Thursday, 16 July 2026
NEWS

นักบิน ‘บาติกแอร์’ งีบหลับขณะควบคุมเครื่อง เหินฟ้าไปจาการ์ตา เหตุ นอนน้อย ผู้โดยสาร ระทึกกันทั้งลำ คณะกรรมการด้านปลอดภัย สั่งสอบด่วน

เมื่อวานนี้ (9 มี.ค.67) คณะกรรมการด้านความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติอินโดนีเซียหรือ KNKT มีคำสั่งให้เปิดการสอบสวนหลังเกิดเหตุที่น่าตกใจกับสายการบินบาติก แอร์ ซึ่งเป็นสายการบินท้องถิ่นในเครือไลอ้อนกรุ๊ป โดยนักบินและผู้ช่วยนักบินได้เกิดหลับพร้อมๆกันนานถึง 28 นาที ขณะบินจากสุลาเวสีตะวันออกเฉียงใต้ไปกรุงจาการ์ตา ซึ่งใช้เวลาบินราว 2 ชั่วโมงครึ่ง โดยเหตุเกิดขึ้นวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา เคราะห์ดีที่เครื่องบินแอร์บัส A320 พร้อมผู้โดยสาร 153 ชีวิตและลูกเรือ 4 ชีวิตเดินทางถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย

รายงานระบุว่ากระทรวงคมนาคมอินโดนีเซียได้ตำหนิบาติกแอร์อย่างรุนแรงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่เอ็ม คริสตี้ เอ็นดาห์ เมอร์นี ผู้อำนวยการการขนส่งทางอากาศให้เรียกร้องให้สายการบินต่างๆทบทวนและให้ความสำคัญกับเวลาพักผ่อนของนักบินว่าต้องเพียงพอ โดยเฉพาะเที่ยวบินกลางคืน

ด้านบาติกแอร์ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยเรื่องเวลาพักผ่อนของนักบินรวมทั้งมาตรการความปลอดภัยอย่างครบถ้วนทุกอย่าง และล่าสุดได้สั่งพักงานนักบินทั้งคู่ชั่วคราว

ทั้งนี้รายงานเผยว่าวันเกิดเหตุ นักบินพักผ่อนไม่พอ และได้ขออนุญาตผู้ช่วยนักบินงีบหลับ ผู้ช่วยนักบินจึงทำหน้าที่แทน แต่หลังจากนั้นไม่นาน ปรากฎว่าผู้ช่วยนักบินก็เผลอหลับเช่นกัน โดยหอการบินที่สนามบินจาการ์ตาเผยว่านักบินทั้งคู่ขาดการติดต่อเป็นเวลา 28 นาที เมื่อติดต่อไปก็ไม่ตอบกลับ พอนักบินตื่นขึ้นมา ก็พบว่าเครื่องกำลังบินออกนอกเส้นทาง ถึงได้รู้ว่าผู้ช่วยเผลอหลับจึงรีบปลุกและปรับเปลี่ยนเส้นทางการบินใหม่จนมาถึงสนามบินจาการ์ตาอย่างปลอดภัย โดยนักบินทั้งสองคนเป็นชาวอินโดนีเซีย

หลังเกิดเหตุ KNKT ได้แนะให้บาติก แอร์ค่อยหมั่นตรวจเช็คห้องนักบิน และกำชับให้นักบินและลูกเรือต้องพักผ่อนให้พอก่อนออกบิน

แว้นวิภาฯ โดนข้อหาใหม่ ร่วมกันพยายามแข่งรถในทาง ปรับหนัก ริบรถ ทำทัณฑ์บนบริการสังคม1ปี

แค่คิด ก็ผิดแล้ว ออกมารวมตัวจะแข่งรถ แว้นวิภาฯ โดนข้อหาใหม่ ร่วมกันพยายามแข่งรถในทาง ปรับหนัก ริบรถ ทำทัณฑ์บนบริการสังคม1ปี

วันนี้( 10 มี.ค.67 ) เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานป้องกันและปราบปรามการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น แข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกรณี จับกุมกลุ่มรถจักรยานยนต์ออกมารวมตัวกันเตรียมแข่งรถ บน ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ว่า ที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ผ่านสายด่วน 1599 และ 191 ว่าพบรถจักรยานยนต์ รวมกลุ่มกันหลายคัน บนถนนวิภาวดีรังสิต ช่วงเวลากลางคืน จากนั้นจะแข่งกันตลอดคืน สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับพี่น้องประชาชนที่พักอาศัยในละแวกนั้น จึงได้สั่งการให้ กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) นำโดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผบก.จร., พ.ต.อ.จามร ทองพรรณ รอง ผบก.จร., พ.ต.อ.พารินท จันทร์เลิศ ผกก.2 บก.จร. และ พ.ต.ท.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง รอง ผกก.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิตทางพิเศษ กก.2 บก.จร. ดำเนินการลงพื้นที่สืบสวนวางแผน และนำมาซึ่งการจับกุม โดยเมื่อวันที่ 8 มี.ค.67 เวลา 03.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมกลุ่มรถจักรยานยนต์ได้ จำนวน 7 คัน , รถยนต์กระบะ 1 คัน พร้อมด้วยผู้ต้องหา 7 คน ทราบชื่อในภายหลัง คือ 1.นายธรรมรัสมิ์ อายุ 27 ปี , 2.นายอภิวัฒน์ อายุ 19 ปี , 3.นายอนุสรณ์ อายุ 26 ปี , 4.นายธาวิน อายุ 20 ปี , 5.นายธรรมนูญ อายุ 23 ปี , 6.นายคชรัตน์ อายุ 21 ปี และ 7.นายธนกร อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ให้การรับสารภาพว่าพวกตนได้มารวมตัวกันบน ถ.วิภาวดีรังสิต เพื่อจะแข่งรถกันบนถนนจริง ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวางแผนเข้าจับกุมตัว 

ต่อมาศาลแขวงดอนเมือง พิพากษาจำเลยที่ 1-6 จำคุก 1 เดือน ปรับ 6,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 7 เจ้าของรถยนต์กระบะ (ผู้สนับสนุนแข่งรถในทาง) จำคุก 20 วันปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกรอ 1 ปี บริการสังคม 24 ชั่วโมง และศาล“ ริบรถจักรยานยนต์และรถยนต์ของกลางทุกคัน”

