Saturday, 18 July 2026
NEWS

‘เศรษฐา’ เข้าเฝ้า ‘มกุฎราชกุมารซาอุฯ’ กระชับความสัมพันธ์สองชาติ ด้าน ซาอุฯ รับปากจะช่วย ‘ตัวประกันไทย’ ในสงครามอย่างเต็มที่

เมื่อวานนี้ (20 ต.ค.66) ณ โรงแรม Ritz Carlton กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าเฝ้าฯ เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด (His Royal Highness Prince Mohammed bin Salman bin Abdulaziz Al Saud) มกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย ในโอกาสการหารือทวิภาคี ระหว่างการเข้าร่วมการประชุม ASEAN – GCC Summit โดยนายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญดังนี้

นายกรัฐมนตรีและมกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรีซาอุดีฯ ต่างยืนยันความตั้งใจร่วมกันในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะด้านการค้า การลงทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว รวมถึงพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนไทยและซาอุดีฯ ให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในวิสัยทัศน์ของพระราชาธิบดี รวมถึงมกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรีซาอุดีฯ ที่ทรงวางรากฐาน นำไปสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศ โดยไทยยืนยันมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือด้าน ต่าง ๆ ให้พัฒนายิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนไทยและซาอุดีฯ

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและ มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดีฯ หารือประเด็นความร่วมมือดังนี้

ด้านความสัมพันธ์ ทั้งสองฝ่ายหารือถึงการดำเนินความสัมพันธ์ในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา โดยเฉพาะควรส่งเสริมการค้าและการลงทุนซึ่ง นายกฯ เสนอการจัดทำ Thai-GCC FTA รวมทั้งแสดงการสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพ Expo 2030 จัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2034 ของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงแนวทางความร่วมมือและประเด็นที่คั่งค้างในด้าน 1) การเมืองและการกงสุล 2) การลงทุน 3) ความมั่นคงและการทหาร 4) วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และ 5) เศรษฐกิจและการค้า โดยไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสภาความร่วมมือซาอุดี - ไทย (Saudi – Thai Coordination Council: STCC) ครั้งที่ 1 เพื่อทบทวนการดำเนินความสัมพันธ์ และกำหนดแนวทางความร่วมมือทั้ง 5 ด้าน

ด้านความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายพร้อมส่งเสริมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งที่ผ่านมามีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง เพื่อเข้าร่วมงานนิทรรศการด้านการป้องกันประเทศของทั้งสองฝ่ายแล้วในงาน Defense and Security ของไทย และงาน World Defense Show ของซาอุดีฯ ซึ่งทำให้ไทยและซาอุดีฯ มีโอกาสขยายความร่วมมือในด้านความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ซึ่งไทยจะให้ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร และสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เร่งรัดความร่วมมือให้เป็นรูปธรรมต่อไป

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีขอบคุณรัฐบาลซาอุดีอาระเบียที่ดูแลคนไทยกว่า 6,000 คน ที่อยู่ในซาอุดีอาระเบีย และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล ซึ่งมีคนไทยเสียชีวิต บาดเจ็บ และถูกลักพาตัว ซึ่งซาอุดีอาระเบียรับที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่ในการให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ถูกจับกุมตัว

ผบ.ทบ.รุดช่วยอดีตพลทหาร เก็บของเก่าต้องพลัดถิ่นเกิด คืนสู่อ้อมอกแม่ผู้ให้กำเนิด จากกรณี

เมื่อวันที่ 18 ต.ค.66 สื่อมวลชน ได้มีการนำเสนอเปิดเผยเรื่องราวชีวิต นายอนุชา ชื่นวงค์ หรือน้อย อายุ 42 ปี ชาวอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก อดีตพลทหารดีเด่น ผลัด 2/2545 สังกัด กองทัพบก เข้าประจำการ กองพันทหารราบ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก ผู้เคยรับใช้ประเทศชาติ สร้างคุณประโยชน์ให้กับแผ่นดิน หลังปลดประจำการได้กลับคืนสู่ภูมิลำเนาเกิด อำลาชีวิตจากกองทัพบกมายาวนานถึง 20 ปี ก่อนจะมาพบอยู่ในสภาพ นอนหลับใต้ท้องรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จอดริมถนนสุขุมวิท ชุมชนบางเสร่ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เหลือเงินติดตัวเพียง 2 บาท โดยยึดอาชีพเก็บของเก่าข้างถนนขาย สร้างรายได้หล่อเลี้ยงชีวิต ซึ่งภาพที่ปรากฏ ได้สร้างความเวทนาใจให้กับผู้พบเห็น และชื่นชมในหัวใจยอดนักสู้ ที่ไม่เคยย่อท้อต่อความยากลำบาก แม้ร่างกายที่ประสบอุบัติเหตุ ไม่สามารถกลับมาดำเนินชีวิตเป็นปกติ

คืบหน้าล่าสุด วันที่ 20 ต.ค.66 พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการเร่งด่วนให้ พลโท ชิษณุพงศ์ รอดศิริ แม่ทัพภาคที่ 1 พลโท อมฤต บุญสุยา แม่ทัพน้อยที่ 1 พลโท ไกรภพ ไชยพันธุ์ ผู้บัญชาการ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า นำกำลังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จังหวัดชลบุรี และมณฑลทหารบกที่ 14 ร่วมกับ น.ส.วลีพร อินอนงค์ ผู้ใหญ่บ้านบางเสร่หมู่ 4 เข้าให้การช่วยเหลือ นายอนุชา ชื่นวงค์ อดีตพลทหารผู้รับใช้ชาติ ในสังกัด กองทัพบก ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนเก็บขยะขายในอำเภอสัตหีบ อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นขวัญกำลังใจ ที่จะเป็นแรงพลังให้ก้าวเดินต่อไป

