Friday, 10 July 2026
POLITICS

‘ชนินทร์’ จี้ ‘ประยุทธ์’ เลิกกดทับท้องถิ่น เร่งกระจายเงินชดเชยภาษีที่ดินฯ ค้างจ่ายปี 63-64 ห่วงท้องถิ่นถังแตก ขาดการพัฒนา

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการงบประมาณท้องถิ่นปี 2566 กล่าวว่า จากการบริหารงานของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้นำพาประเทศชาติมาถึงจุดที่ถังแตกอยู่บนกองหนี้ทุกด้าน ปัญหานี้กระจายตัวไปยังในระดับท้องถิ่นอย่างชัดเจนแล้วจากผลกระทบของการลดหย่อนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี 2563 และ 2564 ซึ่งเป็นรายได้สำคัญของท้องถิ่นทำให้กลุ่มเทศบาลเมือง เทศบาลนคร เมืองพัทยา และกรุงเทพมหานคร จัดเก็บจริงลดลงเป็นอย่างมาก จากเดิมที่เคยมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน กับภาษีบำรุงท้องที่ในปี 2562 ถึงปีละกว่า 22,000 บาท รวมสองปีกว่า 44,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันท้องถิ่นเหล่านี้ยังไม่ได้รับการชดเชยรายได้จากรัฐแม้แต่บาทเดียว 

นายชนินทร์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันนายกเทศมนตรีในหลายเทศบาลสะท้อนว่ามีความลำบากมาก เพราะการขาดรายได้จากภาษีที่ดินฯ ทำให้ต้องหยุดการลงทุนเพื่อพัฒนาในพื้นที่ทุกอย่าง รวมถึงต้องนำเงินสะสมที่มีออกมาใช้จ่ายเป็นค่าบริหารจัดการแทนรายได้ที่หายไป แม้ในปีนี้จะสามารถเก็บภาษีที่ดินฯ ได้ในอัตราปกติแล้ว แต่ประชาชนและเอกชนยังอยู่ในภาวะขัดสน ชักหน้าไม่ถึงหลัง ดังนั้นพลเอกประยุทธ์ต้องรีบแก้ปัญหานี้ให้จบ เร่งจัดสรรเงินชดเชยรายได้ให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต่างๆ ตามที่เคยสัญญาไว้อย่างเร่งด่วน โดยอาจนำเงินงบประมาณคงเหลือในปี 2565 ถ่ายโอนมาจัดสรรก่อน หรือเสนอแปรญัตติงบประมาณ 2566 ที่ไม่จำเป็นมาเติมให้ในส่วนนี้ เพื่อเร่งนำส่งท้องถิ่นให้กลับมาสร้างงาน สร้างรายได้ เกิดการลงทุนและจ้างงานอีกครั้ง

“การบริหารงานของพลเอกประยุทธ์ ยืนอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับการ ‘กระจายอำนาจ’ โดยสิ้นเชิง ที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ละทิ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เคว้ง ซ้ำยังกดทับท้องถิ่นให้ขาดการพัฒนา เหมือนคนถูกตัดแขนตัดขาแล้วไม่เร่งรักษาให้ร่างกายฟื้นคืนสภาพ เร่งคืนรายได้ให้พวกเขา ให้ท้องถิ่นแข็งแรงขึ้นโดยเร็ว” นายชนินทร์กล่าว

'เต้' ฉายแสง!! แถลงห่วง 'บิ๊กตู' หวั่นโดนยิงเหมือน 'อาเบะ' แนะ!! ใช้ 4 หมื่นคนคุ้มกัน หรือถ้ากลัวก็อยู่เฉยๆ ที่ รอ.1

(8 ก.ค.65) ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ แถลงถึงกรณี ชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ถูกลอบยิง 3 นัด ขณะที่กำลังปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัครสภาสูงประเทศญี่ปุ่น ว่า...นายชินโซ เป็นนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งมายาวนานที่สุดของประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลาถึง 7 ปี 8 เดือน 27 วัน ตนอดนึกไม่ได้ว่าต้องเป็นห่วงนายกรัฐมนตรีไทย ซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 2557 ตราบจนปัจจุบัน ระยะเวลาใกล้เคียงกับนายชินโซ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ 7 ปี 10 เดือน 11 วัน

นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า ตนทราบมาว่านายกฯ ทั้งสองท่านมีความสนิทสนมกัน ในฐานะ ส.ส.ที่ประชาชนเลือกมา ตนมีความเป็นห่วงต่อนายกฯ ไทย เพราะช่วงนี้พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่หาเสียงบ่อย ไปในแต่ละจุดก็มีทั้งประชาชนที่ให้ความรักเป็นจำนวนพอนับได้ แต่ก็มีประชาชนที่ไม่รักเป็นจำนวนมากเช่นกัน จึงอยากให้ท่านระวังตัวนิดหนึ่ง เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ ขนาดนายกฯ ญี่ปุ่น ประชาชนธรรมดาซื้อลูกซองหัวตัดธรรมดายังยิงได้เลย

'ทิพานัน' แตะเบรก 'เพื่อไทย' จ่อแตกแบงก์พัน ระวังเข้าข่ายขัดกมพรรคการเมืองม.28

'ทิพานัน' กระตุก 'หมอชลน่าน' ระวังเข้าข่ายขัดกม.พรรคการเมืองม.28 เบรกไอเดียแตกแบงก์พันตั้งพรรคครอบครัวเพื่อไทย ส่อเจตนาครอบงำพรรคอื่นฮั้วเลือกตั้ง ย้อนแสบไหนว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย เหตุใดไม่ยอมรับเสียงในสภาฯ 

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า หลังรัฐสภาใช้สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 500 พรรคเพื่อไทยอาจจะตัดสินใจตั้งพรรคครอบครัวเพื่อไทยขึ้นใหม่ เพื่อให้พรรคครอบครัวเพื่อไทยส่งบัญชีรายชื่ออย่างเดียว แล้วพรรคเพื่อไทยส่งเขตอย่างเดียวว่า เป็นความคิดที่แสดงถึงเจตนาที่เข้าข่ายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญและบทบัญญัติว่าด้วย พรป. พรรคการเมือง 2560 มาตรา 28 เพราะการแตกแบงก์พันเป็นการดำเนินกิจการพรรคการเมืองที่ไม่เป็นไปตามครรลองการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีการยินยอมหรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองขาดความอิสระ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม
 
น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า  ในการเลือกตั้งปี 2562 พรรคเพื่อไทย เคยสุ่มเสี่ยงส่งผู้สมัคร ส.ส. สลับเขตกันระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคไทยรักษาชาติ แต่ในครั้งนั้นการกระทำของทั้ง 2 พรรคพยายามปฏิเสธถึงความเกี่ยวโยง ครอบงำ ชี้นำซึ่งกันและกัน พยายามทำให้วิธีการแตกแบงก์พันคลุมเครือเพื่อใช้ประโยชน์จากช่องว่างทางกฎหมาย ที่ ณ วันนั้นทั้งสองต่างออกมาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกัน 

น.ส. ทิพานัน กล่าวต่อว่า ในครั้งนี้ การที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อหน้าสื่อมวลชนว่า ยืนยันพรรคเพื่อไทยไม่รู้สึกหวาดกลัว หลังรัฐสภาใช้สูตรคำนวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อ หาร 500 เพราะมีหลายวิธีการ ซึ่งเพื่อไทยอาจจะตัดสินใจตั้งพรรคครอบครัวเพื่อไทยขึ้นใหม่ หรือที่หลายฝ่ายเรียกว่าแตกแบงก์พัน ให้พรรคครอบครัวเพื่อไทยส่งบัญชีรายชื่ออย่างเดียว แล้วพรรคเพื่อไทยส่งเขตอย่างเดียวนั้น การแสดงความคิดเห็นเช่นนี้ชัดว่าแนวทางพรรคเพื่อไทยกำลังจะขัด พรป. พรรคการเมือง 2560 มาตรา 28 ซึ่งหลังจากนี้หากมีการกระทำตามคำพูดดังกล่าวเกิดขึ้นจริงไม่ว่าจะในนามพรรคชื่ออะไร ก็อาจเป็นการกระทำที่เตรียมตัวสู่การเลือกตั้งที่เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง นพ. ชลน่าน พรรคเพื่อไทย รวมถึงถึงพรรคใหม่ที่จะตั้ง ก็ต้องตระหนักถึงโทษที่มีถึงขั้นถูกยุบพรรค และกรรมการบริหารพรรคจะถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งด้วย ตามมาตรา 92 พรป. พรรคการเมือง 2560

'นิพิฏฐ์' ฟาดรัฐบาลประยุทธ์กลับมติหนุนสูตรหาร 500 'เผด็จการเสียงข้างมาก' เหมือนรัฐบาลยิ่งลักษณ์

