Wednesday, 15 July 2026
NEWS

‘ภูมิธรรม’ ยินดี นายกสมาคมหยูนหนานคนใหม่  พร้อมเดินหน้า ‘พัฒนาเศรษฐกิจ-การค้า-วัฒนธรรม’

(14 ก.ค.67) ที่สมาคมหยูนหนาน (แห่งประเทศไทย) อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เป็นประธานในพิธีรับมอบตำแหน่งนายกสมาคมหยูนหนาน (แห่งประเทศไทย) โดยมี นายหาน จื้อ เฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย นายวิชัย แซ่ลิ้ว นายกสมาคมหยูนหนาน (แห่งประเทศไทย) นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน นายชิม ชินวิริยกุล นายกสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย ร่วมด้วย

นายภูมิธรรมกล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับ นายวิชัย แซ่ลิ้ว ที่ได้รับตำแหน่งนายกสมาคมหยูนหนาน (แห่งประเทศไทย) ตนรู้สึกรักและผูกพันกับประเทศจีน บรรพบุรุษ ของตนก็มาจากจีน เป็นความผูกพันทางสายเลือด ซึ่งสมาคมหยูนหนาน (แห่งประเทศไทย) เป็นศูนย์รวมชาวหยูนหนานที่อยู่ในประเทศไทย ได้สร้างเครือข่ายทางธุรกิจเชื่อมต่อการค้า สร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-จีน ในหลายมิติ ทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม

ความสัมพันธ์อยู่ที่ความสมดุล จะสามารถสิ่งต่างๆร่วมกันได้เป็นอย่างดี วันนี้ลูกหลานชาวจีนที่อยู่ในเมืองไทยมีมาก ทั้งนิสัยใจคอและความรู้สึกที่มีต่อกันเป็นพื้นฐานที่ยิ่งใหญ่ในการจับมือร่วมกัน และทำให้กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นกลุ่มประเทศที่มีความยิ่งใหญ่ ก่อนหน้านี้ท่านนายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา ทวีสิน)ได้พบกับท่านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่ปักกิ่ง หลังจากนั้นได้สร้างความสัมพันธ์กับแต่ละมณฑลของจีน และตนได้หารือกับท่านนายกรัฐมนตรี หลี่ เฉียง สร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าร่วมกัน และตนในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ไปในหลายมณฑล และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีในการแก้ไขปัญหาต่างๆ

ซึ่งไทยเคารพหลักกติกาและเป็นมิตรกับทุกประเทศ ไม่ให้สิ่งต่างๆมาทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และกับจีนความสัมพันธ์ที่เป็นพี่น้อง ไทยยินดีที่ต้อนรับทุกท่าน ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีนพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ใกล้ชิดกันเปรียบเสมือนสายใยที่เชื่อมโยงสองประเทศเข้าด้วยกัน ผ่านมิตรภาพความร่วมมือ และการเคารพซึ่งกันและกัน

สำหรับมณฑลหยูนหนาน มีพรมแดนติดกับเมียนมาร์ เวียดนาม และลาว เป็นมณฑลของจีนที่อยู่ใกล้กับประเทศไทยมากที่สุด มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น มีวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีที่ใกล้เคียงกัน และมีความโดดเด่นด้านการค้าชายแดนซึ่งมีความสำคัญในการส่งออกสินค้าไทยไปจีนเป็นอย่างมากโดยเฉพาะสินค้าเกษตรของไทย

ที่ผ่านมาตนได้มีโอกาสเดินทางไปเยือนมณฑลหยูนหนานอยู่หลายครั้ง เมื่อเดือนเมษายน ตนมีโอกาสได้หารือกับนายหวัง หยู่โป (H.E.Mr.Wang Yubo) รองเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลหยูนนาน ผู้ว่าการมณฑลหยูนนาน และเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำรัฐบาลมณฑลหยูนนาน ณ เมืองสิบสองปันนา เพื่อกระชับความสัมพันธ์การค้าระหว่างกันในระดับมณฑลให้รวดเร็วและเข้าถึงปัญหาได้อย่างเต็มที่

รัฐบาลไทยมุ่งมั่นที่จะขยายความร่วมมือทางการค้ากับมณฑลหยูนหนานผ่าน เส้นที่ 1 หนองคายต่อรถไฟเวียงจันทน์ สู่มณฑลหยูนนาน และเส้นที่ 2 จังหวัดเชียงราย (เชียงของ-บ่อเต็น-โม่ฮาน) ผ่านถนน R3A สู่ด่านบ่อเต็นเข้าด่านโม่ฮาน และเจรจาเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านท่าเรือเชียงแสนไปยังท่าเรือกวนเหล่ย ซึ่งจะเป็นเส้นทางการค้าใหม่ ที่ยังไม่คึกคักเท่าที่ควร อยากเปิดเส้นทางนี้ให้ดียิ่งขึ้น เพราะสามารถเชื่อมโยงการค้าจากเชียงรายสู่คุนหมิงได้โดยตรง ซึ่งฝ่ายรัฐบาลจีนให้ความร่วมมือและรับปากจะกำกับดูแลให้สะดวกทั้ง 3 เส้นทาง ซึ่งก่อนหน้านี้มีปัญหาสินค้าไทยและผลไม้ติดอยู่ที่ด่าน รัฐบาลจีนช่วยอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี และจะมีการพัฒนาช่องทางเพิ่มขึ้นให้การค้าสะดวกขึ้นในอนาคต

สำหรับสมาคมหยูนหนาน (แห่งประเทศไทย) ก่อตั้งมาแล้ว 58 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2509 ปัจจุบันมีสมาชิกเป็นคนไทยเชื้อสายจีนหยูนหนาน กระจายอยู่ทั่วประเทศ จำนวนกว่า 350,000 คน ประกอบอาชีพธุรกิจ โรงงานอุตสาหกรรม การเกษตรและเชื่อมโยงกับสมาพันธ์ชาวไทยเชื้อสายจีน สมาคมการค้าอุตสาหกรรมและการเกษตรไทยหยูนหนาน เพื่อส่งออกตลาดประเทศจีน โดยสมาคมให้ความสำคัญกับความร่วมมือภาครัฐร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้าและวัฒนธรรม

ฝ่าทฤษฎีสมคบคิด 'กระสุนปลิดชีพ' หรือ 'หวังแค่เฉี่ยว' เมื่อคนแบบ 'ทรัมป์' กล้าบ้าดีเดือด อาจโลภอำนาจจนมัวเมา

(14 ก.ค.67) เพจ 'เดือดทะลักจุดแตก' โพสต์ข้อความวิเคราะห์มูลเหตุและความเป็นไปได้เกี่ยวกับการลอบยิง โดนัลด์ ทรัมป์ ไว้ว่า...

