Sunday, 8 November 2026
NEWS

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียนชี้แจงถึงความคืบหน้าเพิ่มเติม กรณีคดีตำรวจสันติบาลหญิงทำร้ายร่างกายทหารหญิงได้รับบาดเจ็บ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเปิดเผยถึงความคืบหน้าเพิ่มเติมกรณีตำรวจสันติบาลหญิงทำร้ายร่างกายทหารหญิงได้รับบาดเจ็บ 

โดยเมื่อวันที่ 23 ส.ค. 65 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาตัวผู้เสียหายเข้าพบแพทย์ศัลกรรมตรวจร่างกายเพิ่มเติมและสอบปากคำแพทย์ผู้ตรวจร่างกายผู้เสียหายที่โรงพยาบาลราชบุรี ส่งของกลางตรวจพิสูจน์ นำตัวผู้ต้องหาส่งตรวจสุขภาพจิตที่โรงพยาบาลราชบุรี และได้สอบสวนปากคำแพทย์ผู้รักษาสุขภาพจิตของผู้ต้องหาที่โรงพยาบาลยันฮี ประกอบสำนวนการสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

และในวันเดียวกัน (23 ส.ค. 65) ผู้เสียหายพร้อมทนายความเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ชะอำ จว.เพชรบุรี ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาพร้อมพวก รวม 2 คน ในฐานความผิด “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส” สถานที่เกิดเหตุเป็นคอนโดแห่งหนึ่งย่านอำเภอชะอำ จว.เพชรบุรี ในระหว่างวันที่ 4 สิงหาคม 2565ถึงวันที่ 10 สิงหาคม 2565 และพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว จากนั้นได้ทำการสอบสวนปากคำผู้เสียหาย พาผู้เสียหายไปชี้จุดเกิดเหตุและนำตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลชะอำ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของคอนโดที่เกิดเหตุ และจะได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจท่องเที่ยวร่วมมือกงสุลพร้อมรับนักท่องเที่ยว

วันนี้ (24 ส.ค.2565) เวลา 9.30 น. ณ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พล.ต.ท.สคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา โฆษกกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว แจ้งต่อสื่อมวลชนถึงผลสรุปของการประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมรับนักท่องเที่ยวในช่วง high season ระหว่างตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเจ้าหน้าที่กงสุลมากกว่า 40 คนจากสถานทูต 18 ประเทศอันได้แก่ ออสเตรเลีย เบลเยี่ยม สหราชอาณาจักร สาธารณรัฐเชค เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮังการี ไอร์แลนด์ อิตาลี ลักเซมเบอร์กโมร็อกโก เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สโลวาเกีย และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งได้จัดให้มีขึ้นในวันเดียวกันช่วงเวลา 9.00-13.00 น. ว่า ผลการประชุมบรรลุเป้าหมายและเป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็นอย่างดี กล่าวคือ

1. การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสร้างความเข้าใจการทำงานและแก้ไขอุปสรรคปัญหาของกันและกันเป็นอย่างดีระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่กงสุลมีความเข้าใจในการทำงานตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมากขึ้น โดยจะนำไปแจ้งให้รัฐบาลของตัวเองประชาสัมพันธ์ให้คนของประเทศตัวเองทราบต่อไป

2. เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานและเป็นการทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างดียิ่ง อันจะส่งผลดีต่อนักท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ที่ดีการท่องเที่ยวไทยโดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

3. เป็นการส่งสัญญาณให้นานาประเทศทราบว่า ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะรับและดูแลนักท่องเที่ยวในช่วง high season (ต.ค.๖๕ - ก.พ.๖๖) ให้ดีที่สุด 