'นิพิฏฐ์'ฟาดรัฐบาลประยุทธ์กลับมติของตนเองหนุนสูตรหารด้วย 500 ต้องเรียกว่า 'เผด็จการเสียงข้างมาก' เหมือนที่เคยเรียกรัฐบาลยิ่งลักษณ์ขอแก้เรื่องวาระส.ว. เตือนอำนาจถ้าไม่ประกอบด้วยธรรมสุดอันตราย

(8 ก.ค.65) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แกนนำพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กระบุว่า

ส.ส.บัญชีรายชื่อ หารด้วย 500 หรือ 100 อะไรดีกว่ากัน? เมื่อโจทย์ผิด คำตอบก็ผิด

- ส่วนใหญ่แล้ว จะตั้งคำถามแบบนี้ ว่า อะไรดีกว่า หรือเหมาะสมกว่า บางคนเลยไปถึงขนาดว่า ชอบแบบไหน มากกว่าการตั้งคำถามแบบนี้ จะได้คำตอบที่ผิด เหมือนโจทย์ผิด คำตอบก็ผิด

- แล้วควรถามว่าอย่างไร? ที่ถูกแล้วควรถามว่า รัฐธรรมนูญบัญญัติว่าอย่างไร เพราะเมื่อรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้อย่างไร รัฐสภาก็ต้องออกกฎหมายให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาเสียงข้างมาก(ซึ่งคือฝ่ายรัฐบาลนั่นแหละ) มีความเห็นมาตลอดว่า ต้องหารด้วย 100 ไม่อย่างนั้นจะขัดกับรัฐธรรมนูญ แต่ในวันสุดท้าย เสียงข้างมาก(ก็เสียงรัฐบาลอีกนั่นแหละ) กลับมติของตัวเอง ให้หารด้วย 500

'ชญาภา' ชี้ 'ประยุทธ์' สุดอนาถสภาพเหมือน 'ยาหมดอายุ' สอบตกทุกด้าน ข้องใจเหตุใดกองเชียร์ยังกล้าหาญเทียบชั้นอดีตนายกฯทักษิณ ทั้งที่ไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน

นางสาวชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่กองเชียร์ฝ่ายรัฐบาลขาประจำออกโรงอวดอ้างสรรพคุณรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยเปรียบเทียบว่าผลงานดีกว่ายุครัฐบาล ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีร้อยเท่า โดยใช้วาทกรรมซ้ำซากกล่าวหาโจมตี ดร.ทักษิณ แล้วยกยอว่าพลเอกประยุทธ์คือผู้เสียสละทำเพื่อประเทศชาติ เชียร์แบบไม่ลืมหูลืมตาทั้งที่อยู่มาจนจะครบวาระ แต่พลเอกประยุทธ์ในฐานะนายกรัฐมนตรี ยังไม่เคยแม้แต่จะเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของตัวเองที่ยื่นกับ ป.ป.ช. โดยไร้การท้วงติง เท่านี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสและไม่จริงใจต่อประชาชนแล้ว

นางสาวชญาภา กล่าวอีกว่า หากกล่าวถึงผลงานโดยรวมของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ เกือบ 8 ปีที่บริหารประเทศนั้น 'สอบตกในทุกด้าน' ไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม นโยบายที่เคยหาเสียงไว้ก็ทำได้ไม่ครบถ้วน ความยากลำบากจึงตกอยู่กับพี่น้องประชาชน  แต่พลเอกประยุทธ์ยังดันทุรังอยู่ต่อ ทั้งที่โลกความเป็นจริงประชาชนคิดอย่างไร พลเอกประยุทธ์คงรู้อยู่แก่ใจดี แต่หากจะกล่าวถึงผลงานยุครัฐบาล ดร.ทักษิณ เรียกว่า 'ยุคประชาธิปไตยกินได้' ประชาชนอยู่ดีกินดี นโยบายยุคไทยรักไทยยังสร้างคุณูปการและประโยชน์กับพี่น้องประชาชนจวบจนถึงทุกวันนี้ เช่น โครงการ 30 บาท รักษาทุกโรคที่ทั่วโลกยอมรับ พลเอกประยุทธ์ ยังเคยนำไปพูดอวดอ้างบนเวทียูเอ็น ทั้งที่เคยตำหนิว่าเป็นภาระงบประมาณและไม่เคยให้ความสำคัญกับโครงการนี้ แต่ก็ไม่กล้ายกเลิก เข้าข่ายเกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง หรือไม่ หรือเเม้เเต่การจัดประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคในสมัยรัฐบาล ดร.ทักษิณ ประสบความสำเร็จอย่างสง่างามสมศักดิ์ศรีประเทศไทยจนถูกกล่าวขวัญว่าอาจเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชียที่น่าจับตามอง แต่น่าเสียดายที่ขณะนี้ประเทศไทยต้องมาเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปคภายใต้รัฐบาลสืบทอดอำนาจ มีผู้นำไร้ความสามารถ เป็นรัฐบาลที่มีปมด้อย ไม่เป็นที่ยอมรับของนานาอารยประเทศ ถ้าเปรียบผลงานให้เห็นชัดเจนคือ เปรียบเสมือน 'มวยวัด กับ มวยสากล' คือ คนละชั้นกัน

