Friday, 10 July 2026
POLITICS

คว่ำบาตรล้มเหลว G20 กว่าครึ่งไม่คว่ำบาตรรัสเซีย ตามที่พันธมิตรชาติตะวันตกต้องการ | NEWS GEN TIMES EP.63

✨ คว่ำบาตรล้มเหลว G20 กว่าครึ่งไม่คว่ำบาตรรัสเซีย
ตามที่พันธมิตรชาติตะวันตกต้องการ

✨ ยูเครนไม่พอใจ!! หลัง Amnesty รายงานว่า ยูเครนใช้โรงเรียน-ชุมชนเป็นฐานทัพ ทำให้ประชาชนตกอยู่ในความเสี่ยงสูง ด้านผู้นำยูเครนอ้าง Amnesty หลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อของรัสเซีย

✨ คว่ำบาตรล้มเหลว G20 กว่าครึ่งไม่คว่ำบาตรรัสเซีย
ตามที่พันธมิตรชาติตะวันตกต้องการ

✨ หยุดป้อนอาวุธให้ยูเครน!! อดีตผู้นำพรรคฝ่ายซ้ายอังกฤษ ชี้!! ชาติตะวันตกควรหยุดเติมไฟความขัดแย้งเสียที!!

NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

โดย อ.ต้อม - กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระและอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

'สุริยะ' เชื่อเหตุสภาล่ม ไม่เกี่ยว 'บิ๊กป้อม' ยันสมัยหน้า 'สามมิตร' ยังอยู่กับ พปชร.

'สุริยะ' ยัน 'พล.อ.ประวิตร' ไม่มีล็อบบี้ ส.ส.พรรคโดดร่ม ชี้สูตรหาร 100 เป็นกติกาสากล ลั่นสมัยหน้าสามมิตรยังอยู่ ไม่ตอบ 'บิ๊กป้อม' เหมาะนั่งนายกฯ หรือไม่

11 ส.ค. 2565 - นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงเหตุการณ์การประชุมรัฐสภาสภาล่มในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีการดีลกันระหว่างพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทย (พท.) หรือไม่ว่า เท่าที่อยู่ร่วมด้วยข้อมูลนี้ไม่จริง และเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นไปตามกลไกของสภา

ขณะเดียวกันนายสุริยะ ยังระบุอีกว่าไม่ทราบรายงานข่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. โทรศัพท์ไปล็อบบี้ ส.ส.ภายในพรรคให้ออกจากห้องประชุม เพื่อให้สภาล่มและกลับไปใช้ร่างของรัฐบาลหา ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยวิธีหาร 100 แต่ยืนยันว่าไม่มีแน่นอน เนื่องจากไม่เคยได้รับการประสานและจากการสอบถาม นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ก็บอกว่าไม่มีเช่นกัน

เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพรรค พปชร.ถูกพุ่งเป้าจะทำให้เกิดปัญหา รอยร้าวเกิดขึ้นอีกหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมามีปัญหามาโดยตลอด นายสุริยะกล่าวว่า ต้องพิจารณาให้ดี เชื่อในสูตรหาร100 เป็นไปตามกรอบของรัฐธรรมนูญ เพราะมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบอยู่แล้ว ในการเลือก ส.ส.เขตและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยหากใช้สูตรหาร 100 มองว่าตรงไปตรงมา พรรคใดได้คะแนนก็ว่ากันไป เป็นระบบที่ดี จึงเชื่อได้ว่าเรื่องดังกล่าวไม่น่านำมาเป็นประเด็นทางการเมือง

'ศิริกัญญา' ชำแหละ!! รัฐบาลเอื้อทุนผูกขาด ยกดีลควบรวม 'ทรู-ดีแทค' รัฐไม่ทำอะไรเลย

'ศิริกัญญา' ร่ายยาวชำแหละรัฐบาลเอื้อทุนผูกขาด ถามรัฐบาลทำเต็มที่แล้วหรือยัง ป้องกันดีลควบรวมผูกขาดทรู-ดีแทค ทำค่าบริการพุ่ง ประชาชนสงสัยไม่ทำอะไรเลย เพราะท่านได้ประโยชน์จากดีลนี้ใช่หรือไม่

ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กรณีเศรษฐกิจผูกขาด โดยมีชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) เป็นผู้ตอบแทน พล.อ.ประยุทธ์

โดย ศิริกัญญา เกริ่นนำว่า ระบบผูกขาดเกิดขึ้นในเศรษฐกิจไทย ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะหลังวิกฤตโควิด สิ่งนี้จะเป็นตัวฉุดรั้งการพัฒนาประเทศ โดย 8 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ส่งเสริมให้กลุ่มเจ้าสัวที่รวยสุดของประเทศ 50 รายแรก รวยขึ้น 2 ล้านล้านบาท แต่ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์เช่นเดียวกัน ก็ทำให้หนี้ครัวเรือนของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นถึง 4.6 ล้านล้านบาท เท่ากับประชาชนรายได้ลด แต่หนี้เพิ่มไม่หยุด

"ถ้าความร่ำรวยของเจ้าสัวเหล่านี้ เกิดขึ้นจากความสามารถเก่งกาจจะไม่ว่าอะไรสักคำเลย แต่ความร่ำรวยที่เกิดขึ้นจากการผูกขาดโดยการเอื้อประโยชน์ของรัฐนั้น เท่ากับว่าเงินที่หายไปจากกระเป๋าประชาชนได้ถูกถ่ายเทไปเป็นความร่ำรวยของนายทุน แถมตลอดการดำรงตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ก็มีแนวโน้มเอื้อทุนใหญ่มาโดยตลอด" ศิริกัญญากล่าว

โดยศิริกัญญายกตัวอย่างการเอื้อกลุ่มทุนใหญ่-ทุนผูกขาด ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้แก่...

