Wednesday, 15 July 2026
NEWS

“จุรินทร์” นำทัพขุนพล ปชป. ประกาศรวมพลัง สุราษฎร์  ประชาธิปัตย์ ยกทีม

 พรรคประชาธิปัตย์ จัดงานใหญ่ “รวมพลัง สุราษฎร์  ประชาธิปัตย์ ยกทีม” ขึ้นที่ โรงแรมบรรจงบุรี อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี นำโดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค นายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคใต้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค อดีต รมช.มหาดไทย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ดร.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ นายชัยชนะ เดชเดโช รองเลขาธิการพรรค นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.จังหวัดพัทลุง“จุรินทร์” นำทัพขุนพล ปชป. ประกาศรวมพลัง สุราษฎร์  ประชาธิปัตย์ ยกทีม

    วันนี้ฯ พรรคประชาธิปัตย์ จัดงานใหญ่ “รวมพลัง สุราษฎร์  ประชาธิปัตย์ ยกทีม” ขึ้นที่ โรงแรมบรรจงบุรี อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี นำโดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค นายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคใต้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค อดีต รมช.มหาดไทย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ดร.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ นายชัยชนะ เดชเดโช รองเลขาธิการพรรค นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.จังหวัดพัทลุง นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ อดีต ส.ส. จังหวัดชุมพร นายธนา ชีรวินิจ อดีตโฆษกพรรค พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตหลักสี่  พร้อมด้วย 5 ส.ส.จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้ง 7 เขต 7 คน ประกอบด้วย นายภาณุ ศรีบุษยกาญจน์ นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี น.ส. วชิราภรณ์ กาญจนะ นายสินิตย์ เลิศไกร นายสมชาติ ประดิษฐ์พร นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ  โดยบรรยากาศของงานเป็นไปด้วยความอบอุ่น สนิทสนม คุ้นเคย มีแกนนำในพื้นที่ พร้อมด้วยสาขาพรรค สมาชิกพรรค และพี่น้องประชาชนมาร่วมงานอย่างหนาแน่น 

   โดยหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นกล่าวปราศรัยว่า ขอบคุณการต้อนรับที่อบอุ่นอย่างยิ่งในวันนี้ วันนี้ประชาธิปัตย์ยกทัพมาที่สุราษฎร์ธานีบ้านเรา โดยวานนี้ (23 ก.ย.) ตนได้ไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนที่ตลาดศาลเจ้า กับนายภานุ ศรีบุศยกาญจน์ ได้รับเสียงตอบรับดีมาก ร่วมถ่ายรูปตั้งแต่หัวถนนไปถึงท้ายถนนทำให้รู้ว่าเที่ยวหน้าภาณุ นับหนึ่งได้เลยสำหรับสุราษฎร์ธานี  จากนั้นไปเยี่ยมพี่น้องชาวไหหลำที่สมาคมไหหลำ บ้านดอน ก็   ได้รับการต้อนรับอบอุ่นจากกรรมการศาลเจ้าและกรรมการสมาคม สาเหตุที่ต้องไปเยี่ยมเป็นเพราะพี่น้องชาวไหหลำสุราษฎร์เรียกร้อง เพราะหัวหน้าพรรค หรือตนเองนั้นก็เป็นคนไหหลำเหมือนกันและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 6 นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ก็เป็นคนไหหลำเช่นกัน เพราะฉะนั้นพวกเรามีแวดวง คนไทยเชื้อสายจีนมากมายที่เป็นเครือข่ายสมัครพรรคพวก และทั้งหมดก็ได้ช่วยกันสนับสนุนพวกเราในทางการเมืองให้เติบโต โตมาจนถึงทุกวันนี้ 

    หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังกล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในช่วงนี้ ต้องยอมรับความจริงว่ากำลังเข้มข้นขึ้นทุกวันโดยเฉพาะอย่างยิ่งอีก 6 วัน ที่จะเกิดเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองขึ้น กล่าวคือศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยสถานภาพของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าดำรงตำแหน่งนายกฯ มาครบ 8 ปีแล้วหรือไม่  แต่ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยไปในทางไหน ตนก็มั่นใจว่าการเมืองไทยยังมีทางออกเสมอ และไม่มีทางตันสำหรับการเมืองไทยจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เพราะถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พลเอกประยุทธ์ยังเป็นนายกไม่ครบ 8 ปี การเมืองก็เดินหน้าต่อ รัฐบาลก็เดินหน้าก็บริหารราชการแผ่นดินต่อไป แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่านายกประยุทธ์ถือว่าครบ 8 ปีแล้ว ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นก็คือทุกคนต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ    นั่นคือรัฐบาล ครม. ทั้งคณะต้องนับ 1 ในการที่จะต้องหาตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่ รัฐสภาก็ต้องหาตัวนายกคนใหม่ โดยเริ่มต้นจากชื่อนายกในบัญชีรายชื่อที่ค้างอยู่มาพิจารณาก่อน ถ้าพิจารณาแล้วยังไม่ได้ตัวนายกฯ รัฐธรรมนูญก็ยังเขียนว่าให้เอาคนนอกบัญชีมาได้ แต่ก็ต้องว่าไปตามกระบวนการขั้นตอนจนกว่าได้ตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และได้รัฐบาลชุดใหม่ มาบริหารราชการแผ่นดินต่อไป แต่รัฐบาลชุดใหม่จะมีอายุเท่ารัฐบาลชุดเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 คือมีอายุอีกครึ่งปีโดยประมาณ 

