Monday, 13 July 2026
NEWS

‘ราเกซ สักเสนา’ พ่อมดการเงิน ได้รับพระราชทานอภัยโทษฯ เตรียมถูกส่งกลับอินเดีย หลังรับโทษคดียักยอกทรัพย์ในไทย 15 ปี

(10 ก.ย. 67) รายงานข่าวแจ้งว่า ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้ไปรับตัว ‘นายราเกซ สักเสนา’ (Rakesh Saxena) สัญชาติอินเดีย ผู้ต้องขังในคดียักยอกทรัพย์ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ (บีบีซี) ออกจากเรือนจำ เพื่อผลักดันออกนอกประเทศ

หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ วันที่ 28 ก.ค. 67 โดยได้ส่งตัวนายราเกซไปยังกองกำกับการ 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (บก.สส.สตม.) เพื่อดำเนินการผลักดันออกนอกประเทศตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ต่อไป

นับเป็นการปิดฉากชีวิตพ่อมดการเงินในประเทศไทย จากการปล่อยสินเชื่อให้แก่นักธุรกิจและนักการเมืองเพื่อเข้าเทกโอเวอร์บริษัทต่างๆ ในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีกำไรจากการซื้อมา-ขายไป จนเกิดหนี้เน่ามากกว่า 80,000 ล้านบาท และเป็นต้นเหตุที่ทำให้บีบีซีปิดกิจการ

สำหรับนายราเกซ ชาวเมืองอินดอร์ รัฐมัธยประเทศ อดีตโบรกเกอร์ค้าเงิน เป็นผู้ต้องขังคดีหมายเลขแดงที่ อ 4138/2559 ในความผิดฐานพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ คดียักยอกทรัพย์ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) หรือ บีบีซี ระหว่างปีพ.ศ. 2537-2539 ขณะดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ ซึ่งขณะนั้นคือ ‘นายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์’

โดยกระทำการทุจริตอนุมัติวงเงินสินเชื่อเกินบัญชี (โอดี) กับบริษัท สมประสงค์ อินเตอร์คอมมิวนิเคชั่น จำกัด และเอกชนอื่นร่วม 10 แห่ง เกินกว่า 30 ล้านบาท โดยไม่ผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากคณะกรรมการสินเชื่อ หรือคณะกรรมการบริหารของธนาคารก่อน อีกทั้งไม่ได้จัดให้มีหลักประกัน ไม่มีการวิเคราะห์ฐานะของลูกหนี้ และความสามารถในการชำระหนี้คืน อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งธนาคารแห่งประเทศไทย

นอกจากนี้ จำเลยและพวกยังได้ร่วมกันแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ร่วมกันเบียดบังเอาเงินของธนาคารผู้เสียหาย (บีบีซี) ซึ่งอยู่ในความครอบครองของนายเกริกเกียรติ ไปเป็นของจำเลยกับพวกและนายเกริกเกียรติโดยทุจริต แม้ภายหลังจำเลยกับพวกได้ชดใช้เงินให้แก่ผู้เสียหายบางส่วน แต่คงเหลือเงินที่ยังไม่ได้คืนผู้เสียหาย 353,363,966 บาท

คดีนี้ต่อสู้กันสามศาล ในที่สุดศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 12 ก.ย.65 จำคุกกระทงละ 5 ปี และปรับกระทงละ 500,000 บาท โดยมีสำนวนแรก 60 กระทง สำนวนที่สอง 6 กระทง และสำนวนที่สาม 1 กระทง รวม 67 กระทง รวมจำคุก 335 ปี และปรับ 33,500,000 บาท เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุก 20 ปี และสั่งคืนเงินผู้เสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้นายราเกซหลบหนีคดีไปยังประเทศแคนาดา ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 7 ก.ค.39 แม้ทางการไทยได้ประสานงานกับแคนาดาขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน แต่นายราเกซได้ให้ทนายความยื่นคัดค้าน ใช้ระยะเวลาพิจารณาถึง 13 ปี กระทั่งวันที่ 29 ต.ค.52 ศาลฎีกาแคนาดามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกา และส่งตัวมาถึงประเทศไทยด้วยเที่ยวบิน TG 615 เมื่อวันที่ 30 ต.ค.52

ต่อมาศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาเมื่อปี 2555 จำคุกนายราเกซ 10 ปี และต่อสู้คดีเรื่อยมา กระทั่งคดีถึงที่สุดเมื่อปี 2565 รวมระยะเวลาที่รับโทษในประเทศไทย 15 ปี

'นราธิวาส' – ผบ.ทบ.และคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยในพื้นที่ จชต. พร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติงาน เพื่อให้ทุกส่วนเข้าใจหลักการทำงาน และประสานสอดคล้อง ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก / ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และคณะผู้บังคับบัญชา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจตำรวจนราธิวาสที่ 93 ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส พร้อมรับฟังการบรรยายสรุป ติดตามผลและการปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่และร่วมพบปะกำลังพล ตลอดจนรับทราบปัญหา ข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะ รวมทั้งมอบนโยบายการปฏิบัติงานแก่กำลังพลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังได้มอบสิ่งของอุปโภค บริโภคแก่หน่วยในพื้นที่ เพื่อแทนคำขอบคุณและเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยมี พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พลโท ปราโมทย์ พรหมอินทร์ แม่ทัพน้อยที่ 4/ รองผู้อำนวยรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, พลตรี ไพศาล หนูสังข์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส, ตำรวจ, ทหาร, หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจตำรวจนราธิวาสที่ 93 และกำลังพลร่วมให้การต้อนรับ

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก และคณะฯ เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจ ณ วัดเขากง ตำบลลำภู อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส โดยได้สักการะพระพุทธทักษิณมิ่งมงคล ถวายสังฆทาน และกราบนมัสการพระครูบรรพต พรหมญาณ เจ้าอาวาสวัดเขากง  ก่อนรับมอบวัตถุมงคลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจและที่ยึดเหนี่ยวทางใจให้แก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มารอให้การต้อนรับ

ต่อมาเวลา 14.15 น. ผู้บัญชาการทหารบก และคณะฯ พร้อมด้วยแม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี และฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครอง ตำบลท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พร้อมมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อเป็นขวัญกำลังใจตอบแทนการปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

โอกาสนี้ผู้บัญชาการทหารบก ได้รับฟังบรรยายสรุปการปฏิบัติงาน เหตุการณ์และแนวโน้มสถานการณ์ในอนาคต พร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติงานที่สำคัญให้แก่เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน ตลอดจนรับทราบปัญหา ข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะ เพื่อให้ทุกส่วนเข้าใจหลักการทำงาน และปฏิบัติได้ประสานสอดคล้อง ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้นตามแผนบูรณาการการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ต้องการเสริมสร้างศักยภาพของสมาชิกอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกนาย ทำงานดูแลความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ โดยการเข้าถึงพื้นที่และใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน เพื่อเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีนำไปสู่ความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างกัน ทั้งนี้ขอให้เชื่อมั่นว่า กองทัพบก กระทรวงมหาดไทย 

ตลอดจนทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความร่วมมือและตั้งใจร่วมกันในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ซึ่งที่ผ่านมาได้ให้ความสำคัญกับการฝึกเสริมสร้างศักยภาพของอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาขีดความสามารถ มีความพร้อมเพิ่มมากขึ้นในห้วง 2-3 ปีนี้ นั่นจะทำให้เขาเหล่านั้นมีขีดความสามารถในการดูแลพี่น้องประชาชนได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในระยะยาว เกิดความยั่งยืน และหากมีสิ่งไหนที่ต้องการหนุนเสริมเรื่องใด สามารถสะท้อนผ่านมายัง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

'อัษฎางค์' ให้ข้อคิด!! คนทำชั่วได้ดีมีถมไป คือเรื่องจริง แต่ 'ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว' ก็คือเรื่องจริงไม่ต่างกัน

(10 ก.ย. 67) อัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กให้มุมมองถึงประเด็นดัง 'ชาลี-กามิน' ระบุว่า...