- ยืดหนี้ให้กลุ่มทุนโทรคมนาคมจ่ายค่าประมูลคลื่น 4G ดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 10 ปี จนรัฐเสียหาย เอกชนฟันผลประโยชน์ไป 2 หมื่นล้านบาท
- อุ้มเอกชนที่ผูกขาด Duty Free โดยแก้สัญญาสัมปทานแบบด่วนทันใจก่อนช่วยประชาชนเสียอีก ทั้งลดค่าสัมปทานและยืดอายุ จนรัฐเสียผลประโยชน์หลายพันล้านบาท
- อ้างโควิดเช่นกัน ในการยอมให้แก้ไขสัญญาสัมปทาน PPP รถไฟฟ้าความเร็วสูง 3 สนามบิน ยอมให้ผ่อนจ่ายค่าสิทธิ์บริหารจัดการ Airport Rail Link แบบดอกเบี้ยแสนถูก ให้รัฐบาลสมทบทุนเร็วขึ้นเพื่อช่วยออกค่าก่อสร้างแทนที่จะไปออกเงินตอนก่อสร้างเสร็จแล้ว
- รัฐบาลยังปล่อยให้มีการควบรวมห้างค้าปลีก-ร้านสะดวกซื้อ ทำให้เพิ่มการผูกขาดในตลาดมากขึ้น ทำให้ประชาชนหมดทางเลือก
- กรณีล่าสุด ควบรวมทรู-ดีแทค จะผูกขาดขั้นสุด ประชาชนต้องแบกรับค่าบริการ กระทบค่าครองชีพให้มากขึ้นไปอีก แต่ก็ยังมีรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้ออกมาพูดจาสนับสนุนการควบรวมครั้งนี้ว่าเป็นสิทธิ์ของเอกชน
- ล่าสุดของล่าสุด การขออนุญาตควบรวมกิจการอินเตอร์เน็ต AIS-3BB

ศิริกัญญาจึงตั้งคำถามว่า ตกลงแล้วรัฐบาลชุดนี้คิดว่ามีปัญหาการผูกขาดในเศรษฐกิจหรือไม่?

แล้วรัฐบาลนี้นโยบายป้องกันการผูกขาดและส่งเสริมการค้าที่เป็นธรรมบ้างหรือไม่? ถ้ามี คืออะไร เป็นอย่างไรบ้าง ท่านคิดว่าทำดีพอแล้วหรือยัง? เป็นธรรมต่อ SMEs และประชาชนผู้บริโภคที่ควรจะเป็นรากฐานสำคัญในระบบเศรษฐกิจของประเทศนี้แล้วหรือยัง?

ศิริกัญญา เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม ว่าแต่เดิมค่าบริการโทรศัพท์มือถือของคนไทยก็สูงอยู่แล้วแม้ว่าจะมีหน่วยงานกำกับดูแลอยู่ก็ตาม ตัวเลขจาก Internation Telecommunication Union (ITU) เปิดเผยว่าสำหรับแพคเกจใช้น้อย อยู่อันดับที่ 111  ส่วนแพคเกจใช้มาก อยู่อันดับที่ 87 จาก 182 ประเทศ ถ้าหากการควบรวมครั้งนี้สำเร็จก็จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาเข้าไปอีก

เมื่อดูเฉพาะอินเตอร์เน็ต ถ้าเราอยากส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลให้เกิดขึ้นจริง ค่าบริหารก็จะต้องไม่แพง เพื่อส่งเสริมทั้งฝั่งผู้ประกอบการและผู้บริโภค แต่ปรากฏว่าเมื่อเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำ คนไทยต้องทำงาน 2 วันเพื่อจ่ายค่าอินเตอร์เน็ตรายเดือน ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ ทำงาน 1 วัน หรือน้อยกว่านั้น

สำหรับผลการศึกษาการควบรวมครั้งนี้ออกมาแล้วจาก 5 หน่วยงาน ทั้งจากหน่วยงานที่ทรู-ดีแทค จ้างศึกษา มีทั้งสถาบันวิจัย สถาบันการศึกษา รวมถึงคณะอนุกรรมการของ กสทช. เอง ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าขั้นต่ำคือ 10% แต่ถ้าการควบรวมนี้มีการฮั้วกันก็จะทำให้ค่าบริการยิ่งแพงขึ้นไปอีก โดยคณะอนุกรรมการของ กสทช. เองศึกษาแล้วพบว่าค่าบริการจะพุ่งสูงขึ้นถึง 49-200% หมายความว่าถ้าทุกวันนี้เราจ่ายค่ามือถือและอินเตอร์เน็ตอยู่ 100 บาท อาจจะต้องจ่าย 150-300 บาท แบบนี้กระทบค่าครองชีพประชาชนอย่างเต็มที่ ซ้ำเติมเงินเฟ้อที่ยังขึ้นไม่หยุดด้วย แล้วประชาชนและธุรกิจดิจิทัลเหล่านี้จะพัฒนากันต่อได้อย่างไร

ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ตนเองทราบดีว่าเป็นหน้าที่กำกับดูแลโดย กสทช. แต่ในฐานะรัฐบาล ท่านได้ศึกษาประเมินบ้างหรือไม่ว่ามูลค่าความเสียหายของเศรษฐกิจดิจิทัลจะอยู่ที่กี่พันล้านบาท งานของประชาชนคนไทยจะหายไปกี่ตำแหน่ง และถ้าผลกระทบมากขนาดนี้ ท่านคิดว่ากฎหมาย กฎระเบียบ ประกาศ ที่มีอยู่นั้นพอหรือไม่ที่จำเยียวยาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหรือไม่

"ดังนั้น เรายังไม่มีความเชื่อใจ มั่นใจ ว่า กสทช. จะกำกับราคาได้เลย วันนี้เราหวังว่าให้ควบรวมไปก่อนแล้วค่อยไปกำกับดูแลราคาทีหลัง มันไม่ได้!"

‘อนุพงษ์’ ลั่น 3 ป.มาด้วยกันไปด้วยกัน มั่นใจ ‘บิ๊กป้อม’ ไม่รับไม้ต่อเป็นนายกฯ

‘บิ๊กป๊อก’ ลั่น 3 ป.มาด้วยกันไปด้วยกัน มั่นใจ พล.อประวิตร ไม่รับไม้ต่อเป็นนายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่มีทายาท 3 ป. ย้ำไม่สนใจลงเลือกตั้ง  

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงหาดไทย กล่าวถึงการอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่า ขอให้ท่านมีความสุขแข็งแรง และยืนยันไม่ได้พูดคุยกันเรื่องข่าวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ก็บอกว่า ไปเขียนอะไรกันเองไม่เห็นมีอะไร และยืนยันไม่ได้มีการพูดคุยประเด็นกับสูตรหาร 100 อีกด้วย 

เมื่อถามว่า มองว่า พล.อ.ประวิตร อายุ 77 ปี มี สุขภาพร่างกายแข็งแรงมีโอกาสหรือไม่ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ให้ตนพูดก็จะกลายเป็นประเด็นอีก 

ส่วนมีโอกาสหรือไม่ หากประเมินจากสุขภาพของ พล.อ.ประวิตร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า พูดง่าย ๆ ท่านก็ยังทำไหว ก็คงถือว่าดีที่ท่านจะทำได้

เมื่อถามว่า มีโอกาสที่ พล.อ.ประวิตร จะรับไม้ต่อจาก พล.อ.ประยุทธ์ อีก 2 ปี หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ ถึงกับอุทานว่า "โอ้ย คงไม่ใช่หรอกมั้ง ไม่ใช่แน่นอน บอกตรง ๆ คงไม่ใช่"

เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่า พล.อ.ประวิตรไปพร้อมกับ พล.อ.ประยุทธ์ มาด้วยกันไปด้วยกันเลยใช่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า แน่นอน ถูกต้อง

'ธัญวัจน์' หารือ รมว.ยุติธรรม แก้ระเบียบสภาทนายความ เปิดโอกาสผู้มีความหลากหลายทางเพศทำอาชีพในฝัน

ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล หารือในที่ประชุมสภา ต่อ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมต่อกรณีที่เมื่อวานนี้ได้รับหนังสือร้องเรียนจากผู้สมัครเข้ารับฝึกอบรมวิชาว่าความ ภาคทฤษฎี รุ่นที่ 57 ถูกเจ้าหน้าที่ของสภาทนายความเลือกปฏิบัติเนื่องจากมีเพศสภาพเป็นเพศชายแต่เจ้าหน้าที่สภาทนายความว่าผู้ร้องเรียนไม่สามารถแต่งกายเป็นหญิงเข้าสอบข้อเขียนได้เนื่องจากคำนำหน้าของตนเป็นผู้ชาย ต้องแต่งตัวแบบผู้ชายตามระเบียบของสภาฯ 

โดยธัญวัจน์ระบุว่า อยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และยืนยันว่ากรณีนี้ไม่ใช่เป็นเพียงความเดือดร้อนของบุคคลใดบุคคลหนึ่งแต่เป็นการปิดโอกาสของมนุษย์ลิดรอนสิทธิ์ของบุคคลอื่น 

ทั้งนี้หากกฏหมายใดหรือข้อปฏิบัติใดที่เป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตของประชาชนก็ควรปรับแก้เสีย ตนจึงอยากหารือไปยังรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมรีบพิจารณาเพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขกฏระเบียบสภาทนายความ เพื่อให้คนทุกคนและทุกเพศสภาพมีโอกาสเข้าถึงอาชีพที่ตนใฝ่ฝันเพราะมนุษย์ ทุกคนล้วนแล้วมีเป้าหมายและความฝัน 

และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อาชีพทนายความเป็นอาชีพในกระบวนการยุติธรรมก็ต้องเปิดกว้างและหากทำได้จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานให้แก่สายอาชีพอื่น ๆ ด้วย 