    นอกจากนี้ วันนี้ยังเป็นวันที่สำคัญอีกวัน เพราะเป็นวันที่เริ่มนับหนึ่งของการเลือกตั้ง ซึ่งจากการเลือกตั้งเมื่อ 24 มี.ค.62 ได้ก้าวเข้าถึงจุดที่เรียกว่าครบ 3 ปีครึ่ง เหลืออีก 180 วัน หรือ 6 เดือน ก็จะครบวาระ 4 ปี ดังนั้นวันนี้จึงเป็นวันที่นับหนึ่งในการก้าวเข้าสู่ 180 วันก่อนที่รัฐบาลจะครบเทอม ซึ่งทุกพรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคนจะต้องปฏิบัติตามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และตอนนี้ กกต. ก็เริ่มกำหนดกติกาให้พรรคการเมืองจะต้องทำอันนี้อันนั้น เหมือนกับสถานการณ์เลือกตั้งทุกประการ ดังนั้นทุกพรรคการเมืองก็มีหน้าที่ต้องเดินตามไปตามนั้น ผู้ที่จะเป็นผู้แทน หรือยังเป็นผู้แทนอยู่ ก็ต้องเดินหน้าไปตามนั้น ไม่มีใครไปฝืนได้ และหากฝ่าฝืนก็จะผิดกฎหมายซึ่งจะเป็นปัญหากับตัวเองและพรรคการเมืองที่สังกัด สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ตนได้ประกาศไปแล้วว่า ประชาธิปัตย์จะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ประชาธิปัตย์ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่มีทางที่จะเป็นอย่างอื่น กกต. บอกอะไร ประชาธิปัตย์ก็ต้องทำอย่างนั้น 
   “ความจริง ประชาธิปัตย์ขึ้นป้ายขนาดยักษ์ไปแล้ว ประกันรายได้ ทำได้ไวทำได้จริง แต่วันนี้ก็ต้องเอาลง และกำลังทยอยเอาลงเราปฏิบัติตามคำสั่ง กกต. ทุกอย่าง ไม่มีปัญหา ทุกพรรคต้องปฏิบัติเหมือนกันอย่างเท่าเทียม” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว 
   

พล.อ.ประวิตร’ ห่วงพายุโนรู ซ้ำอุทกภัยเหนือ อีสานและพื้นที่ริมน้ำสายหลัก สั่งฝ่ายปกครองและทุกหน่วยเตรียมรับมือ 

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำ รอง นรม. เปิดเผยว่า 0930 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม.และคณะ เดินทางลงพื้นที่เพชรบูรณ์ ร่วมกับ รมว.ศธ. รมว.ดีอีเอส รมช.คลัง ในการติดตามสถานการณ์น้ำเหนือและอีสาน และการเตรียมรับมือพายุโนรู โดยรับฟังการบรรยายสรุปจาก สทนช.ถึงสถานการณ์น้ำภาพรวม และรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและการบริหารงานในพื้นที่ จาก ผวจ.เพชรบูรณ์  และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง  ณ ศาลากลาง จว.เพชรบูรณ์

 พล.อ.ประวิตร’ ได้สั่งการ สทนช.และฝ่ายปกครอง ติดตามสถานการณ์พายุโนรู และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่ 25 ก.ย.65 ต่อเนื่องกันไป โดยให้ประสาน กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมการรับมือและเร่งระบายน้ำรักษาสมดุลพื้นที่เหนือเขื่อนและท้ายเขื่อนรองรับมวลน้ำสะสม ที่จะเกิดขึ้นจากฝนตกหนักและหนักมากต่อเนื่อง พร้อมทั้งสั่งการฝ่ายปกครอง แจ้งเตือนและดูแลให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด 

โดยเฉพาะผลกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อนริมเจ้าพระยาและลำน้ำสายหลัก เช่น แม่น้ำยม แม่น้ำวังและแม่น้ำมูล ที่มีปริมาณน้ำเอ่อล้นสูงขึ้นในภาพรวม โดยให้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และช่วยระบายน้ำออกจากพื้นที่ ไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบนานเกินไป สำหรับพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ขอให้ยังคงเฝ้าระวังและร่วมกันบริหารจัดการน้ำ พื้นที่ริมตลิ่งให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดต่อเนื่องกันไป

 

‘พงศ์พรหม ยามะรัต’ ห่วงอนาคตการศึกษาไทยใกล้ถึงจุดพัง เหตุสภาพแวดล้อมทางการศึกษาไม่เอื้อเด็กใฝ่เรียน แถมเด็กรุ่นใหม่ส่วนใหญ่รักสบาย อยากได้แต่สินค้าแบรนด์เนม

นายพงศ์พรหม ยามะรัต รองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊ก Pongprom Yamarat ระบุว่า..

คุยกับหลายๆคนเรื่องเด็กไทยจำนวนไม่น้อยอยากไปเรียนต่างประเทศ

หลายคนสอบชิงทุนกันไปได้ หลายคนเร่งพัฒนาทักษะภาษาจีน อังกฤษ เยอรมันเองจนไปเรียนต่อได้ดี

นอกจากเหตุเรื่องระบบการศึกษาไทยถอยหลังลงคลองมา 20 ปีแล้ว

มันมีอีก “ปัญหาซ้อนปัญหา” ครับ

ผมจะสรุปเป็นข้อๆเพื่อให้กระชับ

1. เด็กรุ่นนี้ ก็เหมือนเด็กรุ่นก่อนๆ หรือรุ่นผม คือมีเด็กชอบเรียนรู้ผสมกับเด็กรักสบาย อันนี้เป็น basic เด็กทั่วโลก

