Sunday, 21 June 2026
POLITICS NEWS

'ธัญวัจน์' หารือ รมว.ยุติธรรม แก้ระเบียบสภาทนายความ เปิดโอกาสผู้มีความหลากหลายทางเพศทำอาชีพในฝัน

ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล หารือในที่ประชุมสภา ต่อ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมต่อกรณีที่เมื่อวานนี้ได้รับหนังสือร้องเรียนจากผู้สมัครเข้ารับฝึกอบรมวิชาว่าความ ภาคทฤษฎี รุ่นที่ 57 ถูกเจ้าหน้าที่ของสภาทนายความเลือกปฏิบัติเนื่องจากมีเพศสภาพเป็นเพศชายแต่เจ้าหน้าที่สภาทนายความว่าผู้ร้องเรียนไม่สามารถแต่งกายเป็นหญิงเข้าสอบข้อเขียนได้เนื่องจากคำนำหน้าของตนเป็นผู้ชาย ต้องแต่งตัวแบบผู้ชายตามระเบียบของสภาฯ 

โดยธัญวัจน์ระบุว่า อยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และยืนยันว่ากรณีนี้ไม่ใช่เป็นเพียงความเดือดร้อนของบุคคลใดบุคคลหนึ่งแต่เป็นการปิดโอกาสของมนุษย์ลิดรอนสิทธิ์ของบุคคลอื่น 

ทั้งนี้หากกฏหมายใดหรือข้อปฏิบัติใดที่เป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตของประชาชนก็ควรปรับแก้เสีย ตนจึงอยากหารือไปยังรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมรีบพิจารณาเพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขกฏระเบียบสภาทนายความ เพื่อให้คนทุกคนและทุกเพศสภาพมีโอกาสเข้าถึงอาชีพที่ตนใฝ่ฝันเพราะมนุษย์ ทุกคนล้วนแล้วมีเป้าหมายและความฝัน 

และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อาชีพทนายความเป็นอาชีพในกระบวนการยุติธรรมก็ต้องเปิดกว้างและหากทำได้จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานให้แก่สายอาชีพอื่น ๆ ด้วย 

สำหรับการแก้กฎหมายอาจต้องมีกระบวนการและอาศัยเวลา ซึ่งอาจไม่ทันการ จึงอยากวิงวอนให้มีคำสั่งเร่งด่วนเพื่ออนุโลมให้สำหรับผู้เข้าสอบในกรณีนี้ ธัญวัจน์ทิ้งท้าย

โฆษกเพื่อไทย ลั่น!! พร้อมสู้ทุกสูตรหารปาร์ตี้ลิสต์ ซัด!! อย่าโบ้ยความผิด ฝ่ายค้านไม่ได้ทำสภาล่ม

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้ (10 ส.ค. 65) เป็นการประชุมร่วมกันของรัฐสภาวันสุดท้าย ก่อนจะถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2565 ซึ่งเป็นวันครบกำหนด 180 วัน ที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐสภา พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่...) พ.ศ.... วาระต่อเนื่อง ให้แล้วเสร็จ หากครบกำหนดแล้วถือว่ารัฐสภาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.ป.ร่างหลักที่ใช้ในการพิจารณาวาระ 2 คือการสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบ ‘หาร 100’ ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญมาตรา 132(1)  ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะทำให้ดีที่สุด และขอยืนยันว่า  

1.) พรรคเพื่อไทยมีข้อสรุปร่วมกันว่า ในวันนี้จะเข้าร่วมประชุมในการประชุมร่วมรัฐสภาดังที่ดำเนินการมาโดยตลอด โดยจะเป็นองค์ประชุมในร่างพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรมให้แล้วเสร็จ

2.) พรรคเพื่อไทยทำงานอย่างสร้างสรรค์ ไม่ปฏิบัติตนอยู่เหนือกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นขั้นตอนการดำเนินงานจะคำนึงถึงบทบัญญัติตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

3.) พรรคเพื่อไทยยืนยันว่ามีความพร้อมสู้ศึกการเลือกตั้งในทุกกติกา โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งพรรคยังคงยืนยันในเจตนารมณ์และจุดมุ่งหมายแรกที่ได้นำเสนอมาตั้งแต่ต้นและเป็นไปตามบทบัญญัติในธรรมนูญ

'ส.ส.เพื่อไทย' หวั่น!! 'ประยุทธ์' ถลุงงบเอื้อกองทัพ จัดสรรงบเห็นแก่ตัว ไม่เกิดประโยชน์กับปชช.

