Wednesday, 15 July 2026
NEWS

'รศ.ดร.นงนุช' เผย!! รายละเอียดบนใบปริญญาบัตร แบบไหนเรียก 'ปริญญาบัตร' แบบไหนเรียก 'ใบรับรองวุฒิฯ'

(13 ก.ค.67) รศ.ดร.นงนุช ตันติสันติวงศ์ นักวิชาการด้านเศรษฐกิจ การเงินและการคลังและภาษี มหาวิทยาลัยนอตทิงแฮม เทรนต์ ประเทศอังกฤษ และ Visiting Academic, School of Electronics & Computer Science, University of Southampton ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

PhD = DPhil = Doctor of Philosophy หมายถึง ปริญญาเอก เนื่องจากการทำปริญญาเอก คือ การเรียนรู้การทำวิจัยอย่างเป็นระบบที่สร้างความรู้ใหม่ให้กับสาขาวิชาที่มีความเป็น general & fundamental (philosophy) ค่ะ 

ปกติแล้วจะต้องตามด้วยคำว่า in..... เช่น PhD in Economics, DPhil in Economics เพื่อจะบอกว่าเป็นการสร้างหลักความรู้ใหม่ในสาขาวิชาไหน 

ปริญญาเอกของบางหลักสูตร จะใช้คำว่า Doctor of โดยไม่มีคำว่า Philosophy แต่ใส่สาขาวิชาเลย เช่น DBA = Doctor of Business Administration 

Doctorate/Doctoral Degree เป็นคำเรียกระดับปริญญาเอก ที่ใช้ในประโยคที่จะบอกว่าเราจบปริญญาเอกนะ แต่ในใบปริญญา ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ เราจะไม่ใช้ Doctorate of .... ค่ะ

📌 สรุป 1 👩‍🎓 ใบปริญญาปกติจะใช้คำว่า PhD in ... , DPhil in ... หรือ Doctor of ....   

มาต่อในเรื่องของคำอธิบายบนใบปริญญา

ถ้าเป็นของฝั่งอังกฤษ ใบปริญญาจะเขียนสั้นๆ ไม่ต้องบรรยายอะไรมากมาย และไม่ต้องให้กระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษรับรองอะไร เพราะมหาวิทยาลัยไม่ได้ถูกกำกับโดยกระทรวงการต่างประเทศค่ะ 

มหาวิทยาลัยที่จดทะเบียนถูกต้องมีศักดิ์และสิทธิ์ในการออกใบปริญญาบัตรให้กับผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอย่างถูกต้องตามเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย โดยการกำหนดเกณฑ์การสำเร็จการศึกษาของหลักสูตรต้องผ่านกระบวนการตาม requirement ของ HIgher Education Academy

แต่ถ้าเป็นของฝั่งอเมริกา อาจจะมีเขียนคำบรรยาย certify (รับรอง) ว่าผู้ถือใบปริญญามีคุณสมบัติครบถ้วน (qualify หรือ satisfy the requirement) หรือประโยคที่แสดงถึงการมอบปริญญาเมื่อจบการศึกษา (admitted to, conferred upon)

คำบรรยายในปริญญาบัตร (degree certificate) ที่มีการมอบให้หลังสำเร็จการศึกษาที่สถาบันการศึกษาจะไม่ใช้คำว่าเทียบเท่า (Equivalence) หรือตรวจสอบความถูกต้อง (Validate) ค่ะ 

เช่น equivalency degree แปลตรงตัว คือ วุฒิเทียบเท่า และแม้จะตามมาด้วยว่าจบหลักสูตรอะไร … กระดาษใบนั้นเราไม่เรียกปริญญาบัตรค่ะ เราเรียกมันว่าใบรับรองวุฒิเทียบเท่า (equivalency degree certificate)

📌 สรุป 2 🎓 การที่ใช้คำว่าเทียบเท่าหรือตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่นำมาเทียบเท่าในใบประกาศ แปลตรงๆ ก็คือว่า ไม่ได้มีการศึกษาจริง ณ สถาบันการศึกษานะคะ แต่เป็นเอาเอกสารหลักฐานใดๆ ตามแต่กำหนดมาให้ดู มีครบ ก็เอาใบรับรองนี่ไป

คราวนี้มาถึงคำว่า 'ศาสตราจารย์'

ในต่างประเทศ "ศาสตราจารย์" หรือ 'professor' เป็นตำแหน่งงานในมหาวิทยาลัยค่ะ ต้องมีสถานะเป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัย และต้องมีผลงานวิจัยที่มีคุณภาพในปริมาณที่มากพอและมี contribution ให้กับสาขาวิชา

ผลงานตีพิมพ์เป็นหนึ่งในหลายๆ เกณฑ์ ที่ทำให้อาจารย์ได้ปรับตำแหน่งจาก Lecturer ไปเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ Assistant Professor และจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ไปเป็นรองศาสตราจารย์ Associate Professor และต่อไปเป็นศาสตราจารย์ Professor ก่อนจะขึ้นไปจุดสูงสุดที่ตำแหน่ง Chair 

📌 สรุป 3 👩🏻‍🏫 ตำแหน่ง Professor หรือศาสตราจารย์ ในต่างประเทศจึงไม่ใช่ตำแหน่งวิชาการที่แจกให้กับคนจบปริญญาเอกทุกคนนะคะ แต่เป็นตำแหน่งงานที่ต้องใช้ประสบการณ์ทำงานนับสิบปี และมีผลงานวิจัยเป็นหลักสิบชิ้น (ไม่ใช่หลักหน่วยค่ะ) แถมยังต้องมีผลงานวิจัยที่ได้รับเงินสนับสนุนงบวิจัย มีงานตีพิมพ์ที่อ้างอิงงานวิจัยของเรา และมีประสบการณ์ด้านการบริหารไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียนการสอนหรือการทำวิจัย

++++ ตอนแรกก็ว่าจะไม่เขียน แต่ก็ถือว่าบันทึกไว้ เผื่อมีใครสงสัย

‘เคทีซี’ จัดกิจกรรม พี่ KTC Coop ส่งภาษามือจูงน้องเรียนรู้มรดกเหนือกาลเวลา ดาวินี อะไลฟ์!! ให้กับน้องพิการทางการได้ยิน ที่รร.เศรษฐเสถียร

(13 ก.ค.67) ‘เคทีซี’ หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท ไลฟ์ อิมแพค อีเว้นท์ จัดกิจกรรม  "พี่  KTC Coop ส่งภาษามือจูงน้องเรียนรู้มรดกเหนือกาลเวลาของ ดาวินชี อะไลฟ์” ณ ไอคอนสยาม ให้กับน้องๆ ที่บกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถัมภ์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 - 6 เพื่อเปิดประสบการณ์นอกห้องเรียน โดยมีนิสิต นักศึกษาโครงการ KTC Coop ร่วมเป็นพี่เลี้ยงดูแลน้องๆ ตลอดกิจกรรม