2. ปัญหาแรกที่เจอ คือ “ความอึดอัด” ในเด็กรุ่นเดียวกันครับ

3. ผมมีหลานจบ Ivy League อยากพัฒนาประเทศไทย เลยกลับมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยดัง สิ่งที่พบคือเด็กไทยสนแต่การพูดคุยเรื่องกระเป๋าแบรนด์เนม ที่เที่ยวสวยๆ ชีวิตสบายๆ ไม่ได้เรียนด้วย passion อะไร กะให้สอบๆเพื่อได้ใบปริญญา หลานผมสอนได้ปีเดียวก็กลับอเมริกา เพราะบอกว่าเด็กรุ่นเขาในไทย มันต่างจากเด็กรุ่นเขาในอเมริกามาก เด็กไทยในไทยรักสบาย และเปราะบางเหลือเกิน

4. ผมเจอเด็กอีกหลายเคสที่กระตือรือร้นไปต่างประเทศ เพราะเบื่อคนรุ่นเดียวกัน เด็กๆเหล่านี้มีความเห็นตรงกัน 3 อย่าง

4.1 การศึกษาไทยในโรงเรียนดีๆเช่นสาธิต ไม่แย่ 

4.2 แต่สิ่งแวดล้อมในกรุงเทพ ไม่มีแหล่งเรียนรู้ เช่นมิวเซียม หอศิลป์ ศูนย์นวัตกรรมเพียงพอ เพราะมีแต่ห้าง และพื้นที่จัดคอนเสิร์ต

4.3 เด็กรุ่นเดียวกันสนใจแต่บันเทิง แฟชั่น แบบตามกระแส สนการกิน การใช้ชีวิตตามโซเชียล แต่ไม่มีใครสนใจที่จะเข้าใจที่มา เช่นแห่ซื้อกระเป๋าดัง แต่ไม่รู้หรอกว่ามันดัง มันดี เพราะอะไร เหตุเพราะไม่ศึกษา ไม่มีวัฒนาการชอบเรียนรู้ แต่เอาเวลาไปถ่ายรูปกันหมด5. ลูกของคนรู้จักกำลังเรียน Ivy League แห่งนึง แล้วกลับมาฝึกงานในไทย สิ่งที่เจอคือคุยกับเพื่อนๆฝึกงานจาก มหาลัยในไทยไม่รู้เรื่อง เพราะขณะที่ฝึกงาน เรียนรู้งานอย่างแข็งขัน เด็กเรียนไทยคุยกันแต่เรื่องที่เที่ยว เปิด IG นัดกันทำ workshop ก็มาสาย แต่พอจะปาร์ตี้ ก็ปาร์ตี้ไม่สุด สรุปคือ work ก็ไม่ hard พอจะ play ก็ไม่ hard อีก กลายเป็นว่าน้อง ๆ Ivy League เหล่านี้ต้องมาคุยกับคนรุ่นผมแทน เพราะเด็กไทยในไทย “ไม่มีพลังพอ”

กองทัพภาค 2 ส่งทหารสร้างสะพานข้ามลำน้ำตลิ่งชัน ช่วยชาวบ้านและพี่น้องเกษตรกรเก็บผลผลิตหลังน้ำป่าซัดถนนพัง

25 ก.ย.2565 – จากกรณีที่ชาวบ้านและพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่บ้านตลิ่งชัน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมาได้รับความเดือดร้อนจากกรณีถนนข้ามลำน้ำวังกระทะ ที่บ้านตลิ่งชัน ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ถูกกระแสน้ำป่าพังพังเสียหาย และระดับสูงจนรถที่จะใช้ในการบรรทุกผลผลิตทางการเกษตรไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ มานานนับเดือนแล้ว 

ล่าสุด ทางกองทัพภาคที่ 2 โดยพลโท สวราชย์ แสงผล แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการให้กำลังพลทหารกองทัพภาคที่ 2 จากหน่วยกองพันทหารช่างที่ 3 กองพลทหารราบที่ 3 พร้อมด้วย กองพันทหารช่างที่ 202 กรมทหารช่างที่ 2 และ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 3 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 3 รวมกว่า 50 นาย นำเครื่องจักรและอุปกรณ์ ไปดำเนินการก่อสร้างสะพานเหล็กชั่วคราว เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน ในขณะที่ทางองค์การบริหารส่วนตำบลจระเข้หินได้ดำเนินการจัดสรรงบประมาณเพื่อมาดำเนินการแล้ว แต่ยังติดปัญหาเนื่องจากสถานการณ์น้ำที่ไหลผ่านยังมีจำนวนมากจึงยังไม่สามารถเริ่มดำเนินการได้

ทั้งนี้ สะพานเหล็กดังกล่าวเป็นสะพานเบลีย์ แบบ M2  มีความยาว 33 เมตร และมีช่องทางการจราจรกว้าง 4.10 เมตร ซึ่งทางกองทัพภาคที่ 2 ได้ส่งกำลังพลพร้อมเครื่องจักรและอุปกรณ์มาดำเนินการก่อสร้างให้ชาวบ้านได้ใช้ทำการสัญจรไปก่อนชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและชาวบ้านสามารถใช้เส้นทางสายนี้ในการขนถ่ายผลผลิตทางการเกษตรได้ตามปกติ

ภาพยนตร์ ‘บุพเพสันนิวาส 2 (Love Destiny)’ กระหึ่ม ณ กรุงจาการ์ตา ในงานเทศกาลภาพยนตร์ไทยในอินโดนีเซียประจำปี 2565 ที่กลับมาจัดเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี คนแห่ชมคึกคัก

เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2565 นายประพันธ์ ดิษยทัต เอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ได้เป็นประธานเปิดงานฉายภาพยนตร์ เรื่อง ‘บุพเพสันนิวาส 2 (Love Destiny)’ รอบปฐมทัศน์ ในงานเทศกาลภาพยนตร์ไทยในอินโดนีเซียประจำปี 2565 ณ โรงภาพยนตร์ CGV Cinemas ห้างสรรพสินค้า Grand Indonesia กรุงจาการ์ตา ซึ่งจัดโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา โดยได้รับการสนับสนุนจาก ททท. สำนักงานกรุงจาการ์ตา โดยมีพาริส อินทรโกมาลย์สุต นักแสดงนำ และอดิสรณ์ ตรีสิริเกษม ผู้กำกับภาพยนตร์ฯ เดินทางเข้าร่วมงานดังกล่าวด้วย 

งานเทศกาลภาพยนตร์ไทยในอินโดนีเซียประจำปี 2565 เป็นการกลับมาจัดงานเทศกาลภาพยนตร์ไทยเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ Covid-19 เพื่อรักษาสถานะและส่งเสริมความนิยมภาพยนตร์ไทยและความนิยมไทยในอินโดนีเซีย และกระชับความรู้สึกใกล้ชิดระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ โดยภาพยนตร์ไทยเป็นที่นิยมในกลุ่มชาวอินโดนีเซียเป็น 3 อันดับแรกในกลุ่มภาพยนตร์เอเชีย    

เว็บไซต์ข่าวเอพี รายงานว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐจะไม่มาร่วมประชุมผู้นำเอเปคที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เนื่องจาก ‘นาโอมิ ไบเดน’ หลานสาวคนโตของประธานาธิบดีจะจัดงานแต่งงาน

เว็บไซต์ข่าวเอพี รายงานว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐจะไม่มาร่วมประชุมผู้นำเอเปคที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เนื่องจาก ‘นาโอมิ ไบเดน’ หลานสาวคนโตของประธานาธิบดีจะจัดงานแต่งงานกับนายปีเตอร์ นีล คู่หมั้น ที่ทำเนียบขาว ในวันที่ 19 พ.ย. ซึ่งตรงกับวันประชุมผู้นำเอเปคในกรุงเทพฯ ที่กำหนดจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย.นี้

ขณะที่ ไทยพีบีเอสเวิลด์รายงานว่า ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา จะไม่เดินทางมาเข้าร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายนนี้ เนื่องจากเหตุผลทางด้านครอบครัว

ทั้งนี้ ทำเนียบขาวเพิ่งมีการแจ้งเรื่องดังกล่าวให้กับสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทราบว่ารองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส จะเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนสหรัฐในการเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวแทน โดยนางแฮร์ริสจะบินตรงมายังกรุงเทพฯเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเปคเป็นเวลา 2 วันดังกล่าว

ไทยพีบีเอสเวิลด์ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ไบเดนจะเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสุดยอด จี20 ที่เกาะบาหลีของอินโดนีเซียระหว่างวันที่ 15-16 พฤศจิกายน จากนั้นจะบินตรงกลับไปยังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยก่อนหน้านี้ผู้นำสหรัฐมีแผนที่จะเดินทางมายังกรุงเทพฯเป็นเวลา 1 วัน เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเปค

ข่าวเศร้าวงการบันเทิง ‘ม.ล.สุรีย์วัล สุริยง’ จากไปอย่างสงบ ที่ ร.พ.มิชชั่น เมื่อช่วงเช้าเวลา 03.45 น. วันอาทิตย์ที่ 25 ก.ย. 65 ด้วยวัย 59 ปี หลังเข้ารับการรักษาตัวตั้งม.ค.64

คุณปุ้ม ม.ล.สุรีย์วัล สุริยง หรือ ม.ล.สุรีกร สุริยง อดีตราชินีนักบู๊ภาพยนตร์ไทย และอดีตผู้ประกาศข่าวกีฬา เข้ารักษาตัวใน รพ. ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2564 หลังมีอาการไม่มีแรง ก่อนจะตรวจพบว่าเส้นเลือดในสมองแตก ต้องผ่าตัดสมองด่วน ก่อนพบมะเร็งในรังไข่

ม.ล.สุรีย์วัล เกิดเมื่อ 12 กันยายน พ.ศ. 2505 เข้าสู่วงการภาพยนตร์ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2524 ในภาพยนตร์แนวบู๊เรื่อง เพชรตัดหยก คู่กับ สรพงศ์ ชาตรี ฉีเส้าเฉียน และ นันทิดา แก้วบัวสาย กำกับการแสดงโดย คมฆ์ อรรฆเดช และสามารถคว้ารางวัลตุ๊กตาเงินดาวรุ่งฝ่ายหญิงและต่อมาได้รับบทแสดงแนวบู๊เรื่อยมา จนได้ฉายา ‘ราชินีหนังบู๊’

'ศักดิ์สยาม' ลงพื้นที่เช็กงานคมนาคม 'ขอนแก่น' บก-น้ำ-ราง-อากาศ เพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมขนส่งภาคอีสาน เชื่อมภูมิภาคอื่นๆ

“ศักดิ์สยาม” ลงพื้นที่เช็กงานคมนาคม “ขอนแก่น” บก-น้ำ-ราง-อากาศ เพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมขนส่งภาคอีสาน เชื่อมภูมิภาคอื่นๆ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เตรียมของบปี 67 ลุยรถไฟสายใหม่ “นครสวรรค์-บ้านไผ่” กำชับก่อสร้างทุกโครงการต้องปลอดภัย... 

