Sunday, 8 November 2026
POLITICS

‘พปชร.’ รับเรื่อง ‘ไข่ มาลีฮวนน่า’ ชงตั้งสภาศิลปะ-วัฒนธรรม หนุน กม.ดูแลสวัสดิการศิลปิน ชู ซอฟต์พาวเวอร์ เสริม ศก.

(10 มี.ค. 66) ที่พรรคพลังประชารัฐ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมด้วยว่าที่ผู้สมัคร กทม. ประกอบด้วย ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรมสรเดช, นายนิธิ บุญยรัตกลิน, นายกานต์ กิตติอำพน, น.ส.ณิรินทร์ เงินยวง, น.ส.บุณณดา สุปิยพันธุ์ และ น.ส.ชญาภา ปรีภาพาก รับหนังสือจาก กลุ่มสมาพันธ์เครือข่ายคนบันเทิงอาชีพแห่งประเทศไทย นำโดย  นายคฑาวุธ ทองไทย หรือ ‘อ.ไข่ มาลีฮวนน่า’ และสมาชิกเข้ายื่นหนังสือ เพื่อให้พรรคพลังประชารัฐ ผลักดันการจัดตั้งสภาศิลปะ ศิลปิน และวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นนโยบายของพรรค เพื่อทำหน้าที่ดูแลด้านสวัสดิการให้กับกลุ่มศิลปิน และยังเป็นการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ของไทย เพื่อให้เกิดการแข่งขันในเวทีโลก ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดรับกับนโยบายของพรรคในการส่งเสริมอาชีพศิลปิน และนักสร้างสรรค์ ให้สามารถพัฒนาศักยภาพของคนไทยในทักษะทางศิลปะ การออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั้งระบบ เป็นการสร้างเม็ดเงินอีกสาขาอาชีพหนึ่งของไทย

นายคฑาวุธ กล่าวว่า ทั้งนี้ทางสมาพันธ์ฯ มีเป้าหมายให้ภาคการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมในการยกระดับ อุตสาหกรรมทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม เพราะจะมีส่วนสำคัญในการหล่อหลอม สร้างเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้ได้อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข และสามารถนำคุณค่าทางศิลปะ และวัฒนธรรมมาเป็นพลังในการพัฒนานโยบายและพลังแนวรุกในการขับเคลื่อนมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม และการแก้ไขปัญหาทางสังคม

ปัญหาเรื้อรัง ‘จูรี’ กางโฉนด ‘ชาวชายฝั่งระโนด’ ที่ดินหายกว่าครึ่ง วอนนายกฯ แก้ไข ก่อนชาวบ้านต้องย้ายไปอยู่กลางทะเล

‘จูรี’ ชาติพัฒนากล้าสงขลา อัดคลิปกลางทะเล ร้องนายกดูแลชายฝั่งระโนด หลังโดนมรสุมกัดเซาะที่ดินหายลงทะเลทั้งแปลง ปัญหาเรื้อรังนับ 10 ปี ที่ผ่านมาแก้ปัญหาผิดวิธี

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2566 นายจูรี นุ่มแก้ว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 จ.สงขลา พรรคชาติพัฒนากล้า ในฐานะเป็น ชาว อ.ระโนด โดยกำเนิด กล่าวว่า ในวันเสาร์ที่ 11 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการลงพื้นที่เพื่อตรวจราชการ จ.สงขลา รวมถึงตรวจติดตามแนวทางการแก้ปัญหาพื้นที่ประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณ หมู่ที่ 2 ต.นาบอน นั้น อยากให้ท่านดูแลติดตามอย่างจริงจัง เพราะปัญหาดังกล่าวยืดเยื้อเรื้อรังมานาน ในบางจุด มีศาลาและโกฐบรรจุอัฐิของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ถูกกัดเซาะจนพังทลายได้รับความเสียหายอย่างหนัก บ้านบางหลังพังและจมหายลงไปในทะเล

