การเคลื่อนไหวของกลุ่มสามนิ้ว เพื่อขัดขวางการประชุมปรากฎในเพจสำนักข่าวราษฎร ในชื่อกลุ่มราษฎรหยุด APEC2022 นำโดยสมบูรณ์ กำแหง, มายด์ ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล และไผ่ ดาวดิน จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา จะออกมานำม็อบป่วนการประชุม APEC 2022 โดยมีหัวขบวนอย่าง Amnesty International Thailand เป็นเจ้าภาพ
แกนนำสามนิ้วทำตัวเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน ทั้งที่คดีรอบเอว น่าจะมี Hidden Agenda หากนำม็อบบุกป่วนงานได้ จะทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหายในวงกว้าง ที่สำคัญคือกระทบประชาชนที่คนกลุ่มนี้ชอบอ้างว่ารักนักหนานั่นแหละ
ขนาดมองลงมาจากดาวอังคารยังเห็นว่า ป้ายที่จะนำมาประท้วงนั้นเต็มไปด้วยถ้อยคำแอนตี้จีน โยงไปถึงเรื่องอุยกูร์ แล้ววกเข้าประเด็นพม่า ซึ่งนี่ใช่เรื่องของประเทศไทยไหม แปลกแต่จริงที่แนวคิดนี้ไปสอดคล้องกับนักการเมืองบางคนที่ขึ้นเวทีด่าทอประเทศไทยอยู่ในต่างแดน โดยอวยไต้หวันแนวเดียวกับอเมริกา แอนตี้จีนแผ่นดินใหญ่ ทั้งที่บรรพบุรุษตนเองมาจากมณฑลฝูเจี้ยน
หากยุวชนสามนิ้วยังฮึกเหิมอยากมาม็อบ ขอยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ ถึงเหตุการณ์ล้มการประชุมอาเซียนของกลุ่มเสื้อแดง นปช. เมื่อ 10 ปีก่อน หากจะอ้างว่าการประท้วงแสดงเสรีภาพและสิทธิส่วนบุคคลตามรัฐธรรมนูญละก็ ขอให้จำไว้แม่น ๆ ว่า ตอนนั้นศาลชี้การกระทำของแกนนำ นปช. ไม่ใช่สิทธิตาม รธน. เพราะนี่คือการใช้เสรีภาพเกินขอบเขตจนละเมิดกฎหมาย ส่วนแกนนำไม่รอดคุกเลยแม้แต่คนเดียว
วันที่ 11 ก.ย. ศาลจังหวัดพัทยาได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3494-3495/2562 ความอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ในคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เป็นโจทก์ บริษัทโรแยลคลีฟ บีช โฮเต็ล จำกัด เป็นโจทก์ร่วม โดยยื่นฟ้องนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง อดีตแกนนำ นปช. จำเลยที่ 1 นายนพพร นามเชียงใต้ จำเลยที่ 2 พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ จำเลยที่ 3 นายสมญศฆ์ พรมภา จำเลยที่ 4 ในความคิดต่อความมั่นคงของรัฐ ก่อการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ทำให้เสียทรัพย์บุกรุกความผิดต่อ พ.ร.บ.จราจรทางบก
รวมทั้งคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เป็นโจทก์ บริษัท โรแยลคลีฟ บีช โฮเต็ล จำกัด เป็นโจทก์ร่วม ระหว่างที่นายนิสิต สินธุไพร จำเลยที่ 1 นายสำเรง ประจำเรือ จำเลยที่ 2 พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ จำเลยที่ 3 นายธรชัย ศักดิ์มังกร จำเลยที่ 4 นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือแซ่ด่าน จำเลยที่ 5 นายศักดา นพสิทธิ์ จำเลยที่ 6 นายสิงห์ทอง บัวชุม จำเลยที่ 7 นายธนกฤต หรือวันชนะ ชะเอมน้อยหรือเกิดดี จำเลยที่ 8 นายวรชัย เหมะ จำเลยที่ 9 พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์ จำเลยที่ 10 นายพายัพ ปั้นเกตุ จำเลยที่ 11 นายวัลลภ ยังตรง
แกนนำทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาหลายข้อหา คือร่วมกันขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ซึ่งสั่งให้เลิกการมั่วสุม ร่วมกันเดินแถวเป็นขบวน และกระทำด้วยประการใด ๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชน ด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ และมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่ก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร และเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยเป็นหัวหน้า เป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำผิดนั้น ร่วมกันบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ โดยขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 215, 216, 358, 362, 364, 365 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 108, 114, 148