนก็ตาม แต่ที่สำคัญคือ...

1. ต้องวิเคราะห์ให้ชัดเจนว่าผลกระทบต่อประเทศไทยในอนาคตเป็นอย่างไร ประเทศต้องการการปรับเปลี่ยน พรรคสร้างอนาคตไทยพูดเสมอว่าเราอาสามาทำงานเพื่อขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจของประเทศ นี่คือหนึ่งในนโยบายห้าสร้างของพรรค คือ สร้างเศรษฐกิจใหม่โครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต ดังนั้นเรื่องนี้จะอยู่ในนโยบายของพรรคด้วย แต่จะทำอย่างไรให้เกิด หน่วยงานต้องดูให้ลึกว่าผลกระทบเป็นอย่างไร ไม่ใช่เดี๋ยวนี้ แต่ต้องเป็นดูระยะยาว ส่วนที่ท้าทาย คือจะวางยุทธศาสตร์อย่างไรให้ขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม และภายในระยะเวลาเท่าไหร่  

2. ต้องให้เอกชนเข้าร่วมตั้งแต่ต้น แค่เพียงรัฐบาลไม่พอ รัฐมีหน้าที่สนับสนุนให้เอกชนเดินอย่างมีแต้มต่อ เพราะสุดท้ายต้องเกิดการแข่งขันในเวทีโลกอย่างแน่นอน เป็นกลไกตลาดที่ต้องค้าขาย เราต้องฉลาดที่จะค้าขาย รัฐต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนว่าจะเดินอย่างไร เดินกับใคร 

3. ที่สำคัญ คือเรื่องการสื่อสาร วันนี้จะทำอย่างไรให้คนไทยเข้าใจ ว่าเรื่องดังกล่าวกระทบต่อเขาอย่างไร

“เรื่องการบริหารจัดการคาร์บอน จะเป็นความท้าทายของรัฐบาลหน้าว่าเรื่องนี้จะทำอย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์กับภาคเศรษฐกิจทั้งการสร้างเศรษฐกิจใหม่ และการแก้ปัญหาเชิงรุกให้กับขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งเรื่องนี้เป็นหนึ่งในนโยบาย 5 สร้างของพรรค ที่พร้อมจะเดินหน้าขับเคลื่อน โดยพรรคให้ความสำคัญครอบคลุมทั้งในเรื่องกฎหมายและระบบโครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับเรื่องนี้ ขอย้ำว่าพรรคจะใส่เรื่องนี้ไว้ในนโยบายพรรคอย่างจริงจัง” นายอุตตม กล่าว

'ธนาธร' ชูธง ผู้บริหารท้องถิ่นในแบบกทม. ผู้บริหารสูงสุดต้องมาจากการเลือกตั้งของปชช.

'ธนาธร'ชูธง จุดหมายสูงสุดของการกระจายอำนาจที่แท้จริงคือการที่ทุกจังหวัดมีรูปแบบการปกครองท้องถิ่น เหมือนกับกรุงเทพฯ ผู้บริหารสูงสุดของจังหวัดต้องมีเพียงคนเดียวมาจากการเลือกตั้งของประชาชน 

(13 ก.ค.65) เฟซบุ๊กแฟนเพจ Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โพสต์ข้อความว่า

ท้องถิ่นในแบบ กทม. คือ end game ที่ประเทศไทยต้องไปให้ถึง

เมื่อวานนี้ ผมได้มีโอกาสรับเชิญไปพูดคุยในรายการ The Politics ของมติชน เรื่องการรณรงค์ปลดล็อกท้องถิ่น ที่คณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกล ตลอดจนประชาชนทุกภาคส่วนจากทุกจังหวัด ร่วมกันรณรงค์ชักชวนเข้าชื่อ จนเราได้มากว่า 8 หมื่นรายชื่อ และได้มีการยื่นต่อรัฐสภาไปแล้ววันนี้

ในช่วงหนึ่งของรายการ พิธีกร อุณเอ๊ก-คุณอ๊อฟ ได้ถามผมถึงกรณีของคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่เป็นกระแสและความหวังให้แก่คนจำนวนมาก ว่าสุดท้ายแล้วปรากฏการณ์นี้กำลังบ่งบอกอะไรกับเรา

ผมตอบไปว่าในท้ายที่สุดแล้วปรากฏการณ์แห่งความหวังนี้ คือจิตวิญญาณของการกระจายอำนาจ ที่มีการต่อสู้ขับเคลื่อนกันมาตั้งแต่สมัยการรณรงค์ พ.ร.บ.จังหวัด … มหานคร มาจนถึงการรณรงค์ปลดล็อกท้องถิ่นของเราในวันนี้ นั่นคือจิตวิญญาณแห่งความปรารถนา ที่จะให้แต่ละพื้นที่มีอำนาจในการจัดสรรทรัพยากรของตัวเอง

