Saturday, 18 July 2026
NEWS

‘2 หนุ่ม’ ทะเลาะกันบนถนน เหตุไม่เปิดไฟเลี้ยว เถียงกันอย่างดุ!! สุดท้ายจบหักมุม กลายเป็นคิมิโนโต๊ะ

(28 เม.ย.66) ผู้ใช้ TikTok บัญชี @kuy6169 ได้เผยคลิปขณะที่คนขับรถยนต์กำลังมีปากเสียงกับคนขี่รถมอเตอร์ไซค์ สาเหตุคือรถใหญ่ไม่เปิดไฟเลี้ยว จนมอเตอร์ไซค์เกือบชนท้าย

โดยคนขับรถยนต์ตะโกนเสียงดังว่า "กูเปิดทีหลัง ทำไมล่ะ" ซึ่งมอเตอร์ไซค์ก็เถียงกลับไปว่า "เปิดทีหลังอะไร มึงต้องเปิดก่อนเลี้ยว" แต่รถยนต์ก็เถียงกลับว่า "แล้วมึงชนกูไหม" ซึ่งมอเตอร์ไซค์ก็บอกว่า "มันไม่เกี่ยวหรอก แล้วถ้าชนล่ะ ถ้ามันเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาล่ะ มึงขับรถไม่ปลอดภัย"

จากนั้นคนขับรถยนต์จึงตอบกลับไปว่า "โอเค กูผิดใช่ไหม" ก่อนเดินเข้าไปจับมือมอเตอร์ไซค์แล้วพูดเสียงเบาลงว่า "กูขอโทษได้ไหม" ด้านมอเตอร์ไซค์ก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตอบว่า "ได้" จากนั้นก็โผกอดกัน มีตบก้นกันเล็กน้อยให้อภัยกัน สุดท้ายเหตุการณ์ก็จบลงด้วยดี

หลังจากคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างคอมเมนต์ชื่นชม ที่สุดท้ายทั้งสองฝ่ายก็ให้อภัยกัน พร้อมทั้งแซวว่า ถ้าพูดดีๆ ตั้งแต่แรกก็คงไม่ต้องเจ็บคอตะโกนคุยกันแบบนี้


ที่มา : https://www.naewna.com/likesara/727309

‘หนิง ปณิตา’ ลั่น!! ถึงเวลารักษาความรู้สึกตัวเอง พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจ วอนสามี ‘จิน’ ขอแค่สิ่งเดียว ออกมาเคลียร์ปัญหาครอบครัว

(28 เม.ย.66) เป็นประเด็นที่หลายคนกำลังได้รับความสนใจ หลังดาราสาวและผู้จัดละครสาวสุดสตรอง หนิง ปณิตา ออกมาเปิดใจถึงปัญหาชีวิตคู่กับสามี จิน จรินทร์ ที่ตอนนี้ยังตกลงเรื่องหย่ากันไม่ได้ และก่อนหน้านี้ ธัญญ่า ธัญญาเรศ ได้โพสต์คลิป หนิง จิน อยู่กันพร้อมหน้า ล่าสุด หนิง ได้เปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องวัน 31 พร้อมอัปเดตสภาพจิตใจตอนนี้

สภาพจิตใจเป็นยังไงบ้าง?
หนิง : ตามลำดับค่ะ รู้สึกโล่ง ก็ตามที่หนิงโพสต์ขอบคุณทุกคนไป ตอนแรกก็กังวลคิดอยู่นาน ทุกอย่างหนิงสัมภาษณ์ไว้ชัดเจนแล้ว

อยากจะบอกคนคอมเมนต์ให้กำลังใจยังไงบ้าง?
หนิง : กราบขอบคุณจริงๆ วันนี้ความเข้าใจ กำลังใจมันก็เป็นพลังอย่างหนึ่งของหนิง หนิงเขียนทุกอย่างเอาไว้ในโพสต์ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าวันนี้หนิงได้รับความเข้าใจ ได้รับพลังงานดีๆ จากทุกคน เรารู้สึกว่าอยากส่งต่อพลังงานดีๆ แบบนี้ไปให้กับหลายๆ คน เพราะหนิงเชื่อว่าหลายๆ คน หลายๆ ครอบครัวก็มีปัญหาเหมือนเรา เพียงแต่เขาไม่มีโอกาสที่จะพูด หรือออกมาคุย ก็เป็นการแลกเปลี่ยนกันในคอมเมนต์นั้นๆ 

ถือว่าได้แจงรายละเอียดไปหมดแล้ว?
หนิง : หนิงว่าสัมภาษณ์ค่อนข้างเคลียร์ชัดเจนแล้ว ตามนั้นเลย

คลิปล่าสุดที่ลงเป็นประเด็นมากเลย จำได้ว่าวันนั้นเพิ่งถ่ายรายการ คุยแซ่บshow เสร็จ?
หนิง : ใช่ แล้วหนิงก็ไปส่งพี่ญ่าที่บ้าน เรากลับบ้านด้วยกัน
ธัญญ่า : ใช่ วันนั้นดิฉันไปทำสวยมา สระผมไม่ได้ แล้วหนิงบอกว่าหนิงมีอุปกรณ์ เดี๋ยวหนิงจะจัดให้พี่ แล้วพอไปถึงบ้านปุ๊บ นางก็ขึ้นไปบนบ้าน ขนที่สระผมลงมาให้ แบกลงมาเลย แล้วไปเจอคุณจินอยู่หน้าบ้าน พี่ก็เลยบอกว่าหนิง ขอพี่ทำคอนเทนต์หน่อยนะ ถ่ายเขา เห็นเขาแบกตรงนี้น่ารักมาก พอดีจินยืนอยู่ก็เลยถ่ายจินด้วย เราก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นประเด็นขนาดนี้

