Thursday, 16 July 2026
NEWS

'ชูวิทย์' แฉ 3 พลตำรวจตรี 'เรียกรับส่วย' ขบวนการแปลงวีซ่า เอื้อ 'นายทุนจีนสีเทา'

(7 ธ.ค. 65) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมสุนัขคู่ใจ โดยตั้งชื่อเล่นให้ใหม่ว่า 'สัน' ซึ่งในการแถลงได้กล่าวถึงการเปิดหลักฐานขบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สังกัด ตม. ที่อำนวยความสะดวก ให้กลุ่มทุนจีนสีเทา รวมถึงเปิดหลักฐานการจัดตั้งมูลนิธิรับจดทะเบียนให้คนจีนเข้าพักอาศัยในไทยโดยผิดกฎหมาย

นายชูวิทย์ ตั้งชื่อการแถลงวันนี้ว่า 'ปฏิบัติการทลายภูเขาน้ำแข็งใต้น้ำ' โดยเปิดเผยว่า มีนายตำรวจ ยศ พล.ต.ต. จำนวน 3 นาย ซึ่งมี 2 นาย เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติท่านหนึ่ง เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการแปลงวีซ่า และ สมาคมเถื่อน โดยมีการเรียกรับเงินกับ 'นายทุนจีนสีเทา' ที่เข้ามาในประเทศไทย และ ประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย

ทั้งนี้กลุ่มนายทุนจีนสีเทา จะอยู่ในประเทศไทยได้ 30 วัน โดยวีซ่านักท่องเที่ยว หลังจากนั้น หากต้องการเปลี่ยนประเภทวีซ่าเป็น วีซ่าสำหรับประกอบธุรกิจ (non b visa) หรือ อาสาสมัครมูลนิธิ (non o visa) จะติดต่อผ่านคนกลาง และไปสมัครเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครของมูลนิธิเถื่อน จากข้อมูลที่มีอยู่ 8 แห่ง ซึ่งหลอกว่า จัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนการศึกษาภาษาจีนของเด็กและเยาวชน โดยจะจ่ายเงินตรงให้ตำรวจ ตม.รายละ 100,000 - 300,000 บาท พบข้อมูลดำเนินการระหว่างปี 2563 ถึง 2564 มีการอนุมัติเปลี่ยนประเภทวีซ่า ไปกว่า 3,325 ราย 

นายชูวิทย์ ยังบอกอีกว่า เรื่องที่พูดทั้งหมด ไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง อย่าเอาไปเชื่อมโยง เป็นแค่การตั้งคำถาม ไปยังผู้ที่มีอำนาจในรัฐสภา และ ทำเนียบรัฐบาล

ม.แม่โจ้ จัด Maejo Innovation day 2022 ลงนามอนุญาตให้ใช้สิทธิในผลงานวิจัย พร้อมประกาศเกียรติคุณผลงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง

วันพุธที่ 7 ธันวาคม 2565 เวลา 09.30 น. อุทยานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการเกษตรและอาหาร (MAP) มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดให้มีกิจกรรม Maejo Innovation day 2022 พร้อมพิธีลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในผลงานวิจัย และพิธีมอบรางวัลด้านทรัพย์สินทางปัญญา ให้กับนักวิจัยและหน่วยงานที่ยื่นขอจดสิทธิบัตร โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ ศรีเงินยวง รองอธิการบดี เป็นประธานในพิธีเปิด ณ ห้องข้าวหอมมะลิ อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  มหาวิทยาลัยแม่โจ้

Maejo Innovation day 2022  จัดขึ้นภายใต้แนวคิดโดยการนำนวัตกรรมไปใช้ในเชิงธุรกิจ โดยการเชื่อมโยงองค์ความรู้และภูมิปัญญาจากผลงานวิจัยให้สามารถนำไปต่อยอดและขยายผลให้เกิดประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยผ่านช่องทางการอนุญาตให้ใช้สิทธิในผลงานวิจัยถือเป็นการประกาศเกียรติคุณสำหรับนักวิจัยและผู้ประกอบการที่มีส่วนส่งเสริมสนับสนุนให้มีนำผลงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย ไปสู่ภาคธุรกิจอย่างมีศักยภาพ มีการเสวนาในหัวข้อ “เทรนด์การทำวิจัยที่ส่งผลกระทบต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ 

โอกาสเดียวกันนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานมอบรางวัลด้านทรัพย์สินทางปัญญาให้กับหน่วยงาน/นักวิจัย ที่ได้ยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด ดังนี้

นักวิจัยที่ยื่นจดสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตรมากที่สุด ได้แก่
1. รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฐพร จันทร์ฉาย สังกัด มหาวิทยาลัยแม่โจ้ - แพร่ เฉลิมพระเกียรติ
2. รองศาสตราจารย์ ร.ดวงพร อมรเลิศพิศาล สังกัด คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ

หน่วยงานที่ยื่นจดสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตรมากที่สุด ได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฐปน ชื่นบาล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์

นักวิจัยที่ยื่นแจ้งข้อมูลจดลิขสิทธิ์มากที่สุด ได้แก่ นายยมนา ปานันท์ สังกัด คณะเศรษฐศาสตร์

หน่วยงานที่ยื่นแจ้งข้อมูลจดลิขสิทธิ์มากที่สุด ได้แก่ คณะเศรษฐศาสตร์ โดย รองศาสตราจารย์ ว่าที่ร้อยตรี ตร.สุรชัย กังวล คณบดีคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์

หน่วยงานที่มีการอนุญาตใช้สิทธิในผลงานวิจัยมากที่สุด ได้แก่ 
คณะวิศวกรรมและอุดสาหกรรมการเกษตร โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คร.กาญจนา นาคประสม  รองคณบดีคณะวิศวกรรมและอุดสาหกรรมเกษตร ฝ่ายบริการวิชาการ และวิจัย

สำหรับผลงานวิจัยที่จะเข้าร่วมลงนามอนุญาตใช้สิทธิในผลงานครั้งนี้มี ได้แก่

'บิ๊กป้อม' ปลื้ม 'วราวุธ' ผู้แทนไทยสร้างภาพลักษณ์โดดเด่น หลังไทยมุ่งมั่นลดก๊าซเรือนกระจก บนเวทีโลก

พล.อ.ประวิตร หนุนตั้ง 'กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ' รับมือสถานการณ์โลก พร้อมชื่นชม 'รมว.ทส.' ผู้แทนไทยสร้างภาพลักษณ์โดดเด่น ไทยมุ่งมั่นลดก๊าซเรือนกระจก บนเวทีโลก