กรุงเทพมหานครฯ เป็นจังหวัดเดียวที่ไม่มีการเลือกตั้งนายก อบจ.กรุงเทพฯ ขณะที่จังหวัดอื่น ๆ มีโครงสร้าง อบจ. จากการเลือกตั้ง อยู่คู่กับผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการแต่งตั้ง และนี่คือโครงสร้างที่มีปัญหามาก เพราะนายก อบจ. ต่างต้องอยู่ภายใต้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากส่วนกลาง

ดังนั้น หากถามผมว่าจุดหมายสูงสุด (end game) ของการกระจายอำนาจที่แท้จริงคืออะไร สำหรับผม นั่นคือการที่ทุกจังหวัดมีรูปแบบการปกครองท้องถิ่น เหมือนกับกรุงเทพมหานครฯ

ตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของแต่ละจังหวัด จะเรียกว่าผู้ว่าราชการจังหวัด นายก อบจ. ประธานจังหวัด ฯลฯ จะเรียกชื่อว่าอะไรก็ได้ไม่ใช่เรื่องสำคัญ

สาระสำคัญที่สุด คือการที่ผู้บริหารสูงสุดของจังหวัดคนนั้น ต้องมีเพียงคนเดียว และคน ๆ นั้นต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนเท่านั้น ไม่มีบุคคลอื่นที่แต่งตั้งจากส่วนกลางมามีอำนาจทับซ้อนกันแบบที่เป็นในปัจจุบัน โดยคน ๆ นั้นและผู้บริหารจังหวัดมีอิสระในการจัดสรรทรัพยากรในจังหวัดของตนเอง โดยไม่ต้องรอรับคำสั่งจากส่วนกลาง

ดังนั้น ปรากฏการณ์การได้รับเลือกตั้งอย่างท่วมท้นของคุณชัชชาติ ที่ตามมาด้วยการลงมือลงแรงทำงานอย่างแข็งขันของคุณชัชชาติ การสะท้อนและการรับฟังข้อคิดเห็นจากประชาชนอย่างท่วมท้น จนในที่สุดกลายเป็นปรากฏการณ์แห่งความหวังขึ้นมา

ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าคุณชัชชาติจะเป็นผู้ว่าฯ ที่ดี เพราะคุณชัชชาติมาจากการแต่งตั้งโดยประชาชน ใช้อำนาจของประชาชน ในนามประชาชน เพื่อรับใช้ประชาชน ทำให้อย่างน้อยที่สุดเราพูดได้อย่างมั่นใจ ว่าคุณชัชชาติคือผู้ว่าฯ ที่ดีกว่าผู้ว่าฯ ที่มาจากการแต่งตั้งแน่นอน

และยิ่งเมื่อบวกกับความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนทุกวันนี้ ที่เป็นสิ่งที่คอยผลักดัน กำกับควบคุม และตรวจสอบถ่วงดุลคุณชัชชาติ ให้ต้องฟังเสียงของประชาชน ทำในสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประชาชน และทำตามความต้องการของประชาชนมากที่สุด

2 ส.ส. ‘เศรษฐกิจไทย’ ไขก๊อกพ้นวิปรัฐบาล ส่งสัญญาณถอนตัวจากพรรคร่วมฯ โดยปริยาย

(12 ก.ค. 65) ภายหลังนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจไทย และนายไผ่ ลิกค์ ส.ส. กำแพงเพชร พรรคเศรษฐกิจไทย ในฐานะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม โดยระบุเรื่องขอลาออกจากกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) อ้างถึงคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 180/2562 ลงวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2562

โดยตามที่อ้างถึงการแต่งตั้งให้ นายบุญสิงห์ และนายไผ่ ดำรงตำแหน่งกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ตั้งแต่ วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ.2562 ให้การดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสภาผู้แทนราษฎร และรัฐสภา เป็นไปอย่างมีระเบียบแบบแผนตามระบบรัฐสภา บัดนี้มีความประสงค์ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ให้มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

‘บิ๊กตู่’ จัดให้!! มติครม. 12 ก.ค. 65

📌 ครม. ไฟเขียวลดภาษีสรรพสามิตดีเซลอีก 2 เดือน สูญ 2 หมื่นล้าน
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง ปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 5 บาท เป็นระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2565 ถึง 20 กันยายน 2565 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจในช่วงที่ระดับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงทรงตัวในระดับสูง โดยการใช้มาตรการภาษีดังกล่าวเป็นเพียงมาตรการในระยะสั้น และถ้าหากสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเริ่มคลี่คลาย รัฐบาลก็จะยังคงใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นกลไกหลักในการรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล เพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนและเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