แต่สุดท้ายพอมันออกมาแบบนี้ หนิงรู้สึกยังไงบ้าง?
หนิง : เฉยๆ เหมือนวันนั้นมันบังเอิญเจอหน้าบ้าน เอาจริงๆ แทบไม่เจอหน้ากันเลย แล้วหนิงแบกของลงมา แล้วเหมือนหนิงเปิดประตูรถ แล้วมีรูปที่ได้จากรายการ คุยแซ่บshow เป็นรูปหนิงกับณิริน แล้วหนิงต้องเอาที่สระผมยัดลงไปท้ายรถแทน แล้วเหมือนพี่ญ่าเรียกให้เขามาถือ

ธัญญ่า : คือจินเขาไปเอารูปจากท้ายรถ เสร็จพี่ก็แซวเขา คุณผู้ชายคะไม่ช่วยคุณผู้หญิงแบกหน่อยเหรออะไรประมาณนี้
หนิง : มันเอาเข้ารถไปไม่ได้ ต้องเอารูปจากในรถออกมาก่อน เหมือนมันบังเอิญเจอกันหน้าบ้านมากกว่า เขากำลังจะออกไปข้างนอก

จากวันนั้นจนวันที่เจอ คือไม่ได้เจอกันเลย?
หนิง : ก็ไม่ได้เห็นหน้ากันเท่าไหร่

บางคนที่เห็นคลิปนี้มีความเอ๊ะ ทำไมยังเจอกันอยู่?
หนิง : จริงๆ ในสัมภาษณ์ก็ตอบไปชัดเจนแล้ว สถานะยังไม่ได้หย่ากัน ยังอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน แต่แค่รอว่าจะมาจัดการให้เมื่อไหร่ตามที่ตกลงกันไว้ แค่นั้น ซึ่งก็ไม่มาจัดการให้สักทีหนูก็ไม่รู้จะทำยังไง

เชื่อไหม ณ วันนั้นที่พี่เห็นหนิงกับจินอยู่ใกล้กัน ไม่มีคำพูดอะไร แต่ในความรู้สึกเราที่เคยเห็นความเป็นครอบครัวที่น่ารัก ใจหายมากเลยนะ ทำเป็นแซว แต่ในใจเรารู้สึกแบบจริงเหรอ ถ้าวันหนึ่งเขาคิดได้ เขามาขอโทษ หนิงโอเคไหม?
หนิง : เราอย่าเพิ่งไปคิดมองอนาคตข้างหน้าเป็นยังไง หนิงสัมภาษณ์เคลียร์ทุกอย่างหมดแล้วในวันนั้น มันก็ยังเป็นคำตอบอย่างนั้นชัดเจน ตอนนี้รอการมาเคลียร์ รอมาหลายเดือนแล้ว แค่มาเคลียร์เท่านั้นเอง หนิงจะได้ไม่ต้องมานั่ง แต่หนิงเข้าใจ เราเป็นพิธีกรรายการนี้มันก็ประหลาด ถ้าเราไม่มีการอัปเดตผ่านรายการ แต่หนิงไม่อยากพูดแล้ว วันนี้สิ่งเดียวจริงๆ มาเคลียร์ให้หนิงเถอะ หนิงไม่รู้จะพูดยังไง มาเคลียร์เถอะ

Thai Fight ออนทัวร์ ‘กรุงโรม’ คนแห่ชมร่วม 5 พัน สะท้อน!! สุดยอดกีฬาที่นานาชาติต่างยอมรับ

(27 เม.ย.66) เพจ ‘ประเทศไทยต้องชนะ’ ได้โพสต์ความยิ่งใหญ่ของมวยไทยในต่างประเทศ ระบุว่า...

มวยไทยกระหึ่มโลก! 🥊🇹🇭

‘Thai Fight’ จัดการแข่งขันชกมวยไทยโลกในต่างประเทศ เพื่อเผยแพร่กีฬามวยไทย ซึ่งเป็นกีฬาประจำชาติให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก 

‘ซีคอนสแควร์’ ทุ่มงบ 3 ล้าน!! สร้าง ‘ป้ายรถเมล์ติดแอร์’ ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน!!

(27 เม.ย. 66) ด้วยสภาวะอากาศร้อนปะทุต่อเนื่อง ล่าสุด ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์และ บริษัท คูลคูล จำกัด ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร นำร่องจัดทำ ‘Sabuy Square’ (สบายสแควร์) ป้ายรถเมล์ติดแอร์ พลังงานแสงอาทิตย์ แห่งแรกในประเทศไทย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อเป็นต้นแบบในการอนุรักษ์พลังงานและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ให้กับประชาชนในยุคปัจจุบันและเป็นประโยชน์แก่สาธารณะ ตั้งอยู่บริเวณ Seacon Bus Station ด้านหน้าศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์

สำหรับ ‘Sabuy Square’ เป็นป้ายรถเมล์ติดแอร์ ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ที่เดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ ช่วยป้องกันความร้อนจากแสงแดดและสภาวะมลพิษฝุ่นควัน PM2.5

ภายในที่พักคอยรถโดยสารสาธารณะ มีขนาดพื้นที่ 40 ตารางเมตร สามารถรองรับจำนวนคนกว่า 40 คน พร้อมติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ประกอบด้วย ระบบปรับอากาศพลังงานแสงอาทิตย์, บริการ Free Wi-Fi, ที่เสียบ USB สำหรับชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือ, ตู้กดน้ำดื่มสาธารณะ, กล้อง CCTV เชื่อมต่อระบบไปยังศูนย์บริหารจัดการ, ระบบสัญญาณเตือนฉุกเฉิน (Panic Button), พร้อมจอแสดงสายรถเมล์ที่กำลังจะมาถึง

ทั้งนี้ ผู้บริหารศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ได้มีแนวคิดในการจัดสร้าง ‘Sabuy Square’ ป้ายรถเมล์ติดแอร์ขึ้น เพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าให้ได้รับความสะดวกสบายในสภาวะวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบันและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะตอบแทนคืนสู่สังคม

รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาปาฐกถาพิเศษงานประชุมใหญ่สามัญประจำปีฯสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.กระบี่ 