“ปัญหานี้เรื้อรังมานับสิบปี ไม่มีการแก้ไข ชาวบ้านจ่ายภาษีบำรุงท้องที่ทุกปี แต่พอมาดูโฉนดบางพื้นที่หายไปกว่าครึ่งแปลง บางพื้นที่จมหายไปทั้งแปลงก็มี เหลือแต่โฉนดที่เป็นกระดาษ ปีที่แล้วต่อเนื่องถึงปีนี้หนักมาก และหนักขึ้นทุกปี ขอให้ผู้ที่รับผิดชอบ ตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กรมเจ้าท่า ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาช่วยดูแล จัดหาที่อยู่ใหม่ และซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โดยด่วนก่อนที่ชาวบ้านจะต้องย้ายที่อยู่ลงไปในทะเล” นายจูรี กล่าว 

สำหรับปัญหาดังกล่าว ชาวบ้านเชื่อว่าเกิดจากการสร้างกำแพงกันคลื่นของกรมเจ้าท่า ซึ่งเป็นปัญหามานับสิบปี และไม่ได้รับการดูแลแก้ไขจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด 

ล้างคอรอดู!! ‘ตรีชฎา’ โว!! นโยบาย พท. ทำคนลืมบัตรคนจนได้แน่ สวน ‘ทิพานัน’ อย่าดิสเครดิต พท.ล้มบัตรสวัสดิการ

(10 มี.ค.66) น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีที่ น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ และสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้ข่าวพาดถึงพรรคพท.ทำนองว่าคนเป็นผู้นำไม่ใช่แค่หาเงินเป็นอย่างเดียว แต่ต้องรักษาเงินเป็นและต้องไม่โกงว่า หาก น.ส.ทิพานันทำหน้าที่ทีมโฆษกรัฐบาลได้ดี ไม่บกพร่อง เหมือนกับโฆษกคนอื่นๆ แถลงข่าวที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน คงจะดีและคุ้มค่ากับภาษีของพี่น้องประชาชนมากกว่านี้ แต่ประโยคที่ น.ส.ทิพานัน พยายามจะสื่อเพื่อเอาใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะกลายเป็นภาพที่จำติดตาว่า การทำหน้าที่รองโฆษกรัฐบาลครั้งสุดท้าย ผลงานที่เห็นเป็นประจักษ์ คือการสรรเสริญเยินยอ พล.อ.ประยุทธ์เท่านั้นใช่หรือไม่

น.ส.ตรีชฎา กล่าวต่อว่า น.ส.ทิพานันอย่าพยายามกล่าวหาผู้อื่นว่าโกง เพราะการโกงที่แย่ที่สุด คือการโกงอำนาจจากประชาชนใช่หรือไม่ การที่พล.อ.ประยุทธ์ทำรัฐประหาร น.ส.ทิพานันคิดว่าเป็นการปล้นอำนาจหรือไม่ การรัฐประหารมีความผิดฐานกบฎ มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต หากไม่มีความผิดจะเขียนนิรโทษกรรมทำไม การรัฐประหารคือต้นเหตุของความขัดแย้งในหลายปีที่ผ่านมา น.ส.ทิพานันยังพาดพิงไปถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่าว้าเหว่ โดดเดี่ยว ขาดความอบอุ่น การกล่าวเช่นนี้นึกถึงสำนวนไทย สำเนียงส่อภาษากิริยาส่อสกุล หากเป็นคนว้าเหว่โดดเดี่ยวจริง เหตุใดยังมีประชาชนรักและคิดถึงจนถึงทุกวันนี้ ขณะที่คนที่อยู่ในประเทศมา 8 ปี จนสื่อตั้งฉายา 8 ปีที่แปดเปื้อน คนกลับเอือมระอา น.ส. ทิพานันไม่ต้องห่วงนายทักษิณ ไปห่วง พล.อ.ประยุทธ์เมื่อพ้นตำแหน่งดีกว่า เกรงว่าจะเดินบนถนนเหมือนปกติชนได้หรือไม่ 

จะเริ่มได้ยัง!! ‘โรม’ บี้ถาม ‘ผบ.ตร.ปราบยา’ เมื่อไรแจ้งข้อหา ‘ส.ว.อุปกิต’ ลั่น!! ไม่อยากเห็นคนผิดลอยนวล ฝาก ‘ผบ.ตร.’ ดูความคืบหน้า

‘โรม’ ถามดัง ๆ ผบ.ตำรวจปราบยา หายหน้าไปไหน เมื่อไรจะนำตัว ‘ส.ว.ทรงเอ’ มาแจ้งข้อหา ฝาก ผบ.ตร. ติดตามการทำงานผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย

