Friday, 17 July 2026
NEWS

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 2/2566

พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 27 ก.พ. 66 เวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 2/2566  ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.), ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรรมการ ก.ตร.วินัย, กรรมการ ก.ตร.ร้องทุกข์ และกรรมการ ก.ตร.บริหารทรัพยากรบุคคล เข้าร่วมประชุม ซึ่งมีวาระการประชุมฯ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของคณะกรรมการด้านต่างๆ และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

โดยกรรมการข้าราชการตำรวจด้านวินัย อุทธรณ์ ร้องทุกข์ และบริหารทรัพยากรบุคคล ได้รายงานข้อมูลการกระทำผิดวินัยร้ายแรง ของข้าราชการตำรวจ เดือน ก.พ.66 มีข้าราชการตำรวจลงโทษทั้งสิ้น จำนวน 14 นาย ซึ่งเป็นการไล่ออกจากราชการ จำนวน 13 นาย และปลดออกจากราชการ จำนวน 1 นาย ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.พ.66 มีข้าราชการตำรวจถูกลงโทษทั้งสิ้น จำนวน 26 นาย เป็นการไล่ออกจากราชการ จำนวน 22 นาย และปลดออกจากราชการ จำนวน 4 นาย

‘สนธิ’ แฉ!! คนใกล้ตัว ‘ชูวิทย์’ เปิดบาร์กัญชาสุดหรูกลางกรุงฯ

(27 ก.พ. 66) นายสนธิ ลิ้มทองกุน ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ‘คุยทุกเรื่องกับสนธิ’ ตอนหนึ่งว่า จากกรณีที่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองและเจ้าของธุรกิจอาบอบนวด ได้ออกมาโจมตีในกรณีปลดล็อกกัญชาทางการแพทย์ โดยโพสต์ข้อความ 2 โพสต์ติด ๆ กัน คือ กัญชา พี้เพื่อชาติ! และ กัญชา เหรียญสองด้าน สนองกิเลสพรรคภูมิใจไทย

ต่อมาได้มีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กเข้าไปโพสต์แสดงความเห็นในเฟซบุ๊กนายชูวิทย์ ระบุข้อความว่า “ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ขอให้กิจการรุ่งเรือง เฮง ๆ นะครับ” พร้อมแนบภาพ ร้าน ชูหวีด บาร์ (Chuweed Bar) ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายกัญชาเพื่อสันทนาการภายในโรงแรมดังกลางกรุง ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวนายชูวิทย์ด้วย และช่วงค่ำวานนี้ เฟซบุ๊กเพจ Channel Weez Thailand ได้โพสต์ภาพ และรายละเอียด Chuweed Bar ของครอบครัวนายชูวิทย์ ระบุว่า “กัญชาพรึ่บ! บาร์สมุนไพรสุดฟิน ในโรงแรมของชูวิทย์ การตกแต่งร้านโดดเด่นมีสไตล์ เรียบง่ายบนความหรูหรา มีหลายโซนให้ลูกค้าได้ฟินกับความ high เหนือระดับ เช่นเดียวกับโลโก้ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วรู้เลยว่า คือคนที่คุณก็รู้ว่าใคร

โดยบาร์กัญชาดังกล่าว ตั้งอยู่ในโรงแรมของเสี่ยชูวิทย์ แว่วมาว่า ปัจจุบันโรงแรมนี้บริหารงานโดยรุ่นลูกและคนในครอบครัว ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 24 ไม่ว่าใครจะเป็นเจ้าของก็ตาม แต่ร้านนี้ถือเป็นบาร์สมุนไพรที่น่าแวะไปชมสักครั้ง แถมยังได้รับแรงบันดาลใจจากคนชื่อดัง เผื่อมีโอกาสได้นั่งเติมกัญสักครั้ง เห็นร้านสวย ๆ แบบนี้แล้ว สหายสายเขียวฝากสะกิดมาบอกพี่น้องว่า อย่าอคติกับสมุนไพรไทยโบราณเลย มาช่วยกัญรันวงการเพื่อเศรษฐกิจของลูกหลานดีกว่า กัญชาถูกย่ำยีจากเกมการเมืองมามากพอแล้วท่าน อนึ่ง จากการสืบค้นข้อมูลย้อนหลังพบว่า บาร์กัญชา Chuweed Bar ภายในโรงแรม เดอะ เดวิส บางกอก ของครอบครัวนายชูวิทย์นั้นมีการเปิดให้บริการเชิงสันทนาการมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 หรือกว่าครึ่งปีแล้ว

สำหรับโรงแดมดังกล่าว เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว มีจำนวนห้องพัก 240 ห้อง ของครอบครัวนายชูวิทย์นั้นบริหารงานโดย บริษัท สมบัติเติมตระกูล จำกัด ซึ่งหุ้นทั้งหมดถือครองในครอบครัวนายชูวิทย์ทั้งหมด โดย ณ เดือนกรกฎาคม 2565 ผู้ถือหุ้น ประกอบไปด้วยลูกสาว น.ส.ตระการตา กมลวิศิษฎ์ ถือหุ้น 24.75%, ลูกชาย 3 คน คือ นายต่อตระกูล กมลวิศิษฎ์ถือหุ้น 24.75%, นายต้นตระกูล กมลวิศิษฎ์ ถือหุ้น 24.75%, นายเติมตระกูล กมลวิศิษฎ์ ถือหุ้น 24.75%, บริษัท ต้นตระกูล จำกัด ถือหุ้น 1% และนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ถือหุ้น 0.01%

ทั้งนี้ บริษัท สมบัติเติมตระกูล จำกัด มีกรรมการ 5 คน ประกอบด้วย นายต้นตระกูล กมลวิศิษฎ์, นายต่อตระกูล กมลวิศิษฎ์, นายเติมตระกูล กมลวิศิษฎ์, นางสาวตระการตา กมลวิศิษฎ์ และ พล.ต.ต.คงเดช ชูศรี

ส่วนผลประกอบการตามรายงานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปรากฏข้อมูลงบการเงินล่าสุด บริษัท สมบัติเติมตระกูล จำกัด สิ้นสุด ณ ปี 2563 ระบุว่า มีรายได้รวม 22,313,415 บาท ขาดทุน 27,758,836 บาท โดยมีสินทรัพย์รวม 211,023,896 บาท

