Wednesday, 15 July 2026
NEWS

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในชุมชน 6 เขตกรุงเทพมหานคร รุดจัดทีมลงพื้นที่ลุยแจกจ่ายถุงยังชีพต่อเนื่อง ตามที่ได้เกิดสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพมหานครในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่น้ำท่วม

ตามที่ได้เกิดสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพมหานครในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่น้ำท่วมขัง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำรงชีพ

ระหว่างวันที่ 17-22 กันยายน 2565  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ได้มอบหมายให้ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จัดทีมเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่แจกจ่ายถุงยังชีพบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิ ข้าวสาร ปลากระป๋อง  บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนม ชุดยาสามัญ น้ำดื่ม ฯลฯ ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่อาศัยอยู่ในชุมชนในพื้นที่เขตลาดกระบัง บางคอแหลม บางเขน มีนบุรี หนองจอก และจตุจักร รวม 6 เขต รวมชุดเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวน 1,175 ชุด รวมงบประมาณดำเนินการทั้งสิ้น 352,500 บาท (สามแสนห้าหมื่นสองพันห้าร้อยบาทถ้วน) โดยมีการประสานงานกับสำนักงานเขตต่างๆ ในการลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ พร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในพื้นที่และใกล้เคียง รวมทั้งอาสาสมัครศิลปิน ร่วมลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ

โดยในวันนี้ (วันที่ 22 กันยายน 2565) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ รักษาการหัวหน้าแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครมูลนิธิฯ ลงพื้นที่แจกจ่ายถุงยังชีพบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภค ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่เขตจตุจักร โดยมีอาสาสมัครในพื้นที่ร่วมให้ความช่วยเหลือ

กองทัพเรือจัดงานวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครบรอบ 169 ปี

วันที่ (20 กันยายน 2565) เวลา 10.00 น. พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในการจัดงานวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครบรอบ 169 ปี ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ป้อมพระจุลจอมเกล้า ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ โดยภายในงานได้มีพิธีบวงสรวงและถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พิธียิงปืนเสือหมอบ และพิธีสงฆ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ.2396 เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 4 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี พระองค์ทรงเป็นที่รักใคร่อย่างล้นเหลือของพสกนิกรทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช” ซึ่งมีความหมายว่า “พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน” พระองค์เสด็จสวรรคต เมื่อที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2453 สิริพระชนมายุ 58 พรรษา ทรงครองสิริราชสมบัติ 42 ปี

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น กองทัพเรือจึงได้จัดงานเนื่องในวันคล้าย
วันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครบรอบ 169 ปี เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ต่อประเทศไทย พระองค์ทรงประกาศเลิกทาสโดยไม่สูญเสียเลือดเนื้อของประชาชน ทรงปฏิรูประเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ทรงโปรดให้สร้างถนน สะพานและทางรถไฟ ทรงริเริ่มกิจการไปรษณีย์โทรเลข โทรศัพท์ ไฟฟ้า การประปา การสุขาภิบาล อีกทั้งยังทรงระงับข้อพิพาท
กับต่างประเทศ ทำให้ประเทศชาติรอดพ้นภัยมาได้

ในปี พ.ศ. 2422 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชปรารภว่า ป้อมคูประตูหอรบที่เมืองสมุทรปราการ ซึ่งเคยทำหน้าที่ป้องกันอริราชศัตรูและเคยเป็นสง่าสำหรับพระนครมาแต่ก่อนนั้น ล้วนแต่ชำรุดทรุดโทรมและรกร้าง ไม่มีทหารอยู่ประจำรักษาการมาช้านานแล้ว สมควรจะซ่อมแซมก็ยังไม่ลุล่วง เนื่องจากเงินรายได้ของแผ่นดินมีจำกัด ในช่วงเวลานั้น ฝรั่งเศสกำลังหาเมืองขึ้นในเอเชียอาคเนย์อยู่ ภายหลังที่ฝรั่งเศสยึดญวนเขมร และลาวได้แล้ว ฝรั่งเศสก็คิดจะยึดพื้นที่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง (พระตะบอง เสียมราฐศรีโสภณ) อันเป็นของไทยมาตั้งแต่เดิม

ในขณะที่มีเหตุการณ์อันอันไม่น่าไว้วางใจเกิดขึ้นเช่นนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ โดยเรือพระที่นั่งมหาจักรีไปทอดพระเนตรภูมิฐาน ตลอดจนทดลองยิงปืน ที่ป้อมแหลมฟ้าผ่า จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ร.ศ.112 ทรงพระราชดำริว่าป้อมนี้อยู่ในทำเลที่ตั้งมั่นคง สามารถใช้ป้องกันประเทศได้แห่งหนึ่ง ครั้งนั้นได้มีพระราชหัตถเลขาซึ่งสะท้อนแนวพระราชดำริไว้ว่า “ฉันรู้ตัวชัดอยู่ว่า ถ้าความเปนเอกราชของกรุงสยามได้สิ้นสุดไปเมื่อใด ชีวิตรฉันก็คงสิ้นสุดไปเมื่อนั้น มิได้อยู่ปกครองทรัพย์สมบัตินี้เลย ซึ่งจะทนอยู่อย่างที่ขอไม่ได้เลยเปนอันขาด”

จึงโปรดให้ปรับปรุงป้อมดังกล่าวอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งจัดหาอาวุธที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมาติดตั้งประจำไว้ให้ครบถ้วน โดยได้พระราชทานเงินพระคลังข้างที่ (เงินส่วนพระองค์) มาเพิ่มเติมอีกจำนวน 10,000 ชั่ง (ประมาณ 800,000 บาท) เพื่อสมทบการก่อสร้าง ป้อมพระจุลจอมเกล้า โดยเริ่มการก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.2435 จนแล้วเสร็จในต้นปี พ.ศ.2436 ซึ่งตรงกับเหตุการณ์ ร.ศ.112 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อป้อมปืนแห่งนี้ว่า “ป้อมพระจุลจอมเกล้า” ต่อมาเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2436 พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินด้วยเรือพระที่นั่งมหาจักรี ไปทอดพระเนตรป้อมฯ ทรงทดลองยิงปืนเสือหมอบด้วยพระองค์เอง โดยปืนเสือหมอบนั้นเป็นปืนใหญ่ขนาด 6 นิ้วบรรจุท้าย และเป็นรุ่นแรกที่มีใช้ในกองทัพเรือ ซึ่งสั่งมาจาก บริษัท เซอร์ ดับบลิว จี อาร์มสตรอง จำกัด ประเทศอังกฤษ โดยปืนชนิดนี้ถูกติดตั้งอยู่ภายในหลุมที่ขุดลึกลงไปในดิน จำนวน 7 หลุม หลุมละ 1 กระบอก ซึ่งภายในหลุมได้ก่อเป็นกำแพงกว้างพอที่พลประจำปืน จำนวน 10 นาย จะปฏิบัติงานได้ ปืนนี้เวลายิงจะโผล่กระบอกปืนขึ้นมาจากหลุมด้วยแรงไฮดรอลิคส์ และเมื่อทำการยิงแล้วปืนจะถอยลงมา อยู่ในหลุมตามเดิม อันเป็นที่มาของชื่อปืนเสือหมอบ