ในการนี้ กองทัพบก ได้มอบหมายให้ พันเอก จักรพงศ์ พันธุ์มงคล รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 และรอง ผอ.รมน.จว.ชลบุรี เป็นตัวแทนมอบเงินช่วยเหลือรวมกว่า 10,000 บาท มอบถุงยังชีพ และนำรถยนต์ มาทำการเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง พร้อมนำตัว นายอนุชา เดินทางกลับสู่บ้านเกิด ส่งมอบคืนสู่อ้อมอก นางบุญช่วย ชื่นวงค์ อายุ 65 ปี มารดาผู้ให้กำเนิด หลังได้พลัดพรากขาดการติดต่อมานานนับปี

นายอนุชา ได้กล่าวแสดงการขอบคุณกองทัพบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตนเองไม่คิดว่าจะมีวันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนฝันไป รู้สึกภูมิใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ได้เกิดมาเป็นชายชาติทหาร แม้วันนี้ได้จากกองทัพบกมายาวนานถึง 20 ปี เมื่อหน่วยที่เคยประจำการ รับรู้ถึงความยากลำบาก ก็ยังติดตามมาให้การช่วยเหลือในทุกด้าน ที่สำคัญ คำสอนของผู้บังคับบัญชา เป็นสติเตือนใจให้ตัวเองคิดถึงครอบครัว และคิดถึงแม่ที่จากมานานร่วม 3 ปี ได้แวะเวียนกลับไปปีละครั้ง แต่ไม่มีโทรศัพท์ติดต่อหากัน 

และกล่าวว่า สาเหตุที่ต้องเดินทางออกจากบ้านเกิด มายึดอาชีพเก็บของเก่าขายในพื้นที่ห่างไกล เพราะไม่อยากให้แม่เห็นตนเองอยู่ในสภาพเช่นนี้ และไม่อยากให้แม่ต้องอับอายผู้คน จึงต้องจำใจจากแม่มา ส่วนพ่อเสียชีวิตแล้ว ในวันนี้ รู้สึกผิดที่คิดเช่นนั้น ห่วงแต่อนาคตตนเองจนมารู้ว่า ทุกนาทีที่จากมา แม่เป็นห่วงและคิดถึงตนเองมาก ซึ่งตนเองขอสัญญา จะทำหน้าที่ความเป็นลูก ดูแลแม่ให้ดีที่สุด ไม่ทิ้งแม่ให้ต้องอยู่เพียงลำพังอีกแล้ว

พันเอก จักรพงศ์ พันธุ์มงคล รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 กล่าวว่า หลังทราบข่าวเรื่องราวชีวิตของอดีตพลทหาร ที่ผจญชะตาชีวิตอย่างยากลำบาก ผู้บัญชาการทหารบก ได้มีความห่วงใย สั่งการในทันที ให้หน่วยงานเร่งออกตามหาตัวให้พบ เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถ ซึ่งตลอดระยะเวลา 2 วัน ได้ลงพื้นที่ตามหากันอย่างไม่หยุดหย่อน จนมาพบตัวในที่สุด 

และกล่าวว่า อดีตพลทหาร อนุชา ชื่นวงค์ แม้จะปลดประจำการมายาวนานถึง 20 ปี แต่ถือเป็นชายชาตินักรบ ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้เคยเสียสละเข้ามารับใช้ประเทศชาติ และสร้างคุณประโยชน์ให้กับแผ่นดิน คุณงามความดีที่ได้กระทำนั้น ถูกจารึกเป็นเกียรติประวัติ ยังตราตรึง และยังคงเป็นที่จดจำ ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าจะพลทหาร หรือข้าราชการคนใดก็ตาม ที่เคยรับใช้ประเทศชาติ รวมถึงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน กองทัพบก ไม่เคยทอดทิ้ง พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือ และอยู่เคียงข้างตลอดไป

‘นพ.อนุชิต’ แชร์อุทาหรณ์ ‘พระพิฆเนศ’ ติดหลอดลมคนไข้ เตือน!! ‘อย่าไปอมพระแล้วพูดกับใคร’

เมื่อวานนี้ (19 ต.ค.66) นพ.อนุชิต นิยมปัทมะ อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ รพ.มหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก หมอเอ หมอปอดโคราช ถึงกรณีอุทาหรณ์จากคนไข้รายหนึ่ง มีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ในหลอดลม เมื่อเอกซเรย์พบว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ด้านในหลอดลมข้างขวาของคนไข้ แพทย์จึงรีบทำการส่องกล้องและคีบออกมาได้สำเร็จ จึงพบว่าเป็น ‘พระพิฆเนศ’ ขนาดประมาณ 1x2 เซนติเมตร

ด้านนพ.อนุชิต ยังได้โพสต์เป็นอุทาหรณ์ในเฟซบุ๊กอีกว่า...

