Saturday, 25 July 2026
NEWS

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ แถลงความคืบหน้าคดี “แอม ไซยาไนต์” ดำเนินคดี 15 คดีพร้อมดำเนินคดีเพิ่มอีก 2 ราย

จากกรณีเมื่อวันที่ 14 เม.ย.66 พบผู้เสียชีวิตคือ น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ เสียชีวิตในพื้นที่ สภ.บ้านโป่ง ภ.จว.ราชบุรี ซึ่งต่อมาสามารถจับกุม นางสรารัตน์ หรือแอม ดำเนินคดีในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะขยายผลจนทราบว่า นางสรารัตน์ฯ ได้มีพฤติกรรมในการวางแผนฆ่าเหยื่อจำนวนหลายราย โดยประสงค์ต่อทรัพย์สินและหวังปลดหนี้ที่เอามาจากผู้ตาย ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียได้นำเสนอไปแล้วนั้น  

กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. สืบสวนขยายผลการก่อเหตุของ นางสรารัตน์ฯ ทั้งหมด ซึ่งต่อมาได้มีการตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนร่วมกันระหว่าง น., ภ.4, ภ.7 และ บก.ป. เพื่อร่วมกันรวบรวมพยานหลักฐานในการสืบสวนคดีการฆาตกรรมเหยื่อทั้งหมด  ซึ่งขณะนี้คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนสามารถสรุปเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของ นางสรารัตน์ฯ ได้ทั้งหมด 15 คดี มีรายละเอียดดังนี้

รายที่ 1 น.ส.มณฑาทิพย์ ขาวอินทร์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 ก.ค.58 ภายในคอนโดพื้นที่ สน.ทองหล่อ รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ ตั้งแต่ช่วงที่อยู่ อ.สามพราน จ.นครปฐม โดย นางสรารัตน์ฯ เสนอตัวช่วยดูแลอาคารปล่อยเช่าให้ในระหว่างที่ผู้ตายเดินทางไปอยู่กับสามีที่ต่างประเทศ และจะขับรถไปรับที่สนามบินทุกครั้งที่กลับไทย ในวันเกิดเหตุ    นางสรารัตน์ฯ ได้ขับรถไปรับผู้ตายที่สนามบิน แล้วนำมาส่งที่คอนโดที่พัก ก่อนจะพบเสียชีวิตในวันต่อมา นอกจากนี้พบว่า นางสรารัตน์ฯมีการเอาเงินจากผู้ตายไป รวมถึงทรัพย์สินภายในอาคารปล่อยเช่าได้สูญหายไปหลังจากผู้ตายเสียชีวิต

รายที่ 2 น.ส.นิตยา แก้วบุบผา เสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 ส.ค.63 ภายในห้องพักพื้นที่ สภ.โพรงมะเดื่อ ภ.จว.นครปฐม ก่อนเสียชีวิต ผู้ตายกับ นางสรารัตน์ฯ ได้มีการนำรถยนต์ไปจำนำจนได้เงินมาจำนวน 150,000 บาท จากนั้นนางสรารัตน์ฯ ได้ขับรถมารับผู้ตายออกไปรับประทานอาหาร แล้วกลับมาส่งที่ห้องพัก และพบผู้ตายเสียชีวิตในบ้านพักในวันต่อมา โดยเงินจากการจำนำรถดังกล่าวได้สูญหายไป หลังเกิดเหตุ นางสรารัตน์ฯ ยังให้สามีของผู้ตายนำเงินจำนวน 150,000 บาท ไปไถ่รถคืนและเอารถยนต์คันที่ผู้ตายใช้สอยไปเป็นของตนเอง

รายที่ 3 น.ส.สาวิตรี บุตรศรีรักษ์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 พ.ย.63 ที่บ้านพักในพื้นที่ สภ.เมืองมุกดาหาร รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ เนื่องจากเล่นแชร์วงเดียวกัน และเป็นภรรยาตำรวจเหมือนกัน ก่อนเสียชีวิต ผู้ตายได้ทวงเงินค่าแชร์จำนวน 600,000 บาทจาก นางสรารัตน์ฯ แต่ไม่ได้รับการชำระแต่อย่างใด ต่อมา นางสรารัตน์ฯ ได้ส่งยาลดความอ้วนซึ่งปลอมปนสารพิษไซยาไนด์มาให้ผู้ตายทางไปรษณีย์ ผู้ตายทานยาดังกล่าวและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

รายที่ 4 น.ส.ดาริณี เทพทวี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.63 ภายในบ้านพักพื้นที่ สภ.สามพราน ภ.จว.นครปฐม รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ จากการที่พักอาศัยอยู่ใกล้กัน เนื่องจากสามีเป็นข้าราชการตำรวจด้วยกัน และเล่นวงแชร์รวมถึงมีการกู้ยืมเงินด้วยกัน ซึ่ง นางสรารัตน์ฯ เป็นหนี้ผู้ตายอยู่ 60,000 บาท ก่อนเสียชีวิต นางสรารัตน์ฯ ขับรถมารับผู้ตายไปรับประทานข้าวมันไก่ที่ตลาดสามพราน ต่อมาผู้ตายมีอาการแน่นหน้าอก นางสรารัตน์ฯ จึงพามาส่งบ้าน และเสียชีวิตในเวลาต่อมา 

รายที่ 5 นายสุรัตน์ ทรพับ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 ม.ค.64 ที่บ้านพักในพื้นที่ สภ.ลูกแก ภ.จว.กาญจนบุรี รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ เนื่องจากเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ก่อนเสียชีวิต นางสรารัตน์ฯ ได้ยืมเงินของผู้ตายไป 60,000 บาท จากนั้นนางสรารัตน์ฯ ได้ขับรถยนต์มารับผู้ตายออกไปรับประทานอาหารที่ร้านกาแฟ ก่อนจะพากลับมาส่งที่บ้าน และเสียชีวิตในเวลาต่อมา 

รายที่ 6 ร.ต.อ.หญิง กานดา โตไร่ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 9 ส.ค.65 นอนเสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์ของตนเองบนถนนในพื้นที่ สภ.เมืองนครปฐม รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ จากการเล่นวงแชร์วงเดียวกัน และมีการยืมเงินจากผู้ตาย ก่อนเสียชีวิต ผู้ตายได้มีการโอนเงินให้กับ นางสรารัตน์ฯ จำนวน 150,000 บาท จากนั้นนางสรารัตน์ฯ ได้พาผู้ตายไปดูดวงที่ จ.สมุทรสาคร และรับประทานอาหารด้วยกัน ก่อนที่ผู้ตายจะขับรถไปส่งนางสรารัตน์ฯ ที่บ้านพัก และพบผู้ตายเสียชีวิตในรถในเวลาต่อมา 

รายที่ 7 น.ส.รสจรินทร์ นิลน้อย เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 ส.ค.65 ที่ร้านขายผักในตลาดสดมหาชัย พื้นที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ เนื่องจากอยุ่ในวงแชร์ของ นางสรารัตน์ และถูกนางสรารัตน์ฯ กู้ยืมเงินบ่อยครั้ง ก่อนเสียชีวิต นางสรารัตน์ฯ ได้ยืมเงินผู้ตายอีกจำนวน 60,000 บาท จากนั้น นางสรารัตน์ฯ ได้ขับรถมาหาผู้ตายที่ตลาด และซื้อสลัดมาให้ จากนั้นผู้ตายได้นั่งกินสลัดและเสียชีวิตในเวลาต่อมา 

รายที่ 8 นางจันทร์รัตน์ วงศ์ไกรสิน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 ส.ค.65 ที่บ้านพักในพื้นที่ สภ.ชะอำ เพชรบุรี รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ เนื่องจาก นางสรารัตน์ฯ ได้หลอกลวงให้ผู้ตายเอาเงินมาปล่อยกู้ ก่อนเสียชีวิต ผู้ตายได้มีการนัดพบกับ นางสรารัตน์ฯ ที่ปั๊มน้ำมันใกล้บ้าน และได้ทานยาจาก นางสรารัตน์ฯ อ้างว่าช่วยรักษาอาการลองโควิด จากนั้นจึงได้กลับมาที่บ้านและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