"ทำดีต้องไม่ได้อะไร จำไว้ไอ้น้องรัก" และต้องทำดีกันต่อไป

ผมแอบคิดตั้งแต่เริ่มต้นจีบกันแล้วว่าคู่นี้อยู่ไม่นาน เพียงแต่ไม่คิดว่าเร็วขนาดนี้

ที่ว่าแอบคิดว่าไม่รอดคือ...

เริ่มต้นผมก็เหมือนคนอื่น ๆ ที่ติดตาม คือเชียร์คู่นี้เพราะเขาน่ารักกันดี ก็อยากให้สมหวัง

แต่แอบคิดว่า 'ไม่น่ารอด' เพราะความที่เป็นรักออนไลน์ ผ่านสังคมออนไลน์ที่มีคนรับรู้ทุกแง่มุม สังเกตได้ว่ามีดรามาตลอด ทั้งจากตัวเองและแฟนคลับ ซึ่งจุดนี้เป็นจุดสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาไม่ยาก

เอาชีวิตจริง ๆ ของเรา ๆ ทุกคน ลองรักใครแล้ว มีพ่อแม่พี่น้องเพื่อนพ้องมาเกี่ยวข้อง ไม่ช้าไม่นานก็พัง

เช่น พ่อแม่หรือพี่น้อง เพื่อน จะไม่พอใจว่าที่ลูกเขยลูกสะใภ้ ทำไมทำแบบนี้กับคนของเรา เราดูแลทะนุถนอม แต่แฟนลูก แฟนพี่น้อง แฟนเพื่อนเรา ทำไมไม่ทะนุถนอมเหมือนเรา เป็นต้น ซึ่งก็เห็นข่าวเสมอว่า แฟนคลับขย่มตลอด

เชียร์ แต่แอบคิดมาตั้งแต่ต้นว่าไม่น่ารอด เพียงแต่ไม่คิดว่าเร็วขนาดนี้ จบเร็วมาก ๆ

ที่สำคัญ ไม่เคยคิดว่า กามิน เป็นแบบนี้ นี่คือ จุดหักมุมที่สำคัญ

ชาลี ดวงอาภัพเรื่องคู่อย่างไม่ต้องสงสัย

………………………………………………………………………

พวกเราดูชีวิตคนอื่น ๆ ที่เขาเป็นคนดีที่ทำดีเสมอ แต่ชีวิตกลับมีอุปสรรคไม่หยุดหย่อน ควรตั้งสติแล้วคิดใหม่ โดยใช้หลักธรรมของพุทธศาสนา

ใครคิดว่า "คนดี ที่คิดว่าทำดีแล้วต้องได้ดี" ควรคิดใหม่

ชีวิตมันไม่ง่ายอย่างนั้น  โชคชะตาเล่นตลกกับเราเสมอ เพราะจะเจอบททดสอบไม่จบไม่สิ้น ทั้งที่เราคิดว่า เราทำดีแล้ว แต่ทำไมไม่ได้ดีตอบ

"ทำดี อย่าหวังว่าจะได้ดีตอบเสมอไป"

เพราะเวรกรรมในอดีตที่เราทำไว้คืออะไรเราจำไม่ได้ เราอาจเคยทำชั่วไว้ก็ได้ เพราะฉะนั้นกรรมเวรเก่าจึงตามมาเอาคืน

"เราทำดีกับเขาแทบตาย แต่เค้าไม่เคยเห็นหรือไม่ตอบแทนคุณเราเลย หรือทำร้ายเราอีกต่างหาก" นั่นอาจเป็นเพราะเราเคยทำกรรมชั่วไว้กับเขา เขาจึงมาเอาคืน

นั้นทำให้…ชาตินี้ทำดียังไง ก็ไม่ได้ดี

………………………………………………………………………

ส่วนคำที่ชอบเอามาพูดล้อเล่นว่า "คนทำชั่วได้ดีทีถมไป" นั้นคือ 'เรื่องจริง' เพราะผลบุญเก่าที่เคยทำดีไว้มันส่งผลอยู่

แต่ที่ทำชั่วไว้ในปัจจุบันมันจะตามมาตามคิวแน่นอน

ถ้าดูชาลีเป็นตัวอย่างของคนดีแล้วไม่ได้ดี ก็ต้องดูตัวอย่างทักษิณคนทำชั่วได้ดีเอาไว้ด้วย

"ทำดีได้ดีมีที่ไหน คนทำชั่วได้ดีทีถมไป"

คือ ภาพที่เราเห็น ณ ปัจจุบัน ซึ่งผลดีที่เขาเคยทำในอดีตชาติมันส่งผลอยู่ ถึงแม้ว่าปัจจุบันเขาทำชั่ว

แต่คำว่า "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" ก็คือเรื่องจริง

แต่ที่ทำดีอยู่แต่ไม่ได้รับผลดีเสียที เพราะเราอาจเคยทำชั่วมาเยอะ หรือเรายังอยู่ในช่วงที่รับกรรมอยู่ก็ได้ เพราะเราเวียนว่ายเกิดมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว และเราก็จำไม่ได้ว่าชาติต่าง ๆ ในอดีตเคยทำดีและทำชั่วสลับกันมามากน้อยแค่ไหน

ถ้าอยากให้คำว่า "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" ปรากฏชัดและส่งผลต่อเราตลอดเวลา ก็จงมั่นทำดีเอาไว้ตลอดเวลา 

แล้วรอให้ผลจากกรรมชั่วนั้นหมดไป ผลดีจะส่งผลเอง หรือเคยทำชั่วไว้แค่ไหนก็ตาม แต่เราทำดีไว้มาก ๆ มากจนกรรมชั่วตามไม่ทัน นั้นแหละเราจะได้รับแต่ผลจากกรรมดีที่เราสร้างไว้อย่างมากมายมหาศาล

เป็นกำลังให้ชาลีและคนที่มุ่งมั่นเป็นคนดีที่ทำดี จงทำดีต่อไป

………………………………………………………………………

ท่องกันเอาไว้ว่า "ทำดี ต้องไม่ได้อะไร"
"นอกจากได้ละกิเลสออกไป"