นอกจากนี้ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้คณะทำงานป้องกันและปราบปรามการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น แข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร รอง ผบ.ตร. ขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ทั้งการโพสต์ชักชวน เชิญชวน บนสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ก็ดี ทั้งการรวมตัวบนท้องถนนก็ดี โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุร้ายที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

โฆษกฯ กทม. แจง ความคืบหน้า การบริหารจัดการ  หลังมีข้อวิจารณ์ ละเลยการดูแลพื้นที่ ย้ำมี 3 แผนเพื่อเดินหน้าปรับปรุง

เมื่อวานนี้ (9 มี.ค.67) นายเอกวรัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และโฆษกกรุงเทพมหานคร ชี้แจงประเด็นที่มีข้อวิจารณ์ว่า กทม. ปล่อยให้ 'คลองโอ่งอ่าง' หมดคุณค่า Landmark ใน 3 ประเด็น คือ

ประเด็นที่หนึ่ง ความคืบหน้าการบูรณาการจัดการพื้นที่บริเวณคลองโอ่งอ่าง รวมทั้งมาตรการส่งเสริมฟื้นฟูการท่องเที่ยวในพื้นที่ ตามที่มีข้อสังเกตคลองโอ่งอ่างถูกปล่อยทิ้งร้าง

สำนักงานเขตพระนครได้ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับแกนนำ อาทิ ผู้ค้าเดิมในพื้นที่สะพานเหล็ก ผู้ประกอบในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อวางแผนฟื้นฟูถนนคนเดินคลองโอ่งอ่าง ทั้งนี้ ได้มีมาตรการในการส่งเสริมฟื้นฟูการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยวางแผนไว้ 3 ระยะ คือ ระยะสั้น ภายใน 2 เดือน เริ่มต้นเปิดตัวดึงอัตลักษณ์ของสะพานเหล็กในการจัดเทศกาลและกิจกรรม ในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ระยะกลาง ภายใน 4 เดือน ใช้การประเมินและปรับรูปแบบกิจกรรมหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมระยะสั้น พร้อมประชุมร่วมกับแกนนำและผู้ค้าถึงแนวทางการต่อยอดถนนคนเดินให้ยั่งยืน เช่น การทดลองจัดกิจกรรมสั้นๆ ช่วงสุดสัปดาห์ โดยให้แกนนำขับเคลื่อนทั้งหมด และสำนักงานเขตเป็นที่ปรึกษา ระยะยาว ภายใน 6-8 เดือน ทดลองเปิดโอกาสให้แกนนำ บริหารจัดการด้วยตนเอง เมื่อครบ 8 เดือน จะประเมินครั้งสุดท้าย ก่อนถอดบทเรียน ขยายผลในพื้นที่อื่นต่อไป

ประเด็นที่สอง บริเวณทางเท้าริมคลองด้านหลังโรงแรมมิราม่า ซึ่งมีผู้นำรถยนต์มาจอด ทั้งที่ทางเท้าบริเวณดังกล่าวเพิ่งปรับปรุง รวมถึงมีคนเร่ร่อนมาอาศัยหลับนอน ตั้งวงดื่มสุรา และตกปลา ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงกังวลเรื่องความปลอดภัย

สำหรับการแก้ไขปัญหาจอดรถยนต์ในถนนหรือทางเท้าคลองโอ่งอ่าง ขณะนี้สำนักการโยธาอยู่ระหว่างปรับปรุงและยังไม่ได้ส่งมอบงาน ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เทศกิจได้ประชาสัมพันธ์งดการจอดในพื้นที่ดังกล่าว และในอนาคตทางผู้รับจ้างจะพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์กั้นรถยนต์เข้ามาจอด สำหรับปัญหาคนเร่ร่อน นอนทางเดิน เจ้าหน้าที่จะเพิ่มความถี่และกำชับตรวจตราไม่ให้มีการหลับนอนในที่สาธารณะ พร้อมจัดระเบียบอย่างต่อเนื่อง ส่วนประเด็นการนั่งดื่มสุราและตกปลา เจ้าหน้าที่จะขอความร่วมมือ หากพบว่ามีการฝ่าฝืน จะว่ากล่าวตักเตือน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อแหล่งท่องเที่ยวของ กทม. และสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชน

ประเด็นที่สาม สภาพน้ำในคลองโอ่งอ่าง ตามที่มีข้อสังเกตพบว่ามีขยะลอย น้ำเริ่มเน่าเสีย และส่งกลิ่นเหม็นสำนักงานเขตพระนครและสำนักการระบายน้ำ ได้ร่วมลงพื้นที่สำรวจคลองโอ่งอ่าง เพื่อตรวจสอบท่อระบายน้ำเสียที่ปล่อยลงคลองโอ่งอ่างโดยตรง ซึ่งได้ตรวจพบจุดปล่อยน้ำเสีย ทราบถึงปัญหาและพร้อมดำเนินการปรับปรุงเพื่อนำน้ำเสียเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำต่อไป

ชาวเน็ตวิจารณ์สนั่น หลังเพจ ‘ฟุตบาทไทยสไตล์’ โพสต์ภาพรถจอดแน่นทางเดิน ทำให้พื้นพัง เกะกะ ทางเท้า ล่าสุดเขตพระนคร เตรียมดำเนินการตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ (7 มี.ค.67) เพจ 'ฟุตบาทไทยสไตล์' ได้โพสต์ภาพทางเท้าบริเวณ ริมคลองโอ่งอ่าง ฝั่งหลังโรงแรมมิราม่า ในพื้นที่ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ที่เพิ่งปูพื้นใหม่ได้ไม่ถึง 5 เดือน แต่ปัจจุบันกลายเป็นที่จอดรถของประชาชนไปแล้ว โดยทางเพจระบุข้อความว่า "ฝากเรื่องหน่อยครับ ริมคลองโอ่งอ่าง ฝั่งหลังโรงแรมมิราม่า เพิ่งปูพื้นใหม่ได้ไม่ถึง 5 เดือน ก็ทำเป็นที่จอดรถไปแล้ว เคยลองไปเดินเหมือนกระเบื้องบางแผ่นจะหลุดร่อนแล้วด้วยครับ "

จากนั้น 'สำนักงานเขตพระนคร' ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าว ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในโพสต์ว่า “ได้จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทศกิจเข้าดำเนินการ ตั้งแผงเหล็กติดป้ายประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือ มิให้จอดรถบริเวณทางเท้าริมคลองโอ่งอ่าง และติดประกาศแจ้งข้อกฎหมาย กับเจ้าของรถยนต์ที่จอดรถบริเวณดังกล่าวได้รับทราบแล้ว ทั้งนี้หากมีการฝ่าฝืนจักได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป”