(10 มี.ค. 66) รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัว อุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา มาดำเนินคดีกรณีมีข้อครหาเกี่ยวข้องพัวพันกับการฟอกเงินขบวนการค้ายาเสพติดของ ‘ทุนมินลัต’ ว่า หลังจากตนยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 เพื่อแจ้งเบาะแสสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผ่านมาแล้ว 10 วัน ยังไม่เห็นความคืบหน้าอะไรทั้งนั้น ง่ายที่สุดคือการเอาตัว ส.ว.อุปกิต มาแจ้งข้อหาเพื่อที่จะฟ้องคดีต่อไป ซึ่งตั้งแต่ 1 มีนาคมเป็นต้นมา หมดสมัยประชุมรัฐสภาแล้ว ส.ว. ไม่มีความคุ้มกันใด ๆ ที่จะไม่ถูกหมายเรียกหรือหมายจับได้อีก

รังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องย้อนไปตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2565 ในตอนนั้นตำรวจสืบนครบาล (บก.สส. บช.น.) ที่จับทุนมินลัตและขยายผลมาถึง ส.ว.อุปกิต ได้เคยขอหมายจับต่อศาลแล้ว ซึ่งศาลอนุมัติหมายจับให้ แต่กลับมาถอนการอนุมัติในบ่ายวันเดียวกัน แล้วให้ตำรวจไปออกหมายเรียกก่อน อ้างว่าเพราะเป็นบุคคลสำคัญ ทั้งนี้ การออกหมายเรียกนั้น ตำรวจทำเองได้ แต่ในกรณีนี้ หน่วยงานที่มีอำนาจออกหมายเรียกนั้นไม่ใช่ตำรวจสืบนครบาล แต่เป็นอำนาจของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ซึ่งในช่วงเดือนตุลาคม 2565 เป็นช่วงที่ปิดสมัยประชุมสภาอยู่ ถ้า บช.ปส. มีการออกหมายเรียก ส.ว.อุปกิต มารับทราบข้อกล่าวหาให้ทันก่อนสภาเปิด ก็อาจยังเดินหน้าคดีต่อไปได้ หรือถ้าออกหมายเรียกแล้วไม่มาใน 15 วัน ก็ยังไปขอหมายจับกับศาลอีกรอบได้ แต่การขอหมายเรียกจาก บช.ปส. ก็ไม่เคยเกิดขึ้น ทั้งในช่วงนั้นและดูเหมือนในช่วงนี้ด้วย ในขณะที่คดีทุนมินลัตอยู่ในชั้นศาล แต่ ส.ว.อุปกิต กลับยังไม่ถูกแจ้งข้อหาเสียที ทำให้เดินหน้าคดีต่อไม่ได้ 
 

คิดให้ดีก่อนพูด!! ‘พล.ท.นันทเดช’ ท้า!! ‘อุ๊งอิ๊ง’ เปิดชื่อผู้ต้องหา ‘ม.112’ ลั่น!! เป็นนักการเมือง อย่าพูดให้ตนเองเดือดร้อน

ท้า‘อุ๊งอิ๊ง’ เปิดชื่อผู้ต้องหา‘ม.112’โดนกลั่นแกล้ง สอนมวย ‘คิดก่อนพูด’

(10 มี.ค.66) พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) แชร์โพสต์ของ ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยสถาบันวิจัย MAST Center และคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ตำหนิ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พูดส่งเดชเกี่ยวกับมาตรา 112

‘ไข่ มาลีฮวนน่า’ ยื่นหนังสือถึง ‘ภูมิใจไทย’ ชงตั้ง ‘สภาศิลปะ ศิลปิน และวัฒนธรรมแห่งชาติ’

(9 มี.ค. 66) นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย ได้รับหนังสือจากนายคฑาวุธ ทองไทย (อ.ไข่ มาลีฮวนน่า) ประธานสมาพันธ์เครือข่ายคนบันเทิงอาชีพแห่งประเทศไทย ซึ่งสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติสภาศิลปะ ศิลปิน และวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อผลักดันการตั้ง ‘สภาศิลปะ ศิลปิน และวัฒนธรรมแห่งชาติ’ เป็นนโยบายพรรค