สำหรับการแก้กฎหมายอาจต้องมีกระบวนการและอาศัยเวลา ซึ่งอาจไม่ทันการ จึงอยากวิงวอนให้มีคำสั่งเร่งด่วนเพื่ออนุโลมให้สำหรับผู้เข้าสอบในกรณีนี้ ธัญวัจน์ทิ้งท้าย

โฆษกเพื่อไทย ลั่น!! พร้อมสู้ทุกสูตรหารปาร์ตี้ลิสต์ ซัด!! อย่าโบ้ยความผิด ฝ่ายค้านไม่ได้ทำสภาล่ม

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้ (10 ส.ค. 65) เป็นการประชุมร่วมกันของรัฐสภาวันสุดท้าย ก่อนจะถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2565 ซึ่งเป็นวันครบกำหนด 180 วัน ที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐสภา พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่...) พ.ศ.... วาระต่อเนื่อง ให้แล้วเสร็จ หากครบกำหนดแล้วถือว่ารัฐสภาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.ป.ร่างหลักที่ใช้ในการพิจารณาวาระ 2 คือการสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบ ‘หาร 100’ ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญมาตรา 132(1)  ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะทำให้ดีที่สุด และขอยืนยันว่า  

1.) พรรคเพื่อไทยมีข้อสรุปร่วมกันว่า ในวันนี้จะเข้าร่วมประชุมในการประชุมร่วมรัฐสภาดังที่ดำเนินการมาโดยตลอด โดยจะเป็นองค์ประชุมในร่างพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรมให้แล้วเสร็จ

2.) พรรคเพื่อไทยทำงานอย่างสร้างสรรค์ ไม่ปฏิบัติตนอยู่เหนือกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นขั้นตอนการดำเนินงานจะคำนึงถึงบทบัญญัติตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

3.) พรรคเพื่อไทยยืนยันว่ามีความพร้อมสู้ศึกการเลือกตั้งในทุกกติกา โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งพรรคยังคงยืนยันในเจตนารมณ์และจุดมุ่งหมายแรกที่ได้นำเสนอมาตั้งแต่ต้นและเป็นไปตามบทบัญญัติในธรรมนูญ

'ส.ส.เพื่อไทย' หวั่น!! 'ประยุทธ์' ถลุงงบเอื้อกองทัพ จัดสรรงบเห็นแก่ตัว ไม่เกิดประโยชน์กับปชช.

นางสาว กิตติ์ธัญญา วาจาดี ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การจัดสรรงบประมาณปี 2566 ที่ผ่านมาพบว่าเป็นการจัดทำงบประมาณแบบเห็นแก่ตัว หลายงบประมาณที่จัดสรรมาไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะงบกระจุก ไปอยู่ในส่วนของกองทัพ งบเพื่อความมั่นคงและงบเอื้อพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลมากกว่าแก้ปัญหาให้ประชาชนและฟื้นฟูประเทศหลังโควิด   

น่าประหลาดใจว่า ปีนี้ พลเอกประยุทธ์ ตั้งงบกลางปี 2566 ไว้ที่ 590,470 ล้านบาท หรือคิดเป็น 18.5% ของงบประมาณรวมทั้งหมด ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในโครงสร้างงบประมาณ ทั้งนี้เมื่อนำตัวเลขงบกลาง ตลอดอายุของรัฐบาล 'ประยุทธ์ 2' มารวมกัน จะพบว่ามีการตั้งงบ ก้อนนี้เอาไว้สูงถึง 2,311,262.4 ล้านบาท การตั้งงบกลางของรัฐบาลตลอดเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องว่าเป็นการตีเช็คเปล่าให้พลเอกประยุทธ์ เพราะไม่ปรากฏรายละเอียดของโครงการ แต่มีเฉพาะหัวข้อกับวงเงินเท่านั้น ไม่มีโอกาสตรวจสอบและกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินงบประมาณก่อน

นางสาว กิตติ์ธัญญา กล่าวด้วยว่า การตั้งงบกลางไว้สูงถึงขนาดนี้ เป็นการแสดงเจตจำนงชัดเจนว่าจะนำเงินที่มาจากภาษีของประชาชนไปหาประโยชน์ทางการเมืองและเอื้อกับพวกพ้อง ไม่ได้มีไว้เพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ไม่เคยมาชี้แจงต่อรัฐสภาว่า มีการนำงบประมาณกลางไปทำอะไรบ้าง เกิดประโยชน์อะไร

ตามคาด กม.ลูกเลือกตั้ง ส่อเสร็จไม่ทันกำหนด หลัง ส.ว. - ส.ส. ทำสภาล่ม ล้มโหวตสูตรปาร์ตี้ลิสต์