ทั้งนี้ โพลล่าสุดจากศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล ปรากฏว่า อันดับ 1 ร้อยละ 25.28 คนสนับหนุนนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย ลูกสาว ดร.ทักษิณ นั่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สองของประเทศ ส่วนพลเอกประยุทธ์คะแนนหล่นวูบรั้งท้าย ขณะที่พรรคเพื่อไทย คะแนนนิยมยังนำโด่งขาดลอย จนทำเอากองเชียร์ฝ่ายรัฐบาลพลเอกประยุทธ์พากันหวั่นไหวใจสั่น จนต้องหากลวิธีสกัดกั้นกระเเสเพื่อไทยแลนสไลด์ในทุกวิถีทาง แม้แต่โพลยังสู้ลูกไม่ได้ เหตุใดจึงมีความกล้าหาญไปเทียบรุ่นพ่อ สะท้อนว่าประชาชนเอือมระอาและต้องการความเปลี่ยนแปลงทีดีกว่าเป็นอยู่ทุกวันนี้

'เพื่อไทย' เตรียมแก้เกมหาร 500 ทำหลุดแลนด์สไลด์ จ่อ!! 'พรรคครอบครัวเพื่อไทย' กู้ปาร์ตี้ลิสต์

เพื่อไทย แถลงข่าวกรณีเห็นชอบการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบหาร 500 ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ และการกระทำดังกล่าวถือว่า เป็นความต้องการของ นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการสืบทอดอำนาจ

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย มองว่า ระบบนี้สร้างให้เกิดภาพจริงทางการเมืองในปัจจุบัน คือ มี ส.ส.พรรคเล็กพรรคน้อย ส.ส.ปัดเศษ และรัฐบาลผสม 20 กว่าพรรค ทำให้การทำงานของรัฐสภาไม่เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง จนได้รับฉายาว่าเป็นสภาฯ ที่ขับเคลื่อนด้วยการแจกกล้วย

นพ.ชลน่าน ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยไม่รู้สึกหวาดกลัว หลังรัฐสภาใช้สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 500 เพราะมีหลายวิธีการ

'นายกฯ' ลงพื้นที่ 'สวนกล้วยไข่' จ.กำแพงเพชร ขอร้อง 'อย่าทิ้งกล้วยไข่' รัฐพร้อมดูแล-หาปุ๋ยให้

'นายกฯ' ลงพื้นที่ติดตาม 'สวนกล้วยไข่' เผย 'รัฐบาล' พร้อมดูแล หาปุ๋ย ระบุ วันนี้อยู่เพื่อพวกเรา ทำต่อเนื่อง ถาม อยู่มา 8 ปี มีอะไรบ้าง ยัน แม้ไม่เลือก 'ประยุทธ์' ก็รักทุกคนทุกจังหวัด แตกกันไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม นำคณะตรวจเยี่ยมการบริหารงานกล้วยไข่แปลงใหญ่ ที่บ้านท้องคุ้ง หมู่ที่ 7 ต.ท่าพุทรา อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร 

ทั้งนี้ นายกฯ ระบุว่า ขอชื่นชมในความเข้มแข็งและเข้าถึงปัญหา ทำอย่างไรให้มีเงินเพียงพอ วันหน้าใครจะเปลี่ยนไปปลูกอะไรก็ตามอย่าทิ้งกล้วยไข่ เรื่องเกษตรจีไอ คือนโยบายของรัฐบาล ต้องขอบคุณที่ทุกคนทำตามนี้ รัฐบาลจะหาช่องทางดูแลให้มากยิ่งขึ้น และพยายามอย่างเต็มที่ในการหาปุ๋ยขอให้อดทนกันหน่อย นายกฯ ก็เจ็บปวดเหมือนทุกครั้ง ทุกเรื่องที่มีปัญหากับประชาชน วันนี้อยู่เพื่อใคร อยู่เพื่อพวกเราและก็ทำต่อเนื่อง 