นอกจากนี้ มีชาวเน็ตแห่คอมเมนต์วิจารณ์ถึงผู้ที่นำรถมาจอดเป็นจำนวนมากเช่น 
สิ่งที่แก้ไขยากก็คือสันดานที่ชอบเอาเปรียบสังคม

ปัญหาคือมีรถแล้วไม่มีที่จอดเลยมาเบียดเบียนที่สาธารณะ 

สมควรเอาเสากั้นนะครับ กันรถมักง่ายที่ไม่อยากเสียค่าจอดริมคลอง 

ริมคลองน้ำใสสะอาดมากๆครับ ทางเขตควรดูแล เป็นต้น

‘บาส-ปอป้อ’ รวมพลัง ตบลูกขนไก่ เอาชนะ นักตบจีน 2-1 เกม เน้นความอดทน-แน่นอน สร้างความสะใจ ให้ชาวไทย

เมื่อวานนี้ (8 มี.ค.67) การแข่งขันแบดมินตันรายการ โยเน็กซ์ เฟรนช์ โอเพ่น 2024 ทัวร์นาเมนต์ระดับเวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 750 ชิงเงินรางวัลรวม 850,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 30,600,000 บาท ที่อาดิดาส อารีน่า ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นการแข่งขันในรอบก่อนรองชนะเลิศ

ประเภทคู่ผสม รอบก่อนรองชนะเลิศ 'บาส' เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ 'ปอป้อ' ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คู่มือวางอันดับ 6 ของรายการ คู่มืออันดับ 6 ของโลก พบกับ เจิ้ง ซีเว่ย กับ หวง หย่าเฉียง คู่มืออันดับ 1 ของโลกจากจีน 

เกมแรก คู่ เจิ้ง ซีเว่ย กับ หวง หย่าเฉียง เป็นฝ่ายที่คุมเกมและวางเกมได้เหนือกว่าเอาชนะไปได้ก่อน 21-15 จากนั้น เกมสอง บาส กับ ปอป้อ แก้เกมการเล่นและเปลี่ยนจังหวะเกมได้อย่างยอดเยี่ยม เอาชนะไปได้ที่ 21-16 เกมตัดสิน ทั้งสองฝั่งเปิดเกมแลกกันอย่างสุสีแต้มต่อแต้ม แล้วเป็นคู่บาส กับ ปอป้อ เอาชนะไปได้ในที่สุดที่ 26-24 ทำให้เอาชนะไปได้ 2-1 เกม 'บาส' เดชาพล กับ 'ปอป้อ' ทรัพย์สิรี ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปรอพบผู้ชนะหว่าง แช ยูจุง กับ โซว ซอนแจ คู่มือวางอันดับ 3 ของรายการ คู่มืออันดับ 3 ของโลกจากเกาหลีใต้ หรือ ทอม กีเซล กับ เดลฟิน แดร์รูร์ คู่มืออันดับ 13 ของโลกจากฝรั่งเศส 

ด้าน ประเภทชายเดี่ยว รอบก่อนรองชนะเลิศ 'วิว' กุลวุฒิ วิทิตศานต์ มือวางอันดับ 8 ของรายการ มืออันดับ 8 ของโลก พบกับ หวัง ซื่อเว่ย มืออันดับ 27 ของโลกจากไต้หวัน 

เกมแรก วิว กุลวุฒิ เป็นฝ่ายควบคุมเกมได้เหนียวแน่น ตลอดถึงแม้ช่วงปลายเกมแรกมีสะดุดบ้างแต่สามารถปิดเกมแรกไปได้ที่ 21-18 แล้วในเกมที่สอง วิว กุลวุฒิ มาโชว์พลังแกร่งและอาศัยความนิ่งที่แน่นอนกว่ามาปิดแมตช์เอาชนะไปอีกด้วยสกอร์ 21-16 ทำให้เอาชนะไปได้ 2-0 เกม วิว กุลวุฒิ ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปรอพบผู้ชนะระหว่าง ลัคย่าห์ เซ็น มืออันดับ 19 ของโลกจากอินเดีย หรือ โลว เคียงยิว มืออันดับ 12 ของโลกจากสิงคโปร์

สนามสอบเตรียมอุดมฯ คึกคัก มีนร.เข้าสอบทะลุหมื่น หลายบ้าน มาตั้งแต่เมื่อวาน เพื่อความหวัง เปิดเส้นทางสร้างอนาคต

อ่านหนังสือทั้งปี เพื่อวันนี้วันเดียว!! 

สนามสอบแข่งขันเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ปีการศึกษา 2567 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี คึกคัก!! มีนักเรียนร่วมเข้าสอบกว่า 11,607 คน โดยบางครอบครัวได้เดินทางมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ จากทั่วทุกสารทิศ เพื่อพาบุตรหลานมาเข้าสอบ หวังเปิดเส้นทางอนาคตให้ตัวเอง

เช่นเดียวกับคุณแม่ท่านหนึ่งที่เดินทางจากจังหวัดปัตตานี พาลูกมาสอบแข่งขันในสนามระดับประเทศ และได้ให้สัมภาษณ์กับเพจอีจันว่า "หลายครอบครัวมาตั้งแต่ตี 3 บางบ้านเดินทางมาตั้งแต่เมื่อวาน ทั้งขับรถ ขึ้นเครื่อง เหนือจรดใต้ เพื่อพาลูกมาสานฝันในวันนี้...วันนี้สอบไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร ขอให้ลูกทำให้เต็มที่ แค่นี้แม่ก็ดีใจแล้ว"

ทั้งนี้ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา มีแผนรับนักเรียนประจำปีการศึกษา 2567 รวมทั้งสิ้น 1,520 คน แบ่งเป็นกลุ่มโควตาจังหวัด 306 คน กลุ่มโควตาโอลิมปิกวิชาการ 35 คน ความสามารถพิเศษและมีเงื่อนไขพิเศษ 69 คน และสอบคัดเลือกทั่วไป 1,110 คน

ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนค่ะ

ผกก.ปทุมวัน ประชุมร่วม 2 สถาบันดัง เข้มมาตรการป้องกันดูแลความปลอดภัยในงาน MOL Supermark Football Festival U-15 รอบชิงแชมป์ประเทศไทย