วันนี้ ( 27 เม.ย.66) เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมช้างเผือก องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการจัดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 - 2565 ของสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ และปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ฟื้นประเทศไทยด้วยการท่องเที่ยว ยกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รวมถึงอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของการท่องเที่ยว “ โดยมีนายอนุวรรตน์ โหมดพริ้ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ นางสาวศศิธร กิตติธรกุล นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.กระบี่ ,นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , นายสุรัตน์ จรณโยธิน ท่องเที่ยวและกีฬา จ.กระบี่ หัวหน้าส่วนราชการ และผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชน และผู้ประกอบการอื่นๆ ที่สนใจเข้าร่วมรับฟังการปาฐกถา  ประมาณ 400 ราย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “ทางกระทรวงฯมีนโยบายสำคัญในด้านการฟื้นการท่องเที่ยว โดยการพัฒนาสามเหลี่ยมเศรษฐกิจอันดามัน คือ จังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ ซึ่งจังหวัดภูเก็ตนั้น ได้วางให้เป็นเมือง Smart City เราพยายามจะผลักดันภูเก็ตให้สามารถจัดงาน Specialised Expo 2028 ให้ได้  และ รวมถึงการเป็นศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพของอันดามันและเอเชียใต้ พร้อม wellness and spa ในศูนย์ฝึกกีฬา ส่วนจังหวัดพังงานั้นจะพัฒนาการท่องเที่ยวแบบ Low Carbon โดยจะนำร่องที่เกาะคอเขา และเกาะยาวน้อยยาวใหญ่ อำเภอกะปง และขยายไปทั้งจังหวัด ส่วนจังหวัดกระบี่มีทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะความโดดเด่นในเรื่องน้ำพุร้อนเค็ม ที่เป็นแหล่งที่สองของโลกรองจากประเทศเช็คที่เราควรหยิบเอาเพชรมาเจียรไน เราจะประกาศให้อำเภอคลองท่อมเป็นเมืองสปา และร้อยเรียงกับแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของกระบี่อยู่แล้ว ทั้ง เกาะพีพี อ่าวนาง หรือไร่เลย์ สิ่งสำคัญคือเรื่องการบริหารจัดการท่องเที่ยว โดยเฉพาะ เรื่องของความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวต้องเป็นสิ่งสำคัญ เราอยากมี Lifeguard ในแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลทุกที่ หรือแม้แต่ทางภูเขาก็ตาม การดูแลทัวร์ให้มีคุณภาพ เน้นให้นักท่องเที่ยวได้รับประโยชน์จากประสบการณ์การท่องเที่ยว และที่สำคัญที่สุด คือ ขอให้เราเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยว”

‘บิ๊กตู่’ รอรับ 78 คนไทยจากซูดานกลับไทย คาดถึงไทยสี่ทุ่ม ลงจอดที่ บน. 6 กทม.

(27 เม.ย.66) เมื่อ 10.38 น. (เวลาท้องถิ่นซาอุดีฯ) เที่ยวบินพิเศษ ทอ. ออกจากเมืองเจดดาห์ ซาอุดีฯ นำ 78 คนไทยที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในซูดานกลับไทยชุดแรก โดยจะลงจอดที่ บน. 6 กทม. คืนนี้ 22.00 น. โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี / นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี /รมว.ต่างประเทศ จะร่วมต้อนรับคนไทยกลับบ้าน พร้อมกับผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจไซเบอร์ เปิดปฏิบัติการ Shutdown Fake Loan ทลายเครือข่ายแก๊งเงินกู้ทิพย์ออนไลน์ หลังพบผู้เสียหายกว่า 400 ราย ความเสียหายหลายสิบล้านบาท

ตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ในด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลอกลวงประชาชนให้กู้ยืมเงินผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ได้กำชับสั่งการให้ทุกกองบังคับการในสังกัด เร่งดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยให้มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม และต่อเนื่อง

วันนี้ (27 เม.ย.66) เวลา 15.00 น. พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.5, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวกรณี เปิดปฏิบัติการ Shutdown Fake Loan ทลายเครือข่ายแก๊งเงินกู้ทิพย์ออนไลน์ โดยมีพฤติการณ์การกระทำผิด และผลการปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

สืบเนื่องมาจากได้มีผู้เสียหายกว่า 400 ราย ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้กู้เงินผ่านเว็บไซต์ค้นหาทั่วไป และจากการได้รับข้อความสั้น (SMS) โดยมีการโฆษณาชวนเชื่อในลักษณะให้วงเงินสูง อัตราดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเงินเร็ว และใช้เอกสารน้อย จากนั้นจะให้แอดไลน์ติดตั้งแอปพลิเคชันเงินกู้ของมิจฉาชีพ มีการอ้างว่าผู้เสียหายจะได้รับเงินที่ขอกู้ยืมจริง แต่ต่อมามีเงื่อนไขต่างๆ เช่น ต้องโอนเงินมัดจำก่อน ต้องทำกรมธรรม์คุ้มครองวงเงิน ต้องจ่ายค่างวดล่วงหน้า หรือแจ้งว่ามีการกรอกเลขบัญชีธนาคารผิด ต้องจ่ายเงินเป็นค่าเครดิต เป็นค่ารหัสผ่านในการถอนเงิน เป็นต้น เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปแล้วแต่กลับไม่ได้รับเงินเเต่อย่างใด เชื่อว่าถูกหลอกลวงจึงได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ผ่านระบบการรับแจ้งความออนไลน์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด บก.สอท.5 จึงได้ทำการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเส้นทางการเงิน หาความเชื่อมโยงทางคดี กระทั่งเมื่อวันที่ 21 เม.ย.66 พงส.ได้ยื่นคำร้องขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 52 ราย (สัญชาติไทย 51 ราย สัญชาติจีน 1 ราย) ในข้อหา “ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ” และ พงส.ยังได้ยื่นคำร้องขออนุมัติศาลเพื่อขอออกหมายค้นสถานที่สำคัญ จำนวน 4 จุด ในพื้นที่ กทม. 3 จุด และ จ.สระแก้ว 1 จุด