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น นายสนธิ ได้พูดฝากเตือนไปถึงนายชูวิทย์ จากกรณีที่ออกมาเคลื่อนไหววิพากษ์วิจารณ์ ปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นในยุครัฐบาลปัจจุบัน โดยเฉพาะความไม่โปร่งใส โครงการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม พร้อมอ้างมีเงินตกหล่นอยู่สามหมื่นล้าน ใจความสำคัญตอนหนึ่ง ระบุว่า ในฐานะที่เป็นเพื่อนรุ่นพี่ของนายชูวิทย์ และทำวิชาชีพสื่อมวลชนมากว่าห้าสิบปี มีประเด็นที่อยากจะเตือน ให้ข้อคิดแก่นายชูวิทย์ในการแฉ เปิดโปงเรื่องเหล่านี้ ว่า มีเรื่องที่นายชูวิทย์ต้องระวังให้มากๆ เพราะภาพรวมตอนนี้ นายชูวิทย์ต้องรู้ว่าเป็นการฟาดฟันกันระหว่างกลุ่มคนรอบตัว ‘ลุงตู่’ และกลุ่มคนรอบตัว ‘ลุงป้อม’ โดยใช้ลูกน้องออกมาฟาดฟันกัน จึงอยากจะเตือนว่าอย่าตกเป็นเครื่องมือของใคร

“คุณชูวิทย์ไปหานายกฯ ทีไร ไม่ว่าจะเป็นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ หรือที่ทำเนียบรัฐบาล ก็จะมี ‘เสธ.หิ’ คุณหิมาลัย ผิวพรรณ หรือมีคนอย่างคุณวรัญชัย โชคชนะ ยืนอยู่ข้าง ๆ พอพูดเสร็จ คนโน้นคนนี้ลงมาจัดการ กรณีนี้ คุณพีระพันธุ์ หัวหน้าพรรคฯ เลขาธิการนายกฯ ก็ลงมาจัดการ คุณชูวิทย์ต้องระวังว่า คนจะมองว่าคุณมีนอกมีในกับคนพวกนี้หรือเปล่า

“ที่สำคัญ คุณชูวิทย์ ช่วงนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อการเลือกตั้งใหญ่ ที่กำลังจะยุบสภาฯ ภายในเดือนหน้า คือมีนาคมนี้ คงมีการจัดการให้มีการเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคม เรื่องเหล่านี้คุณชูวิทย์ต้องระวังให้มากๆ เดี๋ยวจะกลายเป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะขณะนี้สายลุงตู่ กับสายลุงป้อม ฟาดฟันกันอย่างหนัก”

พร้อมย้ำว่า “การพูดจาอะไรต้องระวัง เพราะว่าในการประมูลของภาครัฐทุกครั้ง ทุกรอบ ทุกยุค ทุกสมัย ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีทั้งเอกชนที่สมหวังและผิดหวัง มีคนได้ มีคนเสีย ผมเกรงว่าจะมีคนกล่าวหาคุณชูวิทย์รับงานมา ว่า พอคุณชูวิทย์เริ่มดังขึ้นมา ก็เริ่มรับงานร้องเรียนที่เกี่ยวกับประเด็นปัญหาการประมูลที่เป็นคู่แข่งระหว่างเอกชนกับเอกชน”

หลวงพ่อรวยวัดมาบตาพุดจัดพิธีพุทธาภิเษกท้าวเวสสุวรรณ รุ่น รวยชนะมาร

'ท้าวเวสสุวรรณ' ถือว่าเป็นเทพที่กำลังมาแรงที่สุดในยุคนี้ เพราะเป็นเทพแห่งความร่ำรวย ช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้ออกไปจากชีวิต และช่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น ไม่ติดขัด ช่วยให้บังเกิดโชคลาภ ร่ำรวยเงินทอง แก้ปีชง เสริมปีชง ป้องกันภัยจากสิ่งที่มองเห็นและมองไม่เห็น ช่วยส่งผลให้เจริญก้าวหน้า และร่ำรวย มีความสุข

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธุ์ 2566 ที่วัดมาบตาพุด อ.เมืองจังหวัด ระยอง จัดพิธีพุทธาภิเษกท้าวเวสสุวรรณ รุ่น รวยชนะมาร หลวงพ่อรวย (หลวงพ่อรวย อฺตสาโร เจ้าอาวาสวัดมาบตาพุด)เป็นประธานพิธี

โดยมีนายกลย์ทรรศน์ ทองหน้าศาล หรือปั่นกระแสพระเครื่อง เป็นประธาน ในการจัดสร้าง โดยพิธีครั้งนี้ได้มีพระสงฆ์ ร่วม อธิฐานจิต 123 รูป และมีการ สวดภาณยักษ์ เพื่อเป็นความ ศิริมงคลแก่ผู้ที่ร่วมงานให้กิจการการค้ารุ่งเรือง และก้าวหน้า พร้อมชมการแสดง มังกร ขึ้นเสากายกรรมของคณะ สิงโต

ตำรวจไซเบอร์ เตือนภัยมิจฉาชีพโทรศัพท์หาเหยื่ออ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ส่งลิงก์ให้ติดตั้งแอปพลิเคชันดูดเงิน

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัย กรณีเตือนภัยมิจฉาชีพโทรศัพท์หาเหยื่ออ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ส่งลิงก์ให้ติดตั้งแอปพลิเคชันดูดเงิน ดังนี้