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 มีนาคม 2567 พ.ต.อ.อาคม ชุมพรัตน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน ร่วมประชุมหาแนวทางป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทหลังการแข่งขันกีฬาและป้องกันเหตุจากบุคคลภายนอก (มือที่สาม) ในงาน MOL Supermark Football Festival U-15 รอบชิงแชมป์ประเทศไทย โดยมีตัวแทนอาจารย์และสมาคมผู้ปกครองจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และโรงเรียนปทุมคงคา เข้าร่วมประชุมหารือ 

เนื่องจากการแข่งฟุตบอลในครั้งนี้ มีกองเชียร์จากทั้งสองสถาบันซึ่งมีทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ทั้งสองสถาบันเกรงว่าหลังจากการแข่งขันอาจเกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างกองเชียร์ จากการหารือในครั้งนี้ได้มีการพูดคุยวางแนวทางที่สำคัญ เช่น มีการประชาสัมพันธ์การรณรงค์การเชียร์อย่างสร้างสรรค์ การกำหนดเวลาการออกจากพื้นที่เมื่อเสร็จการแข่งขันของทั้งสองฝ่าย รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแข่งขัน MOL Supermark Football Festival U-15 รอบชิงแชมป์ประเทศไทย ณ สนามศุภชลาศัย สนามีฬาแห่งชาติ ในวันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม นี้ ลุลวงไปด้วยดี

ด้าน พ.ต.อ.อาคม ชุมพรัตน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน เปิดเผยว่าที่ผ่านมาตำรวจได้วางหลายมาตรการในการป้องกันเหตุทะเลาะวิวาท ในครั้งนี้ได้มีการหารือร่วมกันจากตัวแทนทั้งสองสถาบัน โดยตำรวจจะวางกำลังประจำจุด รวมทั้งร่วมการบูรณาการกับทุกฝ่ายในการดูแลความเรียบร้อยก่อนแข่งขัน ระหว่างการแข่งขัน และหลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขัน นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือจากผู้เข้าร่วมงานไม่ยั่วยุกันให้เกิดเหตุตามมา และเชียร์กีฬาอย่างสร้างสรรค์

‘ตาหลอย’ วัย 70 ปี ปลื้มสุดขีด วิ่งลงเล่นน้ำทะเล ที่เกาะช้าง เผย ประทับใจ หาดสวย-น้ำใส เกิดมาเพิ่งเคยเห็น

(9 มี.ค.67) เวลา 08.30 น. คุณตาหลอย ทาพิลา อายุ 70 ปี ชาว อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เดินทางถึงเกาะช้าง จ.ตราด แล้ว โดยสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราด เป็นเจ้าภาพในการดูแลการเดินทาง ที่พักและอาหารทั้งหมด โดยจุดแรก เจ้าหน้าที่พาตาหลอยมาเข้าที่พักเช็กอินโรงแรม มารีน่า แซน โรงแรมหรู 5 ดาว บ้านคลองสน จ.ตราด หลังจากนั้นพนักงานโรงแรมได้พานั่งรถกอล์ฟไปยังชายหาดทันที

เมื่อคุณตาหลอยลงจากรถกอล์ฟ ได้รีบเดินไปยังชายหาดด้วยท่าทางดีใจ วิ่งไปเล่นน้ำอย่างสมใจอยาก ได้เล่นน้ำตามความฝันที่ไม่เคยได้สัมผัสตั้งแต่เกิดมาจนอายุ 70 ปี ซึ่งคุณตาหลอยใช้เวลาเล่นน้ำประมาณ 15 นาทีเท่านั้น เพราะเกรงว่าจะมีอาการป่วย

คุณตาหลอยบอกความรู้สึกว่า วันนี้ได้เห็นเกาะช้าง ได้เห็นน้ำทะเล ได้เล่นน้ำทะเลอย่างที่ตั้งใจไว้ และเกินฝันที่คาดไว้ เพราะแรกตั้งเป้าหมายไว้ว่าแค่อยากจะขี่ซาเล้งมาให้เห็นแค่เกาะช้าง เห็นน้ำทะเลเท่านั้น แต่ไม่ได้ข้ามฝั่งไปเกาะช้าง แต่วันนี้ชาวตราดให้การต้อนรับและช่วยเหลืออย่างดี จนทำให้ได้มาเล่นน้ำทะเลเกาะช้างในวันนี้ ประทับใจน้ำทะเลสวยเหมือนมรกต น้ำทะเลใส ไม่มีขยะ วันนี้ต้องขอบคุณสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด ที่ดูแลที่พัก อาหาร และขอบคุณท่าเรือเฟอร์รี่เกาะช้างที่ให้นั่งเรือข้ามฟากฟรี

อย่างไรก็ตาม สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวตราดจะพาคุณตาหลอยไปบ้านสลักคอก พายเรือมาด รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านแสงอรุณ และมื้อเย็นที่โรงแรมอัยยะปุระ

หนุ่มตั้งกระทู้ถาม ‘KFC’ กินแล้วต้องเก็บถาดเองหรือไม่ ชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์กันสนั่น ควรเก็บเอง เพราะเป็นมารยาท

เมื่อวานนี้ (8 มี.ค.67) ผู้ใช้พันทิปรายหนึ่ง ได้ตั้งกระทู้ถามว่า “นั่งกิน KFC ในร้านต้องเก็บถาดอาหารเองไหมครับ” ระบุว่า “โดยปกติผมชอบทานไก่ KFC โดยปกติพนักงานจะเรียกคิวให้เราเดินไปเอาไก่เองใช่ไหมครับ แล้วทีนี้พอเราทานเสร็จเราก็ต้องเอาถาดไปเก็บเองใช่ไหมครับหรือทิ้งไว้ให้พนักงานมาเก็บ

เพราะเวลาผมมานั่งทานทีไรชอบเห็นถาดอาหารพร้อมเศษกระดูกไก่บ้างแก้วน้ำบ้างในถาด ถ้วยกระดาษบ้างวางเต็มโต๊ะไปหมดเลย ผมเลยสงสัยว่าเราต้องเก็บเองหรือวางทิ้งไว้ให้พนักงานมาเก็บ เพราะเวลาผมทานเสร็จแล้วผมเอาไปเก็บตลอด ผมทำถูกไหมครับ”

ไม่เพียงเท่านั้น เขายังโพสต์ภาพของโต๊ะที่เต็มไปด้วยถาดอาหารที่กินเสร็จแล้วบนโต๊ะที่ว่างเปล่า เป็นภาพที่ไม่น่ามองสักเท่าไหร่

