Thursday, 16 July 2026
NEWS

คอหวยไม่พลาด!! แห่ส่องเลขทะเบียนรถ 'ลุงตู่' หลังลงพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์

เมื่อเวลา 11.55 น.ที่ จ.เพชรบูรณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานเพชรบูรณ์ ต.ลานบ่า อ.หล่มสัก โดยมี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และนายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี รอให้การต้อนรับ

กองสลากฯ ปลดล็อก!! ถูกรางวัลสลากดิจิทัล โอนเงินเข้าบัญชีทุกธนาคารได้ เริ่มงวด 16 ธ.ค.นี้

(24 พ.ย. 65) พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ในงวดวันที่ 16 ธันวาคม 2565 เป็นต้นไป ผู้ถูกรางวัลสลากดิจิทัล ที่เลือกรับเงินรางวัลผ่านแอปฯ เป๋าตัง สามารถที่จะให้โอนเงินรางวัลเข้าบัญชีใดๆ ของทุกธนาคารได้แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องรับเงินรางวัลผ่านธนาคารกรุงไทยเท่านั้น และในอนาคตอันใกล้ หากผู้ถูกรางวัลที่ยังไม่ได้ทำรายการเลือกรับเงินรางวัล ภายในงวดนั้นๆ หากพ้น 15 วันไปแล้ว ระบบจะโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีธนาคารของผู้ถูกรางวัลโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ซื้อสลากดิจิทัล ให้สามารถรับเงินรางวัลเข้าบัญชีต่างๆ ได้ทุกธนาคารไม่จำเป็นต้องมีเฉพาะบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้เพียงอย่างเดียว

ปัจจุบันประชาชนสามารถซื้อสลากได้ทุกหมายเลขที่ต้องการ ในราคา 80 บาท หรือต่ำกว่า 80 บาท ผ่านแอปฯ เป๋าตัง งวดละ 16 ล้านฉบับ และจุดจำหน่ายสลาก 80 กระจายอยู่ทั่วประเทศอีก 1,047 จุด รวมมีสลากที่จำหน่ายไม่เกิน 80 บาท ตามราคาที่กำหนดอย่างน้อย 18.5 ล้านฉบับ ในขณะเดียวกัน ยังคงเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบการจำหน่ายสลากของตัวแทนจำหน่ายและผู้ซื้อจองฯ ล่วงหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำสลากไปจำหน่ายต่อให้กับแพลตฟอร์มเอกชนต่างๆ หรือไม่ได้จำหน่ายด้วยตนเอง ซึ่งจะมีการตรวจสอบสลากที่ถูกรางวัลจากการที่นำสลากนั้นมาขึ้นเงินรางวัล หากพบว่าเป็นสลากของตัวแทนจำหน่าย หรือผู้ซื้อจองรายใด จะใช้มาตรการเด็ดขาดในการดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายสลาก รวมถึงการเบิกสลากที่ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจำหน่ายสลากของสมาคม องค์กร ให้เป็นไปตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัด

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ประชุมมอบนโยบาย ศูนย์ปราบปรามหนี้นอกระบบฯ เน้นรับแจ้งเหตุให้ทั่วถึงและขยายผลจับกุมให้หมดสิ้น

วันนี้ (24 พ.ค.65) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.) ได้เป็นประธานในการประชุมมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติให้กับชุดปฏิบัติการ ศปน.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปน.ตร. และ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปน.ตร. ณ ห้องประชุมแจ้งยอดสุข อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้กำชับให้ชุดปฏิบัติการ ศปน.ตร. ให้ความสำคัญกับข้อมูลการกระทำผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ ซึ่งปัจจุบันเปิดรับ 2 ช่องทาง ได้แก่ สายด่วน 1599 หรือสามารถแจ้งความได้ตามสถานีตำรวจทุกท้องที่ทั่วประเทศ โดยได้สั่งการให้มีการประสานการปฏิบัติกันระหว่างฝ่ายรับแจ้งเหตุ ฝ่ายสืบสวน และฝ่ายสอบสวน ให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ และมีการรายงานผลการปฏิบัติให้ผู้บังคับบัญชาทราบเป็นระยะอย่างใกล้ชิด และยังได้สำรวจคดีที่เกี่ยวข้องกับหนี้นอกระบบทั้งหมด เพื่อเร่งรัดให้เสร็จสิ้นตามกรอบเวลา รวมทั้งได้กำหนดตัวชี้วัดและแนวทางการปฏิบัติเพื่อใช้วัดผลการปฏิบัติให้เห็นความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบไปด้วยมาตรการการรับแจ้งเหตุ การปราบปราม และการเพิ่มประสิทธิภาพในการอำนวยความยุติธรรมทางอาญา