#อย่าไปอมพระแล้วพูดกับใครอีกนะ
พระพิฆเนศ สำลักลงในหลอดลมด้านขวา
คีบออกมาแล้วนะ
#chestMed korat
มาเรียนfellowที่เราสิครับ
ปล. ไม่ต้องถามเลขนะ เดี๋ยวเลขเคลื่อน

‘การบินไทย’ เตรียมส่ง ‘ถุงน้ำใจ’ 500 ชุด ช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอล เพื่อบรรเทาทุกข์-เรียกขวัญกำลังใจ-ย้ำเตือน ‘คนไทยจะไม่มีทางถูกลืม’

(20 ต.ค. 66) นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นประธานรับมอบ ‘ถุงน้ำใจ’ จำนวน 500 ชุด จากโครงการ ‘ส่งน้ำใจให้คนไทย ในอิสราเอล’ ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ มูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคม เครือ RBS group และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายนพพล ชูกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร RBS group เป็นผู้ส่งมอบ พร้อมด้วย นายรุจ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล นายกรกฏ ชาตะสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทยฯ ร่วมรับมอบ ณ สำนักงานใหญ่ การบินไทย

โดย ‘ถุงน้ำใจ’ ประกอบด้วย ขนมคาวหวานต่าง ๆ ที่จะพอช่วยบรรเทาความหิว และสร้างความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับพี่น้องชาวไทยในอิสราเอล ซึ่งจะถูกขนส่งไปในเครื่องบินของการบินไทย และเครื่องบินของกองทัพอากาศ ที่จะทำการบินไปอพยพคนไทยในอิสราเอล โดยได้รับการอำนวยการจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และการบินไทย โดยหลังจากเครื่องบินลงจอดที่ปลายทาง ‘ถุงน้ำใจ’ จะถูกส่งต่อให้กับเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ นำไปกระจายส่งมอบให้กับผู้อพยพลี้ภัยสงครามชาวไทย ในศูนย์อพยพลี้ภัย 2 จุด ที่อยู่ภายใต้การดูแลของสถานทูตฯ

ทั้งนี้ จากข้อมูลปัจจุบันระบุว่ามีคนไทยจำนวนทั้งหมด 30,000 คน อยู่ในประเทศอิสราเอล จำนวนที่อพยพสำเร็จไปแล้ว 1,000 คน และได้ลงทะเบียนแจ้งขออพยพแล้วจำนวนมากกว่า 8,000 คน โดยความเป็นอยู่และอาหารการกินของผู้อพยพลี้ภัยชาวไทยนั้น จะได้รับการดูแลจากสถานทูตฯ

โครงการ ‘ส่งน้ำใจให้คนไทย ในอิสราเอล’ นั้น นอกจากเป็นการส่ง ‘ถุงน้ำใจ’ ไปช่วยบรรเทาความหิวแล้ว ยังมีวัตถุประสงค์ในการ ‘ส่งน้ำใจ’ และเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวไทยที่กำลังลำบาก ให้รู้ว่าพวกเขาไม่ได้ถูกลืม

‘นพ.ประชา’ โพสต์คลิป ‘คนไข้ขอยังไม่ผ่าสมอง’ อ้าง ‘ราหูย้าย’ ด้านหมอแนะ!! ‘โหราศาสตร์ก็มีประโยชน์ แต่อย่าลืมกฎแห่งกรรม’

(20 ต.ค. 66) นายแพทย์ประชา กัญญาประสิทธิ์ เจ้าของเพจหมอประชาผ่าตัดสมอง ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบประสาท โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม ได้ออกมาโพสต์คลิปแชร์เคสคนไข้ ที่มีอาการเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง ต้องทำการรักษาผ่าตัด แต่คนไข้ขอยังไม่ผ่า โดยให้เหตุผลกับหมอว่า ‘ราหูย้าย’

โดย นพ.ประชา ได้เล่าผ่านคลิปวิดีโอว่า...

ขอยังไม่ผ่าเพราะราหูย้าย ผู้ป่วยชายอายุ 55 ปี 2 เดือนก่อนล้มหัวฟาด เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง ผ่าตัดเอาเลือดออกและเปิดกะโหลกไว้ เพราะปิดไม่ได้สมองบวมมาก วันนี้นัดผ่าตัดปิดกะโหลกคืน...เนื่องจากเป็นวันที่ราหูย้าย คนไข้ไม่อยากให้ผ่าตัด

ทำไมคนเราชอบดูดวง ดูเรื่องเงินกับเรื่องงาน เรื่องบ้านกับเรื่องรถ เรื่องความรัก ครอบครัว สุดท้ายคือดูเรื่องสุขภาพ ว่าเป็นเรื่องร้ายแล้วจะหายไหม จริง ๆ ดูพฤติกรรมตอนนี้ดีกว่า ดูการกระทำของคุณ ดูแลหรือปล่อยปะปละเลย มันคือกฎแห่งกรรมครับ อยู่ที่พฤติกรรมของคุณล้วนๆครับ ดูดวงเรื่องสุขภาพ ดูว่าวันนี้คุณกินอะไร วันนี้คุณออกกำลังกายไหม วันนี้คุณคุมความดันได้ไหม คุมเบาหวานได้ไหม คุมไขมันได้ไหม ถ้าคุมไม่ได้ ก็อาจจะพิการจากโรคหลอดเลือดสมองแตก โรคหลอดเลือดสมองตัน หรือเสียชีวิตฉับพลันจากเส้นเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

รู้พฤติกรรมของคุณเองนะครับ ว่าคุณออกกำลังกายไหม คุณน้ำหนักเยอะไหม แทนที่คุณจะตรวจดวงสุขภาพ คุณไปตรวจไขมัน ตรวจเบาหวาน ตรวจความดันจะดีกว่า ถ้าหมอบอกว่าคุณดูดีแล้ว คุณนอนตีพุงอยู่ที่บ้าน พุงหลาม ผมว่าเชื่อของกฎแห่งกรรมดีกว่าครับ คุณทำยังไงกับร่างกายคุณ คุณก็จะเป็นอย่างงั้นครับ