หลังจากตั้งกระทู้ออกไป ก็ทำเอาชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์กันสนั่น กลายเป็นข้อถกเถียงกันว่า สรุปแล้วต้องเก็บเองหรือให้พนักงานเก็บให้

หลายคนมองว่า ต้องเก็บถาดอาหารเอง ปกติตามร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดส่วนใหญ่ ให้บริการแบบบริการตัวเอง ทั้งการเสิร์ฟและการเก็บ

รวมถึงมักจะทำถาดอาหารเป็นกระดาษ ช้อนส้อมพลาสติก ใช้ครั้งเดียวแล้วเทลงถังขยะได้เลย ไม่ต้องรอให้พนักงานมาเก็บจานไปล้างข้างหลังดังนั้น เมื่อทานอาหารเสร็จ ลูกค้าควรเอาถาดไปเททิ้งตรงถังขยะตรงจุดที่เตรียมไว้

บางส่วนก็มองว่า หากว่ากันตามมารยาทก็ควรจะเก็บเอง โดยเฉพาะในต่างประเทศที่ทานฟาสต์ฟู้ดต้องเก็บเองทุกครั้ง ถ้าไม่เก็บอาจถึงขั้นถ่ายรูปประจาน

แม้ KFC จะเคยตอบคำถามนี้เมื่อ 10 ปีก่อน บอกว่า มีพนักงานคอยบริการตรงจุดนี้ให้ แต่ปัจจุบันรูปแบบการบริการได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างชัดเจน ดังนั้น แม้จะไม่มีการประกาศหรือออกกฎชัดเจน แต่ลูกค้าก็ควรเก็บถาดเอง

‘ดร.อานนท์’ เตือนต้องสอนให้เด็ก รู้จริงก่อนวิพากษ์ มิเช่นนั้นจะสับสนระหว่าง ข้อเท็จจริง-การเดามั่ว

(9 มี.ค.67) ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับระบบการศึกษาของไทย โดยได้ระบุว่า...

ผมว่าสังคมไทยกำลังเดินมาผิดทางมาก 

โดยเฉพาะการศึกษาที่เน้นให้แสดงความคิดเห็นกันมากเหลือเกิน แทนที่จะสอนให้แสวงหาความรู้ที่ถูกต้องแม่นยำ การแสดงความเห็นเป็นของดีแต่ต้องมีความรู้แม่นยำก่อน ผมจะแสดงความเห็นเรื่องใดก็ตาม ผมต้องศึกษาจนมีความรู้ในเรื่องนั้นอย่างทะลุปรุโปร่งก่อน จึงจะกล้าแสดงความเห็น 

ผมคิดว่าการแสดงความเห็นเรื่อยเจื้อยโดยปราศจากหลักฐานหรือการวิพากษ์ความเห็นนั้น 
เราจะต้องถามกันเลยว่า 
What do you mean? 
How do you know? 
Is it true? 
Can it be explained otherwise? 

คือผมสอนหนังสือผมก็ให้เด็กแสดงความเห็นนะครับ แต่ต้องมีความรู้ก่อน แล้วผมก็ใช้ dialectical method ไล่บี้ถามไปจนสุดทางว่าความเห็นเหล่านี้มีที่มาอย่างไร อะไรทำนองนี้ 

ปัญหาคือสังคมแข่งกันแสดงความเห็น แล้วเข้าใจว่าความเห็นคือความรู้ แล้วแยกไม่ออกระหว่าง Facts กับ Conjectures 

อืม บ่นยาวเป็น Epistemology กันทีเดียวครับ หงุดหงิดทาสทองมิวสิคครับ ผมว่าสังคมมันเพี้ยนครับ

'ดร. โสฬส' รองอธิการบดี มจธ. บางขุนเทียน ต้อนรับ กระทรวงศึกษาธิการเยี่ยมชม ห้องปฏิบัติการไฟฟ้ากำลังธนบุรี ศูนย์ทดสอบสถานศึกษาแห่งแรกในอาเซียน

นายปรีดา บุญศิลป์ ประธานอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (อ.กรอ.อศ) กลุ่มอาชีพพลังงานและพลังงานทดแทน กล่าว ขอขอบคุณรศ. ดร. โสฬส สุวรรณยืน รองอธิการบดี มจธ. บางขุนเทียนและทีมงานทุกท่าน ที่ให้การต้อนรับทาง (อ.กรอ.อศ) เป็นอย่างดีและได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการทดสอบขั้นสูงเป็นศูนย์ทดสอบหม้อแปลงไฟฟ้าแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยและในกลุ่มประเทศอาเซียนเพื่อลดความสูญเสียด้านค่าใช้จ่ายในการวิเคราะห์ให้กับผู้ประกอบการและยกระดับความสามารถด้านการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของหม้อแปลงไฟฟ้าไทย สอดคล้องกับนโยบายพัฒนาประเทศ Thailand 4.0 ของทางรัฐบาลที่มุ่งเน้นในการขับเคลื่อนประเทศด้วย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ นวัตกรรม อีกด้วย 

โดย กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้ความสำคัญกับการจัดการอาชีวศึกษาร่วมกับสถานประกอบการเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของการพัฒนาประเทศ โดยการยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องและเชื่อมโยงกับสถานประกอบการ ซึ่ง อ.กรอ.อศ. เป็นภาคีเครือข่ายที่สำคัญในการจัดการอาชีวศึกษาให้มีสมรรถนะวิชาชีพ และอุปกรณ์ที่เป็น สื่อการเรียนการสอน เน้นรูปแบบการเรียนรู้สู่การปฏิบัติจริง (Learning by Doing) เพื่อสร้างสมรรถนะอาชีพและทักษะชีวิตให้ผู้สำเร็จอาชีวศึกษา มีความพร้อมเข้าสู่โลกอาชีพได้ทันต่อความต้องการกำลังคนของประเทศ หรือเป็นผู้ประกอบการได้ มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn) และเกิดผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินงานอย่างแท้จริง

"ผมขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการสร้างพลังร่วมกันในการขับเคลื่อนและพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษาให้เกิดผลสำเร็จในการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาสมรรถนะสูง ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศสู่ประเทศ ตอบสนองนโยบาย "เรียนดี มีความสุข" ต่อไป"