คณะกรรมาธิการฯ เผยผลการศึกษา ตลาดบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายเติบโตก้าวกระโดด เยาวชนเข้าถึงง่ายเกินกว่าจะควบคุม

คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพและการบังคับใช้กฏหมายด้านสาธารณสุข ได้มีการ พิจารณาปัญหาการควบคุมยาสูบที่ไม่สามารถลดอัตราผู้สูบบุหรี่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ของแผนควบคุมการ บริโภคยาสูบ มีการเติบโตขึ้นของตลาดบุหรี่ลักลอบนำเข้า และตลาดบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งมีการพิจารณาข้อมูลวิชาการทั้งจากของไทยและข้อมูลวิชาการจากต่างประเทศ พิจารณาปัญหาการบัง คับใช้กฏหมาย ปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ พิจารณาข้อร้องเรียนจากเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ ข้อร้องเรียนเพื่อคุ้มครองสิทธิของทั้งผู้สูบบุหรี่และผู้ไม่สูบ บุหรี่ ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการคุกคามสื่อ เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของบุคคลบางกลุ่ม

ในวันนี้ถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของอนุกรรมาธิการในเรื่องปัญหาการควบคุมยาสูบ ก่อนที่จะสรุปเป็นเล่ม รายงานส่งถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

การประชุมวันนี้จะเป็นเรื่องพิจารณาข้อร้องเรียนจากสื่อมวลชนที่ถูกคุกคามเสรีภาพการเสนอข่าวเกี่ยวกับบุหรี่ ด้วยการตีความกฏหมาย พรบ.ควบคุมยาสูบ ในเรื่องการโฆษณาที่กว้างเกินกว่าที่ตัวบทกฏหมายกำหนด ด้วย การใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่เรียกสื่อมวลชนเข้าพบ หรือบางกรณีก็ถึงขั้นส่งดำเนินคดีก็มี และ อีกเรื่องที่สำคัญ คือ การจับกุมผู้ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ตามที่เป็นข่าวในช่วงที่ผ่านมาหลายครั้ง ซึ่งทางอนุกรรมาธิการได้เคยมีการประชุมวาระประเด็นนี้โดยเชิญผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทน จากสำนักงานอัยการสูงสุดมาพิจารณาข้อกฏหมายร่วมกัน ได้ข้อสรุปจากการประชุมว่า บุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นของต้องห้ามตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ และมีประกาศคณะ กรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเรื่องการห้ามจำหน่าย จ่าย แจก ให้บริการ แต่สำหรับผู้ครอบครองนั้น ตาม พรบ.ศุลกากร ฉบับเดิม มีมาตรา 27ทวิ เขียนถึงความผิดเกี่ยวกับการครอบ ครอง การรับไว้ การเอาไปเสีย ซึ่งของต้องห้าม แต่ใน พรบ.ศุลกากร 2560 ได้ตัดมาตราเดิมนั้นออก และในส่วนของการลักลอบสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร นั้น ตามาตรา 242, 246 ไม่ได้กล่าวถึง ของต้องห้าม โดยใจความเป็นการเอาผิดกับของที่้ลักลอบหนีภาษีไม่ ผ่านพิธีการศุลกากร

สรุปคือ เจ้าพนักงานตำรวจจะตั้งข้อกล่าวหาผิด พรบ.ศุลกากร กับผู้ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ จะถือว่าเป็นการ ตั้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีโดยมิชอบ

ในส่วนของผลการศึกษาของอนุกรรมาธิการ เราได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า การดำเนินการด้านการควบคุมยาสูบควร ต้องมีการทบทวนทั้งในส่วนของการดำรงตำแหน่งของกรรมการควบคุมยาสูบแห่งชาติโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ทรง คุณวุฒิ ซึ่งทางอนุกรรมาธิการได้ส่งเรื่องกรณีคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง และ กรณีการขัดกันแห่งผล ประโยชน์ให้กรรมาธิการ ปปช. สอบหาข้อเท็จจริงต่อไปแล้ว

เจ้าชายซาอุฯ แจกรถหรูให้นักเตะทุกคน หลังโลกโค่น อาร์เจนตินา ในศึกฟุตบอลโลก

มกุฎราชกุมารซาอุฯ เตรียมแจกรถหรู โรลส์รอยซ์ ราคาคันละกว่า 50 ล้าน ให้นักเตะทุกคน หลังโค่น อาร์เจนตินา ในรอบแรก