(7 ธ.ค. 65) พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (กนภ.) ครั้งที่ 4/2565 ณ ห้องประชุมมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ที่ประชุมได้รับทราบ สรุปผลการประชุม รัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 27 (COP 27) จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 3-18 พ.ย.65 ณ เมืองชาร์ม เอล เชค อียิปต์ โดยมีประมุขของรัฐและหัวหน้ารัฐบาล รวม 102 ประเทศ ซึ่งประเทศไทย มีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เข้าร่วมกล่าวถ้อยแถลงในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย และได้ยืนยันความพยายามของไทยที่ดำเนินการอย่างเต็มที่ร่วมกับประเทศต่างๆ ตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก หรือลดภาวะโลกร้อน และรับทราบการปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการภายใน ก.ทรัพย์ โดยขอเปลี่ยนชื่อ จาก 'กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม' เป็น 'กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพพูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม' และปรับปรุงโครงสร้างภายในให้มีความเหมาะสมต่อไป

‘เอ็ม นันทวัฒน์’ ประกาศกลางผับเชียงใหม่ ลั่น!! “ผมโดนตบ ไม่ได้โดนแตะ”

กรณีที่ ‘เอ็ม นันทวัฒน์ ผ่องบุรุษ’ ออกมายืนยันว่าตนเองถูกตบหน้า ไม่ได้โดนแตะที่ประเทศเกาหลี ตามที่ ‘ม้า อรนภา กฤษฎี’ อ้าง พร้อมยันให้อภัยม้า แต่จะขอฟ้องอีกฝ่ายให้บทเรียน

เรื่องเริ่มเงียบ ๆ ไปสักพัก แต่ล่าสุดก็มีประเด็นอีกแล้ว หลังจากมีการเผยคลิปเอ็ม อยู่ในสถานบันเทิงชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ดี ๆ เจ้าตัวก็ขึ้นบูธดีเจ คว้าไมค์มาพูดว่า “ผมอยากให้ทุกคนเอ็นจอย และเชื่อในสิ่งที่ผมอยากพูดนะครับ ผมโดนตบ ไม่ได้โดนแตะ” พูดเสร็จก็ลงจากเวทีไป ทำคนในร้านงงตาแตก

'สันธนะ' ตั้งข้อสังเกต บัญชีงบดุล 'ชูวิทย์' ขาดทุนตลอด เป็นการตกแต่งบัญชีเพื่อหลบเลี่ยงการจ่ายภาษีหรือไม่

(7 ธ.ค. 65) นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล ตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่า ตั้งแต่ปี 2543 บัญชีงบดุลของบริษัทของนายชูวิทย์มีภาวะขาดทุนมาตลอด โดยตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการตกแต่งบัญชีเพื่อหลบเลี่ยงการจ่ายภาษีหรือไม่ อีกทั้งการปล่อยให้กรรมการบริษัทมากู้ยืมเงินบริษัทประมาณกว่า 400 ล้านบาท ทั้งที่มีภาะขาดทุน เป็นไปได้อย่างไร ทั้งนี้ยังนำโฉนดที่ดินของ 3 บริษัทมาแสดงเพื่อยืนยันว่าบริษัทดังกล่าวเป็นของนายชูวิทย์จริง โดยจะนำเอกสารทั้งหมดนี้ไปยื่นต่อกรมสรรพากรให้ดำเนินการตรวจสอบบริษัทนายชูวิทย์

ส่วนวันนี้ยืนยันว่าจะเดินหน้าเอาผิดนายชูวิทย์ แม้ว่าตอนนี้ตนได้ร้องทุกข์กล่าวโทษนายชูวิทย์ไปแล้วถึง 9 คดี ซึ่งจะรอดูความชัดเจนอีกครั้งในบ่ายวันนี้ แต่เบื้องต้นตั้งข้อสังเกตุว่าการที่นายชูวิทย์ไปมอบแบริเออร์ให้กับ สน.ทองหล่อนั้น ตนเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมทางกฎหมายเนื่องจากตนมีคดีความกับนายชูวิทย์อยู่ที่นั่น

ทั้งนี้นายสันธนะ ยังได้โชว์ภาพอดีตผู้บัญชาการทหารบก ที่ไปร่วมงานแต่งลูกชายนายชูวิทย์ว่าตั้งข้อสังเกตุถึงความใกล้ชิดสนิทสนมกัน ซึ่งสันนิษฐานว่าบุคคลในภาพนั้นน่าจะอยู่เบื้องหลังนายชูวิทย์หรือไม่ เนื่องจากกระแสสังคมมีการสร้างวาทะกรรมให้ตนเป็นคนขายชาติ ซึ่งเชื่อว่าเป็นปฏิบัติการไอโอ

ส่วนกรณีของนอร์ท กองสลากพลัส ได้ออกมาแถลงข่าวเมื่อวานนี้ว่านายสันธนะไม่มีอำนาจใด ๆ ในการตรวจสอบบริษัทของตนเองนั้น วันนี้นายสันธนะชี้แจงว่าตนมีอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ที่ให้สิทธิพลเมืองในการตรวจสอบความผิดปกติหรือความไม่ชอบมาพากลได้ และพร้อมโชว์เอกสารทางการเงินของบริษัท กองสลากพลัส โดยระบุว่าเป็นการดาวน์โหลดมาจากเว็บไซต์กรมธุรกิจการค้าภายใน โดยฝากบอกว่าอย่ามัวแต่เล่นติ๊กต่อก ให้รู้จักอ่านข้อมูลทางกฎหมายด้วย และท้าให้นอร์ทนำเงิน 200 ล้านบาทมาวางเป็นกองกลาง และไปออกรายการทีวีร่วมกัน หากคนนำเอกสารด้านการเงินของบริษัทมาได้ให้มอบเงิน 200 ล้านบาทให้ตน 

ในกรณีที่นายชูวิทย์ได้แฉไปก่อนหน้านี้ว่าเป็นนายทุนใหญ่ 5 เจ้า ได้ส่งเงินให้กับนายเจ้าเหว่ยเจ้าของคาสิโนคิงโรมันใน สปป.ลาว ที่นายสันธนะบอกว่านายชูวิทย์รู้จริงหรือไม่ เพราะตอนนี้คิงโรมันได้มีนายทุนจากสิงคโปร์เข้าไปเช่ากิจการ และเปลี่ยนเป็นขื่อลูซี่ ซึ่งตามหลักกฎหมายสิงคโปร์แล้วมีโทษรุนแรงหากทำผิดกฎหมายเรื่องยาเสพติด โดยเชื่อว่าไม่มีธุรกิจผิดตัวหรือธุรกิจสีเทาที่เขื่้อมโยงกับลูซี่ 

ทั้งนี้ได้โชว์ภาพถ่ายตนเองคู่กับสกายนักธุรกิจจากสิงคโปร์ระดับหมื่นล้าน ซึ่งเป็นบุคคลหนึ่งที่ไปเช่ากิจการลูซี่

นายสันธนะ บอกด้วยว่าตนได้แจ้งความเอาผิดนายชูวิทย์และพวกทั้งหมด 9 คดี...