เช้านี้ ได้คุยกับอาจารย์ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ของผม...

1. ผมสงสัย คนร้ายมันขึ้นไปซุ่มยิงบนหลังคาได้ยังไง

ก็รู้ทั้งรู้ ว่าจะมีจัดปราศรัยใหญ่ คนตั้ง 1.5 หมื่น 

ปกติในหนังฝรั่ง มันต้อง 'เคลียร์' พื้นที่ ไม่ให้ใครขึ้นไปอยู่ที่สูงๆ ได้

อาจารย์ผมบอกว่า ของงี้ไม่แน่ มันซ่อนอยู่ในบ้านก่อนได้ (แต่ในหนังฝรั่งมันต้อง 'เคลียร์' บ้านด้วยนี่หว่า) แล้วจังหวะใกล้ๆ จะลงมือ ค่อยแอบขึ้นไป (แต่เดี๋ยวนี้มี 'โดรน' แล้วนี่หน่า มันจะน่าจะสอดส่องเกินจะเล็ดลอดได้)

2. อาจารย์ตั้งข้อสงสัย ทรัมป์ถูกยิง 'ช่วงหนึ่ง' แล้ว Secret Service (หน่วยสืบราชการลับ ซึ่งมีหน้าที่อารักขาระดับบิ๊กๆ) ถึงจะยิงโต้เป็นชุด มือปืนตายคาที่

อาจารย์แสดงทัศนะ ถ้ามองเป็น 'ทฤษฎีสมคบคิด' Conspiracy Theory (ในแง่ลบมากๆ) อาจคิดได้ว่าเจ้าหน้าที่ปล่อยให้มือปืนลงมือยิง 'เป้าหมาย' ก่อน แล้วค่อย 'ปิดปาก' มือสังหาร

คำว่า 'เป้าหมาย' นี่น่าสนใจ!!
มือปืนก็ถูกปลิดชีพไปแล้ว ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่า เป้าหมาย คือ หัว หรือ หู นั่นผมหมายความว่า ถ้าเป้าหมายคือหู เท่ากับมีทฤษฎีสมคบคิดอีกชั้น ว่า 'จัดฉาก'

3. อาจารย์ผมแย้งว่า 'จัดฉาก' เป็นไปได้ยากเกินไป

"มึงลองไปวางเป้าไว้บนหัว แล้วให้คนยิงธนูแม่นๆ มายิงมึงมั้ยล่ะ มึงกล้ารึเปล่า" อาจารย์ตอกผมกลับ

อาจารย์สำทับ "ต่อให้ยิงแม่นขนาดนั้นกูก็ไม่กล้า นี่หูเลยนะเว้ย พลาดไปนิดเดียว หัวเลย กูตายทันที ใครจะบ้าเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงขนาดนั้น" (ทรัมป์กล้าบ้าดีเดือด? หรือไม่ก็โลภโมโทสันในอำนาจจนมัวเมา? ผมแค่คิดในใจ ไม่ได้ท้วงออกไป)

4. อย่างไรก็ตาม อาจารย์ชี้ว่ามีคลิปจาก 'บีบีซี' ที่สัมภาษณ์คนร่วมงานที่อยู่ด้านหลัง เขาบอกว่าเห็นคนร้ายปีนขึ้นหลังคาพร้อมปืนไรเฟิล และแจ้งเจ้าหน้าที่ไปแล้ว แต่ไม่มีการตอบสนอง

ซึ่งก็ไม่มีทางรู้ว่าเลินเล่อ (เพราะคนแจ้งไม่น่าเชื่อถือ? ประมาทไม่คิดว่าจริง?) หรือว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิดที่กล่าวไว้ตอนต้น และถ้าสมคบคิด เป้าหมายคือ หัว หรือ หู (ซึ่งจะหมายถึง 'ผู้บงการ' ที่ต่างกัน)

ย้ำอีกครั้ง ไม่ว่าจะเชื่อทฤษฎีสมคบคิดไหน แต่กระสุนที่มือปืนยิงเข้าแถบบนของใบหู คือคลาด 'จุดตาย' ที่ศีรษะ (ขม่อมด้านขวา) ไปเฉียดฉิว 

5. ขณะนี้ มีการเรียกร้องเสียงขรม ให้ปลด ผอ. หน่วยสืบราชการลับ Secret Service

ผอ. เป็นผู้หญิง นามว่า 'คิมเบอร์ลี ชีเทิล' Kimberly Cheatle ซึ่งเคยทำงานให้ 'เป๊ปซี่' มาก่อน

‘เศรษฐา’ ทราบเหตุ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ถูกลอบยิง รับตกใจ!! ไม่อยากให้เกิดขึ้น และหวังว่าจะปลอดภัย

(14 ก.ค.67) ที่จังหวัดเชียงราย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ และผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจากพรรครีพับลิกัน ถูกลอบยิงกลางเวทีการหาเสียง ในรัฐเพนซิลเวเนียวานนี้ (13 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ว่า ได้รับทราบเหตุการณ์แล้วจากการติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง ถือเป็นเรื่องที่น่าเศร้า ไม่มีที่ไหนทำแบบนี้อีกแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องน่าตกใจ คือเพิ่งเริ่มการแข่งขัน และรัฐเพนซิลเวเนียเป็นฐานเสียงของพรรครีพับลิกันก็เป็นเรื่องที่น่าตกใจไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก หวังว่าท่านจะปลอดภัย

นายกฯ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศยังไม่มีรายงานเข้ามา ตนติดตามข่าวจาก BBC และโซเชียลมีเดีย

เมื่อถามว่า เหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยมี มีแค่ที่ญี่ปุ่นและที่สหรัฐอเมริกานั้น นายกฯ กล่าวว่า เข้าใจว่า เหตุการณ์สุดท้ายที่มีการลอบยิงและบาดเจ็บ คือสมัยประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน โฆษกฯ ส่วนตัวเป็นอัมพาต และประธานาธิบดีโรนัลด์ถูกยิงได้รับการผ่าตัดและปลอดภัย

ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรีไทย จะมีการเพิ่มมาตรการในการลงพื้นที่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ประเทศเรากับประเทศเขามันต่างกัน ตนเชื่อว่า ระบบรักษาความปลอดภัยของเราดีพออยู่แล้ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงแล้วกัน

‘อ.เจษฎา’ แฉจ่าย 3 แสน ทัวร์ญี่ปุ่น กลับมาได้เป็น ‘ศาสตราจารย์ ดร.’ อ้าง!! มหาวิทยาลัยต่างประเทศ อยากจะสนับสนุนคนดี มีความสามารถ

(14 ก.ค.67) ศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant ระบุว่า ...