4. เป็นการส่งสัญญาณให้องค์การการท่องเที่ยวโลก และนานาประเทศทราบว่า ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะปรับมาตรการที่มีอยู่ให้สอดคล้องต่อมาตรฐานสากลว่าการคุ้มครองนักท่องเที่ยว หรือ International Code for The Protection of Tourists (ICPT) ซึ่งได้รับการรับรองแล้วจากองค์การการท่องเที่ยวโลกเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้มาตรฐานการท่องเที่ยวไทยสอดคล้องต่อมาตรฐานของโลกมากยิ่งขึ้น

พล.ต.ต. อภิชาติฯ ยังกล่าวอีกด้วยว่า การประสานกับหน่วยงานระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นในการประชุมเชิงปฏิบัติการเมื่อวาน (๒๓ ส.ค. ๖๕) เป็นเพียงมาตรการหนึ่งเท่านั้น การดูแลนักท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวในภาพรวมทั้งหมดเพื่อให้สอดคล้องต่อ ICPT ยังต้องทำอย่างต่อเนื่องต่อไปเพื่อให้การท่องเที่ยวไทยมีมาตรฐานสูงยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งนี้ การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปกรอบนโยบายของรัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มุ่งเน้นให้การท่องเที่ยวของไทยเป็น Top of Mind ของโลกอย่างต่อเนื่องต่อไป 

นอกจากนี้ โฆษกกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวยังกล่าวเสริมอีกด้วยว่า ผู้แทนจากสถานทูตที่เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการทุกท่านชื่นชมแนวคิดและการประชุมของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวเป็นอย่างมากที่ได้สร้างความเข้าใจมากขึ้นสำหรับการทำงานของตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เป็นการหารือกันอย่างใกล้ชิดแบบตรงไปตรงมาระหว่างตำรวจสองหน่วยงานกับเจ้าหน้าที่กงสุลจากสถานทูตของต่างประเทศ 

ในนามของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวและผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พล.ต.ท. สุคุณ พรหมายน จึงขอถือโอกาสนี้ขอบคุณผู้แทนจากสถานทูตทุกท่าน สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสำหรับความร่วมมือในครั้งนี้

'สนธิ-จักรทิพย์' ซึ้งใจ!! มอบเงินแสนหนุนสุดยอดแท็กซี่ใจบุญ ช่วยพาครอบครัวทุกข์ยากกลับอุดรฯ โดยไม่คิดเงินสักบาท

(23 ส.ค. 65) 'คุณตุ้ม' อนุรักษ์ นาคแกมทอง คนขับแท็กซี่ใจบุญได้รับคำเชิญให้มาเยือนบ้านพระอาทิตย์ เนื่องจากคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ได้รับทราบข่าวที่คุณอนุรักษ์ ตัดสินใจขับรถข้ามจังหวัด ตีรถจากกรุงเทพฯ หลายร้อยกิโลเมตร เป็นเวลากว่า 7 ชั่วโมง ไปส่ง พ่อ-แม่-ลูก ซึ่งถูกไล่ออกจากห้องเช่ากลับบ้านญาติที่ จ.อุดรธานี โดยไม่คิดค่าโดยสารแม้แต่บาทเดียว แม้ว่าตอนนั้นในกระเป๋าของคุณอนุรักษ์จะมีเงินอยู่เพียงพันกว่าบาท หรือ พอแค่เติมแก๊สไป-กลับได้เท่านั้น

คุณอนุรักษ์ เล่าว่า วันนั้นอยู่ในช่วงเทศกาลวันแม่รถก็ติดมาก หลังขับรถออกมารับผู้โดยสารตามปกติตั้งแต่เวลา 15.00 น. กระทั่งช่วงประมาณ 00.00 น. ขับมาถึงบริเวณ ถ.วิภาวดีรังสิต จึงตัดสินใจเข้าไปหาผู้โดยสารในสถานีรถไฟหลักสี่ และพบผู้ชายคนหนึ่งนั่งหน้าเศร้าอยู่กับผู้หญิงอีกคนที่ในมือกำลังอุ้มลูกอยู่ มองออกไปเห็นผู้ชายคนนั้นลุกขึ้นไปเรียกแท็กซี่คันข้างหน้าและพูดคุยกันอยู่นาน สุดท้ายก็ไม่ได้ขึ้นรถคันนั้นไป เมื่อถึงจังหวะจึงได้เรียกทั้งครอบครัวขึ้นมาพูดคุยกันบนรถ