รายที่ 9 นางมณีรัตน์ พจนารถ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 ก.ย.65 ที่ตลาดนครปฐมในพื้นที่ สภ.เมืองนครปฐม รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ มาประมาณ 3-4 ปี เนื่องจาก นางสรารัตน์ฯ เป็นญาติของคนรู้จัก และได้มายืมเงินของผู้ตายไปปล่อยกู้ต่อ โดยจะได้ดอกเบี้ยในอัตราสูง ก่อนเสียชีวิต นางสรารัตน์ฯ ได้นัดผู้ตายไปพบที่ตลาดนครปฐม ก่อนจะล้มหมดสติและเสียชีวิตในเวลาต่อมา 

รายที่ 10 น.ส.กะณิกา ตุลาเดชารัตน์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 ก.ย.65 ที่ร้านกาแฟภายในปั๊มน้ำมัน พื้นที่ สภ.โพธาราม ภ.จว.ราชบุรี รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ เนื่องจาก นางสรารัตน์ฯ ได้หลอกลวงให้ผู้ตายนำเงินไปไถ่ทองจากโรงรับจำนำ เพื่อนำไปขายต่อทำกำไรจำนวน 650,000 บาท วันเกิดเหตุ นางสรารัตน์ฯ ได้ชวนผู้ตายไปไถ่ทองจากโรงรับจำนำ จากนั้นได้พาผู้ตายมาที่ร้านกาแฟที่เกิดเหตุ ก่อนจะล้มลงหมดสติและเสียชีวิต โดยที่ทองที่ไปไถ่มานั้นสูญหายไปด้วยพร้อมกับโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย

รายที่ 11 น.ส.กานติมา แพสะอาด มีอาการเจ็บป่วยเมื่อวันที่ 23 ก.ย.65 ที่หน้าร้านหมูกระทะ พื้นที่  สภ.เมืองกาญจนบุรี โดยเกิดอาการหลังจากพบกับ นางสรารัตน์ฯ ที่ห้างโรบินสัน จ.กาญจนบุรี โดย นางสรารัตน์ฯ ได้นำยาแคปซูลมาให้กินอ้างว่าเป็นยาแก้ไอพร้อมกับน้ำส้ม 1 ขวด หลังดื่มกินแล้ว ได้ขับรถออกจากห้าง แต่ไม่นานก็เกิดอาการแน่นหน้าอกหายใจไม่ออก จนต้องโทรเรียกรถพยาบาล และเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลจนหายดี รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ เนื่องจากสามีของทั้งสองคนเป็นตำรวจจบ นรต.รุ่นเดียวกัน และกู้ยืมเงินอีกจำนวน 250,000 บาท หลังเกิดเหตุ นางสรารัตน์ฯ ยังได้นำยาแคปซูลซึ่งอ้างว่าเป็นยาลดน้ำหนักมาให้ตนอีก 1 กล่อง แต่ยังไม่ได้ทาน ต่อมาได้มีการตรวจพบสารพิษไซยาไนด์ปลอมปนอยู่ในแคปซูลยาดังกล่าว

รายที่ 12 น.ส.ผุสดี สามบุญมี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 พ.ย.65 ที่บ้านพักในพื้นที่ สภ.ดอนตูม ภ.จว.นครปฐม รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ เนื่องจาก นางสรารัตน์ฯ เล่นแชร์วงเดียวกัน และได้กู้ยืมเงินของผู้ตายนำไปปล่อยกู้ต่ออีกทอดหนึ่ง ซึ่งนางสรารัตน์ฯ ยังค้างชำระหนี้ให้กับผู้ตาย คืนก่อนเสียชีวิต ผู้ตายได้มีการนัดพบกับ นางสรารัตน์ฯ ก่อนจะกลับบ้าน และพบนอนเสียชีวิตในเช้าวันต่อมา

รายที่ 13 นายสุทธิศักดิ์ พูนขวัญ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 มี.ค.66 ภายในห้องพักพื้นที่ สภ.เมืองอุดรธานี รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ เนื่องจากทั้งสองได้คบหาในเชิงชู้สาวกัน และได้มีการร่วมลงทุนปล่อยเงินกู้ที่ จ.อุดรธานี ก่อนเกิดเหตุ นางสรารัตน์ฯ ได้เดินทางมานอนค้างคืนกับผู้ตาย เพื่อเดินทางไปทำบุญวันเกิดของ นางสรารัตน์ฯ ในวันเกิดเหตุ และได้มีการแวะปั๊มน้ำมัน จากนั้น นางสรารัตน์ฯ ได้มีการให้ผู้ตายทานยาอ้างว่าเป็นยารักษาริดสีดวง จนผู้ตายเกิดอาการแน่นหน้าอก และล้มลง นำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ นางสรารัตน์ฯ ยืนยันจะนำตัวผู้ตายออกจากโรงพยาบาลกลับไปดูแลที่บ้าน จนผู้ตายเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดย นางสรารัตน์ฯ ซึ่งอ้างตัวเป็นภรรยาไม่อนุญาตให้มีการผ่าชันสูตรศพในเวลานั้น นอกจากนี้ ทรัพย์สินต่างๆของผู้ตาย เช่น สร้อยคอทองคำ, สร้อยข้อมือทองคำ, รถยนต์ และทรัพย์สินอื่นถูกผู้ต้องหาเอาไป

รายที่ 14 พ.ต.ต.หญิง นิภา แสงจันทร์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 เม.ย.66 พบเสียชีวิตอยู่ที่องค์พระปฐมเจดีย์ พื้นที่ สภ.เมืองนครปฐม รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ เนื่องจากมีบ้านพักอยู่ใกล้กันที่ จ.นครปฐม และ นางสรารัตน์ฯ ได้ยืมเงินผู้ตายหลายครั้ง ก่อนวันเกิดเหตุ ผู้ตายได้มีการเบิกเงินสดจำนวน 140,000 บาท ออกมาและนำมามอบให้ นางสรารัตน์ฯ เพื่อวิ่งเต้นโยกย้ายตำแหน่ง และไปทานข้าวด้วยกันที่องค์พระปฐมเจดีย์ ก่อนจะพบหมดสติเสียชีวิตโดยเงินจำนวนดังกล่าวหายไป

รายที่ 15 น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 เม.ย.66 พบเสียชีวิตที่ศาลาประชาคมบ้านโป่ง พื้นที่     สภ.บ้านโป่ง ภ.จว.ราชบุรี รู้จักกับ นางสรารัตน์ฯ โดย นางสรารัตน์ฯ ได้มีการชักชวนมาเล่นแชร์ โดยมีการโอนเงินให้ นางสรารัตน์ เป็นเงิน 20,000 บาท ก่อนเสียชีวิต นางสรารัตน์ฯ ได้ขับรถพาผู้ตายไปที่ท่าน้ำบ้านโป่ง เพื่อไปปล่อยปลา ก่อนจะล้มลงหมดสติและเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยหลังเกิดเหตุ นางสรารัตน์ฯ ได้นำกระเป๋าถือพร้อมเงินสด 50,000 บาทของผู้ตายไปด้วย
สำนวนคดีทั้ง 15 คดีนั้น ได้มีการสอบปากคำพยานมากกว่า 900 ปาก มีเอกสารเกี่ยวกับคดีทั้งหมดมากถึง 26,500 แผ่น 

โดยมีการดำเนินคดีผู้ต้องหารวมจำนวน 3 ราย ประกอบด้วย

1. นางสรารัตน์ (15 คดี)
ความผิดฐาน พยายามฆ่าผู้อื่นฯ และฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อตระเตรียมการ หรือเพื่อสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอื่น เพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้, ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และปลอมปนอาหาร ยา หรือเครื่องอุปโภค บริโภคอื่นใด เพื่อบุคคลอื่นเสพ หรือใช้ และการปลอมปนนั้นเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตายฯ

2. พ.ต.ท.วิฑูรย์ (1 คดี)
ความผิดฐาน เพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลง ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด

3. น.ส.ธันย์นิชา (1 คดี)
ความผิดฐาน เพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลง ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด
นอกจากนี้ ในส่วนของผู้จัดจำหน่ายสารไซยาไนต์ในล็อตที่นางสรารัตน์ฯ ได้สั่งซื้อออนไลน์และนำไปก่อเหตุดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจยึดของกลางดังกล่าวไว้ได้นั้น เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผลหาผู้ที่จัดจำหน่ายสารอันตรายดังกล่าว เพื่อจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฯ กล่าวว่า คดีดังกล่าว ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ของประเทศไทยอีกคดีหนึ่ง ที่ผู้ต้องหามีการวางแผนฆาตกรรมเหยื่อมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปี ใช้การวางยาพิษเพื่อให้เหยื่อเสียชีวิตในลักษณะเหมือนการเสียชีวิตจากการเจ็บป่วย ด้วยภาวะการทำงานของหัวใจล้มเหลว เพื่อมิให้ญาติผู้ตายพบข้อพิรุธสงสัย โดยหวังเอาทรัพย์สินจากเหยื่อ หรือเพื่อประโยชน์ในการล้างหนี้ที่เคยหยิบยืมกันมา ในคดีนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่ในการรวบรวมพยานหลักฐาน กระทำด้วยความละเอียดรอบคอบและพยายามแสวงหาพยานหลักฐานมาให้ได้มากที่สุด เนื่องจากหลายเหตุการณ์ผ่านมาเป็นระยะเวลาหลายปี อาจมีความยากลำบากในการรวบรวมพยานหลักฐาน    แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนก็ได้ทำอย่างเต็มที่จนมีพยานหลักฐานมากพอ สามารถสั่งฟ้องดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้

‘โชติวุฒิ’ ส.ส.พปชร.เผย ได้งบซ่อมบำรุงเขื่อนกั้นน้ำวัดปราสาท พร้อมจัดรอบเวรสูบน้ำแจกจ่ายให้เกษตรกรสิงห์บุรีอย่างทั่วถึง

(29 มิ.ย. 66) นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.สิงห์บุรี เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ตนได้รับเกียรติจากเทศบาลตำบลอินทร์บุรี เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม ‘เทศบาลเคลื่อนที่’ ซึ่งต้องขอชื่นชมเทศบาลตำบลอินทร์บุรีที่จัดกิจกรรมดีๆ เพื่อให้บริการประชาชนในด้านต่างๆ เป็นการอำนวยความสะดวก การมีส่วนร่วม และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

นายโชติวุฒิ กล่าวต่อถึงความคืบหน้าในการซ่อมแซมเขื่อนกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ชำรุดเสียหายบริเวณวัดปราสาทว่า ขณะนี้ได้รับงบประมาณการซ่อมแซมมาแล้ว และจะเริ่มดำเนินการตามขั้นตอนแผนงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบที่ได้กำหนดไว้

นอกจากนี้ นายโชติวุฒิ ยังกล่าวถึงปัญหาของเกษตรในพื้นที่ว่า ตนได้ไปร่วมประชุมกับพี่น้องเกษตรกรตำบลห้วยชัน รวมถึงผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำฯ ชันสูตร หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำฯ ที่ 2 บรมธาตุ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยชัน และผู้นำหมู่บ้าน ในเรื่องการจัดรอบเวรการสูบน้ำหลังจากที่ทางชลประทานได้นำเครื่องจักรสูบน้ำมาติดตั้งแล้ว เพื่อเป็นการแจกจ่ายน้ำให้แก่เกษตรกรอย่างทั่วถึง จึงต้องมีการจัดรอบเวร พร้อมกำหนดกติกาการสูบน้ำของเกษตรกรผู้ใช้น้ำให้เข้าใจตรงกันและเกิดเท่าเทียมกันด้วย

🔍 ตัวแม่ตัวมัม!!

🔍 ตัวแม่ตัวมัม!! ไม่ว่าจะขยับหรือจับอะไรก็กลายเป็นกระแสฟีเวอร์ไปซะหมด นับว่าเป็นอีกคนที่มีอิทธิพลสูงเป็นอย่างมากในวงการโซเชียล และวันนี้เราจะมาเปิด 8 Soft Power ของไทยที่ ‘ลิซ่า BlackPink’ เข้ามาเอี่ยว จนปลุกกระแสให้ขายดิบขายดีชั่วข้ามคืนได้!!
 

กรมการแพทย์แผนไทยฯ นำร่อง “นับหนึ่ง” คลินิกบำบัดยาเสพติดด้วยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พร้อมเปิดมิติใหม่ “สุขสำราญนิทราคลินิก” เน้นการรักษาแบบองค์รวมครบวงจร


กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก  เปิดตัว “นับหนึ่ง” คลินิกบำบัดยาเสพติดด้วยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หวังใช้การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ในการบำบัดรักษา ฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจของผู้เสพยาเสพติดให้กลับคืนสู่สภาพปกติ โดยมีระบบการติดตามหลังการบำบัดรักษา เพื่อติดตามพฤติกรรมและป้องกันการเสพติดซ้ำพร้อมเปิดมิติใหม่ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการปวดเรื้อรังและนอนไม่หลับ“สุขสำราญนิทราคลินิก” เน้นการรักษา แบบองค์รวมครบวงจรในที่เดียว 

นายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า  โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน มีการให้บริการคลินิกนำร่องด้านการบำบัดยาเสพติดด้วยการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก โดยใช้ชื่อ “นับหนึ่งคลินิก” ซึ่งคลินิกนี้ จะบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดกลุ่มฝิ่น เฮโรอีน หรือมอร์ฟีน โดยจะมีการใช้ยาแผนไทย ตำรับที่สามารถใช้ทดแทนอาการอยากยา และลดอันตรายจากการติดยากลุ่มดังกล่าว คือ “ตำรับยา ทำให้อดฝิ่น”  ซึ่งใกล้เคียงกับยาเมทธาโดนที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน สำหรับกลุ่มยาบ้าและยาไอซ์ ยังมีการนำน้ำมันกัญชาตำรับที่มีสาร CBD เด่น ที่ผลิตจากกองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร คือ “ตำรับยาการุณย์โอสถ” เพื่อลดอันตรายจากการใช้ยาบ้าหรือยาไอซ์ และยังมีการใช้ตำรับยาแผนไทยและยาสมุนไพรอื่นๆ อีกด้วย

นอกจากการใช้กลุ่มยาสมุนไพรในการรักษาแล้ว กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ยังได้นำหัตถการทางการแพทย์แผนไทย มาประยุกต์ใช้ร่วมกัน เช่น การนวดไทย การอบไอน้ำสมุนไพร และการประคบสมุนไพร  ช่วยลดอาการตึงของกล้ามเนื้อ ทำให้เพิ่มการไหลเวียนเลือด บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ สำหรับ นับหนึ่งคลินิก เริ่มนำร่องให้บริการ ในโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน ผู้สนใจสามารถรับคำปรึกษาในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 20  หรือที่โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน ยศเส กทม.

ทางด้าน ดร.ภก.ปรีชา หนูทิม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลจัดให้มีบริการ "สุขสำราญนิทราคลินิก" คลินิกรักษาอาการปวดเรื้อรังและนอนไม่หลับด้วยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน (Chronic Pain and Insomnia TT & CM Clinic) ครบวงจร ซึ่งเปิดให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วยตามแนวเวชปฏิบัติการรักษาอาการปวดเรื้อรังและนอนไม่หลับด้วยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอาการปวดที่มีระยะเวลาต่อเนื่องมากกว่า 3 เดือน ตั้งแต่ผู้ป่วยที่มีอาการปวดในระดับยอมรับได้ ไปจนถึงระดับปวดมาก รวมถึงผู้ป่วยที่มีอาการนอนไม่หลับ ทำให้สุขลักษณะการนอนไม่ดี ซึ่งเป็นการรักษาแบบองค์รวมร่วมกันระหว่างการแพทย์แผนไทยและการแพทย์บูรณาการ

"สุขสำราญนิทราคลินิก มีการรักษาทั้งแบบใช้ยาและไม่ใช้ยา มีทั้งยาสมุนไพรทั่วไปและที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบ ส่วนการรักษาอาการปวดเรื้อรัง และ นอนไม่หลับ แบบใช้ยา โดยจะใช้ตำรับแผนไทยและยาสมุนไพร ในบัญชียาหลักแห่งชาติ หรือที่อยู่ในเภสัชตำรับของโรงพยาบาล ยากัญชาทางการแพทย์แผนไทย/การแพทย์ทางเลือก ส่วนการรักษา แบบไม่ใช้ยา เช่น การนวดรักษา ประคบสมุนไพร การพอกยาสมุนไพร การแช่สมุนไพร การกักน้ำมัน การอบสมุนไพร การฝังเข็มโดยแพทย์แผนจีน และการใช้หลักธรรมานามัย เป็นต้น

สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถร่วมงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติฯ ครั้งที่ 20  ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน - 2  กรกฎาคม 2566  เวลา 10.00-20.00 น. ณ ฮอลล์ 11-12  ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี  พบกับกิจกรรมต่างๆในงาน อาทิ งานสัมมนาวิชาการนานาชาติเรื่องกัญชากัญชง , การประชุมวิชาการประจำปี ในหัวข้อต่างๆ ,  การประกวดผลงานวิชาการประจำปีฯ , ตลาดความรู้ 15 หลักสูตรฟรี มีโซนจัดแสดงสินค้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ สมุนไพรไทย ที่มีมาตรฐานกว่า 300 บูธ แจกกล้าไม้ กล้าไม้ยืนต้น สมุนไพรไม้ใช้สอยไม้กินได้ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และลุ้นรางวัลฟรีมากมาย สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook Fanpage มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ หรือ Website: https://natherbexpo.dtam.moph.go.th  และ โทรศัพท์  0-2149-5649

เจนกิจ นัดไธสง รายงาน

ผบ.ตร. ลงพื้นที่ค่ายพระรามหก จ.เพชรบุรี ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาบุคลิกภาพและคุณภาพชีวิตตำรวจ นำร่อง โดยมีตัวแทนจากตำรวจทั่วประเทศ เพื่อสร้างตำรวจยุคใหม่ ปรับเปลี่ยนทัศนคติ สร้างภาพลักษณ์องค์กร เน้นเสริมบุคลิกภาพ สร้างจิตสำนึกที่ดี มีหลักธรรมนำการทำงาน ภาพรว

วานนี้ (29 มิ.ย.66) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ณัฐ สิงห์อุดม ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.), พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (ผบช.สกพ.) , คุณสุมนา กิตติประภัสร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ และคณะ ลงพื้นที่ จว.เพชรบุรี รับฟังและขับเคลื่อนโครงการพัฒนาบุคลิกภาพและคุณภาพชีวิตของข้าราชการตำรวจ โดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมฯ จำนวน 100 นาย ซึ่งเป็นผู้แทนจากทุกหน่วยในสังกัด ตร. กำหนดระยะเวลาอบรม 8 วัน (26 มิ.ย. - 3 ก.ค.66) 

ทั้งนี้ ก่อนฝึกอบรมจะมีการประเมินผู้เข้ารับการอบรม เพื่อประเมินผลการดำเนินการก่อนและหลังการอบรม จากนั้นจะเข้าสู่การอบรมโดยมีพระอาจารย์เอกชัย สิริญาโน เจ้าอาวาสวัดใหม่ศรีร่มเย็น จว.เชียงราย เทศนาธรรมให้กับข้าราชการตำรวจในหัวข้อที่สำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต จริยธรรม คุณธรรม มีหลักธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ เช่น การปรับทัศนคติการใช้ชีวิตอย่างมีคุณธรรม อุดมคติ 9 ข้อของตำรวจ และสอนการปฏิบัติธรรมเจริญภาวนาให้ผู้เข้ารับการอบรมด้วย นอกจากนี้ ยังมีผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ รศ.ดร.วุฒิพงศ์ ถายะพิงค์ นักวิชาการสุขภาพจิตการสื่อสารและศาสนาปรัชญา , นพ.พิเชษฐ พัวพันกิจเจริญ ผอ.รพ.พระจอมเกล้า, นายอธิษฐาน วงศ์ใหญ่ รอง ผอ.ฝ่ายบริหาร รพ.ลำปาง และคณะ ร่วมเป็นวิทยากรตามโครงการ ให้ความรู้ในหัวข้อ การดูแลสุขภาพร่างกายแบบมืออาชีพ คุณค่าความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางสังคม การดูแลสุขภาพจิต การสร้างความสุขและความสำเร็จในชีวิต  อันจะเป็นการเสริมสร้างคุณลักษณะที่เหมาะสมในการทำงาน มีสุขภาพกายใจ บุคลิกภาพและสภาพจิตใจที่ดี มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ ดูแลประชาชน  ครอบครัว ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือผู้ร่วมงาน ในยุคสังคมออนไลน์ต่อไป

โครงการพัฒนาบุคลิกภาพและคุณภาพชีวิตของข้าราชการตำรวจ เป็นดำริของ ผบ.ตร.ที่ต้องการพัฒนาบุคลิกภาพและคุณภาพชีวิตของตำรวจ สร้างจริยธรรม คุณธรรม สร้างทัศนคติ และจิตสำนึกที่ดีให้แก่ข้าราชการตำรวจในยุคปัจจุบัน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร ตอบสนองต่อการดูแลพี่น้องประชาชน 
 
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า “ในยุคสังคมออนไลน์ปัจจุบัน ตำรวจจำเป็นต้องมีการเสริมสร้าง พัฒนาบุคลิกภาพ ปรับเปลี่ยนทัศนคติ สร้างจิตสำนึกภาพลักษณ์ที่ดี มีจิตการให้บริการ ช่วยเหลือประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเกิดการฝึกอบรมโครงการนี้ขึ้น โดยผลการฝึกอบรม การประเมินเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง ได้รับความร่วมมือและการตอบรับจากผู้เข้ารับการอบรมเป็นอย่างดียิ่ง เชื่อว่าผู้ที่ผ่านการอบรมจะมีการพัฒนาคุณภาพชีวิต บุคลิกภาพด้านต่างๆ ได้ดี จึงเห็นว่าควรจะต่อยอดการฝึกอบรมฯ กระจายไปยังศูนย์ฝึกอบรมฯ ของทุกกองบัญชาการต่าง ๆ ทั่วประเทศต่อไป เพื่อพัฒนาตำรวจท้้งประเทศให้มีความพร้อมในทุกๆมิติ ในการดูแลพี่น้องประชาชนในสังคมยุคปัจจุบัน” 

จากนั้นคณะ ผบ.ตร. ได้เดินทางไปตรวจพื้นที่การก่อสร้างร้านกาแฟ ปันรักษ์ (PunRak) และร้านค้าสวัสดิการตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมถนนเพชรเกษม หน้าค่ายนเรศวร (บริเวณเครื่องบินจำลองขนาดใหญ่) ใกล้สนามยิงปืนฯ โดยมีพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ เพื่อเป็นจุดพักผ่อน เช็คอิน ถ่ายรูป สำหรับประชาชนและข้าราชการตำรวจในการเดินทาง คาดว่าจะเปิดทำการได้ในห้วงเดือนสิงหาคม 2566 นี้

มุกดาหาร-ผู้ว่าฯ มุกดาหารร่วมการประชุม Forum on China ความร่วมมือด้านการขนส่งข้ามพรมเเดนสำหรับเมืองด่านชายเเดนสำคัญระหว่างจีน-คาบมหาสมุทรอินโดจีน

วันที่ 28 มิถุนายน 2566  นายวรญาณ  บุญณราช  ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า สถานกงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง โดยสำนักเลขาธิการงานแสดงสินค้าจีน - อาเซียน ได้เชิญ จังหวัดมุกดาหารร่วมการประชุม Forum on China - Mainland Southeast Asia Key Port City Cooperation in Cross-border Lagistics ระหว่างวันที่ 27 - 29 มิถุนายน 2566  ณ เมืองฉงจั่ว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี ประธานหอการค้า ,สภาอุตสาหรกรรม,และสมาคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหารเข้าร่วมประชุม
ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้กล่าวคำปราศรัย เสนอข้อคิดริเริ่ม แถลงตัวเลข/ดัชนี สำคัญ และลงนามในโครงการ ฯ พร้อมทั้ง ชม งานแสดงสินค้านำเข้าและส่งออกระหว่างจีน-อาเซียนและยังได้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เข้าร่วมประชุมฯ
การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเป็นครั้งแรก มีหัวข้อหลัก ของการประชุม คือ ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ระหว่างเมืองท่าที่มีประสิทธิภาพไร้อุปสรรค และช่วยอำนวยความสะดวก มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลและหารือแนวทางร่วมมือเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งทั้งด้านกายภาพและกฎระเบียบ ใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

(1) ความเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน
(2) ด่านอิเล็กทรอนิกส์และการอำนวยความสะดวกด้านพิธีศุลกากร และ
(3) การบูรณาการระหว่างเมืองอุตสาหกรรมและการสร้าง
เมืองอัจฉริยะตามแนวชายแดน

ทั้งนี้ จังหวัดมุกดาหารจะได้รับประโยชน์ในการเชื่อมโยงระบบโสจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานผ่านเส้นทาง R9 และ R12 ซึ่งเป็นช่องทางการขนส่งสินค้าทางบกที่สำคัญจากประเทศไทยไปสาธารณรัฐประชาชนจีน

เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน 092-5259-777
 

แฟนกีฬาถล่มยับ หลัง ‘พิธา’ ร่วมเชียร์วอลเลย์บอลหญิงไทย ซัด!! ควรมีมารยาท-วางตัวให้เป็น อย่าเอาการเมืองมาปนกับกีฬา .