สนใจมั้ยครับ ซื้อทัวร์ไปเที่ยวญี่ปุ่น 3 แสน กลับมาแล้วได้เป็น ‘ศาสตราจารย์ ดร.’ (กิตติมศักดิ์)

ป.ล. มีจริงๆ นะครับ พวกหากินโดยอ้างว่าเป็นมหาวิทยาลัยจากต่างประเทศ พร้อมจะสนับสนุนคนดี มีความสามารถ ด้วยการให้ ปริญญาเอก ให้ตำแหน่งศาสตราจารย์ ขอเพียงร่วมกิจกรรม เสียตังค์นิดหน่อย ก็ได้แล้ว ฮะๆๆ

โดยในคอร์สดังกล่าว ชี้แจงรายละเอียดไว้ว่า…

ขอเชิญท่านที่ประสบความสำเร็จใน หน้าที่การงาน เป็นคนดีมีคุณธรรม เข้ารับปริญญาแห่งความภาคภูมิใจครั้งหนึ่งในชีวิต

ปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ และ ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์ กิตติมศักดิ์

ณ ประเทศญี่ปุ่น
วันที่ 16-20 มกราคม พ.ศ.2566 ค่าใช้จ่ายรวมทุกอย่าง
300,000 บาท (รวมค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ ค่าที่พัก อาหารทุกมื้อ ค่าท่องเที่ยว)

รอง ผบ.ทร.เป็นผู้แทน ผบ.ทร. ร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันชาติอเมริกา

พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ ร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันชาติอเมริกา ตามคำเชิญของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย โดยมี นายโรเบิร์ต เอฟ. โกเดค (H.E. Mr.Robert F. Godec) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และภริยา เป็นเจ้าภาพ ณ Topgolf Megacity อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

ประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกา สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ.2376 นับเป็นระยะเวลา 190 ปี โดยความสัมพันธ์ทางทหารและความมั่นคงนั้น ประเทศไทย ได้รับสถานะเป็น Major Non-NATO Ally (MNNA) ของสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 โดยกรอบความร่วมมือทางด้านการทหารและความมั่นคงมีหลายระดับ 

ทั้งนี้ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพเรือไทย และกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา เป็นไปด้วยดีในหลายมิติ ดังนี้
1. การเยี่ยมเยือนของผู้บังคับบัญชา กองทัพเรือไทยและกองทัพเรือสหรัฐ มีการแลกเปลี่ยนการเยี่ยมเยือนของผู้บังคับบัญชาระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

2. การศึกษา กองทัพเรือสหรัฐ ให้การสนับสนุนที่นั่งการศึกษาหลักสูตรที่สำคัญ ได้แก่ นักเรียนนายเรือสหรัฐ , นักเรียนนายเรือยามฝั่งสหรัฐ , นักทำลายใต้น้ำจู่โจมสหรัฐ , เสนาธิการทหารเรือสหรัฐ , วิทยาลัยการทัพเรือสหรัฐ , เสนาธิการนาวิโยธินสหรัฐ และ Basic Officer (Infantry) นาวิกโยธินสหรัฐ เป็นต้น

3. การประชุม แบ่งเป็น
- การประชุม Maritime Cooperation Talks (MCT) เป็นการประชุมระดับนโยบายของผู้แทนระดับสูงของกองทัพเรือไทยและกองกำลังทางเรือสหรัฐ ภาคพื้นอินโด - แปซิฟิก
- การประชุม MCT Mid-Term Review ซึ่งเป็นการประชุมในระดับ
ผู้ปฏิบัติ

4. การฝึก เช่น การฝึกร่วมผสม COBRA GOLD , การฝึกผสม CARAT โดยจะมีการฝึก CARAT Multilateral 2024 ในพื้นที่อ่าวไทย ระหว่าง 18 - 27 ก.ค.67 , การฝึก GUARDIAN SEA , การฝึก SEACAT , การฝึก SEA SURVEX, UNDERSEAL, MTWS, FLASH TORCH, RIMPAC และการฝึก PASSEX เป็นต้น

5. การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การประชุมแลกเปลี่ยนข่าวสาร (Intelligence Exchange Conference: IEC) ระหว่างกองทัพเรือไทย – กองทัพเรือสหรัฐ ภาคพื้นแปซิฟิก จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ปีละ 2 ครั้ง

6. การช่วยเหลือทางทหาร กำหนดเป็นโครงการเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล (Maritime Security Initiative: MSI) จำนวน 7 โครงการ ประกอบด้วย โครงการจัดหาอากาศยานไร้คนขับ (ศรชล.) ,
โครงการเพิ่มขีดความสามารถระบบตรวจการณ์ บ.DO-228 , โครงการจัดหาระบบสื่อสารแบบ CENTRIXS , โครงการฝึก ศึกษาด้านความมั่นคงทางทะเล , โครงการระบบรวบรวมข้อมูลข่าวสารในพื้นที่ลำน้ำ ,โครงการปรับปรุงพื้นผิวทางวิ่งสนามบินอู่ตะเภา และโครงการจัดหาเรือยางท้องแข็ง

จากความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันมาอย่างยาวนาน ส่งผลให้กองทัพเรือไทยและกองทัพเรือสหรัฐ มีความร่วมมือที่ดีในหลายมิติด้านความมั่นคงทางทะเล เป็นไปตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และการมีบทบาทนำด้านความร่วมมือ และความมั่นคงในภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

รองผู้บัญชาการทหารเรือร่วมประชุม Navy to Navy Strategy Talks ระหว่างกองทัพเรือไทยและกองทัพเรือออสเตรเลีย ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 7 - 12 กรกฎาคม 2567 ณ นครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย

ระหว่างวันที่ 7 - 12 ก.ค.67 พล.ร.อ.สุวิน  แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมคณะกองทัพเรือไทยร่วมประชุม Navy to Navy Strategy Talks ครั้งที่ 13 ร่วมกับ กองทัพเรือออสเตรเลีย โดยมี พล.ร.จ. Eric Young รักษาการ รองผู้บัญชาการทหารเรือ กองทัพเรือออสเตรเลีย พร้อมคณะ เข้าร่วมการประชุมฯ  ณ นครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย

การประชุม Navy to Navy Strategy Talks เป็นผลจากการประชุมคณะทำงานร่วมระหว่างกองทัพเรือไทยกับกองทัพเรือออสเตรเลียในด้านวิทยาศาสตร์ทางทหารที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2543 ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้จัดการประชุมทุก 2 ปี โดยสลับกันเป็นเจ้าภาพ เป็นการพบปะสนทนาของผู้บังคับบัญชาชั้นสูง มีรองผู้บัญชาการทหารเรือของทั้งสองประเทศ (หรือผู้แทน) เป็นหัวหน้าคณะ ทั้งนี้ การประชุมมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้แทนกองทัพเรือทั้งสองประเทศประชุมหารือในเรื่องความมั่นคงทางทะเล การแลกเปลี่ยนและขยายความร่วมมือด้านต่างๆ ตลอดจนเรื่องอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

หัวข้อในการประชุมครั้งนี้มีหัวข้อในการหาเรือที่สำคัญ ประกอบด้วย
- การติดตามการดำเนินการตามมติที่ประชุม NTNST ครั้งที่ 12
- การพิจารณาทบทวน Term of Reference (TORs) ของการประชุม Navy to Navy Strategy ให้มีความเป็นปัจจุบัน
- การหารือถึงกำหนดการในการฝึก AUSTHAI 2025 ในเบื้องต้นจะจัดขึ้นประมาณ เดือน มิ.ย.2568
- การหารือในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการฝึกผสม AUSTHAI เช่น การใช้ยานไร้คนขับ และการฝึกเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security)
- การให้การสนับสนุนของฝ่ายออสเตรเลียในการจัดกำลังทางเรือและกำลังพลเข้าร่วมการฝึกผสม KAKADU 2024 ซึ่งจะมีการหารือในรายละเอียดต่อไป
- การขอรับการสนับสนุนหลักสูตรการศึกษาจาก ทร. ออสเตรเลีย และ การสนับสนุนที่นั่งหลักสูตรเสนาธิการทหารเรือ และหลักสูตรวิทยาลัยการทัพเรือให้กับกองทัพเรือออสเตรเลีย รวมทั้งการขอรับการสนับสนุนหลักสูตรสำหรับนายทหารระดับประทวนจากทางฝ่ายออสเตรเลีย
- การพิจารณากรอบแนวทางและรูปแบบการฝึกของชุดตรวจค้น (Boarding Operations training) ที่เหมาะสม ของกำลังพลประจำเรือของทั้งสองประเทศ

ผลการประชุมบรรลุตามวัตถุประสงค์เป็นอย่างดี ตามเจตนารมย์ผู้บัญชาการทหารเรือที่มอบไว้ก่อนการเดินทางร่วมประชุม โดยให้ความสำคัญของความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือทั้งสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนานอันจะทำให้มีความสัมพันธ์อันดีนี้ต่อไป
สมนึก เชื้อสนุก รายงาน

'นักธุรกิจฟาร์มปลาสวยงาม' เปิดข้อมูลตอกหน้าแก๊งล้มเจ้า  หลังกุเรื่องนำเข้า 'ปลาหมอคางดำ' เพื่อพัฒนาพันธุ์ปลานิล

(13 ก.ค.67) นายนิธิพัฒน์ พันธุ์ธุมจินดา นักธุรกิจ ฟาร์มปลาสวยงาม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Nitipat Bhandhumachinda ว่า เมื่อเช้าอ่านเจอโพสต์หนึ่งที่กล่าวในทำนองว่า ปลาหมอคางดำเป็นปลาที่นำเข้ามาเพื่อพัฒนาปลานิลจิตรลดา โดยมีการระบุด้วยว่าเป็นปลานิลจิตรลดารุ่นที่สาม เนื่องจากในรายงานนั้น ปลานิลจิตรลดารุ่นที่สาม มีการพัฒนาจากสายพันธุ์หลายชนิดรวมทั้งปลานิลจากประเทศกานา

ก็เลยอยากจะเรียนให้ทราบว่า ปลานิลสายพันธุ์จิตรลดารุ่นที่สามนั้น เป็นผลผลิตของการนำปลาที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ปลานิลเพื่อการบริโภค ซึ่งเป็นผลงานการวิจัยที่ทำการทดลองกันที่ หน่วยงานวิจัย ICLARM ในประเทศฟิลิปปินส์ โดยการผสมชนิดปลานิลหลายๆสายพันธุ์(รวมทั้งสายพันธุ์จิตรลดารุ่นก่อนๆ)จนได้ลูกที่เรียกกันว่า GIFT (Genetic Improvement of Farmed Tilapia) รุ่นที่ ๕

และได้นำลูกปลาสายพันธุ์ผสมในรูปแบบสายพันธุ์ที่พัฒนามาแล้วรุ่นนี้จากหน่วยงานการวิจัยดังกล่าว เข้ามาในประเทศไทยเมื่อปี พศ. ๒๕๓๘ และก็มีการวิจัยพัฒนาต่อเนื่องจนสามารถนำออกมาจำหน่ายจ่ายแจกให้กับเกษตรกรในชื่อรุ่น ‘นิลจิตรลดารุ่นที่ ๓’ ซึ่งแตกต่างอย่างมากจากการนำปลาชนิดใดชนิดหนึ่งซึ่งเป็นชนิดแท้ (ในกรณีนี้คือปลาหมอคางดำ) เข้ามาในประเทศแล้วหลุดรอดออกไปจนเกิดปัญหาการรุกรานดังที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้นะครับ

จึงขอเรียนนำเสนอข้อเท็จจริงให้ทราบ เผื่อใครจะคิดว่าต้นเหตุปัญหาเกิดจากโครงการปลานิลจิตรลดาครับ

โดยมีผู้เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในคอมเมนต์ว่า "นำเข้าปลาหมอคางดำเพื่อปรับปรุงพันธุ์ปลานิล" ฟังดูมันต้องเอ๊ะหรือเปล่า ปลานิลกับปลาหมอ ชื่อมันไม่คล้ายกัน มันคนละสายพันธุ์กันไหมนะ

ปลานิล ชื่อวิทยาศาสตร์ Oreochromis niloticus (Linn.)