เมื่อเปิดประตูเข้ามานั่งในรถ เสียงร้องไห้ของผู้หญิงก็ดังขึ้น สลับกับเสียงงอแงของลูกน้อย พร้อมกับคำบอกเล่าของผู้เป็นพ่อที่น้ำตาซึม บอกว่า ถูกไล่ออกมาจากห้องเช่า ไม่มีเงิน ไม่มีงาน เพราะปกติรับจ้างรายวันมีรายได้แค่พอเลี้ยงชีพเท่านั้น ตอนนี้ต้องการกลับบ้านที่ จ.อุดรธานี เพราะอยู่ที่กรุงเทพฯ ต่อไปไม่ไหว คุณอนุรักษ์ เห็นหน้าเด็กเล็กในอ้อมกอดของแม่ดูคล้ายกับไม่สบายจึงรู้สึกสงสาร และตัดสินใจว่าจะขับรถไปส่งทั้ง 3 คนให้ถึงบ้าน

"ตอนนั้นดึกแล้ว ตอนแรกผมก็ลังเลว่าจะหาใครช่วยอีกได้ไหม แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจช่วยเอง เพราะถ้าปัดให้คนอื่นช่วยก็เหมือนไปรบกวนเขาอีก" คุณอนุรักษ์บอก

อัปเดตราคา 'หมู-เนื้อ-ไก่'

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 24 สิงหาคม 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย..

หน่วยข่าวกรองรัสเซียฟันธง ยูเครนอยู่เบื้องหลัง เหตุลอบสังหารลูกสาว ‘มันสมอง’ ของปูติน

หน่วยข่าวกรองด้านความมั่นคงของรัสเซีย (FSB) ยืนยัน สายลับยูเครนอยู่เบี้องหลังแผนลอบสังหาร ‘ดาร์ยา ดูกินา’ บุตรสาวของ ‘อเล็กซานเดอร์ ดูกิน’ นักการเมืองผู้เป็น ‘มันสมอง’ ของ ‘วลาดิมีร์ ปูติน’ ประธานาธิบดีแห่งรัสเซีย อย่างแน่นอน 

ดาร์ยา ดูกินา ในวัย 29 ปี ประกอบอาชีพเป็นผู้สื่อข่าวจากสถานีโทรทัศน์ช่อง Tsargrad ที่เป็นกระบอกเสียงให้กับรัฐบาลมอสโคว และเป็นบุตรสาวของ อเล็กซานเดอร์ ดูกิน ที่เป็นหนึ่งในผู้นำแนวคิดอุดมการณ์รักชาติของรัสเซีย และยังได้ชื่อว่าเป็นมันสมองของปูติน ได้เสียชีวิตจากเหตุลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ หลังจากกลับจากงานเทศกาลวัฒนธรรมเมื่อช่วงค่ำวันเสาร์ที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา 

โดยระเบิดได้ถูกติดตั้งไว้ในรถยนต์ SUV Toyota Land Cruiser ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่าเป็นของอเล็กซานเดอร์ ดูกิน พ่อของเธอ แต่เกิดเปลี่ยนใจขับรถคันอื่นแทน ผู้รับเคราะห์จึงเป็น ดาร์ยา ดูกินา ที่เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ

สวนนงนุชพัทยา ร่วมกับ บริษัทยูนิไทย บริษัท ซียูอีแอล จัดกิจกรรมวิ่งการกุศล UNITHAI-CUEL Run for Charity 2022 วิ่งด้วยใจ มอบให้โรงพยาบาลแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ครั้งที่ 2