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 66 ในการแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ที่พบกับทีมชาติตุรกี ในศึกวอลเลย์บอลหญิง เนชันส์ลีก 2023 คนไทยส่งแรงใจเชียร์นักตบสาวไทยอย่างเนืองแน่นเต็มสนาม และหนึ่งในนั้น คือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของไทย

แต่หลังจากที่ทางเพจเฟสบุ๊ก ‘Volleyballthailand’ ได้ลงภาพนายพิธา ขณะที่มาร่วมเชียร์วอลเลย์หญิงไทย ได้เกิดเป็นกระแสดรามาขึ้น เนื่องจากมีกลุ่มแฟนคลับกีฬาจำนวนมาก ได้เข้ามาคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์ถึงการวางตัวที่ ‘ไม่เหมาะสม’ ของหัวหน้าพรรคก้าวไกล และขอให้อย่าเอาการเมืองมาปนกับกีฬา เพราะคนที่ไม่ชอบนักการเมืองก็มีไม่น้อย โดยคอมเมนต์บางส่วนระบุว่า…

“ฝากบอกพิธาเว้นกีฬาไว้อย่างเหอะ สงสารน้องๆ นักกีฬาวอลเลย์บอลจะโดนเกลียดไปด้วยทำอะไรคิดถึงคนอื่นบ้างค่า แฟนวอลเลย์บอลที่ไม่ชอบพิธาก็ไม่น้อยค่า”

“เรื่องมารยาท เรื่องจิตสำนึกที่ดี เป็นหนึ่งในเรื่องที่เงินซื้อไม่ได้ คนมีมารยาทและนิสัยดีจะรู้ว่า อะไรควรทำ ต้องรู้ว่าตัวเองอยู่ในบทบาท หรือสถานะอะไร ถ้าเป็นนักการเมือง ถ้าทั้งปีทั้งชาติ ไม่เคยไปเชียร์ แต่วันนี้โผล่ไป ถ้าคนมีมารยาท คิดเป็น และไม่ฉวยโอกาส จะบอกตัวเองว่า เราอย่าไปเลย… ไปในฐานะอะไร? มันดูหิวแสง ดูสร้างภาพ ดูปลอม ดูไม่ดี การเชียร์นักกีฬาไทย มันเป็นความสุขของคนไทย คนไทยมี 70 กว่าล้านคน คนไม่ชอบเราก็เยอะ อย่าทำให้คนไทยหมดสนุกเพราะเราเลย อย่าทำให้คนไทยต้องมาทะเลาะแตกแยกไปทุกวงการเลย เว้นสักเรื่องเถอะ”

“กีฬา โดยเฉพาะวอลเลย์หญิง เป็นสิ่งเดียวที่คนไทยไม่น้อยร่วมใจกันเชียร์ ต้องแตกแยกเพราะคนแบบนี้ ที่วางตัวไม่เป็น ไม้รู้อะไรควร ไม่ควร เห่ออออ”

“เลิกเชียร์เลิกติดตาม เชียร์มาตลอด เสียแรงจริงๆ”

“การเมืองเข้ามายุ่งกับกีฬาบรรลัยแน่นอน คอนเฟิร์ม”

“เสียใจ เป็น FC มาตั่งแต่รุ่น 7 เซียน ทำให้หมดใจกับวอลเลย์ขนาดแพ้ทุกนัดยังเชียร์”

“ปิดทีวีแทบไม่ทัน คุณพิธา/คุณปิยะบุตรมาเชียร์วอลเลย์บอลนี่นะ ขำตายล่ะ กระแสวอลเลย์บอลฟีเวอร์มากี่ชาติ ไม่เห็นได้ข่าวว่าไปเชียร์ มาตอนนี้เลยดูแปลก แต่ก็โอเค เป็นสิทธิ ของใครของเราไม่ว่ากัน”
 

สวธ. จับมือกับ โชว์ไร้ขีด ลงนาม MOU ส่งเสริม เผยแพร่ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านเกม พร้อมเปิดมหกรรม COSPLAY ART FESTIVAL 2023 IN THAILAND (CAF 2023) ยิ่งใหญ่แห่งปี เปิดเวทีให้คอสเพลเยอร์ไทยและนานาชาติ แสดงพลัง Soft power กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์

วันที่ 30 มิถุนายน 2566 เวลา 14.00 น. กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด (Show No Limit Co.,Ltd.) จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการส่งเสริม เผยแพร่ และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านเกม และพิธีเปิดงาน COSPLAY ART FESTIVAL 2023 IN THAILAND (CAF 2023) มหกรรมคอสเพลย์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี โดยได้รับเกียรติจาก นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีลงนาม MOU พร้อมด้วย นายพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด ร่วมลงนาม โดยมีนางสาวลิปิการ์ กำลังชัย  นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ นางศรีตรัง สารวัตร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการบริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมคณะทูตจากประเทศญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย เครือข่ายวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร และบรรดาคอสเพลเยอร์ของไทย ต่างประเทศ เข้าร่วมงาน ณ หอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม 

นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดเผยว่า พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับบริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด เป็นการส่งเสริม พัฒนาศักยภาพ และองค์ความรู้ให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชน ในการเรียนรู้วัฒนธรรมไทยผ่านเกม อันนำไปสู่การต่อยอดระดับอาชีพในอุตสาหกรรมเกม หรือทักษะต่างๆ ในการประกอบอาชีพอื่นๆ ได้ สืบเนื่องจาก สวธ. ได้มีบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ สำนักบริหารคณะกรรมการจัดระดับเกมแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (Game Rating and Administration Committee  - GRAC) โดยมุ่งเน้นความร่วมมือด้านการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและสร้างวินัยในการเล่นวีดิทัศน์ (เกม) รวมถึงแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเกมและนำองค์ความรู้ วิธีการต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในราชอาณาจักรไทยได้ สอดคล้องตามนโยบายหลัก 12 ด้าน ของรัฐบาลไทย เพื่อสร้างสังคมให้มีคุณภาพ คุณธรรม และอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข  

อธิบดี สวธ. กล่าวต่อว่า ในปัจจุบันการเข้าถึงสื่ออย่างภาพยนตร์ การ์ตูน และเกม สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีที่พัฒนาทำให้ผู้คนสามารถรับชมทางออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา เนื้อหาที่หลากหลายของสื่อเหล่านี้ ล้วนส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงค่านิยมและวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมจนวัฒนธรรมบางส่วนเกิดการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงไป ที่เรียกกันว่า วัฒนธรรมย่อย (Sub Culture) มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นหรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่นิยมรับชมสื่อ ซึ่งแฝงวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามาทำให้ลอกเลียนแบบในสิ่งที่ชอบ ทั้งนี้วัฒนธรรมย่อยได้ถูกผสมผสานจากวัฒนธรรมหลักของประเทศนั้น ๆ ซึ่งเรียกว่า Pop Culture และ COSPLAY จึงเป็น Pop Culture อย่างหนึ่งที่มีกลุ่มที่ให้ความสนใจมากมายมหาศาลทั่วโลก ซึ่งสามารถนำมาผนวกกับวัฒนธรรมไทยได้ ทำให้เกิดผลงานมีความเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของประเทศไทย ถือเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ทำให้คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบ COSPLAY สามารถนำวัฒนธรรมไทยมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์มีผลงานสู่สายตานานาชาติ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นอุตสาหกรรมแวดล้อมให้มีรายได้ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมต่อไป 
 