รศ. ดร. โสฬส สุวรรณยืน รองอธิการบดี มจธ. บางขุนเทียน ต้อนรับ ตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาและคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (อ.กรอ.อศ) กลุ่มอาชีพพลังงานและพลังงานทดแทน และได้แนะนำถึงที่มาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาเขตบางขุนเทียน ว่าจุดเริ่มต้นนั้นต้องการสร้างมจธ.วิทยาเขตบางขุนเทียนเพื่อเป็นสวนอุตสาหกรรม จึงมีการจัดตั้งแยกออกมาจากตัวของวิทยาเขตบางมด 

ในปัจจุบันนี้นอกเหนือจากการที่ทางมจธ.วิทยาเขตบางขุนเทียนได้มีความร่วมมือกับบริษัท    เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด ในส่วนของห้องปฏิบัติการไฟฟ้าธนบุรี ที่ใช้ทดสอบการทนการลัดวงจรของหม้อแปลงไฟฟ้าแล้วนั้น ทางวิทยาเขตเองยังมีศูนย์พัฒนามาตรฐานและทดสอบระบบเซลล์แสงอาทิตย์ CES Solar Cells Testing Center (CSSC) ที่เป็นศูนย์ทดสอบระบบเซลล์แสงอาทิตย์ที่ได้มาตรฐานที่สุดในประเทศไทยด้วย ซึ่งถ้าทางตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาและคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (อ.กรอ.อศ) กลุ่มอาชีพพลังงานและพลังงานทดแทน มีความสนใจที่จะเข้าเยี่ยมชมในอนาคตทางมหาวิทยาลัยก็มีความยินดี

ผศ. ดร. ศุภกิตติ์ โชติโก หัวหน้าภาคประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้กล่าวแนะนำถึงห้องปฏิบัติการไฟฟ้ากำลังธนบุรีห้องทดสอบการทนต่อการลัดวงจรของหม้อแปลงไฟฟ้าในระบบจำหน่ายที่ทำการทดสอบตามกระบวนการในมาตรฐาน IEC 60076-5 รวมถึงได้รับการรับรองจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเพื่อใช้ทดสอบหม้อแปลงไฟฟ้าซึ่งทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้มีการจัดซื้อและกำหนดให้มีการทดสอบการทนต่อการลัดวงจร โดยห้องปฏิบัติการนี้เป็นห้องปฏิบัติการแห่งเดียวในประเทศไทยที่อยู่ในมหาวิทยาลัย โดยกระบวนการทดสอบนั้นสามารถทำได้โดยการลัดวงจรขดลวดทุติยภูมิของหม้อแปลงไฟฟ้าที่จะทำการทดสอบและป้อนแรงดันพิกัดจ่อรอไว้ที่ด้านขดลวดปฐมภูมิของหม้อแปลง หลังจากนั้นก็สับสวิตช์ในตำแหน่งที่แรงดันเป็นศูนย์(zero crossing) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ทำให้เกิดกระแสลัดวงจรสูงสุด โดยกรณีที่เกิดการกระแสลัดวงจรไหลไหนหม้อแปลงนี้จะทำให้เกิดแรงทางกลขึ้น โดยแรงทางกลนี้มีการแปรผันตามค่าของ I2 ซึ่งในกรณีที่ทำการทดสอบหม้อแปลงไฟฟ้า 3 เฟสจะมีการทดสอบทั้งหมด 9 ครั้ง โดยเป็นการทดสอบแต่ละเฟส 3 ครั้ง และต้องควบคุมค่าต่างๆให้เป็นไปตามมาตรฐาน IEC 60076-5

‘ท่านอ้น’ โพสต์ภาพกินมื้อเช้า พร้อมเมนูเด็ด ‘ไข่มดแดง’ เผยได้ลิ้มลองเป็นครั้งแรกในชีวิต เพราะ เป็นคนที่เติบโตในต่างแดน

(9 มี.ค.67) หลังจากที่ 'ท่านอ้น วัชเรศร วิวัชรวงศ์' โอรสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เดินทางมายังประเทศไทยอีกครั้ง เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา

ท่านอ้น ได้เดินทางพักผ่อนในหลายๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นสยามในรอบ 10 ปี เป็นต้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มีนาคม ท่านอ้น โพสต์ภาพและข้อความลงใน “Vacharaesorn Vivacharawongse” ระบุว่า

กลับบ้านมาคราวนี้ได้ลองชิมอาหารที่แปลกใหม่สำหรับคนที่โตเมืองนอกเหมือนผม ครั้งแรกในชีวิต (42 ปี) ที่ได้ลองชิมไข่มดแดง 🐜 ใช้ได้เลยเชียว #หนุ่มอีสาน

Red ant’s eggs in my omelette for breakfast

กรมรางฯ-สถาบันวิจัย-สทร. เปิดรับสมัครกว่า 35 ตำแหน่ง เพื่อจัดเต็ม ให้บริการประชาชน-ระบบการขนส่งโลจิสติกส์

เมื่อวานนี้ (8 มี.ค.67) เพจโครงสร้างพื้นฐานประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ประกาศกรมการขนส่งทางราง เรื่องการ รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ (วุฒิปริญญาโท) และตำแหน่งวิศวกรโยธาปฏิบัติการ (วุฒิปริญญาโท) รวมทั้งเรื่องการ รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป โดยได้ระบุว่า ...

ตอนนี้ล่าสุดได้เปิดรับสมัครรวมกว่า 35 ตำแหน่งได้แก่ กรมการขนส่งทางราง 6 ตำแหน่ง

สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง 29 ตำแหน่ง ได้แก่ 
1. นักวิเคราะห์วิชาการเชี่ยวชาญ ด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ จำนวน 1 อัตรา
2. นักวิเคราะห์วิชาการเชี่ยวชาญ จำนวน 5 อัตรา
3. นักวิเคราะห์อาวุโส จำนวน 9 อัตรา
4. นักวิจัยวิชาการเชี่ยวชาญ จำนวน 2 อัตรา 
5. นักวิจัยวิชาการอาวุโส จำนวน 2 อัตรา
6. นักวิเคราะห์สารสนเทศวิชาการเชี่ยวชาญ จำนวน 1 อัตรา
7. นักวิเคราะห์สารสนเทศวิชาการอาวุโส จำนวน 1 อัตรา
8. นิติกรวิชาชีพอาวุโส จำนวน 2 อัตรา
9. นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการอาวุโส จำนวน 4 อัตรา
10. นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการอาวุโส จำนวน 1 อัตรา
11. นักทรัพยากรบุคคลวิชาชีพอาวุโส จำนวน 1 อัตรา