นางสาวปิยะสุดา แคว้นนนทรีย์ ผู้บริหารสูงสุด สายงานทรัพยากรบุคคล ‘เคทีซี’ หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หนึ่งในนโยบายการทำการพัฒนาที่ยั่งยืน (SD) ของเคทีซีคือการให้โอกาสทางการศึกษา และร่วมพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยให้มีคุณภาพในด้านต่างๆ อย่างไม่มีขีดจำกัด เพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคมไทยอย่างยั่งยืน เคทีซีจึงได้ร่วมมือกับ บริษัท ไลฟ์ อิมแพค อีเว้นท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรของเคทีซี จัดกิจกรรม "พี่ KTC Coop ส่งภาษามือจูงน้องเรียนรู้มรดกเหนือกาลเวลาของ ดาวินชี อะไลฟ์” ณ ไอคอนสยาม ให้กับน้องๆ ที่บกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนเศรษฐ-เสถียรในพระราชูปถัมภ์ 

โดยมุ่งหมายให้น้องๆ ได้เปิดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านมรดกเหนือกาลเวลาของเลโอนาร์โด ดาวินชี อัจฉริยะก่อนกาล 500 ปี เจ้าของผลงานชิ้นเอกระดับโลกอย่างภาพวาด Mona Lisa และ The Last Supper รวมทั้งเป็นนักประดิษฐ์ นักออกแบบ นักดนตรี นักคณิตศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ จนได้ชื่อว่าเป็น ‘พหูสูต’ แห่งยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา (Renaissance) และได้รับการยอมรับว่าเป็นอัจฉริยะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก ชมผลงานที่ประสบความสำเร็จของเลโอนาร์โด ชีวิตและความฉลาดของอัจฉริยะที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้ ในด้านวิทยาศาสตร์ ความคิดสร้างสรรค์ และความคิดเชิงเทคนิค ในผลงานชิ้นเอก สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ตำราโบราณ และภาพวาดของปรมาจารย์ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา อิทธิพลของเลโอนาร์โดที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ ศิลปะ วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ แสด’ให้เห็นถึงวิธีการค้นพบการประดิษฐ์ในรูปแบบใหม่ๆ และข้อสงสัยเกี่ยวกับโลกที่อยู่รอบตัวเรา ซึ่งในกิจกรรมครั้งนี้จะมีพี่ๆ นิสิต นักศึกษาโครงการ KTC Coop ร่วมเป็นพี่เลี้ยงดูแลน้องๆ ตลอดกิจกรรม

KTC COOP (KTC Cooperative Program) คือ โครงการที่เคทีซีเข้าร่วมกับโครงการสหกิจศึกษาของมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาจากหลายสาขาวิชาเข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์และฝึกปฏิบัติงานกับทีมงานมืออาชีพทางด้านธุรกิจการเงิน โครงการ KTC COOP เริ่มต้นในปี 2566 และมีนักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการ 

ทั้งภาคภาษาไทยและนานาชาติกว่า 100 คน นอกจากนิสิตและนักศึกษาในโครงการ KTC COOP จะได้มีโอกาสปฏิบัติงานจริงเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์แล้ว เคทีซียังมุ่งพัฒนาคนรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกการทำงานอย่างมั่นคง ด้วยการจัดหลักสูตรฝึกอบรมและกิจกรรมต่างๆ เพื่อเสริมสร้างทักษะความสามารถเชิงสมรรถนะ (Soft Skill) รวมทั้งจัดหลักสูตรอบรมเทคนิคการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์งาน เพื่อเตรียมน้องให้พร้อมสู่โลกการทำงานหลังจากจบโครงการ นอกจากนี้ยังมีโอกาสเข้าร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ของบริษัทอีกด้วย

‘อ.นิด้า’ ชี้!! มีคนชอบไปซื้อหา ‘ปริญญาปลอม’ อุปโลกน์ตัวเอง ทั้งที่ไม่ได้มีคุณภาพเป็น ‘ดอกเตอร์’

(13 ก.ค.67) ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘ปริญญาปลอม’ โดยได้ระบุว่า …

ปริญญาปลอม คำนำหน้าปลอม ค่านิยมปลอมๆ ของสังคมไทย

ผศ.ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง
สาขาวิชาปัญญาและการวิเคราะห์ธุรกิจ
สาขาวิชาสถิติศาสตร์
สาขาวิชาพลเมืองวิทยาการข้อมูล 
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

ปัญหาเรื่องวุฒิการศึกษาปลอม คำนำหน้าปลอมในสังคมไทยนี้ เป็นมานาน ชอบไปหาซื้อปริญญาปลอม อุปโลกน์คำนำหน้าปลอมให้ตัวเอง 

เลยทำให้มหาวิทยาลัยห้องแถวในอเมริกา หลอกขายปริญญาคนมีเงินกันได้ ก็เพราะคนไทยหูตาแหกชื่นชมคำว่าดอกเตอร์กันจนไม่ลืมหูลืมตา 

จริงๆ คุณภาพดอกเตอร์นั้นมันก็แตกต่างกันมากเหลือเกิน ที่จบปริญญาเอกจริงๆ ไม่ได้คุณภาพก็มีมาก ไม่อยากจะบรรยายให้ฟังครับ ค่านิยมปลอมๆ บ้าปริญญาทำให้ขายใบปริญญาปลอมได้

อย่าง California University อะไรนี่เป็นมหาวิทยาลัยห้องแถวโนเนมในสหรัฐอเมริกา แต่คนไทยก็ไม่รู้เรื่อง สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนเองก็ไม่รับรอง แต่ก็ยังมีคนไทยไปซื้อปริญญาเอกเสกได้ด้วยเงินจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้

มหาวิทยาลัยในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกานั้นมีมาก แต่กลุ่ม University of California นั้นเป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยใหญ่สุดในรัฐแคลิฟอร์เนีย มีนับ 10 วิทยาเขตหรือ Campus แล้วก็มีชื่อเสียงกันไปคนละทาง

University of California, Berkeley นี่ดังทางวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์
University of California, San Francisco นี่ดังทางการแพทย์และสาธารณสุข
University of California, Davis นี่ดังด้านการเกษตรและชีววิทยา 
University of California, Los Angeles นี่ดังทางสังคมศาสตร์และวิทยาศาสตร์หลายด้าน เช่นด้าน ภาพยนตร์ การละคร animation คอมพิวเตอร์กราฟิค บริหารธุรกิจก็ดัง เรียกย่อๆ ว่า UCLA 

กลุ่มมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย คือ California State University ก็เป็นกลุ่มมหาวิทยาลัยใหญ่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เช่นกัน ก็มีหลายสิบแคมปัส กระจายไปทั่วรัฐแคลิฟอร์เนีย 

ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ยังมี Stanford University ที่โด่งดังมากเช่นกันครับ ส่วน California University นั้นแม้แต่คนอเมริกันก็ยังไม่รู้จักและไม่เคยได้ยินชื่อครับ

จบเรื่องปริญญาปลอม มาเรื่อง คำนำหน้าปลอมกันบ้าง

ศาสตราจารย์ปลอม  หม่อมราชวงศ์ปลอม  ปลอมเป็นเจ้านายก็มีครับ แอบอ้างเบื้องสูงก็มีครับ พวกนี้ต้องเจอคุกเสียบ้างครับ มาตรา 112 นี่แหละครับ บางคดีอ้างแอบอ้างเฉยว่าเจ้านายจะทรงค้าทองคำ! 