นางสาว กิตติ์ธัญญา วาจาดี ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การจัดสรรงบประมาณปี 2566 ที่ผ่านมาพบว่าเป็นการจัดทำงบประมาณแบบเห็นแก่ตัว หลายงบประมาณที่จัดสรรมาไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะงบกระจุก ไปอยู่ในส่วนของกองทัพ งบเพื่อความมั่นคงและงบเอื้อพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลมากกว่าแก้ปัญหาให้ประชาชนและฟื้นฟูประเทศหลังโควิด   

น่าประหลาดใจว่า ปีนี้ พลเอกประยุทธ์ ตั้งงบกลางปี 2566 ไว้ที่ 590,470 ล้านบาท หรือคิดเป็น 18.5% ของงบประมาณรวมทั้งหมด ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในโครงสร้างงบประมาณ ทั้งนี้เมื่อนำตัวเลขงบกลาง ตลอดอายุของรัฐบาล 'ประยุทธ์ 2' มารวมกัน จะพบว่ามีการตั้งงบ ก้อนนี้เอาไว้สูงถึง 2,311,262.4 ล้านบาท การตั้งงบกลางของรัฐบาลตลอดเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องว่าเป็นการตีเช็คเปล่าให้พลเอกประยุทธ์ เพราะไม่ปรากฏรายละเอียดของโครงการ แต่มีเฉพาะหัวข้อกับวงเงินเท่านั้น ไม่มีโอกาสตรวจสอบและกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินงบประมาณก่อน

นางสาว กิตติ์ธัญญา กล่าวด้วยว่า การตั้งงบกลางไว้สูงถึงขนาดนี้ เป็นการแสดงเจตจำนงชัดเจนว่าจะนำเงินที่มาจากภาษีของประชาชนไปหาประโยชน์ทางการเมืองและเอื้อกับพวกพ้อง ไม่ได้มีไว้เพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ไม่เคยมาชี้แจงต่อรัฐสภาว่า มีการนำงบประมาณกลางไปทำอะไรบ้าง เกิดประโยชน์อะไร

ตามคาด กม.ลูกเลือกตั้ง ส่อเสร็จไม่ทันกำหนด หลัง ส.ว. - ส.ส. ทำสภาล่ม ล้มโหวตสูตรปาร์ตี้ลิสต์

(10 ส.ค. 2565) เวลา 11.28 น. ที่ประชุมเข้าสู่การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ในมาตรา 24/1 เรื่องวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หารด้วย500 ตามที่กมธ.ไปแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นใหม่ให้สอดคล้องกับมติที่ประชุมรัฐสภาที่มีการเปลี่ยนแปลงวิธีคำนวณจากการหาร 100 เป็นหาร 500 โดยนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การที่ร่างพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นเหตุให้มีการเปลี่ยนวิธีคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ จากหาร100 เป็นหาร500 เหมือนอยากเห็นพรรคส่วนเกิน พรรคเล็กพรรคน้อยเดินกันเป็นพรวน ขอชื่นชมคนเสนอญัตติเปลี่ยนเป็นวิธีหาร500 ชื่อวี ๆ มาศๆ ที่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อคนเดียว ได้คะแนนมา 3.5 หมื่นคะแนน แต่กลับมามีบารมีในสภา ถ้าไม่มีเบื้องหลังการถ่ายทำ เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นในรัฐสภา กล้าไปสาบานวัดพระแก้วหรือไม่ว่า ไม่มีกลุ่มคนมาแทรกแซงหรือต่อรอง วันนี้เรากำลังโดนครอบงำ ขอให้ช่วยกันสกัด เพื่อให้ทุกอย่างเดินไปตามครรลอง ระหว่างนั้นนพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ประท้วงที่ถูกพาดพิง โดยตอบโต้ว่า น่าสงสารพรรคที่แพ้หาร500 เหมือนหมาถูกน้ำร้อนลวก นายพรเพชรเตือนให้ถอนคำพูด จากนั้นนายครูมานิตย์และนพ.ระวีได้พูดตอบโต้กันไปมา จนนายพรเพชรต้องไกล่เกลี่ยให้ยุติ เพื่อเดินหน้าประชุมต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการอภิปรายมาตรา24/1 เสร็จสิ้น นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้กดออดเรียกสมาชิกรัฐสภามาแสดงตน ใช้เวลาร่วม 15 นาที เพื่อรอสมาชิกเข้าห้องประชุม ผลการแสดงตนมีสมาชิกแสดงตน 367 เสียง เกินกึ่งหนึ่งไปหวุดหวิดเพียง 3 เสียง ถือว่ามีองค์ประชุมครบ แต่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอใช้สิทธิคัดค้าน กลัวจะมีการเสียบบัตรแทนกัน ขอให้ใช้วิธีแสดงตนโดยการขานชื่อรายบุคคล มีผู้รับรองครบถ้วน ขณะที่ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ คัดค้านเพราะการโหวตแสดงตนด้วยการเสียบบัตรผ่านไปแล้ว เกรงจะเตะถ่วงมากเกินไป ขอเสนอญัตติไม่ให้ใช้วิธีขานชื่อแสดงตน แต่นายพรเพชรยืนยันให้มีการแสดงตนโดยการขานชื่อรายบุคคล จากนั้นจึงเริ่มการขานชื่อแสดงตนเป็นรายบุคคล ใช้เวลาไป 1.30 ชั่วโมง หลังจากที่สมาชิกรัฐสภาขานชื่อแสดงตนครบถ้วนแล้ว ปรากฏว่า มี ส.ส.และ ส.ว.หลายคนที่ขานชื่อไม่ทันในการเรียกชื่อเป็นรายบุคคล มาขอขานชื่อแสดงตนเพิ่มเติมภายหลังเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความสับสน ต้องเติมชื่อเพิ่มกันวุ่นวาย รวมแล้วเสียเวลาไปร่วม 2 ชั่วโมง ในการขานชื่อและนับผลแสดงตน ผลการนับองค์ประชุมมีผู้แสดงตน 403 คน ถือว่าครบองค์ประชุม นายพรเพชรจึงให้ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนว่า จะเห็นชอบเพิ่มมาตรา 24/1หรือไม่