คดีแรกเริ่มตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย.ในข้อหาโรงแรมเดอะ เดวิส มั่วสุมยาเสพติดและเปิดสถานบันเทิงเกินเวลาที่กำหนด พื้นที่ สน.ทองหล่อ

พ่อค้าหอยทอดวัย 89 แจงเหตุหอยทอดดำในงานงิ้ว เผย!! ไม่คุ้นแรงไฟ เดิมทีภรรยาที่เสียไปเป็นคนทอด

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 5.2 โพสต์เรื่องราวที่ลูกค้ารายหนึ่งซื้อหอยทอดในงานงิ้วสมอทอด พิกัดหน้าร้านทองพัฒนา เป็นภาพหอยทอดในกล่องที่มีลักษณะบางส่วนไหม้เกรียมจนเป็นสีดำ ระบุข้อความเชิงผิดหวังที่คุณภาพไม่เหมือนเดิม มองว่าหากร้านทอดไหม้ ก็ไม่ควรจะนำมาขาย เพราะลูกค้าซื้อมากินไม่ได้ซื้อมาทิ้ง ซึ่งเสียความรู้สึกมากเพราะโมโหหิว โดยเหตุการณ์ถูกระบุเกิดขึ้นภายในงานงิ้วอำเภอบึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ นั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ข่าวช่อง 3 ได้รายงานว่า จากการตรวจสอบร้านหอยทอดดังกล่าว พบว่ามี นายเดโช อายุ 89 ปี เป็นเจ้าของร้าน โดยกำลังทอดหอยทอดขายให้กับลูกค้า เมื่อสังเกตหอยทอดในกระทะบางส่วนนั้นมีสภาพไหม้เกรียมจริงคล้ายกับที่ลูกค้าโพสต์ไว้

นายเดโช เผยว่า สาเหตุที่หอยทอดบางส่วนไหม้ เนื่องจากคนทอดคนเก่า คือ ภรรยาของตน ได้เสียชีวิตไปแล้ว โดยกระทะที่ใช้เป็นสเตนเลสขนาดใหญ่ ตนจึงอาจควบคุมไฟยังไม่ได้ ไฟอาจจะแรงไปจนหอยทอดไหม้ดังกล่าว ตนนั้นตระเวนขายตามงานทั้ง จ.บุรีรัมย์ จ.ศรีสะเกษ จ.มหาสารคาม ก็ได้ข่าวว่าที่คนพูดว่าร้านตนสกปรก ไม่สะอาด อะไรแบบนี้

‘บิ๊กป้อม’ ประชุม คกก. ‘พัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ เมืองเก่า’ เห็นชอบบูรณะสะพานพุทธฯ - ตั้งศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ

พล.อ.ประวิตร ประชุม คกก.อนุรักษ์/พัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า เตรียมเสริมความแข็งแรง ‘สะพานพุทธฯ’ เพิ่มความสะดวกสัญจรข้ามเจ้าพระยา ยังคงสถาปัตยกรรมและรักษาสมบัติของชาติไว้ ให้ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 65 เวลา 09.30 น. พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษกรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ และเมืองเก่า ครั้งที่ 2/2565 ณ ห้องประชุมมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ที่ประชุมได้รับทราบ ความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการจัดทำแผนปฏิบัติการ ด้านการอนุรักษ์และพัฒนาบริเวณเมืองเก่า 12 เมือง โดยมีการจัดทำร่างขอบเขตงาน (TOR) โครงการจัดทำแผนปฏิบัติการฯ ให้ทั้ง 12 จังหวัดแล้ว

จากนั้นได้พิจารณาเห็นชอบ โครงการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์ชั้นนอก ประกอบด้วยโครงการ Ratchadamnoen Center 1 (ห้องสมุดมีชีวิต, พื้นที่เรียนรู้และพัฒนาทักษะ, พื้นที่แสดงออก เป็นต้น) และโครงการ Ratchadamnoen Center 2 (พื้นที่อเนกประสงค์เพื่อการเรียนรู้, พื้นที่บริการลูกค้า เป็นต้น) และเห็นชอบในหลักการให้บูรณะสะพานพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ซึ่งใช้เวลา 2 ปี เพื่อเสริมความแข็งแรงความปลอดภัย สะดวกสัญจร และคงรูปแบบทางสถาปัตยกรรม รักษาสมบัติของชาติไว้ให้ลูกหลานอย่างยั่งยืนนาน

ผบ.ตร. เปิดโครงการขยายและพัฒนาระบบตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมืออัตโนมัติระยะที่ 5 หรือ AFIS 5 โชว์ศักยภาพ พัฒนาระบบฐานข้อมูล สนับสนุนงานอาชญากรรม

วันที่ (7 ธ.ค. 65) เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เป็นประธานพิธีเปิดและชมสาธิต โครงการขยายและพัฒนาระบบตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมืออัตโนมัติระยะที่ 5(Automated Fingerprint Identification System 5) หรือAFIS 5 พร้อมด้วย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.วีระ จิระวีระ รอง จตช. ,พล.ต.ท. อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบช.สพฐ. , พล.ต.ต.ภาณุวิชญ์ ทองยิ้ม รอง ผบช.สพฐ. ,พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สพฐ. ,พล.ต.ต.วรณัน สุขเจริญ รอง ผบช.สพฐ. ร่วมพิธี ณ กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผบ.ตร. กล่าวว่า “โครงการ ขยายและพัฒนาระบบตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมืออัตโนมัติระยะที่ 5 หรือAFIS 5 ถือเป็นการขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาล ในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลและนำเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้ เชื่อมโยงข้อมูลในระบบเครือข่ายมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะระบบคอมพิวเตอร์ AFIS 5 จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนงานสืบสวนสอบสวนตอบสนองต่อการปฏิบัติงานของตำรวจ