‘ดร.ตั้น’รุดตรวจรง.สารเคมีรั่ว ย้ำรง.ต้องรับผิดชอบปชช. ที่ได้รับผลกระทบ แม้พบว่า สารเคมีที่รั่วมีความเป็นพิษต่ำ

ดร.กฤชนนท์ อัยยปัญญา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรางอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบการการรั่วไหลของสารเคมีจากโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดนครปฐม โดยระบุว่า สารเคมีที่รั่วออกมานั้น เป็นโรงงานย่านพุทธมณฑลสาย 7 จากการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญ พบว่า สารเคมีที่รั่วไหลนั้นมีชื่อว่า สารไดฟีนีลออกไซด์ (Diphenyl Oxide) 73% และสารไบฟีนีล (Biphenyl) 27% ซึ่งเป็นสารที่ไม่ได้เกิดจากกระบวนการผลิตโดยตรง แต่เป็นสารที่เกิดจาก Hot Oil หรือน้ำมันถ่ายเทร้อนเกิดการรั่วไหล ทำให้เกิดกลิ่นฉุน และเหม็นเปรี้ยวกระจายไปยังพื้นที่รอบๆ ในรัศมีประมาณ 5 กิโลเมตร ซึ่งขณะนี้ได้ปิดวาล์วเพื่อควบคุมการรั่วไหล และหยุดสายพานการผลิตเรียบร้อยแล้ว

ดร.กฤชนนท์ ให้ข้อมูลว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากการผุกร่อนของท่อส่งสารเคมี และสารเคมีที่รั่วออกมานั้นปริมาณอยู่ที่ราว 30 ลิตร และเนื่องจากเป็นสารที่มีน้ำหนักเบา ทำให้ลอยไปในอากาศได้ไกล แต่จากสารดังกล่าวเป็นสารที่ระเหยได้เร็ว ในช่วงแรกที่เกิดการรั่วไหลจะมีกลิ่นรุนแรง แต่ก็จะระเหยไปอย่างรวดเร็วเมื่อลอยขึ้นสู่อากาศ จัดอยู่ในกลุ่มพี่มีพิษต่ำ อาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองที่คอ ตา และแสบจมูกบ้างหากสูดดมเข้าไปในปริมาณมาก

ผู้ว่าฯปทุมธานี เปิดจวน ต้อนรับผู้ว่าฯชัชชาติ เพื่อหารือการทำงานแบบไร้รอยต่อ

เมื่อวันที่ (20 ก.ย. 65) เวลา 16.00 น. ที่ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้ต้อนรับคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร นำโดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าหารือแนวทางแก้ไขปัญหา เรื่องการระบายน้ำ ปัญหาฝุ่นละออง ปัญหาการจราจร และการวางผังเมืองที่จะเกิดขึ้นกับจังหวัดรอบ ๆกรุงเทพมหานคร เป็นการประสานความร่วมมือแบบไร้รอยต่อระหว่างกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง เช่น ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ฉะเชิงเทรา สมุทรปาการ  

จากการพูดคุย เรื่องปัญหาน้ำท่วม ซึ่งทางทั้ง 2 จังหวัดได้พูดคุยเรื่องการพร่องน้ำในคลองต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงระหว่างกรุงเทพฯกับปทุมธานี เช่นคลองหกวาสายล่างเชื่อมลงมาทางคลองรังสิตประยูรศักดิ์ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนกรุงเทพมหานครจะมีคลองเปรมประชากรเชื่อมต่อกับคลองบ้านใหม่ ซึ่งจะมีการสูบน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยา และจุดอนุสรณ์สถานก็วางแผนร่วมกันแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมขัง

ในการหารือครั้งนี้ ทางผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่าในอนาคตจะมีโครงการที่ผันน้ำด้านทิศตะวันออกเพื่อลงสู่อ่าวไทยโดยเร็วโดยจะขุดอุโมงค์ลอดจากเขตลาดกระบังผ่านด้านทิศตะวันออกของสนามบินสุวรรณภูมิ ลงมาที่คลองร้อยคิว และจะทะลุผ่านอำเภอคลองด่านจังหวัดสมุทรปาการลงสู่อ่าวไทยต่อไป

กองทัพอากาศ ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อพัฒนาการศึกษาเอกชน และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จัดพิธีมอบรางวัลให้กับผู้ชนะเลิศการประกวดโครงการ Out of the Box และโครงการ Clip You Life Click Your Future

เมื่อวันพุธที่ (21 กันยายน 2565) เวลา 09.00 น. กองทัพอากาศ โดย พลอากาศโท ฐานัตถ์ จันทร์อําไพ รองเสนาธิการทหารอากาศ ผู้แทนผู้บัญชาการทหารอากาศ ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อพัฒนาการศึกษาเอกชน และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จัดพิธีมอบรางวัลให้กับผู้ชนะเลิศการประกวดโครงการ Out of the Box และโครงการ Clip You Life Click Your Future ณ ห้องรับรองกองทัพอากาศ กองบัญชาการกองทัพอากาศ

กิจกรรมการประกวดทั้ง 2 โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมด้านกำลังความคิดในการผลิตสื่อที่ทันสมัย เป็นต้นแบบนักสื่อสารที่ดี ปลูกจิตสำนึกด้านผลิตสื่อที่ปลอดภัย รู้เท่าทันสื่อ เลือกบริโภคสื่ออย่างถูกต้อง พัฒนาคุณภาพการศึกษาสำหรับเป็นแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ให้แก่นักเรียนของโรงเรียนเอกชน และสร้างเครือข่ายเยาวชนในการผลิตสื่อสร้างสรรค์ด้านความมั่นคง และภารกิจของกองทัพอากาศในอนาคต  

ทั้งนี้ จุดมุ่งหมายที่สำคัญนอกจากประกาศเกียรติคุณให้กับนักเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ยังเป็นการส่งเสริมขวัญและกำลังใจ เผยแพร่เกียรติประวัติเกียรติคุณ ส่งเสริมความรู้ความสามารถของนักเรียนที่ได้รับการยกย่องให้สังคมโดยทั่วไปได้รู้จัก และมุ่งประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งดีงามอันจะส่งผลให้โรงเรียน ชุมชน ประเทศชาติ เป็นสังคมที่มีคุณภาพต่อไป

'สุชาติ' รมว.แรงงาน มอบ เลขาธิการ สปส. 'บุญสงค์' ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ติดตามคุณภาพชีวิตผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพ

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2565 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม พร้อมด้วย นางสาวพรรณิกา เหลืองสุรีย์ ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม นางมารศรี ใจรังษี ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม นางสาวมุทิตา ชูประดิษฐ์ ประกันสังคมจังหวัดอุดรธานี นางอาภรณ์ แว่วสอน ผู้อำนวยการศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 4 จังหวัดขอนแก่น นางสาวหัฎฐริภิม ณมงคลบุญวงษ์ ผู้อำนวยการกองฝึกอบรม และเจ้าหน้าที่ ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามคุณภาพชีวิตพร้อมให้กำลังใจผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพในจังหวัดอุดรธานี จำนวน 3 ราย

นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มีความห่วงใยผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยและทุพพลภาพ โดยวันนี้ได้มอบหมายให้ ผมและคณะลงพื้นที่ มอบของเยี่ยมให้กับผู้ประกันตนทุพพลภาพถึงบ้านพัก ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดอุดรธานี จำนวน 3 ราย ได้แก่ นางเสาวณี จันทร์แจ้ง ผู้ประกันตนมาตรา 33 ทุพพลภาพ จากสาเหตุเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมองตีบ โรคไต เส้นเลือดสมองตีบ และต่อมาเป็นไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปากข้างซ้ายเบี้ยว ตาข้างซ้ายหลับไม่สนิท เดินไม่ได้ ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เดือนละ 3,625.50 บาท ได้รับสิทธิเป็นผู้ทุพพลภาพตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 สำนักงานประกันสังคมจังหวัดอุดรธานี ได้จ่ายสิทธิประโยชน์ไปแล้วเป็นจำนวนเงิน 329,920.50 บาท

'บิ๊กป้อม' ห่วง!! สารเคมีรั่วไหลจากโรงงานในนครปฐม สั่ง ส.ส.พปชร.รุดพื้นที่ติดตาม-ช่วยเหลือประชาชนใกล้ชิด

'พล.อ.ประวิตร' ห่วงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสารเคมีรั่วไหล เร่งประสานส.ส.-อดีตผู้สมัครติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เพื่อช่วยเหลือประชาชน

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนากยกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากกรณีเกิดเหตุ สารเคมีรั่วไหล ภายในโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง ในจ.นครปฐม และมีประชาชนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร รอบนอก และ จ.นนทบุรี ที่เป็นพื้นที่รอบต่อ จึงประสานงานให้ส.ส.และอดีตผู้สมัครส.ส.ในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในการประสานงานรับเรื่องราวร้องทุกข์และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างทันท่วงที

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ในเบื้องต้นขอให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา หลีกเลี่ยงออกมาภายนอกอาคาร  เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นดังกล่าวเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ประเมินการหายใจของตนเองหากพบสิ่งผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์

‘คุณชายอดัม’ เผยเรตรายได้ ค่าตัวดาราไทย คิดยังไงก็ไม่น่าถอยซุปเปอร์คาร์ได้ 2-3 คัน

คุณชายอดัม เปิดรายได้ดารานักแสดงในวงการบันเทิงไทย ชี้ยังไงก็ไม่มีทางที่ถอยซุปเปอร์คาร์ 2-3 คัน หรือ สร้างบ้านหลายหลัง เที่ยวต่างประเทศแบบชิล ๆ ได้แน่นอน

เมื่อวันที่ (21 ก.ย. 65) หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล หรือ คุณชายอดัม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘เฉลิมชาตรี ยุคล’ ในประเด็นเรื่องรายได้ของดารานักแสดงในวงการบันเทิงไทย โดยระบุว่า…

ถ้าดาราเป็นดาราเลยเพียงอย่างเดียว รายได้จะไม่มีทางถอย Supercar 2-3 คันใน 1 ปีได้เลย ยกเว้นแต่จะดาวน์และผ่อนเอา ซึ่งก็หนักหนาอยู่ดีครับ ถ้านักแสดง 1 คนสร้างบ้าน 4-5 หลัง รถสปอร์ต 4-5 คัน เที่ยวต่างประเทศไตรมาสละ 2-3 ครั้ง มันเป็นไปไม่ได้ที่จะรับงานแสดงหนัง+ละครแล้วจะมีเงินจ่ายขนาดนี้ครับ

สมมติว่าเล่นภาพยนตร์ หนังไทยเรื่องนึงงบอยู่ที่ 10-30 ล้านบาท ถ้านักแสดงหนึ่งคนรับ 5 เรื่อง ก็คือใช้เวลาเล่นหนัง 75 วัน แล้วโดยประมาณถ้าคิด 5 ล้านบาทต่อเรื่อง (ซึ่งคงเป็นไปได้ยากมากที่จะมีนักแสดงที่ได้เงินขนาดนี้ต่อภาพยนตร์ 1 เรื่องแน่ๆ) ก็ 25 ล้านบาท ก็อาจจะได้ Super Car หนึ่งคัน

ถ้าเล่นละคร ตอนนึงราคาสูงสุดก็เอาไปเลย 2 แสนบาทต่อตอน (นักแสดงเบอร์ใหญ่สุดๆ ของเมืองไทยแบบ Top 5 ของประเทศละครับ) ดังนั้นก็จะได้เรื่องนึงประมาณ 3 ล้านบาท แบบเยอะเหลือเชื่อแล้วนะครับ ถ้าละคร อีก 5 เรื่องก็ คือระยะเวลาถ่ายทำประมาณ 40 วันต่อเรื่อง (ซัก 16 ตอนต่อเรื่องนะครับ กะๆ เอา) ก็จะใช้อีก 200 วัน ก็รวมๆ 15 ล้านบาท

รวมสองอันก็ 275 วันแล้ว ได้ 40 ล้านบาท ได้ Aventador คันนึงละครับ

แปลว่าถ้าจะเอาบ้านอีกซักหลังที่ 10-20 ล้านก็ต้องทำงานเหนื่อยหน่อยนะครับ แล้วถ้าไปเมืองนอก 5 วัน 3 ครั้งทุกไตรมาส ก็จะเป็น 45 วันที่ไปเที่ยวต่างประเทศต่อปี ไม่นับรวมปาร์ตี้ EDM ดัง ๆ 5-10 ครั้งต่อปี ก็ 55 วัน ตอนนี้ก็ 330 วันละครับ เหลืออีก 35 วัน

ตรงนี้ก็อยู่ที่ว่าถ้าอยากได้เงินไว้ใช้จ่ายอื่น ๆ ด้วย ก็ต้องทำอย่างอื่นควบคู่ไปครับ เช่นออกอีเวนต์ ซึ่งจะได้ประมาณ 3 แสนต่อวัน (ซักวันละ 3 งาน งานละ 1 แสน รอบละ 3 ชั่วโมง ก็จะใช้เวลา 9 ชั่วโมงต่อวันไม่รวมเดินทาง ซึ่งเดินทาง 1 ชั่วโมง ก็ 12 ชั่วโมงต่อวันละ) ก็จะได้อีก 9 ล้านบาท สำหรับ 30 วัน ส่วน 5 วันที่เหลือไว้ไปงานวันเกิดเพื่อน ไปไหว้คุณพ่อคุณแม่และดูแลครอบครัว