นายพลปลอม ตำรวจ ทหาร ปลอม อ้างเพื่อรีดไถ ก็มีครับ มีเยอะครับ มีทั้งที่อุปโลกน์เองเพื่อความโก้เก๋ และมีที่อุปโลกน์เพื่อหลอกลวงตบทรัพย์ เป็นมิจฉาชีพก็มีครับ 

ทั้งหมดนี้เกิดจากค่านิยมปลอมๆ เปลือก ในสังคมไทยนี่แหละครับ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติสรุปผลการจับกุมการลักลอบเล่นพนันทั้งออนไลน์และออนไซต์ ช่วงแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 ตั้งแต่เริ่มแข่งขัน จับ 224 เว็บไซต์ ผู้ต้องหาทั้งออนไลน์และออนไซต์เกือบ 4,000 คน 

วันนี้ (13 กรกฎาคม 2567) พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร 2024 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันในทุกมิติ ตลอดห้วงการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 17 หรือฟุตบอลยูโร 2024 ซึ่งมีขึ้นระหว่างในวันที่ 14 มิถุนายน ถึง 14 กรกฎาคม 2567 

ผลการจับกุมการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร 2024 ทั่วประเทศ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 5 - 11 กรกฎาคม 2567 จับกุมผู้ต้องหารวม 666 คน แบ่งเป็น
1. การจับกุมการพนันออนไซต์ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 462 คน แบ่งเป็น เจ้ามือ 5 คน , ผู้เล่น 456 คน , คนเดินโพย 1 คน เงินหมุนเวียน 48,013 บาท 
2. การจับกุมการพนันออนไลน์ สามารถจับกุมได้ 59 เว็บไซต์ ผู้ต้องหารวม 204 คน แบ่งเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน 54 คน , ผู้เล่น 150 คน เงินหมุนเวียนในระบบ 540,439,319 บาท

ภาพรวมสถิติการจับกุมการพนันออนไลน์และออนไซต์ ตั้งแต่เปิดศูนย์ฯ วันที่ 14 มิถุนายน ถึง 11 กรกฎาคม 2567 มีผลการจับกุมผู้ต้องหา รวม 3,863 คน แบ่งเป็น
1. การจับกุมการพนันออนไซต์ 3,017 คน แบ่งเป็น เจ้ามือ 50 คน , ผู้เล่น 2,944 คน , คนเดินโพย 23 คน เงินหมุนเวียน 443,655 บาท 
2. การจับกุมพนันออนไลน์ 224 เว็บไซต์ ผู้ต้องหารวม 846 คน แบ่งเป็น ผู้จัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ 145 คน , ผู้เล่น 701 คน เงินหมุนเวียนในระบบ 2,465,209,989 บาท โดยล่าสุดกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เปิดปฎิบัติการ ทลาย 3 เครือข่ายเว็บพนันฟุตบอลยูโรรายใหญ่ พบเงินหมุนเวียนเดือนละกว่า 130 ล้านบาท

พล.ต.ท.อัคราเดชฯ กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 ซึ่งจะมีการชิงชนะเลิศในวันที่ 14 กรกฎาคมนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลยูโร 2024 เดินหน้าปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทั้งออนไลน์และออนไซต์อย่างต่อเนื่อง ย้ำการพนันฟุตบอลมีความผิดตามกฎหมายในหลายมาตรา ทั้งผู้จัดให้มีการเล่นการพนัน ผู้เล่นพนัน และผู้โฆษณาชักชวน มีโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ

"พัชรวาท" สั่งสร้างเครือข่ายชาวต่างชาติช่วยงานอุทยานฯ ดึงตำรวจท่องเที่ยวร่วมอบรมเพื่อดูแลนักท่องเที่ยว

วันที่ 12 กรกฎาคม 2567 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นประธานในพิธีปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อสร้างเครือข่ายสนับสนุนงานอุทยานแห่งชาติ รุ่นที่ 1 และพิธีมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ โดยมี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ นางอภินันท์ ขอพร ผู้อำนวยการส่วนกู้ภัยอุทยานแห่งชาติ นายเพิ่มศักดิ์ คงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) ร่วมด้วย และได้รับเกียรติจาก พ.ต.อ.อรรถพล สุดสาย ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการท่องเที่ยว 3 ร่วมบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ การอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว นายสรรเพ็ชญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ นายตรรก ศิริวรรณ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยเครือข่ายชาวไทย และชาวต่างชาติ ได้แก่ ประเทศฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา
อิงแลนด์ เบลเยี่ยม กรีซ อินเดีย รัสเซีย ปากีสถาน แคนาดา เดนมาร์ก โคลัมเบีย และเมียนมาร์ ที่มีความพร้อมและมีความสนใจในการสนับสนุนงานอุทยานแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมระหว่างวันที่ 11 - 12 กรกฎาคม 2567 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ภูพาโน รีสอร์ท กระบี่ จังหวัดกระบี่

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายและสั่งการให้กรมอุทยานฯ สร้างเครือข่ายสนับสนุนงานอุทยานแห่งชาติให้เข้มแข็ง เนื่องจากในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติกว่า 3.7 ล้านคน เมื่อมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เกิดอุบัติเหตุหรือภัยธรรมชาติต่าง ๆ ที่ไม่สามารถควบคุมได้ อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นในการตัดสินใจในการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ

อุปสรรคสำคัญที่พบมาก คือ การสื่อสาร กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ดังนั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องดังกล่าว จึงต้องสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยกรมอุทยานฯ ได้ประสานตำรวจท่องเที่ยวเพื่อยกระดับความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือและบูรณาการร่วมกันกับทุกภาคส่วน จึงได้จัดทำโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อสร้างเครือข่ายสนับสนุนงานอุทยานแห่งชาติ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายสนับสนุนงานอุทยานแห่งชาติ โดยมีกิจกรรมประกอบด้วย ภาคบรรยายและภาคปฏิบัติ เกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติในประเทศไทย กฎ ระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวและนันทนาการในอุทยานแห่งชาติ การเกิดปะการังฟอกขาวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเล การปฐมพยาบาลฉุกเฉินบริเวณพื้นที่ชายฝั่ง การกู้ชีพ กู้ภัย ในอุทยานแห่งชาติ การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR & AED) และการสร้างเครือข่ายสนับสนุนงานอุทยานแห่งชาติ การแบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์งานด้านการสร้างเครือข่ายสนับสนุนงานอุทยานแห่งชาติ โดยได้รับการสนับสนุนวิทยากรผู้มีความรู้ความสามารถจากสำนักอุทยานแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช (ไสใหญ่) โรงพยาบาลกรุงเทพปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่ปรึกษาอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

‘แท็กซี่ร้อยเอ็ด’ เก็บเงินครึ่งล้านได้ ประสานส่งคืนเจ้าของชาวซาอุฯ เผย ไม่เคยคิดจะเอาไว้ เพราะต้องการซื่อสัตย์ต่ออาชีพตนเอง

(12 ก.ค. 67) ที่สถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.FM91 ดร.ไจตนย์ ศรีวังพล ผู้ร่วมดำเนินงานสถานีวิทยุ สวพ.FM91 นายสกล ถาวรกาญจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายสื่อสารองค์กร น.ส.พิชญา อังคทะวานิช ผอ.ฝ่ายรายการ พร้อมด้วย น.ส.จิตต์ผ่องใส ศรีวังพล ผอ.ฝ่ายทรัพยากรบุคคลเเละจิตอาสาสัมพันธ์ ร่วมเป็นสักขีพยานส่งมอบเงินสกุลต่างชาติ มูลค่ารวม 566,127 บาท คืนเจ้าของชาวซาอุดีอาระเบีย หลังลืมไว้บนรถแท็กซี่

สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ นายเสน่ห์ ไชยคาม อายุ 56 ปี ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ สีเขียวเหลือง มฎ-970 กทม. โทรมาแจ้งผ่านโทร 1644 สวพ.FM91 ว่า มีผู้โดยสารลืมกระเป๋าถือสีดำไว้บนรถ ภายในกระเป๋า มีเงินสกุลต่างชาติจำนวนมาก แต่ไม่กล้าเปิดดู

จากนั้นจึงเดินทางเข้ามาที่ สวพ.FM91 เพื่อให้ช่วยตรวจนับทรัพย์สิน ประกาศตามหาเจ้าของ และให้ช่วยประสานส่งคืนทรัพย์สินที่เก็บได้ เป็นกระเป๋าถือสีดำ เป็นลักษณะช่องซิป 2 ช่อง มีปากกา สมุดโน๊ต นามบัตรระบุชื่อ Mr.Ibrahem M.Al Dossary หลังจากตรวจนับ

พบว่า มีเงิน 1,885 เดอร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเงินดอลลาร์ 15,094 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทย ประมาณ 566,127 บาท คาดว่าจะเป็นของผู้โดยสารที่รับมาจากถนนรัชดาภิเษก ระหว่างซอยรัชดาภิเษก 24-26 จะไปมาบุญครอง แต่รถติด จึงขอลงที่สยามสเเควร์ เวลาประมาณ 15.30 น

แท็กซี่พลเมืองดี เปิดเผยว่า หลังจากที่ผู้โดยสารลงไปแล้ว ก็ขับรถออกไปต่อ พอจังหวะรถติดไฟแดง ได้หันกลับไปดูหลังรถ เห็นมีกระเป๋าสีดำ ตกอยู่ที่พื้น บริเวณหลังเบาะคนขับ ตอนแรกไม่กล้าเปิด แต่พอเปิดมาดู รู้สึกตกใจมาก ไม่เคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้มาก่อน ไม่กล้าตรวจสอบข้างใน

นึกถึง สวพ.FM91 จึงรีบโทรมาแจ้ง ให้ช่วยประกาศตามหาเจ้าของ และนำเข้ามาฝากไว้ “ไม่เคยคิดจะเก็บเงินไว้เอง อยากส่งคืนเจ้าของ เงินนี้ไม่ใช่ของเรา เราต้องซื่อสัตย์ต่ออาชีพของเรา”

หลังจากได้รับแจ้งจากแท็กซี่คนดี ทางทีมงานสถานีวิทยุสวพ.FM91 ได้ประกาศตามหาเจ้าของ ขณะเดียวกันได้ประสานงาน ไปทางสน.ปทุมวัน เจ้าของพื้นที่ด้วย จึงทราบว่ามี ชาวซาอุดีอาระเบีย เข้าไปแจ้งความลืมเงินไว้พอดี จึงได้มีการประสานงานนัดหมายส่งคืน

ด้าน นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย เจ้าของเงินเปิดเผยว่า รู้สึกปลื้มใจมาก ๆ ที่รู้ว่าจะได้เงินคืน เนื่องจากตนเองมีแล็ปทางการแพทย์ และได้เตรียมเงินมาซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ในงานนิทรรศการเกี่ยวกับเครื่องมือทางการแพทย์ในประเทศไทย หลังจากลืมกระเป๋าไว้บนรถแท็กซี่

ได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สน.ปทุมวัน จากนั้นจึงเข้าพักที่โรงแรมย่านสุขุมวิท ต่อมาได้รับการติตต่อกลับว่า มีแท็กซี่เก็บกระเป๋าเงินได้ และนำมาฝากไว้ที่สวพ.FM91 เพื่อประกาศตามหาเจ้าของ “ดีใจมาก ที่รู้ว่ามีแท็กซี่คนดี เก็บของได้และพร้อมจะส่งคืน จึงขอชมเชยและขอบคุณ ตำรวจ แท็กซี่ และสวพ.FM91 ที่ประสานส่งคืนให้ ประทับใจมาก”

ทั้งนี้ เจ้าของเงินดังกล่าว ได้มอบสินน้ำใจ ให้กับแท็กซี่ จำนวน 10,000 บาท เพื่อเป็นการขอบคุณและชื่นชมในความซื่อสัตย์ของแท็กซี่คนดี

อึ้ง!! ‘ไฟแนนซ์’ ยึด ‘รถบรรทุก’ สูงเป็นประวัติการณ์ แค่ที่เดียว จากหลักร้อย ทะยานสู่ 3,000 คัน

จากกรณีโลกโซเชียลกระหน่ำแชร์ภาพลานจอดรถที่มีรถถูกไฟแนนซ์ยึดเต็มลาน สะท้อนให้เห็นถึงสภาพเศรษฐกิจครัวเรือนในห้วงปัจจุบันอย่างชัดเจน 

ล่าสุด (12 ก.ค. 67) นายสิทธิศักดิ์ มหาสิทธิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการตลาด บจก.สยามอินเตอร์การประมูล เปิดเผยในรายการ ‘เรื่องเด่นเย็นนี้’ ว่า จากการที่ปรึกษาพี่ ๆ น้อง ๆ วงการไฟแนนซ์รถมือสองทั้งหมด เราก็มองว่าปีที่แล้วว่าหนักแล้ว ปีนี้หนักกว่า ปีหน้าอาจจะทรง ๆ ตนว่าจากนี้ไปอีกประมาณ 3-4 ปี ถึงจะเริ่มกลับมาดีขึ้น อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานภาครัฐด้วยว่าจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร เพราะว่าหนี้เสียเยอะมากเลย การที่ปีนี้มีรถทะลักเข้ามาเยอะ หนี้เสียเยอะตามที่เราเห็น คนเดือดร้อนเยอะ กิจการปิดตัวเยอะ เพราะว่าโครงการช่วยเหลือคนตอนโควิด (พักหนี้) ได้หมดโครงการไปเมื่อปีที่แล้ว มันก็เลยมาบวม ณ ปีนี้

นอกจากนี้ยังพบว่า ปีที่แล้วมีรถถูกยึดราว 350,000 คัน และปีนี้ก็คาดจะอยู่ที่ 300,000 คัน จากสถานการณ์ปกติ จะอยู่ที่ 200,000-250,000 คันต่อปี เรียกว่าเพิ่มขึ้น 30-40% เลยทีเดียว และ 80 ถึง 90% เป็นรถที่ถูกยึดมาจากสถาบันการเงิน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถบ้าน 

และในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มีการยึดรถจำนวนมากเป็นประวัติการณ์จนแทบล้นลานประมูล เปิดบริษัทมา 20 ปีเพิ่งจะเคยเห็น โดยส่วนมากเป็นรถที่ถูกสถาบันทางการเงินยึด และรถที่ถูกยึดในสต๊อกเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก จากที่กลุ่มรถบรรทุกเคยถูกยึดหลักร้อยคัน วันนี้เฉพาะที่สยามอินเตอร์การประมูลมีรถบรรทุกถูกยึดมากถึง 3,000 คัน นับว่าสูงที่สุดในประเทศไทย และคาดว่าจะมีรถถูกยึดเพิ่มอีกเรื่อย ๆ เพราะว่าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว 

'ดร.ธรณ์' หวั่น!! ผลกระทบ 'ปลาหมอคางดำ' กระจายสู่แหล่งน้ำอื่น ยิ่งแพร่ยิ่งเกินควบคุม