กองทะเบียนประวัติอาชญากร ได้นำระบบตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมืออัตโนมัติ Automated Fingerprint Identification System (AFIS) เข้ามาใช้งานตั้งแต่ปี 2537 ในมิติต่าง ๆงาน สืบสวนสอบสวน ได้แก่ สนับสนุนข้อมูลประวัติการกระทำความผิดของผู้ต้องหาและบุคคล การพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล การตรวจสอบหมายจับ ทรัพย์หาย รถหาย แผนประทุษกรรม คนหายพลัดหลง และศพไม่ทราบชื่อ ฯลฯ ให้กับพนักงานสอบสวน การให้บริการประชาชนและสังคม ในการให้บริการตรวจสอบประวัติอาชญากร เพื่อการสมัครงาน และการขออนุญาตต่าง ๆ แก่ประชาชนทั่วไป การสนับสนุนงานวิทยาการ โดยเป็นฐานข้อมูลการตรวจสอบลายนิ้วมือแฝง ให้กับหน่วยงานในสังกัดสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ

ซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ AFIS เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ช่วยการทำงานแก่เจ้าหน้าที่ งานทะเบียนประวัติอาชญากร มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ AFIS 1- AFIS 5

อบจ.เชียงใหม่ ชวนเที่ยวงาน 'CHARMING Chiang Mai Flower Festival 2023' แสง สี ศิลป์ มนต์เสน่ห์ดอกไม้งาม

อบจ.เชียงใหม่ แถลงข่าวความคืบหน้าการจัดงาน 'มนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม ประจำปี 2565 ' (CHARMING Chiang Mai Flower Festival 2023) ภายใต้แนวคิด 'Miracle Flora' แสง สี ศิลป์ มนต์เสน่ห์ดอกไม้งาม ระหว่าง 16 ธันวาคม 2565 - 2 มกราคม 2566

วันที่ 6 ธันวาคม 2565 เวลา 17.00 น. นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมการแถลงข่าว 'งานมนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม ประจำปี 2566' (CHARMING Chiang Mai Flower Festival 2023) 'Miracle Flora' พร้อมด้วย นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ แขกผู้มีเกียรติ ร่วมงาน ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่เป็นนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่มีแหล่งท่องเที่ยวหลัก 3 ด้าน คือแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีความงดงาม ความโดดเด่น ความล้ำค่าและความเลื่องลือในหลาย ๆ ด้าน และหนึ่งในนั้นคือ ความงดงาม ทางด้านประเพณีและวัฒนธรรม, แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ มีชื่อเสียงด้านวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและภูเขาที่ถูกปกคลุม ไปด้วยป่าเขตร้อนที่เขียวขจี เป็นแหล่งที่อยู่ของหมู่บ้านชาวเขาหลายกลุ่ม เป็นเมืองสำคัญทางภาคเหนือและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางสำรวจจังหวัดอื่น ๆ ต่อไปในภาคเหนือ และแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพที่มีการส่งเสริมและรักษาสุขภาพและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดรายการท่องเที่ยวพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ เพื่อเรียนรู้วิธีใช้พลังงานจากธรรมชาติมาบำบัดรักษาและสร้างเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิต

นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ด้วยนโยบายการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้เน้นการสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว การประชาสัมพันธ์เชิงรุกและการตลาด จึงเล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่ รวมไปถึงศิลปวัฒนธรรม ประเพณีที่มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว 

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้จัดงานมนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม ประจำปี 2566 (CHARMING Chiang Mai Flower Festival 2023)  ภายใต้แนวคิด 'Miracle Flora' (แสง..สี..ศิลป์ มนต์เสน่ห์ดอกไม้งาม) ระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม 2565 – 2 มกราคม 2566 ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ และบริเวณทิศตะวันออกของหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (ด้านหลังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่) 

เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสภาพลักษณ์ที่ดีงามในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมล้านนา รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ให้พัฒนาและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่หลากหลายเหมาะสมกับแต่ละเทศกาลและสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมโยงและส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สังคม ประชาชน และชุมชนด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่

สำหรับงานมนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม ประจำปี 2566 (CHARMING Chiang Mai Flower Festival 2023) พิธีเปิดงานฯ ในวันที่ 16 ธันวาคม 2565 เวลา 18.00 น. ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา อำเภอเมืองเชียงใหม่ และบริเวณตรงกันข้ามหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (ด้านหลังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่) งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม 2565 - 2 มกราคม 2566 ตั้งแต่เวลา 18.00 – 22.00 น. 

กิจกรรมภายในงาน อาทิ งานศิลปาชีพล้านนาไทย ก้าวไกลด้วยพระบารมี ครั้งที่ 4   กิจกรรมดนตรีในสวน กิจกรรมนิทรรศการสวนไม้ดอกไม้ประดับ  ซึ่งมีทั้งป่าฝนเขตร้อนแห่งกล้วยไม้นานาพันธุ์ จุดเด่น กล้วยไม้สกุลฟาแลนนอปซิส, แวนด้า และไม้ดอกไม้ประดับชนิดต่าง ๆ, สวนบุปผาแห่งเหมันต์ แหล่งความงามของดอกไม้เมืองหนาวสีสันสดใส มี ดอกทิวลิป, ดอกไฮเดรนเยีย, ลิลลี่, ไซคลาเมน และไลเซนทัส, พลังแห่งแสงอาทิตย์ ความสวยงามของดอกไม้เขตร้อน ทั้ง ดอกฮอลลี่ฮ็อค, เจอราเนียม, บีโกเนียดอกซ้อน และสับปะรดสี ฤดูกาลที่เปลี่ยนผัน จุดเด่น ดอกไม้ไฟ ประดับไฟแสงสี ที่ให้บรรยากาศสีสันของฤดูกาลทั้ง 4 สวยงามตระการตา และ ทุ่งดอกบลูซัลเวียบานสะพรั่ง ชูดอกสีม่วงสวยสุดลูกหูลูกตา สุดสวยงาม จุดเด่น การแสดงน้ำพุดนตรี วันละ 3 รอบ คือ ในเวลา 19.00 น. ,19.45 น. และ 20.30 น. กิจกรรมนิทรรศการส่งเสริมการท่องเที่ยว (ศูนย์เรียนรู้กล้วยไม้) การสาธิตและให้ความรู้ขั้นตอนการขยายพันธุ์ การแสดงกล้วยไม้ที่หาชมได้ยาก