(10 ส.ค. 2565) เวลา 11.28 น. ที่ประชุมเข้าสู่การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ในมาตรา 24/1 เรื่องวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หารด้วย500 ตามที่กมธ.ไปแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นใหม่ให้สอดคล้องกับมติที่ประชุมรัฐสภาที่มีการเปลี่ยนแปลงวิธีคำนวณจากการหาร 100 เป็นหาร 500 โดยนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การที่ร่างพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นเหตุให้มีการเปลี่ยนวิธีคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ จากหาร100 เป็นหาร500 เหมือนอยากเห็นพรรคส่วนเกิน พรรคเล็กพรรคน้อยเดินกันเป็นพรวน ขอชื่นชมคนเสนอญัตติเปลี่ยนเป็นวิธีหาร500 ชื่อวี ๆ มาศๆ ที่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อคนเดียว ได้คะแนนมา 3.5 หมื่นคะแนน แต่กลับมามีบารมีในสภา ถ้าไม่มีเบื้องหลังการถ่ายทำ เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นในรัฐสภา กล้าไปสาบานวัดพระแก้วหรือไม่ว่า ไม่มีกลุ่มคนมาแทรกแซงหรือต่อรอง วันนี้เรากำลังโดนครอบงำ ขอให้ช่วยกันสกัด เพื่อให้ทุกอย่างเดินไปตามครรลอง ระหว่างนั้นนพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ประท้วงที่ถูกพาดพิง โดยตอบโต้ว่า น่าสงสารพรรคที่แพ้หาร500 เหมือนหมาถูกน้ำร้อนลวก นายพรเพชรเตือนให้ถอนคำพูด จากนั้นนายครูมานิตย์และนพ.ระวีได้พูดตอบโต้กันไปมา จนนายพรเพชรต้องไกล่เกลี่ยให้ยุติ เพื่อเดินหน้าประชุมต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการอภิปรายมาตรา24/1 เสร็จสิ้น นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้กดออดเรียกสมาชิกรัฐสภามาแสดงตน ใช้เวลาร่วม 15 นาที เพื่อรอสมาชิกเข้าห้องประชุม ผลการแสดงตนมีสมาชิกแสดงตน 367 เสียง เกินกึ่งหนึ่งไปหวุดหวิดเพียง 3 เสียง ถือว่ามีองค์ประชุมครบ แต่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอใช้สิทธิคัดค้าน กลัวจะมีการเสียบบัตรแทนกัน ขอให้ใช้วิธีแสดงตนโดยการขานชื่อรายบุคคล มีผู้รับรองครบถ้วน ขณะที่ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ คัดค้านเพราะการโหวตแสดงตนด้วยการเสียบบัตรผ่านไปแล้ว เกรงจะเตะถ่วงมากเกินไป ขอเสนอญัตติไม่ให้ใช้วิธีขานชื่อแสดงตน แต่นายพรเพชรยืนยันให้มีการแสดงตนโดยการขานชื่อรายบุคคล จากนั้นจึงเริ่มการขานชื่อแสดงตนเป็นรายบุคคล ใช้เวลาไป 1.30 ชั่วโมง หลังจากที่สมาชิกรัฐสภาขานชื่อแสดงตนครบถ้วนแล้ว ปรากฏว่า มี ส.ส.และ ส.ว.หลายคนที่ขานชื่อไม่ทันในการเรียกชื่อเป็นรายบุคคล มาขอขานชื่อแสดงตนเพิ่มเติมภายหลังเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความสับสน ต้องเติมชื่อเพิ่มกันวุ่นวาย รวมแล้วเสียเวลาไปร่วม 2 ชั่วโมง ในการขานชื่อและนับผลแสดงตน ผลการนับองค์ประชุมมีผู้แสดงตน 403 คน ถือว่าครบองค์ประชุม นายพรเพชรจึงให้ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนว่า จะเห็นชอบเพิ่มมาตรา 24/1หรือไม่

'โฆษกรัฐบาล' เผย 'บิ๊กตู่' น้อมรับคำวินิจฉัยศาลรธน. ติง!! 'เหล่ากูรู' อย่าตีความสร้างประเด็นบิดเบือน

เมื่อวันที่ (10 ส.ค. 65) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีมีการเผยแพร่เอกสารบันทึกการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 61 อ้างความเห็นของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ และนายสุพจน์ ไข่มุกด์ ต่อประเด็นวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปีว่า มองว่ามีความพยายามของคนบางกลุ่ม ต้องการกดดันหวังสร้างประเด็นให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม โดยหยิบเอาบางช่วงบางตอนของเอกสาร ที่เป็นความเห็นของกรรมการเพียงไม่กี่คนมานำเสนอจนเกิดความสับสน

ทั้งที่เอกสารฉบับนี้ เป็นแค่บันทึกการประชุมหรือบันทึกการแสดงความเห็นของกรรมการ แต่ไม่ใช่มติ โดยหน้าปกเอกสารก็ระบุชัดเจนว่ากรธ.ยังไม่ได้รับรอง จึงไม่ควรนำมาใช้อ้างอิง และการประชุมในวันนั้น เกิดขึ้นหลังจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ประกาศใช้ไปแล้ว เพื่อจัดทำเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในขั้นตอนถัดมา ซึ่งท้ายที่สุดก็ไม่ได้ระบุไว้

‘เต้’ ล่าชื่อยื่นศาลรธน.ตีความ ‘นายก8ปี’ ลั่นพ้นเที่ยงคืน 23 ส.ค. หมดเวลา ‘บิ๊กตู่’