การไปทำบุญที่วัด หรือทำบุญกับโรงพยาบาล กับผู้ด้อยโอกาส แล้วอธิษฐานขอทุกอย่างเช่น ขอให้ร่ำรวย มีสุขภาพดี ฯลฯ อย่างที่เราชอบทำกันนั้น ไม่เรียกว่า เราทำทาน

ทำทานคือ ให้โดยไม่หวังอะไรตอบแทน

แล้วที่สุด ผลตอบแทนมันจะกลับมาเอง เมื่อเราไม่หวังอะไรตอบแทน

นี่คือความลับและความมหัศจรรย์ของการทำความดีหรือการทำบุญ

………………………………………………………………………

สรุป

ชาลี ทำดีต่อไป อย่าให้กรรมชั่วในอดีตมาบั่นทอนจิตใจให้หลงไปทำชั่ว เพราะคิดว่าทำดีไม่เห็นได้ดีเสียที

คนที่เหมาะสมและสร้างบุญและกรรมร่วมกันมารออยู่ และจะได้เจอในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอน

พ่อหมอเอ็ดดี้ ฟันธง

‘อดีตทูตนริศโรจน์’ ชี้!! ‘จนท.สายการบิน’ มีการควบคุมข้อมูลแบบเป๊ะๆ ‘เครื่องถึง-ดีเลย์-ปิดเคาน์เตอร์’ ตอนไหน? และคุณมาถึงเวลาเท่าไหร่?

(10 ก.ย. 67) นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Fuangrabil Narisroj' ระบุว่า…

เห็นมาหลายรายแล้ว พวกที่ชอบเปิดศึกกับสายการบิน คือ ถ้าข้อมูลของคุณไม่แม่นแล้ว คุณจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากกว่า

เพราะ จนท.สายการบินเขาคุมข้อมูลแบบเป๊ะ ๆ อยู่กับมือว่าเครื่องถึงเมื่อไหร่ ดีเลย์เท่าไหร่ ปิดเคาน์เตอร์ เมื่อไหร่ คุณมาถึงเวลาเท่าไหร่ ก่อนหรือหลังเคาน์เตอร์ปิดกี่นาที บวกกับมีกฎการบินสากล ที่คุมบังคับทุกสายการบินในภาพรวม

ยังไง ๆ คุณก็ไม่ชนะครับ !!

ยกเว้น คุณถูก treat แบบไม่เป็นธรรม มีการลงไม้ลงมือ มีการเลือกปฏิบัติต่อเชื้อชาติ ศาสนา ผิว เพศสภาพอย่างดูหมิ่นเหยียดหยาม แบบนี้มีโอกาสชนะมากกว่า 

หมายเหตุ พวกที่ชอบโอดครวญว่า ลูกเรือไม่มีน้ำใจช่วยยกกระเป๋าขึ้นช่องเก็บของก็เช่นกัน ! ตามกฎการบินสากล ลูกเรือไม่มีหน้าที่ยกกระเป๋าผู้โดยสารขึ้นเก็บให้ เพราะถ้าคุณ handle กระเป๋าไม่ได้เพราะหนักเกินไป คุณเตี้ยเกินไป คุณต้องโหลดลงเก็บใต้ท้องเครื่องครับ

เพราะกระเป๋าที่คุณถือขึ้นเครื่องเอง คุณก็ต้องรับผิดชอบว่าคุณสามารถยกขึ้นเก็บได้เอง 

ทำไมกฎการบินถึงห้ามลูกเรือยกกระเป๋าให้ผู้โดยสาร เพราะหากเกิดพลาดพลั้งกระเป๋าใบนั้นสร้างความบาดเจ็บกับลูกเรือคนใดคนนึง เที่ยวบินนั้นจะต้องถูกดีเลย์หรือยกเลิกเพื่อเปลี่ยนลูกเรือคนใหม่  

อย่าลืมว่าผู้โดยสารมีเป็นร้อย ๆ คน แต่ลูกเรือมีไม่กี่คน ถ้าเขาต้องมาช่วยยกกระเป๋าผู้โดยสารขึ้นลง โอกาสเกิดอุบัติเหตุทำให้บาดเจ็บมีสูงมาก ส่วนกรณีที่ลูกเรือบางคนช่วยผู้โดยสารที่มีเหตุสุดวิสัยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แบบกะทันหันนั้นเป็นข้อยกเว้นแต่ละกรณีไปครับ 

และโปรดจำไว้เสมอว่า ลูกเรือบนเครื่องบิน เขามิใช่ ‘ขี้ข้าหรือคนรับใช้ส่วนตัวบนเครื่องบินของคุณ’ แต่พวกเขาเป็น ‘ผู้อำนวยความสะดวกให้การเดินทางโดยเครื่องบินของคุณเป็นไปโดยราบรื่นถูกต้องตามกฎการบินสากล’ พวกเขาต้อง operate เครื่องไม้เครื่องมือบนเครื่องบินที่ ผู้โดยสารไม่รู้เรื่องเพราะไม่ได้ฝึกมาแบบลูกเรือ

เมื่อขึ้นเครื่องก็แค่ทำตามคำแนะนำของลูกเรือทุกอย่างก็จะ smooth ผมเองเดินทางโดยเครื่องบินมานับเป็นพันครั้งแล้วกระมัง ทุกครั้งที่ขึ้นผมจะทำตัวลีบ ๆ ไม่ demand มากถ้าไม่จำเป็น เพราะเห็นใจว่าลูกเรือเขามี ผดส.เป็นร้อย ๆ คน เขาเหนื่อยกว่าเราเยอะ

จึงเป็นเหตุว่าผมแทบไม่เคยเจอปัญหาอะไรเลยกับการเดินทางโดยเครื่องบิน

มีเพื่อนผมบางคน ค่อนข้างโรคจิตประเภทชอบจับผิด ยิ่งถ้าขึ้นเครื่อง TG พอเห็นลูกเรือไทย อาการจะกำเริบ จับผิด จิก กัด demand ต่าง ๆ แค่เขาไม่ยิ้มก็เป็นเรื่อง แล้วก็เอามานินทาว่า TG ห่วยอย่างนั้นอย่างนี้ 

แต่พอไปเจอลูกเรือสายการบินต่างชาติเงียบกริบไม่หือไม่อืออะไรเลย มีจริง ๆ ครับคนแบบนี้ ทำให้เวลาเดินทางจะไม่มีความสุข

ส่วนผมสบายมาก enjoy การบินด้วย TG เกือบทุกครั้ง มีบางครั้งที่ขลุกขลักแต่ก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ และผมได้รับการบริการด้วยดีจากลูกเรือ TG ทุกครั้งครับ

สำรวจ 'สเปก-ราคา-สี-ความจุ' iPhone 16 เปิดจอง 13 วางจำหน่ายจริง 20 ก.ย.นี้

(10 ก.ย. 67) TNN Tech เปิดเผยว่า Apple ได้ประกาศเปิดตัว iPhone 16 ทั้ง 4 รุ่น อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อเที่ยงคืนของวันที่ 10 ก.ย. ตามเวลาในประเทศไทย

โดยในปีนี้ iPhone 16 มาพร้อมวัสดุอะลูมิเนียมเกรดเดียวกับอุตสาหกรรมการบินและมีสีใหม่ ๆ มากขึ้น ได้แก่ 'อุลตรามารีน' / 'เขียวอมฟ้า' และสีชมพู 