ปลาหมอสีคางดำ ชื่อวิทยาศาสตร์ Sorotheodon Melanotheron

คนละ genus กัน ผสมข้ามกันไม่ได้นะครับ ถ้า genus เดียวกัน แต่ต่าง species ผสมกันได้ลูก แต่ลูกเป็นหมัน ถ้า species เดียวกัน แต่ต่าง subspecies ผสมกันได้ ได้ลูกผสมครับ การปรับปรุงพันธุ์จะใช้วิธีนี้ ความรู้ชีวะวิทยา ม.ปลาย (ซึ่งเดี๋ยวนี้เห็นบาง รร.สอนเรื่องนี้ในระดับประถม!!!) ใครเชื่อเรื่องนี้ เรียกควายยังสงสารควายเลยครับ 

นายนิธิพัฒน์ ตอบกลับว่า ‘คนเราถ้ามุ่งแต่จะหาเรื่องกันแล้ว ก็สามารถจับแพะชนแกะได้สม่ำเสมอแหละครับ’

มีรายงานเพิ่มเติมว่า หนึ่งในผู้ที่โพสต์ข้อมูลบิดเบือนเรื่องปลาหมอคางดำเพื่อหวังใส่ร้ายโจมตีสถาบันก็คือ นายนิธิวัต วรรณศิริ ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 ซึ่งหลบหนี้อยู่ในประเทศฝรั่งเศส เจ้าของเฟซบุ๊ก ‘จอมไฟเย็น ปฏิกษัตริย์นิยม’ ได้โพสต์ข้อความว่า ‘ปลานิลคางดำ ถูกนำเข้ามาพัฒนาสายพันธุ์ปลานิลจิตรลดา จนได้สายพันธุ์นิลจิตรลดา 3’

‘หนุ่มใหญ่ สุราษฎร์’ บุกยิง!! พนักงานการไฟฟ้าฯ ตำรวจปิดล้อมนานกว่า 3 ชม. ก่อนควบคุมตัวได้ 

เมื่อวานนี้ (12 ก.ค.67) นายสมชาย เพชรถาวร อายุ 50 ปี ชาวบ้านห้วยทรายขาว หมู่ที่ 6 ต.สาคู อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ได้ขับรถจักรยานยนต์เข้าไปที่สำนักงานการไฟฟ้าอำเภอพระแสง พร้อมอาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด และปืนสั้นอีก 1 กระบอก เมื่อไปถึงนายสมชาย จอดรถและไม่พูดจา ยกปืนลูกซองยาวยิงใส่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าที่ยืนอยู่หน้าสำนักงาน ประมาณ 2- 3 นัด โชคดีกระสุนไม่ถูกใคร แต่พนักงานไฟฟ้า 4-5 คนต่างตกใจวิ่งหนีตายกันอลหม่าน กระสุนปืนถูกที่ตัวอาคารได้รับความเสียหาย จากนั้นนายสมชาย ได้เดินไปที่รถกระบะของการไฟฟ้า พร้อมกับใช้ท้ายปืนตีกระจกรถจนแตกกระจาย ก่อนเดินไปทุบกระจกที่ประตูเข้าสำนักงานและกระจกด้านหน้าอาคารจนกระจกแตกกระจาย 

หลังจากระบายอารมณ์ด้วยความโกรธแค้นแล้ว ได้ขับรถจักรยานยนต์ออกไปและขับตรงไปห้างซุปเปอร์ชิปที่อยู่ไม่ห่างจากสำนักงานไฟฟ้าไม่มากนัก จากนั้นถือปืนเดินเข้าไปในห้าง ชาวบ้านและพนักงานต่างต้องวิ่งหนีออกจากห้างกันอลหม่าน ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นสถานที่ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นมา พร้อมกันทุกคนออกจากห้าง ปล่อยนายสมชาย อยู่ภายในห้างคนเดียว โดยทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการกดดันหรือเข้าเจรจาแต่อย่างใด

ส่วนสาเหตุนายสมชาย ก่อเหตุในครั้งชาวบ้านบอกว่า วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ไฟฟ้าได้ไปตัดไฟฟ้าและยกหม้อไฟฟ้า นายสมชายกลับมาบ้านพบว่าถูกตัดไฟฟ้าจึงมีอารมณ์โกรธจัด จึงเอาปืนไปก่อเหตุดังกล่าว

ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. วันเดียวกัน นายสมชาย ได้เดินออกจากห้างมาที่ลานจอดรถ โดยเอาปืนลูกซองสะพายไหล่ พร้อมกับขับรถจักรยานยนต์ออกจากลานจอดรถ จังหวะนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซุ่มตัวอยู่ได้วิ่งกรูกันเข้าชาร์จจับกุมตัวนายสมชาย ได้โดยละม่อม พร้อมกับอาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด อาวุธปืนสั้นขนาด .357 และเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง นอกจากนั้น ยังพบว่านายสมชายพกมีดพกด้ามงาช้างมาอีก 1 เล่ม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปควบคุมตัวที่ สภ.พระแสง เพื่อให้สงบสติอารมณ์ก่อนแล้วจะทำสอบปากคำดำเนินคดีต่อไป ท่ามกลางประชาชนที่เฝ้าดูสถานการณ์จำนวนมาก

สมุทรปราการ-ครอบครัว “พาณิชย์พิศาล” บริจาคทุนทรัพย์กว่า 2 ล้านบาท บูรณะปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญหลังชำรุดทรุดโทรมมานาน

เมื่อวันที่13 กรกฎาคม 2567 ภายในศาลาการเปรียญ ณ วัดมหาวงษ์ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ได้มีพิธีฉลองศาลาการเปรียญ โดยทางครอบครัวพาณิชย์พิศาล นำโดย นายอัครนันท์ พาณิชย์พิศาล นำครอบครัวพาณิชย์พิศาล โดยมี นางธัญยธรณ์ นางสาวปิยนุช และผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเกศริน พาณิชย์พิศาล ครอบครัวเศรษฐีผู้ใจบุญ ที่ได้บริจาคทุนทรัพย์เป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านบาท