สวนนงนุชพัทยา นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ดร.อรรถสิทธิ์ กอชัยพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ซียูอีแอล จำกัด นายกัณฑ์พงษ์ สุวรรณปทุมเลิศ ปลัดอาวุโส รักษาราชการแทนนายอำเภอสัตหีบและนายแพทย์จิรศักดิ์ จิรากูลสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโรงพยาบาลแหลมฉบัง ร่วมแถลงข่าวกิจกรรมวิ่งการกุศล UNITHAI-CUEL Run for Charity 2022 วิ่งด้วยใจ มอบให้โรงพยาบาลแหลมฉบัง ท่ามแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน

สำหรับกิจกรรมวิ่งการกุศลครั้งนี้ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด Running in the Garden Season 2  เป็นการจัดวิ่งเพียบพร้อมไปด้วย บรรยากาศความเป็นธรรมชาติ ของพันธุ์ไม้นานาชนิดและสวนสวยภายในสวนนงนุชพัทยา เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป และกลุ่มที่มาเป็นครอบครัว ส่วนรายได้เพื่อสมทบทุนซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลแหลมฉบัง อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวแบบไทยเที่ยวไทย ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม 2565 ณ สวนนงนุชพัทยา
           

5 ข้อ ช่วยต่ออายุ ยืดเวลา ให้คุณได้ใช้ชีวิต

มีคนว่าไว้ เงินซื้อได้ทุกอย่าง แม้แต่สุขภาพ และความตาย...

นับแต่อดีต มนุษย์พยายามดิ้นรนหาทางอยู่ได้นานขึ้นเพื่อใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเพื่อรักษาอำนาจปกครองอาณาจักร เพื่อครอบครองสมบัติ เพื่อปรนเปรอความสุข หรือ ทำเป้าหมายของชีวิตให้สำเร็จในช่วงชีวิต

ยาอายุวัฒนะ ถูกคิดค้นสูตรขึ้นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคส่วนต่างๆ ของสัตว์หายากในแถบโลกตะวันออก หรือสมุนไพรจากพืชคุณสมบัติพิเศษในแต่ละยุค แต่แล้วก็ยังไม่มีผลรับรอง และความสำเร็จใดเกิดขึ้นจนกระทั่งสิบปีมานี้

มีสิ่งใดบ้าง ที่ทำได้ 5 ข้อ ต่ออายุ ยืดเวลาให้คุณได้ใช้ชีวิต โดยที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง
 
มัดรวม 5 ประการ : 2 ห้าม...3 ต้อง รู้ไว้ ทำได้ ใช้ชีวิตต่อยาวๆ

1. ห้าม...อดนอน และเครียดสะสม
• หนึ่งในยาวิเศษที่ทำได้ทุกวันตั้งแต่เด็กจนโต คือการนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งเพียงพอของแต่ละคนต่างกัน บ้าง 6 บ้าง 8 บ้าง 10 ชม. ต่อวัน อะไรที่จะพิสูจน์ว่าคุณนอนอิ่มพอ ลองเช็คดูสัญญาณบ่งชี้เหล่านี้ว่า คุณไม่รู้สึกง่วงหรือเพลียระหว่างวัน คุณจะไม่หงุดหงิดไร้สาเหตุ จะไม่เบลอ งง บ๊อง และใช้ได้อย่างชีวิตปกติสุดๆ

• สิ่งห้ามที่มาคู่กันอย่างเลี่ยงไม่ได้คือ การเครียด ใช่... เราตัดมันไม่ได้ เพราะชีวิตต้องใช้ และมีภาระมากมายให้จัดการ เครียดอาจเกิดขึ้นเป็นธรรมดา แต่ห้ามสะสมมันไว้เหมือนเงินในธนาคาร ความเครียดสะสม ส่งผลทั้งระยะสั้นและยาว ทำให้เกิดโรคระบบเลือดและหัวใจ ปัญหาระบบย่อยอาหาร ฯลฯ อาจนำไปสู่ปัญหาในครอบครัว และสังคม