รายงานข่าวว่า เจ้าชายมูฮัมหมัด บิน ซัลมาน (Muhammad Bin Salman หรือ MBS) มกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรีแห่งซาอุดีอาระเบีย ตัดสินใจประทานของขวัญชิ้นใหญ่พิเศษให้แก่เหล่านักบอลทีมชาติซาอุดีอาระเบีย ภายหลังจากทำผลงานออกมาได้น่าประทับใจ สามารถเอาชนะเต็ง 2 อย่างอาร์เจนตินามาได้ในบอลโลก 2022 รอบแรก ที่ผ่านมา  

โดยชัยชนะเหนืออาร์เจนตินาเรียกว่าหักปากกาเซียนกระจุย ทำให้ทีมชาติอุดีอาระเบีย ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม C ด้วยการเก็บ 3 แต้ม ไม่เพียงเท่านั้น ซาอุดีอาระเบียยังทำลายสถิติ เป็นทีมเอเชียทีมแรกที่ทำคะแนนใส่อาร์เจนตินาไปได้ถึง 2 ประตู ทำให้ทางการถึงขนาดประกาศให้วันที่ 23 พ.ย. เป็นวันหยุดแห่งชาติ เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะครั้งสำคัญนี้

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทาน ส.ค.ส. ภาพฝีพระหัตถ์ และพรปีใหม่ ต้อนรับปี ๒๕๖๖ ‘สุขกายสุขใจตลอดปีเถาะ’

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทาน ส.ค.ส. ภาพฝีพระหัตถ์ และพรปีใหม่ รับปีเถาะ 2566 พร้อมปักบนเสื้อ และสินค้าของที่ระลึก วางจำหน่ายที่ร้านภูฟ้า

(24 พ.ย. 65) เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ ปีเถาะ พ.ศ. 2566 ร้านภูฟ้าอัญเชิญ ส.ค.ส. และพรพระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานแด่พสกนิกรชาวไทยทุกคนเพื่อเป็นสิริมงคล เป็นความสุขกายสุขใจตลอดปีเถาะ พุทธศักราช 2566

ส.ค.ส.พระราชทาน ปีเถาะ พ.ศ. 2566 เป็นภาพวาดฝีพระหัตถ์ กระต่าย และสุนัขเพื่อนรักที่ชอบแหงนหน้ามอง ‘จันทร์ฉาย’ ด้วยกันในคืนวันเพ็ญอย่างมีความสุข สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเล่าเรื่องราวว่า “ครูของข้าพเจ้าเลี้ยงกระต่ายและสุนัขไว้ด้วยกัน เวลาพระจันทร์เต็มดวง กระต่ายจะยืนสองขาชมจันทร์ สุนัขมายืนสองขาชมจันทร์เป็นเพื่อน”

พร้อมพระราชทานพรว่า “กระต่ายน้อยเพลินมองพระจันทร์เด่น ชวนสุนัขเพื่อนเล่นจ้องจันทร์ฉาย ลมพัดเอื่อยเย็นอุราน่าสบาย ลืมความทุกข์สิ่งร้ายที่ผ่านมา ขอทุกท่านได้รับพรอันประเสริฐ สิ่งดีเลิศที่ท่านปรารถนา จงมาพร้อมดังดวงจิตเจตนา สองสหายและจันทรามาอวยชัย”

ทั้งนี้ ร้านภูฟ้าขอพระราชทานพระราชานุญาต สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นำภาพวาดฝีพระหัตถ์ กระต่าย และสุนัขเพื่อนรักที่ชอบแหงนหน้ามอง ‘จันทร์ฉาย’ มาปักบนกระเป๋าเสื้อโปโล 9 สี และเสื้อทีเชิ้ต 4 สี และนำภาพฝีพระหัตถ์ชุดนี้มาตัดเสื้อฮาวาย 2 สี และเสื้อกันหนาวเพิ่มความอบอุ่นอีก 2 สี เพื่อความสุข สนุกสนาน ร่าเริง และอบอุ่นยิ่ง ตลอดปีเถาะ พุทธศักราช 2566

สำหรับสีเสื้อต่างๆ มีดังนี้ เสื้อโปโล 9 สี
เสื้อโปโลสีเหลือง กระต่ายหมายจันทร์เจ้า
เสื้อโปโลสีฟ้า กระต่ายหมายจันทร์ฉาย
เสื้อโปโลสีส้ม กระต่ายหมายจันทร์เพ็ญ
เสื้อโปโลสีน้ำเงิน กระต่ายหมายจันทร์แรม
เสื้อโปโลสีเขียว กระต่ายหมายจันทร์แจ่ม
เสื้อโปโลสีชมพู กระต่ายหมายจันทร์กระจ่าง
เสื้อโปโลสีขาว แขนเหลือง กระต่ายหมายจันทร์นวล
เสื้อโปโลสีขาว แขนส้ม กระต่ายมณีจันทร์
เสื้อโปโลสีขาวพิมพ์ลาย กระต่ายเพลินจันทร์