สอท. ขอโอกาสคนรุ่นใหม่ไฟแรง ฮาซัน วันนุ รับใช้ชาวหนองจอก

วันที่ 22 กันยายน 2565 นายสมัย เจริญช่าง ที่ปรึกษาพรรคสร้างอนาคตไทย, นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรค, นายอิธวัฒน์ พิทักษ์คุมพล กรรมการบริหารพรรค, นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ ผู้ประสานงานเขตคลองสามวา และทีมงานพรรคสร้างอนาคตไทย ได้ร่วมกันเปิดศูนย์ประสานงานเขตหนองจอก โดยมีนายฮาซัน วันนุ เป็นผู้ประสานงานในพื้นที่ 

นายสุรนันทน์ กล่าวว่า นายฮาซัน ได้ทำงานจิตอาสาลงพื้นที่ดูแลประชาชนมากว่า 2 ปี โดยไม่สังกัดพรรคการเมืองใดๆ  เป็นคนหนุ่มไฟแรงและได้รับการยอมรับจากคนทุกรุ่น และวันนี้ก็มีโต๊ะอิหม่าม จากกว่า 40 มัสยิด และผู้นำชุมชนในพื้นที่มาร่วมสนับสนุนการทำงานในครั้งนี้ พรรคจึงมั่นใจว่าเราได้เลือกผู้ประสานงานที่ดีที่สุดและทำงานเพื่อประชาชนอย่างต่อเนื่องมารับใช้พี่น้องในครั้งนี้

นายสุรนันทน์ ยังกล่าวอีกว่า การเปิดศูนย์ประสานงานไม่ใช่การเปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง พรรคมีความตั้งใจที่จะเปิดศูนย์เพื่อให้มีความใกล้ชิดประชาชน รับฟังปัญหาและความทุกข์ร้อน ผู้ประสานงานของเราจะช่วยผลักดันและแก้ไข และจะเป็นตัวกลางในการประสานงานระดับท้องถิ่นและระดับชาติ พรรคสร้างอนาคตไทยพร้อมที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาปากท้อง และลดความขัดแย้งทางการเมืองที่ได้ส่งผลกระทบต่อปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยจะร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อนำพาประเทศชาติให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปให้ได้

'ดร.สมเกียรติ' ฟันธง 'โอกาส-อนาคต' ครั้งใหญ่ของไทย หาก 'ไทย-กัมพูชา' ร่วมเดินหน้าขุดเจาะแก๊ส-น้ำมัน

หลังจากที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กห. ได้ให้การต้อนรับการเยี่ยมคำนับของ พลโท ฮุน มาเนต รอง ผบ.ทสส.และ ผบ.ทบ.ราชอาณาจักรกัมพูชา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ณ ศาลาว่าการกลาโหม เมื่อ (20 ก.ย. 65) ที่ผ่านมา

ทางด้าน ดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้โพสต์ข้อความถึงโอกาสและอนาคตของไทย กับการขุดเจาะแก๊สและน้ำมันร่วม ระหว่างไทย-กัมพูชา ว่า...

ผมดีใจที่นายกประยุทธ์ มีเวลาคิดทำเรื่องสำคัญ การมาของ 'ฮุนมาเนต' คือ เส้นทางที่ราบรื่นของโครงการนี้ ไทยและกัมพูชาจะโชติช่วงชัชวาลไปอีกนาน และจะเป็นพาร์ตเนอร์ที่สำคัญรวยไปด้วยกัน จะมีแก๊สให้ใช้ในสิบปีข้างหน้า

รู้เรื่องนี้ดี ตั้งแต่ทำหกเหลี่ยมเศรษฐกิจที่จุฬาฯ สมช. เมื่อสามสิบปีที่แล้ว 

ราคาแก๊ส น้ำมันระดับนี้คุ้มลงทุน ราคาน้ำมันต้องเกิน 50 เหรียญ 

พื้นที่ย่านนั้นลึกระหว่าง 50 ถึง 100 เมตร แต่ยุคนี้มีเทคโนโลยีใหม่ในการขุดเจาะที่ทำให้ต้นทุนลด แม่นยำ ย่านนั้นหลุมใหญ่ไม่ใช่หลุมเล็กกระจายแบบแก๊สอ่าวไทย 

จะสำเร็จได้ต้องฝ่ายความมั่นคงคุยกัน สมัยลาว, เวียดนาม, พม่า, จีน ก็แบบนี้แหละ ไว้จะงัดข้อมูลมาสนับสนุนโครงการนี้ อย่าลืมอ่านบทความอุตสาหกรรมตัวพ่อ ปิโตรเคมี

ขอบคุณลุงตู่นะครับ ว่องไวปานกามนิตหนุ่ม งานนี้ขอช่วยด้วย

ความสัมพันธ์ไทย กัมพูชาดีมาก ๆ จำเรื่อง สม รังสี ได้ไหม ตอนนั้นอเมริกาบุกแหลก ตอนนี้กัมพูชาถูกอียูแซงชั่น อเมริกาด้วย ตอนนี้เศรษฐกิจจีนก็เหนื่อย

ตอนนี้ท่านฮุนเซน สั่งไล่จับบ่อน กาสิโนหนักหน่วง หวังว่าแก๊ง Call Center ของจีนจะหายไป ต้องคุยกับจีนด้วย ย่านนี้เทคโน น้ำแข็ง ไฟจะมา

ให้กำลังใจคุณสุพัฒน์พงษ์นะครับ ห้ามตาย ทำให้เสร็จ

มหาวิทยาลัยเตรียมคนด้าน ปิโตร/ธรณีเคมี ให้พอนะครับ มหาวิทยาลัยหาที่ให้วิศวะสร้างตึกบ้าง หรือไปใช้ตึกอักษรก็ได้ นิสิตจะได้เป็นแฟนกัน โรงเรียนชายล้วนวางแผนละเอียด55

ขอบคุณลุงตู่นะครับ ลุงดูฟิตมาก งานแบบนี้ต้องฝ่ายความมั่นคงทำจึงสำเร็จ ท่านฮุนเซนไม่คุยกับนักการเมืองดอก

งานนี้ดีมาก กัมพูชาจะรวย ไทยจะมีแก๊สมาแทนแก๊สอ่าวไทยที่จะหมดไปในสิบปีข้างหน้า

ถูกกว่านำเข้าเยอะ

อาเซียนจะรุ่งเรือง

'ดร.นิว' ซัด!! เพจ Royal World Thailand โพสต์หมิ่นพระเกียรติฯ แสร้งหวังดีแต่ประสงค์ร้าย หลังทำตัวไม่ต่างจากเพจสามนิ้ว

ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ 'เพจ Royal World Thailand - รอยัล เวิลด์ ประเทศไทย หวังดีหรือประสงค์ร้ายกันแน่?' โดยมีเนื้อหาดังนี้...