2. ห้าม...กินดะ กินซ้ำ กินไปเรื่อย และไม่กินก็ไม่ได้
• สารเคมีหลายอย่างถูกใช้ในอาหารยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นของสด ของแห้ง หรือแปรรูป หากคุณกินแบบไม่พิถีพิถัน กินไปเรื่อย หรือ กินซ้ำๆ เหมือนเดิมต่อเนื่อง ขาดความหลากหลาย คุณจะได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน และเกิดโรค ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน มะเร็ง ก็จะแวะเวียนมาเยี่ยมได้ในที่สุด

• หากสุดโต่งไปอีกทางคือ กินน้อย ไม่กิน อด ก็ไม่ดีอีก เพราะที่สุดร่างกายจะขาดสารอาหารจำเป็น และประสิทธิภาพในการทำงานของระบบต่างๆ ลดลง และเสียหาย รวมไปถึงทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพจิต

3. ต้อง...แบ่งเวลาออกกำลังกาย
• เราเห็นคำนี้ตลอดชีวิตทุกช่วงวัย ไม่ว่าจากสื่อไหนๆ หรือบุคคลใกล้ชิด แต่น้อยคนที่จะตระหนัก ว่าร่างกายมนุษย์ต้อง ยืดหยุ่น และสร้างความแข็งแรง ในทุกๆ ระบบ ฉะนั้นการยืดชีวิตให้ยืนยาวต่อไปได้ จำเป็นต้องออกกำลังกาย โดยใช้คำว่า “แบ่งเวลา” เพื่อให้ทราบว่า อย่างน้อยเดินวันละ 30 นาที ไปจนถึง เล่นกีฬา เป็นประจำ

• อยากมีชีวิตยืนยาว มีส่วนมาจากการออกกำลังกายเป็นประจำ มันส่งผลต่อทุกๆ ข้อในชีวิต ตั้งแต่ หยุดทุกปัญหาความเสี่ยงต่อโรค ทำให้ไม่อ้วน ทำให้อารมณ์แจ่มใส เพิ่มพลังในการใช้ชีวิต และนอนหลับง่ายขึ้น

ราคา ‘กาแฟ’ ทั่วโลกเตรียมพุ่ง หลัง ‘บราซิล’ ผลิตได้ลดลง เซ่นโลกร้อน

จากสภาพอากาศเลวร้ายแบบสุดขั้วที่กำลังเกิดขึ้นในโลก เริ่มส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตเมล็ดกาแฟในประเทศผู้ผลิตชั้นนำบางแห่งอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ ‘บราซิล’

ยิ่งไปกว่านั้น ผลกระทบสืบเนื่องจากผลผลิตกาแฟที่ลดลงในบราซิล ซึ่งเป็นผู้ปลูกที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงเป็นประเทศที่ส่งออก กาแฟมากที่สุดในโลก ก็อาจจะทำให้ราคากาแฟทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ภายหลังจากสภาพอากาศเลวร้ายที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว รวมถึงต้นทุนปุ๋ย และพลังงานที่ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้เมื่อปีที่แล้ว บราซิลประสบกับ ‘ภัยแล้ง’ และ ‘ปรากฏการณ์น้ำค้างแข็ง’ ส่งผลให้ปริมาณการผลิตกาแฟในประเทศรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา (ช่วงก.ค.64-65) อยู่ที่ 35.7 ล้านถุง น้อยกว่าในช่วงเดียวกันเมื่อสองปีที่แล้ว ที่ผลิตได้มากถึง 48.7 ล้านถุง

จากผลผลิตที่ลดลง กระทบต่อราคากาแฟที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีราคาอยู่ที่ 2.59 ดอลลาร์ต่อปอนด์ แพงกว่าปีที่แล้วถึง 18.06% แม้ราคาจะเริ่มลดลงมาบ้าง แต่ก็ยังอยู่ที่ค่าเฉลี่ยราว 2.23 ดอลลาร์ต่อปอนด์ 