นายคฑาวุธ กล่าวว่า ทางสมาพันธ์เครือข่ายคนบันเทิงอาชีพแห่งประเทศไทย ได้ก่อเกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตโรคโควิด-19 ที่ระบาดทั่วทั้งประเทศไทย และหลายประเทศทั่วโลก สร้างผลกระทบในหลายด้าน อาทิ การดำรงชีวิตการประกอบอาชีพด้านเศรษฐกิจ ทางสมาพันธ์ฯ ได้มีการจัดการประชุมระดมความคิดเห็นในการเสนอแนวทาง เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาวของอาชีพที่เกี่ยวข้องทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม และเกิดความร่วมมือเป็นพลังในการพลิกฟื้นประเทศร่วมกัน

‘ตัวแทนผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า’ ยื่นหนังสือร้องถึง พปชร. เร่งแก้กฎหมาย - ให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชน

(9 มี.ค. 66) ที่พรรคพลังประชารัฐ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ทีมโฆษกพรรคพลังประชารัฐ รับเรื่องร้องเรียนจากตัวแทนผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า พร้อมนายศิระ อวยศิลป์ หัวหน้าพรรคไทยเป็นหนึ่ง ยื่นหนังสือต่อ เพื่อให้ทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชนผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า ถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม

นายรัฐภูมิ ระบุว่า พรรคไทยเป็นหนึ่ง ได้ส่งเรื่องให้กับพรรคพลังประชารัฐ ช่วยผลักดันการจำหน่าย และใช้บุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมาย เพราะมีประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก เมื่อใช้แล้วก็ถูกจับ อีกทั้งข้อกฎหมายบางข้อไม่เอื้อประโยชน์ต่อประชาชน

นายศิระ กล่าวว่า เรากำหนดนโยบายเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกต้องตามกฏหมายตั้งแต่เริ่มตั้งพรรค และนโยบายของเราได้รับสนับสนุนจากกลุ่มผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า เห็นว่านายชัยวุฒิ จะเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ ตนมีนโยบายคล้ายกัน จึงอยากจะร่วมผลักดันให้เรื่องนี้ถูกต้องตามกฏหมาย หากบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย จะมีการตรวจสอบคุณภาพสินค้า ทำให้ไม่เกิดผลเสียหรือผลกระทบ พรรคพลังประชารัฐและพรรคไทยเป็นหนึ่ง มีจุดยืนร่วมกัน เป็นโอกาสดีที่จะให้ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ามาพบกันแล้วคุยกับข้อเรียกร้องต่าง ๆ

‘เด็กก้าวไกล’ เผย กมธ. เห็นพ้องร่างแก้ไข พ.ร.ก.ประมงฯ หวังรัฐสภาชุดใหม่สานต่อ มอบความเป็นธรรมให้ชาวประมง

(9 มี.ค. 66) ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ สัดส่วนพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ได้ยื่นร่างที่พิจารณาในชั้นกรรมาธิการแล้วเสร็จ ส่งต่อให้ประธานรัฐสภาดำเนินการต่อไป ว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่การพิจารณาแก้ไขกฎหมายประมงแล้วเสร็จในชั้นกรรมาธิการ เกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งพรรคการเมือง สมาคมด้านการประมง กรรมาธิการ และที่ปรึกษาทุกคน ทำให้เราสามารถใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด ผลักดันเรื่องนี้จนลุล่วง แม้ว่าหลายๆ เรื่องจะมีข้อคิดเห็นแตกต่างกันในที่ประชุม แต่ก็มีการถกเถียงพูดคุยและสงวนความเห็นกันไป อะไรที่เป็นจุดร่วมก็ร่วมพิจารณากัน

“แม้ว่าด้วยเงื่อนเวลาที่ปิดสมัยประชุมสภาฯ ไปแล้ว จึงไม่สามารถให้รัฐสภาเห็นชอบจนออกเป็นกฎหมายได้ แต่การที่ร่างแก้ไขในชั้นกรรมาธิการสำเร็จได้ ก็อาจจะกลายเป็นร่างฉบับที่ 8 ที่จะให้รัฐบาลและรัฐสภาชุดหน้า หยิบไปพิจารณาต่อได้เลย แม้ยังมีหลายเรื่องที่จำเป็นต้องเปิดพื้นที่ให้เวลาได้พิจารณาแลกเปลี่ยนกันในรายละเอียดตามที่มีกรรมาธิการสงวนความเห็น” ณัฐพงษ์กล่าว

