Saturday, 20 June 2026
POLITICS NEWS

สศช. ดันดันระเบียงเศรษฐกิจใหม่ 4 ภาค คาดดึงเงินลงทุนสะพัด 3 แสนล้าน

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า สศช. ได้มีการศึกษาแนวทางการพัฒนาเชิงพื้นที่ภายใต้โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทและขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ โดยผลักดันการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาคทั่วประเทศ ซึ่งจะดูศักยภาพและโอกาสของพื้นที่ การวางยุทธศาสตร์การพัฒนา และการออกแบบฉากทัศน์เศรษฐกิจเชิงพื้นที่ของจังหวัดในระเบียงเศรษฐกิจ ตามจุดเด่นของแต่ละภาค 

สำหรับผลักดันการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาคทั่วประเทศ ซึ่งจะดำเนินการในช่วงปี 2565 - 2575 คาดว่าจะช่วยให้เกิดการลงทุนในพื้นที่รวมประมาณ 3.1 แสนล้านบาท โดยหากทำสำเร็จคาดว่าจะส่งผลให้ GDP ของประเทศเฉลี่ยเพิ่มขึ้นกว่า 5.8% ต่อปี โดยจะเป็นพื้นที่รองรับการลงทุนใหม่ โดยการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ทั้งหมดจะเสร็จสิ้นในเดือนพฤษภาคม 2565 นี้ คาดว่าในช่วงเวลา 1-2 ปีจากนี้จะเริ่มมีเอกชนเข้าไปลงทุนในพื้นที่

‘ทิพานัน’ ยกคังคุไบ สวน ‘ทักษิณ’ เรื่องความซื่อสัตย์ ชี้ แค่ความซื่อตรงยังไม่มี อย่าริสอนจริยธรรมคนอื่น

‘ทิพานัน’ ยก ‘คังคุไบ’ ตอกกลับ ‘ทักษิณ’ เรื่องความซื่อสัตย์ จากโสเภณีกลายเป็นนายกกามธิปุระ ส่วน ‘นายกฯ ทักษิน’ กลายเป็น นักโทษหนีอยู่คดีอยู่ดูไบ’ เพราะโกง แนะถอดบทเรียนด่วน กระซิบรีบกลับไทยมารับโทษ ก่อนสอนจริยธรรมคนอื่น

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี  อดีตผู้สมัครส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรียกข้อคิดจากภาพยนตร์อินเดีย ‘คังคุไบ’ สอนการเป็นผู้นำต้องเห็นใจ และเคารพคนอื่นว่า ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวนอกจากจะให้ความบันเทิง ยังให้ข้อคิดในหลากหลายมุมมาก หนึ่งในข้อคิดที่อยากจะชวนท่านอดีตนายกรัฐมนตรีได้ขบคิดไปพร้อมๆกันก็คือ  Be Honest ความซื่อสัตย์และจริงใจจะทำให้คุณเป็นคนที่ดีกว่าเดิม  ในประโยคที่คังคุไบพูดในภาพยนตร์ว่า ‘..คนจะคิดว่าเราไม่ซื่อสัตย์ก็ไม่เป็นไร แต่จงทำงานสกปรกด้วยความซื่อสัตย์ด้วยความจริงใจอย่างที่สุด…’ ซึ่งถ้าเปรียบประโยคนี้ กับสุภาษิตของไทย ใกล้เคียงกับสุภาษิตที่ว่า ‘ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน’ แล้วทำไมคังคุไบถึงพูดเช่นนี้ ถึงแม้ว่าใครจะไม่เห็นว่าเธอซื่อตรงกับตัวเองและเต็มที่กับงานแค่ไหน ถึงแม้ว่างานของเธอจะไม่ถูกยอมรับในสังคมแค่ไหน  แต่คนที่จะเห็นและรับรู้ได้ก็คือตัวเธอของคังคุไบเอง และเธอคนที่จะเห็นจุดอ่อน-จุดแข็ง เปลี่ยนความกลัวและข้อบกพร่องทั้งหมดจนพัฒนาให้เป็นความกล้าและพลังเพื่อให้เป็นเธอในเวอร์ชันที่ดีขึ้นๆ ได้ จนเปลี่ยนจาก ‘โสเภณี’ กลายเป็น ‘นายกของกามธิปุระ’ ได้ในที่สุด
 