ถ้าคุณเอาใจใส่อาหารการกิน เอาใจใส่สุขภาพ คุณก็ไม่เป็นอัมพาตจากหลอดเลือดสมองครับ คุณก็ไม่เป็นมะเร็ง คุณก็ไม่เป็นหลอดเลือดหัวใจตีบ โหราศาสตร์ก็มีประโยชน์ แต่อย่าลืมกฎแห่งกรรม ขอให้เชื่อในกรรมดีที่คุณได้ทำกับสุขภาพ ถ้าคุณทำกรรมชั่วกับสุขภาพ สุดท้ายก็จะเสียชีวิตจากมะเร็ง หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ ก่อนวัยอันควร

สุดท้ายราหูย้าย ถ้าถูกทายว่าสุขภาพยังดีอยู่ ก็อย่าประมาทครับ ออกกำลังกายกันด้วย และยิ่งถูกทายว่าสุขภาพกำลังแย่ ยิ่งต้องเร่งแก้ไข ให้ออกกำลังกาย ให้คุมปัจจัยเสี่ยง เบาหวาน ความดัน ไขมันให้ดี ลดเหล้า ลดบุหรี่ ลดความอ้วน ลดความเครียดให้ดี ป้องกันก่อนที่มันจะเป็นอัมพาต และขอให้ทุกคนสุขภาพดี และยินดีกับราหูย้าย...

‘ขสมก.’ ยุติให้บริการรถโดยสารปรับอากาศ 5 เส้นทาง แก้ปัญหาทับซ้อนเอกชน ตามแผนปฏิรูปฯ เริ่ม 1 พ.ย. 66

(20 ต.ค. 66) นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เปิดเผยว่าตามที่กรมการขนส่งทางบก มีหนังสือแจ้งให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) พิจารณาปฏิบัติตามมติคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง โดยให้ ขสมก. ขอยกเลิกใบอนุญาตประกอบการขนส่งในเส้นทางเดิมของ ขสมก. ที่ทับซ้อนกับเส้นทางของผู้ประกอบการเดินรถเอกชนตามแผนปฏิรูประบบรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง และคืนใบอนุญาตประกอบการขนส่งให้นายทะเบียนกลาง จำนวน 5 เส้นทาง   

ขสมก. จึงมีความจำเป็นต้องยุติให้บริการเดินรถโดยสารปรับอากาศ จำนวน 5 เส้นทาง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป ดังนี้

1. สาย ปอ. 8 เส้นทาง สะพานพระพุทธยอดฟ้า - เคหะชุมชนร่มเกล้า 
2. สาย ปอ.34 เส้นทาง รังสิต - หัวลำโพง 
3. สาย ปอ.39 เส้นทาง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต - อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 
4. สาย ปอ.140 เส้นทาง แสมดำ - อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
5. สาย ปอ.517 เส้นทาง หมอชิต 2 - ศูนย์การค้าเทิดไท

ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการที่ถือบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภทของ ขสมก. ได้แก่ บัตรโดยสารล่วงหน้ารายเดือน - รายสัปดาห์ บัตรโดยสารนักเรียน - นักศึกษา บัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์แบบรายเที่ยว และบัตร TRANSIT PASS RED LINE BKK X  BMTA ยังคงสามารถนำบัตรไปใช้ชำระค่าโดยสาร บนรถโดยสารประจำทางของ ขสมก. ในสายอื่น ๆ ได้ตามปกติ

ห้ามพลาด!! งานหนังสือบนเรือ ‘MV Doulos Hope’ ที่ท่าเรือคลองเตย ลงทะเบียนขึ้นเรือได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 26 พ.ย. 66 ‘เด็ก-ผู้สูงวัย’ ขึ้นฟรี!!

งานหนังสือลอยน้ำบนเรือ ‘MV Doulos Hope’ ขององค์กรการกุศลของประเทศเยอรมนี (GBA Ships) เนื่องในโอกาสเยือนกรุงเทพมหานคร ณ ท่าเทียบเรือใกล้โรงพักสินค้า 3 (รส.3) ท่าเรือกรุงเทพ เขตคลองเตย สนใจขึ้นเรือได้ถึงวันที่ 26 พ.ย. นี้

เรือ MV Doulos Hope เดินทางมาจากเมืองโกตากินาบาลู รัฐซาบาห์ ประเทศมาเลเซีย และจะเดินทางไปยังเมืองสีหะนุห์วิลล์ ราชอาณาจักรกัมพูชา หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่ประเทศไทย

ซึ่งในการล่องเรือมาจอดที่ท่าเรือคลองเตย ได้นำหนังสือต่างประเทศที่เป็นภาษาอังกฤษแนวส่งเสริมการเรียนรู้ จากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ มาจำหน่ายบนเรือในราคาพิเศษ เพื่อเป็นการส่งเสริมการรู้หนังสือและการศึกษา ความร่วมมือข้ามวัฒนธรรม และความตระหนักทางสังคมในประเทศที่เรือเดินทางไปเยือน

อีกทั้งอาสาสมัครของเรือจะมีการลงพื้นที่ชุมชนใกล้บริเวณท่าเรือ เพื่อให้ความช่วยเหลือและความห่วงใยต่อชุมชน โดยมีส่วนร่วมกับกลุ่มชุมชนท้องถิ่นในการแบ่งปันความรู้ ความช่วยเหลือ และความหวังให้แก่ผู้คนในชุมชนโดยไม่คำนึงถึงสถานะ วัฒนธรรม และภูมิหลังของผู้คนในชุมชนนั้น ๆ

นอกจากซื้อหนังสือแล้วยังมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับลูกเรือนานาชาติอีกด้วย โดยจะเปิดให้บริการระหว่างวันที่ 17 ตุลาคม – 26 พฤศจิกายน 2566 (เฉพาะวันอังคาร – วันอาทิตย์) เวลา 14.00 – 21.00 น. ค่าเข้า 30 บาท เด็กต่ำกว่า 12 ปี และผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย

ลงทะเบียนขึ้นเรือ และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ >> https://thelittleboxoffice.com/douloshope/

ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยจัดวันพยาบาลแห่งชาติ ปี 66 สภากาชาดไทย เทิดไท้สมเด็จย่าเสริมสร้างดูแลสุขภาพปวงประชาห่างไกลไร้โรคา มีคุณภาพชีวิตที่ดี

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 8.00-10.00  น.นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นประธานเปิดงานวันพยาบาลแห่งชาติ ปี 66 ณ.ระเบียงรมณีย์ ชั้นที่ 14 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

วันพยาบาลแห่งชาติ ถูกกำหนดให้เป็นวันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี ชึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ทั้งด้านการแพทย์ การสาธารณสุข การศึกษา การศาสนา  การสงเคราะห์ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

เพื่อน้อมรำลึกและเป็นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระศรีนครืนทราบรมราชชนนี ฝ่ ายการพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย ได้ตระหนักเห็นความสำคัญ ดังกล่าว จึงได้จัดงานวันพยาบาลแห่งชาตื ประจำปี 2566 เหมือนเช่นทุกปี สำหรับปีนี้จัดงานวันที่ 20  ตุลาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 8.00-15.00 น. กืจกรรมภายในงานที่น่าสนใจประกอบด้วยนิทรรศการการดูแลสุขภาพ เละเทคโนโลยีการดูแลสุขภาพจากหน่วยงานต่างๆ ของสภากาชาดไทย รับการประเมินสุขภาพด้วยการทดสอบความจำและความคิด ทดสอบแรงบีบมือ ประเมินภาวะความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม ภาวะอารมณ์และพฤติกรรม สุขภาพ กิจกรรมเกมส์ฝึกสายตาและสมอง การตรวจวิเคราะห์กล้ามเนื้อและมวลไขมันด้วยเครื่อง ,BIA และรับคำแนะนำฟรี นอกจากนี้รับฟังการเสวนาเรื่อง 'ก้าวเข้าสู่ทศวรรษการดูแลสุขภาวะผู้สูงวัย"และเพลิดเพลินกับการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อผู้สูงวัยด้วยไลน์แเดนซ์ ร้องเพลงเล่นดนตรีอูคูเลเล่

ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลหน่วยกำลังป้องกันชายแดนในพื้นที่ กองกำลังสุรนารี

วันที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 08.00 น. พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลในการปฏิบัติงานของกองกำลังป้องกันชายแดน ในพื้นที่ กองกำลังสุรนารี โดยมี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 พลตรี ณัฎฐ์ ศรีอินทร์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พลตรี ชินวิช  เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 และผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับโดย พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก 

พร้อมคณะ เดินทางไปยังกองบัญชาการกองกำลังสุรนารี ค่ายวีรวัฒน์โยธิน อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ รับฟังการบรรยายสรุปการปฏิบัติงานของ กองกำลังสุรนารี จากนั้นเดินทางไปยังฐานปฏิบัติการฟ้าลั่น จุดตรวจการณ์ผามออีแดง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่ และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลป้องกันชายแดน พร้อมทั้งมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับกำลังพล หลังจากนั้นได้เดินทางไปมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา และเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ สำรวจภูมิประเทศในพื้นที่รวงผึ้ง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี 

พิษณุโลก ม.นเรศวร จัดเสวนา 'สงครามยูเครน: สงครามร้อนแรกในสงครามเย็นใหม่' ชี้ต้องเตรียมรับวิกฤตไปอีกนาน

วันนี้ 20 ตุลาคม 2566 ณ ห้อง Main Conference  อาคารศูนย์บริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร คณะสังคมศาสตร์ร่วมกับบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการสังคมเสวนา ซีรีส์#๓ : หัวข้อ “สงครามยูเครน : สงครามร้อนแรกในสงครามเย็นใหม่” โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิด และศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข กรรมการสภามหาวิทยาลัยนเรศวรผู้ทรงคุณวุฒิ และอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เขียนหนังสือ “สงครามยูเครน : สงครามร้อนแรกในสงครามเย็นใหม่” เป็นวิทยากร พร้อมเปิดตัวหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับสงครามยูเครน ซึ่งเป็นเล่มแรกที่ตีพิมพ์เป็นภาษาไทย โดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อให้อาจารย์ นิสิต นักวิชาการ และภาคประชาสังคมส่วนต่าง ๆ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการเตรียมความพร้อมต่อการเป็นพลเมืองโลกที่ต้องปรับตัวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประชาคมโลกบนความเปลี่ยนแปลงในหลากหลายมิติ

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข กล่าวถึงสงครามที่ผ่านมา 600 กว่าวันและจะอยู่ไปอีกนานว่า ผลกระทบที่คนไทยจะได้รับจากการทับซ้อนของสถานการณ์ COVID 19 กับสงครามยูเครน คือวิกฤตของเศรษฐกิจที่ทับซ้อนกันไปด้วย ซึ่ง COVID 19 ยังไม่มีวิกฤตด้านพลังงานเหมือนสงครามยูเครน และจะมีวิกฤตเรื่องอาหารตามมา สืบเนื่องจากราคาปุ๋ยที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2564 ที่มีผลพวงมาจากสงคราม แต่สังคมที่กินข้าวเจ้ายังโชคดีกว่าสังคมที่กินข้าวสาลี ขนมปัง หรือแป้งโรตี ที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างหนักเนื่องจากแป้งสาลีและธัญพืช ราคาสูงขึ้นมาก ขณะเดียวกันก็มีสงครามตะวันออกกลางทับซ้อนขึ้นมาอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวล สังคมไทยควรต้องเตรียมตัวรับเงื่อนไขวิกฤตเศรษฐกิจและพลังงาน ปีหน้าอาจจะเป็นปีที่ต้องรัดเข็มขัดกัน เพราะสุดท้ายสิ่งที่ตามมาคือวิกฤตค่าครองชีพ 