นายกฯ กล่าวว่า ตนอยู่มา 8 ปีดูสิมีอะไรบ้าง รู้ใช่หรือไม่ ถนนหนทาง รถไฟ อาจจะไม่ถึงที่บ้านเรา แต่ก็ไปตรงอื่นวันหน้าก็จะเชื่อมมาที่บ้านเราเอง นี่คือผลประโยชน์โดยอ้อม น้ำบนดิน ใต้ดิน น้ำบาดาล โครงการผลผลิตต่างๆ จะลงมาอีก เพื่อให้มีการพัฒนาต่อไป โครงการต่างๆ เราพยายามจะใส่ในจังหวัด ในอำเภอต่อไปข้างหน้าและที่ผ่านมาโครงการต่างๆ เกิด 14-15 จังหวัดแล้วมีระบบส่งน้ำใช้ประโยชน์ ด้านบริโภคและการเกษตร

กลุ่ม '24 มิถุนาฯ' จี้ 'มิน อ่อง หลาย' ต้องขอโทษโดยตรง ด้าน 'ก้าวไกล' ไม่ปล่อยเงียบรับไม้ต่อ ‘บินรบ’ รุกน่านฟ้าไทย

ผ่านไปสัปดาห์ยังเงียบ กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ยื่นหนังสือกรณี ‘บินรบ’ เมียนมารุกล้ำน่านฟ้าไทย ด้าน ‘รังสิมันต์’ เผย พร้อมตามต่อผ่าน กมธ.ต่างประเทศ เตรียมเรียกกองทัพอากาศ กระทรวงต่างประเทศ และผู้ว่าฯ ตาก เข้าชี้แจง

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พร้อมด้วย ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.พรรคก้าวไกล รอรับหนังสือจากกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย เพื่อสอบถามกรณีเครื่องบินรบมิก-29 ของกองทัพเมียนมา บินรุกล้ำเข้าน่านฟ้าไทย บริเวณหมู่บ้านวาเลย์ จังหวัดตาก กว่า 20 นาที เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา โดยสถานการณ์ที่ผ่านมาถูกตั้งคำถามจากหลายฝ่ายว่ามีการดีลกันหรือไม่ หลังจากแม่ทัพภาค 3 เดินทางไปเนปิดอว์ และวันถัดมาเกิดเหตุขึ้น โดยทางรัฐบาลมีท่าทีนิ่งเฉยและไม่ตอบคำถาม ทำให้กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย เดินทางมามอบหนังสือทวงถามความคืบหน้า

หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มกล่าวว่า ภายใต้บริบทพื้นที่ การใช้เครื่องบินรบที่อาจรุกล้ำเข้ามาต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในการคาดการณ์ได้ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับปล่อยให้มีเครื่องบินรบบินผ่านน่านฟ้าไทยได้ หากเป็นผู้นำที่เฝ้าระวังที่พิจารณาสถานการณ์โดยรอบก็ควรรู้ว่าควรรักษาอธิปไตยและน่านฟ้าของไทย จึงเป็นที่สงสัยว่าเหตุที่เกิดมีการดีลกันหรือไม่ ซึ่งกรณีดังกล่าวได้ส่งผลกระทบที่คนไทยระหว่างที่มีการโจมตีของกองทัพเมียนมา ได้แก่...

หนึ่ง การทะลักเข้ามาของผู้อพยพชาวกะเหรี่ยงในช่วงเกิดเหตุ 
สอง ทรัพย์ของชาวบ้านเสียหายเป็นจำนวนมาก 
สาม พลเมืองเกิดความตื่นตระหนก 
สี่ นักเรียนต้องหยุดเรียน 
ห้า มีการปล่อยให้เครื่องบินรบรุกล้ำอธิปไตยของไทย

‘อีโต้อีสาน’ แนะ!! ‘แรมโบ้’ เลิกทำตัวเป็นนั่งร้านผุๆ คอยโอบอุ้ม ‘ประยุทธ์’ ระวังพังทั้งลูกพี่ลูกน้อง

นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกพรรคเพื่อไทย อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคไทยรักไทยและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เจ้าของฉายา ‘อีโต้อีสาน’ เตือน นายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี อย่าทำตัวเป็นพวกฟังไม่ได้ศัพท์แล้วจับไปกระเดียด อย่าหน้ามืดฟังในสิ่งที่อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร พูดไม่จบแล้ววิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะการที่อดีตนายกฯ ทักษิณ มองว่ารัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารประเทศผิดพลาดซ้ำซากและไม่มีความพร้อมที่จะทำหน้าที่สำคัญในการจัดการประชุมเอเปก ซึ่งไม่ใช่เรื่องไม่หวังดีต่อประเทศชาติแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องศักยภาพและความสามารถของพลเอกประยุทธ์ ล้วนๆ ที่สร้างปัญหาและภาระให้กับประเทศและประชาชนอย่างมาก  