‘ไอติม’ แนะ ‘ประยุทธ์’ ดูกรุงเทพฯ เป็นตัวอย่าง ผู้บริหารสูงสุดทุกจังหวัด ควรมาจากการเลือกตั้ง

‘ไอติม’ แนะ ‘ประยุทธ์’ ต่อยอดจากเลือกตั้งผู้ว่า กทม. โดยการขานรับข้อเสนอการกระจายอำนาจของคณะก้าวหน้า เพื่อให้ผู้บริหารสูงสุดของทุกจังหวัดมาจากการเลือกตั้ง 

พริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบายของพรรคก้าวไกล กล่าวถึง คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่แสดงความเห็นว่า ผลการเลือกตั้งใน กทม. ไม่สะท้อนกระแสนิยมของรัฐบาล เพราะเป็นเพียงการเลือกตั้งในจังหวัดเดียว ว่าเป็นคำพูดที่ชวนให้ตั้งคำถามต่อ ว่าทำไม กทม. จึงเป็นเพียงจังหวัดเดียว ที่มีผู้บริหารสูงสุดที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนในพื้นที่

เพราะแม้จังหวัดอื่นทั่วประเทศ มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่สังกัดราชการส่วนท้องถิ่น แต่อำนาจส่วนใหญ่ในการบริหารจัดการจังหวัด กลับตกอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มาจากการแต่งตั้งโดยราชการส่วนกลาง ในขณะที่ส่วนท้องถิ่นยังต้องเจอกับข้อจำกัดเกี่ยวกับงบประมาณ ซึ่งทำให้ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้คนในแต่ละจังหวัดได้เท่าที่ควร

นอกจาก กทม. จะผูกขาดอำนาจ มูลค่าทางเศรษฐกิจ และบริการสาธารณะที่มีคุณภาพไว้แล้ว ความแตกต่างในเชิงโครงสร้างการบริหารจังหวัด ยังเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่าง กทม. และ จังหวัดอื่นๆ ที่เรื้อรังมายาวนาน

‘หริรักษ์’ ไขคำตอบ ทำไมโพล Top News ตีสวน หลังทุกโพลยก ‘ชัชชาติ’ นำโด่งนั่งตำแหน่งผู้ว่าฯ

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีโพลที่มีผลลัพธ์แตกต่างกัน โดยเฉพาะจาก Top News ว่า…

ที่เห็นในภาพเป็นการโพสต์ของ เพจๆ หนึ่งใน face book ที่จงใจทำให้ผู้ที่เห็นเชื่อว่า Top News เป็นสื่อที่ใช้ไม่ได้ เชื่อถือไม่ได้ โดยเอาผลโพลของสำนักต่างๆมาแสดงเทียบกับผลสำรวจของ Top News ทั้งที่รู้ว่ามันเทียบกันไม่ได้เพราะ Top News เขาให้ผู้ชมของเขาโหวตเข้ามา 

ผลที่ออกมาจึงไม่ได้มากจากกลุ่มตัวอย่างที่สุ่มโดยใช้หลักสถิติ เรียกว่า Random Sampling เพื่อให้กลุ่มตัวอย่างเป็นตัวแทนของประชากรผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด แต่ของ Top News ไม่ได้เป็นกลุ่มตัวอย่างอะไรใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเพียงกลุ่มที่กำลังดูรายการข่าวอยู่เท่านั้น ผลจึงออกมาอย่างนั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด

‘เพื่อไทย’ โว!! ผลคะแนนกทม.เชื่อมต่อสนามใหญ่ ชี้!! ปัญหาปากท้องไม่สิ้นสุด เร่งประชาชนไม่ทน