Apple ยังคงจุดเด่นด้านความทนทานกันน้ำและฝุ่นได้มากขึ้น และมีหน้าจอเซรามิกกระจกแบบใหม่ แข็งแกร่งกว่ารุ่นก่อนหน้า 50% และแข็งแกร่งกว่า 'สมาร์ตโฟนอื่น ๆ' ถึงสองเท่า หน้าจอสามารถแสดงความสว่างได้ระหว่าง 2,000 นิตถึง 1 นิต

ขนาดหน้าจอ iPhone 16 มีให้เลือกทั้งขนาด 6.1 นิ้วและ 6.7 นิ้วในรุ่นพื้นฐานและรุ่น Plus ทั้งสองรุ่นจะมีปุ่ม Action ที่ปรับแต่งได้ใหม่ทางด้านซ้าย 

เทคโนโลยีประมวลผลข้อมูลขับเคลื่อนด้วยชิป Apple Silicon รองรับฟีเจอร์ปัญญาประดิษฐ์ Apple Intelligence พร้อมติดตั้งชิปเปลี่ยนจาก A16 Bionic เป็น A18 บน iPhone 16 ใช้พลังงานน้อยกว่าชิป A16 Bionic ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ เทียบชั้นคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป

การถ่ายภาพยังคงเป็นจุดเด่นด้วย 'ระบบอัจฉริยะด้านภาพ' ที่มาพร้อมกับระบบควบคุมกล้องใหม่ของ iPhone 16

กล้องบน iPhone 16 ติดตั้งเลนส์เทเลโฟโต้ 2x 12MP ใช้ข้อมูลจากเซ็นเซอร์หลักมารวมกับเลนส์ พร้อมกล้อง Fusion 48MP ถ่ายวิดีโอ 4K 60p พร้อมรองรับ HDR และกล้อง Ultrawide

ความคมชัดกล้องถ่ายภาพหลัก 48MP Fusion Camera กล้อง Tele Photo 12MP รองรับภาพถ่าย Macro และวิดีโอแบบ Spatial Video

การเชื่อมต่อข้อมูลรองรับการส่งข้อมูลไร้สาย Wi-Fi 7 ความจุเริ่มต้น 128GB ทั้ง 2 รุ่น

จุดเด่นมาพร้อมกับปุ่ม Camera Control ช่วยให้ถ่ายภาพและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทันทีทำงานร่วมกับ ChatGPT และ Google กดถ่ายรูปง่ายมากขึ้น 

ราคาจำหน่าย
iPhone 16 
- 128GB: 29,900 บาท
- 256GB: 33,900 บาท
- 512GB: 41,900 บาท

iPhone 16 Plus
- 128GB: 34,900 บาท
- 256GB: 38,900 บาท
- 512GB: 46,900 บาท

โดยจะเริ่มเปิดให้จองสั่งซื้อล่วงหน้าในวันที่ 13 กันยายน ตั้งแต่เวลา 19.00 น และ เริ่มวางจำหน่ายจริง 20 ก.ย.นี้

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงบกว่า 4 ล้านบาท เร่งฟื้นฟูหลังน้ำลด และช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ 5 จังหวัด พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำท่วมปัจจุบันเพื่อประเมินการช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด

(10 ก.ย. 67) ระหว่างวันที่ 4-10 กันยายน 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วยนางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย นำทีมลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด ในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลด แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันพืช และน้ำปลา ให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน สุโขทัย และแพร่ รวม 5 จังหวัด เครื่องอุปโภคบริโภคจำนวน 8,500 ชุด นอกจากนี้ยังได้ มอบเงินสงเคราะห์ค่าฌาปนกิจให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตจำนวน 9 รายๆ ละ 20,000 บาท รวมงบประมาณการช่วยเหลือทั้งสิ้น 4,005,000 บาท (สี่ล้านห้าพันบาทถ้วน) โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางศิริวรรณ โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงพื้นที่แจกจ่ายมูลนิธิฯ / สมาคมจีนประจำจังหวัดต่างๆ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี

นอกจากนี้ นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้นำทีมหน่วยแพทย์ฯ และเจ้าหน้าที่กู้ชีพ แผนกบรรเทาสาธารณภัยฯ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา คัดกรองเบาหวาน ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น บริการตัดผม ฯลฯ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย แพร่ และน่าน โดยมีประชาชนเข้ารับบริการเป็นจำนวนมาก

เมื่อเกิดอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมบรรเทาสาธารณภัย พร้อมเรือท้องแบน และ โรงครัวเคลื่อนที่เพื่อประกอบอาหารกล่อง พร้อมถุงยังชีพ ชุดยาเวชภัณฑ์ และอาหารสุนัขและแมว นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ในเบื้องต้น หลังจากนั้น ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จะดำเนินการประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อบรรเทาทุกข์ ฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยแจกเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมถึงมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย รายละ 20,000 บาท ทั้งนี้ หากมีผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย ญาติของผู้เสียชีวิตสามารถขอรับเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพ จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ต่อ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์

ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ยังคงอยู่ระหว่างดำเนินการภารกิจในพื้นที่ และเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่าง ๆ ต่อไป

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

#มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง #ช่วยชีวิต #รักษาชีวิต #สร้างชีวิต”
#แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน #ป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

รอง ผบ.ตร.สั่งการมอบเงินช่วยเหลือข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ ขณะปฏิบัติหน้าที่ปะทะต่อสู้ระงับเหตุชายคลุ้มคลั่งข่มขู่ใช้อาวุธมีดทำร้ายบุคคลในครอบครัว

เมื่อวานนี้ (9 ก.ย. 67) เวลา 14.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.(ปป)/ผอ.ศอ.ปส.ตร.)  มอบหมายให้ พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าส่วนอำนวยการและสนับสนุน ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปก.ตร. เป็นผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปมอบเงินกองทุนสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ให้แก่ ร.ต.ต.นิรันด์ วังใน รองสารวัตรป้องกันปราบปราม  สถานีตำรวจภูธรเวียงแหง  จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 200,000 บาท จากกรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะปฏิบัติหน้าที่ปะทะต่อสู้ระงับเหตุชายคลุ้มคลั่งข่มขู่ใช้อาวุธมีดทำร้ายบุคคลในครอบครัว บริเวณบ้านเวียงแหง หมู่ 4 ต.เวียงแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา โดย ร.ต.ต.นิรันด์ฯ ได้รับบาดเจ็บบริเวณหลัง และจมูกถูกมีดตัดเกือบขาดเป็นแผลฉกรรจ์ (หากแพทย์ห้ามเลือดไม่ทัน จะทำให้เลือดลงปอดแล้วเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้) แพทย์จึงได้รีบทำการรักษาห้ามเลือด และเย็บจมูกส่วนดังกล่าวกลับคืน และส่งมาทำการรักษาต่อยัง รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อทำการผ่าตัดซ่อมแซมแล้วต่อโพรงจมูกให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ หลังรับการผ่าตัดต้องระมัดระวังเรื่องการติดเชื้อเป็นอย่างมาก ปัจจุบันอาการบาดเจ็บดีขึ้น สามารถเข้าเยี่ยมได้ แต่ยังคงต้องใส่ท่อเพื่อช่วยพยุงทางเดินหายใจ ไม่ให้โพรงจมูกล้ม และสามารถหายใจได้ตามปกติ