'โฆษกรัฐบาล' เผย 'บิ๊กตู่' น้อมรับคำวินิจฉัยศาลรธน. ติง!! 'เหล่ากูรู' อย่าตีความสร้างประเด็นบิดเบือน

เมื่อวันที่ (10 ส.ค. 65) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีมีการเผยแพร่เอกสารบันทึกการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 61 อ้างความเห็นของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ และนายสุพจน์ ไข่มุกด์ ต่อประเด็นวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปีว่า มองว่ามีความพยายามของคนบางกลุ่ม ต้องการกดดันหวังสร้างประเด็นให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม โดยหยิบเอาบางช่วงบางตอนของเอกสาร ที่เป็นความเห็นของกรรมการเพียงไม่กี่คนมานำเสนอจนเกิดความสับสน

ทั้งที่เอกสารฉบับนี้ เป็นแค่บันทึกการประชุมหรือบันทึกการแสดงความเห็นของกรรมการ แต่ไม่ใช่มติ โดยหน้าปกเอกสารก็ระบุชัดเจนว่ากรธ.ยังไม่ได้รับรอง จึงไม่ควรนำมาใช้อ้างอิง และการประชุมในวันนั้น เกิดขึ้นหลังจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ประกาศใช้ไปแล้ว เพื่อจัดทำเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในขั้นตอนถัดมา ซึ่งท้ายที่สุดก็ไม่ได้ระบุไว้

‘เต้’ ล่าชื่อยื่นศาลรธน.ตีความ ‘นายก8ปี’ ลั่นพ้นเที่ยงคืน 23 ส.ค. หมดเวลา ‘บิ๊กตู่’

‘เต้ มงคลกิตติ์’ ลั่นพ้นเที่ยงคืน 23 ส.ค. หมดเวลา8ปี ‘บิ๊กตู่’ เซ็นอะไรไม่ได้อีก ชี้ ‘บิ๊กป้อม’ นั่งรักษาการนายกฯโดยตำแหน่ง เหน็บถ้าอยากให้ เป็นต่อ ให้แก้ รธน.เขียนไว้ว่า ‘เป็นจนตาย และตายแล้วให้ใครเป็นต่อ’

10 สิงหาคม 2565 ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงการตีความการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ว่า ตนได้ร่างหนังสือเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความในเรื่องนี้ โดยมีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นที่ปรึกษาและช่วยดูรายละเอียดให้เรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนี้ยังขาดรายชื่ออีก 47 รายชื่อ โดยตนได้ปรึกษา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรจะช่วยรวบรวมส.ส.มาช่วยกันเซ็นชื่อ

นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนได้ดูบันทึกการประชุมของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานได้เขียนรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญไว้ว่า การตีความ 8 ปี ให้นับรวมนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญ หมายความว่าถ้าตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 วรรค 4 และมาตรา 264 เขียนครอบคลุมไว้หมดแล้ว โดยไม่ได้ละเว้นคนใดคนหนึ่ง แม้แต่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกรอบก็กลับมาเป็นได้แค่สั้น ๆ เนื่องจากก่อนหน้านี้เป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 2 สมัย

'สร้างอนาคตไทย' จัดเวทีเสวนา 'ดอกเบี้ยพุ่ง SMEs โคม่า' หาทางออกช่วยผู้ประกอบการคนตัวเล็ก

พรรคสร้างอนาคตไทย จัดเวทีเสวนาคิดสร้างอนาคต Talk 'ดอกเบี้ยพุ่ง SMEs โคม่า' สะท้อนปัญหาวิกฤตหนี้สินผู้ประกอบการคนตัวเล็ก เพื่อร่วมหาทางออกและแนวทางแก้ปัญหาผู้ประกอบการตัวเล็กให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจไปด้วยกัน 

โดยมีผู้บริหารของพรรคและภาคเอกชนร่วมเสวนา อาทิ ศ.ดร.กำพล ปัญญาโกเมศ ประธาน ฝ่ายวิชาการพรรคสร้างอนาคตไทย น.ส.โชนรังสี เฉลิมชัยกิจ รองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทยและประธานกิตติมศักดิ์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ นายมงคล ลีลาธรรม ประธานคณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และนายเรวัตร ชอบธรรม ประธานเครือข่ายแผงลอยไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 
 

'อนุสรณ์' ปัด ฮั้วพปชร. ใช้สูตรหาร 100 ย้ำ!! ใช้สูตรไหนก็ได้ พท.พร้อมแข่งทุกกติกา

(10 ส.ค. 65) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ระบุ มีการฮั้วกัน ใช้สูตรหาร 100 แลก นายกฯ คนนอก ว่า การกล่าวหาพรรคการเมืองอื่นให้เสียหายโดยปราศจากหลักฐานข้อเท็จจริงเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ ขอให้ยุติการกระทำดังกล่าว ตอนได้ดั่งใจสมประโยชน์กับสูตรหาร 500 บอกว่าเป็นเรื่องของสภา พอทำท่าจะเสียประโยชน์กลับบอกว่ามีการฮั้วกัน พรรคเพื่อไทยทำงานการเมืองตรงไปตรงมาตามกติกาประชาธิปไตย ไม่ทรยศหักหลังประชาชน ไม่มีความจำเป็นต้องฮั้วกับใคร และยืนยันมาโดยตลอด ไม่ว่าจะใช้สูตรหาร 100 หรือหาร 500 ก็พร้อมลงแข่งทุกกติกา

นายอนุสรณ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐ ไม่ใช้ศัตรูแต่ถือเป็นคู่แข่งทางการเมืองต่างขั้ว เหมือนปลาคนละน้ำ คนละอุดมการณ์ จุดยืน มุมมองต่อระบอบประชาธิปไตย วัฒนธรรมการเมือง และความเชื่อแตกต่างกันมาก เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไปฮั้วกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันมาโดยตลอดว่า ไม่พร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้อยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกฯ ในการเลือกตั้งปี 2562 ในขณะที่พรรคเพื่อไทยมีรายชื่อบุคคลที่อยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกฯ ถึง 3 คน ในเมื่อเรามีแคนดิเดตนายกฯ คนในที่ผ่านด่านคัดกรองตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว จะไปฮั้วเพื่อให้เกิดนายกฯ คนนอกจากพรรคการเมืองที่อยู่คนละขั้ว ให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกในสังคมเพื่ออะไร พรรคเพื่อไทยได้เตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งหน้าทั้งนโยบายและบุคลากร ถ้าประชาชนคนไทยทั้งประเทศเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยสามารถแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศชาติได้ ไม่ว่าจะสูตรการเลือกตั้งแบบใด ประชาชนก็พร้อมเลือก

‘ก้าวไกล’ ย้ำ!! ไม่รับมาตราเกี่ยวข้องสูตรหาร 500 อัด 2 ลุงตัวปัญหา กลับไปมาเพื่อประโยชน์ตัวเอง