การแสร้งทำเป็นวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยด้วยความหวังดีของเพจ Royal World Thailand เป็นพฤติกรรมลวงโลก เพราะเต็มไปด้วยการเสียดสีและดูหมิ่นเหยียดหยามพระเกียรติยศอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด 

แถมล่าสุด เพจ Royal World Thailand ได้ออกมาเสียดสีและดูหมิ่นเหยียดหยามพระเกียรติยศของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างรุนแรง ในกรณีที่ทรงไม่เสด็จฯ เยือนสหราชอาณาจักร เพื่อร่วมพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 

เพจ Royal World Thailand - รอยัล เวิลด์ ประเทศไทย จึงดูไม่ต่างจากเพจสามนิ้วที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อคอยหาโอกาสบิดเบือนให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยโดยเฉพาะ ไม่ได้มีความปรารถนาดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยแต่อย่างใด สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมายโดยเร่งด่วน

ก่อนอื่น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าทางกระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาแห่งสหราชอาณาจักร หรือ Foreign, Commonwealth & Development Office (FCDO) ได้ส่งเอกสารเทียบเชิญไปยังสถานเอกอัครราชทูตของประเทศทั่วโลกตามระดับความสัมพันธ์ที่แตกต่างกัน

ปรากฏว่าประเทศไทยของเรา ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ได้รับการเทียบเชิญเดียวกันกับ บาห์เรน, ภูฏาน, กัมพูชา, ญี่ปุ่น, จอร์แดน, คูเวต, ลิกเตนสไตน์, ลักเซมเบิร์ก, โมนาโก, โมรอคโค, นอร์เวย์, โอมาน, กาตาร์, ซาอุดิอาระเบีย, สวีเดน, ไทย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

จากเทียบเชิญของ FCDO ดังกล่าว ประเทศในกลุ่มนี้รวมถึงประเทศไทย สามารถเลือกได้ว่าทางประมุขแห่งรัฐที่เป็นพระมหากษัตริย์จะเสด็จฯ มาเอง หรือส่งเอกอัครราชทูตมาร่วมแทนก็ได้ เป็นไปตามความสะดวกและความเหมาะสมของแต่ละประเทศ

เมื่อพิจารณาจากเงื่อนไขของการเทียบเชิญในข้างต้น นับได้ว่าประเทศไทยก็ได้ปฏิบัติตามกรอบของการเทียบเชิญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยที่ไม่ได้เป็นปัญหากับทางสหราชอาณาจักรแต่อย่างใด มีแต่กลุ่มผู้ไม่หวังดีอย่างเพจ Royal World Thailand ที่มีปัญหา แล้วออกมาโจมตีอย่างเสียๆ หายๆ

ต่อมา ต้องทำความเข้าใจประเด็นที่สำคัญที่สุดต่อว่าพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นไปอย่างเสรี หากแต่มีการเมืองโลกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน จนทำให้มีการแบนรัสเซียจากพระราชพิธี

ดังนั้น ท่าทีในการแสดงความไว้อาลัยของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ จึงต้องถนอมน้ำใจของทั้งสองขั้ว เป็นที่มาของการแสดงออกหลากหลายรูปแบบภายในประเทศ แต่เลือกที่จะส่งเอกอัครราชทูตเป็นตัวแทนในต่างประเทศ

เมื่อประเทศไทยไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้น จึงไม่ถูกบังคับโดยธรรมเนียมปฏิบัติที่ประมุขสมควรต้องเดินทางมาเอง เมื่อสามารถเลือกได้ตามที่ FCDO ระบุ จึงต้องเลือกจุดสมดุลที่ดีที่สุด เพราะทั้งสหราชอาณาจักรกับรัสเซียต่างก็เป็นมหามิตรและมีความสัมพันธ์อันดีมาอย่างยาวนานทั้งคู่

'น้องหมิว' สาวสูง 92 ซม. พิการร่างกายแต่ไม่เคยท้อ ได้แรงหนุนรอบข้าง คว้าเกียรตินิยมอันดับ 2 มาครอง

จุดเริ่มต้นจากหนังสือตอบกลับของ กองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ระบุว่า "จะส่งเรียนจนจบระดับปริญญา" ได้เปิดโอกาสครั้งสำคัญแก่ 'น้องหมิว' สาวพิการตัวเล็กแห่งบุรีรัมย์ ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร เศรษฐศาสตร์บัณฑิต และมุ่งมั่นจนคว้าเกียรตินิยมอันดับ 2 สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ สานต่อความหวังที่อยากรับปริญญาตั้งแต่เด็ก โดยมีคุณพ่อ แม่ และเพื่อน ๆ เป็นแรงใจที่ช่วยเกื้อหนุนกันมาจนประสบผลสำเร็จ

เมื่อวันที่ (21 ก.ย. 65) ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ได้เดินทางไปพบ นางสาววราภรณ์ สร้อยเสน หรือน้องหมิว อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/3 หมู่ 3 ต.ทุ่งวัง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ที่สวมครุยเพื่อเตรียมตัวเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 17-26 กันยายน 2565 

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ในการพระราชทานปริญญาบัตร โดยในครั้งนี้ เป็นการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับ ปริญญาเอก โท ตรี จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ จำนวน 4,525 คน ที่หอประชุมมหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

นางสาววราภรณ์ สร้อยเสน หรือน้องหมิว เปิดเผยว่า ตนเกิดมาไม่สมประกอบ มีความพิการที่ขาและนิ้วมือ โดยมีความสูงเพียง 92 ซม. อยู่ที่บ้านกับบิดา มารดา น้องชายและน้องสาวรวม 5 ชีวิต ในสมัยที่ตนเป็นเด็ก ได้เห็นข่าวการรับปริญญาจึงเกิดความฝันว่าตัวเองก็อยากรับปริญญาบ้าง แต่จากข้อจำกัดทางด้านร่างกายและสุขภาพ ทางบ้านจึงบอกให้อยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ต้องไปเรียน ซึ่งตนเชื่อว่าไปเรียนได้ มารดาก็เลยไปส่งเข้าเรียนชั้นอนุบาล ก็ได้เพื่อน ๆ คอยช่วยเหลือ ไปรับ ส่ง ไปโรงเรียน บางครั้งก็ได้พ่อและแม่เป็นแขนขาให้ ซึ่งด้วยความรบเร้าอยากเรียนต่อ ทางบ้านจึงยินยอมให้ไปเรียน จนกระทั่งจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และคิดว่าทำอย่างไรจะได้รับพระราชทานปริญญาเหมือนเช่นคนอื่นตามที่ได้ตั้งใจไว้ ซึ่งก็รบเร้ากับมารดาอีกจนท่านใจอ่อน จากนั้นได้ไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ แต่แม่ไม่มีเงินส่งให้เรียน ความฝันว่าจะได้เรียนก็พังสลายลง