‘เต้ มงคลกิตติ์’ ลั่นพ้นเที่ยงคืน 23 ส.ค. หมดเวลา8ปี ‘บิ๊กตู่’ เซ็นอะไรไม่ได้อีก ชี้ ‘บิ๊กป้อม’ นั่งรักษาการนายกฯโดยตำแหน่ง เหน็บถ้าอยากให้ เป็นต่อ ให้แก้ รธน.เขียนไว้ว่า ‘เป็นจนตาย และตายแล้วให้ใครเป็นต่อ’

10 สิงหาคม 2565 ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงการตีความการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ว่า ตนได้ร่างหนังสือเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความในเรื่องนี้ โดยมีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นที่ปรึกษาและช่วยดูรายละเอียดให้เรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนี้ยังขาดรายชื่ออีก 47 รายชื่อ โดยตนได้ปรึกษา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรจะช่วยรวบรวมส.ส.มาช่วยกันเซ็นชื่อ

นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนได้ดูบันทึกการประชุมของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานได้เขียนรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญไว้ว่า การตีความ 8 ปี ให้นับรวมนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญ หมายความว่าถ้าตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 วรรค 4 และมาตรา 264 เขียนครอบคลุมไว้หมดแล้ว โดยไม่ได้ละเว้นคนใดคนหนึ่ง แม้แต่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกรอบก็กลับมาเป็นได้แค่สั้น ๆ เนื่องจากก่อนหน้านี้เป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 2 สมัย

'สร้างอนาคตไทย' จัดเวทีเสวนา 'ดอกเบี้ยพุ่ง SMEs โคม่า' หาทางออกช่วยผู้ประกอบการคนตัวเล็ก

พรรคสร้างอนาคตไทย จัดเวทีเสวนาคิดสร้างอนาคต Talk 'ดอกเบี้ยพุ่ง SMEs โคม่า' สะท้อนปัญหาวิกฤตหนี้สินผู้ประกอบการคนตัวเล็ก เพื่อร่วมหาทางออกและแนวทางแก้ปัญหาผู้ประกอบการตัวเล็กให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจไปด้วยกัน 

โดยมีผู้บริหารของพรรคและภาคเอกชนร่วมเสวนา อาทิ ศ.ดร.กำพล ปัญญาโกเมศ ประธาน ฝ่ายวิชาการพรรคสร้างอนาคตไทย น.ส.โชนรังสี เฉลิมชัยกิจ รองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทยและประธานกิตติมศักดิ์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ นายมงคล ลีลาธรรม ประธานคณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และนายเรวัตร ชอบธรรม ประธานเครือข่ายแผงลอยไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 
 

'อนุสรณ์' ปัด ฮั้วพปชร. ใช้สูตรหาร 100 ย้ำ!! ใช้สูตรไหนก็ได้ พท.พร้อมแข่งทุกกติกา

(10 ส.ค. 65) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ระบุ มีการฮั้วกัน ใช้สูตรหาร 100 แลก นายกฯ คนนอก ว่า การกล่าวหาพรรคการเมืองอื่นให้เสียหายโดยปราศจากหลักฐานข้อเท็จจริงเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ ขอให้ยุติการกระทำดังกล่าว ตอนได้ดั่งใจสมประโยชน์กับสูตรหาร 500 บอกว่าเป็นเรื่องของสภา พอทำท่าจะเสียประโยชน์กลับบอกว่ามีการฮั้วกัน พรรคเพื่อไทยทำงานการเมืองตรงไปตรงมาตามกติกาประชาธิปไตย ไม่ทรยศหักหลังประชาชน ไม่มีความจำเป็นต้องฮั้วกับใคร และยืนยันมาโดยตลอด ไม่ว่าจะใช้สูตรหาร 100 หรือหาร 500 ก็พร้อมลงแข่งทุกกติกา

นายอนุสรณ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐ ไม่ใช้ศัตรูแต่ถือเป็นคู่แข่งทางการเมืองต่างขั้ว เหมือนปลาคนละน้ำ คนละอุดมการณ์ จุดยืน มุมมองต่อระบอบประชาธิปไตย วัฒนธรรมการเมือง และความเชื่อแตกต่างกันมาก เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไปฮั้วกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันมาโดยตลอดว่า ไม่พร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้อยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกฯ ในการเลือกตั้งปี 2562 ในขณะที่พรรคเพื่อไทยมีรายชื่อบุคคลที่อยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกฯ ถึง 3 คน ในเมื่อเรามีแคนดิเดตนายกฯ คนในที่ผ่านด่านคัดกรองตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว จะไปฮั้วเพื่อให้เกิดนายกฯ คนนอกจากพรรคการเมืองที่อยู่คนละขั้ว ให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกในสังคมเพื่ออะไร พรรคเพื่อไทยได้เตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งหน้าทั้งนโยบายและบุคลากร ถ้าประชาชนคนไทยทั้งประเทศเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยสามารถแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศชาติได้ ไม่ว่าจะสูตรการเลือกตั้งแบบใด ประชาชนก็พร้อมเลือก

‘ก้าวไกล’ ย้ำ!! ไม่รับมาตราเกี่ยวข้องสูตรหาร 500 อัด 2 ลุงตัวปัญหา กลับไปมาเพื่อประโยชน์ตัวเอง