การหลอกลวงในรูปแบบที่ประชาชนมักเรียกว่า 'แอปพลิเคชันดูดเงิน' นั้น ที่ผ่านมาจากการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลของ บช.สอท. ประกอบกับรายงานสมาคมธนาคารไทย (TB-CERT) พบว่ารูปแบบส่วนใหญ่จะปรากฎอยู่ 3 รูปแบบหลัก ๆ ในรูปแบบแรก คือ การหลอกลวงให้ติดตั้งโปรแกรมประเภทรีโมต เช่น TeamViewer, AnyDesk เป็นต้น เพื่อทำการควบคุมโทรศัพท์โอนเงินออกจากบัญชีของเหยื่อในทันที ในรูปแบบถัดมาซึ่งเป็นรูปแบบที่มิจฉาชีพใช้ก่อเหตุมากที่สุด คือ การหลอกลวงให้ติดตั้งแอปพลิเคชันปลอม หรือแอปพลิเคชันอันตราย (.apk) แล้วทำให้เสมือนว่าหน้าจอโทรศัพท์ของเหยื่อค้าง หรืออยู่ระหว่างการติดตั้ง จากนั้นมิจฉาชีพก็จะเข้ามาควบคุมโทรศัพท์โอนเงินออกจากบัญชีเหยื่อในทันที เช่น แอปพลิเคชันปลอมของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), กรมสรรพากร, สายการบิน Thai Lion Air, บริษัท ไทยประกันชีวิต และกระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น และในรูปแบบสุดท้าย คือ การหลอกลวงให้ติดตั้งแอปพลิเคชันปลอม หรืออันตราย (apk.) เพื่อเข้ามาควบคุมโทรศัพท์ของเหยื่อ โดยจะแตกต่างจากรูปแบบก่อนหน้านี้ คือ มิจฉาชีพจะยังไม่โอนเงินออกจากบัญชีเหยื่อในทันที แต่จะเฝ้ารอดักเก็บข้อมูล รหัสการทำธุรกรรมการเงิน รอจนเหยื่อเผลอแล้วจึงโอนเงิน เช่น กรณีที่ผู้เสียหายเชื่อว่าเงินถูกโอนออกจากบัญชีเพราะสายชาร์จโทรศัพท์ แต่จากการตรวจสอบภายหลังพบว่าเกิดจากการติดตั้งแอปพลิเคชันหาคู่ปลอม เช่น Sweet meet, Bumble, Snapchat, Kakao Talk เป็นต้น

แต่ในปัจจุบันยังคงพบว่ามีประชาชนหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่อง โดยปรากฏเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ออกอุบายให้ผู้เสียหายติดตั้งแอปพลิเคชันของหน่วยงาน เพื่อเป็นการอัปเดตข้อมูลนิติบุคคล และงบการเงินของบริษัทผู้เสียหาย จากนั้นมิจฉาชีพได้ให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนทางไลน์แล้วส่งลิงก์ให้ติดตั้ง ผู้เสียหายหลงเชื่อติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมดังกล่าว ตั้งค่าโทรศัพท์ตามที่มิจฉาชีพแจ้ง กระทั่งทำให้เงินถูกโอนออกจากบัญชีหลายครั้ง สูญเสียเงินหลายล้านบาท โดยขณะนี้ทางคดีพนักงานสอบสวน บช.สอท. อยู่ระหว่างการสอบสวนปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม และอยู่ระหว่างสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินดดีกับผู้กระทำความผิดตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญ และมีความห่วงใยต่อภัยการหลอกลวงผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้างเป็นหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ หรือโครงการของรัฐ ไปหลอกลวงเอาทรัพย์สินของประชาชน สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งรับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ได้กำชับสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง รวมถึงวางมาตรการป้องกันสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

ที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชาผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้ขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบ

โฆษก บช.สอท. กล่าวอีกว่า การหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในแผนประทุษของมิจฉาชีพที่นำมาใช้ในการหลอกลวงประชาชน แต่ก็ยังเป็นแผนประทุษกรรมเดิมๆ โดยมิจฉาชีพจะติดต่อไปหาเหยื่อตามช่องทางต่างๆ เช่น การโทรศัพท์หาเหยื่อโดยตรง, การส่งข้อความสั้น (SMS) หรือผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยใช้ชื่อหน่วยงานต่างๆ จากนั้นจะหลอกให้เพิ่มเพื่อนโดยใช้บัญชีไลน์หน่วยงานปลอม พูดคุยสร้างความน่าเชื่อถือแล้วส่งลิงก์ให้เหยื่อติดตั้งแอปพลิเคชันปลอม ให้กรอกหมายเลขโทรศัพท์มือถือ ให้ตั้งรหัสผ่าน PIN 6 หลัก จำนวนหลายครั้ง รวมไปถึงการขออนุญาตติดตั้งแอปพลิเคชันที่อันตราย และไม่รู้จัก การขอสิทธิ์ในการเข้าถึงและควบคุมอุปกรณ์ กระทั่งมิจฉาชีพเข้าถึงและควบคุมอุปกรณ์ของเหยื่อ แล้วนำรหัส PIN 6 หลัก ที่เหยื่อกรอกไว้ในตอนแรกมาใช้ยืนยันการทำธุรกรรมการเงินโอนเงินออกจากบัญชีของเหยื่อ นอกจากนี้มิจฉาชีพจะปรับเปลี่ยนชื่อหน่วยงานที่แอบอ้าง หรือเปลี่ยนเนื้อเรื่องที่หลอกลวงไปตามสถานการณ์ หรือวันเวลาในช่วงนั้นๆ 

อย่างไรก็ตาม บช.สอท. ยังคงมุ่งมั่นปราบปราม กดดัน จับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมถึงสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ และขอฝากไปยังภาคประชาชนช่วยแจ้งเตือนบุคคลใกล้ชิด หรือรายงานไปยังหน่วยงานรัฐ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว 

'ยิ่งลักษณ์' โพสต์ภาพ 'มดดำ-แจ็ค แฟนฉัน' ร่วมเฟรม 'ทักษิณ' พร้อมเผย "ดีใจที่ได้เจอกัน"

(26 ก.พ.66) เฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra ของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีการโพสต์รูปถ่าย ที่เจอกับ พิธีกรชื่อดัง มดดำ คชาภา ตันเจริญ และ ดาราตลกอย่าง แจ๊ค แฟนฉัน หรือ นายเฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์

โดยอดีตนายกรัฐมนตรี หญิง คนแรกของไทย ได้เขียนข้อความว่า “ดีใจที่เจอมดดำกับแจ็คและทีมงาน นะคะ” Moddam Jackfanchan และในเซ็ทรูปภาพดังกล่าว มีรูปที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ถ่ายรูปคู่กับ นายทักษิณ ชินวัตร และ มดดำ คชาภา อีกด้วย

เปิดตลาดวัฒนธรรม 'อินทยงยศ ถนนสายวัฒนธรรม เล่าขานตำนานร่วมสมัยร้อยปีลำพูน'

วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 เวลา 19.00 น. จังหวัดลำพูน โดยสำนักงานวัฒนธรรม จังหวัดลำพูน จัดงาน 'ตลาดวัฒนธรรม อินทยงยศ ถนนสายวัฒนธรรม เล่าขานตำนานร่วมสมัยร้อยปีลำพูน' โดยมีนายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำพูน เครือข่ายชุมชนถนนอินทยงยศ ประชาชน ชาวจังหวัดลำพูน และสื่อมวลชน ร่วมพิธีเปิดงาน ณ บริเวณตึกอินทพานิช ถนนอินทยงยศ อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน 

นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า ตามแผนพัฒนาจังหวัดลำพูน ภายใต้โครงการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและบริการ ตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดลำพูน ประจำปีงบประมาณ 2565 'ลำพูนเมืองแห่งความสุข' ในโครงการดังกล่าวมุ่งเน้นพัฒนาให้จังหวัดลำพูนเป็นเมืองจุดหมายปลายทางแห่งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ชุมชนให้มีความเข้มแข็งบนพื้นฐานวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน บนต้นทุนทางวัฒนธรรมของจังหวัดลำพูนที่เอกลักษณ์โดดเด่นหลายด้าน ลำพูนเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ มีประเพณีที่โดดเด่น มีอาหารและสินค้าทางวัฒนธรรมที่หลากหลายและเข้มแข็ง เป็นเมืองที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวมาเยือน การจัดตลาดทางวัฒนธรรม บนถนนอินทยงยศในครั้งนี้ เป็นการบอกถึงความพร้อมของจังหวัดลำพูน ในการเปิดรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยือนและร่วมเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมของดีของจังหวัดลำพูนต่อสายตานักท่องเที่ยว 

'กินหรู-อยู่แพง-รวยทางลัด' ค่านิยมที่คนรุ่นใหม่ เลือก หากไม่สมหวัง!! จะวกกลับมาโทษ "เศรษฐกิจไทยไม่ดี"

(26 ก.พ.66) รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Harirak Sutabutr ระบุข้อความว่า...

วันก่อนไปธุระกับครอบครัวที่เซ็นทรัลพระราม 9 ในวันธรรมดา เสร็จธุระประมาณ 11.30 น. ปรึกษากันว่าจะทานอาหารกลางวันที่ร้านไหนดี ในที่สุดเลือกร้านซูชิแบบสายพานร้านหนึ่ง แม้จะหวาดเสียวว่า จะมีคนเลียนแบบคลิปญี่ปุ่นที่แชร์กันสนั่นใน social media ก็ตาม

ร้านนี้มีโต๊ะไม่น้อยกว่า 30 โต๊ะ ขณะเราเข้าไปโต๊ะยังว่างโล่ง แต่เมื่อถึงเวลา 12 นาฬิกาเศษ ไม่ทราบผู้คนมาจากไหนนั่งกันเต็มทุกโต๊ะ หันซ้ายหันขวา มีแต่คนในวัยตั้งแต่ต่ำกว่า 40 ลงมาทั้งสิ้น ดูแล้วผมน่าจะอายุมากที่สุดในร้าน ราคาอาหารร้านนี้เฉพาะซูชิที่วิ่งบนสายพานมีจาน 4 สี 4 ราคา มีราคาจานละ 40 บาท 60 บาท 80 บาท และ 120 บาท มองไปเห็นแต่ละโต๊ะมีจานเปล่าหลากสีซ้อนกันเป็นชั้นๆสูงๆ เต็มไปหมด มีแต่โต๊ะผมที่รู้สึกจะมีจำนวนจานน้อยที่สุด 

เมื่อทานอาหารเสร็จเดินออกมาเห็นคนยืนเข้าแถวยาวรอโต๊ะว่าง มองไปที่ร้านอื่นก็เห็นมีคนรอโต๊ะกันหลายร้าน โดยเฉพาะร้านอาหารญี่ปุ่นแน่นทุกร้าน สัปดาห์ที่แล้วไปที่อาคารธนิยะก็เป็นภาพแบบเดียวกัน ทั้งร้านอาหารในอาคารและนอกอาคาร มีผู้คนแน่นร้านเกือบทุกร้าน ร้านอาหารที่ธนิยะมีราคาสูงกว่าร้านซูชิสายพานอยู่บ้าง อาหารบางจานราคาสูงจนผมไม่กล้าสั่ง แต่เห็นโต๊ะอื่นๆ ล้วนเป็นคนรุ่นใหม่ในวัยทำงานสั่งกันเต็มไปหมด หรือว่าคนรุ่นใหม่เขาสั่งอาหารกันแบบไม่ต้องดูราคาก็ไม่ทราบได้ 

ภาพที่บรรยายไว้ข้างต้นเป็นภาพที่ส่งสัญญานชัดเจนว่าเศรษฐกิจประเทศไทยเริ่มฟื้นแล้ว แตกต่างจากภาพที่เห็นในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมาดั่งฟ้ากับเหว แน่นอน คนยากคนจนในประเทศเรายังมีอยู่มาก ช่วงห่างของความเหลื่อมล้ำก็ยังไม่ลดลง แต่คงไม่มีคนอดตายอย่างที่อภิปรายกันในสภา เลิกพูดกันได้แล้วว่าเศรษฐกิจของประเทศกำลังดิ่งเหว หรือคนกำลังจะอดตายกันหมดแล้ว เพราะมันไม่ใช่ 

ปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อภาวะเศรษฐกิจไม่ได้อยู่ในความควบคุมของรัฐบาลโดยตรงทั้งหมด แต่ภาวะเศรษฐกิจก็ยังคงเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่ถูกนำมาใช้ในการโจมตีรัฐบาลมาทุกยุคทุกสมัย การทำรัฐประหาร รัฐธรรมนูญที่ว่ากันว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ล้วนถูกนำมาใช้อ้างเป็นต้นเหตุของการที่เศรษฐกิจไม่เติบโตอย่างที่ควรจะเป็น 

คำอธิบายปฏิกิริยาและปรากฏการณ์ของคนรุ่นใหม่ในระยะที่ผ่านมาคือ ผู้ใหญ่ต้องพยายามเข้าใจเขา พวกเขาเพียงต้องการชีวิตที่ดีขึ้น แต่ ณ ขณะนี้พวกเขามองไม่เห็นอนาคตของตัวเองแต่อย่างใดเลย  

"ชีวิตที่ดีขึ้น" ที่จริงแล้วคืออะไร คือชีวิตที่วันๆ ออกไปทานอาหารแบบโอมากาเสะ หรืออาหารแพงๆ ในร้านหรูๆ ขับรถหรู ใช้ของแพง นาฬิกาแพงๆ แล้วถ่ายรูปมาลงอวดกันใน social media อย่างนั้นหรือ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไม่น่าแปลกใจที่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำเว็บพนันออนไลน์ หวยออนไลน์ ธุรกิจฟอกเงิน มีบ้านหรู รถหรู ใช้ของหรู ล้วนมีอายุไม่เกิน 30 ปี พวกเขาคงเลือกอาชีพที่ผิดกฎหมาย หรือหมิ่นเหม่ต่อการทำผิดกฎหมาย ก็เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นกระมัง