'มาดามแป้ง' ตั้ง 'ชนาธิป' กัปตันช้างศึกลุยคิงส์คัพ 'ธีราทร' เป็นรองกัปตัน

'มาดามแป้ง' นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมชาติไทย เผยทำการปรึกษาหารือกับ มาโน โพลกิ้ง กุนซือใหญ่ เป็นที่เรียบร้อย ก่อนประกาศแต่งตั้ง ชนาธิป สรงกระสินธ์ แนวรุกคนสำคัญ เป็นกัปตันทีม ชุดสู้ศึกชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 48 ระหว่างวันที่ 22-25 กันยายน 2565 ที่ จ.เชียงใหม่

ดาวเตะจากคาวาซากิ ฟรอนทาเล เพิ่งเป็นกัปตันทีม นำทัพช้างศึก คว้าแชมป์อาเซียน สมัยที่ 6 ที่ประเทศสิงคโปร์ ก่อนที่ล่าสุดจะถูกรับเลือกเป็นกัปตันทีมต่อเนื่อง ในคิงส์คัพ ครั้งที่ 48 โดยมี ธีราทร บุญมาทัน ทำหน้าที่รองกัปตันทีม

‘ณวัฒน์’ ช้ำ!! หวังดัน ‘อิงฟ้า’ ดังแบบ ‘ลิซ่า’ แต่เอาไม่อยู่เพราะญาติ ด้านแม่โร่ขอโทษแทน

ผิดหวัง! ยึด ‘ลิซ่า’ ต้นแบบ ‘อิงฟ้า’ กะดันให้ดังเป็นซุปตาร์ ตปท. แต่เอาไม่อยู่เพราะญาติ จวกเละระบบเงินบริจาค

‘ณวัฒน์’ เปิดใจ ยึด ‘ลิซ่า’ ต้นแบบ กะปั้น ‘อิงฟ้า’ ให้สุด ดังไกลถึงต่างประเทศ แต่ตอนนี้ผิดหวัง หลังญาติโผล่มาเดือนเดียวเป็นเจ้าชีวิต แต่ยืนยันไม่ปลดจากมิสแกรนด์ ลั่น!! องค์กรมิสแกรนด์ไม่เกี่ยวข้องกับระบบเงินบริจาคอิงฟ้า ไม่ต้องดูถูกเรื่องรวย เพราะรวยอยู่แล้ว เงิน 5 ล้านหาได้วันเดียว ฟากแม่โพสต์ วอนขอ ‘ณวัฒน์’ อภัยให้ลูก

เป็นประเด็นที่หลายคนสนใจอยู่ไม่น้อย ว่าเกิดอะไรขึ้น บอสมิสแกรนด์อย่าง ‘ณวัฒน์ อิสรไกรศีล’ ถึงหัวร้อน ออกมาแหก ‘อิงฟ้า วราหะ’ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022 แรง ทำเอาสาวอิงฟ้าไลฟ์น้ำตาท่วมจอ โดยณวัฒน์ ได้เปิดความในใจหมดเปลือกกลางไลฟ์ของตัวเอง ยันถึงอย่างไรก็ไม่ปลดอิงฟ้าแน่นอน เพราะใจจริงอยากดันให้สุด ถึงขั้นโด่งดังไปต่างประเทศ แต่ตอนนี้กลับต้องพบกับความผิดหวัง ดังนี้...

หลาย ๆ คนอาจจะไม่ค่อยสบายใจหลายๆ เรื่อง ผมก็ไม่สบายใจ อุปสรรคที่เกิดขึ้นย่อมเป็นเรื่องปกติ ผมเป็นคนชัดเจน จะไม่ปล่อยปัญหาไปเรื่อยๆ และเป็นปัญหาเรื้อรัง มีอะไรก็ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

เป็นเหตุผลที่ทำให้หลายคนคิดไปต่างๆ นานา เรื่องจะปลดยืนยันไม่มีปลด ไม่คิดจะปลด เดินหน้าทำงานเป็นตัวแทนประเทศต่อไป คุณภาพและการแข่งขันจะจบลงที่ใดก็ขึ้นอยู่กับคู่ต่อสู้และคุณภาพที่เอาไปเปรียบเทียบกันคนอื่นได้

ผมไม่มีอคติในการตัดสิน ทุกคนรู้ว่าผมเป็นคนนิสัยอย่างไร เพราะฉะนั้นตัวแทนประเทศไทยจะไปถึงตรงไหน จะไปถึงมง ถึงรอง ถึงรอบไหน หรือตกรอบ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผม มันขึ้นอยู่กับตัวเขา

ทุกคนอย่าซีเรียสว่าจะมงไหม จะตกรอบไหน อย่าคิดขนาดนั้น ก็ซัปพอร์ตกันต่อไป หรือถ้าหลายคนคิดว่าติดก็คิดว่าเชียร์เวทีคนไทยนะ จะได้มีความสุขต่อไป ปัญหาหลังบ้านเราก็จะแก้ไขต่อไปให้ดีที่สุด

ส่วนเรื่องของน้อง วันนี้น้องโทร.มาแล้ว แต่คุยกันแต่นิดเดียว เพราะผมไม่สะดวกที่จะคุยมาก เพราะอยากจะคุยโดยที่มีบอสของบริษัทเข้าประชุมพร้อมกันกับน้อง ผมไม่ได้รับผิดชอบคนเดียว ต้องไปคุยวันที่ 22 นัดไว้ตอนบ่ายโมง”

>> ณวัฒน์ เผยจุดเริ่มต้นความโกรธ คนใกล้ชิดไปหลอกแฟนคลับ จวกอย่าตีค่าความรักด้อมเป็นระบบบริจาค

มันเป็นเรื่องของการปรับการใช้ชีวิต จริงๆ ผมไม่ได้ตั้งใจไลฟ์ แต่ว่านักข่าวโทร.หาเยอะ มันมีลับลวงพรางเยอะ ตัวผมเวลาถูกด่าบนทวิตเตอร์มันไม่ถูกต้อง เลยทำให้ต้องมาอธิบายในที่สาธารณะ ผมเลยต้องมาอธิบาย

เมื่อผมเห็นข้อมูลไม่จริง ผมจะไม่โอเค นั่นคือจุดเริ่มต้นจากซัน (คนดูแลอิงฟ้า) ที่มาบอกว่าซ้อมหนักมาก เมื่อวานกับวันนี้ มันไม่ใช่ นั่นคือจุดเริ่มต้นของความโกรธ คำพูดของเขาเอาเปรียบคนอื่นทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 18 ซันบอกว่าซ้อมเดิน ผมทนไม่ได้ ผมรู้ว่าไม่ได้ซ้อมหรอก แต่วันที่ 18 น้องไม่ได้อยู่ประเทศไทยแล้วตั้งแต่ 8 โมงเช้า แล้วซันจะมาบอกว่าซ้อมเดินอยู่ดาดฟ้ากับใคร ทำไมคุณหลอกแฟนคลับ