นายธีระชัย กล่าวว่า สิ่งที่อดีตนายกฯ ทักษิณ แนะนำทั้งหลายก็เพราะเป็นห่วงประเทศชาติและประชาชน แม้จะอยู่ต่างประเทศ ก็รับฟังเสียงสะท้อนจากเพื่อนนักธุรกิจระดับโลกและผู้นำประเทศต่างๆ มาตลอด แล้ววันนี้พลเอกประยุทธ์ ก็หมดสภาพแล้ว แม้แต่อธิปไตยของประเทศก็ไม่สามารถรักษาได้ เครื่องบินรบของต่างชาติบินรุกล้ำดินแดนก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้วจะทำอะไรได้อีก ส่วนลูกน้องก็ไม่ต่างกัน นายเสกสกลขณะนี้ก็ต้องระเห็จออกมาจากตำแหน่งในรัฐบาลหลังไปสร้างเรื่องอื้อฉาวเรื่องโควตาหวย

อ่านใจธรรมศาสตร์ ปัดตกเพลงพระราชนิพนธ์ยูงทอง คาดยก ‘ปรีดี’ ถูกลิดรอนสิทธิ์ช่วงรปห.2490 มาอ้าง!!

ทำเอาศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เดือดและเข้าไปสอบถามถึงการตัดสินใจครั้งนี้กันอย่างมากมาย หลังจากเพจเฟสบุ๊ก ‘องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์’ หรือ อมธ. ได้โพสต์ข้อความแจ้งว่า อมธ. ประกาศใช้ “เพลงประจำมหาวิทยาลัยทำนองมอญดูดาว” แทนเพลงพระราชนิพนธ์ยูงทอง ในทุกกิจกรรมที่จัดขึ้นโดย อมธ. 

ซึ่งทาง อมธ.อ้างว่า เพื่อให้นักศึกษาได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการจัดกิจกรรม โดยเฉพาะในการเลือกเพลงประจำมหาวิทยาลัยอันเป็นการแสดงออกที่สำคัญถึงอัตลักษณ์ การก่อกำเนิด และการเชิดชูประวัติศาสตร์การต่อสู้ของมหาวิทยาลัย อมธ. จึงได้จัดทำแบบสำรวจประชามติของประชาคมธรรมศาสตร์ 

โดยเพลงที่เข้ารับการคัดเลือกมีจำนวนทั้งหมด 3 เพลง คือ เพลงประจำมหาวิทยาลัยทำนองมอญดูดาว, มาร์ช มธก. และเพลงพระราชนิพนธ์ยูงทอง ซึ่งผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 5,168 คน ได้เลือกเพลงประจำมหาวิทยาลัยทำนองมอญดูดาวคิดเป็นสัดส่วนกว่า 51.9% 

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค’ วิเคราะห์ถึงสาเหตุการเปลี่ยนเพลงประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดังนี้ว่า… 

อ่านใจธรรมศาสตร์ เรื่องการเปลี่ยนเพลงประจำมหาวิทยาลัย ว่าเป็นเพราะสาเหตุดังต่อไปนี้หรือไม่

กล่าวคือ สาเหตุที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เปลี่ยนเพลงประจำมหาวิทยาลัย เพราะเข้าใจว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งถูกก่อตั้งโดย ปรีดี พนมยงค์ ในนามคณะราษฏร์ ถูกริดรอนสิทธิ์และคุณค่าความเป็นธรรมศาสตร์และการเมือง โดยรัฐประหาร 2490 

ซึ่งมีสมเด็จย่าฯ อยู่เบื้องหลังการทำรัฐประหาร และในเวลาต่อมาในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นพระราชโอรสของสมเด็จย่าฯ ผู้อยู่เบื้องหลังการทำรัฐประหาร 2490 ที่ทำให้พนมยงค์และคณะราษฏร์หมดอำนาจ ได้พระราชทานเพลงยูงทอง ซึ่งเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ให้กับธรรมศาสตร์ เท่ากับความพยายามในการริดรอนสิทธิ์และคุณค่าความเป็นธรรมศาสตร์และการเมือง