กิจกรรมงานมนต์เสน่ห์สินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชน จังหวัดเชียงใหม่ (Charming Chiang Mai OTOP and Community Products Select 2023) จำหน่ายสินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชน 17 จังหวัดภาคเหนือ การจำหน่ายอาหารของสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงจังหวัดเชียงใหม่ (ซุ้มอาหารและFood Truck)

'เสี่ยเฮ้ง' โต้แรงนโยบายหาเสียงเพื่อไทย คิดได้แค่นี้ประเทศไม่รอด ท้า!! แน่จริงขึ้นค่าแรงบริษัทในเครือขั้นต่ำ 600 ให้ดูหน่อย

หลังจากเมื่อวันที่ (6 ธ.ค. 65) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้ประกาศนโยบายหาเสียงเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ด้วยการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทต่อวัน และจบปริญญาตรีมีเงินเดือน 25,000 บาท ปักธงเป็นรัฐบาลครบวาระ 4 ปี โดย อธิบายว่าประเทศไทยมี 20 ล้านครอบครัว สามารถสร้างงานทักษะสูงได้ 20 ล้านตำแหน่ง และมีรายได้รวมกันถึงปีละ 4 ล้านล้านบาทนั้น ในปี 2570 คนไทยต้องได้ค่าแรงขั้นต่ำให้สมกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนไทย คือ ไม่ต่ำกว่า 600 บาทต่อวัน และเงินเดือนของผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรีอยู่ที่ 25,000 บาทขึ้นไป 

ขณะเดียวกันก็จะใช้ซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) เป็นพลังขับเคลื่อน โดยการดึงศักยภาพของอย่างน้อย 1 คนในทุกครอบครัวให้ได้รับโอกาสในการอบรม บ่มเพาะ ทักษะสร้างสรรค์ที่มีความถนัดให้ดีขึ้น รวมทั้งการสร้างทักษะสร้างสรรค์ Soft Power ด้านต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้มีรายได้คนละไม่ต่ำกว่า 200,000 บาทต่อปี 

จากนโยบายดังกล่าวนี้ทีมข่าว THE STATES TIMES ได้สัมภาษณ์ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ว่ามีความคิดเห็นในนโยบายดังกล่าวอย่างไร?

โดยในประเด็นการสร้างงานทักษะสูง 20 ล้านตำแหน่ง สุชาติ กล่าวว่า “วันนี้มีคนไทยอยู่ในระบบประกันสังคม 11 ล้านกว่าคน แรงงานนอกระบบอีก 20 ล้านคน หาบเร่แผงลอย นายจ้าง ธุรกิจส่วนตัว รวมแล้ว 2 ระบบ ประมาณ 30 ล้านคน ข้าราชการอีกกี่ล้านคน นักศึกษาอีกกี่ล้านคน เด็กที่ยังเรียนอยู่อีกกี่ล้านคน แล้วถ้าบอกว่า 20 ล้านตำแหน่ง คุณจะเอาคนไทยที่ไหนมาทำงาน ผมไม่เข้าใจเลย เพราะเค้าทำงานกันเกือบหมดแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาการบริหารงานของผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในช่วงไตรมาสที่ 1 ถึง ไตรมาสที่ 3 ของปี 2565 หลังจากเศรษฐกิจฟื้นตัวด้วยนโยบายของรัฐบาลต่างๆ เราได้จ้างงานไปกว่า 1,590,000 อัตรา มากกว่าก่อนที่ไม่มีโควิด-19 เพราะฉะนั้นตัวเลขที่บอกว่าสามารถสร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง มันโอเว่อร์ไป” 

ในส่วนของค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท มีความเป็นไปได้มากน้อยขนาดไหนนั้น สุชาติ แสดงความเห็นว่า “ค่าแรง 600 บาท ผมเรียนอย่างนี้นะครับ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นำเข้าสู่คณะรัฐมนตรีเป็น ร้อย ๆ อาชีพ ในการปรับค่าแรงให้กับวิชาชีพต่าง ๆ เช่น ช่างปูกระเบื้อง ค่าแรงเกือบ 1,000 บาท ทุกอย่างถ้ามีฝีมือปรับตามกระทรวงแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่นำเข้าสู่คณะรัฐมนตรีประกาศออกมาใช้แล้ว เป็นร้อยอาชีพ 

"ส่วนค่าแรง 600 บาท กำลังพูดถึงค่าแรงคนที่ไม่มี Skill ไม่มีฝีมือ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว ที่ค่าแรงส่วนใหญ่ของประเทศเค้ามีค่าแรง 100 บาทต้นๆ และถ้าเกิดปรับค่าแรงเป็น 600 บาท ผมถามว่าแรงงานต่างด้าวก็มาบ้านเราหมด ซึ่งอัตราแรงงานไร้ฝีมือในบ้านเราก็เพียงพออยู่แล้ว ประมาณ 2 ล้านกว่าคน โดยเป็นคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทย แบบนี้ก็จะทำให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้ามามากขึ้นได้

"ผมขอฝากข้อคิดไว้ข้อคิดหนึ่ง การทำแบบนี้แรงงานไทยที่กำลังทำงานอยู่ จะสุ่มเสี่ยงตกงาน ถ้าเราเป็นเจ้าของกิจการต้องจ้างแรงงาน 25,000 บาท ตามกฎหมายกำหนด แบบนี้ผู้ประกอบการจ้างเหมาดีกว่าไหม มีงานก็จ้างไม่มีงานก็ไม่จ้าง กระทบต่อแรงงานแน่นอน ภาคเอกชนไม่รับคนเพิ่มและอาจใช้วิธีแบบนี้เพื่อลดต้นทุน ส่วนในประเด็นปรับเงินเดือน 25,000 บาท ถ้าคนทำงานเดิมที่มีเงินเดือน 20,000 กว่า และคนใหม่เข้ามาทำงาน เงินเดือนขึ้นไป 25,000 บาท ระบบเงินเดือนจะปรับยังไง ต้นทุนบริษัทจะไปทางไหน นโยบายสุดโต่งแบบนี้ สุ่มเสี่ยงทำให้ลูกจ้าง แรงงานตกงานได้เลยและจะทำให้บริษัทต่างชาติที่จะมาเปิดและใช้แรงงานในไทย ย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่นแน่นอน ตรงนี้คุณคิดหรือเปล่าถ้าคุณเสนอตัวเป็นผู้นำประเทศ” 