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมขนส่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมี นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง นายอภิรัฐ  ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวงชนบท นายปริญญา แสงสุวรรณ อธิบดีกรมท่าอากาศยาน และนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด ดร.ณพศิษฏ์ จักรพิทักษ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประทศไทย จำกัด นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ร่วมลงพื้นที่โดยมี นางสาวธนียา นัยพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ให้การต้อนรับ ในวันที่ 23 กันยายน 2565 ณ ท่าอากาศยานขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น

โรงพยาบาลดอนเจดีย์ เปิดอาคารผู้ป่วยนอก ภายใต้แนวคิด 'ทันสมัย ได้มาตรฐาน บริการด้วยใจ'

วันเสาร์ที่ 24 กันยายน 2565 โรงพยาบาลดอนเจดีย์ ตำบลดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี จัดพิธีเปิดอาคารผู้ป่วยนอก โดยมี นายกิติพงษ์ แย้มมี นายอำเภอดอนเจดีย์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นพ.เล็ก น้าประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลดอนเจดีย์ คณะผู้บริหารและบุคลากรโรงพยาบาล คณะทอดผ้าขยายอาคารผู้ป่วยนอก และ แขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน

​โรงพยาบาลดอนเจดีย์ เป็นโรงพยาบาลชุมชน สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดทำการรักษามาตั้งแต่ปี พ.ศ.2519 ถึงปัจจุบัน มีผู้มารับบริการเฉลี่ยวันละประมาณ 400 ราย พื้นที่รองรับประชาชนที่มารับบริการแออัดไม่เพียงพอ

หลวงพ่อพระธรรมพุทธิมงคล ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์ และพระครูวิบูลเจติยานุรักษ์ รองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าอาวาสวัดดอนเจดีย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์ สุพรรณบุรีฯ ได้เห็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนผู้มารับบริการและบุคลากรของโรงพยาบาลที่ต้องให้การดูแล จึงได้มีการประชุมร่วมกันกับนายกิติพงษ์ แย้มมี นายอำเภอดอนเจดีย์, พ.ต.ท.ทรงพล ศรีชมภู รอง ผกก.ปราบปราม สถานีตำรวจภูธรดอนเจดีย์, คุณชำนาญ คุณวิไล อัครไพศาลกุล เจ้าของกิจการโรงสีบ้านสระข้าวดี, กลุ่ม “รวมเพื่อนพอดี” และคหบดีในอำเภอดอนเจดีย์ โดยมี นพ.เล็ก น้าประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลดอนเจดีย์ ให้ขอรับบริจาคโดยการทอดผ้าป่าสามัคคีจึงเป็นที่มาของทุนทรัพย์ในการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล

“ผมรู้สึกซาบซึ้งใจ ที่เราได้ทำงานหนักกันมากว่า 2 ปี ร่วมกับทีมงานผ้าป่าอีกกว่า 30 ท่าน พร้อมทั้งประชาชนชาวดอนเจดีย์ ที่ร่วมด้วยช่วยกันที่จะพัฒนาโรงพยาบาลดอนเจดีย์แห่งนี้ โดยตั้งโจทย์ไว้ว่าส่วนขยายจะต้องกว้างขวางพอ ต้องมีความสะอาด ทันสมัย และสร้างความสบายใจแก่ผู้ที่เข้ารอการตรวจรักษา ซึ่งแล้วเสร็จแล้วก็ตรงตามความต้องการ อีกทั้งในอนาคตทางโรงพยาบาลกำลังมีโครงการพัฒนาสร้างอาคาร 3 ชั้น ทำให้ด่านหน้าของโรงพยาบาลแข็งแรงเต็มรูปแบบ” นพ.เล็ก น้าประเสริฐ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลดอนเจดีย์ กล่าวถึงภาพรวมของโครงการ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยกทัพจัดทีมบรรเทาสาธารณภัย พร้อมอุปกรณ์ และโรงครัวฯ ลงพื้นที่บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยน้ำท่วม จังหวัดอุบลราชธานี

ตามที่ได้เกิดฝนยังคงตกต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ระดับน้ำในแม่น้ำมูล เพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (วันที่ 23 กันยายน 2565) นายวิเชียร เตชะไพบูลย์  ประธานกรรมการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบหมายให้ทีมบรรเทาสาธารณภัย นำโดย นายสมบูลย์ ขวัญอ่วม หัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัย นำทีมกู้ภัย กู้ชีพ อาสาสมัคร พร้อมอุปกรณ์ เรือท้องแบน โรงครัวเคลื่อนที่ ถุงยังชีพบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภค ชุดยาเวชภัณฑ์ อาหารสุนัขและแมวออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่จังหวัดอุบบราชธานี พร้อมจัดทีมกู้ชีพ กู้ภัย พร้อมอุปกรณ์การช่วยเหลือ เข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือ และอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ประสบภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัยตามความประสงค์ของประชาชน  โดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจัดตั้งกองอำนวยการและโรงครัวเพื่อประกอบอาหารปรุงสุก ณ วัดแสนสำราญ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

และในวันนี้ (วันที่ 24 กันยายน 65) นับตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา นายสมบูลย์ ขวัญอ่วม หัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัย จัดทีมเจ้าหน้าที่-อาสาสมัคร กู้ชีพ-กู้ภัย ลงพื้นที่อพยพ - เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากพื้นที่ประสบภัย ไปยังพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงจัดทีมประกอบอาหารปรุงสุกบรรจุกล่องพร้อมน้ำดื่ม ถุงยังชีพ ชุดยาเวชภัณฑ์ บรรทุกเรือท้องแบน ลงพื้นที่ออกแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยบริเวณพื้นที่อำเภอวารินชำราบ และอำเภอเมือง อาทิ  บ้านดอนงิ้ว บ้านธานี เป็นต้น โดยมีนายภรัณยู โรจนวุฒิธรรม [แทค ภรัณยู] อาสาสมัครศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และทีมหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทราร่วมปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ 