ค้ามนุษย์หมดไป!! ‘บิ๊กป้อม’ สั่งยกระดับกวาดล้าง ‘ค้ามนุษย์’ ทุกรูปแบบ ขยายครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมตั้งเป้าดันไทยขึ้นเทียร์ 1

( 9 มี.ค. 66 ) ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์(ปคม.) และคณะกรรมการประสานและกำกับการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์(ปกค.) 

โดยที่ประชุมเห็นชอบ ร่างรายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงาน ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทย (Progress Report) และกรอบเวลาการจัดทำรายงานฯ เพื่อจัดส่งให้สหรัฐฯเพิ่มเติม เพื่อใช้ประเมินและจัดอันดับในทิปรีพอร์ต ในปีถัดไป และเห็นชอบการติดตาม ผลการขับเคลื่อนการดำเนินงาน NRM ในจังหวัดนำร่อง ซึ่งคณะทำงานฯ ได้กำหนดไว้ 10 จังหวัด ได้แก่กาญจนบุรี,สระแก้ว,ตราด,สงขลา,สตูล,เชียงราย,ระนอง,ขอนแก่น,หนองคาย และอุบลราชธานี โดยมีการติดตามการดำเนินงาน ในช่วงเดือนพ.ย.65 - มี.ค.66 โดยพล.อ.ประวิตร มอบให้กระทรวงมหาดไทย พิจารณางบประมาณของจังหวัดดำเนินการฯ และให้สำนักงบฯ จัดสรรงบประมาณเพื่อการขับเคลื่อนฯ ให้เป็นรูปธรรม และยั่งยืน โดยมีเป้าหมายให้ครอบคลุมทุกจังหวัด เพื่อให้ประเทศไทยปลอดจากการค้ามนุษย์โดยเร็วที่สุด และมีโอกาสยกระดับขึ้นเป็นเทียร์ 1 ได้ ในปีถัดไป

ทั้งนี้ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการจัดตั้งศูนย์คัดแยกผู้เสียหาย(ดอนเมือง) เพื่อเตรียมรองรับการดำเนินงานตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM)ของทุกหน่วยงานต่อไป และรับทราบรายงานการพัฒนาระบบฐานข้อมูลของประเทศไทย ด้านการดำเนินคดี และการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (E-AHT) รวมทั้ง รับทราบการจัดทำแผนขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวปลอดภัยและเป็นมิตรกับเด็ก(Child Safe Friendly Tourism Project) และการจัดทำแผนปฏิบัติการ ด้านการป้องกันและแก้ไขการค้ามนุษย์ ปี 66-70 ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบจาก พม.แล้ว ขณะนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนการกลั่นกรองของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก่อนเสนอ ครม. ต่อไป

เชื่อมความสัมพันธ์ รมว.ชัยวุฒิ หารือ ทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย  เดินหน้าความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล

(9 มี.ค.66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้การต้อนรับ นายรอเบิร์ต เอฟ. โกเด็ก (H.E. Mr. Robert F. Godec) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการ โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นด้านความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา ทั้งด้านสังคม และเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน

ตอกกลับเจ็บแสบ!! ‘นิติพล’ โต้ ‘วราวุธ’ หลังโดนแขวะนโยบายฝุ่นจับต้องไม่ได้ สวน!! อยู่ในตำแหน่งมา 4 ปี ปัญหา PM 2.5 ก็ยังเหมือนเดิม