นำไปบูรณะศาลาการเปรียญหลังเดิมที่ทรุดโทรมมานานและไม่สามารถประกอบพิธีทางศาสนาได้ เนื่องจากหลังคามีรอยแตกร้าวเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดน้ำรั่วซึมและศาลาหลังดังกล่าวมีสภาพที่ชำรุดทรุดโทรมพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนไม่สามารถใช้ประกอบพิธีทางศาสนาได้ อีกทั้ง ทางวัดมหาวงษ์ไม่มีงบประมาณเพียงพอในการบูรณะ กระทั่งทางครอบครัวพาณิชย์พิศาลได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์ส่วนตัวในการซ่อมแซมศาลาการเปรียญให้กลับมาใช้งานได้ดั่งเดิม

โดยในวันนี้ทางคณะสงฆ์วัดมหาวงษ์ตลอดจนพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์จากวัดต่างๆ ร่วมประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถาและร่วมฉลองศาลาการเปรียญหลังดังกล่าว ซึ่งบริเวณด้านหน้าศาลาจะมีป้ายเขียนว่า ศาลาการเปรียญบูรณะโดย คุณอัครนันท์-คุณธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาลและครอบครัว

ทางด้าน นายอัครนันท์ กล่าวว่า เนื่องจากหลังคาศาลาการเปรียญ ที่บริเวณ ชั้น 2 เกิดชำรุดกระเบื้องมีรอยแตกร้าว รั่วมานานหลายปี ประกอบกับภายในก็ทรุดโทรมไม่เคยได้รับการบูรณะ ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งจะส่งผลเสียและทรุดโทรมลงไปทุกวัน จึงได้ปรึกษากับทางครอบครัวโดยร่วมใจกันบูรณะ โดยให้ช่างรื้อหลังคาและฝ้าออกมา พบว่าถูกปลวกกินจนเสียหายเป็นจำนวนมากจึงได้ทำการปรับปรุงทำหลังคาใหม่และรีโนเวทภายในให้มีความสวยงาม ทาสีใหม่ ประดับไฟภายในใหม่ อีกทั้งปรับเปลี่ยนระบบไฟฟ้าเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด รวมทั้งห้องน้ำด้านบนโดยใช้เงินในการบูรณะทั้งหมดกว่า 2 ล้านบาท โดยเริ่มทำมาตั้งแต่ 15 ธันวาคม 2566 เป็นเวลา 210 วัน วันนี้จึงได้ทำพิธีฉลองศาลาและทำบุญเลี้ยงพระเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว

ด้านนางธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล กล่าวว่า เข้าพรรษานี้พระภิกษุสงฆ์ก็สามารถใช้ศาลาการเปรียญ ชั้น 2 ในการประกอบพิธีทางศาสนาได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ประชาชนผู้ที่จะมาถือศีลก็สามารถมานอนค้างที่วัดได้สะดวกสบาย เพราะก่อนหน้านี้ที่ยังไม่ได้บูรณะหลังคารั่ว มีน้ำไหลนอง จนไหลมาถึงชั้นล่าง ทำให้ไม่สามารถใช้ศาลานี้ประกอบพิธีทางสงฆ์ได้ วันนี้จึงถือว่าได้ฤกษ์งามยามดี และมีประชาชนมาร่วมพิธีฉลองศาลา ร่วมพิธีทำบุญเลี้ยงพระกันเป็นจำนวนมาก ได้อิ่มบุญกันถ้วนหน้า เพราะทั้งพระภิกษุสงฆ์สามารถใช้ศาลาประกอบพิธีทางสงฆ์ได้และประชาชนก็ใช้ศาลามาในการทำบุญได้ตามปกติ

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

‘ปลอดประสพ’ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุ มาตรฐาน ‘ปริญญาเอก’ แจง!! ทุกขั้นตอน ต้องทำวิทยานิพนธ์ที่ไม่ซ้ำกับใครในโลก

(13 ก.ค.67) ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า ใบปริญญาโทและเอกของจริงครับ

เช้าดูรายการคุณสรยุทธ ตกเย็นฟังคำอธิบายจากอาจารย์ฝ่ายรับรอง ฟังแล้วเหมือนดูละครตลก ด้วยเคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงอว. มาก่อนและเมื่อวานนี้ผู้ช่วยปลัดฯก็ได้แถลงแล้วว่า ยังไม่เคยรับรองการเทียบวุฒิของ California University ประกอบกับผมจบปริญญาเอกจริงๆ จึงขอเล่ามาตรฐานปริญญาเอกของแคนาดาที่ผมเรียนและจบมาให้ฟัง

ขั้นต้นมหาวิทยาลัยจะต้องรับเป็นนักศึกษาปริญญาเอกเสียก่อน จากนั้นก็จะเรียน Coursework ใช้เวลาประมาณ 2-3ปี เมื่อจบ Coursework แล้วก็จะต้องสอบ Comprehensive ซึ่งจะมีทั้งข้อเขียนและสัมภาษณ์ เมื่อผ่านแล้วจึงมีสถานะPh.D Candidate มีสิทธิ์ทำวิทยานิพนธ์ เรื่องที่ทำต้องไม่ซ้ำกับใครในโลก โดยทั่วไปในสายวิทยาศาสตร์มักจะใช้เวลาอีก 2-3 ปี

เมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว คณะกรรมการที่ปรึกษาจะตรวจสอบแก้ไข และส่งร่างฯนี้ไปยังอาจารย์มหาวิทยาลัยอื่น (External Examinor ) ตรวจเพื่อให้คุณภาพอยู่ในมาตรฐานระดับสูง (Higher Education) จากนั้นสอบปากเปล่าเพื่อ Defense

สิ่งที่ท่านได้มาดูมันง่ายและรวดเร็วเหลือเกิน ส่วนจะจริงเท็จอย่างไรคงต้องมีการสอบสวนกันอย่างจริงจัง ขณะนี้ท่านเป็นบุคคลสาธารณะ ท่านต้องอดทน ต้องยอมรับการตรวจสอบ เพราะหน้าที่สว.จะต้องไปตรวจสอบคนอื่น ไม่ใช่มาขู่ฟ้องร้องคนอื่นเขา ถ้ารับการตรวจสอบไม่ได้ ก็ไม่ควรอยู่เป็นสว.หรอกครับ

‘สพฐ.ตร.’ ลงนาม MOU ‘มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี’ เพื่อประสานความร่วมมือ พัฒนางานวิจัย ด้านการตรวจพิสูจน์หลักฐาน