หนังสือ “สงครามยูเครน : สงครามร้อนแรกในสงครามเย็นใหม่” เป็นหนังสือที่เขียนตั้งแต่ก่อนเริ่มสงครามยูเครน มิติต่าง ๆ ของสงคราม สงครามโดรน สงครามปืนใหญ่ และอุปกรณ์ไฮเทคทั้งหลาย แม้สถานการณ์สงครามจะอยู่ไกลทางภูมิศาสตร์ แต่วันนี้ผลกระทบไม่หนีจากเราเลย และเราก็หนีไม่ได้ด้วย

มุกดาหาร-YEC หอการค้าไทย พบ YEC เวียดนาม ดูท่องเที่ยว-โรงเบียร์ดังท้องถิ่น-เครื่องดื่มชูพลัง รับขนส่งระบบราง เชื่อม EWEC

มุกดาหาร YEC ประเทศไทย จากหอการค้าไทย (YEC CONNECT INTERNATIONAL THAILAND) ร่วมกับหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร โดยนายกานต์พนธ์ เตชะเดชอภิพัฒธ์ ประธานหอการค้าฯ นำคณะเดินทางโดยรถยนต์ดูการขนส่งสินค้าผ่านสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 มุกดาหาร – สะหวันนะเขต ตามสาย EWEC เส้นทางตะวันออกสู่ตะวันตก พบ 2 กลุ่ม YEC ประเทศเวียดนาม ศึกษาเส้นทางการค้าการลงทุนการท่องเที่ยวยอดฮิต ดูงานอุตสาหกรรมท้องถิ่น ประกอบด้วย เบียร์ดัง CAMEL BEER โรงงานผลิตรั้ว ประตูอัลลอยด์ โรงงานเครื่องดื่มเสริมพลังซุปเปอร์ฮอต ที่ยืนสู้แบนด์ดังระดับประเทศ ชมเขตเศรษฐกิจพิเศษลาวบาว 

นายกานต์พนธ์ เตชะเดชอภิพัฒธ์ ประธานหอการค้ามุกดาหาร เปิดเผยว่า หอการค้ามุกดาหาร ในฐานะเมืองชายแดนประตูทิศตะวันออกของประเทศไทย บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสายตะวันออก-ตะวันตก EWEC นำคณะ ผู้ประกอบการ YEC ประเทศไทย จากหอการค้าไทย (YEC CONNECT INTERNATIONAL THAILAND) ร่วมกับหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร เดินทางไปเยือนเมืองเศรษฐกิจการค้าและการท่องเที่ยว เวียดนามกลาง ผ่านสะพานมิตรภาพไทย - ลาว แห่งที่ 2 มุกดาหาร - สะหวันนะเขต ช่วงเดือนตุลาคม 2566 ศึกษาดูงานผ่านกิจกรรมด้านการค้าการลงทุน และการท่องเที่ยว ตามรอยเส้นทางเศรษฐกิจด้านทิศตะวันออก EWEC ประชุมร่วมกับ 2 YEC จังหวัดกวางตรี และนครดานัง ประเทศเวียดนาม ศึกษาเส้นทางท่องเที่ยวกระเช้าลอยฟ้าบานาฮิลล์ เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นดัง โรงงานเบียร์คาเมล (CAMEL BEER) เยี่ยมชมโรงงานผลิตเครื่องดื่ม ซุปเปอร์ฮอส์ ของนักลงทุนไทยจังหวัดมุกดาหาร วางจำหน่ายคู่แบนด์ดังระดับประเทศเวียดนาม ที่เมืองดงฮา และเขตเศรษฐกิจพิเศษลาวบาว จังหวัดกวางตรี 

การเยือนเวียดนามตามรอยเส้นทางเศรษฐกิจ EWEC เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสายตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor: EWEC) เชื่อม 2 มหาสมุทรจีน - อินเดีย ระยะทางประมาณ 1,450 กม. อยู่ในไทยประมาณ 734 กม. จากมุกดาหารผ่านกาฬสินธุ์ ขอนแก่น เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย และจังหวัดตาก ทำให้ประชาชนบนเส้นทางสายนี้เกิดความเคลื่อนไหวในการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าการลงทุน และการท่องเที่ยวมากขึ้น เส้นทาง EWEC ตัดผ่าน 4 ประเทศ ตามตอนกลางแผนที่ประเทศพม่า ไทย ลาว เวียดนาม เชื่อมการขนส่งเดินทางสู่จีนตอนไต้ (ระยะทางจากไทยผ่านมุกดาหารประมาณ 1,345 กม.-มีตู้คอนเทนเนอร์ผ่านด่านมุกดาหารทุกวัน) มุกดาหารเป็นประตูด้านทิศตะวันออกเชื่อมแขวงสะหวันนะเขต ลาว เวียดนาม ตอนกลางของ 3 ประเทศ ระยะทางจากมุกดาหารถึงชายแดนเวียดนาม ประมาณ 245 กม. แขวงสะหวันนะเขต ยังมีเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน – เซโน มีโรงานนานาชาติที่มีผลประกอบการสูง เส้นทางสายนี้จึงเป็นที่สนใจของนักลงทุนและนักท่องเที่ยวทางบกอย่างมาก 