จะว่าไปในประเทศเรา หากมีความขยันและมุมานะพอ และรู้จักใช้ชีวิตแบบพอเพียงตามทฤษฎีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ใช้เงินใช้ของที่สอดคล้องกับฐานะทางการเงินของเรา ทุกคนก็มีความสุขได้ ความพอเพียงไม่ได้หมายความว่าให้หยุดการขนขวายเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น แต่หมายถึงการมีน้อยใช้น้อย มีมากใช้มาก ไม่ใช้เงินเกินฐานะตัวเอง 

ข้ออ้างอีกอย่างที่ได้ยินบ่อยๆ ก็คือต้องการการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมที่ดีกว่า ซึ่งพอจะอนุมานได้ว่า สังคมที่ดีกว่าในบริบทของคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่สังคมที่ยึดหลักจริยธรรม รักษาระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เคารพสิทธิของผู้อื่น แต่หมายถึงสังคมที่เท่าเทียมกัน สังคมที่ไม่มีความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นไปได้ยาก กระทั่งเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้นในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศทุนนิยม ซึ่งดูเหมือนเป็นระบบเศรษฐกิจที่คนรุ่นใหม่นิยมชมชอบ และความเชื่อของคนรุ่นใหม่คือ ความเท่าเทียมและความเหลื่อมล้ำจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงสถาบันพระมหากษัตริย์และสถาบันทหาร เพราะนั่นคืออุปสรรคสำคัญ พวกเขาเชื่อเช่นนั้นจริงๆ 

'บิ๊กตู่' ปลื้ม!! 'กทม.' คว้าอันดับ 2 ของอาเซียน ครองอันดับ 30 เมืองที่ดีสุดในโลก ปี 2023

(26 ก.พ.66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ยินดีที่ Resonance Consultancy จัดอันดับกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 30 จาก 100 เมืองที่ดีที่สุดในโลก 2023 หรือ 100 Best Cities in the World 2023 และเป็นอันดับที่ 2 ของ อาเซียนซึ่งเปิดเผยข้อมูลโดยเว็บไซต์ ATLAS & BOOTS 

โดยการจัดอันดับในครั้งนี้ Resonance Consultancy ที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ และการพัฒนาเศรษฐกิจ รวมทั้งประเมินแนวโน้มของตลาด จุดแข็ง และจุดอ่อน ได้จัดอันดับ โดยประเมินจาก 6 หัวข้อ ได้แก่ 

1. สถานที่ ได้แก่ สภาพภูมิอากาศ ความปลอดภัย สถานที่ท่องเที่ยว และพื้นที่ใช้ชีวิตนอกบ้าน

2.ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ความเชื่อมโยงของสนามบิน พิพิธภัณฑ์ อันดับของมหาวิทยาลัย และสถานที่จัดงาน การประชุม 

3.ประชากร ได้แก่การมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน และการสำเร็จการศึกษา 

4.ความมั่งคั่ง ได้แก่ การมีบริษัทชั้นนำของโลก GDP อัตราการจ้างงาน และความเท่าเทียมของรายได้ 

5. กิจกรรม ได้แก่ การแสดงทางวัฒนธรรม ประสบการณ์ในการเที่ยวยามค่ำคืน ร้านอาหารที่มีคุณภาพ และสถานที่สำหรับการเลือกซื้อสินค้า 

6. การส่งเสริม ได้แก่ การค้นหาบนสื่อสังคมออนไลน์ ข้อมูลการรีวิวบนสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ 

‘ครอบครัวคนรักปทุมฯ’ จัดงาน ‘มวยไทยไฟท์’ รอบสอง ให้คนปทุมฯ ดูมวยระดับโลกฟรี กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

(25 ก.พ. 66) ที่ห้องประชุมหงส์มังกร ชั้น 12 สำนักงานเทศบาลนครรังสิต ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี นางรุจศลักษณ์ ธูปกระจ่าง ตั้งวงษ์เลิศ รองนายก อบจ.ปทุมธานี, ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต และคณะกรรมการจัดการแข่งขันมวยไทยระดับโลก 'Thai Fight คนรักปทุม Season 2' ร่วมเป็นสักขีพยานในการชั่งน้ำหนักนักมวย พร้อมเชิญชวนประชาชนทั่วไปร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยว รับชมการแข่งขันชกมวยไทยไฟท์ คนรักปทุม ในวันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 18.00 – 21.40 น. ณ. ลานตลาดจัมโบ้ คลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

สำหรับ 'THAI FIGHT คนรักปทุม Season 2' ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยว ได้ระดมจัดคู่มวยในรูปแบบซุปเปอร์ไฟท์สุดระทึกใจ นำโดย ‘แสนศึก นครโชคชัย’ ประเทศไทย ปะทะ ‘ลาดชะสักสุริยะวง’ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, ‘น้องโอ ช.ห้าพยัคฆ์’ ประเทศไทย ปะทะ ‘เออร์ซาน เบคซุลตานอฟ’ ประเทศคีร์กีซสถาน, ‘ไทรโยค พุ่มพันธุ์ม่วง’ ประเทศไทย ปะทะ ‘วาลิค อ๊อดมาเน่’ ประเทศแอลจีเรีย, ‘เต็งหนึ่ง ศิษย์เจ๊สายรุ้ง’ ประเทศไทย ปะทะ ‘มิคาอิล อามิรี่’ ประเทศอิหร่าน, ‘ขุนศึกเล็ก ศิษย์ผู้ใหญ่เทพ’ ประเทศไทย ปะทะ ‘บาสเตียน อังกูโล’ ประเทศชิลี, ‘พรหม สามนาง’ ประเทศกัมพูชา ปะทะ ‘ฟิดาฟจอน’ ประเทศรัสเซีย, ‘กิตติ ส.ท. แมนนครระยอง’ ปะทะ ‘เอลาด ซูมาน’ ประเทศอิสราเอล, ‘ป.ต.ท.ว.รุจิรวงศ์’ ประเทศไทย ปะปะ ‘อวอร์ด บาคาซาบารูอันก้า’ ประเทศยูกันดา เป็นต้น