ซึ่งแบ่งการสมัครเป็น 3 รอบ 

'เชียงราย' ป.ป.ส.ภาค5หรือนบ.ยส.35จัด 'โครงการสัมมนาสื่อมวลชนภาคเหนือตอนบน'

เมื่อวันที่ 8 ที่ผ่านมา พล.ท.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ แม่ทัพน้อยที่3ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคเหนือหรือนบ.ยส.35 เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาสื่อมวลชนเพื่อสร้างการรับรู้การดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของสำนักงานป.ป.ส.ภาค5โดยมีผู้แทนประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงรายผู้แทนจากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยในพื้นที่ 8 จังหวัด

ภาคเหนือตอนบนตลอดจนสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานด้านมวลชนและประชาสัมพันธ์จำนวนทั้งสิ้น 50 คนเข้าโครงการการจัดโครงการในครั้งนี้เพื่อให้สื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานด้านมวลชนและประชาสัมพันธ์ได้มีความรู้ความเข้าใจนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดกฎหมายยาเสพติดอีกทั้งยังเป็นการบูรณาการช่องทางต่างๆในปารสื่อสารลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติดทั้งนี้ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคเหนือหรือนบ.ยส.35เปิดเผยว่าตั้งแต่วันที่1ตุลาคม2566ปัญหายาเสพติดค่อนข้างมีความสุขรุนอรงเนื่องจากสถิติที่เราจับกุมมีเพิ่มมากขึ้นโดยตลอดเดือนมีนาคมเฉพาะต้นเดือนมีการจับกุมได้เกือบ20บ้านเท็ดทั้งหมดเกิดจากสถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านและการผลิตยาที่ง่ายขึ่นจากการใช้สารเคมีโดยจากการติดตามสถานการณ์ด้านดารข่าวพบว่ามียาเสพติดที่รอการนำเข้ามากกว่า 70-80 ล้านเม็ด

ไอซ์ 2,000 กิโลกรัมซึ่งเป็นโจทย์ที่หน่วยงานด้านการสกัดกั้นต้องดำเนินการปราบปรามอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ยาดสพติดเหล่านี้ส่งผลกระทบกับประชาชนซึ่งด้วยเหตุนี้รัฐบาลได้จัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคเหนือนบ.ยส.35ข้นมาเพื้อให้การทำงานด้านการสกัดกั้นเกิดประสิทธิภาพโดยความรวมมือของฝ่ายทหาร ตำรวจและพลเรื่อนตามนโยบายของรัฐบาลในส่วนของความร่วมมือกับประเทศเพื่อนย้านนั้นได้มีการหารือกับแขวงไชยบุรีแขวงบ่อแก้วสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศเมียนมามาเพื่อขอความร่วมมือในการสกัดกั้นโดยเฉพาะกรณีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนทั้งนี้ฝากสื่อมวลชนและประชาชนหารพบความผิดปกติในพื้นที่ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยกันในการป้องกันปัญหายาเสพติดด้านนาย อภิกิต ฉโรจน์ประเสริฐ ผอ.ป.ป.ส.ภาค5 กล่าวอีกว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรางยุติธรรมมีเจตนารมณ์ในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลและยาเสพติดมุ่งเน้นการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีนำความปลอดภัยมาสู่ประชาชนอย่าถาวรเกิดเป็นปฎิบัติการลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติดระยะ1ปีตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลซึ่ง

ต้องอาศัยช่องทางการสื่อสารของสืรอมวลชนในการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนในวงกว้างเพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงโทษพิษภัยยาเสพติดมีความรู้เกี่ยวกับกฏหมายยาเสพติดและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติดตลอดจนทราบถึงเจตนารมณ์และความตั้งใจของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติดทั้งนี้จะนำผู้เข้าร่วมสัมมนาเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ หน่วยเรือรับษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตเชียงรายอำเภอเชียงแสนและด่านศุลกากรแม่สายเพื่อให้เห็นภาพของการดำเนินงานในมาตรการสกัดกั้นยาเสพติดและเคมีภัณฑ์ตามแนวชายแดนได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

‘สาว’ ไม่ทน!! โร่แจ้งความ ‘ลิงลพบุรี’ หลังชิงถุงของกิน แถมเสียหลักล้มจนสะโพก-เข่าหลุด เตือน!! ปชช.ให้ระวัง

(8 มี.ค.67) จากกรณีเพจ ‘จ่าไอซ์ ทัพฟ้า’ โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า “ลิงลพบุรีสุดท้ายก็เกิดกับครอบครัวผมทั้งที่ระวังสุดๆ แล้ว “ลิงตัวใหญ่กระชากของจากมือจนล้มลงสะโพกกับเข่าน่าจะหลุด” จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์นั้น

ทางผู้สื่อข่าวได้เข้าพบ น.ส.อริย์กันตา หรืออ้อม กาญจนสินเมธา อายุ 37 ปี ชาวบ้านตำบลถนนใหญ่ อำเภอเมืองลพบุรี ที่มาขายของตลาดนัดคนเดินสวนราชานุสรณ์ผู้ที่ถูกลิงทำร้ายช่วงค่ำของวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงหัวค่ำก่อนกลับบ้านได้เดินไปซื้อกับข้าว ขณะที่หิ้วของเดินกลับมาที่รถได้ถูกกระแทกกระชากอย่างแรง แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นอะไรก็มีเสียงร้องโวยวายจากชาวบ้านว่าถูกลิงตัวใหญ่ 2 ตัวเข้ามากระชากถุงของกินกับข้าวและได้ยื้อแย่งของกินจนล้มกระแทกได้รับบาดเจ็บ จนทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ได้มาช่วยนำส่งโรงพยาบาล