นายกานต์พนธ์ เตชะเดชอภิพัฒธ์ ประธานหอการค้ามุกดาหาร กล่าวปิดท้ายว่า การเปิดตลาดความสัมพันธ์ของ YEC หอการค้าไทย กับ YEC เวียดนาม ครั้งนี้ นับว่าประสบผลตามวัตถุประสงค์ด้วยดี เป็นก้าวสำคัญของ YEC ประเทศไทย ในการเชื่อมความสัมพันธ์ร่วมมือกับ YEC ประเทศคู่ค้าไทย-เวียดนาม เป็นการสานต่อด้านการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยวบนเส้นทาง EWEC ทั้งยังเตรียมรับการขนส่งระบบรางในอนาคตที่จะผ่านเข้ามาในภูมิภาคนี้อีกด้วย

รมว.แรงงาน “พิพัฒน์” ห่วงใย ลงพื้นที่เมืองคอน มอบสิ่งของเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประกันตนทุพพลภาพ

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2566 เวลา 14.30 น.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพ พร้อมพูดคุยและมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค ตลอดจนเครื่องใช้ที่จำเป็น เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ประกันตนจำนวน 3 ราย โดยมี นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วม ณ บ้านของผู้ประกันตนบริเวณพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งผู้ประกันตนทั้งสามรายอยู่ในความดูแลของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครศรีธรรมราช คือ รายแรกชื่อ นางสาวธนิตา ไชยฤกษ์ อายุ 51 ปี เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ เดือนละ 3,229.50 บาท ตลอดชีวิต รายที่ 2 นางสาวสมิตา จินดาแน่ อายุ 45 ปี เป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ เดือนละ 2,400 บาท ตลอดชีวิต และรายที่ 3 นายธีระพงษ์ เอี้ยวสกุล อายุ 59 ปี เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 15 ปี    

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม พร้อมดูแลผู้ประกันตนทุกคนให้มีหลักประกันความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะผู้ประกันตนทุกคนคือครอบครัวประกันสังคม

ผบ.ทบ. เป็นประธานวันสถาปนาครบรอบปีที่ ๑๑๓ กองพลทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์

เมื่อวานนี้ (๑๙ ต.ค.๖๖) ที่ค่ายพรหมโยธี จังหวัดปราจีนบุรี พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา กองพลทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์ ครบรอบปีที่ ๑๑๓ โดยมี พลตรี เทพพิทักษ์ นิมิตร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์ และผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงให้การต้อนรับ สำหรับกองพลทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์ ได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๓ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีที่ตั้งหน่วยครั้งแรก ณ มณฑลนครไชยศรี จังหวัดนครปฐม ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ได้ย้ายมายังที่ตั้งปัจจุบัน ณ ค่ายพรหมโยธี จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๑๗  จึงกำหนดให้วันที่ ๑๕ ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันสถาปนาหน่วย 

ซึ่ง พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก เคยรับราชการในตำแหน่งที่สำคัญของ กองพลทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์ ตั้งแต่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๐ เป็นผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองพันทหารราบที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์, ในปี พ.ศ.๒๕๔๕ เป็นผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์, ในปี พ.ศ.๒๕๕๕ เป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ และในปี พ.ศ.๒๕๕๙ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการ กองพลทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์ ในงานสถาปนาฯ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ถวายสักการะศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จากนั้นได้เป็นประธานในพิธีสงฆ์ และการบำเพ็ญกุศลให้กับกำลังพลของหน่วยที่ล่วงลับไปแล้ว รวมถึงได้เยี่ยมชมห้องเกียรติยศ และลงนามในสมุดตรวจเยี่ยมของหน่วย พร้อมบันทึกภาพที่ระลึกร่วมกับคณะผู้บังคับบัญชา และแขกผู้มีเกียรติ ตลอดระยะเวลา ๑๑๓ ปี กองพลทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์ ได้รับความไว้วางใจจากกองทัพบก เเละกองทัพภาคที่ ๑ ให้ปฏิบัติภารกิจที่สำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการถวายพระเกียรติ, การถวายความปลอดภัย และการถวายงาน แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ รวมถึงภารกิจการป้องกันประเทศตามแนวชายแดนตะวันออก ในนาม “กองกำลังบูรพา” และภารกิจช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบอีกด้วย 

ทั้งนี้หลังจากร่วมพิธีวันสถาปนา กองพลทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์ ผู้บัญชาการทหารบ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมกองกำลังสุรนารีในพื้นที่กองทัพภาคที่ ๒ เพื่อติดตามการปฏิบัติงานของกองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก พร้อมทั้งเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนต่อไป

ตร. ตีแผ่ กลลวง มิจฉาชีพ ตีเนียน ปลอมเสียงเป็นคนรู้จักโทรหลอกยืมเงิน ความจริงอาจไม่ได้ใช้ AI อย่างที่คิด

วันนี้ ( 20 ตุลาคม 2566) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงทางโทรศัพท์ หรือที่เรียกว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมีรูปแบบในการหลอกลวงที่หลากหลาย แตกต่างกัน โดยรูปแบบหนึ่งที่พบเห็นได้บ่อยคือการปลอมเสียงเป็นคนรู้จักโทรศัพท์หาผู้เสียหายเพื่อหลอกยืมเงิน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอมาตีแผ่หนึ่งในเทคนิคกลลวงของกลุ่มคนร้ายปลอมเสียงคนรู้จักเพื่อหลอกยืมเงิน ซึ่งอาจใช้วิธีการที่ง่ายกว่าที่เราคิด และไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมดัดแปลงเสียงต่าง ๆ หรือต้องมีข้อมูลรูปแบบเสียงคนรู้จักของเราแม้แต่น้อย