‘วธ.’ จัดงาน ‘วันศิลปินแห่งชาติ’ น้อมรำลึกพระปฐมบรมศิลปินแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ - 8 มีนาคม 2566

‘วธ.’ จัดงาน ‘วันศิลปินแห่งชาติ’ น้อมรำลึกพระปฐมบรมศิลปินแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เชิญชวนนักเรียน-ประชาชนเข้าชมนิทรรศการ เผยแพร่ประวัติและผลงานศิลปินแห่งชาติ 24 กุมภาพันธ์ - 8 มีนาคม 2566 ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

(25 ก.พ. 66) เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2566 นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับและเปิดนิทรรศการแสดงประวัติ ผลงานของศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช 2564 เนื่องในวันศิลปินแห่งชาติ โดยมีนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมผู้บริหาร คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ศิลปินแห่งชาติ เข้าร่วมแสดงความยินดีและชมนิทรรศการแสดงประวัติ ผลงานของศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช 2564 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

โดยศิลปินแห่งชาติที่เข้าร่วมงาน อาทิ สมศักดิ์ เชาว์ธาดาพงศ์, กมล ทัศนาญชลี, ศ.เกียรติศักดิ์ ชานนนารถ, วรนันท์ ชัชวาลทิพากร, สิงห์คม บริสุทธ์, เผ่า สุวรรณศักดิ์ศรี, ปัญญา วิจินธนสาร, ธงชัย รักปทุม, ชมัยภร บางคมบาง, อรสม สุทธิสาคร, รุ่งฤดี เพ็งเจริญ, วินัย พันธุรักษ์, วิรัช อยู่ถาวร, ประยงค์ ชื่นเย็น, ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี, สุประวัติ ปัทมสูต, ทัศนีย์ ขุนทอง, ชัยชนะ บุญนะโชติ, รศ.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์, ศ.ปริญญา ตันติสุข, นางสุดา ชื่นบาน, นางเพ็ญศรี เคียงศิริ

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) ประธานเปิดนิทรรศการฯ กล่าวว่า ศิลปินแห่งชาติถือเป็นปราชญ์แห่งแผ่นดิน เป็นผู้มีความรู้ความสามารถเป็นเลิศในศิลปะแขนงต่าง ๆ ที่ได้อุทิศตนสร้างสรรค์ ถ่ายทอดผลงานด้านศิลปะ เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มีนโยบายส่งเสริม สนับสนุน และสร้างขวัญกำลังใจแก่ศิลปินแห่งชาติมาอย่างต่อเนื่อง นิทรรศการเผยแพร่ประวัติและผลงานศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช 2564 ที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจัดขึ้นนี้ ถือเป็นการเผยแพร่ผลงาน อันทรงคุณค่าของศิลปินแห่งชาติให้เป็นที่ประจักษ์อย่างกว้างขวาง อันจะเป็นประโยชน์ และสร้างแรงบันดาลใจในการศึกษาเรียนรู้ และการสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติสืบไป

'รอง โฆษก ตร.' เตือนระวังโจรภัยหน้าแล้ง แนะวิธีป้องกันเครื่องมืออุปกรณ์การเกษตรถูกโจรกรรม

(25 ก.พ. 66) เวลา 13.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.ท. ธ เทพ ไชยชาญบุตร รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัย เกษตรกรใช้ความระมัดระวังป้องกันเครื่องมือและอุปกรณ์เกษตรถูกโจรกรรม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรที่จะถูกโจรกรรมเครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตรเป็นที่เดือดร้อน โดย พ.ต.ท. ธ เทพฯ  กล่าวว่า จากข้อมูลสถิติอาชญากรรมทุกปีที่ผ่านมา เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนที่มีสภาวะแห้งแล้ง เกษตรกรมีความจำเป็นต้องนำเครื่องมือการเกษตร เช่น เครื่องสูบน้ำ หรือรถไถขนาดเล็กพ่วงเครื่องสูบน้ำไปใช้สูบน้ำเข้าแปลงเกษตร และมักถูกโจรกรรมเป็นที่เสียหายเดือดร้อน

รองโฆษกฯ กล่าวอีกว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มีความห่วงใยในปัญหาโจรกรรมเครื่องมือเกษตรของพี่น้องเกษตรกร  จึงได้สั่งการให้ตำรวจในกองบัญชาการต่างๆ ให้เพิ่มความเข้มข้นในการออกตรวจตรา สืบสวนหาข่าวในเชิงระวังป้องกันการโจรกรรมอุปกรณ์การเกษตรต่างๆ เช่น เครื่องสูบน้ำ รถไถนาขนาดเล็ก เครื่องปั่นไฟ เครื่องฉีดพ่นยา ท่อน้ำ และเครื่องมือเกษตรอื่นๆ รวมถึงรถจักรยานยนต์ ตลอดจนกวดขันร้านรับซื้อของเก่ามิให้รับของโจร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เกษตรกรรมที่ห่างไกล หากพบเห็นให้จับกุมดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องเกษตรกรได้ใช้ความระมัดระวังและนำกลับบ้านเรือนในยามวิกาล  ทั้งนี้หากมีความจำเป็นต้องนำอุปกรณ์การเกษตรดังกล่าวไปไว้ในแปลงที่เปลี่ยวหรือในเวลากลางคืน ควรจัดเวรยามเฝ้า หรือตรวจตราอย่างสม่ำเสมอ

รอง โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า  ประชาชนควรมีหมายเลขโทรศัพท์ของสถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือเบอร์แจ้งความฉุกเฉิน หากต้องการความช่วยเหลือหรือเหตุด่วนเหตุร้าย สามารถแจ้งมายัง Call Center ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘อนุรักษ์ให้คงอยู่ เพื่อวิถีชีวิตที่ยั่งยืน’ ในกิจกรรมค่ายเยาวชนอนุรักษ์ปะการังและสัตว์ทะเลหายากในพระดำริฯ โดย ทรภ.1

กองทัพเรือ โดยทัพเรือภาคที่ 1 (ทรภ.1) จัดกิจกรรมค่ายเยาวชนอนุรักษ์ปะการังและสัตว์ทะเลหายากในพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในพื้นที่จังหวัดระยอง ระหว่างวันที่ 22 - 23 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา

โดยมี คณะนักเรียนและครู จากโรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร จ.ระยอง จำนวน 80 คน เข้าร่วมกิจกรรม มีเจ้าหน้าที่จาก ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก มาบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับหญ้าทะเล สัตว์ทะเลหายากและความสำคัญของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.)