ทั้งนี้ ทางกระทรวงการคลังได้จัดทำประมาณการสูญเสียรายได้ และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันลดลงประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อเดือน คาดว่าจะสูญเสียรายได้ประมาณ 20,000 ล้านบาท

📌 ครม. ลดค่าธรรมเนียมโอนของธนาคารที่ดิน เหลือ 0.01% ถึงปี 68 ช่วยปชช.ประหยัดเงิน
ครม. มีมติอนุมัติร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การลดหย่อนค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเป็นพิเศษ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน สำหรับกรณีการโอนและการจำนองอสังหาริมทรัพย์ ในภารกิจของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) โดยสาระสำคัญ เป็นการลดหย่อนค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ตามภารกิจของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน ) เกี่ยวกับค่าจดทะเบียนการโอนและค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์ จากอัตราร้อยละ 2 และร้อยละ 1 เหลืออัตราร้อยละ 0.01 ตามราคาประเมินทุนทรัพย์ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ถึงวันที่ 7 มิ.ย. 2568

ทั้งนี้คาดว่ารัฐจะสูญเสียรายได้ จากการลดค่าธรรมเนียมหลายหมื่นล้านบาท แต่จะเป็นโยชน์ช่วยลดค่าใช้จ่ายการจดทะเบียนและการทำนิติกรรมของประชาชน และกระจายการถือครองที่ดินที่เป็นธรรม และยั่งยืนแก่ประชาชนตามนโยบายรัฐบาล

📌 ครม. อนุมัติ งบกลาง 395 ล้านบาท ซ่อมโรงเรียนสังกัด สพฐ. ที่ประสบภัยธรรมชาติ 
ครม. อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเป็นค่าปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบและสิ่งก่อสร้างอื่นให้กับโรงเรียนที่ประสบภัยธรรมชาติ ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กรอบวงเงิน 395 ล้านบาท จำนวน 1,071 รายการ ทั้งในส่วนของกรุงเทพมหานครและอีก 67 จังหวัด

ทั้งนี้ สพฐ.ไม่มีงบประมาณเพียงพอสำหรับใช้ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว จึงมีความจำเป็นต้องขอรับการจัดสรรงบประมาณงบกลางมาดำเนินการ เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบและสิ่งก่อสร้างอื่นให้กับโรงเรียนที่ประสบภัยธรรมชาติให้กลับสู่สภาพปกติอย่างเร่งด่วน เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการเตรียมความพร้อมทางด้านอาคารสถานที่ของโรงเรียนและสถานศึกษา รองรับการเปิดภาคเรียน รวมทั้งเพื่อให้โรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างเต็มรูปแบบ

‘เพื่อไทย’ เขี่ย ‘เก่ง’ พ้นผู้สมัครส.ส.ดอนเมือง ชี้!! พฤติกรรมเป็นเหตุ มีหลักฐานพิสูจน์ 

‘เลขาเพื่อไทย’ แจง เหตุประกาศว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ดอนเมืองแทน ‘เก่ง การุณ’ ย้ำ พิจารณาจากพฤติกรรมเจ้าตัวประกอบหลักฐาน ยัน ทำตามหลักการสามารถชี้แจงประชาชนได้

(12 ก.ค. 65) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการประกาศว่าที่ตัวผู้สมัคร ส.ส.เขตดอนเมืองของพรรคเพื่อไทย แทนนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ว่า... 

การเตรียมผู้สมัคร ส.ส.เขตดอนเมืองของพรรคเพื่อไทยรอบนี้ พรรคเพื่อไทยพิจารณาจากหลายปัจจัย โดย…

1.) พฤติกรรมนายการุณ ซึ่งเป็น ส.ส.เดิมของพรรคกว่าครึ่งปีที่ผ่านมาไม่ได้เข้าร่วมประชุม หรือร่วมกิจกรรมใดของพรรคเพื่อไทยเลย 

และ 2.) มีพฤติกรรมเป็นที่ประจักษ์ว่าไปร่วมกิจกรรมกับพรรคการเมืองพรรคอื่น โดยมีหลักฐานพิสูจน์ พรรคเพื่อไทยจึงมีความจำเป็นต้องสรรหาตัวแทนประจำเขตดังกล่าวแทนนายการุณ 

พท. ชี้สูตรปาร์ตี้ลิสต์หาร 500 จงใจทำผิด รธน. คาดหากใช้จริง ‘ตลาดซื้อขายนักการเมือง’ เกิดแน่ 