'คนขายปลา' อึ้ง!! คนเขียนเยาะเย้ยชาติไทย เป็นคนไทย กรณีเพจบอลใส่ธงคอสตาริกาผิด เป็น ธงไทย

(24 พ.ย.65) นายนิธิพัฒน์ พันธุ์ธุมจินดา ผู้จำกัดนิยามตนเองว่าเป็น 'คนขายปลา' ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Nithipat Bhandhumachinda' ว่า...

มีเพจบอลต่างประเทศเพจหนึ่งรายงานผลบอลคู่  สเปน กับ คอสตาริกา แล้วใส่ธงคอสตาริกา ผิด เป็นธงไทย เพราะมีความคล้ายคลึงกัน

ในช่องความเห็นก็มีชาวต่างชาติหลายๆ ท่านมาเขียนเตือนว่าใช้ภาพธงผิด เพราะนี่คือธงไทย แล้วผมก็สะดุดตากับความเห็นบางความเห็น เช่นเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า ไม่ใช่ทีมไทยหรอก เพราะถ้าเป็นทีมไทยคงจะแพ้สเปน เฉียด ๆ ร้อยศูนย์

ก็คิดในใจว่า คนเขียนความเห็นเป็นคนชาติไหนถึงดูถูกประเทศไทยกลางบอร์ดนานาชาติเยี่ยงนั้น

นายกรัฐมนตรี Kick off โอนเงินมาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 65/66 งวดแรก 14,531 ล้านบาท

ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลาง จังหวัดเพชรบูรณ์ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานส่งมอบเงินตามมาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 เป็นวันแรก โดยมี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ผู้บริหารและผู้แทนจากส่วนงานต่าง ๆ พร้อมด้วยเกษตรกร  เข้าร่วมกิจกรรม

สำหรับการจัดกิจกรรมในวันนี้ รัฐบาลได้โอนเงินงวดแรกตามมาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ไปยังชาวนาทั่วประเทศ จำนวน 14,531 ล้านบาท จากเป้าหมายรวม 81,265 ล้านบาท ตามที่รัฐบาลได้อนุมัติวงเงินเพื่อ ให้ ธ.ก.ส. ดำเนินมาตรการช่วยเหลือและยกระดับรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวผ่าน 4 โครงการ ในการเสริมสภาพคล่องในการใช้จ่าย และพัฒนาศักยภาพในการผลิต เพื่อให้มีโอกาสขายข้าวเปลือกในราคาที่สูงขึ้น ซึ่งมีเกษตรกรได้รับประโยชน์จำนวน 4.68 ครัวเรือน ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่บัดนี้จนถึง 30 กันยายน 2566 ประกอบด้วย มาตรการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกร ได้แก่ โครงการแรกสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2565/66 โดยสนับสนุนเงินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวกับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปีการผลิต 2565/66 ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 20,000 บาทต่อครัวเรือน วงเงินงบประมาณ 55,083 ล้านบาท  โดยในส่วนของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีเกษตรกรได้รับเงินช่วยเหลือจำนวน 77,452 ราย  เป็นจำนวนเงินกว่า 932 ล้านบาท

นายกรัฐมนตรี ประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 11/2565 เปิดรับสมัคร ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ลงโทษตำรวจทำผิดวินัย ไล่ออก 9 ปลดออก 5 ขอบคุณตำรวจที่ปฏิบัติการช่วงเอเปค ย้ำห่วงใยตำรวจสถานการณ์ใต้

พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยว่า วันนี้ (24 พ.ย. 65 ) เวลา 09.00 น. พล.อ. ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 11/2565 ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. โดยมี ก.ตร. , ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าร่วม ที่ประชุมได้รายงานการดำเนินงานของอนุกรรมการ ก.ตร. ชุดต่างๆ ที่ ก.ตร.มอบหมายให้ไปปฏิบัติและพิจารณาการบริหารงานบุคคลให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ อาทิ คณะอนุกรรมการข้าราชการตำรวจด้านวินัย อุทธรณ์ ร้องทุกข์ และกฎหมาย ได้รายงานข้อมูลการกระทำผิดวินัยร้ายแรง ของข้าราชการตำรวจ เดือน พ.ย 65 มีข้าราชการตำรวจลงโทษทั้งสิ้น จำนวน 14 นาย ซึ่งเป็นการไล่ออกจากราชการ จำนวน 9 นาย และปลดออกจากราชการ จำนวน 5 ราย ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ย. 65 มีข้าราชการตำรวจถูกลงโทษทั้งสิ้น 229 นาย เป็นการไล่ออกจากราชการ จำนวน 178 นาย และปลดออกจากราชการ จำนวน 51 นาย 