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การประชุมรัฐสภาวันนี้จะเป็นการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม ที่เหลืออีกไม่กี่มาตรา จากนั้นจะเป็นการพิจารณา ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งเป็นการพิจารณาต่อเนื่องจากที่ประชุมรัฐสภาครั้งก่อนที่ได้มีมติแก้ไข มาตรา 23 เรื่องสูตรการคำนวน ส.ส.เป็นหาร 500 จนเกิดเรื่อง ส.ส.พึงมีขึ้นมา และวันนี้ก็จะมีการพิจารณาต่อเนื่องจากที่ กมธ.ได้เอาไปแก้ไขมาตราที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตราที่ 24/1 หรือ มาตรา 26 เป็นต้น ซึ่งพรรคก้าวไกลเราจะทำหน้าที่ของเรา โดยการเข้าประชุมและจะแสดงจุดยืนว่า เราไม่สามารถที่จะเห็นด้วยกับมาตราที่เกี่ยวข้องกับที่มีการแก้ไข มาตรา 23 เป็นแบบหาร 500 โดยจะร่วมลงมติไม่เห็นด้วยกับใน 2 มาตราที่เกี่ยวเนื่องดังกล่าว และจะอยู่ร่วมพิจารณาต่อเนื่องในมาตราอื่น ๆ ต่อไป ทั้งนี้เราเห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมานั้น ไม่ได้เปิดโอกาสให้คำนวนแบบหาร 500 ได้ ดังนั้น มาตราที่เกี่ยวข้องเราก็คงไม่เห็นด้วย ส่วนบางมาตราก็จะเป็นการงดออกเสียงไป

"กรณีเรื่องสูตรการคำนวนนั้น สังคมให้ความสนใจกันมากและตั้งคำถามเยอะมาก ซึ่งผมอยากชวนคิดว่า ทั้งหมดของปัญหานี้ก็เกิดมาจาก 2 ลุง คือ ลุงตู่ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และลุงป้อม ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ตอนแรกจะเอาหาร 100 แล้วก็มาเปลี่ยนใจกลับในสิ่งซึ่งเป็นร่างที่คณะรัฐมนตรีเสนอเสียเอง มาเป็นหาร 500 แล้วพอถึงวันนี้ ก็จะกลับไปเอาหาร100 อีกแล้ว ทั้งหมดเป็นสมการทางการเมืองที่ต้องคำถามว่าประชาชนอยู่ตรงไหน แทนที่เราจะแก้ไขระบบเลือกตั้งเพื่อให้เป็นการแก้โจทย์การเมืองของประเทศ หรือเพื่อแก้ไขระบบเลือกตั้งเพื่อให้ได้จำนวน ส.ส.ในสภาที่สะท้อนเสียงของผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งมากที่สุด กลับไม่เป็นแบบนั้น กลับเป็นการแก้เพื่อให้ตนเองได้อยู่ในอำนาจ เพื่อให้มั่นใจว่าตนเองจะได้เปรียบทางการเมือง

‘เพื่อไทย’ เมินแฉดีลลับจับมือ พปชร. ยันไม่ร่วมสังฆกรรม หาร 500 แต่ต้น

“เพื่อไทย” ย้ำ ไม่ร่วมสังฆกรรม กม.ลูกเลือกตั้ง หาร 500 เมินแฉดีลลับจับมือ พปชร. ดัน “บิ๊กป้อม” นั่งนายกฯ ซัด คนแฉหวังผลทางการเมือง ดิสเครดิตพท.

(10 ส.ค. 65) ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงท่าทีของพรรค พท.ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่…) พ.ศ…. ในวันนี้ว่า พรรค พท.ประกาศมาแต่ต้น และแสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนว่าไม่สนับสนุนกฎหมายหาร 500 ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ รวมทั้งกระบวนการวิธีการทุกอย่าง โดยมีบุคคลภายนอกใช้อำนาจบริหารมาก้าวก่ายอำนาจนิติบัญญัติ ทั้งนี้ขอย้ำว่าเรามีเจตนายับยั้งกฎหมายฉบับนี้ด้วยกลไกทุกวิธีการ ทั้งการไม่ร่วมเป็นองค์ประชุม การวอล์กเอ๊าท์ หรือการไม่ร่วมสังฆกรรมซึ่งแนวทางนี้ถือเป็นแนวทางสุดท้ายที่เรามีอยู่

'บิ๊กตู่' อยู่ยาว 'สุพจน์' ออกโรงแจงย้ำบันทึกการประชุม กรธ.เป็นแค่ข้อหารือไม่ใช่มติทางการ บอกต้องดูหลายมาตรา ยกความเห็น 'ชูชาติ ศรีแสง' ที่ให้อยู่ยาวถึงปี 2570 เขียนชัดดี

10 ส.ค. 2565 นายสุพจน์ ไข่มุกด์ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และอดีตรองประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 (กรธ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธาน ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องปมปัญหาข้อกฎหมายเรื่องการตีความการนับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่า เรื่องดังกล่าวไม่อยากแสดงความเห็น เพราะควรเป็นเรื่องที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยดีที่สุด หากพูดไปก็จะต่อความยาวสาวความยืด เพราะตอนนี้ก็วางมือไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรแล้ว