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยขอยืนยันว่า การที่ประชุมสภาฯ มีมติเห็นด้วยกับสูตรคำนวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ โดยหาร 500 เป็นการกระทำที่ขัดต่อบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่1) พ.ศ. 2564 มาตรา 91 อย่าง 'จงใจ ชัดแจ้ง' แสดงถึงเจตนาในการสืบทอดอำนาจของผู้มีอำนาจในปัจจุบัน หากสูตรการคำนวณนี้ถูกนำไปใช้จริงในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศไทยจะหนักหนารุนแรงกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้แน่นอน เพราะจะเกิดการต่อรองแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ของพรรคการเมืองใหม่ๆ ที่จะมีให้เห็นมากขึ้นกว่าเดิม เกิดการอัปราคาค่าตัว สร้างกลุ่มก้อนใหม่ๆ ขึ้นมาอีกมาก 'ตลาดซื้อขายนักการเมือง' จะเกิดขึ้นอย่างไม่อายประชาชน สุดท้ายคนที่ไม่ได้ประโยชน์ใดจากเรื่องนี้คือพี่น้องประชาชน เพราะนักการเมืองที่ได้มาจากสูตรการคิดคำนวณแบบนี้มีที่มาจากการกระทำผิดรัฐธรรมนูญ เมื่อมีที่มาที่กระทำผิดกฎหมายสูงสุดของประเทศแล้ว จึงไม่อาจยึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริงได้ ประชาชนเองก็คงไม่สามารถยอมรับได้เช่นกัน 

อีสานโพลฟันเปรี้ยง! ยก 'เจ๊หน่อย' เหมาะนั่งนายกฯ เหนือ 'อุ๊งอิ๊ง' แต่ 'เพื่อไทย' ยังยืนหนึ่งในใจชาวบ้าน

อีสานโพล ยก ‘สุดารัตน์’ เหมาะนั่งนายกฯ แก้เศรษฐกิจ ‘พิธา’ ที่ 2 ‘อุ๊งอิ๊ง’ เรตติ้งเพิ่ม นายกฯ ตู่ รั้งที่ 4 จุรินทร์ อมบ๊วย แต่สำรวจพรรค ชาวบ้านพร้อมกา ‘เพื่อไทย’ ตามติดด้วย ก้าวไกล ส่วน พปชร-ปชป. ยังน่าห่วง

12 ก.ค. 65 - ‘อีสานโพล’ (E-Saan Poll) ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง ดัชนีภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนอีสาน ไตรมาส 2/2565 และคาดการณ์ไตรมาส 3/2565 

รวมถึงประเมินผลงานรัฐบาลด้านเศรษฐกิจและภาพรวม สำรวจวันที่ 2-4 ก.ค. 65 จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,109 รายในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด

คำถามที่ว่า ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อมาฟื้นฟูเศรษฐกิจ ผลการสำรวจพบว่า...

- คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 25.8 (ลดลงจากไตรมาส 1 ที่ได้ร้อยละ 30.6)
- นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ร้อยละ 20.1 (เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 19.0)
- น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ร้อยละ 19.8 (เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10.7)
- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร้อยละ 14.4 (เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 14.1)
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 11.1 (เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 9.1)
- คนอื่นๆ จากพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 3.4 (ลดลงจากร้อยละ 9.5) 
- นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 3.0 (เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.5)

‘วิโรจน์’ ยันดูแล-ปกป้องผู้เสียหายอย่างยุติธรรม หลัง ส.ก.ก้าวไกล ถูกร้องเอี่ยวคุกคามทางเพศ

‘ก้าวไกล’ แจง ส.ก. ถูกแจ้งความคดีคุกคามทางเพศ ย้ำพรรคปกป้องดูแลผู้เสียหาย-ให้ความร่วมมือตำรวจเต็มที่ หากพบ ส.ก. ทำผิดจริงเตรียมฟันพ้นสมาชิก-ขอให้พิจารณาตำแหน่งตัวเอง

(12 ก.ค. 65) ที่พรรคก้าวไกล นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร หัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายกรุงเทพมหานคร และนางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก. เขตบางซื่อ พรรคก้าวไกล แถลงข่าวด่วนกรณีนายอานุภาพ ธารทอง ส.ก. เขตสาทร พรรคก้าวไกล ถูกดำเนินคดีคุกคามทางเพศ

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เปิดเผยว่าตนเองได้รับแจ้งจากนางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก. เขตบางซื่อ พรรคก้าวไกล และอาสาสมัครมูลนิธิเส้นด้าย ในช่วงเวลา 03.30 น. ของเช้าวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 ว่านายอานุภาพ ธารทอง ส.ก. เขตสาทร พรรคก้าวไกล ถูกแจ้งความดำเนินคดีคุกคามทางเพศ ตนและนางสาวภัทราภรณ์ จึงได้เดินทางไปถึง สน.ทุ่งมหาเมฆ เมื่อเวลาประมาณ 04.00-05.00 น. โดยมีเป้าหมายสำคัญคือเพื่อปกป้องดูแลผู้เสียหายให้ได้รับความยุติธรรมและความปลอดภัยทั้งกายและใจอย่างถึงที่สุด