‘วัน’ ซัด 'ก้าวไกล' กลืนน้ำลายตัวเอง หลังกลับลำกลางสภา ลงมติเอา 500 หาร

'วัน' อัด 'ก้าวไกล' กลืนน้ำลายตัวเอง ลงมติเอา 500 หารเพราะคิดว่าจะได้ ส.ส.มากขึ้น ทั้งที่ตอนเสนอกฎหมายและในชั้น กมธ.หนุน 100 หาร

(7ก.ค.65) นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กสั้นๆ ว่า พรรคก้าวไกล กลืนน้ำลายตัวเอง ไปลงมติเอา 500 หาร ทั้งที่พรรคตัวเองเสนอ กม.ให้รัฐสภารับร่างไปเข้า กมธ. ก็เสนอ เอา 100 หาร

ใน กมธ.เสียงข้างมาก คนพรรคนี้ลงมติเห็นด้วยกับ กมธ.เสียงข้างมาก คือ 100 หาร ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ยืนยันว่าจะโหวตเอา 100 หาร

ฟันธง ‘ประยุทธ์’ หมดสภาพทางการเมือง ‘อีโต้อีสาน’ ตีปาก ‘แรมโบ้’ เตือนเลิกทำตัวเป็นนั่งร้านผุๆ พังๆ อุ้มตู่ สุดท้ายจะไปไม่รอดทั้งลูกพี่ลูกน้อง 

นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกพรรคเพื่อไทย อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคไทยรักไทยและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เจ้าของฉายา ‘อีโต้อีสาน’ เตือน นายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี อย่าทำตัวเป็นพวกฟังไม่ได้ศัพท์แล้วจับไปกระเดียด อย่าหน้ามืดฟังในสิ่งที่อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร พูดไม่จบแล้ววิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะการที่อดีตนายกฯ ทักษิณ มองว่ารัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารประเทศผิดพลาดซ้ำซากและไม่มีความพร้อมที่จะทำหน้าที่สำคัญในการจัดการประชุมเอเปค ซึ่งไม่ใช่เรื่องไม่หวังดีต่อประเทศชาติแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องศักยภาพและความสามารถของพลเอกประยุทธ์ ล้วนๆ ที่สร้างปัญหาและภาระให้กับประเทศและประชาชนอย่างมาก  
 

'ตรีชฎา' ชี้!! เพิ่มเบี้ยคนชราหลักร้อยไม่พอกิน เตือนความจำรัฐบาล หาเสียงไว้ก็ต้องทำให้ได้

นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติงบกลางของปี 2565 ที่เคยเห็นชอบหลักการไปแล้วเพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือพิเศษ ผู้สูงอายุรวมกว่า 8,300 ล้านบาท ตั้งแต่ 100-250 บาทต่อคนต่อเดือนตามช่วงอายุ เป็นเวลา 6 เดือนนั้น มองว่า การช่วยเหลือผู้สูงอายุและประชาชนเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากขณะนี้พี่น้องประชาชนกำลังประสบภาวะเศรษฐกิจกันอย่างถ้วนหน้าจากการบริหารที่ผิดพลาดของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ  

แต่การอุดหนุนเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุควรดำเนินการเร็วกว่านี้ และอุดหนุนให้เท่ากับที่พรรคร่วมรัฐบาลได้เคยหาเสียงเอาไว้ในการเลือกตั้งปี 2562 โดยพรรคพลังประชารัฐ หาเสียงเอาไว้ว่าจะปรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุทุกช่วงอายุเป็น 1,000 บาทต่อเดือน พรรคประชาธิปัตย์เคยหาเสียงจะปรับเบี้ยยังชีพผู้สูงเป็น 1,000 บาทต่อเดือน พรรคชาติพัฒนา ตอนหาเสียงจะปรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น 2,000 บาทต่อเดือน 

จนปัจจุบันรัฐบาลอยู่มาเกือบครบวาระ 4 ปี แต่สิ่งที่พี่น้องประชาชนคนสูงอายุได้รับกลับได้ไม่ครบถ้วนตามที่หาเสียงเอาไว้ ผู้สูงอายุ 60-79 ปี ได้เบี้ยคนชรารวมเพียง 700-850 บาท และจะได้รับจำนวนนี้จนถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้เท่านั้น กลายเป็นว่าไม่ใช่เงินอุดหนุนที่แท้จริง แต่เป็นเพียงเบี้ยหัวแตกที่ไม่พอยาไส้ในยุคข้าวยากหมากแพงตอนนี้ 