อีกทั้งยังได้จัดกิจกรรมปลูกเสริมป่าชายเลน ปล่อยพันธุ์ปลาทะเล และเต่าทะเล ที่รักษาหายแล้วจาก ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ และศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก จังหวัดระยอง จำนวน 11 ตัว เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกรักและส่งเสริมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง

‘ซิม ณัฐกฤตา’ ระเบิดฟอร์มหวด 12 อันเดอร์ ผงาดนำเดี่ยวจบสองวันแรก ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2023’

(24 ก.พ. 66) ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2023’ วันที่สองสู้กันอย่างสนุกท่ามกลางแฟนกอล์ฟยังคงเข้ามาชมในสนามกันอย่างเนืองแน่น ซิม-ณัฐกฤตา วงศ์ทวีลาภ ผู้ชนะจากรอบคัดเลือกระดับประเทศ National Qualifiers ระเบิดวงสวิงหวดเพิ่มถึง 7 อันเดอร์พาร์ 65 ผงาดขึ้นมานำเดี่ยวที่สกอร์รวม 12 อันเดอร์พาร์ 132 นำ มายา สตาร์ค โปรสวีเดน อยู่ 1 สโตรก ด้าน ว่าน-จารวี บุญจันทร์ รั้งอันดับสามร่วม หลังเก็บเพิ่ม 3 อันเดอร์ สกอร์รวมตามหลังผู้นำ 2 สโตรก ขณะที่ แหวน-พรอนงค์ เพชรล้ำ ฟอร์มเข้าฝัก หวด 7 อันเดอร์รอบสอง ขึ้นมารั้งที่ 8 ร่วม สกอร์รวมหลังผู้นำ 3 สโตรก

กอล์ฟสตรีรายการฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2023 จัดขึ้นเป็นปีที่ 16  ชิงเงินรางวัลรวม 1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 62 ล้านบาท) และรางวัลโฮลอินวัน รถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี รุ่น e:HEV TECH มูลค่า 1,799,000 บาท ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส ระยะ 6,576 หลาพาร์ 72 มีนักกอล์ฟร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 72 คน โดยมีนักกอล์ฟไทยร่วมแข่งขันปีนี้ 11 คน

วันที่สองนักกอล์ฟไทยยังคงโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมขณะที่แฟนกอล์ฟยังคงแห่เข้ามาเชียร์นักกอล์ฟกันอย่างเนืองแน่น

โดย ‘โปรซิม’ ณัฐกฤตา วงศ์ทวีลาภ ผู้ชนะจาก National Qualifiers โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม วันที่สองทำ 8 เบอร์ดี้เสีย 1 โบกี้ จบรอบสองเก็บเพิ่ม 7 อันเดอร์พาร์ 65 สกอร์รวม 12 อันเดอร์พาร์132 ผงาดขึ้นมานำเดี่ยว โดยนำมายา สตาร์ค นักกอล์ฟสวีเดนที่รั้งอันดับสอง อยู่ 1 สโตรก

นักกอล์ฟหน้าใหม่ของแอลพีจีเอ ทัวร์ วัย 20 ปีชาวไทยกล่าวหลังจากขึ้นเป็นผู้นำว่า “วันนี้ไดร์ฟดี เล่นเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ตื่นเต้นที่แฟนกอล์ฟมาเชียร์กันเยอะมากๆ แต่พยายามควบคุมตัวเองให้มีสมาธิกับเกม ส่วนวันพรุ่งนี้เล่นแผนเดิมคือหากมีโอกาสพัตต์ทำแต้มก็ตั้งเป้าว่าต้องทำให้ได้ หากทำไม่ได้ก็จะพยายามประคองไม่ให้เสีย ยังคงเหลือการแข่งขันอีกสองวันฝากแฟนกอล์ฟเชียร์ซิมและนักกอล์ฟชาวไทยทุกคนด้วยค่ะ”

‘ว่าน’ จารวี บุญจันทร์ นักกอล์ฟไทยผู้นำร่วมจากวันแรก ยังคงอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ แม้เริ่มต้นวันที่สองสะดุดเล็กน้อยเมื่อมาเสียโบกี้ที่หลุม 5 แต่หลังจากนั้นแก้ตัวด้วยการเก็บ 4 เบอร์ดี้ จบวันเก็บเพิ่ม 3 อันเดอร์พาร์ 69 สกอร์รวม 10 อันเดอร์พาร์ 134  รั้งอันดับ 3 ร่วมกับเนลลี่ คอร์ด้า มือสองของโลกจากสหรัฐฯ, เซลีน บูติเยร์ จากฝรั่งเศส, เอมิลี่ คริสติน พีเดอร์เซ่น จากเดนมาร์ก และเจนนี่ ชิน จากเกาหลีใต้ ตามหลัง 'โปรซิม' ผู้นำอยู่ 2 สโตรก

เนลลี่ คอร์ด้า มือสองของโลก ทำ 5 เบอร์ดี้ กับ 1 อีเกิ้ล และเสีย 1 โบกี้ อยากคว้าแชมป์รายการนี้เหมือนที่เจสซิก้า พี่สาวเคยทำได้เผยหลังจบรอบสองว่า “วันนี้ตีหัวไม้สามได้ดีทำให้มีโอกาสทำอีเกิ้ลที่หลุม 10 และทำได้ดีในหลุมพาร์ 5 ตีเข้าไปใกล้กว่าวันแรกทำให้มีโอกาสพัตต์มากขึ้น หลังผ่านไป 36 หลุมขึ้นมาอยู่ในลีดเดอร์บอร์ดได้ จะพยายามผลักดันตัวเองให้อยู่ในสถานการณ์ที่ลุ้นแชมป์ยังมีอีก 36 หลุมให้เล่นหวังว่าจะทำได้ดีในช่วงสุดสัปดาห์นี้”