จากการพูดคุยกับผู้เสียหาย อาสาสมัครเส้นด้าย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นเชื่อว่าเป็นการกระทำที่มีมูล โดยมีการพาผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์ไปเคหสถาน มีการดื่มแอลกอฮอล์ และมีพฤติกรรมเข้าข่ายการคุกคามทางเพศ

ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พท. เชื่อ!! 'ประยุทธ์' หวังอยู่ยาว ซัด!! 'ส.ว. - พรรคร่วม' โอบอุ้มค้ำอำนาจ ไม่เห็นหัวปชช.

'วิสาระดี' เชื่อ 'ประยุทธ์' หวังกุมอำนาจยึดประเทศยาวเกิน 10 ปี อัด ส.ว. และพรรคร่วมรัฐบาลลดตัวเป็นนั่งร้าน ค้ำอำนาจ ไม่เห็นหัวประชาชน 

นางสาว วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ยึดอำนาจจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และก้าวขึ้นบริหารประเทศในตำแหน่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. จนถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจนถึงปัจจุบัน ยังคงใช้อำนาจตามอำเภอใจ และบริหารประเทศแบบไร้ทิศทางและไร้ประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิง

การบริหารที่ผ่านมา รัฐบาลเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนใกล้ชิด มองที่ผลประโยชน์กลุ่มนายทุนใกล้ชิดมากกว่าผลประโยชน์ของประชาชน ไม่เคยเห็นหัวประชาชน โดยเฉพาะภาคเกษตรกร โดนนายทุนอัดเอาเปรียบกดราคารับซื้อสินค้าทุกชนิด อาทิ ข้าวเปลือกราคาตก แต่ข้าวสารแพง ราคาหมู ไก่ ปรับราคาขึ้นทุกวัน แต่หน้าฟาร์มราคากลับไม่ขยับ พลเอกประยุทธ์ในฐานะ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ควรที่จะศึกษาเพื่อหาต้นทุนที่แท้จริง ทั้งนี้ราคาซื้อกับราคาขายที่ห่างกันมาก ประโยชน์ตกกับนายทุนใกล้ชิดรัฐบาล

'โบว์-ณัฏฐา' ยก 'เสรีรวมไทย' พิชิตเจ้าถิ่น ยิ่งใหญ่มาก หลัง 'เสรี-พรรค' เคารพทุกคะแนนเสียงประชาชน

ควันหลง จากกรณีผลการเลือกตั้งซ่อม ลำปาง เขต 4 อย่างไม่เป็นทางการ ภายหลังปิดหีบลงคะแนน ปรากฎว่า นายเดชทวี ศรีวิชัย ผู้สมัครเบอร์ 1 จากพรรคเสรีรวมไทย ได้คะแนน 55,638 คะแนน ขณะที่นายวัฒนา สิทธิวัง ผู้สมัครเบอร์ 3 จากพรรคเศรษฐกิจไทย ได้ 30,451 คะแนน พร้อมต้องรอกกต. ประกาศรับรองต่อไปนั้น

ด้าน โบว์-ณัฏฐา มหัทธนา นักกิจกรรมอิสระ และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองของไทย ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้ ระบุว่า...

ดีใจกับเสรีรวมไทยจริง ๆ ท่านเสรีและทีมงานไม่เคยหยุดที่จะไปเดินหาเสียงเต็มที่อย่างเคารพทุกคะแนนเสียงทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะผิดหวังมาแล้วกี่สนาม ครั้งนี้ชัยชนะที่ลำปางเหนือเศรษฐกิจไทยที่ส่งเจ้าของพื้นที่เดิมลง มันยิ่งใหญ่มาก 

จะเล่นการเมืองกันยังไงก็อย่าดูถูกประชาชน อะไรเป็นความชอบธรรม ยึดไว้ถือไว้ มันไม่หนักค่ะ

เปิดตัว ‘21 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.’ เพื่อไทยพร้อมเดินหน้า ‘แลนด์สไลด์ กทม.’