สพฐ.เร่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รองรับองค์กรราชการ 4.0

เมื่อวันที่ 22-24 สิงหาคม 2565 ณ โรงแรมเดอะ พาลาสโซ รัชดา กรุงเทพมหานคร  นายนิพนธ์ ก้องเวหา
ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาโครงการพัฒนาศักยภาพทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โดยมี นายเสริมฤทธิ์ หวายฤทธิ์ธนกุล ผอ.สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สพฐ. รายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดพัฒนาในครั้งนี้ 

นายนิพนธ์ ก้องเวหา กล่าวว่า “สพฐ. มีภาระกิจด้านการสนับสนุนส่งเสริมการบริหารจัดการด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสนับสนุนความสามารถของครูและผู้เรียนในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน จึงได้จัดตั้งกลุ่มส่งเสริมการศึกษาทางไกลเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่ง เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการ ดำเนินการด้านการใช้เทคโนโลยีในสถานศึกษาที่ประกอบด้วย งานพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศงานระบบคอมพิวเตอร์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร งานการส่งเสริมการจัดการศึกษาทางไกล งานบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Smart OBEC”

“จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ COVID-19 ที่ผ่านมาส่งผลให้การจัดการเรียนการสอนเปลี่ยนไป มีการใช้ระบบเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยการจัดการเรียนการสอน และเห็นว่ามีโรงเรียนในสังกัด สพฐ.ที่จัดการเรียนการสอนหลากหลายรูปแบบ โดยใช้องค์ประกอบด้านเทคโนโลยีทั้งสิ้น

ซึ่งจะเห็นว่าเทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลมากด้านการเรียนการสอน สพฐ.โดยสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน ตระหนักถึงเรื่องดังกล่าวและเพื่อเป็นการพบปะชี้แจง แลกเปลี่ยนสถานการณ์ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ให้กับบุคลากรของกลุ่มส่งเสริมการศึกษาทางไกลเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรง  เพื่อขับเคลื่อน ชี้แจงงานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน/สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้เกิดแนว ทางการปฏิบัติงานที่ชัดเจน มีการรวมกลุ่มการประสานงาน มีเครือข่ายความร่วมมือบุคลากรปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลระหว่างสำนักงาน” นายนิพนธ์ กล่าว

ก.แรงงาน ผนึกกำลัง ตรวจสถานประกอบการที่จ้างคนต่างด้าว ป้องกันค้ามนุษย์ด้านแรงงาน

วันที่ 23 สิงหาคม 2565 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และท่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงานได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม โดยคำนึงถึงความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชาวไทย และในวันนี้กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน บูรณาการการทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพ ทั้งฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ไปยัง บริษัท เค.พี.เอส.เพลทติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นสถานประกอบกิจการประเภทตกแต่งและการเคลือบโลหะ ตั้งอยู่เลขที่ 99/92-93 หมู่ที่ 3 ถนนเทพรัตน กม.23 ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ มีแรงงานต่างด้าวในระบบ จำนวน 181 คน การตรวจสถานประกอบกิจการ

จาก 'แม่ชม้อย' ถึง 'FOREX-3D' ห่วงโซ่ของ 'คนโลภ' ที่ไม่เคยคิดเข็ด!!