(9 มี.ค. 66) นายนิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมาตอบโต้ความเห็นเกี่ยวกับการแก้ปัญหา PM 2.5 ว่า แนวทางของตนเป็นแค่นโยบายฝุ่นจับต้องไม่ได้ เพราะต้องแบ่งการแก้ปัญหาระยะออกเป็นระยะสั้น กลาง ยาว และดำเนินการอยู่นั้น ตนคงต้องบอกว่า แม้แต่นโยบายระยะสั้น ท่านอยู่ในตำแหน่งมา 4 ปีแล้วก็ยังไม่เห็น เห็นมีแต่นโยบายระยะเกรงใจนายทุนมาตลอด หากเทียบกับเด็กเพิ่งเกิดตอนท่านเข้ามารับตำแหน่ง ตอนนี้เขาอายุ 4 ขวบ ท่านควรไปขอโทษเด็กดีกว่า ที่ต้องเกิดมาสูดควันพิษแบบนี้ทุกปี

ค่าป่วยการ อสม.เดือนละ 2,000 ได้ผล กลบกระแส กัญชาเสรี ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

นายนัจมุดดิน อูมา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และผู้รับผิดชอบพื้นที่การเลือกตั้ง จ.นราธิวาส เปิดเผยว่า หลังจากที่ ครม.มีมติเห็นชอบเรื่องค่าตอบแทน หรือค่าป่วยการของ อสม.ทั่วประเทศ จากเดือนละ 1,000  เป็น 2,000 บาทต่อเดือน ส่งผลให้ คะแนนนิยม ของพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ถึงกับ กลบกระแส การโจมตีของพรรคคู่แข่ง ที่บิดเบือนนำเอาเรื่อง 'กัญชาเสรี' มา โจมตีผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ โดย พูดความจริง เรื่องของ กัญชาเสรี เพียงครึ่งเดียว การเสนอให้ ครม.เห็นชอบในเรื่องเพิ่มค่าป่วยการของ อสม. พรรคภูมิใจไทยได้มีการพูดมาก่อนหน้านี้แล้ว เพราะเห็นความสำคัญของ อสม. ที่เสียสละในการทำหน้าที่ ติดตาม ดูแล เยี่ยม ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยเรื้อรัง และเรื่อง สุขภาพ ของคนในหมู่บ้าน ตำบล ซึ่งค่าตอบแทนเดือนละ 1,000 ที่ได้รับเป็นเงินเพียงน้อยนิด การที่สันติภาพชายแดนใต้ ครม.ได้อนุมัติการขึ้นค่าตอบแทนของ อสม. ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า 'พรรคภูมิใจไทย' พูดแล้วทำ และทำได้จริงทุก นโยบาย ที่ภูมิใจไทยนำเสนอ

นอกจากนี้ภูมิใจไทย ยังมีนโยบายในการต้องการเห็นการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ กินเวลายาวนานถึง 20 ปี ด้วยการนำเสนอนโยบายด้วยการ”สนับสนุนกระบวนการ ทั้งการลดความรุนแรงในพื้นที่ การเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ และการพูดคุยสันติสุข ระหว่างขบวนการแบ่งแยกดินแดน กับตัวแทนของรัฐบาล ที่มีผู้แทนของรัฐบาลมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก

เจอกันสักตั้ง 'ปานเทพ' ท้า 'ชูวิทย์' ดีเบตเรื่องกัญชา ชี้!! พูดอยู่ฝ่ายเดียว ทำข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อน

เมื่อวานนี้ (8 มี.ค.66) นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะโฆษกคณะกรรมการสื่อสารและประชาสัมพันธ์การใช้กัญชาอย่างเข้าใจ กระทรวงสาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊ก ‘ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์’ ท้าชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ดีเบตเรื่องกัญชา โดยระบุว่า ‘ปานเทพ’ เชิญ ‘ชูวิทย์’ ดีเบตเรื่อง ‘กัญชา’ เพื่อประโยชน์สาธารณะ

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์
เรื่องกัญชาเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงกันทั่วโลก แต่แนวโน้มในประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งในสหรัฐอเมริกา แคนนาดา ยุโรป ออสเตรเลีย ฯลฯ ได้ผ่อนคลายมาตรการในเรื่องกัญชาตั้งแต่ทางการแพทย์และนันทนาการมากขึ้นเรื่อย ๆ

คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ คัดค้านกัญชาเสรี จึงจะรณรงค์ให้ไม่เลือกพรรคภูมิใจไทย โดยที่อ้างว่าห่วงเด็กเยาวชน แต่คุณชูวิทย์กลับมีร้านขาย ‘ช่อดอกกัญชา’ เพื่อนันทนาการอยู่ในโรงแรมของตัวเอง ทั้งของลูกชาย และเปิดให้เช่าเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