(13 ก.ค.67) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สพฐ.ตร. ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เพื่อสร้างความเข้มแข็งและยกระดับความร่วมมือ ให้เกิดความต่อเนื่องในการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านพิสูจน์หลักฐาน

โดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาบุคลากรและนักศึกษาทางด้านวิชาการ ด้วยการให้คำปรึกษาและฝึกอบรม การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจพิสูจน์หลักฐาน และ การให้บริการทดสอบและวิเคราะห์ทางด้านวิทยาศาสตร์

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า สำนักงานพิสูจน์สำรวจและวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีได้ดำเนินงานวิจัยด้านการพัฒนาด้านการตรวจพิสูจน์ร่วมกันหลายอย่าง เช่น การพัฒนาวิธีการตรวจหารอยลายนิ้วมือแฝงเพื่อพิสูจน์หลักฐานทางอาชญากรรม โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า ผลงานจากโครงการดังกล่าว ยังได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้นระดับดีมาก ประจำปีงบประมาณ 2560 จึงเป็นที่มาของการนำไปสู่การทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) โครงการความร่วมมือด้านงานวิจัยและพัฒนาวิธีการตรวจพิสูจน์หลักฐาน ระหว่าง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และ มจธ. ฉบับแรกขึ้น เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559 โดยมีกำหนดเวลา 2 ปี ซึ่งได้สิ้นสุดข้อตกลงบันทึกความเข้าใจ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องการตรวจเขม่าปืน การวิจัยเรื่องการตรวจวัดสารวัตถุระเบิด การวิจัยนวัตกรรมการหารอยนิ้วมือแฝงบนปลอกกระสุนปืน การถ่ายทอดเทคโนโลยีการตรวจพิสูจน์เอกสารแบบไม่ทำลายวัตถุพยาน รวมทั้งการให้คำปรึกษาในการตรวจพิสูจน์เส้นผมอันเป็นที่มาของการคลี่คลายคดีสำคัญ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า ในส่วนนี้ทั้งสองหน่วยงานจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการร่วมมือกันในเรื่องของการพัฒนานวัตกรรมและการวิจัยงานด้านวิทยาศาสตร์และการตรวจพิสูจน์หลักฐานเพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนจึงเป็นที่มาของการลงนามบันทึกความเข้าใจในความร่วมมือกันในวันนี้

กาฬสินธุ์ปลูกป่าศาสตร์พระราชาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงของชุมชน รมว.กลาโหมเปิดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ  พร้อมนำทุกภาคส่วนจัดกิจกรรมโครงการปลูกป่าศาสตร์พระราชาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจแ

วันที่ 13 กรกฎาคม 2567 ที่บริเวณพื้นที่ 28 ไร่ โครงการ คทช. ต.ภูปอ อ.เมือง  จ.กาฬสินธุ์ ดร.สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ และเปิดโครงการปลูกป่าศาสตร์พระราชาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงของชุมชน

โดยมีนายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์  นายวิรัช พิมพะนิตย์ ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 1 นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ ปลัด จ.กาฬสินธุ์ นายอุทัย สิงห์ทอง พัฒนาการ จ.กาฬสินธุ์ นายวิทยา ปัญจมาตย์ ผอ.ทสจ.กาฬสินธุ์ นายสำเนียง หวังเจริญ ท้องถิ่น จ.กาฬสินธุ์ ดร.พรพิทักษ์ แม้นศิริ ผอ.สำนักประชาสัมพันธ์เขต 1  หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ เข้าร่วมโครงการจำนวนกว่า  1,000 คน 

ทั้งนี้สืบเนื่องจากการประชุมเสวนาเพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนาและแก้ไขปัญหาเกษตรอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2567 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลนาจารย์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ โดยมี ดร.สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม ซึ่งเป็นที่มาของรูปแบบการพัฒนาที่ชื่อว่า "กาฬสินธุ์โมเดล" โดยมีแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินตามแนวทางโครงการ คทช. โดยทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนเกษตรกรทุกๆ ด้าน ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการผลิต การตลาด การบริหารจัดการองค์กรเศรษฐกิจ และการสร้างความมั่นคงในชุมชนท้องถิ่น จึงได้จัด โครงการปลูกป่าศาสตร์พระราชาเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงของชุมชน ขึ้น เพื่อให้สอดรับกับแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

สำหรับการปลูกป่าในครั้งนี้เป็นการบูรณาการระหว่างจังหวัดกาฬสินธุ์และส่วนราชการในจังหวัด  มูลนิธิพลังอีสานเพื่อการพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์  เครือข่ายสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน  เครือข่าย ป.ป.ช. ภาคประชาสังคมภาคอีสาน อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เทศบาลตำบลภูปอ  และสำนักประชาสัมพันธ์เขต 1 ขอนแก่น

รวมพลังเยาวชน กองทัพเรือ สร้างสรรค์ชุมชนปลอดยาเสพติดกองทัพเรือ โดยศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรมการอบรมเยาวชนและแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 นาวาเอก กฤษดา จิระไตรพร รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานเปิดกิจกรรมการอบรมเยาวชนและแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด ณ โรงเรียนบ้านบึงต้นชัน ตำบลชากบก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง โดยมี นางรุ่งกานต์ คงชูชาติ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบึงต้นชัน ให้การต้อนรับ

โดยกิจกรรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยของยาเสพติดแก่เยาวชน และส่งเสริมการใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ผ่านการเล่นกีฬา ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อของยาเสพติด การอบรมและแข่งขันกีฬาในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก อำเภอบ้านค่าย สาธารณสุขอำเภอบ้านค่าย รวมถึงคณะครูและนักเรียนฯ โดยมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การบรรยาย เรื่องการป้องกันยาเสพติด โดยวิทยากรจาก โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการจิตวิทยา ฐานทัพเรือสัตหีบ อบรมให้ความรู้ และร่วมกิจกรรมนันทนาการ เล่นเกมส์ และการแข่งขันเกมกีฬาต่าง ๆ ให้กับน้อง ๆ

ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ทัพเรือภาคที่ 1 ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือกันระหว่างชุมชนและหน่วยงานต่าง ๆ ในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและปลอดจากยาเสพติด เพื่ออนาคตที่ดีของเยาวชนในพื้นที่