ซึ่งวิธีการที่พบคือ คนร้ายจะโทรศัพท์หาเป้าหมายแล้วทำทีพูดว่า “จำได้ไหมนี่ใคร” “จำเพื่อนได้รึเปล่า” หรือ “แค่ไม่สบายเสียงเปลี่ยน เปลี่ยนเบอร์โทรนิดหน่อย ก็จำกันไม่ได้แล้วหรือ” แล้วจะพยายามให้เหยื่อพูดชื่อมาก่อน ซึ่งหากเสียงของคนร้ายมีความคล้ายกับเสียงเพื่อนหรือคนรู้จักของเราจริง ๆ แล้วเราพูดชื่อของคนนั้นออกไป คนร้ายก็จะสวมรอยเป็นคนนั้นทันที

จากนั้นคนร้ายก็จะชวนคุยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบเพื่อสร้างความเชื่อใจ แล้วทำทีว่ามีความจำเป็นต้องใช้เงินโดยอ้างว่า แอปธนาคารล่ม, มีแต่เงินสดโอนเงินไม่ได้, มีเหตุด่วนต้องใช้เงิน หรือเหตุผลความจำเป็นอื่น ๆ เพื่อหลอกให้เราโอนเงินให้กับคนร้ายต่อไป

จากกรณีดังกล่าวจะเห็นได้ว่า คนร้ายจะใช้เทคนิคในการหลอกล่อให้เราพูดชื่อคนรู้จัก ที่เสียงเหมือนกับคนร้ายออกไป จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้เสียหายมักจะเชื่อโดยสนิทใจ ว่าคนที่คุยด้วยคือคนรู้จักจริง ๆ เพราะเป็นคนพูดออกไปเองว่าเสียงของคนร้ายเหมือนเสียงของใคร และทำให้ผู้เสียหายไม่ทันระวัง หลงเชื่อโอนเงินตามที่คนร้ายขอนั่นเอง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อบุคคลที่ติดต่อมาทางโทรศัพท์อ้างว่าเป็นเพื่อนหรือคนรู้จัก โดยเฉพาะการติดต่อจากเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่รู้จัก เพราะอาจเป็นคนร้ายที่มาแอบอ้างหลอกยืมเงินได้

สุดท้ายนี้ หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากคนร้ายที่ปลอมเสียงคนรู้จักแอบอ้างหลอกยืมเงิน สามารถแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนได้ที่สถานีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุ หรือสถานีตำรวจในท้องที่ที่ท่านทราบการกระทำความผิด ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘สุรพงษ์’ สานต่อรัฐฯ จัดรถไฟส่ง ‘แรงงานไทยจากอิสราเอล’ กลับบ้านฟรี พร้อมเปิด ‘สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์’ เป็นศูนย์ประสานงาน-ช่วยเหลือ

(19 ต.ค.66) นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้สนับสนุนภารกิจต้อนรับแรงงานไทย 136 คน ที่เดินทางจากอิสราเอลกลับถึงไทย โดยสายการบิน Israel Airlines เที่ยวบินที่ LY 083 พร้อมจัดรถไฟรับส่งแรงงานไทยเดินทางกลับภูมิลำเนา และเปิดพื้นที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ของการรถไฟฯ เป็นศูนย์ประสานงาน สำหรับหน่วยงานช่วยเหลือแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากประเทศอิสราเอล ถือเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนภารกิจของรัฐบาล ตามนโยบายนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เร่งระดมความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยสงครามจากอิสราเอลโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ในส่วนกระทรวงคมนาคม และการรถไฟฯ ได้ร่วมกันสนับสนุนภารกิจรัฐบาล โดยจัดรถไฟให้กับ แรงงานไทยและครอบครัวที่กลับจากอิสราเอลสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้อย่างสะดวก ปลอดภัยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย รวมทั้งได้เปิดพื้นที่ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ บริเวณประตู 2 จัดตั้งเป็นศูนย์ประสานงานสำหรับหน่วยงานช่วยเหลือแรงงานไทยที่กลับจากประเทศอิสราเอล เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานและเครือญาติ ใช้สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เป็นศูนย์กลางในการติดต่อ พบปะระหว่างกันได้อย่างสะดวก ตลอดจนใช้เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางกับทุกระบบขนส่งสาธารณะ ให้สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้อย่างสวัสดิภาพ

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย ยังร่วมส่งมอบความห่วงใย โดยให้มีการ จัดซุ้มอาหารว่าง และน้ำดื่ม ดูแลแรงงานไทยและครอบครัวที่มารอรับ และเตรียมความพร้อมสิ่งอำนวย ความสะดวกต่างๆ ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่ ช่วยกันดูแลอำนวยความสะดวกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการให้บริการได้อย่างเพียงพอ โดยไม่กระทบต่อการให้บริการเดินทางแก่ผู้โดยสารประชาชนทั่วไป พร้อมทั้งกำชับ

นายสุรพงษ์ฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงคมนาคม และการรถไฟฯ ได้ร่วมสนับสนุนภารกิจรัฐบาลในการเปิดพื้นที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และจัดสรรขบวนรถ เพื่อดูแลคนไทยก้าวผ่านวิกฤตต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ สำหรับเป็นศูนย์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เป็นเวลา 477 วัน การเปิดขบวนรถไฟโดยสารรับ-ส่งผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 กลับสู่ภูมิลำเนาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตลอดจนการจัดตั้งศูนย์พักคอย ซึ่งหลังจากนี้ กระทรวงคมนาคม และการรถไฟฯ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสรรค์สร้างประโยชน์ต่อส่วนรวม นอกเหนือจากภารกิจหลักในการอำนวยความสะดวกการขนส่งเดินทาง เพื่อยกระดับความเป็นอยู่พี่น้องคนไทยทุกคนให้ดียิ่งขึ้นต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top