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า การประชุมรัฐสภาวันนี้จะเป็นการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม ที่เหลืออีกไม่กี่มาตรา จากนั้นจะเป็นการพิจารณา ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งเป็นการพิจารณาต่อเนื่องจากที่ประชุมรัฐสภาครั้งก่อนที่ได้มีมติแก้ไข มาตรา 23 เรื่องสูตรการคำนวน ส.ส.เป็นหาร 500 จนเกิดเรื่อง ส.ส.พึงมีขึ้นมา และวันนี้ก็จะมีการพิจารณาต่อเนื่องจากที่ กมธ.ได้เอาไปแก้ไขมาตราที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตราที่ 24/1 หรือ มาตรา 26 เป็นต้น ซึ่งพรรคก้าวไกลเราจะทำหน้าที่ของเรา โดยการเข้าประชุมและจะแสดงจุดยืนว่า เราไม่สามารถที่จะเห็นด้วยกับมาตราที่เกี่ยวข้องกับที่มีการแก้ไข มาตรา 23 เป็นแบบหาร 500 โดยจะร่วมลงมติไม่เห็นด้วยกับใน 2 มาตราที่เกี่ยวเนื่องดังกล่าว และจะอยู่ร่วมพิจารณาต่อเนื่องในมาตราอื่น ๆ ต่อไป ทั้งนี้เราเห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมานั้น ไม่ได้เปิดโอกาสให้คำนวนแบบหาร 500 ได้ ดังนั้น มาตราที่เกี่ยวข้องเราก็คงไม่เห็นด้วย ส่วนบางมาตราก็จะเป็นการงดออกเสียงไป

"กรณีเรื่องสูตรการคำนวนนั้น สังคมให้ความสนใจกันมากและตั้งคำถามเยอะมาก ซึ่งผมอยากชวนคิดว่า ทั้งหมดของปัญหานี้ก็เกิดมาจาก 2 ลุง คือ ลุงตู่ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และลุงป้อม ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ตอนแรกจะเอาหาร 100 แล้วก็มาเปลี่ยนใจกลับในสิ่งซึ่งเป็นร่างที่คณะรัฐมนตรีเสนอเสียเอง มาเป็นหาร 500 แล้วพอถึงวันนี้ ก็จะกลับไปเอาหาร100 อีกแล้ว ทั้งหมดเป็นสมการทางการเมืองที่ต้องคำถามว่าประชาชนอยู่ตรงไหน แทนที่เราจะแก้ไขระบบเลือกตั้งเพื่อให้เป็นการแก้โจทย์การเมืองของประเทศ หรือเพื่อแก้ไขระบบเลือกตั้งเพื่อให้ได้จำนวน ส.ส.ในสภาที่สะท้อนเสียงของผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งมากที่สุด กลับไม่เป็นแบบนั้น กลับเป็นการแก้เพื่อให้ตนเองได้อยู่ในอำนาจ เพื่อให้มั่นใจว่าตนเองจะได้เปรียบทางการเมือง

‘เพื่อไทย’ เมินแฉดีลลับจับมือ พปชร. ยันไม่ร่วมสังฆกรรม หาร 500 แต่ต้น

“เพื่อไทย” ย้ำ ไม่ร่วมสังฆกรรม กม.ลูกเลือกตั้ง หาร 500 เมินแฉดีลลับจับมือ พปชร. ดัน “บิ๊กป้อม” นั่งนายกฯ ซัด คนแฉหวังผลทางการเมือง ดิสเครดิตพท.

(10 ส.ค. 65) ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงท่าทีของพรรค พท.ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่…) พ.ศ…. ในวันนี้ว่า พรรค พท.ประกาศมาแต่ต้น และแสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนว่าไม่สนับสนุนกฎหมายหาร 500 ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ รวมทั้งกระบวนการวิธีการทุกอย่าง โดยมีบุคคลภายนอกใช้อำนาจบริหารมาก้าวก่ายอำนาจนิติบัญญัติ ทั้งนี้ขอย้ำว่าเรามีเจตนายับยั้งกฎหมายฉบับนี้ด้วยกลไกทุกวิธีการ ทั้งการไม่ร่วมเป็นองค์ประชุม การวอล์กเอ๊าท์ หรือการไม่ร่วมสังฆกรรมซึ่งแนวทางนี้ถือเป็นแนวทางสุดท้ายที่เรามีอยู่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top