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ สั่งดำเนินคดีหนุ่มกล่าวอ้างเป็นทีมงานบิ๊กโจ๊ก ใช้อาวุธปืนบังคับขืนใจ สาวเอ็นเตอร์เทน หลังก่อเหตุยังส่งข้อความข่มขู่จนเหยื่อหวาดกลัว

จากกรณีเมื่อวันที่ 25 เม.ย.66 ที่ผ่านมา ได้มี น.ส.ออม (นามสมมติ) พร้อมสื่อมวลชน ได้เข้าร้องเรียนต่อ  พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ณ สโมสรตำรวจ โดยแจ้งว่า เมื่อวันที่ 28 มี.ค.66 น.ส.ออม ผู้เสียหาย ทำงานเป็นเด็กเอนเตอร์เทน ถูกว่าจ้างให้ไปให้บริการชงเหล้าและเอ็นเตอร์เทนให้กับกลุ่มลูกค้าในช่วงเวลาระหว่าง 22.00 – 04.00 น. ของอีกวัน ที่ห้อง VIP ของโรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนจรัญสนิทวงศ์  ซึ่งลูกค้ากลุ่มดังกล่าวอ้างว่าเป็นทีมงานของบิ๊กโจ๊ก โดยมีการแสดงภาพถ่าย ซึ่งปรากฏภาพผู้ต้องหานั่งร่วมโต๊ะกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ เมื่อผู้เสียหายไปถึงมีบุคคลชื่อ นายเจต  เป็นบุคคลในภาพซึ่งอ้างว่าเป็นทีมงานของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ ระหว่างการนั่งดื่มอยู่นั้น นายเจต มีการกล่าวอ้างถึงความสนิทสนมกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ พร้อมทั้งมีการแสดงอาวุธปืนให้ผู้เสียหายดู อีกทั้งยึดโทรศัพท์ของเด็กเอ็นเตอร์เทนทุกคนไว้ จากนั้นได้พาผู้เสียหายขึ้นไปบนห้องของโรงแรมพร้อมทั้งใช้อาวุธปืนข่มขู่ผู้เสียหายให้ถอดเสื้อผ้าและมีเพศสัมพันธ์ด้วย โดยมีการถ่ายคลิปวีดีโอไว้เพื่อแบล็คเมล์ผู้เสียหาย ซึ่งหลังจากเกิดเหตุแล้ว นายเจต มีการสั่งให้ผู้เสียหายและกลุ่มเด็กเอนเตอร์กลุ่มเดิม เข้ามาให้บริการอีก ซึ่งผู้เสียหายและกลุ่มเด็กเอนเตอร์ต้องจำใจไปตามที่นายเจตสั่ง เนื่องจากเกรงกลัวนายเจตที่กล่าวอ้างนายตำรวจระดับสูงและมีการพกพาอาวุธปืนตลอดเวลา อีกทั้งเมื่อเสร็จงานแล้ว นายเจตกลับจ่ายเงินค่าให้บริการแก่ผู้เสียหายเพียงบางส่วน และมีการส่งข้อความและภาพการทำร้ายร่างกายบุคคลอื่นมาข่มขู่ผู้เสียหายอีก ทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวว่าจะมีอันตรายต่อตนเองและบุคคลใกล้ชิด จึงได้เข้ามาพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ เพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับบุคคลดังกล่าว 

กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้สั่งการให้ สน.บวรมงคล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดเหตุ ดำเนินการสืบสวนนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเด็ดขาด เนื่องจากเป็นการกล่าวอ้างโดยใช้การถ่ายภาพกับบุคคลที่มีชื่อเสียงเพื่อใช้ในการข่มขู่ให้ผู้อื่นเกรงกลัว อีกทั้งผู้ต้องหายังใช้อาวุธปืนโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง 

ฝ่ายสืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จนทราบว่า ผู้ก่อเหตุดังกล่าว คือ นายวทัญญู วิริยะชโยทัย จึงได้ขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญาตลิ่งชัน เมื่อวันที่ 25 เม.ย.66 ในข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจว่าตนเป็นบุคคลอื่น ซึ่งได้กระทำโดยมีอาวุธปืน” 

ต่อมาวันที่ 26 เม.ย. 66 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายวทัญญู หรือ นายเจต ได้ที่บริเวณบ้านพักในพื้นที่  ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย พร้อมตรวจค้นพบอาวุธปืน จำนวน 4 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง จึงได้จับกุม นายวทัญญูฯ ในความผิดฐาน “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันควร” จากนั้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังสะพุง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยพนักงานสอบสวน สน.บวรมงคล ได้อายัดตัว นายวทัญญูฯ ตามหมายจับเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กองทัพเรือ ลดพุง ลดโรค ในกำลังพล ปรับสมดุลเพื่อสุขภาพ

ในวันนี้ 27 เม.ย.66 ที่ สโมสรสัญญาบัตรฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี น.อ.นพดล บุญเจริญ รองเสนาธิการ ฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นประธานเปิดการจัดกิจกรรม “โครงการลดพุงลดโรค ปรับสมดุลเพื่อสุขภาพ”  ให้เกิดการรู้เท่าทันโรคเมตาบอลิกซินโดรมโรคอ้วนลงพุง ในกำลังพลฐานทัพเรือสัตหีบ โดยมี น.อ.สราวุฒิ พลเสน ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และคุณนุชนภาภรณ์ หลายเจริญ ประธานชมรมภริยาฐานทัพเรือสัตหีบ ให้เกียรติร่วมในพิธี

โดย น.อ.หญิง รุจิเรข ธรรมเจริญ หัวหน้าห้องตรวจโรคเบาหวาน กลุ่มงานอายุรเวชกรรม รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ผู้รับผิดชอบโครงการฯ ได้กล่าวรายงานถึงความเป็นมาของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้