เซลีน บูติเยร์ นักกอล์ฟสายเลือดไทยสัญชาติฝรั่งเศส ทำ 6 เบอร์ดี้รวดโดยไม่เสียโบกี้ ดีใจที่ได้กลับมาเล่นที่ประเทศไทยกล่าวถึงผลงานตัวเองว่า “วันแรกมีโอกาสพัตต์หลายเบอร์ดี้แต่ทำไม่สำเร็จทำให้ขาดความมั่นใจ แต่วันนี้มีสมาธิกับเกมของตัวเองมากขึ้น ทำให้ผลงานออกมาดีจนเรียกความมั่นใจได้ ยังคงเหลืออีกสองวันที่ต้องเล่นด้วยความมุ่งมั่น เพราะอยากคว้าแชมป์แรกในฤดูกาลนี้ให้ได้ แต่รายการนี้นักกอล์ฟต่างทำสกอร์กันได้ดี ก็จะพยายามตีให้ดียิ่งขึ้นเช่นกัน”

ด้าน“แหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ ที่โลดแล่นในแอลพีจีเอ ทัวร์ปีนี้เป็นปีที่ 14 โชว์วงสวิงได้อย่างร้อนแรงเช่นกัน หลังจากทีออฟที่หลุม 10 ทำ 5 เบอร์ดี้รวดในหลุม 11, 12 และ 13,15 และ 18 จากนั้นช่วง 9 หลุมหลังทำเพิ่ม 2 เบอร์ดี้ที่หลุม 2 และหลุม 4 จบรอบสองหวดไปถึง 7 อันเดอร์พาร์ 65  แบบไม่เสียโบกี้ สกอร์รวม 9 อันเดอร์พาร์ 135 ขึ้นมารั้งอันดับ 8 ร่วมกับนักกอล์ฟต่างชาติอีก 6 ราย

'สวนนงนุชพัทยา' เปิดโครงการขับเคลื่อนและส่งเสริมศักยภาพคนพิการและผู้สูงอายุ พร้อมจัดโปรโมชั่น เดือนมีนาคม ซื้อ 4 ท่าน ฟรี! 1 ท่าน

สวนนงนุชพัทยา เปิดโครงการขับเคลื่อนและส่งเสริมศักยภาพคนพิการและผู้สูงอายุ สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกแก่คนพิการ และผู้สูงอายุ พร้อมจัดโปรโมชั่น เดือนมีนาคม ซื้อ 4 ท่าน ฟรี! 1 ท่าน โดยผู้สูงอายุเข้าฟรีทุกวันศุกร์ และคนพิการที่นั่งรถเข็นเข้าฟรีทุกวัน

(25 ก.พ. 66) ที่ สวนนงนุชพัทยา โดยนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ร่วมพิธีเปิดโครงการขับเคลื่อนและส่งเสริมศักยภาพคนพิการ ในงานมหกรรมอารยสถาปัตย์และนวัตกรรมสุขภาพ เพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 6

ซึ่งที่ผ่านมา ทางสวนนงนุชพัทยา ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว สำหรับผู้พิการ รวมถึงผู้สูงอายุ ที่ใช้รถวีลแชร์ โดยเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกในสถานที่ต่าง ๆ เช่น ห้องพัก, ห้องน้ำ, ทางลาด, สระว่ายน้ำ,รถชมวิว ให้เหมาะสมกับการใช้งาน ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุและคนพิการมากที่สุด

‘นทท.จีน’ ปลื้ม!! ‘ตร.บางรัก’ ติดตามค้นหาไอโฟน ใช้เวลาเพียง 5 ชม. ส่งคืนถึงมืออย่างปลอดภัย

(25 ก.พ. 66) เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2566 ที่สน.บางรัก พ.ต.ท.เกียรติภูมิ ทินาโชติ รอง ผกก.สส.สน.บางรัก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน นำโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน (Iphone 14 pro max สีม่วง) ที่สามารถติดตามกลับคืนมาได้จากกล้องวงจรปิดโครงการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่งมอบคืนให้ MISS SHIYI DENG นักท่องเที่ยวสัญชาติจีน

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากได้มีนักท่องเที่ยวชาวจีน เดินทางมาร้องทุกข์ต่อ พงส.สน.บางรัก ได้นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างทั่วไป ไม่ทราบทะเบียน และไม่รู้จักคนขับ ในระหว่างทางคนขับ ใส่เสื้อมีฮู้ด ผู้แจ้งซึ่งนั่งซ้อนท้าย ได้เอาโทรศัพท์ IPhone 14 Pro Max สีม่วง ใส่เคสใส ใส่ไว้ในฮู้ดคนขับ และเมื่อมาถึงบริเวณหน้าโรงแรมมณเฑียรสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กทม. ผู้แจ้งได้ลืมโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวไว้ และพยายามเรียกแล้วแต่ไม่ทัน และไม่สามารถติดต่อคนขับได้ จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อให้ตำรวจบางรัก ช่วยติดตามโทรศัพท์เครื่องดังกล่าว

ภายหลังรับทราบ พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผกก.สน.บางรัก ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เกียรติภูมิ ทินาโชติ รอง ผกก.สส.สน.บางรัก จัดทีมนำโดย พ.ต.ต.สมถวิล ไสลจักร์ สว.สส. ร.ต.อ.วรพัฒน์ เจริญมาก รอง สว.สส.สน.บางรัก ร.ต.ต.สุระสิทธิ์ คำล้นธนิสร์กุล ร.ต.ต.จิรัฏฐ์ วงษ์วิวงษ์ รอง สว.(สส.) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิด บริเวณที่เกิดเหตุและใกล้เคียง พบชื่อผู้ครอบครองทะเบียนรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว จึงเดินทางไปพบกับชายคนดังกล่าว

โดยเจ้าตัวยอมรับว่า โทรศัพท์เครื่องดังกล่าวอยู่ที่ตนจริง แต่ทราบเมื่อหลังจากได้กลับมาถึงบ้านพักซึ่งอยู่ในฮู้ดของเสื้อคลุม แต่ไม่รู้จะนำส่งคืนที่ใด จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางรัก ตามมาพบที่บ้าน ส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อนำส่งคืนให้กับเจ้าของต่อไป

พ.ต.ท.เกียรติภูมิ กล่าวว่า ภายหลังรับทราบข้อมูลจากเจ้าทุกข์ จึงนำเรียน พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผกก.สน.บางรัก ท่านรีบสั่งการให้ดำเนินการ ตามแผนป้องกันเหตุ การบริการนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ที่มีต่อกองบัญชาการตำรวจนครบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เจ้าหน้าที่ไม่เคยละเลย มองข้าม รีบดำเนินการภายในระยะเวลาอันสั้น จนนำทรัพย์สินดังกล่าวส่งคนเจ้าของโดยเร็วภายในระยะเวลา 5 ชั่วโมง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top