กลายเป็นว่าบริษัทต้องมารองรับ น้ำท่วมปาก นั่นคือจุดเริ่มต้น พอผมระเบิดก็กลายเป็นว่าผมถูกด่าเละเทะ เลยต้องมาอธิบาย คนอะไรจะถอดวิญญาณไปซ้อม ตัวอยู่อีกที เป็นไปไม่ได้

ด้อมคิดว่าอยู่เหรอ อย่าคิดว่าคนในด้อมเป็นคนโง่สิ ต้องให้เกียรติคน ผมทนไม่ได้เหมือนกัน เมื่อวานก็พูดไปแล้ว ระบบบริจาค อย่าตีค่าความรักให้เป็นเงินทอง

คนที่โอนมากก็จะมีทักทาย คนที่โอนน้อยก็ทักน้อย คนที่ไม่โอนหรือโอนน้อยก็กลายเป็นว่าเขาจะรักฉันไหม ก็ไม่แฟร์ ผมมีหน้าที่สร้างศิลปิน สร้างองค์กรให้เป็นความสุขของคนไทย แต่ไม่ต้องการให้คนไทยเดือดร้อน

บางคนค่าแรงแค่ 300 500 เขาจะต้องเจียดมาโอนเงินเพื่ออะไร แล้วโอนเข้าบัญชีใคร แล้วเจ้าของบัญชีคนนั้นแจกแจงได้ดีพอไหม เพราะเงินที่โอนไม่ใช่หลักหมื่น หลักแสน หลักล้าน ไม่รู้จะเท่าไหร่ล้าน

พอเรียกไปท้วงก็มีปัญหา ไปพูดในด้อมให้คนเกลียดบริษัทคืออะไร คนในด้อมต้องเข้าใจนะครับว่าที่ทำทั้งหมดเพราะปกป้อง อิงฟ้า วราหะ ผมจะไม่ให้คนสิ้นคิดพาอิงฟ้าไปให้เกิดคดีมากขึ้น และสุ่มเสี่ยงมากขึ้น

คนที่โอนเคยขอตามดูไหมว่าใช้เงินไปกับค่าอะไรบ้าง ผมไม่ได้กล่าวหานะครับว่าใช้เงินกันแบบไหน แต่ผมแค่ได้รับข้อมูลจากบางคนที่มาอินบ็อกซ์หรือโทรมาที่บริษัท น้อยอกน้อยใจและถามว่าออกมาจากด้อม ไม่ยุติธรรมโอนเงินแล้วไม่เคยได้ของ ผมไม่รู้ และบริษัทไม่รับผิดชอบ เพราะไม่ใช่ธุรกิจของบริษัท เพราะฉะนั้นผมขอยืนยันผ่านตรงนี้ก่อนที่บริษัทจะออกประกาศ

บริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น กับวิธีการบริจาคทั้งวันทั้งคืนแบบนี้ ไม่ว่าจะจุดประสงค์ดีหรือไม่ดีก็แล้ว ผมไม่ได้ว่าผิดหรือถูก แต่จะบอกว่าบริษัทมิสแกรนด์ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจธุรกรรมแบบนี้

คนที่ออกจากด้อมก็ออกมาร้องโวยวาย บางคนโอน 50 บางคน 100 มันเป็นความเสน่หา ไม่มีใครผิด คุณก็ทำกันได้ แต่ทำแล้วอย่ามาโวยวาย มีปัญหาผิดหวังหรือสงสัยอย่าโทษบริษัท ห้ามโทษเพราะไม่ได้เกี่ยวข้อง

บริษัทเราเป็นบริษัทมหาชน ไม่เคยมีอะไรที่แอบแฝง อันนั้นคือส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นจึงมีการตักเตือนกันไป ซึ่งมันอันตรายมาก และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เรื่องที่พูดมันขว้างงูไม่พ้นคอ

>> ณวัฒน์ เตรียมขอสเตทเมนต์ให้ชี้แจง ซัดแรงคนนามสกุลเดียวกับอิงฟ้า

เร็วๆ นี้ต้องขอสเตทเมนต์ของทั้งคู่ เพื่อเอามาแจ้ง ซึ่งช่วยไม่ได้ คนเราทำอะไรมันต้องคิดยาวๆ คนที่ไม่เกี่ยวกับนามสกุลวราหะไม่เป็นไร แต่คนที่เกี่ยวคืออันตราย เวลาพูดอะไรเราใช้ความรู้ กฎหมาย และสติ

เราไม่ได้ใช้ความพึงพอใจส่วนตัว เพราะความพึงพอใจส่วนตัวทำให้คนต้องขึ้นศาลนับครั้งไม่ถ้วน บางทีผมออกมาขวางอะไรก็ถูกด่าตลอด อย่ามาตั้งข้อสงสัยกับบริษัท ว่าเงินเป็นล้านๆ ต่อด้อมอยู่ไหน เพราะผมไม่รู้ ผมไม่เกี่ยว

และห้ามเอาเครดิต หรือรูปอิงฟ้าในงานมิสแกรนด์ไปให้คนโอนเงิน ผมไม่รู้จะทำไง มันเกี่ยวกับผมแต่ขอเก็บไว้เป็นหลักฐาน แต่ถ้าคุณจะให้กันด้วยความเสน่หามันไม่ผิด เจอน้องอยากซื้อโรแล็กซ์ก็ชูให้ อยากซื้อขนมปังก็เอาไปให้ ไม่มีใครว่า

แต่ทุกคนเริ่มแย้งว่าทำไมจะต้องโอนเงินเข้าบัญชีคนนี้คนเดียว ผมก็ไม่อยากสุ่มเสี่ยงกันขนาดนั้น ถ้าสรรพกรเช็กจะทำไง เป็นเรื่องของคุณนะ ไม่เกี่ยวกับผม อันนี้พูดไว้ก่อน”

>> ณวัฒน์ ชี้ ผิดที่กันคนอันตรายออกจากอิงฟ้าไม่ได้

คนที่ว่าผมกลับไปคิดใหม่ว่าผมหวังดีกับน้องขนาดไหน ผมคิดว่าผมเลือกคนไม่ผิด แต่ผมก็รู้สึกผิดที่กันน้องออกจากคนอันตรายไม่ได้ ผมกันน้องจากคนหิวไม่ได้ ผมกันน้องจากคนที่จะมาเกาะแกะไม่ได้ก็เท่านั้นเอง

ที่ผมรู้สึกโกรธและไม่พอใจ เหมือนคนที่เราดูแลแล้วอยู่ๆ ไปเลย ไปฟังใครแล้วไปแนวนั้น ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็แค่นั้นเอง เป็นเรื่องเล็กๆ

มันไม่มีเรื่องอะไรที่เข้าใจผิดหรอก มันเป็นเรื่องชัดเจน คนเราต้องรู้กาลเทศะ น้องจะบอกว่าเข้าใจผิดไม่ได้ เวลานี้ต้องทำอะไร คุณต้องรู้”