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรค นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รองประธานยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง นายพิชัย นริพทะพันธ์ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม. และนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรค ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทยจำนวน 21 คน ที่จะมาเป็นตัวแทนของพรรคในการทำงานร่วมกับพี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว กล่าวว่า การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ของพรรคเพื่อไทยในวันนี้ เพื่อต้องการบอกกับพี่น้องประชาชนเจ้าของอำนาจที่แท้จริงว่าพรรคพร้อมทำงานกับพี่น้องประชาชนเพื่อนำพาทุกท่านให้พ้นวิกฤต ด้วยการนำเสนอบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการที่จะเป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชนมาทำงานในระดับประเทศ และหลังจากนี้ก็จะมีการเปิดตัวในส่วนของภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยตั้งใจจะดำเนินการให้แล้วเสร็จในช่วง 2-3 เดือนนี้ หลังจากนั้นก็ตัวแทนของพรรคจะลงไปทำงานในพื้นที่เพื่อบอกกับพี่น้องประชาชนว่านโยบายของพรรคพื่อไทยเป็นประชาธิปไตยที่กินได้ และเป็นความหวังและอนาคตของพี่น้องประชาชน

นายแพทย์ ชลน่าน กล่าวว่า การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ในวันนี้จำนวน 21 คน จากทั้งหมดที่พื้นที่ กทม. จะมี 33 เขตเลือกตั้ง ซึ่งในส่วนที่เหลือยังรอความชัดเจนในการแบ่งพื้นที่เขตเลือกตั้งของ กกต. อีกทั้งยังมีผู้ที่สนใจเสนอตัวเป็นตัวแทนพรรคจำนวนมาก พรรคจึงจะพิจารณาผู้ที่เหมาะสมโดยละเอียดอีกครั้ง

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กล่าวว่า พื้นที่ กทม. มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของการบริหารประเทศ พรรคเพื่อไทยจึงให้ความสำคัญคัดสรรผู้ที่จะเป็นตัวแทนของพรรคในการลงไปดูแลพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามจากการความมุ่งมั่นในการลงพื้นที่ดูแลพี่น้องประชาชนตั้งแต่ประเทศเจอกับวิกฤตโควิด-19 จนถึงวันนี้ ทำให้ผลการเลือกตั้ง ส.ก. ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยได้รับความไววางใจจากประชาชน และได้ที่นั่งในสภา กทม. มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ทั้งนี้หลังจากการเลือกตั้ง ส.ก. 1 เดือน พรรคเพื่อไทยเราไม่ได้หยุดทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน โดยเรา ส.ก.ของพรรคเพื่อไทยได้เข้าไปทำหน้าที่ในการพิจารณางบประมาณของ กทม. พร้อมนำเสนอนโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้เคยหาเสียงไว้ในการเลือกตั้ง ส.ก. แล้ว

20 ล้านใบไม่พอแล้วมั้ง? หลังสลากดิจิทัล 5.17 ล้าน ขายวันเดียวหมด!! | NEWS GEN TIMES EP.59

✨ 20 ล้านใบไม่พอแล้วมั้ง? หลัง C5.17 ล้าน ขายวันเดียวหมด!!

✨ TikTok เสี่ยงถูกแบน จาก Play Store และ App Store หรือนี่จะเป็นเกมการเมืองที่สหรัฐฯ จะดัน IG Reel ของ Facebook เข้ามาแทนที่?

✨ นักกีฬาหญิง (แท้) มีเฮ!! สหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ ประกาศห้าม 'คนข้ามเพศ' ลงแข่งขันในรายการต่าง ๆ ของผู้หญิงอีกต่อไป!!

NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

โดย อ.ต้อม - กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระและอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

เปิด 3 แกนกลยุทธ์สร้างอนาคตให้เมืองไทย ในวันที่ ‘รบ.ประยุทธ์’ ทำสำเร็จแล้วหลายส่วน

'บิ๊กตู่' ปรับลุคใหม่ ปล่อยคลิปแถลงการณ์ 'กลยุทธ์ 3 แกน สร้างอนาคต' โชว์แผนนำไทยพ้นวิกฤติ 

นายกฯ ออกแถลงการณ์ ‘กลยุทธ์ 3 แกน สร้างอนาคต’ ปลุกคนไทยร่วมสู้วิกฤติอีกครั้ง ให้หลุดพ้นความจน สร้างความมั่งคั่งรุ่งเรือง ลั่นเป็นภารกิจนายกฯ ต้องทำให้เกิดขึ้นจริง เหน็บรบ.อดีตวางโครงการสวยหรูเก็บขึ้นหิ้งฝุ่นเกาะ ยอมรับนำเสนอไม่เก่งแต่รู้วิธีทำเรื่องใหญ่ให้เกิดขึ้นได้ อ้อนบริสุทธิ์ใจ มีหัวใจอยู่กับปชช.และประเทศ

(8 ก.ค.65) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวแถลงการณ์ ‘กลยุทธ์ 3 แกน สร้างอนาคต’ เป็นคลิปวิดีโอความยาว 17.48 นาที ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ‘ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-Chan-o-cha’ ว่า... 