ส่วนผม ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ไม่มีร้านกัญชา ไม่มีผลิตภัณฑ์กัญชาของตัวเอง และไม่ได้ปลูกกัญชาแม้แต่ต้นเดียว มีแต่การวิจัย และรณรงค์ให้ประชาชนซึ่งส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงกัญชาทางการแพทย์ (เพราะแพทย์ส่วนใหญ่ไม่จ่ายกัญชา) สามารถมีกัญชาเพื่อการพึ่งพาตัวเองได้ แต่ให้มีกฎหมายควบคุมในระดับเหล้าและบุหรี่ (รวมถึงการควบคุมเรื่องเด็กและเยาวชน) และไม่ต้องกลับไปเป็นยาเสพติดอีก

ผมเดินต่อสู้เรื่องกัญชา ตั้งแต่ปี 2561 ในเรื่องการเรียกร้องให้ยกเลิกสิทธิบัตรกัญชาต่างชาติที่มาจดทะเบียนในประเทศไทย แต่คนไทยกลับห้ามใช้เพราะอ้างว่าเป็นยาเสพติด จนกฎหมายเริ่มคลายล็อกเรื่องกัญชามาเป็นลำดับ

ผมได้มีส่วนเรียกร้องในเรื่องน้ำมันกัญชาให้กับแพทย์พื้นบ้าน ทวงคืนตำรับยาไทยที่เข้ากัญชาซึ่งห้ามใช้มาหลายสิบปี จนกระทั่งได้ต่อสู้ด้วยหลักฐานงานวิจัยในเวทีต่างๆ และมีส่วนที่ทำให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ซึ่งมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน) มีมติให้ต้นกัญชาไม่เป็นยาเสพติดอีก ยกเว้นสารสกัดกัญชาที่มีสาร THC เกินกว่าร้อยละ 0.2 ของน้ำหนัก

ผมได้ถูกเชิญไปเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ของสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ ได้มีโอกาสแลกทัศนะความเห็นแตกต่าง จนคณะกรรมาธิการฯเสียงข้างมาก (จากแทบทุกพรรคการเมือง) มีทิศทางในการควบคุมช่อดอกกัญชาในระดับที่เข้มกว่าเหล้าและบุหรี่แต่ไม่ถึงขั้นเป็นยาเสพติด 

เนื่องด้วยกัญชาเสพติดยากกว่าและมีประโยชน์กว่าเหล้าและบุหรี่อย่างมหาศาล และข้อสำคัญที่สุดประชาชนส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงกัญชาทางการแพทย์ด้วยเพราะอคติ ข้อบ่งใช้ที่คับแคบ ความยุ่งยากในการจ่ายยา และผลประโยชน์ทับซ้อนของแพทย์ ฯลฯ

ผมได้ทำความเข้าใจและชี้แจงถกเถียงเรื่องกัญชาตามวาระอันสมควรในสภาผู้แทนราษฎร จนสภาผู้แทนราษฎรเสียงข้างมากเห็นด้วยกับร่างกฎหมายของคณะกรรมาธิการฯ ​เสียงข้างมากทุกมาตรามาเป็นลำดับ แต่ที่น่าเสียดายคือการพิจารณากฎหมายฉบับดังกล่าวนี้ไม่แล้วเสร็จในสภาผู้แทนราษฎรสมัยนี้

ผมได้เห็นนักการเมืองที่พยายามผลักดันให้มีกฎหมายกัญชา กัญชง ในการใช้ประโยชน์และควบคุมอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเห็นด้วย แก้ไข หรือไม่เห็นด้วย พวกผมที่อยู่ในคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากก็จะยอมรับเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร เพราะเป็นกลไกตามครรลองของฝ่ายนิติบัญญัติ 

ดังนั้นผมขอขอบคุณพรรคการเมืองที่ให้ความสำคัญในการเป็นองค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ พรรคภูมิใจไทย, พรรคก้าวไกล, พรรคพลังท้องถิ่นไทย, พรรคชาติพัฒนากล้า, พรรคพลังธรรมใหม่, พรรคครูไทยเพื่อประชาชน