‘บิ๊กตู่’ ปลื้ม!! ‘มิชลินไกด์’ ยก 189 สตรีทฟู้ดส์ไทยสุดยอด มอบสัญลักษณ์ ‘บิบ กูร์มองด์’ อวยดินแดนสวรรค์แห่งอาหาร

‘บิ๊กตู่’ สุดปลื้ม ‘มิชลินไกด์’ เลือกสตรีทฟู้ดส์ไทย-ร้านอาหาร กว่า 189 ร้าน ชม ‘ดินแดนสวรรค์ด้านอาหาร อวดศักยภาพวัฒนธรรมอาหารไทย’

(24 พ.ย. 65) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม รับทราบและยินดีกับร้านอาหาร และอาหารริมทาง หรือ สตรีทฟู้ดส์ไทย ได้รับคัดเลือกจากมิชลิน ไกด์ (MICHELIN Guide) ประเทศไทย ประจำปี 2566 ให้ได้รับสัญลักษณ์ ‘บิบ กูร์มองด์’ (Bib Gourmand) จำนวน 189 ร้าน สะท้อนศักยภาพและวัฒนธรรมอาหารของไทยที่ได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง

‘หมอของขวัญ’ ฟาดแรง ปม รพ.ในภาคอีสาน ห้ามหมอ-บุคลากร แต่งหน้าจัด-ทำสีผม

หมอของขวัญ ฟาดแรง ปม รพ.ในภาคอีสาน ห้ามหมอ-บุคลากร แต่งหน้าจัด-ทำสีผม ชี้ สำคัญที่ ‘จริยธรรม-จรรยาบรรณ’

กรณีเพจ ไม่ใช่หมอบ่น-aggressivenotdoctor เผยแพร่ประกาศของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรื่อง เครื่องแบบและการแต่งกายของบุคลากร โดยห้ามสวมกระโปรงสั้น ห้ามทำสีผม ห้ามแต่งหน้าจัด ฯลฯ ซึ่งก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น

ล่าสุด วันที่ 23 พฤศจิกายน หมอของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ แพทย์ผิวหนังคนดัง โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า มีดราม่าโรงพยาบาลภาคอีสานแห่งหนึ่ง ออกประกาศห้ามคุณหมอแต่งหน้าจัด ทำสีผม

กองทัพเรือจัดพิธีเปิดการแข่งขันสัปดาห์กีฬานาวี ประจำปี 2565 เพื่อให้กำลังพลตระหนักถึงความสำคัญในการเล่นกีฬา สร้างความสามัคคี และร่วมกันพัฒนาการกีฬาของกองทัพเรือไปสู่ความเป็นเลิศในระดับสากล

วันที่ 23 พ.ย. 2565 พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ มอบหมายให้ พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันสัปดาห์กีฬานาวี ประจำปี 2565 ณ สนามกีฬาราชนาวี สัตหีบ กิโลเมตร 5 อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พล.ร.ต.ธีรยุทธ ดาวมุกดา รองผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ ในฐานะหน่วยเจ้าภาพจัดการแข่งขัน พร้อมด้วย นายทหารชั้นผู้ใหญ่ กำลังพลพร้อมครอบครัวและประชาชนในพื้นที่สัตหีบ เข้าร่วมในพิธีเปิด

กองทัพเรือกำหนดจัดแข่งขันกีฬาภายในกองทัพเรือ ภายใต้ชื่อ 'สัปดาห์กีฬานาวี' เป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กำลังพลของกองทัพเรือ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเล่นกีฬา ซึ่งนอกจากจะได้พัฒนาขีดความสามารถทางด้านการกีฬาและเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงแล้ว ยังเป็นการปลูกฝังความมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เสริมสร้างความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานในกองทัพเรือ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสอันดีที่จะสนับสนุนผู้ที่มีความสามารถในกีฬาแต่ละประเภทให้เป็นนักกีฬาระดับชาติ สร้างชื่อเสียงให้แก่กองทัพเรือและประเทศชาติอีกด้วย 