ทั้งนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยังคงอยู่ระหว่างดำเนินการภารกิจในพื้นที่ และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่างๆ ต่อไป

นับตั้งแต่เกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ทั้งในส่วนกรุงเทพมหานคร รวมถึงพื้นที่ส่วนภูมิภาค เมื่อเกิดอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นอกเหนือจากการจัดทีมบรรเทาสาธารณภัย พร้อมเรือท้องแบน และ โรงครัวเคลื่อนที่เพื่อประกอบอาหารกล่อง พร้อมถุงยังชีพ นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิฯ ยังได้มีการประสานเพื่อประเมินสถานการณ์ในการดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไป

'สมาคมชุมพร' เชิญชวน เดิน – วิ่ง มินิมาราธอน RUN FOR NHONG YAI 2022' ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 4 ธ.ค.65

'จังหวัดชุมพร' เชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรม วิ่งเทิดพระเกียรติ มินิมาราธอน ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (RUN FOR NHONG YAI 2022) ที่ โครงการพัฒนาพื้นที่ หนองใหญ่ ตามพระราชดำริ ตำบลบางลึก อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร ในวันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม 2565 เวลา 05.30 น. เป็นต้นไป

พลเอกไพโรจน์ นาคฉัตรีย์ นายกสมาคมชาวจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีพระราชดำริแก้ปัญหาอุทกภัยของจังหวัดชุมพร ซึ่งสร้างความเสียหายและความทุกข์ยากให้แก่ชาวจังหวัดชุมพรมายาวนาน พระองค์จึงมีกระแสรับสั่งให้จัดสร้างโครงการแก้มลิงธรรมชาติ ด้วยการพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ นำมาพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ ตามพระราชดำริ ยังความปลาบปลื้มแก่พสกนิกรโดยทั่วไปและชาวจังหวัดชุมพรเป็นล้นพ้น 

สมาคมชาวจังหวัดชุมพร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว จึงจะจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติถวายพระองค์ท่าน ด้วยการจัดงาน เดิน-วิ่งการกุศล มินิมาราธอน เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม 2565 เดือนแห่งการถวายความรำลึกวันคล้ายวันพระราชสมภพ ณ แผ่นดินพ่อสร้าง โครงการพัฒนาพื้นที่ หนองใหญ่ ตามพระราชดำริ ตำบลบางลึก อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร 

โอกาสเดียวกันนี้ จะได้เป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว (โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ ตามพระราชดำริ) เพื่อเป็นการหารายได้นำไปสนับสนุนจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ ให้แก่ โรงพยาบาลในพื้นที่ สมทบดูแลผู้สูงอายุ มอบทุนการศึกษาสำหรับเยาวชนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมถึงเป็นทุนหมุนเวียนให้แก่สมาคมชาวจังหวัดชุมพร ในการพัฒนาและสนับสนุนโครงการต่างๆ ต่อไป

หนุ่ม OnlyFans ช่วยตัวเองลงสระคอนโด ชาวเน็ตวอนคิดถึงคนอื่นที่ต้องใช้สระต่อ

ชาวเน็ตพบคอนเทนต์ในโอนลี่แฟน หนุ่มรายหนึ่งช่วยตัวเองในสระว่ายน้ำคอนโดมิเนียม ชี้จะสำเร็จความใคร่แล้วถ่ายลงโอนลี่แฟนก็เรื่องของคุณ แต่ไม่ใช่มาทำในสระว่ายน้ำคอนโดมิเนียม คิดถึงคนอื่นที่ต้องใช้สระต่อบ้าง

วันนี้ (24 ก.ย.65) ในโลกทวิตเตอร์ได้มีผู้ใช้รายหนึ่งโพสต์ภาพขณะที่ชายรายหนึ่งกำลังสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองในสระว่ายน้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งผู้โพสต์ระบุว่า...

เป็นคอนเทนต์มาจากเว็บไซต์ที่ชื่อว่าโอนลี่แฟน (OnlyFans) แหล่งรวมคอนเทนต์สำหรับเซ็กซ์ครีเอเตอร์ยอดนิยม

ผู้โพสต์ระบุข้อความในทำนองว่า ถ้าจะสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองแล้วถ่ายลงโอนลี่แฟนก็เรื่องของคุณ แต่ไม่ใช่มาทำในสระว่ายน้ำคอนโดมิเนียม คิดถึงคนอื่นที่ต้องใช้สระต่อบ้าง ปรากฏว่ามีชาวเน็ตรีทวีตข้อความและตอบกลับจำนวนมาก เช่น...