ทั้งนี้ พล.ต.ท.นิธิธร ฯ กล่าวว่า ในฐานะผู้แทนของผู้บังคับบัญชา ขอแสดงความห่วงใย เป็นกำลังใจ และขอชื่นชมการทำงานเป็นทีมของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าร่วมระงับเหตุบุคคลคลุ้มคลั่ง ร่วมกับ ร.ต.ต.นิรันต์  ในการจับกุมคนร้าย และสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามหลักยุทธวิธี ได้เป็นอย่างดี  สมกับความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ไม่ทำให้ผู้กระทำผิดเป็นอันตรายจนถึงแก่ชีวิต แม้ว่าตนเองจะได้รับบาดเจ็บ ขณะเข้าระงับเหตุก็ตาม  และหวังว่าเงินช่วยเหลือนี้ จะตัวช่วยเสริมสร้างกำลังใจในการฟื้นฟูร่างกายให้หายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว

ตกผลึกความโชคดีของ 'ประเทศไทย' ใต้ทำเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ขอบคุณบรรพบุรุษไทย 'เลือกเฟ้น-ปกป้อง' ผืนแผ่นดินนี้มาให้ลูกหลาน

(9 ก.ย. 67) เพจ 'Bangkok I Love You' ได้โพสต์ข้อความถึงสถานภาพของประเทศไทย ภายใต้พิกัดยุทธภูมิด้านทำเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งมักจะรอดพ้นจากภัยพิบัติใหญ่ ๆ ได้เสมอ ว่า...

'พายุมักก่อตัวในมหาสมุทร และจะสลายลงเมื่อผ่านภูเขา' นี่คือธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นในช่วงเวลานี้ของปี เราก็มักจะเห็นพายุใต้ฝุ่น เคลื่อนตัวจากกลางมหาสมุทรแปซิฟิก เข้าถล่มชายฝั่ง โดยมี ฟิลิปปินส์ เป็นปราการด่านหน้า และเมื่อผ่านมาได้ก็จะเกิดการสะสมพลังในทะเลจีนใต้อีกครั้ง ก่อนที่จะเข้าสู่แผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นตะวันออกเฉียงใต้ของจีน หรือ ชายฝั่งของเวียดนาม ดังนั้น พื้นที่เหล่านี้จะปะทะแรงลมพายุอย่างเต็มที่ 

แต่...นี่คือความโชคดีของประเทศไทย เพราะว่า เมื่อผ่านชายฝั่งประเทศเวียดนามมาแล้ว พายุจะปะทะกับเทือกเขาอันนัม ที่มีความยาวประมาณ 1,100 กิโลเมตร ในบริเวณชายแดนตลอดแนวทิศตะวันตกของประเทศเวียดนามต่อกับลาวและทางตอนเหนือของกัมพูชา ซึ่งเทือกเขาอันนัม ประกอบด้วย ภูเขาและยอดเขาเป็นจำนวนมาก ยอดเขาที่สูงที่สุด คือ ภูเบี้ย ความสูง 2,819 เมตร 

ฉะนั้น เมื่อลมพายุพัดมาปะทะกับแนวเขา ก็จะทำให้พายุลดกำลังกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ กำลังลมลดลงอย่างมาก ทำให้พื้นที่หลังแนวเขาซึ่งก็คือประเทศไทย ปลอดภัยจากพายุ และได้ผลพลอยได้ที่สำคัญคือความชุ่มชื้นที่พายุหอบมาไว้สำหรับทำการเกษตรในพื้นที่ต่างๆ ทั่วทั่งประเทศ

ขอขอบคุณบรรพบุรุษไทย ที่เลือกเฟ้น และปกป้องผืนแผ่นดินนี้มาให้ลูกหลานได้อยู่อย่างปลอดภัยและอุดมสมบูรณ์

‘สวนสัตว์เปิดเขาเขียว’ เตรียมเปิดขายเสื้อ-กางเกงลาย ‘น้องหมูเด้ง’ หลัง ‘เจ้าหมูเด้ง’ ลูกฮิปโปฯ แคระตัวตึง ครองใจพี่ๆ โซเชียลอยู่หมัด

(9 ก.ย. 67) เชื่อว่านาทีไม่มีใครไม่รู้จัก 'เจ้าหมูเด้ง' ลูกฮิปโปฯ แคระ เพศเมีย วัย 2 เดือน ตัวตึงประจำสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี โดยทางสวนสัตว์มักอัปเดตความน่ารักของ 'เจ้าหมูเด้ง' ผ่านทางช่องทางโซเชียลของทางสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ซึ่งใครหลายคนเห็นก็ต่างตกหลุมรักเจ้าฮิปโปแคระตัวนี้เข้าอย่างจัง

ล่าสุด ทาง 'สวนสัตว์เปิดเขาเขียว' ประกาศเตรียมเปิดตัวคอลเล็กชันเสื้อและกางเกงลายการ์ตูน ‘น้องหมูเด้ง’ มาให้ทุกคนเตรียมช็อปกัน โดยระบุข้อความในบัญชี X ว่า “พบกันเร็ว ๆ นี้ กดติดตามกันไว้นะ” พร้อมแนบรูปตัวอย่างเสื้อและกางเกงลายเจ้าหมูเด้ง ซึ่งชาวเน็ตก็เข้าไปคอมเมนต์ เฝ้ารอความน่ารักของคอลเล็กชัน 'เจ้าหมูเด้ง' กันเป็นจำนวนมาก 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ทางสวนสัตว์เปิดเขาเขียวได้เปิดขายกางเกงกะปิปลาร้า (คาปิบาร่า) มาแล้ว ซึ่งถือว่าได้รับการตอบรับอย่างดี ทำให้ผู้ติดตามเพจบางส่วนอยากให้ทางสวนสัตว์เปิดเขาเขียวเปิดขายคอลเล็กชันตัวอื่น ๆ ในสวนสัตว์เพิ่มอีกด้วย

‘วราวุธ’ ย้ำ!! อนุสัญญาสิทธิเด็กข้อ 22 ไทยไม่ได้ให้สัญชาติเด็กต่างชาติ แค่ช่วยดูแลเด็กที่เข้ามา ด้าน 'การเติบโต-การศึกษา-พยาบาล' เท่านั้น

(9 ก.ย. 67) ที่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงกรณีที่มีสื่อโซเชียลมีเดียมีคอนเทนต์ครีเอเตอร์ท่านหนึ่งและพี่น้องประชาชนอีกจำนวนมากตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก โดยเฉพาะข้อที่ 22 ที่กำหนดให้เด็กคนหนึ่งมีสิทธิที่จะได้รับการดูแลไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาการรักษาพยาบาลเรื่องอาหาร เรื่องการเจริญเติบโตที่ประเทศไทยจะต้องให้ความคุ้มครองกับเด็กที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ประเทศไทยนั้นมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าภายใต้ข้อ 22 นั้นประเทศไทยจะต้องให้สัญชาติไทยกับเด็กเหล่านั้นเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนผิดโดยสิ้นเชิง