ด้าน หนุ่ย - พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เผยว่า คอสเพลย์เป็นดั่งสีสันที่อยู่คู่งาน Thailand Game Show มาอย่างเนิ่นนานนับตั้งแต่จัดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2550 จวบจนถึงปัจจุบัน ซึ่งก็ได้เห็นเป็นประจักษ์แล้วว่า งานอดิเรกนี้ คือ หนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทยที่ได้รับความนิยมเติบโตขึ้นอย่ารวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะด้านต่าง ๆ ให้เยาวชน ไม่ว่าจะเป็นความกล้าคิดกล้าแสดงออก ทักษะงานฝีมือ การตัดเย็บ เทคนิคการแต่งหน้า เรียนรู้ทักษะการเต้น การแสดง หรือแม้กระทั่งการออกกำลังกายเพื่อให้มีรูปร่างใกล้เคียงกับตัวละครต้นฉบับที่เลือก ซึ่งก็ล้วนเป็นผลประโยชน์ที่ได้รับจากการแต่งคอสเพลย์ทั้งสิ้น 
 
สำหรับงาน Cosplay Art Festival 2023 in Thailand (CAF 2023) ตลอดทั้ง 3 วันนี้ ได้รวบรวมกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทุกความเป็นคอสเพลย์ ได้แก่  Thailand and International Guest Cosplayers ที่จะได้พบปะกับ คอสเพลเยอร์ท็อปเทียร์ระดับโลกอย่าง Hakken 八犬 (ฮัคเคน) คอสเพลเยอร์ชาวมาเลเซียที่มียอดผู้ติดตามใน  Instagram เกือบ 4 ล้านคน, Xiaoyukiko (小鱼KIKO) (เสี่ยวหยูกิโกะ) คอสเพลเยอร์สาวเซ็กซี่จากสิงคโปร์ มียอดผู้ติดตามใน Facebook กว่า 1 ล้านคน และ Ely (อีลี่) คอสเพลเยอร์สาวสุดน่ารักจากไต้หวัน และยอดผู้ติดตามกวา่ 9 แสนคน อีกหนึ่งกิจกรรมที่เป็นไฮท์ของงาน คือ CAF Cosplay Contest รางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท สิทธิ์เข้าร่วม Boot Camp สุด Exclusive กับคอสเพลเยอร์ชื่อดังของประเทศไทย นอกจากนี้ยังมี Mini Concert Anisong! VTuber, Algorhythm Project, เกมสนุก ๆ และสินค้าลิขสิทธิ์แท้มากมาย 
 
ทั้งนี้ งาน Cosplay Art Festival 2023 (CAF 2023) มหกรรมคอสเพลย์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี จะจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 30 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2566 ณ หอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.theconcert.com/concerts/caf2023 หรือโทร 09-2417-9289 คณสุทธดา รวดเร็ว (เจี๊บบ) สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ที่ www.culture.go.th, เฟซบุ๊ก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ Line @ วัฒนธรรม 

เจนกิจ นัดไธสง รายงาน

ผมขอแสดงความสำนึกผิดและขออภัยต่อผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ทุกคนด้วยใจจริง

29 มิ.ย.2566 - นายสิริน สงวนสิน ส.ส.กทม. เขต 31 ตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก กรณีโดนแจ้งจับทำร้ายร่างกายผู้หญิงว่า ผมขออภัยอย่างสูงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ก่อนอื่นต้องขออภัยต่อผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหมด และพี่น้องประชาชน ที่ผมออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าวล่าช้า เนื่องจากผมประสบอุบัติเหตุเล็กน้อย ศีรษะแตก จึงใช้เวลาสองวันที่ผ่านมาในการรักษาตัว

ผมเสียใจอย่างมากในสิ่งที่ได้ทำลงไป ผมขออภัยคุณเอ (นามสมมุติ) คุณพ่อคุณแม่ของคุณเอ (นามสมมุติ) และขออภัยพี่น้องประชาชนที่ได้เลือกผมเข้ามาทำหน้าที่ ส.ส. ที่ทำให้ทุกท่านผิดหวัง

จากนี้ผมยินดีเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย และการสอบสวนวินัยจากพรรคก้าวไกล และจะน้อมรับผลที่ตามมาจากการกระทำที่ปราศจากความยั้งคิดของผมโดยดุษฎี

ทั้งนี้ ผมและคุณเอ (นามสมมุติ) ยืนยันว่า ข่าวที่สื่อนำเสนอรายละเอียดเหตุการณ์ และอ้างว่าผมให้ข้อมูลว่าทำไปเพราะความเป็นห่วงคุณเอ (นามสมมุติ) ทั้งหมดไม่เป็นความจริง ผมและคุณเอ (นามสมมุติ)ยังไม่เคยให้สัมภาษณ์หรือกล่าวถึงเหตุการณ์นี้แม้แต่ครั้งเดียว และไม่เคยคิดจะอ้างว่ากระทำไปด้วยความเป็นห่วง

ผมขอแสดงความสำนึกผิดและขออภัยต่อผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ทุกคนด้วยใจจริง

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นด้านการปราบปรามยาเสพติดจากนายกรัฐมนตรี

วันนี้ (29 มิ.ย.66) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ได้เดินทางไปยังตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่น ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปี 2566  โดยได้รับรางวัลบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นด้านการปราบปรามยาเสพติด ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี 

พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันต่อต้านยาเสพติดโลก ซึ่งจะตรงกับวันที่ 26 มิ.ย.ของทุกปี จัดขึ้นเพื่อเป็นการยกย่องและเชิดชูเกียรติให้กับบุคคลและองค์กรซึ่งประวัติดี มีความเสียสละ และอุทิศตนในการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดดีเยี่ยม ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ร่วมกับมูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน ซึ่งในงานนี้มีการมอบรางวัลบุคคลและองค์กรที่มีผลงานยอดเยี่ยมและดีเด่นจำนวน 49 ราย รวมทั้งเชิดชูเกียรติให้กับผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จากการปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอีกจำนวน 99 ราย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า วันนี้นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมพิธีในวันนี้ รวมทั้งได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลที่มีผลงานดีเด่นด้านการปราบปรามยาเสพติด จากท่าน พล.อ.ประยุทธ์ ทุกวันนี้ปัญหายาเสพติดนั้นเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมายาวนาน ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมตามมาเป็นจำนวนมาก ทั้งยังส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจของไทยในภาพรวม ทำให้รัฐต้องทุ่มเทงบประมาณจำนวนมากในการปราบปรามยาเสพติดให้หมดไป กระผมในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐจะขอทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศไทย เพื่ออนาคตของลูกหลานและพี่น้องประชาชนได้อยู่กันอย่างสงบสุขต่อไป

ผบ.ตร.-นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ นำคณะผู้บังคับบัญชา คณะสมาคมแม่บ้านตำรวจ และข้าราชการตำรวจ ร่วมฟังธรรมบรรยาย ตามโครงการ “ธรรมนำใจ ครั้งที่ 4”

วันนี้ (29 มิ.ย.66) เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมแจ้งยอดสุข อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ ตร. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย คุณสุมนา กิตติประภัสร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้นำคณะผู้บังคับบัญชาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะสมาคมแม่บ้านตำรวจ และข้าราชการตำรวจที่สนใจร่วมฟังธรรมบรรยาย ตามโครงการ “ธรรมนำใจ ครั้งที่ 4 “ พร้อมเชิญชวนข้าราชการตำรวจทั่วประเทศและครอบครัว รวมถึงประชาชนที่สนใจร่วมฟังธรรมบรรยาย รับชมรับฟังได้ผ่านลิงก์ถ่ายทอดสดทางเพจเฟซบุ๊ก PoliceTV  สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ https://fb.watch/lsEW5e61E5/?mibextid=cr9u03

สำหรับโครงการ “ธรรมนำใจ ครั้งที่ 4”  สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กราบอาราธนาเจ้าคุณพระราชภาวนาวชิรญาณ (หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี) เจ้าอาวาสวัดมเหยงค์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และบรรยายธรรมในหัวข้อ “ภูมิคุ้มครองใจ” 