จากนั้น รองเสนาธิการฐานทัพเรือสัตหีบ ได้กล่าวเปิดการจัดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ ประธานชมรมภริยาฐานทัพเรือสัตหีบ มอบของที่ระลึกให้กับวิทยากร และนายแพทย์วิทยากร จาก รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้บรรยายให้ความรู้และการตรวจติดตามที่เหมาะสมในกลุ่มเสี่ยงของกำลังพล ฐานทัพเรือสัตหีบ ให้ได้รับความรู้และสามารถวินิจฉัยได้ทันท่วงทีในระยะแรกของโรค รวมทั้งได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติตัวและการดูแลตนเอง ในโอกาสนี้ด้วย

เชียงใหม่-แฟลช เอ็กซ์เพรส จับมือ กรมราชทัณฑ์ ลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการส่งเสริมการศึกษาแก่ผู้ต้องขัง

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566 เวลา 10.00 น. ที่ เรือนจำชั่วคราวกลางเวียง ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ กรมราชทัณฑ์ และ บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด ได้จัดพิธีลงนามความร่วมมือ “โครงการส่งเสริมด้านการศึกษาและพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้แก่ผู้ต้องขังทั่วประเทศ” เพื่อเป็นแนวทางการหางานให้แก่ผู้ต้องขังหลังพ้นโทษ โดยมี นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ นางจรัสพักตร์ การปลื้มจิตต์ พาร์ทเนอร์กลุ่มธุรกิจแฟลช ร่วมลงนามความร่วมมือ MOU พร้อมกันนี้ ได้มีการมอบคอมพิวเตอร์ จำนวน 6 เครื่อง  เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ต้องขังได้ศึกษา และเรียนรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ ของโลกภายนอกมากยิ่งขึ้น พร้อมนำทีมทรัพยากรบุคคลผู้เชี่ยวชาญเตรียมสัญจรลงพื้นที่ทัณฑสถานทั่วประเทศ เพื่อแชร์ข้อคิดในการดำเนินชีวิตและแนะแนวทางการหางานให้แก่ผู้ต้องขังหลังพ้นโทษ

นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า รู้สึกยินดี ที่บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส เล็งเห็นถึงความสำคัญในการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน โดยตั้งใจที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรในสังคมให้ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ ที่ผ่านมา กรมราชทัณฑ์ มีการทำโครงการเพื่อสังคมร่วมกับชุมชนและภาคเอกชนมาโดยตลอด สิ่งที่เรามุ่งเน้นคือความร่วมมือในการพัฒนา และการให้โอกาสแก่ผู้ต้องขัง เพื่อกลับไปเป็นคนดีของสังคม การลงนามบันทึกข้อตกลงในวันนี้เกิดขึ้นจาก เจตนารมณ์ที่ตรงกันของกรมราชทัณฑ์ และบริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส ในการที่จะจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ เพิ่มโอกาสและช่องทางการเรียนรู้แก่ผู้ต้องขัง ควบคู่ไปกับการสร้างขวัญกำลังใจ ให้ข้อคิดเพื่อเตรียมความพร้อมในการออกไปใช้ชีวิตในสังคมภายนอก กรมราชทัณฑ์ จะบริหารจัดการกับคอมพิวเตอร์ที่ได้รับมา ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ต้องขัง และต้องขอขอบคุณบุคคลากรผู้เชี่ยวชาญ จากบริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส ในการที่จะเข้ามาให้ข้อคิดการใช้ชีวิต และแนะแนวทางการหางานให้แก่ผู้ต้องขังภายหลังที่ได้รับการปล่อยตัว ซึ่งผลที่จะได้จากความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นประโยชน์โดยตรงแก่ผู้ต้องขัง ทั้งในด้านความรู้และทัศนคติในการใช้ชีวิต อันจะส่งผลดีไปยังครอบครัว บุคคลรอบข้างรวมถึงสังคมถิ่นฐานที่อยู่อย่างเป็นรูปธรรม

พิษณุโลก กองบิน 46จัดพิธีส่งหน่วยบินปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อปฏิบัติภารกิจฝนหลวงตามโครงการในพระราชดำริ

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2566นาวาอากาศเอก สิระ  บุญญะพาศ ผู้บังคับการกองบิน 46เป็นประธานพิธีส่งหน่วยบินปฏิบัติการฝนหลวง ฝูงบิน 461กองบิน 46เพื่อปฏิบัติภารกิจฝนหลวงตามโครงการ ในพระราชดำริ ที่ฐานปฏิบัติการฝนหลวง กองบิน 21(จว.อุบลราชธานี) และกองบิน ๗ (จว.สุราษฎร์ธานี)         ณ บริเวณลานจอดเครื่องบิน ฝูงบิน 461กองบิน 46

ศรชล.ร่วมองค์การแรงงานระหว่างประเทศ​ ถ่ายทำสารคดี​การทำประมงไทย ตาม IUU Fishing

เมื่อ 26 เม.ย.66 ศรชล.จว.รย./ ศคท.จว.รย. พร้อมเจ้าหน้าที่ จนท.ศคท.จว.รย. บูรณาการร่วมกับชุดด่านตรวจประมงระยอง และตรวจเรือประมงหน้าท่า ร่วมในการถ่ายทำภาพยนตร์​สารคดี เกี่ยวกับการทำประมงในประเทศไทย​ พื้นที่จังหวัดระยอง ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ​ (ILO) ณ เรือประมง 'โชคธณัฐฐา' มีลูกเรือ รวม 20​ คน (ไทย 2 คน เมียนมา 18 คน) ในการขึ้นสัตว์น้ำหน้าท่า ณ บริเวณแพปลา​ท่าเรือสิงหนาท อ.เมืองระยอง​ จว.ระยอง​ ให้เป็นไปตามระเบียบ​ IUU Fishing หรือการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม

โครงการฝึกอบรมหลักสูตรการเพิ่มและพัฒนาศักยภาพการใช้ยุทธวิธีตำรวจเกี่ยวกับ การต่อต้านการก่อการร้าย กรณีมือปืนยิงกราด และการบริหารเหตุการณ์วิกฤตกรณีมือปืนยิงกราด (Active Shooter)