(12 ก.ค.67) ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศน์ทางทะเล และรองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กโดยระบุว่า…

ในกรณีที่ปลาหมอคางดำลงทะเล ระบบนิเวศที่จะได้รับผลกระทบคือหาดทราย หาดเลน ป่าชายเลน และแหล่งหญ้าทะเล ปลาหมอคางดำเป็นปลาที่อยู่ในน้ำกร่อยได้ สัตว์น้ำในพื้นที่ชายฝั่งจึงถูกคุกคาม

หาดทราย/หาดเลนบางแห่งอยู่ในเขตน้ำกร่อย โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ปากแม่น้ำลำคลอง ความเค็มต่ำ ปลาหมออยู่ได้

บริเวณนี้เป็นที่อยู่ของสัตว์ขนาดเล็กที่อาจตกเป็นอาหารปลา ทำให้สัตว์น้ำลดลง ชาวบ้านทำมาหากินริมทะเล เช่น เก็บสัตว์น้ำ ทอดแห วางอวนทับตลิ่ง ฯลฯ ได้รับผลกระทบ

ตัวอย่างง่าย ๆ คือปลากระบอกเริ่มหายไป ทอดแหวางอวนดันได้ปลาหมอมาแทน ป่าชายเลนและแหล่งหญ้าทะเลบางแห่งอยู่ตามชายฝั่ง ในเขตน้ำกร่อย เจอผลกระทบเช่นกัน

ระบบนิเวศทั้งสองแบบเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน ซึ่งปลาหมอคางดำจะกินสัตว์เหล่านั้น ผลกระทบจึงไม่เกิดเฉพาะพื้นที่ แต่จะส่งผลถึงทะเลข้างนอก ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง ในกรณีของแนวปะการัง อยู่ห่างชายฝั่ง น้ำเค็มมากหน่อย คิดว่าปลาหมอคงไปไม่ถึง แต่ยังมีหย่อมปะการังริมฝั่งที่อาจได้รับผลบ้าง ต้องติดตามดู

เมื่อดูจากแผนที่ ผลกระทบตอนนี้อยู่ในอ่าวไทยตอนใน กำลังขยายตัวไปทางภาคตะวันออก ชายหาด ป่าชายเลน และแหล่งหญ้าทะเลริมฝั่งในจังหวัดระยอง เช่น ปากน้ำ บ้านเพ เรื่อยไปจนถึงจันทบุรีและตราด เป็นพื้นที่เสี่ยงลำดับต่อไป ยังรวมถึงหย่อมการแพร่กระจายอื่นๆ เช่น ภาคใต้

ปัญหาสำคัญคือการจับปลาหมอในทะเลลำบากกว่าในบ่อหรือในคลอง หากแพร่ระบาดออกไปจะยากต่อการควบคุม คิดว่าปลาหมอจะขยายพื้นที่ไปตามปากแม่น้ำลำคลอง ชายฝั่งรอบๆ แต่จะไม่ออกไปตามเกาะเล็กเกาะน้อย (ยกเว้นเกาะขนาดใหญ่ที่มีลำคลอง) ไม่คิดว่าปลาหมอจะว่ายตัดทะเลไปเกาะใหญ่ๆ ได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าติดไปแล้วลงสู่แหล่งน้ำบนเกาะ จะแพร่พันธุ์รอบเกาะได้

การควบคุมให้ปลาหมอไปไม่ถึงเกาะต่างๆ จึงสำคัญอย่างมาก ต้องช่วยกันระวังอย่าให้คนพาไป (ไม่ตั้งใจก็ต้องระวัง)

สถานการณ์ตอนนี้คงต้องเริ่มจากติดตามว่าปลาหมอกลุ่มที่อยู่ตามชายฝั่งมีที่ไหนบ้าง มีมากมีน้อย แนวโน้มเป็นอย่างไร หาทางป้องกัน/กำจัดอย่างไร

เรายังต้องการข้อมูลเป็นอย่างมาก เนื่องจากเราแทบไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับปลาหมอคางดำในทะเล
เพราะเป็นปลาเอเลี่ยน เราจึงไม่รู้การปรับตัว พฤติกรรมในทะเล อาหาร ผลกระทบ ฯลฯ

ในทะเลไทยไม่เคยมีเอเลี่ยนจริงจังมาก่อน เมื่อมีความเสี่ยงในเรื่องนี้ เราต้องรีบหาทางรับมือ หากเจอต้องช่วยกันรายงาน ปลาน้อยจับง่าย ปลาเยอะจับไม่หวาดไม่ไหว โดยเฉพาะตามเกาะใหญ่ ๆ ที่มีแหล่งน้ำจืดไหลลงทะเล เช่น เกาะช้าง เกาะหมาก เกาะกูด เกาะสมุย พะงัน ฯลฯ เราต้องจัดการปัญหาตั้งแต่ต้น

หากเจอรีบแจ้งเลยครับ

สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทยจัดโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิต และการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน รุ่นที่ 1 ภาคเหนือ

นางสาวอมรศรี รัศมิทัต ผู้อำนวยการกองคุ้มครองสวัสดิภาพและพัฒนาคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิต และการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ระหว่างวันที่ 11 – 13 กรกฎาคม 2567 ณ ห้องประชุมโรงแรมเชียงใหม่ภูคำ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายกสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย / กรรมการภาคเหนือ ผู้แทนจากตำรวจภูธรภาค 5 และภาค 6 ผู้แทนจากหน่วยงานสาธารณสุขทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ ผู้แทนจากกรมสุขภาพจิต แขกผู้มีเกียรติ ร่วมงาน

นางสาวอมรศรี รัศมิทัต ผู้อำนวยการกองคุ้มครองสวัสดิภาพและพัฒนาคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิตและการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งต้องการให้ผู้เข้าร่วมงานทุกท่านได้รับความรู้ มีความเข้าใจในเรื่องสิทธิด้านต่างๆสำหรับคนพิการ โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรงและการฆ่าตัวตาย รวมทั้งเน้นให้เห็นความสำคัญของครอบครัวเพื่อลดความรุนแรง รวมทั้งเพื่อให้ได้แนวทาง และขั้นตอนในการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิตอย่างถูกวิธี ตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต และ พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

นางสาวอุษาวดี สีขาว เลขานุการสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตภาคเหนือ กล่าวว่าโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิต และการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกิดแกนนำเครือข่ายภาคปฏิบัติ ที่มีความรู้ความเข้าใจขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิตเมื่ออยู่ในภาวะต่างๆได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และทันเหตุการณเพื่อให้ได้แนวทาง และขั้นตอนในการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิตอย่างถูกวิธี  ตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต และ พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จากการทำแผนงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในพื้นที่และส่วนกลาง

สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มีนาคม  2546 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 21 ปี การจัดโครงการฯในวันนี้ ดำเนินการระหว่างวันที่ 11 - 13 กรกฎาคม 2567 โดยจะมีการจัดกิจกรรมทั้งหมดจำนวน 5 รุ่น แบ่งเป็น รุ่นที่ 1 ภาคเหนือ จำนวน 140 คน รุ่นที่ 2 ภาคกลาง จำนวน 139 คน รุ่นที่ 3 ภาคอีสาน จำนวน 154 คน รุ่นที่ 4 ภาคใต้ จำนวน 117 คน และรุ่นที่ 5 ภาคตะวันออก จำนวน 76 คน รวมกลุ่มเป้าหมายทั้งโครงการจำนวน 626 คน

กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการในรุ่นที่ 1 ภาคเหนือ มาจากคณะกรรมการภาคเหนือหรือผู้แทน กรรมการและกรรมการที่ปรึกษาสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย ที่ปรึกษาสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย ที่ปรึกษาสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตภาคเหนือ ผู้แทนตำตรวจภูธรภาค 5 และภาค 6 ทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ ผู้แทนจากหน่วยงานสาธารณสุขทั้ง 17 จังหวัด ผู้แทนจากกรมสุขภาพจิต ผู้สังเกตการณ์ วิทยากรและคณะทำงาน รวมจำนวน 140 คน คาดว่าจะได้รับ แกนนำเครือข่ายผ่านการฝึกอบรม และมีความรู้ความเข้าใจ ขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิตเมื่ออยู่ในภาวะต่างๆได้อย่างถูกวิธี ได้แผนงานและขั้นตอนในการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิตอย่างถูกวิธี

‘ชาวเน็ต’ จวก!! ‘เขตราษฎร์บูรณะ กทม.’ หลังโชว์งานซ่อมฝาท่อ เหน็บ!! งานชุ่ย - ยางมะตอยรับจบ - ควรขอบคุณหรือกลุ้มใจ

(12 ก.ค. 67) เพจ ‘สำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ’ ได้โพสต์ภาพฝาท่อระบายน้ำ ภายในซอยสุขสวัสดิ์ 26 หลังเข้าแก้ไขซ่อมแซมจนเรียบร้อย โดยได้นำภาพก่อนซ่อมและหลังซ่อมมาเปรียบเทียบ พร้อมระบุข้อความว่า…

“ใส่ใจดูแลแก้ไขปัญหา วันที่ 10 กรกฎาคม 2567 เขตราษฎร์บูรณะ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธากลุ่มงานระบายน้ำดำเนินการแก้ไขเรื่องร้องเรียน Traffy Fondue ฝาท่อระบายน้ำทรุดตัว การซ่อมเปลี่ยนบ่าลองฝาท่อระบายน้ำขนาดขอบบ่อ 75×108 cm. พร้อมแก้ไข ผิวจราจรชำรุดโดยการใช้ยางมะตอยสำเร็จรูปบริเวณใกล้เคียง ภายในซอยสุขสวัสดิ์ 26 ถนนสุขสวัสดิ์ แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและความปลอดภัยให้กับประชาชนที่สัญจรไป-มา”

หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ กลับได้รับคำวิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากการแก้ปัญหาดังกล่าว คล้ายการเพิ่มปัญหามากกว่า เนื่องจากเป็นการซ่อมแซมโดยใช้ยางมะตอยทดแทนบริเวณที่ชำรุด ทำให้ฝาท่อดังกล่าวอาจเปิดยาก หากต้องการระบายการอุดตันภายในท่อ และยางมะตอยดังกล่าวอาจทำให้เป็นเนิน รถสัญจรผ่านอาจเกิดอุบัติเหตุได้ 

ทั้งนี้ ชาวเน็ตได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย เช่น “ไม่รู้จะขอบคุณหรือกลุ้มใจดี” / “ยางมะตอยรับจบทุกอย่าง” / “ทำดีที่สุดแล้วไม่เห็นมีใครเข้าใจ 555” / “โอ้โหฝีมือซ่อมนายช่างไทย กทม. ก็ยังกล้าเอามาโชว์ บ้าบอ” / “มาตรฐานงานดีที่สุดแล้วใช้ไหม” / “ปรับปรุงแก้ไข หรือ สร้างปัญหา​เพื่ออนาคต”

อุทยานฯผาแดง จับกุมผู้ต้องหาลักลอบแปรรูปไม้ ขยายผลอายัดไม้ต้องสงสัยคาบ้านผู้ร่วมขบวนการ

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2567 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่าตามข้อสั่งการของพล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยให้ทำงานในเชิงรุกด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดลักลอบล่าสัตว์ ตัดไม้ทำลายป่า ตลอดจนการขยายผลเพื่อจับกุมขบวนการ นายทุนรายใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งได้สั่งการให้หน่วยงานภาคสนามรับไปปฏิบัติแล้วนั้น ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากนายประกาศิต ระวิวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติผาแดง จังหวัดเชียงใหม่ แจ้งว่าเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 คณะเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติผาแดงที่ 5 (แม่จา) ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าพบการทำไม้ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติผาแดง บริเวณป่าด้านทิศตะวันตกบ้านทุ่งข้าวพวง หมู่ที่ 3 ต.ทุ่งข้าวพวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ จึงได้เข้าตรวจสอบในบริเวณดังกล่าว ตรวจพบร่องรอยการชักลากไม้ จึงกระจายกำลังเข้าตรวจสอบในบริเวณใกล้เคียง ในระยะทางประมาณ 500 เมตร พบกระท่อมและชายต้องสงสัย ทราบชื่อภายหลังว่าชื่อนายกอ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี เป็นราษฎรในพื้นที่ต.ทุ่งข้าวพวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบริเวณโดยรอบกระท่อม พบไม้ประดู่ จำนวน 7 ท่อน ไม้ประดู่แผ่น จำนวน 3 แผ่น เมื่อสอบถามนายกอแล้ว ไม่สามารถนำเอกสารหลักฐานที่มาของไม้ มาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมผู้ต้องหา พร้อมของกลางการกระทำผิดสำหรับแปรรูปไม้ อาวุธปืนแก๊ป และตรวจสอบพบยาบ้า ในย่าม จำนวน 2 เม็ด จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสภ.นาหวาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย 

ต่อมา ผู้ต้องหาได้ให้การซัดทอดผู้ร่วมขบวนการ ชื่อนายอ่าง และเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา พบว่ามีการติดต่อกันทางโทรศัพท์ จึงได้มอบหมายให้นายนรินธร สวัสดิ์รักษ์ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติผาแดง ขอหมายศาลจากศาลแขวงเชียงดาว เข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 122 ม. 1 ต.ทุ่งข้าวพวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 ภายในบ้านพบนางบัวผัน (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นแม่ยายของนายอ่างฯอยู่ภายในบ้าน  เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังเข้าตรวจสอบภายในบ้านซึ่งเป็นบ้านปูน 1 ชั้นภายในกั้นเป็น 3 ห้อง บริเวณข้างบ้านพบกองไม้ประดู่และไม้สัก กองอยู่ข้างบ้าน แบ่งเป็นไม้ประดู่แปรรูป จำนวน 43 แผ่น ไม้สักแปรรูป จำนวน 12 แผ่น โดยนางบัวผันฯแจ้งว่าไม้ดังกล่าวเป็นของนายศราวุฒิ (ขอสงวนนามสกุล) หรือนายอ่าง ซึ่งเป็นลูกเขยของตน พร้อมทั้งนำเอกสารการครอบครองไม้จำนวน 2 ฉบับ มาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่เนื่องจากไม้มีเป็นจำนวนมากและเป็นไม้หวงห้าม เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการอายัดไม้ดังกล่าวไว้ เพื่อนำไปตรวจสอบความถูกต้อง พร้อมทั้งลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานในเบื้องต้นที่สภ.นาหวาย ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบว่าไม้ที่กองอยู่ภายในบ้าน และเอกสารหลักฐานการได้มาของไม้ไม่ถูกต้องตรงกัน จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด ต่อไป

"เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก ออกลาดตระเวนเหยียบกับระเบิดอาการสาหัส พัชรวาทย้ำให้การช่วยเหลือเต็มที่"

11 กรกฎาคม 2567 นายพิชัย วัชรวงศ์ไพบูรย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) ได้รายงานสถานการณ์กรณีเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก จ.ศรีสะเกษ เหยียบกับระเบิดจนได้รับบาดเจ็บสาหัสอาการสาหัส ทราบชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับบาดเจ็บคือนายปรีชา ใสกระจ่าง อายุ 51 ปี พนักงานราชการ เป็นเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยพิทักษ์ภูพะยอม โดยในเวลาประมาณ 13.30 น. ขณะออกลาดตระเวนเชิงคุณภาพ บริเวณจุดพิกัด 432168E 1595537N ในพื้นที่ป่าพนมสวาย ท้องที่ต.ห้วยจันทร์ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ขณะออกติดตามร่องรอยของกลุ่มบุคคลที่คาดว่าจะเข้ามาลักลอบตัดไม้ ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก

นายปรีชาฯ เหยียบกับระเบิดไม่ทราบชนิด ได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณขาซ้ายขาด สะเก็ดระเบิดโดนแขนซ้ายนิ้วโป้งกับนิ้วซ้ายขาด เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลอำเภอขุนหาญ และส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ โดยขณะนี้แพทย์ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อได้รับรายงานจากนายพิชัยฯ จึงได้รายงานให้พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทราบแล้ว โดยพล.ต.อ.พัชรวาทฯ ได้เน้นย้ำให้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มกำลังความสามารถ  และอธิบดีฯก็ได้แจ้งข้อสั่งการของพล.ต.อ.พัชรวาทฯ ให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทราบ และดำเนินการแล้ว พร้อมทั้งให้กำชับเจ้าหน้าที่ใช้ความระมัดระวัง ในการปฏิบัติหน้าที่ออกลาดตระเวนพื้นที่ป่าซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะประสบเหตุเหยียบกับระเบิดขึ้นอีก โดยขอให้ประสานกับหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดของทหาร ตลอดจนการออกลาดตระเวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน ในการปฏิบัติหน้าที่

'ประธานกกอ.' แจงเคส 'หมอเกศ' กฎหมายทำอะไรได้ลำบาก แต่หากขาดความน่าเชื่อถือ ต้องจี้ตรวจสอบ ก.พ.รับรองวุฒิ

(12 ก.ค. 67) จากกรณี พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว.จากกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งที่ได้คะแนนสูงสุดในการเลือกระดับประเทศ เดินทางมารายงานตัว พร้อมชี้แจงกรณีวุฒิการศึกษาของตนเอง โดยยืนยันว่า วุฒิการศึกษาที่ได้มาทั้งหมดเป็นของจริง จบจริง ไม่มีการซื้อปริญญา มหาวิทยาลัยที่จบก็ไม่ใช่มหาวิทยาลัยห้องแถว

ก่อนหน้านี้ไม่ออกมาชี้แจงเพราะเกรงว่าจะผิดต่อระเบียบของ กกต. ซึ่งจริง ๆ โดนตรวจสอบวุฒิการศึกษาตั้งแต่ระดับอำเภอแล้ว และได้ชี้แจงเป็นเอกสารทั้งหมด ปริญญาที่ได้จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียยูนิเวอร์ซิตี้ และใบรับรองที่ได้จากกระทรวงศึกษาธิการ ของสหรัฐอเมริกา และตัวแคลิฟอร์เนียยูนิเวอร์ซิตี้ ก็เป็นมหาวิทยาลัยจริง ๆ ไม่ใช่ห้องแถว ไม่มีการซื้อปริญญานั้น

ล่าสุด วันที่ 12 ก.ค.67 นายประดิษฐ์ วรรณรัตน์ ประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า การจบปริญญาจากต่างประเทศแล้วใช้คำว่า ดร.นำหน้า ไม่ถือว่าเป็นตำแหน่งที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ ดังนั้น ใครได้ ดร.มาจากไหนแล้วจะใช้เป็นคำนำหน้าก็ถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล ขณะที่ตำแหน่งทางวิชาการ ทั้งผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ผศ.) รองศาสตราจารย์ (รศ.) และศาสตราจารย์ (ศ.) ต้องผ่านการพิจารณาจากสภามหาวิทยาลัย โดยเฉพาะตำแหน่ง ศ. เป็นตำแหน่งที่ต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ

ประธาน กกอ.กล่าวต่อว่า กรณีกลุ่มที่จบปริญญาโท-เอก จะเข้ามาทำงานในประเทศไทย จะต้องได้รับการรับรองวุฒิจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ซึ่งทาง ก.พ.จะมีรายชื่อมหาวิทยาลัยในต่างประเทศที่ ก.พ.รับรองวุฒิฯ อยู่แล้ว หากไม่ได้รับรองก็ไม่สามารถทำงานในหน่วยงานราชการได้ แต่ยังสามารถไปทำงานในบริษัทเอกชนได้ ไม่มีปัญหา

ส่วนตำแหน่งทางวิชาการที่ได้รับการรับรองจากต่างประเทศนั้น หากจะนำมาใช้เพื่ออ้างอิงการทำงานในหน่วยงานราชการของไทย ต้องผ่านการเทียบจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ถ้า อว.รับรองตำแหน่งทางวิชาการก็สามารถนำไปใช้อ้างอิงเพื่อเข้าทำงานในหน่วยงานราชการได้

“แต่ถ้า อว.ไม่รับรองก็ไม่ถือว่าผิดกฎหมาย กรณีนี้ไม่เหมือนกับกลุ่มแพทย์ที่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ไม่สามารถแอบอ้างได้ แต่ตำแหน่งทางวิชาการไม่ถึงขั้นนั้น เพียงแต่ไม่สามารถใช้ในการเข้าทำงานในหน่วยงานราชการได้ ไม่ถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่งกรณีของหมอเกศ ทางกฎหมายคงเข้าไปดำเนินการอะไรได้ลำบาก แต่ถ้ามีการตรวจสอบในเชิงลึก ตัวผู้ถูกร้องเรียนเองขาดความน่าเชื่อถือ” นายประดิษฐ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีใช้ตำแหน่ง ศ.หรือ ดร. ในการดำรงตำแหน่ง สว. จะถือว่าผิดกฎหมายหรือไม่ นายประดิษฐ์กล่าวว่า ตรงนี้ต้องไปดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กรณีวุฒิการศึกษาของ สว. หากมีการร้องเรียนไปที่ อว.ก็ต้องดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งก็ต้องไปดูว่า มหาวิทยาลัยที่ผู้ถูกกล่าวหาจบออกมาได้รับการรับรองวุฒิฯ จาก ก.พ.หรือไม่ ส่วน กกอ.จะเข้าไปดำเนินการอะไรได้หรือไม่นั้น ในการประชุม กกอ.นัดแรก วันที่ 18 กรกฎาคมนี้ ตนจะหารือที่ประชุมเพื่อดูว่าบทบาทของ กกอ.ที่มีอยู่สามารถดำเนินการอะไรในเรื่องนี้ได้บ้าง

เชียงใหม่-ขนส่งเชียงใหม่ เชิญชวนประมูลป้ายทะเบียนรถเลขสวย (รถเก๋ง) หมวดอักษร งบ รายได้นำเข้ากองทุน กปถ.