โดยนายวราวุธ กล่าวว่า ขออนุญาตทำความเข้าใจว่าในข้อที่ 22 ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ไม่ได้พูดถึงการให้สัญชาติประเด็นนี้เลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่เน้นในข้อที่ 22 คือ การคุ้มครองดูแลเด็กคนหนึ่งให้เขาสามารถเจริญเติบโตทั้งกายและใจตามสิ่งที่เด็กคนหนึ่งพึงจะมี และที่สำคัญข้อที่ 22 นี้ ทั่วโลกได้มีการนำไปประยุกต์ใช้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งประเทศไทยของเราในทางกลับกันเป็นประเทศสุดท้าย จากกว่า 100 ประเทศที่ให้การรับรองข้อที่ 22 ซึ่งใช้เวลาเกือบ 40 ปี กว่าจะรับรองข้อบทนี้ แต่ต้องขอย้ำบางท่านอาจจะตั้งข้อสังเกตว่าทำไมจะต้องไปดูแลเด็กต่างชาติ เด็กไทยเราไม่ดูแล ซึ่งในกรณีนี้เราดูแลเด็กทุกคน และในทางกลับกันถ้าหากว่ามีคนไทยไปตกระกำลำบากที่ต่างประเทศหรือว่ามีเด็กไทยไปตกระกำลำบาก ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับประเทศอื่น ประเทศเหล่านั้นก็จะต้องดูแลเด็กไทยเช่นเดียวกับเด็กของเขาเช่นกัน แต่ไม่ได้ให้สัญชาติกับผู้ใดโดยเด็ดขาด 

ทั้งนี้ นายวราวุธยังทิ้งท้ายว่า ดังนั้น ขออนุญาตทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่าการที่ประเทศไทยให้การรับรองข้อที่ 22 ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กนั้น ไม่ได้เป็นการรับรองให้สัญชาติกับผู้ใด ขอให้ความสบายใจกับพี่น้องประชาชนและทำความเข้าใจ และที่สำคัญขอฝากบอกต่อๆ กันเพราะว่าความเข้าใจผิดนั้นกระจายเหลือเกิน แต่พอจะให้เข้าใจถูกไม่ค่อยกระจาย จึงขอฝากช่วยกันกระจายข้อมูลที่ถูกต้องด้วย

ปิดฉากงดงาม!! 'พาราลิมปิกไทย' โกย 6 ทอง 11 เงิน 13 ทองแดง กองทุนกีฬาฯ เตรียมจัดเงินอัดฉีดทัพนักกีฬารวม 135 ล้านบาท

(9 ก.ย. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 8 กันยายน เป็นวันสุดท้ายของการแข่งขัน โดยมีนักกีฬาไทย ลงชิงชัยในกีฬา เรือแคนู 200 เมตรชาย VL2 รอบรองชนะเลิศ ฮีตที่ 2 สันติ วรรณทวี พายเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 5 ด้วยเวลา 1:01.8 นาที ไม่ผ่านไปชิงเหรียญทอง

ส่วนประเภท คายัค 200 ม. 1 ฝีพาย หญิง คลาส KL2 รอบจัดอันดับ ปรากฏว่า วาสนา คูทวีทรัพย์ เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 4 ด้วยเวลา 1:04.55 นาที จบที่ 12 ในพาราลิมปิกครั้งนี้ โดยวันสุดท้ายไม่มีเหรียญรางวัลเพิ่ม

สรุปผลงานทัพไทย ในพาราลิมปิกเกมส์ 2024 คว้าไปแล้ว 6 เหรียญทอง, 11 เหรียญเงิน และ 13 เหรียญทองแดง นับเป็นผลงานดีสุดในประวัติศาสตร์ ของการร่วมแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ ดีกว่าผลงานเดิม 6 ทอง 6 เงิน 6 ทองแดง เมื่อปี 2016 ที่บราซิล 

6 เหรียญทอง มาจาก วีลแชร์เรซซิ่ง 400 เมตรชาย คลาส T53 พงศกร แปยอ, บอคเซีย บุคคล BC2 ‘เจมส์’ วรวุฒิ แสงอำภา, วีลแชร์เรซซิงชาย 100 เมตร คลาส T34 ‘บีม’ ชัยวัฒน์ รัตนะ, ฟันดาบ เซเบอร์ บุคคลหญิง คลาส B สายสุนีย์ จ๊ะนะ, ฟันดาบ ฟอยล์ บุคคลหญิง คลาส B สายสุนีย์ จ๊ะนะ, ฟันดาบ เอเป้ บุคคลหญิง คลาส B สายสุนีย์ จ๊ะนะ

11 เหรียญเงิน จาก เทเบิลเทนนิส คู่ผสม คลาส XD7 ยุทธจักร กลิ่นบานชื่น-วิจิตรา ใจอ่อน, เทเบิลเทนนิส ชายคู่ คลาส MD14 รุ่งโรจน์ ไทยนิยม-พิสิษฐ์ หวังผลพัฒนศิริ, วีลแชร์เรซซิ่ง 400 เมตรชาย คลาส T54 อธิวัฒน์ แพงเหนือ, แบดมินตันหญิงเดี่ยว คลาส WH1 ‘ปุ๊’ สุจิรัตน์ ปุกคำ, วีลแชร์ เรซซิ่ง 100 เมตร T54 อธิวัฒน์ แพงเหนือ

วีลแชร์ เรซซิ่ง 100 เมตร T53 พงศกร แปยอ, วีลแชร์เรซซิ่ง 800 เมตรชาย T53 พงศกร แปยอ, เทเบิลเทนนิส ชายเดี่ยว คลาส MS6 รุ่งโรจน์ ไทยนิยม, ฟันดาบ เอเป้ บุคคล ชาย คลาส B วิสิทธิ์ กิ่งมะนาว, วีลแชร์เรซซิงชาย 800 เมตร คลาส T34 ‘บีม’ ชัยวัฒน์ รัตนะ, เทเบิลเทนนิส ชายเดี่ยว คลาส MS4 ‘ขวด’ วันชัย ชัยวุฒิ 

13 เหรียญทองแดง จาก เทควันโด 47 กก.หญิง คลาส K44 ขวัญสุดา พวงกิจจา, เทเบิลเทนนิส หญิงคู่ คลาส WD5 ดารารัตน์ อาสายุทธ์-ชิลชิตพยัค บุตรวรรณสิริณา, เทเบิลเทนนิส ชายคู่ คลาส MD8 วันชัย ชัยวุฒิ-ยุทธจักร กลิ่นบานชื่น, แบดมินตัน หญิงคู่ WH1-WH2 สุจิรัตน์ ปุกคำ-อำนวย เวชวิฐาน, บอคเซีย บุคคล BC2 วัชรพล วงษา, แบดมินตัน ชายเดี่ยว SL3 ‘วี’ มงคล บุญสุน, 