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ในฐานะรับผิดชอบดูแลกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว) ในเรื่องของการสร้างความรู้และการรับมือกับเหตุการณ์วิกฤต กรณีมือปืนยิงกราด เนื่องในปัจจุบันมีการก่อเหตุอาชญากรรมในลักษณะดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา หรือ เหตุกราดยิงที่จังหวัดหนองบัวลำภู จึงจำเป็นที่จะต้องถ่ายทอดความรู้ สร้างแนวความคิด ทักษะ และวิธีการปฏิบัติตาม SOP เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเผชิญเหตุ

วันนี้ 27 เมษายน 2566 พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) ประธานในพิธี พร้อมด้วย พ.ต.อ. ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.1 บก.ทท.1, พ.ต.ท.ณัฐพล คนหลัก รอง ผบก.1 บก.ทท.1, พ.ต.ต.กฤตพร แสงสุระ สว.กก.1 บก.ทท.1, พ.ต.ต.วรกิจ วรรณสอน สว.ส.ทท 3 กก.1 บก.ทท.1 เข้าร่วมในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการเพิ่มและพัฒนาศักยภาพการใช้ยุทธวิธีตำรวจเกี่ยวกับการต่อต้านการก่อการร้ายกรณีมือปืนยิงกราด และการบริหารเหตุการณ์วิกฤต กรณีมือปืนยิงกราด (Active Shooter)

สำหรับโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการเพิ่มและพัฒนาศักยภาพการใช้ยุทธวิธีตำรวจเกี่ยวกับ การต่อต้านการก่อการร้าย กรณีมือปืนยิงกราด และการบริหารเหตุการณ์วิกฤตกรณีมือปืนยิงกราด (Active Shooter) เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และผู้บังคับบัญชา ประกอบกับเหตุการณ์ การก่ออาชญากรรมใน ปัจจุบัน มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในหลายๆเหตุการณ์จะพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อเข้า เผชิญเหตุ ไม่สามารถเข้าระงับเหตุเบื้องต้น ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงบานปลายขึ้นได้ ต้องขอ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ หรือหน่วยอาวุธและยุทธวิธีพิเศษ (SWAT) มักไม่ทราบขั้นตอนปฏิบัติ เมื่อมีเหตุการณ์ยังตัวประกัน หรือเหตุที่ต้องแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด ผู้ปฏิบัติยังไม่มีความมั่นใจ กล้าตัดสินใจ จึงได้จัดโครงการดังกล่าวข้างต้น โดยวัตถุประสงค์ของหลักสูตร ดังนี้

‘โฆษกกองทัพอากาศ’ เผย คนไทยในซูดานชุดแรก 78 คน เบื้องต้นได้รับการดูแลจากแพทย์แล้ว คาด!! ถึงไทย 4 ทุ่มนี้

(27 เม.ย.66) ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) พล.อ.ต.ประภาส สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า ขณะนี้เครื่องบินของกองทัพอากาศทั้ง 3 เครื่อง ได้แก่ เครื่องบิน Airbus A340-500 จำนวน 1 เครื่อง และเครื่องบิน C-130 จำนวน 2 เครื่อง ได้เดินทางถึงเมืองเจดดาห์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เรียบร้อยแล้ว โดยเครื่องบิน และเจ้าหน้าที่ทุกส่วนมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มที่

นาวาอากาศเอก อนุรักษ์ รมณารักษ์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการในส่วนของกองทัพอากาศที่เดินทางไปรับคนไทยในครั้งนี้ ได้รายงานกลับมาว่า ได้พบกับคนไทยชุดแรกจำนวน 82 คน ที่เดินทางข้ามทะเลแดงมาถึงเมืองเจดดาห์แล้ว ในจำนวนนี้มีผู้ประสงค์จะเดินทางกลับพร้อมเครื่องบินของกองทัพอากาศในเที่ยวบินแรก จำนวน 78 คน ส่วนอีก 4 คน สมัครใจจะพักกับญาติที่ซาอุดีอาระเบียต่อไปก่อน โดยทั้ง 78 คนที่จะเดินทางกลับ ได้รับการดูแลสุขภาพและผ่านการตรวจคัดกรองเบื้องต้นจากทีมแพทย์ของกองทัพอากาศเรียบร้อยแล้ว หลายคนมีอาการอ่อนเพลียและเหนื่อยล้าจากการเดินทาง แต่ทุกคนมีขวัญกำลังใจดี ขณะนี้อยู่ในความดูแลของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ที่ช่วยประสานงานและอำนวยความสะดวกให้กับทั้งคนไทย และเจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มที่

‘ณวัฒน์’ เคลียร์ดรามา รับสอน ‘เฌอเอม’ ในฐานะที่มีสิทธิ์คว้ามงฯ ลั่น ไม่ใช่เรื่องประชาธิปไตย แต่เป็นธุรกิจที่ตกลงกัน ใครเคร่งศาสนาอย่ามาประกวด

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 66 เป็นอีกประเด็นเดือดในเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2023 เมื่อ 'เฌอเอม ชญาธนุส' มิสแกรนด์ลำพูน 2023 ปฏิเสธการทำกิจกรรมดูดวงกับ 'แพม เปรมิกา' มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2017 ด้วยเหตุผลว่านับถือศาสนาคริสต์ ไม่สะดวก และขออนุญาตคืนไมค์

ด้าน 'ณวัฒน์ อิสรไกรศีล' เจ้าของเวที ก็สวนกลับ พร้อมไลฟ์เดือดบอกว่า หาคนพร้อมใช้ ที่ไม่มีเงื่อนไข และอีกต่างๆ นานามากมาย ซึ่งมีทั้งคนที่เห็นต่างและสนับสนุนบอสณวัฒน์ แต่จนท้ายที่สุดแล้ว เฌอเอม ก็ได้ออกมาโพสต์โซเชียลกราบขอโทษณวัฒน์ ที่แสดงกิริยาไม่น่ารักและไม่ควบคุมอารมณ์ของตัวเอง พร้อมบอกอีกว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