ทางนายประดิษฐ์ เกลี้ยงเกลา อายุ 66 ปี ได้เปิดเผยว่า เห็นลิงลพบุรีมาตั้งแต่เกิดและเห็นเหตุการณ์ได้เข้าไปช่วยไล่ลิง เล่าว่าเมื่อก่อนมันไม่เป็นเช่นนี้ลิงน่ารักไม่มากมายขนาดนี้ ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพิ่งเกิด เกิดขึ้นมานานนับไม่ถ้วนแทบทุกวันยิ่งที่มีตลาดนัดคนเดินลิงที่อาศัยอยู่ตามตึกกลางเมืองลพบุรีหลายร้อยตัวจะออกมาจ้องมองตามมุมตึกต่าง ๆ โดยอาศัยจังหวะที่คนเดินถือของกินเพลินๆ ก็จะกรูกันออกมาแย่งชิง จนเป็นเรื่องชินตา ครั้งนี้ก้าวร้าวมากคงเป็นจ่าฝูงตัวใหญ่ 2 กลุ่มที่เข้ามาแย่งกระชากจนน้องล้มบาดเจ็บ ซึ่งตนเองมองว่าคงไม่มีหน่วยงานใดทำให้ลิงลดน้อยถอยลงได้เพราะว่าแม่ลิงบางตัวอุ้มลูกน้อย 2-3 ตัว และก็ผสมพันธุ์กันออกลูกทุกวัน เจ้าหน้าที่ฯ ที่เข้ามาจับกรงใหญ่จับลิงได้แค่เพียง 2-3 ตัวจะไปลดลงได้อย่างไร โดยเรื่องนี้ถึงอดีตนายกรัฐมนตรีมาหลายคนและคนปัจจุบันก็รับปากว่าจะช่วยเหลือก็ได้แต่คอยครับ

ทางวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างข้างจุดเกิดเหตุ เล่าว่า เดี๋ยวนี้ลิงฉลาดมากไม่ได้นั่งดักรอคนตามทาง ตามซอกตึกแล้ว มันจะคอยซุ่มอยู่ใต้ท้องรถยนต์คอยวิ่งแย่งของกินจากทางด้านหลัง ส่วนวันธรรมดาที่ไม่มีตลาดนัดลิงจะอาศัยช่วงตอนเย็นแย่งของกินจากนักเรียนที่เดินอยู่ริมฟุตบาท ทุกวันลิงบริเวณนี้จะลงจากตึกมาหาของกันกินตั้งแต่เช้ามืดจนถึง 8 โมงเช้าแล้ว จะกลับไปหาหลบนอนกันที่ร่มเย็นบนตึกพอเวลาประมาณ 4 โมงเย็นช่วงนักเรียนเลิกเรียนจะออกมาหากินแย่งของกินจากเด็กนักเรียน ชาวบ้าน คนต่างถิ่น ที่จะเป็นอาหารพวกเครื่องดื่มที่เดินถือมาไม่ระวังตัว

ด้านแม่ค้าขายลอตเตอรี่ที่คลุกคลีอยู่กับลิงกลุ่มคนรักลิงลพบุรี เล่าว่า ทำไงได้ลิงเขามาอยู่ลพบุรีก่อนคนเมือง โดยที่ไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบใด ๆ เข้ามาบริหารจัดการดำเนินการแต่เนิ่น ๆ จนลิงแพร่พันธุ์เพิ่มจำนวนมากขึ้นแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม จนเกิดปัญหารบกวนชาวบ้านร้านค้า ซึ่งต้องปิดตัวลง ขายกิจการหนีลิงไปหลายราย แต่ตนมองว่าลิงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ไม่ใช่ปัญหาสำคัญอย่างหลายคนอ้าง ที่สำคัญคือหลายร้านหมดสัญญาการเช่าตึกต่างหาก จากเจ้าของขอขึ้นค่าเช่าเพราะจุดที่ลิงอยู่จำนวนมากเช่นหน้าปรางค์สามยอดเขาย้ายออกไปเพราะลิงเยอะจริง แต่เจ้าของตึกเจ้าของร้านจะมาขอขึ้นค่าเช่าจากจุดบริเวณนี้จนเขาทนไม่ไหวต่างหาก ไม่ใช่เพราะลิง เป็นเพราะค่าเช่าที่แพงลิ่วเขารับไม่ไหวย้ายหนี จนดูเหมือนเมืองร้างไป และลิงที่ตรงนี้ไม่ได้ก้าวร้าวทุกตัวขายของตรงนี้มานานกว่า 20 ปี ไม่เคยถูกลิงทำร้ายแม้แต่ครั้งเดียวจากนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบ้าน น้องอ้อม ผู้บาดเจ็บจากลิงที่เพิ่งเดินทางกลับมาจาก รพ.พระนารายณ์มหาราช  กล่าวว่า ตกใจมากไม่คิดว่าจะเกิดกับตนเอง เพราะระมัดระวังอย่างดี ครอบครัวมาขายเสื้อผ้าตลาดนัดคนเดินแทบทุกนัด ก่อนกลับบ้านเดินไปซื้อของกิน ขนม ส้มตำ เมื่อฝ่าความมืดมาจะถึงรถที่น้องชายจอดรอ ตนเองคล้ายถูกกระแทก กระชาก คิดว่าถูกชิงทรัพย์ แต่ที่ไหนได้ลิงตัวใหญ่ 2 ตัว รุมกระชากของกิน ซึ่งดูมีพละกำลังมากจนตนเองล้มไม่เป็นท่า ก่อนที่หลายคนจะเข้ามาช่วยเหลือ โดยลิงอาศัยจังหวะความเร็วแย่งของกินไปจนหมดทุกห่อ ก่อนที่กู้ภัยฯ จะเข้ามาช่วยเหลือส่ง รพ.

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าต่อไปจะทำอย่างไร และมีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือบ้าง น้องอ้อม น้องไอซ์ ซึ่งเป็นน้องชายและเป็นคนโพสต์ลงโซเชียล กล่าวว่า ต่อก็ต้องระวังตัวกันมากขึ้นทุกคน ความก้าวร้าวของลิงจุดนี้นับวันยิ่งอันตราย อยากจะไปแจ้งความไว้เพื่อเป็นหลักฐานแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นแจ้งอย่างไรเพราะเขาเป็นลิง ส่วนความรับผิดชอบไม่ต้องพูดถึงไม่รู้ว่าจะไปร้องเรียกเอาผิด เอาความกับใคร จึงอยากจะฝากเตือนพี่น้องประชาชนคนเดินตลาดนัดวันพุธและทุก ๆ วันให้ระมัดระวังการแย่งชิงของกินจากลิง ที่นับวันยิ่งดุร้าย ก้าวร้าวมากขึ้น อาจเกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนระอุ ประกอบกับเขาหิวโซเพราะไม่มีจุดให้อาหาร เขาก็ต้องออกมาหากิน ส่วนตัวเองต้องพักรักษาตัวไปก่อนตามหมอสั่งอีก 15 วัน

ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘จ่าไอซ์ ทัพฟ้า’ โพสต์ข้อความระบุว่า “นี่เรามาถึงจุดที่ต้องแจ้งความลิงกันแล้วเหรอเนี่ย โถชีวิต”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top