เพราะถ้าเสียงข้างมากไม่เห็นด้วยก็ต้องลงมติให้แก้ไข เพื่อให้มีกฎหมายออกมาเพื่อใช้ประโยชน์และควบคุมอย่างเป็นระบบ แต่นักการเมืองจำนวนไม่น้อยของพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่ผมไม่ได้กล่าวถึงข้างต้น กลับใช้วิธีเตะถ่วงกฎหมาย และไม่เข้าเป็นองค์ประชุมทำให้สภาล่มครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อไม่ให้มีกฎหมายใช้ประโยชน์และควบคุมกัญชาอย่างเป็นระบบ

อย่างไรก็ตามในขณะที่กฎหมายล่าช้าถูกเตะถ่วง จนสภาผู้แทนราษฎรกำลังจะหมดวาระลงในอีกไม่นานนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 ประกาศให้ช่อดอกกัญชา เป็นสมุนไพรควบคุม 

ซึ่งผู้ที่จะขาย ให้ หรือแปรรูป ช่อดอกกัญชา จะต้องได้รับใบอนุญาตทุกราย และได้นำการควบคุมที่อยู่ในร่างกฎหมายกัญชา กัญชงของคณะกรรมาธิการฯ มาประยุกต์ทั้งหมดในเงื่อนไขของผู้ได้รับอนุญาต ซึ่งรวมถึง การห้ามขายและให้เด็ก เยาวชน สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร, ห้ามขายในศาสนสถาน ห้ามขายออนไลน์ ห้ามขายผ่านเครื่องขาย ห้ามโฆษณา ห้ามสูบในสถานที่ได้รับใบอนุญาตยกเว้นโดยผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (ในสถานพยาบาลตามกฎหมาย) ฯลฯ

เยือนแปดริ้ว!! ‘บิ๊กตู่’ เตรียมลงพื้นที่ฉะเชิงเทรา สักการะหลวงพ่อโสธรฯ พร้อมร่วมพิธีเปิดสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ 10 มี.ค.นี้ 

(9 มี.ค. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เตรียมลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา ในวันศุกร์ที่ 10 มีนาคม 2566 เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 โดยมี พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมคณะตรวจราชการ ซึ่งมีกำหนดการ ดังนี้

เวลาประมาณ 14.30 น. นายกรัฐมนตรีและคณะ ออกเดินทางจากสนามเฮลิคอปเตอร์ กรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ ไปยังจุดจอด ฮ. ช.พัน.2 รอ. ค่ายศรีโสธร ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา โดยเฮลิคอปเตอร์ แล้วเดินทางไปยังวัดโสธรวารารามวรวิหาร เพื่อสักการะหลวงพ่อพระพุทธโสธร และกราบนมัสการพระราชภาวนาพิธาน เจ้าอาวาสวัดโสธรวารารามวรวิหาร

วิชามาร!! ‘ดร.จักษ์’ โอด!! การเมืองเถื่อน หลังโดนทำลายป้ายหาเสียง ลั่น!! “ไม่ชอบแค่ไม่ลงเสียง อย่าถึงขั้นลงมือทำผิดกฎหมาย”

(9 มี.ค.66) ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ภาพป้ายหาเสียงถูกทำลาย พร้อมระบุข้อความบนเฟซบุ๊กว่า ผลงานของใครไม่อาจทราบได้และก็ไม่มีความจำเป็นใดที่จะต้องทราบ “..ป้ายหาเสียงที่ติดเรียงกันอยู่หลายคน หลายพรรค ทุกป้ายปลอดภัยดี มีแต่ป้ายของอาจารย์จักษ์ถูกทำลาย ในสนามการเมือง ณ วันนี้ ยังคงไม่แตกต่างไปจากเดิมวิธีการเดิม ๆ รูปแบบเดิม ๆ..”

"..ไม่เป็นไรครับ ยิ่งทำแบบนี้ ยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่า ผมจะต้องเข้าไปทำการเมืองให้ดีขึ้นให้ได้เข้าไปทำให้การเมืองสะอาด และสร้างสรรค์ยิ่งขึ้น ขอบคุณสำหรับพฤติกรรมที่ทำให้ผมเกิดความมุ่งมั่นยิ่งขึ้น เพื่อทำให้บ้านเมืองดีกว่าเดิม.."


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top