นางสาวตรีชฎา กล่าวอีกว่า พรรคการเมืองคือศูนย์รวมบุคคลกลุ่มต่าง ๆ ที่มีแนวคิดอุดมการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคมที่คล้ายคลึงกัน โดยมีเป้าเดียวกันที่จะขจัดทุกข์ บำรุงสุขให้พี่น้องประชาชน การที่ประชาชนลงคะแนนเลือกบุคลากรของพรรคใด ประชาชนย่อมมุ่งหมายให้พรรคการเมืองไปดำเนินการทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ให้เป็นจริง

'อรุณี' ถาม ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลไม่แสดงตนร่างกฎหมายประกอบการเลือกตั้ง คิดแต่รักษาอำนาจ ทำลายรัฐธรรมนูญ อย่าอ้างทำเพื่อประชาชน พฤติกรรมฟ้องค้ำยันอำนาจเผด็จการ 

ดร.อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการผ่านร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ทั้ง 2 ฉบับที่กำลังพิจารณากันอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรในขณะนี้ว่า ท่าทีที่ชัดเจนของพรรคร่วมรัฐบาลจะลงมติไปในการหาร 500 เนื่องจาก ส.ส.หลายคนในฝั่งรัฐบาลพร้อมใจกันไม่แสดงตนจำนวนมากทั้งที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นหน้าที่ในการพิจารณากฎหมายที่สำคัญเป็นกติกาในการปกครองประเทศ กลับละเลยเลยเล่นเกมการเมือง เพียงเพื่อต้องการรักษาอำนาจให้คงอยู่ในการเลือกตั้งครั้งหน้า 

ดร.อรุณี กล่าวต่ออีกว่า การกระทำของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค คือการแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดแจ้งในการไม่เคารพในรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ โดยเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ มาตรา 91 กำหนดไว้ชัดเจนว่าคะแนนที่เลือกพรรคการเมืองต้องเป็นสัดส่วนสัมพันธ์กันโดยตรง ต้องใช้สูตรการคำนวนหาร 100 ใน ส.ส ระบบบัญชีรายชื่อ เท่ากับสิ่งที่พรรคร่วมรัฐบาลคิดจะทำอยู่กำลังทำลายเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ การที่พรรคร่วมฝ่ายค้านอาจต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความในเรื่องนี้กรณีสูตรหาร 500 สะท้อนชัดเจนว่า พรรคร่วมรัฐบาลมั่นใจในอำนาจที่มากล้น เพราะคิดว่าจะแทรกแซงองค์กรอิสระได้ ใช่หรือไม่ โดยไม่สนใจหลักการและความถูกต้องรวมถึงหลักนิติรัฐและนิติธรรมตลอดระยะ 8 ปีที่ผ่านมา 

'พิเชษฐ' ชี้ พท.พลาด เหตุชูแลนด์สไลด์เร็วไป ทุกพรรคกลัวสอบตกจึงรวมหัวคว่ำสูตร 100 หาร

'พิเชษฐ' เผยเหตุ 'เพื่อไทย' ชูแลนด์สไลด์เร็วไป ทุกพรรคโดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลกลัวสอบตกจึงรวมหัวคว่ำสูตร 100 หาร เข้าทาง 'ประยุทธ์' ที่อยากใช้ 500 หารอยู่แล้ว พท.จึงเดินเกมพลาดเอง

(6 ก.ค. 65) นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม16 กล่าวถึงวิธีการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่มีแนวโน้มสูงจะใช้วิธีหาร 500 แทนการหารด้วย100 ภายหลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แสดงท่าทีสนับสนุนการใช้ 500 หาร ว่า เหตุที่ทำให้วิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พลิกเป็นหารด้วย 500 เพราะพรรคเพื่อไทยเคลื่อนเรื่องกระแสแลนด์สไลด์แรงเกินไป ยิ่งผลโพลหลายสำนักมาสมทบกระแสแลนด์สไลด์ให้แรงยิ่งขึ้น จนหลายพรรคกลัว โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลกลัวสอบตกต้องมารวมตัวกันใช้สูตร 500 หาร

"ที่เห็นชัดคือ พรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นเจ้าของร่างแท้ ๆ และพรรคชาติไทยพัฒนาก่อนหน้านี้ยืนยันสนับสนุนใช้ 100 หาร แต่จู่ ๆ กลับลำใช้สูตร 500 หาร เพราะเห็นผลโพลแลนด์สไลด์ กลายเป็นเข้าทาง พล.อ.ประยุทธ์ที่อยากใช้ 500 หารอยู่แล้ว"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top