กองทัพเรือ จัดพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะและพิธีทางศาสนา เนื่องในวันมหิดล ณ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ ประจำปี 2565

วันนี้ 24 ก.ย.65 เวลา 08.00 น. กองทัพเรือ (พื้นที่สัตหีบ) ได้จัดพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พระราชานุสาวรีย์ จอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก โดยมี พลเรือเอก สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธี และนำกล่าวคำสดุดีพระเกียรติคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อกองทัพเรือ จากนั้นเป็นประธานในพิธีทางศาสนา โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ หัวหน้าหน่วยงาน ผู้แทนจากหน่วยงานภาพรัฐและเอกชน รวมทั้งข้าราชการกองทัพเรือและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธี ณ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

วันที่ 24 กันยายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ จอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก "พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย" หรือ "เจ้าฟ้าทหารเรือ" จอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เป็นพระราชโอรส ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากทรงสำเร็จการศึกษาจากประเทศเยอรมัน ในปีพุทธศักราช 2456 ได้เสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศไทย และเข้ารับราชการในกระทรวงทหารเรือ ขณะรับราชการในกระทรวงทหารเรือ พระองค์ทรงริเริ่มแนวคิดในการจัดเตรียมกำลังเรือ ส หรือเรือดำน้ำ ในการป้องกันอ่าวไทย จนเป็นที่มาของการจัดหาเรือดำน้ำ เข้าประจำการจำนวน 4 ลำ อีกทั้งพระราชดำรินานัปการที่พระราชทานไว้ นับเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญา อันเปี่ยมไปด้วยคุณค่า ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นต้นแบบทางความคิดของทหารเรือไทย อีกทั้งยังช่วยสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่กองทัพเรือมาจนถึงปัจจุบัน 

ในเวลาต่อมา พระองค์ทรงลาออกจากราชการ และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษา วิชาสาธารณสุขและเตรียมแพทย์ที่สหรัฐอเมริกา ภายหลังจากทรงสำเร็จการศึกษา พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนิน  กลับมาปฏิบัติงานด้านการแพทย์ ทรงเป็นพระอาจารย์สอนนักศึกษาแพทย์ ทรงบริจาคทรัพย์เป็นทุนไว้สำหรับส่งนักศึกษาแพทย์และนักเรียนพยาบาลไปศึกษาต่อต่างประเทศ และจัดหาเครื่องมือสำหรับปฏิบัติการในโรงพยาบาล พระกรุณาธิคุณของพระองค์ ส่งผลให้กิจการด้านสาธารณสุข และการแพทย์ของไทย มีความเจริญก้าวหน้าตราบจนปัจจุบัน ปวงชนชาวไทยจึงได้พร้อมใจกันขนานพระนามว่า ทรงเป็นทั้ง “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน” และ “เจ้าฟ้าทหารเรือ” จนเป็นที่มาของการเทิดทูนพระเกียรติคุณของพระองค์ด้วยการขอพระราชทานนามอู่เรือแห่งที่สามของกองทัพเรือว่า “อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช” ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ได้ทรงอุทิศกำลังพระราชหฤทัย และกำลังพระวรกาย ประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชนเป็นอเนกประการ พระองค์จึงทรงเป็นปูชนียบุคคล ที่เหล่าทหารเรือและประชาชนชาวไทย ระลึกถึงด้วยความเคารพรักเสมอมา

'กรุงเทพโพลล์' สำรวจ!! คนส่วนใหญ่พอใจมาก การแก้ปัญหาน้ำท่วมกทม. เชื่อมั่นปีหน้าเอาอยู่

(24 ก.ย.65) กรุงเทพโพลล์โดยมหาวิทยาลัยกรุงเทพสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง 'ความพึงพอใจคนกรุงต่อการแก้ปัญหาน้ำท่วม กทม.' โดยเก็บข้อมูลจากประชาชน จำนวน 1,203 คน พบว่า คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ร้อยละ 52.8 มีปัญหาที่อยู่อาศัยเกิดน้ำท่วม โดยในจำนวนนี้ร้อยละ 48.5 เกิดน้ำท่วมทุกครั้งที่ฝนตก ส่วนร้อยละ 4.3 เกิดน้ำท่วมครั้งแรกตั้งแต่พักอาศัยมา ขณะที่ร้อยละ 47.2 ไม่เกิดน้ำท่วม

ผลกระทบที่ได้รับจากปัญหาน้ำท่วมมากที่สุดคือ การจราจรติดขัด ไม่สามารถเดินทางไปไหนได้คิดเป็นร้อยละ 47.5 รองลงมาคือ เกิดขยะ น้ำเน่าเหม็นคิดเป็นร้อยละ 36.8 เกิดผลกระทบต่ออาชีพ การงาน การเรียน คิดเป็นร้อยละ 24.4เกดโรคที่มาจากน้ำ เช่น น้ำกัดเท้า เชื้อรา คิดเป็นร้อยละ 15.0 และรถเสีย รถพัง คิดเป็นร้อยละ 11.3

ด้านความพึงพอใจต่อการแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ กทม. พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 58.5 พึงพอใจค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 41.5 พึงพอใจค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด

ทั้งนี้เมื่อถามว่าอยากให้ กทม. พัฒนา แก้ไข ปรับปรุงในเรื่องใด กับปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ กทม. ส่วนใหญ่ร้อยละ 80.3 อยากให้เตรียมความพร้อมในการรับมือ มีการวางแผนป้องกันน้ำท่วม เช่น ขุดลอกคูคลอง กำจัดขยะ รองลงมาคือ อยากให้ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่อย่างทันท่วงที คิดเป็นร้อยละ 48.0 และอยากให้มีความฉับไวในการแก้ปัญหาน้ำท่วม คิดเป็นร้อยละ 46.8

'หญิงหน่อย' ชู 'ธนธัช' ขุนพลกาฬสินธุ์ คิกออฟแคมเปญบำนาญเดือน 3 พันบาท

“คุณหญิงหน่อย” สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ชู “ธนธัช” ขุนพลกาฬสินธุ์ คิกออฟแคมเปญ บำนาญประชาชนเดือนละ 3,000 บาท พร้อมเชิญชวนชาวกาฬสินธุ์รวมพลังกันสร้างประเทศไทย ปลดปล่อยพลัง สร้างโอกาส สร้างรายได้ และปลดปล่อยความยากจน