เจ้ากระทรวงแรงงานยังกล่าวอีกว่า “คุณอุ๊งอิ๊ง ไม่เคยลำบากยากจนมากก่อน ไม่เคยเป็นนักธุรกิจ ไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการที่ก่อร่างสร้างตัวมาด้วยตนเอง เกิดมาก็พ่อรวยแล้ว ถามว่าวันนี้คุณรู้ไหมว่าต้นทุนในแต่ละบริษัท ต้นทุนการตลาดต่างๆ ระบบเงินเดือน มันมีที่มาที่ไปอย่างไร ไม่ใช่อยู่ ๆ อยากจะขึ้นค่าแรงก็พูดได้ คุณรู้ไหมว่าการที่คุณหาเสียงโดยการเอาความยากลำบาก หรือความเสี่ยงปิดกิจการของนายจ้างเอามาเล่นแบบนี้ไม่ได้ คุณกำลังจะทำให้ธุรกิจในประเทศมีปัญหา นายจ้างต้องเลิกกิจการนะ

"คุณกำลังเล่นการเมืองโดยเอาเงินเอกชนมาหาเสียงตัวคุณเอง นักลงทุนที่จะมาลงทุนใน EEC (โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก) หรือต่างชาติ อย่างซาอุดีอาระเบีย จะมาลงทุนในเอเปคที่เราคุยไว้ ใครจะมาลงทุน ผมถามหน่อย คุณอุ๊งอิ๊งรู้ไหมว่าแรงงานขั้นต่ำที่คุณอุ๊งอิ๊งพูดมีคนไทยอยู่ในระบบประกันสังคม ที่เหลือเป็นแรงงานต่างด้าว 1 ล้านคน ที่เหลือก็เป็นระบบเงินเดือนฐานเงินเดือน ถ้าเราทำให้เอกชนแข็งแรง เอกชนที่ไหนเค้าจะปล่อยให้ลูกน้องเค้าเงินเดือนน้อยล่ะ 

"ถ้าคุณมีกิจการดี ส่งออกดี คุณไม่กลัวลูกน้องคุณไปอยู่บริษัทอื่นที่เงินเดือนเยอะกว่าเหรอ คุณก็ต้องปรับ วันนี้บริษัทผลิตรถยนต์ โบนัส 7 ถึง 8 เท่า เพราะนโยบายกระทรวงแรงงานเราแข็งแรงส่งเสริมเอกชน พอเค้าแข็งแรง เค้าก็ดูแลลูกน้องในระบบได้ คุณอุ๊งอิ๊ง พรรคเพื่อไทยออกนโยบายแบบนี้คุณไม่เคยลำบาก คุณรวยแล้ว คุณรู้ไหมความลำบากเป็นอย่างไร การบริหารกระทรวงแรงงานเราไม่ได้ขึ้นที่ค่าแรงงานอย่างเดียว แต่เราลงไปดูแลสวัสดิการต่าง ๆ ด้วย 

เชียงใหม่-อบจ.เชียงใหม่ ชวนเที่ยวงาน 'CHARMING Chiang Mai Flower Festival 2023' แสง สี ศิลป์ มนต์เสน่ห์ดอกไม้งาม

อบจ.เชียงใหม่ แถลงข่าวความคืบหน้าการจัดงาน 'มนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม ประจำปี 2565' (CHARMING Chiang Mai Flower Festival 2023) ภายใต้แนวคิด “Miracle Flora” แสง สี ศิลป์ มนต์เสน่ห์ดอกไม้งาม ระหว่าง 16 ธันวาคม 2565 - 2 มกราคม 2566

วันที่ 6 ธันวาคม 2565 เวลา 17.00 น. นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมการแถลงข่าว 'งานมนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม ประจำปี 2566' (CHARMING Chiang Mai Flower Festival 2023) 'Miracle Flora' พร้อมด้วย นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมงาน ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่เป็นนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่มีแหล่งท่องเที่ยวหลัก 3 ด้าน คือแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีความงดงาม ความโดดเด่น ความล้ำค่าและความเลื่องลือในหลายๆ ด้าน และหนึ่งในนั้นคือ ความงดงาม ทางด้านประเพณีและวัฒนธรรม, แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ มีชื่อเสียงด้านวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและภูเขาที่ถูกปกคลุม ไปด้วยป่าเขตร้อนที่เขียวขจี เป็นแหล่งที่อยู่ของหมู่บ้านชาวเขาหลายกลุ่ม เป็นเมืองสำคัญทางภาคเหนือและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางสำรวจจังหวัดอื่น ๆ ต่อไปในภาคเหนือ และแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพที่มีการส่งเสริมและรักษาสุขภาพและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดรายการท่องเที่ยวพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ เพื่อเรียนรู้วิธีใช้พลังงานจากธรรมชาติมาบำบัดรักษาและสร้างเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิต

นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ด้วยนโยบายการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้เน้นการสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว การประชาสัมพันธ์เชิงรุกและการตลาด จึงเล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่ รวมไปถึงศิลปวัฒนธรรม ประเพณีที่มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว 

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้จัดงานมนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม ประจำปี 2566 (CHARMING Chiang Mai Flower Festival 2023)  ภายใต้แนวคิด “Miracle Flora” (แสง..สี..ศิลป์ มนต์เสน่ห์ดอกไม้งาม) ระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม 2565 – 2 มกราคม 2566 ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ และบริเวณทิศตะวันออกของหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (ด้านหลังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่) 

เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสภาพลักษณ์ที่ดีงามในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมล้านนา รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ให้พัฒนาและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่หลากหลายเหมาะสมกับแต่ละเทศกาลและสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมโยงและส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สังคม ประชาชน และชุมชนด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่

สำหรับงานมนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม ประจำปี 2566 (CHARMING Chiang Mai Flower Festival 2023) พิธีเปิดงานฯ ในวันที่ 16 ธันวาคม 2565 เวลา 18.00 น. ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา อำเภอเมืองเชียงใหม่ และบริเวณตรงกันข้ามหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (ด้านหลังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่) งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม 2565 - 2 มกราคม 2566 ตั้งแต่เวลา 18.00 – 22.00 น. 