เทเบิลเทนนิส ชายเดี่ยว MS3 ยุทธจักร กลิ่นบานชื่น, บอคเซีย ทีมผสม คลาส BC4 พรโชค ลาภเย็น-นวลจันทร์ พลศิลา, ยกน้ำหนัก รุ่น 55 กก. หญิง กมลพรรณ กระราชเพชร, เทเบิลเทนนิส ชายเดี่ยว คลาส MS8 พิสิษฐ์ หวังผลพัฒนศิริ, เทเบิลเทนนิส ชายเดี่ยว คลาส MS7 เฉลิมพงษ์ พันภู่, ฟันดาบ เอเป้ ทีมหญิง สายสุนีย์ จ๊ะนะ-เดือน นาคประสิทธิ์-อภิญญา ทองแดง, วิ่ง 200 เมตร หญิง คลาส T47 ศศิราวรรณ อินทโชติ

สำหรับเกณฑ์เงินรางวัลนักกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ จากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เหรียญทอง 7.2 ล้านบาท, เหรียญเงิน 4.8 ล้านบาท และเหรียญทองแดง 3 ล้านบาท ทำให้เมื่อรวมแล้วทัพนักกีฬาพาราลิมปิกไทย จะรับเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ทั้งสิ้น 135 ล้านบาท

‘พาราลิมปิกไทย - แจ๊ส JSPKK’ แต่งเพลง ‘ไปต่อ’ ขอบคุณความทุ่มเท ‘ทีมพาราไทย’ ในปารีสเกมส์ 2024

(9 ก.ย. 67) เพจเฟซบุ๊ก ‘Paralympic Thailand (Thai Para Athletes)’ โพสต์ข้อความและวิดีโอที่ ‘แจ๊ส JSPKK’ ได้ร่วมงาน ‘พาราลิมปิกไทย’ โดยการแต่งเพลง ‘ไปต่อ’ โดยระบุว่า…

ขอบคุณในความทุ่มเท เหงื่อทุกหยดของนักกีฬา โค้ช และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ทำเพื่อมอบความสุขให้คนไทย เราคือทีมเดียวกัน เราคือทีมประเทศไทยเราคือ ‘ทีมพาราไทย’ ในการแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

โดย ทัพนักกีฬาพาราลิมปิกไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้าเหรียญได้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ 6 เหรียญทอง 11 เหรียญเงิน และ 13 เหรียญทองแดง เหรียญรวม 30 เหรียญ

สรุปผลงานทัพไทย 6 เหรียญทอง, 11 เหรียญเงิน และ 13 เหรียญทองแดง อยู่อันดับ 21 ของตารางเหรียญ นับเป็นผลงานดีสุดในประวัติศาสตร์ ของการร่วมแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ ดีกว่าผลงานเดิม 6 ทอง 6 เงิน 6 ทองแดง เมื่อปี 2016 ที่บราซิล

สำหรับเกณฑ์เงินรางวัลนักกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ จากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เหรียญทอง 7.2 ล้านบาท, เหรียญเงิน 4.8 ล้านบาท และเหรียญทองแดง 3 ล้านบาท

ฟังเพลง ‘ไปต่อ’ ได้ที่ : https://www.facebook.com/share/v/7zFj1ZURPR3t4AtW/ 

ประธานวุฒิสภาพร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภา ร่วมกับสมาพันธ์ออฟโรดแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จังหวัดน่าน

เมื่อวันที่ (7 ก.ย. 67) นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา พร้อมด้วย นางสาวเกศกมล เปลี่ยนสมัย นายมังกร ศรีเจริญกูล นางวาสนา ยศสอน สมาชิกวุฒิสภา ร่วมกับสมาพันธ์ออฟโรดแห่งประเทศไทย นำสิ่งของช่วยบรรเทาความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดน่าน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย

โดยได้ลงพื้นที่ให้กำลังใจ ร่วมกับชมรมผู้ใช้รถยนต์ออฟโรด ภายใต้กิจกรรม “ออฟโรดรวมใจ ช่วยโรงเรียนน้อง ผู้ประสบภัยน้ำท่วม“ ซึ่งได้รวมตัวกันบริจาคเงินและสิ่งของที่จำเป็น อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอน เครื่องปริ้นเตอร์ อุปกรณ์กีฬา ถุงยังชีพ เป็นต้น เพื่อมอบให้แก่โรงเรียนที่ประสบภัยในพื้นที่อำเภอท่าวังผา อำเภอทุ่งช้าง และอำเภอปัว จังหวัดน่าน จำนวน 10 โรงเรียน รวมมูลค่าประมาณกว่า 400,000 บาท โดยประธานวุฒิสภา ได้กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อสังเกตการณ์กรณีน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่จังหวัดน่าน ซึ่งได้เห็นการทำงานของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ในการเตรียมความพร้อมทั้งก่อนเกิดและขณะเกิดสถานการณ์ รวมทั้งการแก้ไขเยียวยาฟื้นฟูสถานการณ์ภายหลังเกิดอุทกภัยได้อย่างรวดเร็ว และเพื่อไปให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ครู นักเรียน และพี่น้องที่ประสบอุทกภัย โดยการนำความห่วงใยของสมาชิกวุฒิสภาลงไปสู่ประชาชน ซึ่งได้ไปร่วมกับพี่น้องชาวออฟโรดจากจังหวัดต่าง ๆ บริจาคสิ่งของที่จำเป็นด้วยจิตอาสาที่ต้องการทำความดีแทนคุณแผ่นดิน แบ่งปันความสุข บรรเทาทุกข์ในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

คณะกรรมการตัดสินเวทีประกวดไอดอล ลาออกแล้ว พร้อมอัดคลิปขอโทษ แสดงความรับผิดชอบ

จากกรณีที่เกิดกระแสเรื่องการประกวดโครงการทูบีนัมเบอร์วัน ที่จ.พิษณุโลก 

เมื่อวันที่ (7 ก.ย. 67) ที่ผ่านมา แล้วปรากฏว่ามีคุณครูท่านหนึ่งที่ได้นำเด็กนักเรียน 3 คนมาเข้าร่วมการประกวดโครงการเยาวชนต้นแบบเก่งและดีทูบีนัมเบอร์วันไอดอล ซึ่งมีนักเรียน 1 ท่าน เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เข้าประกวดลักษณะการร้องเพลงและเต้นความยาว 1.30 นาทีนั้น จนต่อมาทางกรรมการรายนี้ ได้ขอโทษนักเรียนคนดังกล่าวแล้ว แต่ดูเหมือนกระแสดราม่าจะยังไม่จบ

ในขณะที่เมื่อคืนของวันที่ 8 ก.ย. 2567 ที่ผ่านมา ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก 'นายแพทย์ไกรสุข เพชระบูรณิน' นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลกพร้อมด้วย 'ดร.กอบภณ แสงสมบัติ' ศึกษาธิการจังหวัดพิษณุโลก และ 'นางณัฐธภา นพจินดา' นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษสำนักงานเขตสุขภาพที่2 (กรรมการทูบีนัมเบอร์วัน) ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวสื่อมวลชนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