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

‘เศรษฐา’ เยือน ‘เชียงราย’ ลุยบริหารจัดการ อนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองฮ่าน อนุมัติ!! 3 โครงการ 110 ล้านบาท พร้อม HBD ‘วิสาร’ ครบรอบ 68 ปี

(13 ก.ค.67) ที่โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองฮ่าง ต.ทานตะวัน อ.พาน จ.เชียงราย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ และน.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านพูดคุยประเด็นปัญหาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองฮ่าง เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีชาวบ้านในพื้นที่ให้การต้อนรับจำนวนมาก และมีนักเรียนจากโรงเรียนป่าแดงวิทยา ตีกลองสะบัดชัยเพื่อเป็นการต้อนรับนายกฯ พร้อมมอบภาพวาดให้นายกรัฐมนตรี ซึ่งนายฯได้มอบลายเซ็น และขอให้เก็บไว้เป็นที่ระลึก ทั้งนี้ นายกฯได้รับมอบดอกไม้ และผ้าขาวม้าจากชาวบ้านที่นำมาต้อนรับด้วย

จากนั้น ประชาชนในพื้นที่ ต.ทานตะวัน อ.พาน จ.เชียงราย ได้สะท้อนปัญหาในพื้นที่ ว่า 40 กว่าปีก่อน พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ทำมาหากินของปู่ย่าตายาย แต่เมื่อปี 2545 มีการขุดเกาะน้ำเป็น 3 เกาะ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างมากทั้งน้ำท่วมซ้ำซาก และน้ำแล้ง อีกทั้งไม่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้เพราะน้ำตื้นเขิน วันนี้จึงเป็นโอกาสดีที่นายกฯ และคณะลงพื้นที่เพื่อที่จะได้ช่วยพัฒนาพื้นที่ เพราะปี 67 ได้งบ 10 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอ ส่วนปี 68 ไม่มีงบ จึงอยากขอความเมตตาจากนายกฯและคณะ ช่วยผลักดันงบประมาณให้ชาวบ้าน และขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ

ด้านนายกฯ กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาที่นี่ครั้งแรกในบรรยากาศที่สบายๆ วันนี้เรามาครบทั้งกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ และฝ่ายที่ดูแลเรื่องงบประมาณ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเรื่องน้ำเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลให้ความมุ่งมั่นที่จะต้องดูแลให้ดีทุกพื้นที่ ซึ่งเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้ง ตนได้ส่งทีมงานลงมาคุยในพื้นที่ก่อนล่วงหน้าแล้ว ดังนั้น เรื่องของการที่เราจะพัฒนาสนับสนุนเรื่องน้ำเพื่อการเกษตร อุปโภคบริโภค หรือการพัฒนาให้บริเวณนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเราจะสนับสนุนอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ส่วนเรื่องของงบประมาณที่บอกว่ามีแค่ 10 ล้านบาท ส.ส.ในพื้นที่ก็ได้มีการมาพูดคุยกับตนหลายครั้งแล้ว เรื่องของงบประมาณเราเข้าใจว่า 10 ล้านบาท คงไม่เพียงพอ แต่เรามี 3 โครงการในพื้นที่จึงขอให้เติมศูนย์อีกตัวที่ไม่ใช่ 10 ล้านบาท แต่เป็น 110 ล้านบาท เราไม่ได้นิ่งนอนใจ และพยายามจะทำให้ดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายกฯพูดคุยกับชาวบ้านเสร็จ น.ส.วิสาระดี ได้เซอร์ไพรส์วันเกิดนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ซึ่งเป็นบิดาที่จะมีอายุครบ 68 ปีในวันพรุ่งนี้ (14 ก.ค.) โดยได้น.ส.วิสาระดีได้มอบเค้กให้บิดา และขอให้บิดาได้ถ่ายรูปกับนายกฯ

จากนั้น นายกฯได้เดินเยี่ยมชมบูทโอท็อป ผลิตภัณฑ์ชุมชน และสินค้าทางการเกษตร ที่ชาวบ้านในพื้นที่นำมาแสดง และจำหน่าย ก่อนที่จะมอบพันธุ์ปลา และรับฟังบรรยายสรุปจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ จ.เชียงราย ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติงบกลางล่าสุดซึ่งจะทำให้เกษตรกรได้ประโยชน์กว่า 20,000 ไร่ โดยใช้น้ำระบบท่อ จากนั้นนายกฯ ได้ปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10 เพื่อเป็นที่ระลึกกับชาวบ้าน ต.ทานตะวัน ด้วย

เอกซเรย์!! 'นักการเมืองไทย' จบมหาวิทยาลัยในแคลิฟอร์เนีย  'เรียนจริง-เก่งจริง-จบจริง' สปีคอิงลิชได้แบบไฟแลบ

(13 ก.ค.67) ช่วงนี้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ถึงที่มาของวุฒิศึกษากับคนดังในสังคมบางท่าน โดยเฉพาะกับวุฒิการศึกษาที่มีการนำมายืนยันว่าจบเมืองนอกในสถาบันการศึกษาชื่อดัง เพื่อการันตีดีกรีความน่าเชื่อถือแก่ตำแหน่งสำคัญทางสังคมที่ได้รับมา

อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวคงยังต้องติดตามกันต่อไป ว่าสุดท้ายบทสรุปจะไปลงเอยที่ 'ของแทร่' หรือ 'ของปลอม' 

พอพูดถึงเรื่องดีกรีคนไทยคนดังกับการจบนอก ก็ทำให้อดไม่ได้ที่จะต้องย้อนมาค้นดูว่า แล้วในสังคมบ้านเรามีคนดังคนไทยคนไหน ที่มีดีกรีแบบ 'เรียนจริง-เก่งจริง-จบจริง' สปีคอิงลิชไฟแลบจริง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรียนจบจากรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา กันบ้าง

>> นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
จบการศึกษาปริญญาโท คณะวิศวกรรมศาสตร์ จาก University of Southern California ประเทศสหรัฐอเมริกา

>> นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
จบการศึกษาปริญญาตรี วิศวกรรมอุตสาหการ จาก University of California, Berkeley ประเทศสหรัฐอเมริกา

>> นายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ
จบการศึกษาปริญญาโท ด้านรัฐประศาสนศาสตร์ จาก University of Southern California ประเทศสหรัฐอเมริกา

ก็ต้องขอบอกว่า บุคคลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ

***(อนึ่ง: นายชัยวุฒิ และ นายปานปรีย์ จบมาจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top