กิจกรรมภายในงาน อาทิ งานศิลปาชีพล้านนาไทย ก้าวไกลด้วยพระบารมี ครั้งที่ 4 กิจกรรมดนตรีในสวน กิจกรรมนิทรรศการสวนไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่งมีทั้งป่าฝนเขตร้อนแห่งกล้วยไม้นานาพันธุ์ จุดเด่น กล้วยไม้สกุลฟาแลนนอปซิส, แวนด้า และไม้ดอกไม้ประดับชนิดต่างๆ, สวนบุปผาแห่งเหมันต์ แหล่งความงามของดอกไม้เมืองหนาวสีสันสดใส มี ดอกทิวลิป, ดอกไฮเดรนเยีย, ลิลลี่, ไซคลาเมน และไลเซนทัส, พลังแห่งแสงอาทิตย์ ความสวยงามของดอกไม้เขตร้อน ทั้ง ดอกฮอลลี่ฮ็อค, เจอราเนียม, บีโกเนียดอกซ้อน และสับปะรดสี ฤดูกาลที่เปลี่ยนผัน จุดเด่น ดอกไม้ไฟ ประดับไฟแสงสี ที่ให้บรรยากาศสีสันของฤดูกาลทั้ง 4 สวยงามตระการตา และ ทุ่งดอกบลูซัลเวียบานสะพรั่ง ชูดอกสีม่วงสวยสุดลูกหูลูกตา สุดสวยงาม จุดเด่น การแสดงน้ำพุดนตรี วันละ 3 รอบ คือ ในเวลา 19.00 น., 19.45 น. และ 20.30 น. กิจกรรมนิทรรศการส่งเสริมการท่องเที่ยว (ศูนย์เรียนรู้กล้วยไม้) การสาธิตและให้ความรู้ขั้นตอนการขยายพันธุ์ การแสดงกล้วยไม้ที่หาชมได้ยาก

กิจกรรมงานมนต์เสน่ห์สินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชน จังหวัดเชียงใหม่ (Charming Chiang Mai OTOP and Community Products Select 2023) จำหน่ายสินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชน 17 จังหวัดภาคเหนือ การจำหน่ายอาหารของสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงจังหวัดเชียงใหม่ (ซุ้มอาหารและFood Truck)

กิจกรรมงานมนต์เสน่ห์ควายไทยเชียงใหม่ เมืองดอกไม้งามงานมนต์เสน่ห์ควายไทยเชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม กำหนดจัดงาน ระหว่างวันที่ 21 – 27 ธันวาคม 2565  ตั้งแต่เวลา 7.00  น. ถึงเวลา 18.00 น. ณ บริเวณฝั่งตรงข้ามสวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ รายละเอียดของงานที่น่าสนใจ วันที่ 21 ธ.ค. 65 การประกวดควายงามล้านนา ประเภทควายดำ ประเภทควายเผือก วันที่ 22 ธ.ค. 65 การประกวดควายงามทั่วไป ประเภทควายดำ ประเภทควายเผือกชิงถ้วยรางวัลปลัดกระทรวงมหาดไทยและถ้วยรางวัลนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ อีกกิจกรรมที่น่าสนใจ “ยกทะเลมาสวน” ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พบกับการจำหน่ายสินค้าอาหารทะเล กิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566 วันที่ 31 ธันวาคม 2565 และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย ให้แวะเวียนมาถ่ายภาพเก็บบรรยากาศสุดประทับใจ

ตม.ชัยภูมิ สนองนโยบายป้องกัน ปราบปรามต่างด้าวหลบซ้อน รวบอินเดียแอบลักลอบอยู่ในราชอาณาจักร เกินกว่า 974 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ผบช.สตม. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.กำกับดูแลงานสืบสวน มีคำสั่งให้ทุกหน่วยในสังกัด สตม.ดำเนินการออกระดม กวาดล้างอาญากรรมประเภทต่างๆในพื้นที่รับผิดชอบโดยเฉพาะการอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาต(OVERSTAY) รวมถึงสืบสวนหาข่าวคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง การกระทำความผิดที่มีโทษทางอาญา,ผู้ที่มีหมายจับศาลไทยหรือหมายจับศาลต่างประเทศ

ขณะที่ทางด้านพล.ต.ต.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ ผบก.ตม.4 และ พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ กลิ่นเกสร รอง ผบก.ตม.4 มอบหมายให้ พ.ต.ท.กวีวัฒธ์ อภิวาท สั่งการให้ชุดสืบสวน ตม.จว.ชัยภูมิ ร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ สนธิกำลัง กับ กก.สส.ตม.4 สืบค้นหาข่าวจากสายลับโดยได้ร่วมประสานงานกับ จนท. ตร.สภ.เกษตรสมบูรณ์ จนท.ตร ท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิ ตร.ทางหลวงชัยภูมิ ในพื้นที่ 

จ.ชัยภูมิ คว้า 3 รางวัล จากโครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาตครั้งที่ 8 เฉลิมพระเกียรติ

วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2565 เวลา 13.00 น. นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้รับเกียรติเป็นประธานคณะเข้ารับมอบโล่รางวัล พร้อมด้วย นางณัฏฐ์ชุดา นันทนิ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยภูมิ และนายแพทย์ณรงค์ศักดิ์ บำรุงถิ่น ผอ.โรงพยาบาลชัยภูมิ และนายเกษมสุข กันชัย รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขัยภูมิ เข้ารับมอบโล่รางวัล"โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 8 เฉลิมพระเกียรติ" ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อนการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง โดยจัดให้มีกิจกรรมการแข่งขันออกกำลังกายสะสมแคลอรี่ ผ่านแอปพลิเคชัน Calories Credit Challenge : CCC และกิจกรรม นิทรรศการฯ ในโครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 8 เฉลิมพระเกียรติ “แผ่นดินไทย ไร้สโตรค” โดยกำหนดระยะเวลาการสะสมแคลอรี่ วันที่ 28 กรกฎาคม- 30 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา จังหวัดชัยภูมิได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 3 รางวัล ได้แก่ 

..จากกระทรวงมหาดไทย “จังหวัด” ที่ได้คะแนนสูงสุด ด้านการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ อันดับที่ 2 

..จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารางวัลโล่เกียรติยศ “จังหวัด” ที่จัดกิจกรรมด้านส่งเสริมออกกำลังกาย ผ่านแอปพลิเคชัน “Calories Credit Challenge (CCC)” ประเภทจังหวัดอื่นๆ 61 จังหวัดที่ไม่ใช่เมืองกีฬา ได้รับรางวัล “จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมสูงสุด” อันดับที่ 2 และประเภท “จำนวนแคลอรีสะสมสูงสุด” อันดับที่ 2 