พรรคเพื่อไทย ขอบคุณพี่น้องประชาชน ไว้วางใจเลือก ‘ส.ก.เพื่อไทย’ มารับใช้คนกรุงเทพฯ มุ่งหน้าผลักดันนโยบายให้เป็นจริง คืนความมั่งคั่งและชีวิตที่ดีกว่าให้คนกรุงเทพฯ ชี้ผลเลือกตั้งสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของพี่น้องประชาชน 

พรรคเพื่อไทย นำโดยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรค, นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมและหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย, นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้อำนวยการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ( ส.ก.), นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม. และนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรค ร่วมกันแถลงขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ ที่ลงคะแนนเสียงเลือก ส.ก. พรรคเพื่อไทย 

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยขอแสดงความยินดีกับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ที่ได้ลงคะแนนเสียงเลือกผู้ว่าฯ กทม. และเลือก ส.ก.ด้วยเสียงของประชาชน พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะรับใช้พี่น้องคนกรุงเทพฯ ทุกคน และขอขอบคุณที่พี่น้องที่ร่วมกันลงคะแนนเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์ ด้วยความหวังร่วมกันที่จะพาประเทศออกจากวิกฤตที่บอบช้ำ และขอแสดงความยินดีกับ ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ ซึ่งพรรคเพื่อไทยยินดีที่จะสนับสนุนการทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ กทม. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน เพื่ออนาคตบ้านเมืองอนาคตลูกหลาน และขอขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้กับพรรคเพื่อไทยอีกครั้งในวันนี้

‘พิธา’ ชี้!! ‘คนกรุงเทพ’ สั่งสอนคณะรปห.ผ่านการเลือกตั้ง ตอกย้ำ 8 ปี รัฐประหาร คือ ความล้มเหลว

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงความเห็นต่อผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯและสมาชิกสภากรุงเทพฯ (ส.ก.) ว่า วันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นวันเลือกตั้งผู้ว่า กทม. และ สมาชิกสภากรุงเทพ ยังเป็นวันครบรอบ 8 ปีการรัฐประหาร ยึดอำนาจจากประชาชน บดขยี้ประชาธิปไตยของพวกเราทุกคน

“8 ปีผ่านไป ผลการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนว่าการรัฐประหารคือความล้มเหลว ถึงแม้ว่าคณะรัฐประหารจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อฉุดรั้งสังคมไทยไม่ให้เดินหน้า ทั้งการร่างกติกาที่บิดเบี้ยว การทำลายกลไกประชาธิปไตย และบ่อนทำลายกำลังของภาคประชาชน จาก คสช. มาจนถึงรัฐบาลประยุทธ์ที่รวบรวมนักการเมืองที่ไม่ได้เห็นคุณค่าของประชาธิปไตยมาไว้ด้วยกัน

“ความเลวร้ายของการรัฐประหาร ตลอดจนความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลประยุทธ์และคณะ ได้ทำให้ประเทศไทยถดถอยและล้มเหลวอย่างน่าอับอาย จนประชาชนไม่อาจฝืนใจเลือกตัวแทนที่เป็นซากเดนจากมรดกรัฐประหารได้อีกต่อไป จากที่เห็นกันในการเลือกตั้งครั้งนี้”

'ธันวา' ปลื้ม!! 'ชัชชาติ' ปัดตบมุกเสี้ยมจากนักข่าว ย้ำชัด!! ขอเป็นผู้ว่าฯ ของคนกรุงเทพฯ ทุกคน

นายธันวา ไกรฤกษ์ ทีมโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กถึงท่าทีของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หลังถูกนักข่าวถามเสี้ยม ระบุว่า...

...ได้ฟังคุณชัชชาติให้สัมภาษณ์ที่สวนลุมเมื่อเช้า มีนักข่าวสำนักนึง พยายามถามเสี้ยมประมาณว่า...