ล่าสุด ณวัฒน์ ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นอีกครั้งกับสื่อมวลชนว่า…

“มันไม่ใช่เรื่องประชาธิปไตย แต่นี่มันคือธุรกิจที่เรามีข้อตกลงเหมือนกัน อันนี้เป็นการยืนยันสำหรับข้อกำหนดบางข้อ ซึ่งอันนี้มันคือมาตรฐานของมิสแกรนด์ฯ น้องอ่านและเซ็นทุกข้อ หากขาดกิจกรรม 2 ครั้ง เราสามารถปลดได้ นี่คือระเบียบการของมิสแกรนด์ฯ ทั้งหมด คำว่าประชาธิปไตยคือเราต้องมีสิทธิ์ที่เหมือนคนอื่น

เรื่องต่อไปก็คือน้องนับถือศาสนาคริสต์ อันนี้ผมต้องยอมรับว่าผมไม่ทราบ แล้ววันที่ผมประกาศว่ามีเกมนี้ออกมา เนื่องจากว่าเราต้องการที่จะทำกิจกรรมเพื่อเสริมคนดูทางบ้านโดยปกติอยู่แล้ว และงานมันจะหมดอีเวนต์แล้วเราก็เลยขออีกรอบหนึ่ง ซึ่งเราเลือก แพม เปมิกา เพราะเขามีความสนุกเรื่องนี้มีพรสวรรค์เรื่องนี้ ก็เลยบอกกล่าวให้กับผู้เข้าประกวดทุกคนเรียบร้อย สามารถดูได้จากไลน์กลุ่ม และการโพสต์ให้ทุกคนเข้า

แต่น้องบอกไม่ทราบ แสดงว่าน้องบกพร่องในการอ่านรายละเอียดเพราะใน Facebook และ LINE กลุ่มนางงาม ผมก็เป็นคนแจ้ง ต้องยืนยันว่าเราเป็นคนทำงานมีระบบ ซึ่งในไลน์กรุ๊ปอยู่ทั้งหมด 97 คน ในภาวะฉุกเฉินถ้ามีขอแก้ไขหรือมีอะไรสามารถแจ้งผมโดยตรงได้”

เล่าเหตุการณ์วันเกิดเหตุ เห็นอาการ ท่าทางของ 'เฌอเอม' ไม่ดีตั้งแต่เดินมาแล้ว
“ผมเองมีการแจ้งไปอย่างชัดเจนอยู่ตลอดเวลา ถ้าเราต้องการอะไรเราก็จะมีการแจ้งทุกอย่าง เราทำงานเป็นขั้นตอนทั้งหมดและในกลุ่มด้อมน้องรู้เรื่องนี้ทั้งหมดและระดมโหวต พอไลฟ์สดเฌอเอมยังไม่มา ผมเลยสังเกตสีหน้าว่าเดินมาแล้วหน้าหงิก และไม่สนใจใคร ผมก็โฟกัสไปแล้วตรงนั้นว่าเกิดอะไรขึ้นเราก็ให้ผู้ช่วยเข้าไปถามว่าหนูเป็นอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้นแหละ ผมก็กลับมานั่งที่เดิม ผู้ช่วยผมถึงจะส่งสัญญาณว่าเหมือนน้องจะไม่อยากทำกิจกรรมนี้ และคนดูเยอะมากวันนั้นในไลฟ์สด

พอถึงเวลาน้องเข้ามาผมก็เริ่มต้นจากการถามน้องว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ซึ่งผมต้องบอกถึงคนที่เป็นคนขยี้โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้เรื่องไม่ว่าจะเป็นอาจารย์อะไรก็แล้วแต่ ให้ใช้เวลาดูคลิปตั้งแต่ต้นก่อนที่จะใช้วิจารณญาณในการเขียน ซึ่งหลังจากที่ตัวเองบอกว่าตัวเองเป็นคริสต์ ผมเลยเอะใจว่าทำไมไม่แจ้งผมก่อนหน้านี้ และที่บอกว่าน้องแจ้งทีมงานไปแล้ว แต่ทำไมเขาไม่แจ้งผม ซึ่งเราก็มีไลน์กันตั้งแต่มาแจ้งก่อนงาน”

สอน 'เฌอเอม' ในฐานะที่มีสิทธิ์คว้ามงฯ มากที่สุดการอยู่ในคนหมู่มากควรต้องทำยังไง
“ซึ่งผมก็ตกใจและอธิบายให้ฟังว่าการที่ผมอธิบายมันเป็นความรู้สึกเป็นเรื่องของกฎหมาย จงอย่ามาก้าวก่ายในเรื่องที่เราพูด ซึ่งผมบอกว่าถ้าเป็นผม ผมไปได้ทุกศาสนา ผมให้เกียรติทุกที่ และผมก็สอนน้องว่าการที่เราอยู่กับคนหมู่มากมันต้องทำยังไง และต้องยอมรับว่าเพื่อน 30 คนก็เลือกน้อง

น้องมีสิทธิ์คว้ามงฯ มากที่สุดคนนึง เราจึงต้องการความเคลียร์ว่าจะมาทำงานบริษัทเราใช่ไหม งั้นเราขอนำเสนอความคิดของเราว่ามันเป็นแบบนี้ แล้วผมไม่ได้บอกเลยว่าต้องทำแบบนี้หรือเป็นการบังคับว่าต้องทำแบบนี้ ถ้าน้องเกิดได้เป็นนักแสดงต้องบวงสรวง หรือต้องไปทำงานกับสปอนเซอร์ในเรื่องของความเชื่อ มันก็จะเป็นปัญหา ไม่ว่างานที่รับไว้มันจะทำไม่ได้ ผมก็เลยถามว่าถ้าจะอยู่ในวงการบันเทิงมันจะต้องคิดอีกแบบหนึ่งว่าอะไรที่มันเป็นการทำเพื่องาน หรือว่าน้องอยากเป็นนักการเมืองก็ต้องทำงานตามกฏหมาย