แชร์ลูกโซ่ เมื่อ ‘ความโลภ’ ทำให้คนตกเป็นเหยื่อ ...ถอดบทเรียน ‘กลโกง’ ศึกษาให้รอบด้าน สร้างเกราะป้องกันก่อนหายนะมาเยือน

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิดฝึกอบรมความรู้เทคโนโลยีระบบ Smart Safety Zone 4.0 โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

วันนี้ (23 ส.ค.65) เวลา 08.30 น. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธานในพิธี เปิดการอบรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบ Smart Safety Zone 4.0 ตามโครงการวิจัย เรื่อง สมาร์ท เซฟตี้ โซน

เพื่อความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน (Smart Safety Zone for the Safety of People’s Lives and Properties) รุ่นที่ 2 ณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ โดยหลังจากได้เปิดการฝึกอบรมโครงการดังกล่าวในรุ่นที่ 1 ไปแล้ว เมื่อวันที่ 18-19 ส.ค.65 ที่ผ่านมา ณ สน.ลุมพินี ซึ่งได้ทำการฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำอยู่ที่สถานีนำร่องในเขต บช.น. จำนวน 3 สถานี รวมผู้รับการฝึกอบรมจำนวน 105 คน

'เป็กกี้ ศรีธัญญา' รับงานค่าตัว 1.6 แสนบาท เซอร์ไพรส์หนัก!! ในงานมีคนดูแค่ 3 คน

เรื่องเล่าฮา ๆ ให้ได้ขำกันตลอด สำหรับ 'เป็กกี้ ศรีธัญญา' ที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยเล่าว่าเคยถูกจ้างให้ไปเอ็นเตอร์เทนแขกเหรื่อในงานศพมาก่อน แต่ล่าสุดสาวเป็กกี้ก็ออกมาเผยว่ามีงานที่ทุบสถิติ พีกกว่างานศพแล้ว เหตุลูกค้าจ้างไปร่วมเอ็นเตอร์เทนในงานไพรเวตปาร์ตี้ ด้วยจำนวนเงินสูงถึง 1.6 แสน แต่มีคนดูอยู่แค่ 3 คน

โดยสาวเป็กกี้ได้เปิดเผยเรื่องราวขำ ๆ นี้ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมระบุว่า “สร้าง #สถิติ คนดูน้อยที่สุดในโลก🎤เมื่อลูกค้าจ้างไปงานเลี้ยงส่วนตัว (Private Party) ทางเราก็ไม่คิดว่าจะส่วนตัวขนาดนี้อะค่ะ #รักคุณลูกค้านะคะ รับทุกงานเบิกบานทุกที่ค่ะ”

นอกจากนี้ยังเมนต์ตอบป๋อมแป๋มว่ามีเรื่องเล่าในรายการยายแล้ว บทใหม่ของชีวิต #งานศพว่าตื่นตาแล้ว อันนี้ก็ สนุกไม่แพ้กัน


ที่มา : https://mgronline.com/entertainment/detail/9650000080672

'นายกฯ' ปลื้ม 'อาชีวะป้องสถาบัน' ช่วยเหลือคนในชาติ เปลี่ยนทัศนคติ ทำดีให้เด็กรุ่นใหม่ดู

(23 ส.ค. 65) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชื่นชมกลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน ที่ประกาศทำดีให้เด็กรุ่นใหม่ได้ดูและได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทำความดี ช่วยเหลือสังคม และช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนในทุกมิติ 

โดยสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ร่วมกับกองทัพเรือ ตั้งจุดซ่อมแซมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน บริเวณลานจอดรถอาคารนันทอุทยานสโมสร ถ.อิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม.บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์พายุฝนและน้ำท่วม รวมทั้งซ่อมแซมห้องน้ำ ซ่อมแซมอาคาร โรงเรียนบ้านไร่ใหม่พัฒนา จ.เพชรบุรี

'ก.พลังงาน' เปิดแนวทางช่วยเหลือ 2 กลุ่มผู้ใช้ไฟ ลดสูงสุด 92.04 สต./หน่วย นาน 4 เดือน

กระทรวงพลังงาน เปิดแนวทางช่วยเหลือ 2 กลุ่มผู้ใช้ไฟ ลดสูงสุด 92.04 สต./หน่วย นาน 4 เดือน คาดใช้งบประมาณ 8,000 ล้านบาท

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานว่า ที่ประชุม ได้มีการพิจารณา การขยายระยะเวลามาตรการบรรเทาผลกระทบด้านราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ตามที่รัฐบาลได้มีมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านราคา LPG 

โดยมีโครงการยกระดับความช่วยเหลือส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มแก่ผู้มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ) จาก 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน เพิ่มขึ้นอีก 55 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน เป็น 100 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน ซึ่งเดิมมีกำหนดสิ้นสุดโครงการฯ วันที่ 30 กันยายน 2565 นั้น ในที่ประชุม กบง. ได้มีการติดตามความคืบหน้าของโครงการฯ พบว่า...

ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – 14 สิงหาคม 2565 มีผู้ใช้สิทธิ์จำนวน 3,741,994 ราย อย่างไรก็ดีเนื่องจากราคา LPG ยังคงอยู่ในระดับที่สูง ที่ประชุม กบง. จึงมีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาโครงการยกระดับความช่วยเหลือส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มแก่ผู้มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อีกประมาณ 3 เดือนโดยจะเริ่มประมาณกลางเดือนตุลาคม ถึง ธันวาคม 2565 

จากนั้นได้มอบหมายให้ กรมธุรกิจพลังงานนำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการเกี่ยวกับการขยายระยะเวลาโครงการฯ และจัดทำคำขอรับงบประมาณเพื่อใช้สำหรับดำเนินโครงการฯ เสนอสำนักงบประมาณตามขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้จากสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยได้รับผลกระทบ กระทรวงพลังงานเล็งเห็นถึงความสำคัญที่จะต้องช่วยเหลือค่าไฟฟ้าเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนอย่างเร่งด่วน ควบคู่ไปกับการจูงใจให้ภาคประชาชนมีการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด 

ดังนั้น ที่ประชุม กบง. จึงได้มีการพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน และมีมติเห็นชอบแนวทางช่วยเหลือ ดังนี้...

(1) กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาไฟฟ้าที่เป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน 

โดยให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าจำนวน 92.04 สตางค์ต่อหน่วย เป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน 2565
- ธันวาคม 2565 (ประกอบด้วยส่วนลดจากการเพิ่มขึ้นของค่า Ft เดือนพฤษภาคม 2565 – สิงหาคม 2565 จำนวน 23.38 สตางค์ต่อหน่วย และส่วนลดจากการเพิ่มขึ้นของค่า Ft เดือนกันยายน 2565 – ธันวาคม 2565 จำนวน 68.66 สตางค์ต่อหน่วย) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยลดภาระค่าครองชีพของผู้ใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากนโยบายของรัฐ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2565 วันที่ 19 เมษายน 2565 และวันที่ 10 พฤษภาคม 2565

(2) กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 301-500 หน่วยต่อเดือน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาไฟฟ้าซึ่งเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานเช่นกัน โดยการให้ส่วนลดจากการเพิ่มขึ้นของค่า Ft เดือนกันยายน 2565 – ธันวาคม 2565 แบบขั้นบันไดในอัตรา 15 -75 %

ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการตามแนวทางช่วยเหลือกลุ่ม (1) และ (2) ซึ่งเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ของ กฟน. และ กฟภ. จะครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้าประมาณ 80% ของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ หรือคิดเป็น  89% ของผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย 

สำหรับการดำเนินการให้ครอบคลุมบ้านที่อยู่อาศัยที่เป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยของ กฟผ. และผู้ใช้ไฟฟ้าของกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณรวม 2,000 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 8,000  ล้านบาท สำหรับ 4 เดือน โดยพร้อมมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอรับสนับสนุนแหล่งงบประมาณในการดำเนินมาตรการดังกล่าวตามความเหมาะสมต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุม กบง. ยังได้มีการพิจารณาปรับปรุงกรอบหลักเกณฑ์การคัดเลือกโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) (กลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิงและขยะอุตสาหกรรม) สำหรับปี 2565 – 2573


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top