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 23 กันยายน  2565 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เดินทางไปพบประชาชน ที่บ้านเลขที่ 135  หมู่ 1 ถนนกมลาพิพัฒน์ ตำบลกมลาไสย อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์  โดยมีประชาชนจาก อ.กมาลาไสย อ.กุฉินารายณ์ ร่วมต้อนมากกว่า 200 คน 
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวถึงจังหวัดกาฬสินธุ์ว่า เป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยว น่าสนใจมากมาย เป็นแหล่งอารยธรรม แหล่งประวัติศาสตร์ เช่นพระธาตุยาคู แหล่งโบราณคดีที่สำคัญ มีพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์สิรินธร มีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายรูป  อาหารอร่อย เป็นแหล่งผลิตข้าวอร่อยที่สุดในโลก เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูง 

“พรรคไทยสร้างไทยจึงให้ความสำคัญกับจังหวัดกาฬสินธุ์อย่างมาก ดังจะเห็นได้ว่าพรรคไทยสร้างไทย แต่งตั้งผู้คนกาฬสินธุ์ เป็นผู้บริหารสำคัญของพรรค คือนายธนธัช ตัณฑสิทธิ์ เป็นรองหัวหน้าพรรค และนางวันเพ็ญ เศรษฐรักษา รองเลขาธิการพรรคฯ และเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยสร้างไทย“

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า พื้นที่ภาคอีสานเป็นแหล่งอาหารของโลก พื้นที่กว้างที่สุด คนเยอะที่สุด คนขยันที่สุด ซื่อสัตย์อดทนที่สุด แต่กลับเป็นภูมิภาคที่คนจนที่สุด โดยเฉพาะจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นกลุ่มจังหวัดที่ประชาชนมีรายได้ต่ำที่สุด เพราะขาดโอกาส พรรคไทยสร้างไทยอยากยกระดับรายได้ของชาวอีสาน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้สูงขึ้น มีสวัสดิการที่ดี แต่ 16 ปีที่ผ่านมา นับแต่มีการรัฐประหาร แบ่งแยกฝ่าย ประเทศไทยสูญเสียโอกาสอย่างมาก พรรคไทยสร้างไทยอยากให้ชาวกาฬสินธุ์ปลดปล่อยพลัง สร้างโอกาส สร้างรายได้ เลิกเสียทีกับความขัดแย้ง รวมพลังกันสร้างประเทศไทย ปลดปล่อยความยากจน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณหญิงสุดารัตน์ ได้ชูมือนายธนธัช รองหัวหน้าพรรค ยกเป็นขุนพลใหญ่จังหวัดกาฬสินธุ์   

ด้านนายธนธัช ตัณฑสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า เป็นชาวกมลาไสย เกิดและโตที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ตั้งใจทำประโยชน์ พัฒนาบ้านเกิดให้เจริญ และมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้นทัดเทียมจังหวัดอื่น 

“การมาของคุณหญิงหน่อยหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยครั้งนี้ เป็นโอกาสที่ดี ที่ได้มารับฟัง รับรู้ปัญหาในพื้นที่ด้วยตัวเอง มีอะไรให้บอกหน่อย รักใคร ให้รักหน่อย เชื่อใคร ให้เชื่อหน่อย” รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ คุณหญิงสุดารัตน์ นำทีมไทยสร้างไทย ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ที่ ตำบลโนนสูง ตำบลหัวนาคำ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ท่ามกลางพี่น้องประชาชนที่มาร่วมต้อนรับอย่างล้นหลามกว่าพันคน บรรยากาศตลอดการปราศรัย พี่น้องประชาชน ได้ส่งเสียงเชียร์ให้คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีของคนอีสาน และฝากความหวังให้กำลังใจ เข้ารุมล้อมนำเงินมามอบให้เป็นแบงก์ 20 50 และ100 เป็นจำนวนมาก เพื่อช่วยสร้างพรรคไทยสร้างไทย ในการปลดล็อก เปลี่ยนประเทศ
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่าหลังจากที่พรรคไทยสร้างไทย ได้ยื่นร่าง พ.ร.บ. บํานาญผู้สูงอายุแห่งชาติ พ.ศ. … ซึ่งสภาฯ ได้บรรจุร่าง พ.ร.บ. บํานาญผู้สูงอายุ 3,000 บาท ที่พรรคไทยสร้างไทยเสนอลงเว็บไซต์รัฐสภาแล้ว

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ในวันนี้ พรรคไทยสร้างไทย จึงเริ่มคิกออฟแคมเปญ #บำนาญประชาชนเดือนละ3,000บาท ที่จ.กาฬสินธุ์ เพื่อให้พี่น้องประชาชนร่วมลงชื่อสนับสนุนกฎหมาย เพื่อผลักดันสวัสดิการดูแลผู้สูงอายุ รองรับสังคมผู้สูงวัย โดยนโยบายบำนาญประชาชนเดือนละ 3,000 บาท จะเป็นประโยชน์ คือ...

1.ผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพสามารถดำรงชีพได้อย่างมีศักดิ์ศรี

2.เป็นการลดภาระคนหนุ่มคนสาวที่ต้องทำงานเลี้ยงดูพ่อแม่ ให้คนวัยทำงานสามารถดูแลครอบครัวได้อย่างเต็มที่

3.ผู้สูงอายุที่ไม่ใช่ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้พิการ ต้องไปเข้าโปรแกรมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงที่ศูนย์สุขภาพที่รัฐจัดหาให้ใกล้บ้าน โดยตั้งเป้าลด 3 โรคสำคัญ ประกอบไปด้วยโรคความดันสูง โรคไขมันอุดตัน และโรคเบาหวาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top