‘ฟีฟ่า’ ขู่ ตัดสัญญาณถ่ายสดบอลโลก หลังพบสัญญาณหลุดไปโผล่ประเทศอื่น

‘บิ๊กก้อง’ ส่งหนังสือถึง ‘กสทช.’ หลังได้รับคำเตือนจาก ‘ฟีฟ่า’ พบสัญญาณการถ่ายทอดสดศึกฟุตบอลโลก 2022 จากประเทศไทย รั่วไหลไปสู่ประเทศอื่นๆ พร้อมสั่งให้เร่งแก้ไขโดยด่วน ขู่ถ้าไม่ทำตามตัดสัญญาณ หรือ ‘จอดำ’ ทันที 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมา ‘บิ๊กก้อง’ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะผู้ถือลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ได้ส่งหนังสือเรื่องขอความอนุเคราะห์แจ้งให้ดำเนินการเข้ารหัสสัญญาณให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (Federation Internationale de Football Association – FIFA) หรือ ฟีฟ่า ไปยังเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ตามที่อ้างถึง การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ขอความอนุเคราะห์คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แจ้งขอความร่วมมือจากกลุ่มผู้ให้บริการวิทยุโทรทัศน์ต่างๆ อันประกอบด้วย ผู้ให้บริการ Multiplexer DTT ทั้ง 5 MUX และ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ผู้ควบคุมระบบ Must Cary (มัสต์ แครี) และผู้ให้บริการกล่อง STB คุ้มครองสิทธิการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 (รอบสุดท้าย) โดยเข้ารหัสสัญญาณและดำเนินการทำ OTA ของกล่องเครื่องรับระบบโทรทัศน์ดาวเทียม นั้น 

กกท. ได้รับแจ้งจากทางสหพันธ์ฟตุบอลนานาชาติ ว่า สัญญาณออกอากาศการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 (รอบสุดท้าย) ในประเทศไทย ยังคงแพร่กระจายไปละเมิดลิขสิทธิ์ในดินแดนของประเทศอื่น นอกเหนือลิขสิทธิ์ที่ได้รับตามข้อกำหนดของสหพันธ์ฯ

ทั้งนี้ สหพันธ์ฯ ได้ขอให้ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดของประเทศไทย ดำเนินการแก้ไขการเข้ารหัสสัญญาณ (Encryption) ที่ส่งผ่านดาวเทียมให้เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานของสหพันธ์ฯ โดยด่วนที่สุด เพื่อป้องกันปัญหาสัญญาณการออกอากาศการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 (รอบสุดท้าย) ในประเทศไทย ไปละเมิดลิขสิทธิ์ในดินแดนของประเทศอื่น ตามที่สหพันธ์ฯ แจ้งมา

กกท. ใคร่ขอความอนุเคราะห์และความร่วมมือจาก กสทช. ดำเนินการแจ้งผู้ให้บริการ Multiplexer DTT ทั้ง 5 MUX และ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ผู้ควบคุมระบบ Must Cary และผู้ให้บริการกล่อง STB คุ้มครองสิทธิการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 (รอบสุดท้าย) โดยดำเนินการดังต่อไปนี้

1. ให้ดำเนินการเข้ารหัส (Encryption) ในการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมตามมาตรฐานของ FIFA ซึ่งกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ BISS CA Director หรือ Power/u

2. ในส่วนของ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ผู้ควบคุมระบบ Must Carry และผู้ให้บริการกล่อง STB จะต้องเข้ารหัส โดยไม่ใช่การดำเนินการในลักษณะ BISS 1 Simultcrypt เหมือนที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน

3. ในกรณีที่ผู้ให้บริการใด ไม่สามารถเข้ารหัสให้เป็นไปตามมาตรฐานที่สหพันธ์ฯ กำหนด มีความจำเป็นต้องตัดสัญญาณที่จะส่งไปเผยแพร่ผ่านผู้บริการนั้น ซึ่งต้องดำเนินการในลักษณะส่งข้อความขี้แจงข้อกำหนดการเผยแพร่ตามข้อกำหนดลิขสิทธิ์ที่ประเทศไทยได้รับ (หรือตามที่ผู้รับชมทั่วไปจะเข้าใจในลักษณะการขึ้น ‘จอดำ’)

'สุวิจน์-กรณ์' พา 'ชาติพัฒนากล้า' ลงนามถวายพระพร กรมสมเด็จพระเทพฯ ณ โรงพยาบาลจุฬาฯ

วันนี้ (23 พ.ย.65) นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า, นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค นายอรัญ พันธุมจินดา ผู้อำนวยการพรรค ร่วมถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ นำทีมขยายผล 4 เคสเกี่ยวข้องนายทุนจีนสีเทา จินหลิง-ท๊อปวัน-เบบี้เฟซ-คลับวัน