>> ณวัฒน์ ติงคำว่าเหนื่อยใครๆ ก็พูดได้ แต่ไม่ใช่เหนื่อยแล้วไปต่างประเทศได้ มันไม่แฟร์

คำว่าเหนื่อย ใครๆ ก็พูดได้ แต่ถ้าจะให้หายเหนื่อยต้องทำยังไง ถ้าจะให้หายเหนื่อยก็นอนพักผ่อน ดื่มน้ำเยอะๆ หาอาหารอร่อยทาน ออกไปทำผม ทำผิว นวดหน้า แล้วกลับมานอนก็หายเหนื่อย

แต่ถ้าเหนื่อยแล้วยังออกไปข้างนอกจนดึกดื่น บอกว่าเหนื่อยแล้วยังต้องเดินทางไกลไปถึงต่างประเทศ ไปกันเยอะ ไปกันแบบนั้น มันไม่ใช่การพักผ่อนให้หายเหนื่อย อันนี้มันไม่แฟร์ พอพูดว่าเหนื่อยทุกครั้ง ผมก็โดนทุกครั้ง บริษัทก็โดน ใช้งานมาก บอกว่าบริษัทยากจน พอมาเจออิงฟ้าก็ตักตวง มันไม่ใช่

คำว่าเหนื่อยมันเป็นแค่คำ เป็นปัญหาให้กับเรา เอาจริงๆ คือเที่ยว ก็เท่านั้นเอง แมนๆ อยากเที่ยวบอกคำเดียวจบ ผมกับอิงฟ้าไม่ได้มีปัญหากัน ลึกๆ ผมรู้ แต่ตอนนี้อิงฟ้าฟังคนรอบข้างเยอะเกิน”

>> ณวัฒน์ ซัดคนรอบข้างสุดอันตราย น้อยใจอีกฝ่ายเห็นดีเห็นงามกับญาติข้างตัวมากเกินไป

คนรอบข้างที่อันตรายต่อความคิด ไม่เหมือน 3 เดือนแรก ยิ่งหนักขึ้นทุกวันตั้งแต่ผมสั่งห้ามเรื่องการโอนเงิน นั่นคือคนรอบตัว ที่พูดทุกวันผมอยากให้อิงฟ้าเป็นอิงฟ้าคนเดิม ไม่ใช่อิงฟ้าที่ถูกเป่าแบบนี้ และไม่ได้ถูกสูบแสงแบบนี้

ผมพูดตรงๆ ผมไม่โกรธอิงฟ้า แต่ผมรู้สึกน้อยใจและผิดหวังที่เราเป็นบังเกอร์และดันจนเต็มความสามารถ แต่เราเอาไม่อยู่เพราะญาติข้างตัวอยากให้ไปเห็นดีเห็นงามกับสิ่งที่คนอื่นมาลากไป

การลงทุนมิสแกรนด์ใช้เงิน 50 ล้านตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ ปั้นมา 1 คนดัง ได้เงินเยอะไหม บอกตรงๆ ก็ได้ในสัดส่วนพอสมควรไม่ปิดบัง ตอนนี้ได้มา 10 กว่าล้านที่เป็นส่วนแบ่ง น้อยกว่าน้อง”

>> ณวัฒน์ ย้ำ อย่ามาดูถูกเรื่องรวย เงิน 5 ล้านหาได้วันเดียว
“ผมซื้อรถเงินสดให้น้องใช้ 1 คันประมาณ 4 ล้าน จ้างพนักงานเพิ่มเพื่อน้องอีก 3 คน สัพเพเหระอีกมากมายก่ายกอง แต่เงิน 5 ล้านผมหาวันเดียวก็ได้

ผมไม่ใช่คนจนยากไร้ ผมมีสมอง ที่พูดไม่ได้โกรธอิงฟ้าเลย หวังว่าการกลับมาคุยครั้งนี้อิงฟ้าต้องเห็นทางสว่างในชีวิตเหมือนเดิม และพวกมืดๆ ออกไปจากชีวิตเสียทีได้แล้ว ถ้ายังไม่ออกจะกระชากออกไป

แต่ในสิ่งที่ไม่ถูกก็คือน้องด้วยเหมือนกัน อันนี้ต้องยอมรับ ไปฟังคนอื่น เรียงลำดับความสำคัญไม่ถูก ระหว่างคนนั้นกับการเตรียมตัวอีกไม่กี่วันอะไรสำคัญกว่า อันนี้ต้องตำหนิ

แต่เราก็พูดไม่ได้เพราะว่าน้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน พูดทุกวันเดี๋ยวมันก็คล้อยตามกันไป นี่คือสิ่งที่อยากพูดให้รู้ ให้แบ่ง ให้เข้าใจ ไม่ต้องโลกสวย โลกมีโลกเดียว โลกแห่งความเป็นจริง ผลกระทบลงเราเยอะแยะมากมาย ไปลงชาล็อตบ้าง ผมไม่เข้าใจ ไม่ต้องผิดหวังกับอิงฟ้า แยกให้ออก ผมไม่ได้มีปัญหา

ครม. เคาะแก้กฎ ก.พ.เพิ่ม ‘โรคจิต – อารมณ์ผิดปกติ’ ระบุ เป็นลักษณะต้องห้าม ‘รับราชการพลเรือน’

เมื่อ (20 ก.ย. 65) ครม.เห็นชอบแก้กฎ ก.พ. เพิ่ม ‘โรคจิตหรือโรคอารมณ์ผิดปกติ’ เป็นลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะรับราชการพลเรือน 

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. ….ตามที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) เสนอ ร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรคฉบับนี้ เป็นการปรับปรุงกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. 2553 ที่กำหนดลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือน ในการแก้ไขครั้งนี้ ได้ยกเลิก “โรควัณโรคในระยะแพร่กระจายเชื้อ” ออกจากลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะเข้ารับราชการพลเรือน เนื่องจากโรควัณโรคมีแนวโน้มลดลง และใช้เวลาในการรักษาประมาณ 2 สัปดาห์ สามารถหายได้ พร้อมกันนี้ ได้เพิ่มโรคจิต (Psychosis) หรือโรคอารมณ์ผิดปกติ (Mood Disorders) ที่มีอาการเด่นชัดรุนแรงหรือเรื้อรัง และเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ ที่เป็นลักษณะต้องห้าม 

ส่วนโรคอื่น ๆ ยังคงกำหนดเป็นลักษณะต้องห้ามตามเดิม ได้แก่ 
1. โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม 
2. โรคติดยาเสพติดให้โทษ 
3. โรคพิษสุราเรื้อรัง 
และ 4. โรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคเรื้อรัง ที่ปรากฏอาการเด่นชัดหรือรุนแรงและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ ทั้งนี้ มีผลนับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 


ที่มา : https://tna.mcot.net/politics-1021460 
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top