​​​​​​

ผบ.ตร. มอบรางวัล สิบตำรวจเอก จราจร สน.ชนะสงคราม และพลเมืองดี บุกชาร์จสยบชายคลุ้มคลั่งบนสะพานพระปิ่นเกล้า ชื่นชมความกล้าหาญ เป็นแบบอย่างที่ดี

(6 ธ.ค.65) เวลา 13.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้มอบรางวัล โครงการ “ทำดี มีรางวัล” กรณี ส.ต.อ.กฤษณชัย ศรีเจริญ ผบ.(หมู่) จร.สน.ชนะสงคราม พร้อม นายบุญสิน ชาวนา 

พลเมืองดี ช่วยชีวิตชายคลุ้มคลั่งใช้มีดจี้คอตัวเองบนสะพานพระปิ่นเกล้า 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ เปิดเผยว่า กรณีปรากฎเหตุการณ์ มีกระแสชื่นชมการปฏิบัติงานของตำรวจ และพลเมืองดี ในโลกโซเชียลมิเดีย เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.65 เวลาประมาณ 08.00 น. โดยมีพลเมืองดีแจ้งว่าพบ "ชายคลุ้มคลั่ง" พยายามใช้มีดจี้คอตัวเอง อยู่บนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า แขวงอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ ส.ต.อ.กฤษณชัยฯ กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณท้องสนามหลวงที่มีพิธีทำบุญตักบาตรในวันพ่อแห่งชาติ ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ตอนนั้น ส.ต.อ.กฤษณชัยฯ ตัดสินใจโบกรถจักรยานยนต์ของพลเมืองดี ทราบชื่อในภายหลัง คือ นายบุญสิน ชาวนา ที่ขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นมาพอดี จึงได้นั่งรถจักรยานยนต์ของนายบุญสินฯ ขึ้นมาบนสะพานด้วยกัน 

จากนั้นจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 60 ปี สวมเสื้อสีเหลือง นุ่งกางเกงขาสั้นสีเทา ในมือขวาถืออาวุธมีดสั้นจี้ที่คอตัวเอง ส่วนมือซ้ายถืออาวุธมีดข่มขู่ไม่ให้ใครเข้าใกล้ ชายดังกล่าว อยู่ในอาการ คลุ้มคลั่ง มีรอยเลือดที่ลำคอ พูดจาโวยวายไม่ให้ใครเข้าใกล้ตน ซึ่งมีท่าทางจะทำร้ายตนเอง 

ส.ต.อ.กฤษณชัยฯ ร่วมกับนายบุญสินฯ ได้วางแผนโดยจะอาศัยจังหวะที่ชายดังกล่าวเผลอแล้วเข้าชาร์จทันที โดยคว้ามีดไว้ ขณะที่เข้าชาร์จชายคนดังกล่าวเกิดสะบัดไม่ยินยอมให้ควบคุมตัว จึงได้ยื้อยุดฉุดกระชากอยู่กลางถนน ท่ามกลางรถยนต์ที่วิ่งไปมาบนสะพาน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะล็อคตัวช่วยไว้ได้อย่างปลอดภัย หลังควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ ได้วิทยุแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางยี่ขัน เข้ามารับตัวไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก ทั้ง ส.ต.อ.กฤษณชัยฯ และ นายบุญสินฯ สมควรได้รับการเชิดชูเกียรติ ยกย่องสรรเสริญ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ข้าราชการตำรวจและสังคม

ขอนแก่น-กฟผ. ร่วม 'สืบสาน รักษา ต่อยอด' วันดินโลก ชูแนวคิด 'อาหารก่อกำเนิด เกิดจากดิน'

จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับ กฟผ. มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และสมาคมดินโลก จัดงานวันดินโลก ประจำปี 2565 “สืบสาน รักษา ต่อยอด” หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวคิด “อาหารก่อกำเนิด เกิดจากดิน” สู่พัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน 

วันอังคารที่ 6 ธันวาคม 2565 จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และสมาคมดินโลก ร่วมจัดงานวันดินโลก ประจำปี 2565 ณ เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เนื่องในโอกาสวันดินโลก ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 โดยมีนายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และนายกสมาคมดินโลก นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ กฟผ. คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ชุมชนในพื้นที่ และเครือข่ายพันธมิตรกสิกรรมธรรมชาติ ร่วมเป็นเกียรติในงาน ภายใต้แนวคิด “อาหารก่อกำเนิด เกิดจากดิน” 

นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ มาจากความร่วมมือกันจาก ทุกภาคส่วน ที่มุ่งเน้นการน้อมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 มาเป็นหลักคิดในการพัฒนาประเทศตามนโยบายของรัฐบาล โดยให้ชุมชนช่วยกันรักษาป่า ฟื้นฟูดิน สร้างแหล่งน้ำไว้ใช้ และขยายความร่วมมือในทุกภาคีเครือข่าย ก่อให้เกิดรายได้กับชุมชนในท้องถิ่น โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมมุ่งเน้นรับสนองพระราชปณิธานอันแน่วแน่ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ตามพระปฐมบรมราชโองการที่จะ “สืบสาน รักษา ต่อยอด” พระราชกรณียกิจของพระบรมราชชนก เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติและความอยู่ดีมีสุขของประชาชนโดยรวม 

ด้าน นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวเสริมว่า นอกจาก กฟผ. จะมีหน้าที่ผลิตและรักษาความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้า เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยได้ดำเนินโครงการ โคก หนอง นา โมเดล วิถีใหม่ สู่การพัฒนาเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการ 7 เขื่อนพระนาม 3 โรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์เสริมสร้างคุณภาพชีวิตและสร้างสรรค์สังคมอย่างมีส่วนร่วม กับ 6 เครือข่ายพันธมิตร ได้แก่ กรมการพัฒนาชุมชน สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ มูลนิธิรักษ์ดินรักษ์น้ำ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  และบริษัท เอื้อสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ในการพัฒนาพื้นที่ 7 เขื่อนพระนาม 3 โรงไฟฟ้าของ กฟผ. เป็นต้นแบบการดำเนินงาน และเป็นสถานที่พัฒนาทักษะให้ความรู้ สร้างความเข้าใจในการประยุกต์ใช้ศาสตร์พระราชา นำมาสู่การฟื้นฟูดิน น้ำ และผืนป่า เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหาร น้ำ และพลังงาน ตามเป้าหมายความยั่งยืนของโลก หรือ SDGs Goal เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ทำให้สามารถพัฒนาเศรษฐกิจทั้งในครัวเรือนและชุมชน 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top