จากกรณีในห้วงเวลาที่ผ่านมา ได้มีการเข้าตรวจสอบสถานบริการที่มีพฤติการณ์ใกล้เคียงกันคือ นายทุนจีนเป็นเจ้าของ และใช้คนไทยเป็นนอมินี จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ 

ร้านคลับวันพัทยา พื้นที่ สภ.เมืองพัทยา ภ.จว.ชลบุรี ซึ่งมีการตรวจค้นพบยาเสพติดจำนวนมาก, ร้านท็อปวัน พื้นที่ สน.สุทธิสาร ซึ่งพบหญิงชาวจีนเสียชีวิตหลังเที่ยวผับดังกล่าว โดยมีสาเหตุมาจากการเสพยาเกินขนาด, ร้านจินหลิง พื้นที่ สน.ยานนาวา ซึ่งตรวจค้นพบสารเสพติดในนักเที่ยวชาวจีนจำนวนกว่า 104 คน และยาเสพติดอีกจำนวนมาก สุดท้ายคือ ร้านเบบี้เฟซ พื้นที่ สน.คลองตัน ซึ่งพบความเชื่อมโยงกับนายทุนจีนและใช้คนไทยเป็นนอมินี ซึ่งได้มีการแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะ ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียนำเสนอไปแล้ว นั้น

จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ดำเนินการควบคุมสั่งการสืบสวนความเชื่อมโยงของกลุ่มนายทุนจีนสีเทา ที่มีการประกอบกิจการสถานบันเทิง โดยมีการกระทำผิดแอบแฝง ทั้งเรื่องยาเสพติด บ่อนการพนัน และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ จึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการสืบสวน ตรวจสอบข้อมูลการติดต่อและเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงทั้ง 4 แห่งโดยละเอียด เพื่อให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทั้งหมด และให้เข้าตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนายทุนจีนทั้งหมด เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมมาใช้ในการดำเนินคดีในความผิดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยแบ่งเป็นรายละเอียดตามแต่ละคดีดังนี้

กรณีที่ 1 ร้านจินหลิง พื้นที่ สน.ยานนาวา
หลังจากที่เมื่อวันที่ 26 ต.ค.65 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นร้านจินหลิง ถนนเจริญราษฎร์ แขวงยานนาวา เขตสาทร กทม. ผลการตรวจค้นพบสารเสพติดในปัสสาวะของนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมาก และพบยาเสพติดอยู่ภายในร้านจำนวนมาก จากกรณีดังกล่าว ได้มีการสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 1 ราย คือ นายหวง ไห่ เถา หรืออาหวง พร้อมยึดของกลางเป็นยาเสพติดประเภท เฮโรอีน ยาอี และแฮปปี้วอเตอร์จำนวนหนึ่ง ซึ่งมีไว้จำหน่ายให้กับลูกค้าที่มาเที่ยวที่ร้าน และยังตรวจค้นจุดต้องสงสัยอีกกว่า 38 จุด ตรวจยึดรถหรู 5 คัน และเงินอีก 19 ล้านบาท
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขยายผลเกี่ยวกับยาเสพติด จนสามารถออกหมายจับ และจับกุมดำเนินคดีเพิ่มเติม รวมทั้งหมด 4 ราย ได้แก่
1. นายหวง ไห่ เถา หรือ อาหวงสัญชาติจีน
2. นายเจียง ไต่ หลิน หรือเสี่ยหลิน สัญชาติจีน
3. นายเหมา ยะ ฉวง หรืออาฉวง สัญชาติจีน
4. นายหวัง เจี้ยน หัว หรืออาหัว สัญชาติจีน
โดยจะดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 อันเป็นการมีไว้จำหน่ายเพื่อการค้า อันเป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชน, ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 อันเป็นการมีไว้เพื่อการค้า อันเป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชน, สมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด” 
หลังจากจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 รายแล้ว เจ้าหน้าที่สืบสวนยังรวบรวมพยานหลักฐานและพบความเชื่อมโยงกับบุคคลอื่น จนสามารถขออนุมัติออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 2 ราย ได้แก่
1. นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือตู้ห่าว
2. นายหยาง เฉิน หรืออาหยาง สัญชาติจีน
โดยจะดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 อันเป็นการมีไว้จำหน่ายเพื่อการค้า อันเป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชน, ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 อันเป็นการมีไว้เพื่อการค้า อันเป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชน, สมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด” อยู่ในระหว่างการติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองราย

กรณีที่ 2 ร้านท็อปวัน พื้นที่ สน.สุทธิสาร
จากกรณีเมื่อวันที่ 26 ต.ค.65 ที่ผ่านมา ได้มีการแถลงผลการดำเนินคดีกรณีพบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวจีน คือ น.ส.โหยว ซื่อ หัว อายุ 31 ปี ซึ่งไปเที่ยวที่ร้านท็อปวัน เมื่อว้นที่ 16 ก.ย.65 ต่อมาได้เสียชีวิตลงเนื่องจากเสพยาเกินขนาด ซึ่งได้มีการสืบสวนและจับกุมผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซุกซ่อนอำพรางหลักฐานเกี่ยวกับการเสียชีวิตดังกล่าวไปแล้วจำนวน 4 ราย ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียนำเสนอไปแล้ว นั้น

จากสาเหตุการเสียชีวิตดังกล่าว จึงเป็นเหตุอันควรสงสัยว่า สถานบันเทิงดังกล่าวอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงได้สั่งการให้ตรวจสอบเกี่ยวกับเจ้าของและผู้เกี่ยวข้องโดยละเอียดว่ามีการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือการกระทำผิดอื่นๆ หรือไม่ จากการตรวจสอบพบว่า สถานบันเทิงดังกล่าวได้มีกลุ่มทุนจีนเป็นเจ้าของ โดยใช้ชื่อคนไทยเป็นนอมินี เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ แต่นายทุนจีนดังกล่าวได้แสดงออกโดยชัดเจนว่าตนมีความเป็นเจ้าของ ซึ่งมีบุคคลที่เกี่ยวข้อง และเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นจำนวน 2 ราย ได้แก่
1. นายวีรยุทธ แซ่หย้าง อายุ 23 ปี
2. นายจาง เจี้ยนกุ้ย อายุ 48 ปี สัญชาติจีน
การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 และยังดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งได้มีออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองรายมาดำเนินคดีเรียบร้อยแล้ว

กรณีที่ 3 ร้านเบบี้เฟซ พื้นที่ สน.คลองตัน
เมื่อวันที่ 1 พ.ย.65 เวลา 01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สนธิกำลังกันเข้าตรวจค้นสถานบันเทิงที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนจีนจำนวน 6 แห่ง รวมทั้งร้านเบบี้เฟซ พื้นที่ สน.คลองตัน ซึ่งผลการตรวจสอบภายในร้านพบสารเสพติดในนักท่องเที่ยวภายในร้านจำนวน 2 ราย จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า ร้านดังกล่าวมีเจ้าของเป็นบุคคลสัญชาติจีนซึ่งมีคนไทยเป็นนอมินี จึงได้ทำการขยายผลจนทราบว่า เจ้าของสัญชาติจีนดังกล่าวคือ นายสุ่ย ไท่ เหว่ย หรือเดวิด เป็นเจ้าของ จึงได้ขออนุมัติศาลเข้าค้นที่พักของนายเดวิด ที่บ้านเลขที่ 94 และ 96/1 ซอยสุขุมวิท 63 แขวงพระโขนง เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ผลการตรวจค้นพบสุราต่างประเทศ 24 ขวด ไวน์ต่างประเทศ 28 ลัง บุหรี่ต่างประเทศจำนวน 45 คอตตอน บุหรี่ไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์จำนวน 15 กล่อง และอาวุธปืนจำนวน 2 กระบอก จึงได้จับกุมนายเดวิด พร้อมของกลางดำเนินคดีในความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ร.บ.ศุลกากรฯ และ พ.ร.บ.สรรพสามิตฯ
จากการขยายผลเพิ่มเติมพบว่า นอกจากนายเดวิดซึ่งได้จับกุมดำเนินคดีแล้วนั้น ยังมีกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกจำนวน 2 ราย โดยเป็นกลุ่มคนจีนมาลงทุนและใช้ชื่อคนไทยเป็นนอมินี ซึ่งคนไทยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีอำนาจในการตัดสินใจใดๆ ในการทำธุรกิจดังกล่าว มีหน้าที่เพียงลงลายมือชื่อในเอกสารต่างๆ และได้รับเงินค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเท่านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาเพิ่มเติมรวมทั้งที่จับกุมแล้วรวม 4 ราย ประกอบด้วย
1. บริษัท พอง แบงค็อก จำกัด (ในฐานะนิติบุคคล)
2. นายสุ่ย ไท่ เหว่ย หรือเดวิด อายุ 47 ปี
3. นายจู้ เฉิน สัญชาติจีน
4. นางทองใส เฉิดลออ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top