วันนี้ตนอยากพูดกับทุกท่าน เกี่ยวกับอนาคตของบ้านเรา และการเดินหน้าต่อไปของประเทศไทย ตอนนี้ประเทศไทยกำลังกลับเข้าสู่ภาวะการใช้ชีวิตที่ใกล้เคียงปกติแล้ว ข้างหน้าของเรายังมีอีกหนึ่งภัยร้ายที่ใหญ่ ยิ่งกว่ารอเราอยู่ นั่นคือ เราจะอยู่รอดอย่างไร จากการโหมกระหน่ำของพายุการขึ้นราคาทุกอย่าง ซึ่งสงครามรัสเซีย-ยูเครน เป็นส่วนสำคัญยิ่งที่กระตุ้นให้ข้าวของแพง ไม่ว่าจะเป็น ราคาน้ำมัน อาหาร ค่าขนส่ง จนถึงขั้น ทำให้บางประเทศในภูมิภาค เข้าใกล้การล่มสลายทางเศรษฐกิจ วันนี้ตนขอใช้เวลาซักนิด เล่าเรื่องสำคัญ คือ กลยุทธ์ภาพใหญ่ของตนที่จะมาแก้ปัญหาปากท้องและความยากจนให้หมดไปเสียที

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาหลายรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศในช่วงระยะสั้นๆ ได้ดำเนินนโยบายระยะสั้น แก้ปัญหาความยากจนเฉพาะหน้า หรือมีโครงการลดแลกแจกแถมต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่า บางโครงการเป็นสิ่งที่ควรทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามวิกฤต เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน แต่โครงการแบบนั้น ไม่ใช่วิธีที่จะแก้ปัญหาความยากจนได้อย่างยั่งยืน และแน่นอนว่าวิธีการเหล่านั้น ไม่ทำให้ใครรวยขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้น ตนจึงตั้งใจเดินหน้าด้วยความมุ่งมั่น ที่จะทำเรื่องใหญ่ๆ ให้เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อช่วยทุกคนให้สามารถสร้างรายได้ ได้มากขึ้นอย่างยั่งยืน ตนขอให้ทุกท่านเดินหน้าไปกับตน ในช่วงเวลาที่ภารกิจระยะยาวเพื่อทุกคน ที่ตนได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว ตนกำลังขับเคลื่อนกลยุทธ์ภาพใหญ่ที่มี 3 แกนหลัก ที่จะมายกระดับความรุ่งเรืองของประเทศ เป็น 3 แกนหลักที่กำลังจะเสร็จ และกำลังจะพร้อมที่จะช่วยเราทุกคนได้ในอนาคตอันใกล้

>> แกนที่ 1
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แกนที่ 1 คือโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ ที่ใหญ่ที่สุด และบูรณาการมากที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย โครงการสร้างทางรถไฟ ถนน สนามบิน หรือท่าเรือ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับความรุ่งเรืองมั่งคั่งของทุกคน โครงการที่ต้องใช้เวลาก่อสร้างยาวนานหลายปี และตอนนี้ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว

เป็นสิบๆ ปีที่ผ่านมา รัฐมักจะวางแผนโครงการที่สวยหรูมากมาย ทั้งการสร้างทางรถไฟ ถนน สนามบิน และท่าเรือ แต่สุดท้าย แผนโครงการที่สวยหรูเหล่านั้นก็ถูกเก็บขึ้นหิ้ง จนฝุ่นเกาะ และไม่เคยถูกทำให้เกิดขึ้นจริง – กลายเป็นว่า ประชาชนหลายสิบล้านคน ยังคงต้องใช้ชีวิตกันต่อไป โดยไม่ได้รับประโยชน์จากการมีโครงสร้างพื้นฐาน และการคมนาคมขนส่งที่ดีกว่า และถูกกว่า ที่ในที่สุดแล้ว จะช่วยเปิดโอกาสให้ประชาชน สร้างรายได้ ได้มากขึ้นด้วย 

ความมุ่งมั่นหลักของตนคือ ทำอย่างไรให้โครงการนับร้อยๆ เหล่านั้น เกิดขึ้นจริงให้ได้ และเป็นไปอย่างบูรณาการ เพราะตนรู้ว่า เมื่อโครงการทางรถไฟ โครงการรถไฟความเร็วสูง ถนน ท่าเรือ และสนามบินต่างๆ เกิดขึ้นจริง โครงการเหล่านั้นจะเชื่อมต่อกัน เหมือนต่อจิ๊กซอว์ภาพใหญ่ได้สำเร็จ และนั่นคือเวลาที่เราจะคาดหวังถึงความเจริญรุ่งเรืองอย่างก้าวกระโดดของประเทศเราได้ – และเมื่อโครงการต่างๆ เหล่านั้นเชื่อมต่อกัน จะเป็นเหมือนสะพานเชื่อม เป็นเครื่องมือให้ทุกคนเข้าถึงโอกาสที่จะสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเอง และประเทศได้โครงการสำคัญต่างๆ ของเรา ในทุกมุมของประเทศ มีความคืบหน้าไปมากพอสมควร และเริ่มใกล้ที่จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว

>> แกนที่ 2
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แกนที่ 2 ของกลยุทธ์ภาพใหญ่ของตน เพื่อที่จะสร้างความมั่งคั่งรุ่งเรืองให้กับคนไทย คือแกนที่เกี่ยวกับภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด โดยภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงต่างๆ เป็นภาคอุตสาหกรรมที่หล่อเลี้ยงเชื่อมต่อไปถึงธุรกิจขนาดใหญ่ และธุรกิจขนาดเล็กอีกมากมาย ตลอดจนดึงเงินมหาศาลให้ไหลเข้าประเทศไทย ผ่านการส่งออกต่างๆ เป็นตัวขับเคลื่อนความมั่งคั่งรุ่งเรืองของไทย ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา 

แต่วันนี้ อุตสาหกรรมนี้ กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงครั้งใหญ่ เพราะการเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเกิดขึ้นทั่วโลก เป็นเวลาที่ผู้ผลิตยานยนต์ อาจจะต้องเลือกที่จะสร้างโรงงานผลิตรูปแบบใหม่ ในประเทศต่างๆ 

ดังนั้น เราต้องเดินหน้าให้เร็ว และเร็วกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ที่กำลังพยายามจะใช้โอกาสนี้ ดึงเอาอุตสาหกรรมยานยนต์ออกไปจากประเทศไทย ให้ไปอยู่ในประเทศของเขา เพราะฉะนั้นผมได้ขับเคลื่อน และพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่สำคัญของโลก เราต้องล็อกผู้ผลิตยานยนต์ทั่วโลก ให้อยู่ในประเทศไทย และเราต้องช่วยให้เรื่องต่างๆ ง่ายขึ้นสำหรับเขา ในการที่เค้าจะลงทุนเพิ่ม และขยายธุรกิจของเค้าในประเทศไทย 

ถ้าเราทำสำเร็จ เส้นทางนี้จะเป็นรากฐานที่สำคัญที่เกื้อหนุนหล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมต่างๆ และประเทศไทยให้มั่งคั่งต่อไปได้ อีกเป็น 20-30 ปีข้างหน้า วันนี้ เราเดินมาได้ไกลแล้ว ด้วยการทำงานอย่างรวดเร็ว และบูรณาการหลายหน่วยงาน จนผู้ผลิตยานยนต์ระดับโลกหลายราย แสดงเจตนารมณ์ว่าจะเดินหน้าตั้งโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่เราจะต้องทำ ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า เพื่อให้ได้ข้อสรุปกับผู้ผลิตยานยนต์ต่างๆ เหล่านั้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า และอีกส่วนหนึ่งของภารกิจในแกนหลักที่ 2 ของตนคือ เราจะต้องทำให้ราคารถยนต์ไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายในการใช้รถยนต์ไฟฟ้า มีราคาที่ถูกลง สำหรับคนไทยทุกคน ตนจะให้รายละเอียดเพิ่มเติม และความคืบหน้า เกี่ยวกับกลยุทธ์แกนที่ 2 นี้ ประมาณช่วงเดือนหน้า

‘พงศกร - ประภัสร์’ หวนคอก ‘เพื่อไทย’ ร่วมดันแลนด์สไลด์อย่างถล่มทลาย

พรรคเพื่อไทย นำโดย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรค, นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรค, นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม พร้อมกับแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้การต้อนรับ นายพงศกร อรรณนพพร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการและอดีตประธานคณะกรรมการบริหารพื้นที่พรรคไทยสร้างไทย และนายพัชรกร อรรณนพพร บุตรชายนายพงศกร พร้อมนายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย อดีตผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยและอดีตผู้อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. พรรคไทยสร้างไทย เข้าร่วมงานงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทย 

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งเชื่อว่าทั้งสองท่านจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนพรรคเพื่อไทยให้เป็นความหวังและสร้างโอกาสให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะนายพงศกร ที่จะเป็นกำลังสำคัญในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อไปสู่การแลนด์สไลด์ขอนแก่นในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง รวมไปถึงนายประภัสร์ ที่เป็นผู้มีความรู้ความสามารถทางด้านคมนาคมคนสำคัญ มาช่วยกันสร้างสรรค์นโยบายเพื่อพี่น้องประชาชน และสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นการส่งสัญญาณถึงผู้มีอำนาจว่าพรรคเพื่อไทยมีความพร้อม และมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่จะนำพาอนาคตพี่น้องประชาชนและประเทศชาติไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top