เมื่อวันศุกร์ที่ 12 กรกฏาคม 2567 เวลา 14.00 น. ที่ สำนักงานขนส่งแห่งที่ 2 (แม่เหียะ) สํานักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ แถลงข่าวการจัดประมูลป้ายเลขสวย รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน (รถเก๋ง) หมวดอักษร งบ ประมูลทางวาจาและทางอินเทอร์เน็ต วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2567 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเอ็มเพรส โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

นายมานพ พุทธวงค์ ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สํานักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ กําหนดจัดการประมูลหมายเลขทะเบียนรถสวย (รถเก๋ง) ครั้งที่ 34 หมวดอักษร งบ “เงินมั่งคั่ง งานมั่งคง บริหารธุรกิจรุ่งเรือง” จํานวน 301 หมายเลข ประมูลทางวาจา (เคาะไม้) และทางอินเทอร์เน็ต ที่เว็บไซต์ www.tabienrod.com โดยสามารถลงทะเบียน เลือกเลข และราคาที่พอใจตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยจะปิดการประมูล ในวันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2567 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเอ็มเพรส โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

การประมูลหมายเลขทะเบียนรถเก๋ง (เลขสวย) ในครั้งนี้ ในส่วนของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รถเก๋ง) แผ่นป้ายที่จะนําออกประมูลเป็นแผ่นป้ายภาพกราฟฟิคที่มีสีสันสวยงาม มีเอกลักษณ์และความหมายบ่งบอก ความเป็นจังหวัดเชียงใหม่ ตามคําขวัญจังหวัดเชียงใหม่ “ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผชาติล้วนงามตา นามล้ำค่านครพิงค์” ซึ่งจะสื่อความหมายของจังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นจังหวัดที่มีความเจริญรุ่งเรือง สงบ ร่มเย็น ประชาชนมีความสุขโดยถ้วนหน้า อันจะส่งผลให้ผู้ที่ครอบครองป้ายดังกล่าวจะมีแต่ความเจริญ เป็นสิริมงคล รถที่ใช้อยู่จะนําพาให้มีทรัพย์เพิ่มพูนทวียิ่งๆขึ้นไป

กรมการขนส่งทางบกได้นําหมายเลขทะเบียนรถซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยมของประชาชน สําหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ออกประมูลเป็นการทั่วไปเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิ เข้าร่วมการประมูลอย่างเสมอภาค เท่าเทียมกัน ด้วยความโปร่งใส และเป็นธรรม โดยรายได้ทั้งหมดนําเข้า กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) เพื่อนําไปสนับสนุนโครงการที่สร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เช่น โครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลต่าง ๆ โครงการนักเรียนรุ่นใหม่มีใบขับขี่ โครงการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ศูนย์ควบคุมสถานตรวจสภาพรถเอกชน และจัดสรรเงิน เป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการอันเนื่องมาจากการประสบภัยที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนน เป็นต้น

สํานักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดเชียงใหม่ทุกท่าน และพี่น้อง ประชาชนทั่วประเทศ ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในจังหวัดใด สนใจป้ายที่มีความหมายสื่อถึงความเป็นคนเชียงใหม่ สามารถเข้าร่วมการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย และร่วมทําบุญสร้างกุศลโดยการร่วมประมูล หมายเลขทะเบียนรถเลขสวยและแผ่นป้ายทะเบียนรถหมวดอักษรงบ“เงินมั่งคั่งงานมั่งคง บริหารธุรกิจรุ่งเรือง” ครั้งนี้ ได้ทําพิธีเสริมสิริมงคลแผ่นป้ายทะเบียนรถ

โดยพระธรรมเสนาบดี รองเจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาส วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรมหาวิหาร ประกอบพิธีอธิษฐานจิต ประพรมน้ําพระพุทธมนต์ และเจิมแผ่นป้าย ณ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชมหาวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ครอบครอง ผู้เป็นเจ้าของหมายเลข ทะเบียนรถเลขสวยให้มีความสุขความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน มีทรัพย์สินเงินทองเพิ่มทวีคูณยิ่งๆขึ้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายทะเบียนรถ 061 268 2266, 061 270 5454 และที่หมายเลข 1584
 

ครอบครัว ‘สาวไทย’ บริจาคอวัยวะต่อชีวิตผู้ป่วยในเกาหลีใต้ 5 ราย หลังเสียชีวิตด้วยภาวะสมองตาย ระหว่างท่องเที่ยวในแดนกิมจิ

(12 ก.ค. 67) องค์กรรับบริจาคอวัยวะของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ปุริมา รุ่งทองคำกุล (Purima Rungthongkumkul) อายุ 35 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่โรงพยาบาล Inje University Haeundae Paik หลังจากเธอได้ทำการบริจาคอวัยวะให้แก่คนไข้คนอื่น ๆ 5 ราย

โคเรียไทม์สระบุว่า ปุริมา ซึ่งพำนักอยู่ในกรุงเทพฯ เดินทางมาเที่ยวเกาหลีกับเพื่อนคนหนึ่ง ระหว่างนั้นเธอเกิดหมดสติเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน และถูกรุดพาตัวส่งโรงพยาบาล

แม้ได้รับการรักษา แต่เธอก็ไม่ฟื้นคืนสติอีกเลย และถูกระบุว่าอยู่ในภาวะสมองตาย ทางครอบครัวรุดเดินทางมายังเกาหลีใต้หลังจากได้ทราบข่าว

ทางครอบครัวตกลงบริจาคอวัยวะของเธอ หวังว่าบางส่วนของ ปุริมา จะยังคงมีชีวิตต่อไปในร่างกายของคนอื่น

ครอบครัวระบุว่า "สำหรับเรานี่อาจเป็นความปรารถนาสุดท้ายของเธอ ในวัฒนธรรมไทย มีความเชื่อว่าเมื่อบุคคลรายหนึ่งเสียชีวิต พวกเขาจะกลับมาเกิดในชีวิตใหม่ เราคิดว่าการช่วยรักษาชีวิตผู้คนในช่วงเวลาของการจากลา เป็นการกระทำแห่งความเอื้ออารีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด"

รายงานข่าวระบุว่า ปุริมา บริจาคหัวใจ ปอด ตับและไตทั้ง 2 ข้าง พร้อมให้ข้อมูลว่าเธอเป็นที่รู้จักในฐานะที่เป็นบุคคลที่มีความร่าเริงและมีความสามารถในการสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคคลที่อยู่รอบ ๆ ตัว

โคเรียไทม์สรายงานว่า ปุริมา ทำงานที่ร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ มีความฝันอยากก้าวมาเป็นช่างออกแบบทรงผมระดับโลก เธอชื่นชอบการท่องเที่ยวด้วยรถจักรยานยนต์ และใช้เวลาส่วนใหญ่ดูแลแมวและอยู่กับครอบครัว อ้างข้อมูลจากองค์กรรับบริจาค

คุณแม่ของผู้เสียชีวิตกล่าวด้วยว่า "ลูกคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของพวกเรา ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องพักผ่อนแล้ว ดังนั้น อย่ากังวลเรื่องอื่นใดอีก และพักผ่อนอย่างสงบในสวรรค์ เราจะคิดถึงและรักลูกอย่างสุดหัวใจเสมอ"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top