"ผลคะแนนที่ออกมาถือเป็นการสั่งสอนให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาและรัฐบาลรู้ตัวว่าประชาชนไม่ศรัทธาต่อไปแล้ว ควรคืนอำนาจได้แล้วใช่หรือไม่ รวมถึงผลคะแนนเลือกตั้ง ส.ก. ที่ฝ่ายประชาธิปไตยได้เก้าอี้เป็นจำนวนมากนั้น ก็เป็นการตอกย้ำข้อเท็จจริงดังกล่าวใช่หรือไม่"

คุณชัชชาติ ตอบอย่างชัดเจนว่า "อย่าไปพูดอะไรแบบนั้นเลยครับ อย่าแบ่งคนออกเป็นฝ่ายๆ และอย่าถือว่าใครเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ผมพยายามเป็นผู้ว่าของคนกรุงเทพทุกคน เพื่อให้เดินหน้าไปด้วยกัน"

'ปานเทพ' วิเคราะห์ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ 'กทม.-ส.ก.' ชี้!! กรุงเทพฯ เปลี่ยนไปแล้ว

ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โพสต์เฟซบุ๊ก วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พร้อมระบุ กรุงเทพเปลี่ยนไปแล้ว ว่า...

1. ฝ่ายอนุรักษ์เดิมมีคะแนนลดลงโดยรวมอย่างมาก รวมทั้งประชาธิปัตย์ และพลังประชารัฐ และเชื่อว่าจำนวนของกลุ่มนี้ได้ย้ายข้างไปเลือกชัชชาติมากขึ้นด้วย และถือว่าเป็นยุคตกต่ำที่สุดของฝ่ายอนุรักษ์นิยมในรอบ 11 ปี ส่วนหนึ่งประชากรกลุ่มนี้มีจำนวนลดลง ด้วยเสียชีวิตตามวัย ในขณะที่ประชาชนจำนวนมากที่เคยสนับสนุนรัฐบาล กลับไม่พอใจการบริหารรัฐบาลในรอบหลายปีที่ผ่านมา

ฐานเดิมของพรรคเพื่อไทยและพรรคอนาคตใหม่ ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2562 คะแนนคือ 1,408,971 คน (45.42%) แต่การเลือกตั้งผู้ว่า กทม. 2565 คะแนนขอคุณชัชชาติ + คุณวิโรจน์ +คุณศิธา รวมกันได้ 1,711,062 คน (63.99%)  โดยรวมแล้วผ่านไป 3 ปี ปีกต่อต้านรัฐบาลมีคะแนนเพิ่มขึ้น 302,091 คะแนน หรือส่วนที่เพิ่มขึ้นมา 18.57%

ในขณะที่ฐานเดิมของพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชารัฐ ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2562 คะแนนคือ 1,266,713 คน (40.84%) แต่การเลือกตั้ง ผู้ว่า กทม. 2565 คะแนนของคุณสุชัชวีร์ + คุณสกลธี + คุณอัศวิน + คุณรสนา รวมกันได้ 777,018 คะแนน (29.08%)  โดยรวมแล้วผ่านไป 3 ปี ปีกฝ่ายรัฐบาลมีคะแนนลดลง 489,695 คะแนน หรือส่วนที่ลดลงไป 11.76%  

ดังนั้นต่อให้มี “ทิศทางโหวตยุทธศาสตร์รวมกัน 4 คน” ก็ยังแพ้คุณชัชชาติคนเดียวอยู่ดี ไม่เกี่ยวกับว่าต้องมีใครสั่งการหรือไม่ แสดงให้เห็นว่านอกจากจะมีเสียงย้ายข้างไปที่คุณชัชชาติแล้ว กลุ่มปีกแดงยังได้แนวร่วมคนกลางๆไปมากขึ้นกว่าเดิมด้วย และถือเป็นความตกต่ำของฐานเสียงที่เคยสนับสนุนรัฐบาล สอดคล้องไปกับโพลคะแนนความนิยมของรัฐบาลตกต่ำลงมาโดยตลอด

ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวแสดงความยินดีกับ ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ เมื่อ 22 พฤษภาคม 2565