คือเราก็มองภาพรวม แล้วเราก็บอกว่าถ้าเราทำไม่ได้ และไม่รู้จะไปทางไหนดีแค่นั้นเอง แล้วก็ไปบดขยี้หาว่าไม่ถูกต้องไม่อะไรใดๆ ทั้งสิ้น ผมก็ไม่เข้าใจว่าอันนี้เป็นความคิดของผมว่าทำไมผมจะไม่ถูกต้อง เพราะว่าผมกำลังสอนคน เพราะว่าเขาอยากเดินตามความฝันแต่ว่ามันจะทำยังไงเขาจะรู้จักวางตัวให้มันเป็นไปได้”

ลั่นที่ตนพูดเช่นนั้นกับ 'เฌอเอม' ไม่ได้เป็นการละเมิดศาสนาแต่อย่างใด ตนให้สิทธิ์เลือกจะไม่ทำแล้ว แต่กลับทุบจนกลายเป็นประเด็นขึ้นมา

“ผมไม่ได้มองว่าใครละเมิดศาสนาหรือกฎใดๆ ทั้งสิ้น ผมยินดีและประโยคสุดท้ายก่อนที่น้องจะวางไมค์ผมพูดว่าอะไรไปย้อนดู ซึ่งคนที่พิมพ์ด่าเราว่าผมรู้สึกว่าผมเสียดายกับคำว่าคุณวุฒิที่อยู่ข้างหน้า เพราะว่าศาสนาไหนก็แล้วแต่ ผมก็ยังพูดว่าถ้าอย่างนั้นไม่ต้องดูก็ได้ กลับไปย้อนดูได้ รบกวนช่วยฟังผมด้วย เพราะผมยังพูดว่าไม่ต้องดูก็ได้

ถ้าเป็นคนเข้าใจที่ผมพูดอย่างนั้น จะบอกว่าหนูขอไม่ดู หนูขอโทษพี่ณวัฒน์ด้วยนะคะ หนูขอโทษคนดูด้วยนะคะ และทุกอย่างจะจบลง แต่หนูไม่จบน้องบอกว่าหนูขอใช้สิทธิ์ในการให้เพื่อนออกมาแทน ซึ่งผมก็รู้สึกว่ามันเป็นเกณฑ์ ถ้าน้องจะมาเพิ่มกติกาเองมันก็เป็นไปไม่ได้ ทุกคนมีสิทธิ์เหมือนกันทุกคน จะไปเรียกคนอื่นมาพูดไม่ได้ ผมก็เลยบอกว่ามันไม่ได้จริงๆ ก็เลยไปเปรียบเทียบว่าถ้าวันนึงวันใดหนูไม่อยากประกวด และหนูเรียกเพื่อนมาเดินแทนมันก็ทำไม่ได้

และที่สำคัญที่สุดคุณเป็นผู้ถามเราเป็นโจทย์ถ้าทำไม่ได้ไม่เป็นไร มีสิทธิ์ที่จะเลือกที่จะไม่ถามแต่คุณยังเลือกที่จะอยากทำแต่ให้เพื่อนมาช่วยทำมันไม่น่ารัก และยังไม่จบเท่านั้นยังไม่พออาจจะเข้าใจ เขายังบอกว่าขอหนูพูดกับแฟนคลับได้ไหม แต่อันนี้มันไม่ใช่ทอล์กโชว์สำหรับทุกคน เขาก็ยังพูดต่ออีกว่าขอหนูพูดหน่อย อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายผมเลยมองว่าทำไมต้องทุบหลังให้ผมหลังแอ่นขนาดนี้”

รู้สึกผิดหวังอยู่ในวงการมาไม่เคยเจอเด็กแบบนี้ คิดแต่จะต่อต้าน แหกกฎตลอด ทำตัวไม่น่ารักขอโทษสักคำวันนั้นยังไม่มี

“ผมอยู่ในวงการมาผมไม่เคยเจอเด็กต่อต้านหรือปฏิเสธหรือพยายามกระแทกแหกกฎได้เยอะขนาดนี้ ผมเลยบอกว่าไม่ได้ครับทุกคนต้องเสมอภาค ถ้าอยากพูดก็ไปพูดในด้อมแต่จะมาพูดตอนนี้ทางแฟนคลับคนอื่นจะมารับรู้อะไรได้ยังไง ผมก็รู้สึกผิดหวังและรู้สึกว่าถ้าขอโทษมันก็คือจบ ขอโทษสักคำก็ไม่มีก้มหัวสักครั้งก็ไม่มี ไหว้สักทีก็ไม่ได้ เชิดหน้า รุ่นพี่ 2017 ผู้บริหารบริษัทเต็มไปหมด ที่โกรธคือมารยาทและการต่อรองที่มีควรจะต่อรอง ทำไม่ได้ก็จบ

จนกลายเป็นแบบว่าคนที่ไม่รู้ไม่ได้เสพตั้งแต่ต้นจนจบมาเอาประเด็นคริสต์ดูดวงได้ไหมไปขยี้กัน มันไม่ใช่ มันไม่ใช่เรื่องที่ผมไม่อยากให้เขาดู ถ้าคริสต์ดูดวงไม่ได้ ผมสนับสนุน ไม่ต้องดู บอกผมตั้งแต่แรก ส่งไลน์มาเลย ผมยินดีที่จะปฎิบัติ ถึงตรงหน้าแล้วก็ยังมีสิทธิ์ไม่ดูก็ได้ ก็จบ ผมให้สิทธิ์วิธีการจบหลายทอดแล้วแต่ ไม่แน่ใจว่าน้องอยากมีแสงหรืออยากทะเลาะ หรืออยากเป็นประเด็น ทำไมยื้อตลอดเวลา จบก็คือจบ แล้วเวลาจบ เชิ่ด 5 เชิ่ด 10 ไม่สนใจ ไม่ไหว้ ไม่ขอโทษ เชิ่ดหน้า สะบัด 180 องศา เดินตัวตรง ไม่เหลียวแลสิ่งที่เกิดขึ้น นี่คือความไม่น่ารัก”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top