เมื่อถามถึงกรณีมีการเผยแพร่บันทึกการประชุมของ กรธ.ที่มีการแสดงความเห็นของนายสุพจน์ระบุตอนหนึ่งในช่วงการยกร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 154 เรื่องการนับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่บอกไว้ว่า การนับดังกล่าวให้นับรวมถึงการเป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันด้วย นายสุพจน์กล่าวทันทีว่า บันทึกการประชุมดังกล่าวเป็นเอกสารเปิดเผยไม่ใช่บันทึกลับอะไร มีการเก็บไว้ในสถานที่ต่าง ๆ เช่นห้องสมุดรัฐสภา ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ความเห็นดังกล่าวของตนก็เป็นแค่การพูดคุยปรึกษาหารือแบบไม่เป็นทางการของ กรธ.ตอนนั้น และในความเป็นจริงมีการพูดกันหลายคน แต่มีคนไปจับประเด็นที่บางกลุ่มต้องการ มีการไปดึงโค้ดคำพูดที่เขาต้องการให้มาประเด็นในตอนนี้เท่านั้นเอง ขอย้ำว่าบันทึกดังกล่าวไม่ใช่มติ เป็นการหารือทั่วไปของ กรธ. และไม่ได้คุยกันแค่สองคน ระหว่างตนเองกับประธาน กรธ. แต่คุยประเด็นนี้กันหลายคนในกรธ. 21 คน เป็นลักษณะการคุยกันทั่วไป แต่ที่มีการบันทึกไว้ในรายงานเป็นเอกสารดังกล่าว ก็เพราะตำแหน่งของตนเองเป็นรองประธาน กับประธานเท่านั้นเอง ซึ่งตอนที่คุย ก็มีความเห็นกันหลากหลายและตอนนี้ อะไรก็เปลี่ยนแปลงไปเยอะแล้ว อยากให้เรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดจะดีกว่า

ถามย้ำว่า ความเห็นดังกล่าวมีผลผูกพันจนนำมาเป็นเอกสารประกอบการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ นายสุพจน์ย้ำว่า ไม่ใช่มติ กรธ. เป็นแค่การหารือ เราต้องดูบริบทอื่น ๆ ด้วย ต้องดูหลายวรรค หลายตอนประกอบกัน ตอนที่ กรธ.คุยกันในมาตราอื่นด้วยที่เกี่ยวข้องกัน ไม่ใช่เอาข้อความเดียวแล้วยกมาพูดถึง แต่ต้องดูมาตราอื่นด้วย ต้องดูหลายอย่าง

"คุณต้องไปดูความเห็นที่ท่านชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาที่ออกมาโพสต์เรื่องการตีความการนับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีผู้เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านให้ความเห็นดีมากเลย" นายสุพจน์ระบุ

เมื่อถามว่า ตอนนี้มีการเผยแพร่บันทึกการประชุมดังกล่าว โดยเฉพาะประเด็นที่นายสุพจน์ บอกว่า ให้นับระยะเวลาการเป็นนายกฯ ก่อนรัฐธรรมนูญปี 2560 ประกาศใช้ด้วย นายสุพจน์ตอบว่า ตนเองไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ และ กรธ.ก็มีถึง 21 คน และที่ปรึกษา กรธ.อีกจำนวนมาก ตรงนั้นแค่ความเห็นของตนเอง ไม่ใช่มติอย่างเป็นทางการของ กรธ. มติมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง อันนี้มันเป็นความเห็น คุยกันทั่วไป โดยตอนนั้นไม่ได้มีบริบทอื่นเลย

"ตอนนั้นมันเป็นการคุยกันเรื่องกรอบการยกร่างมาตรา 158 (บุคคลจะเป็นนายกรัฐมนตรีเกิน 8 ปีไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นติดต่อกันหรือไม่) ที่ตอนนั้นกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ยังไม่ได้ไปเขียนบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญเลย แล้วก็ยังไม่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อีก ขอย้ำว่าที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญคุยกันตอนนั้นที่ปรากฏในเอกสาร มันแค่ขั้นตอนแรก ๆ ของการยกร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้นเอง เราก็คุยกันทั่วไป เพราะหลังจากวันนั้น ก็ยังมีการยกร่างรัฐธรรมนูญอีกหลายมาตราหลายขั้นตอน แต่มีบางคนไปจับประเด็น เอาแค่ตรงนั้นที่ผมพูด เพื่อให้กลายเป็นประเด็นขึ้นมาในตอนนี้ ทั้งที่สิ่งที่คุยกัน ไม่ใช่มติของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ การจะตีความเรื่องนี้ ขอบอกว่า จะต้องพิจารณารัฐธรรมนูญหลายมาตรา หลายวรรค หลายตอนในรัฐธรรมนูญมาประกอบกันด้วย ไม่ใช่มาดูกันแค่วรรคเดียวของบางมาตราในรัฐธรรมนูญแล้วนำมาพูดกัน แต่ต้องดูหลายมาตราประกอบ"นายสุพจน์ อดีตรองประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญระบุ

อนึ่ง เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2565 นายชูชาติ ศรีแสง โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับการนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน โดยมีการระบุตอนท้ายว่า การนับอายุการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ให้นับหลังจากเข้ารับตำแหน่งนายกฯ รอบสอง หลังเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม ที่เข้าไปเป็นนายกฯ เมื่อ 9 มิถุนายน 2562 โดยมีข้อความ บางส่วนดังนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top