‘เอ้ สุชัชวีร์’ โทรสายตรงยินดี ‘ชัชชาติ’ ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หลังทราบผลคะแนนไม่เป็นทางการนำโด่ง

เมื่อ 22 พฤษภาคม นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่ากทม.จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ สูสีกับนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร จากพรรคก้าวไกล ที่อันดับ 2 และ 3 ให้สัมภาษณ์เพียงสั้น ๆ หลังยอมรับความพ่ายแพ้ โดยบอกว่าได้โทรศัพท์หานายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เพื่อแสดงความยินดี

ก็ได้คุยกัน ยินดีกับพี่เขาจริงๆ ครับ โทร.ไปแล้วก็บอกว่า ‘พี่ชัชชาติ เอ้ แสดงความยินดีกับพี่นะ สุดยอดจริงๆ มีอะไรให้เอ้ช่วยพร้อมเสมอครับ แล้วเราก็เป็นพี่น้องกัน เพราะเราเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันครับ’ นายสุชัชวีร์ กล่าว

“อุตตม”  โพสต์ยินดี “ชัชชาติ” แนะ แก้ด่วนเรื่องเศรษฐกิจให้คนเมือง “ลดค่าใช้จ่ายเดินทาง - ค่าที่อยู่อาศัย” 

“ด้าน “สนธิรัตน์” ระบุ ปชต. ไม่ได้จบแค่กากบาทในคูหา ชี้คำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ตอนหาเสียง จะเป็นเงาตามตัว ตรวจวัดความสำเร็จในการทำงานเพื่อมหานครกรุงเทพฯ 

นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า ขอแสดงความยินดีกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ได้รับความไว้วางใจจากชาวกรุงเทพฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจากการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยกรุงเทพฯเป็นมหานครที่มีประชากรอาศัยมากถึง 10 ล้านคน เฉพาะในทะเบียนราษฎรราว 6 ล้านคน และมีประชากรแฝง อีกประมาณ 4 ล้านคน ที่มาอยู่อาศัยประกอบอาชีพ เรียนหนังสือ ฯลฯ และไม่เฉพาะแค่คนไทยเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงชาวต่างชาติ ที่เข้ามาทำงาน ทำธุรกิจ และท่องเที่ยว สร้างรายได้เข้าประเทศในแต่ละปีจำนวนมาก ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯให้ดีขึ้น จึงมิใช่แค่คนกรุงเทพฯ แต่เพื่อคนไทยทุกคนด้วยเช่นกัน

นายอุตตม กล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง หรือได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เป็นปัญหาเดิมๆ เช่น ปัญหาจราจร น้ำท่วม มลพิษและสิ่งแวดล้อม ที่ล้วนส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่มาตลอดหลายสิบปี ที่สำคัญปัจจุบันยังต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจปากท้องต้นทุนค่าครองชีพเพิ่มขึ้นอีกประการหนึ่ง และคนกรุงเทพฯกำลังเดือดร้อนจากปัญหาเศรษฐกิจปากท้องอย่างหนัก เช่นเดียวกับคนไทยทั่วประเทศ ดังนั้นกทม.ต้องยกระดับเรื่องเศรษฐกิจขึ้นมาเป็นภารกิจหลักและเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือประชาชน เช่น ช่วยหาทางลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางให้กับประชาชน ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้น้อย ทั้งสองเรื่องนี้คือต้นทุนชีวิตส่วนใหญ่ของคนเมือง นอกจากนี้ กทม.ต้องสร้างโอกาสในการหารายได้เพิ่มให้ประชาชนด้วย ซึ่งกทม.มีกลไกและทรัพยากรพร้อมที่จะทำงานในเรื่องทั้งหมดนี้อยู่แล้ว

การยกระดับเศรษฐกิจชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน คือจุดเริ่มของเส้นทางที่จะสร้างให้กรุงเทพฯ เป็นมหานครแห่งความหวังและความสุขของทุกคน  ขอเป็นกำลังใจให้นายชัชชาติ ในการทำงานเพื่อนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพมหานครครั้งใหม่นี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top