ทั้งนี้ “โครงการธรรมนำใจ” เป็นโครงการที่จัดขึ้นตามดำริของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องการให้ข้าราชการตำรวจที่มีความสนใจธรรมะ ได้ฟังธรรมบรรยาย เพื่อจะได้นำเอาไปปรับใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ และการดำเนินชีวิตส่วนตัว รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจร่วมรับฟังการบรรยายธรรมผ่านลิงก์ถ่ายทอดสดอีกหนึ่งช่องทาง

ผบ.ตร. พร้อมภาคีเครือข่าย มอบรางวัล โครงการลดอุบัติเหตุทางถนนด้วยคลิปวิดีโอ จากความร่วมมือของคนในสังคม โดยใช้เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดีย “อาสาตาจราจร”

วันนี้ (29 มิ.ย.66) เวลา 11.15 น. ณ ห้องสารสิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ รอง จตช. พร้อมด้วย นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ คุณกานดา วัฒนายิ่งสมสุข ที่ปรึกษาฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ผู้แทนกองทุน  เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน   คุณนิตยา ลีธีระกุล ผู้บริหารสถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.91 และ  คุณอัจฉรา บัวสมบูรณ์ ผู้บริหารสถานีวิทยุ จส.100 ร่วมแถลงผลการมอบรางวัล และเกียรติบัตร ตามโครงการลดอุบัติเหตุทางถนนด้วยคลิปวิดีโอ จากความร่วมมือของคนในสังคมโดยใช้เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดีย  “อาสาตาจราจร” โดยมอบรางวัลให้กับประชาชนเจ้าของคลิปกล้องหน้ารถ  ประจำเดือน พ.ค.2566 รวมทั้งสิ้น 20 รางวัล เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 100,000 บาท เงินรางวัลสูงสุด 20,000 บาท โดยบริษัท วิริยะประกันภัยฯ และ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เป็นผู้สนับสนุนเงินรางวัล

ผบ.ตร. กล่าวว่า นับแต่เริ่มโครงการมาจนถึงปัจจุบัน สังคมมีความตื่นตัว มีคลิปการกระทำผิดกฎจราจรจากภาคประชาชนส่งมาให้คณะทำงานพิจารณาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉพาะในเดือน พ.ค.2566  มีประชาชน ส่งคลิปเข้ามาทางเพจอาสาตาจราจร สวพ.91 และ จส.100 เป็นจำนวนถึง 196 คลิป  ทั้งนี้ เป็นคลิปที่เข้าเงื่อนไข ในการพิจารณารางวัล 33 คลิป  ได้แก่ เป็นคลิปที่เห็นพฤติการณ์การทำผิดชัดเจน  ผู้ส่งเป็นเจ้าของคลิป  และสามารถระบุวัน เวลา ที่เกิดเหตุได้ชัดเจน  

ทั้งนี้ คณะทำงานของมูลนิธิเมาไม่ขับ  ได้คัดเลือกเหลือจำนวน 20 คลิป  ข้อมูลเบาะแสเหล่านี้ แสดงถึงความสนใจใส่ใจของภาคประชาชนกับปัญหาการจราจร และนำไปสู่การสร้างพฤติกรรมขับขี่ปลอดภัย คลิปวิดิโอทั้งหมดเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำไปตรวจสอบและติดตามมาดำเนินคดีต่อไป  โครงการนี้มุ่งหวังให้ผู้ใช้รถใช้ถนน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น เคารพกฎจราจร และมีน้ำใจให้เพื่อนร่วมทาง สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรม สามารถส่งคลิปการกระทำผิดกฎจราจรมายังช่องทางต่างๆ ได้แก่ เพจอาสาตาจราจร เพจตำรวจทางหลวง  เพจกองบังคับการตำรวจจราจร  รวมถึงเพจเครือข่ายที่ร่วมโครงการ ทั้งเพจมูลนิธิเมาไม่ขับ สวพ.91 และ จส.100  คลิปที่ได้รับการคัดเลือก นอกจากได้รับเงินรางวัลแล้ว ยังได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะพลเมืองดีอีกด้วย

ทางด้าน นพ.แท้จริง  ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ  กล่าวเสริมว่า โครงการนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยในการสร้างการตระหนักรู้ในการขับขี่ปลอดภัย ให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจร การมีส่วนร่วมดังกล่าวเป็นการสร้างมาตรฐานทางสังคมให้เกิดความยับยั้งชั่งใจในการกระทำผิด

สำหรับคลิปสำคัญที่ได้รับรางวัลในเดือน พ.ค.66 นี้ เช่น รถกระบะที่ขับขี่ด้วยความเร่งรีบเกินสมควรพยายามเร่งแซงในพื้นที่จำกัด แต่แซงไม่พ้น เบียดเกาะกลางถนนจนรถเสียหลักพุ่งชนรถเจ้าของคลิป แล้วไปชนรถเทรลเลอร์อีก 1 คัน ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งทรัพย์สิน ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้เส้นทาง ซึ่งคลิปดังกล่าว สามารถเป็น พยานหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ในการแจ้งข้อหากับผู้ขับขี่รถกระบะดังกล่าว ในข้อหาขับขี่รถโดยประมาทหวาดเสียวเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย

นอกจากนี้ ในการแถลงข่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีข้อมูลที่น่าห่วงใยฝากไปยังผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ จากสถิติอุบัติเหตุทางถนน ของระบบฐานข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน (PRS) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าผู้เสียชีวิตที่ไม่สวมหมวกนิรภัยมีสัดส่วนสูงกว่าผู้ที่สวมหมวกนิรภัยอย่างชัดเจน จึงขอให้ผู้ขับขี่ทุกคนคำนึงถึงความปลอดภัย 

ใส่ใจในชีวิตของตนเอง และขอเชิญชวนหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชน มีมาตรการส่งเสริมให้บุคคลากรในสังกัดปฏิบัติตามกฎจราจร โดยเฉพาะสถานศึกษาที่มีเด็กและเยาวชน ให้ความรู้เน้นย้ำกระตุ้นเตือน นักเรียน นักศึกษา ให้ตระหนักถึงความเสี่ยงบนท้องถนนหากไม่สวมหมวกนิรภัย ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะเข้มงวดกวดขันการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยให้เกิดขึ้นกับสังคมไทย โดยจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดตั้งแต่ 1 ก.ค.66 เป็นต้นไป

‘จิ๊บ ศศิกานต์’ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีการทำร้ายร่างกายผู้หญิง พร้อมชวนทุกคนร่วมกันต่อสู้ เพื่อให้ความรุนแรง-ทำร้ายร่างกายหมดไป

น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ (จิ๊บ) อดีตผู้สมัคร ส.ส. เขตบางแค ภาษีเจริญ หมายเลข 7 พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เกี่ยวกับ กรณีการทำร้ายร่างกายผู้หญิง โดยได้ระบุว่า ...

ในฐานะลูกผู้หญิง.. 
การถูกทำร้ายร่างกายจากคนที่เรารัก คือความเจ็บปวด
การถูกทำร้ายร่างกายจากคนที่สังคมเชิดชู คือ จุดเริ่มต้นแห่งหายนะของสังคม
ขอเชิญชวนทุกคน ร่วมกันต่อสู้เพื่อให้การใช้ความรุนแรงและการทำร้ายร่างกายต่อสตรีให้หมดไปจากสังคม เพราะฝันร้าย ต้องอยู่กับผู้กระทำ ไม่ใช่ผู้ถูกกระทำ.

‘คุณหญิงเทวี เจียรวนนท์’ ภรรยาเจ้าสัวธนินทร์ ถึงแก่อนิจกรรม คนในวงการธุรกิจ รวมทั้งผู้ใกล้ชิด ต่างเศร้าโศกเสียใจต่อการจากไป

เฟซบุ๊ก We are CP ได้โพสต์ข้อความแจ้งข่าวการสูญเสีย คุณหญิงเทวี เจียรวนนท์ ภรรยาของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ โดยระบุว่า

"คณะผู้บริหาร และพนักงาน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ขอแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของ คุณหญิงเทวี เจียรวนนท์ และขอร่วมแสดงความเสียใจอย่างเป็นที่สุด ต่อท่านประธานอาวุโส ธนินท์ เจียรวนนท์ และครอบครัวเจียรวนนท์ทุกท่าน"

ในโลกออนไลน์ มีคนในวงการธุรกิจ รวมทั้งผู้ใกล้ชิด ต่างออกมาร่วมอาลัยต่อการจากไปครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี เตรียมเปิดให้ใช้ได้ภายในปี 2566 เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับประชาชน

เพจเฟซบุ๊ก Thailand LOVER ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี ที่กำลังจะเปิดให้ประชาชนได้ใช้บริการภายในปีนี้ โดยระบุว่า ...

รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี 

รวมจำนวนสถานีทั้งหมด 30+2 สถานี ดังนี้

ช่วงที่ 1 หลักสี่-มีนบุรี แบ่งเป็น 17 สถานี กำหนดเปิด Q1/ปี 66
ช่วงที่ 2 ศูนย์ราชการนนทบุรี-ทีโอที แบ่งเป็น 13 สถานี กำหนดเปิด Q2/ปี 66
ช่วงที่ 3 ส่วนต่อขยายเมืองทองธานี แบ่งเป็น 2 สถานี กำหนดเปิดปี 68

เส้นทางการเดิน รถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงที่ 1  หลักสี่ – มีนบุรี แบ่งเป็น 17 สถานี คาดจะเปิดให้บริการในช่วง Q1 ของปี 2566 มีรายละเอียดดังนี้

🚧 PK14 สถานีหลักสี่ ตั้งอยู่บริเวณจุดตัดถนนแจ้งวัฒนะและถนนวิภาวดีรังสิต สามารถเชื่อมต่อกับโครงการระบบรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต
PK15 สถานีราชภัฏพระนคร สถานีสุดท้ายบนถนนแจ้งวัฒนะ ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

PK16 สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ตั้งอยู่บริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ สามารถเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต

PK17 สถานีรามอินทรา 3 สถานีแรกบนถนนรามอินทราตั้งอยู่บริเวณหน้าโครงการลุมพินี รามอินทรา-หลักสี่ และศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก

PK18 สถานีลาดปลาเค้า ตั้งอยู่บนถนนรามอินทราระหว่างซอยรามอินทรา 21 และซอยรามอินทรา 23 ใกล้กับห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า

PK19 สถานีรามอินทรา กม.4 ตั้งอยู่บนถนนรามอินทรา ระหว่างซอยรามอินทรา 33 และซอยรามอินทรา 37

PK20 สถานีมัยลาภ ตั้งอยู่บนถนนรามอินทราหน้าปากซอยรามอินทรา 41 ใกล้กับสามแยกมัยลาภ

PK21 สถานีวัชรพล ตั้งอยู่บนถนนรามอินทรา ถัดจากทางพิเศษฉลองรัช บริเวณซอยรามอินทรา 59 และซอยรามอินทรา 61

PK22 สถานีรามอินทรา กม.6 ตั้งอยู่บนถนนรามอินทรา ช่วงระหว่างซอยรามอินทรา 40 และซอยรามอินทรา 42

PK23 สถานีคู้บอน ตั้งอยู่บนถนนรามอินทราช่วงระหว่างซอยรามอินทรา 69 และซอยรามอินทรา 46

PK24 สถานีรามอินทรา กม.9 ตั้งอยู่บนถนนรามอินทรา ใกล้กับโรงพยาบาลสินแพทย์ ช่วงระหว่างซอยรามอินทรา 54 และซอยรามอินทรา 56

PK25 สถานีวงแหวนรามอินทรา ตั้งอยู่บนถนนรามอินทราถัดจากถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก ใกล้ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ และ The Promenade

PK26 สถานีนพรัตน์ ตั้งอยู่บนถนนรามอินทรา ใกล้ซอยรามอินทรา 103/1 และโรงพยาบาลนพรัตน์

PK27 สถานีบางชัน ตั้งอยู่บนถนนบริเวณซอยรามอินทรา 113 และซอยรามอินทรา 115

PK28 สถานีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ ตั้งอยู่บนถนนรามอินทราใกล้กับโรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ ระหว่างซอยรามอินทรา 121 และ ซอยรามอินทรา 123

PK29 สถานีตลาดมีนบุรี สถานีแรกบนถนนสีหบุรานุกิจ ตั้งอยู่บริเวณหน้าตลาดนัดจตุจักร 2

PK30 สถานีมีนบุรี ตั้งอยู่ริมถนนรามคำแหง บริเวณศูนย์ซ่อมบำรุงของระบบขนส่งมวลชนสายสีชมพูฯ ใกล้กับถนนรามคำแหง เป็นสถานีปลายทางของโครงการ และสามารถเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน-มีนบุรี

🚧เส้นทางการเดิน รถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงที่ 2 ศูนย์ราชการนนทบุรี-ทีโอที แบ่งเป็น 13 สถานี คาดจะเปิดให้บริการในปี 2566 มีรายละเอียดดังนี้

PK01 สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี สถานีต้นทางตั้งอยู่ริมถนนรัตนาธิเบศร์ บริเวณหน้าศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรีและบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เป็นสถานีเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ

PK02 สถานีแคราย ตั้งอยู่บนถนนติวานนท์ บริเวณด้านหน้าสถาบันทรวงอก

PK03 สถานีสนามบินน้ำ ตั้งอยู่บนถนนติวานนท์ใกล้กับสามแยกสนามบินน้ำ

PK04 สถานีสามัคคี ตั้งอยู่บนถนนติวานนท์ ใกล้ทางแยกเข้าถนนสามัคคี ระหว่างคลองบางตลาดกับถนนสามัคคี

PK05 สถานีกรมชลประทาน ตั้งอยู่บนถนนติวานนท์ ใกล้กับโรงเรียนชลประทานวิทยา
PK06 สถานีแยกปากเกร็ด ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมทางแยกปากเกร็ด ก่อนเข้าสู่ถนนแจ้งวัฒนะ

PK07 สถานีเลี่ยงเมืองปากเกร็ด ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี และโฮมโปร ก่อนถึงทางแยกเลี่ยงเมืองปากเกร็ด

PK08 สถานีแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28 ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้กับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ บริเวณซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28

PK09 สถานีศรีรัช ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 35 ก่อนถึงทางด่วนศรีรัช ใกล้กับหมู่บ้านเมืองทองธานี

PK10 สถานีเมืองทองธานี ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณหน้าสำนักงานซ่อมบำรุงกรมทางหลวงและห้างแม็คโคร สาขาแจ้งวัฒนะ

PK11 สถานีแจ้งวัฒนะ 14 ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ ระหว่างบิ๊กซีแจ้งวัฒนะและซอยแจ้งวัฒนะ 14

PK12 สถานีศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณหน้ากรมการกงศุล ใกล้กับศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา

PK13 สถานีโทรคมนาคมแห่งชาติ ตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ ระหว่างซอยแจ้งวัฒนะ 5 และซอยแจ้งวัฒนะ 7

🚧 ส่วนต่อขยายเมืองทองธานี รถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงที่ 3 แบ่งออกเป็น 2 สถานี คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2568 มีรายละเอียดดังนี้

MT01 สถานีอิมแพ็ค เมืองทองธานี สถานีส่วนต่อขยายตั้งอยู่บนถนนบางปะอิน-ปากเกร็ด ใกล้กับชาเลนเจอร์ฮอลล์ ของอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยจะมีทางเชื่อมจากสถานีเข้าสู่ชาเลนเจอร์ฮอลล์ได้สะดวกเลย

MT02 สถานีทะเลสาปเมืองทอง สถานีส่วนต่อขยายตั้งอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 39 บริเวณทางแยกไปทางพิเศษอุดรรัถยา โดยจะเชื่อมทางขึ้นลงไปที่ อิมแพ็ค ฟอรั่ม และทะเลสาบเมืองทองได้สะดวกเลย

🚧 โดยส่วนต่อขยายเมืองทองธานีของ รถไฟฟ้าสายสีชมพู ผู้โดยสารจะทำการเปลี่ยนได้ที่ PK09 สถานีศรีรัช นั่นเอง เรียกได้ว่าเส้นทางการเดินรถไฟฟ้าสายสีชมพูจะขยายพื้นที่การเดินทางให้กับผู้โดยสารจำนวนมาก สามารถระบายผู้ใช้รถใช้ถนน อาจช่วยลดปัญหาการจราจรที่ติดขัดบนถนนแคราย – มีนบุรีได้ในอนาคต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top