'นางณัฐธภา' ในนามคณะกรรมการตัดสินการประกวดทูบีนัมเบอร์วัน กล่าวว่า เนื่องจากกระแสดรามาที่เกิดขึ้นในเรื่องของการตัดสินโครงการทูบีนัมเบอร์วันไอดอลเมื่อวานนี้ เป็นกระแสที่แพร่หลายออกไป เนื่องจากว่าทางตนได้ใช้คำพูดที่มันไม่ถูกต้อง แล้วก็ไม่เหมาะสม จนทำให้เกิดความไม่พอใจไม่สบายใจในคำพูดที่ๆที่เกิดขึ้น ตนเองมีความรู้สึกว่าเสียใจเป็นอย่างมาก แล้วก็รู้สึกอยากจะขอโทษ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของตัวน้องๆเอง หรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงโครงการทูบีนัมเบอร์วันด้วย ที่ตนมีส่วนทำให้เกิดผลกระทบอย่างแรง ทำให้มีกระแสออกไปอย่างเป็นวงกว้าง ซึ่งความจริงแล้วไม่มีเจตนาในการที่จะทำให้เกิดความรู้สึก อธิบายว่าเรามีเกณฑ์การตัดสินแบบนั้น ซึ่งเป็นประเภทชายและเป็นประเภทหญิง เราไม่ปิดกั้นใคร เราไม่ปิดกั้น แต่ว่าผลการตัดสินต้องเป็นไปตามกติกา กฏ กติกา คือชายและหญิง ผลออกมาก็คือจะต้องเป็นประเภทชาย ประเภทหญิงเท่านั้น เพราะฉะนั้นเรามีเวลาในการที่จะชี้แจงของคณะกรรมการมันสั้น มันน้อยมาก เราไม่มีเวลามาอธิบายให้เข้าใจว่ามันเป็นอะไรยังไง

แล้วก็หลังจากที่ประกวดเสร็จน้องก็กลับเลย จนมาเกิดกระแสดังกล่าว เมื่อคืนนี้หลังจากประชุมกันตนก็ได้รับความกรุณาจากศึกษาธิการเดินทางไปหาน้องแล้วและครูที่โรงเรียนในพื้นที่ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เพื่อทำการขอโทษทำความเข้าใจในคำพูดที่กรรมการได้พูดออกไป ซึ่งขอนำเรียนว่าในส่วนของการดำเนินการของกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นเพศทางเลือกก็ตาม การดำเนินการกิจกรรมอย่างที่ท่าน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนำเรียนไป ทุกกิจกรรมเราจะมีน้องๆเหล่านี้เป็นพลังแ ต่เกณฑ์การประกวดในเรื่องของไอดอลมันเป็นแบบนั้น เราก็ต้องยึดกติกามารยาทในเรื่องของการประกวด

จริงๆเรามีการประกวดในกลุ่มที่ open อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราก็มีความรู้สึกว่าเราไม่ได้ปิดกั้น ตนทำงานกับทูบีนัมเบอร์วันมา 16 ปี รู้ดีว่ามีน้องๆที่หลากหลายในเพศสภาพเหล่านี้ที่อยู่ในกลุ่ม วันนั้นเราสื่อสารไปรู้สึกไม่ดีต้องขอโทษกับสังคมด้วย จากนี้จะระมัดระวังในการใช้คำพูดไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก

ด้านดร.กอบภณ แสงสมบัติ ศึกษาธิการจังหวัดพิษณุโลก ได้กล่าวว่าในนามสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพิษณุโลก ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สถิติที่ผ่านมาของจังหวัดพิษณุโลกเราได้รับความไว้วางใจ แล้วก็ลูกหลานของเราเข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้นจึงเป็นตัวชี้วัดหนึ่งได้ว่าความกระตือรือร้นจากพวกเราที่จะเข้ามาร่วมกิจกรรม เป็นกิจกรรมที่สามารถพัฒนาให้กับบุตรหลานพวกเราเป็นเยาวชนเป็นต้นแบบ เป็นคนเก่ง คนดี แต่ในสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่อาจจะเป็นการสื่อสารที่อาจจะคลาดเคลื่อน อาจจะมีบางคำพูดที่ไปกระทบกระเทือนจิตใจเด็กๆ หรือครูอาจารย์ที่นำเด็กๆเข้ามาประกวด ก็ต้องขอแสดงความเสียใจอีกครั้งหนึ่ง

โดยล่าสุด หลังเสร็จสิ้นงานแถลงข่าว ‘นางณัฐธภา นพจินดา’ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษสำนักงานเขตสุขภาพที่ 2 ในนามคณะกรรมการตัดสินการประกวดทูบีนัมเบอร์วัน ได้ทำการอัดคลิปวิดีโอขอโทษน้องแมน ครูสังคม และหน่วยงานที่เกิดขึ้นอีกครั้ง และเพื่อแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากนี้ไปจะไม่ขอรับคำเชิญในการเป็นคณะกรรมตัดสินการประกวดทูบีนัมเบอร์วันในครั้งต่อ ๆ ไปอีก

รรท.รอง ผบ.ตร. เปิดอบรมยกระดับการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต พร้อมแสวงหาความร่วมมือทุกภาคส่วน ร่วมขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ

(9 ก.ย. 67) พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.รอง ผบ.ตร.(มค) เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาล ที่ตระหนัก และให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการกระทำผิดเกี่ยวกับเด็ก สตรี ครอบครัว การป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์  และภาคประมง ซึ่งได้มีการกำหนดไว้ให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยมุ่งหวังให้ ตร.มีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาล มาสู่การปฏิบัติ โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.รอง ผบ.ตร.(มค)/ผอ.ศพดส.ตร.
ขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้บรรลุผลสำเร็จเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

ต.ท.ประจวบฯ เปิดโครงการสัมมนาพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศ  ต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 9 - 11 ก.ย.67 ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ  โดยมีผู้เข้ารับการอบรมเป็น รอง ผบก.สส. และ รอง สว. - ผบ.หมู่ ผู้รับผิดชอบงานล่วงละเมิด  ทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต ทุก บก./ภ.จว. ในสังกัด บช.น. และ ภ.1 - 9 รวม 180 คน

พล.ต.ท.ประจวบฯ กล่าวว่า การแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กในโลกออนไลน์ เป็นปัญหาระดับโลกที่มีวิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยต้องมีการเพิ่มพูนความรู้และพัฒนาศักยภาพของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการป้องกันปราบปรามการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กในโลกออนไลน์ ปัจจุบันรูปแบบของการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กในโลกออนไลน์ ได้แก่ สื่อแสดงการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก การตระเตรียมเด็กออนไลน์เพื่อวัตถุประสงค์ทางเพศ       การส่งข้อความหรือรูปภาพยั่วยุทางเพศ การแบล็คเมล์ทางเพศออนไลน์ การถ่ายทอดสดการละเมิดทางเพศต่อเด็ก และการกลั่นแกล้งรังแกกันในโลกออนไลน์ ซึ่งการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กในโลกออนไลน์ เป็นตัวชี้วัดหนึ่งในการจัดทำรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (TIP Report) ของสหรัฐอเมริกา โดยในปี 2024 ประเทศไทยถูกจัดอันดับให้อยู่ใน Tier 2 ต่อเนื่องเป็นปีที่สาม    ดังนั้น การสัมมนาในวันนี้จึงมีความสำคัญ และเป็นการมุ่งพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ เพื่อให้การป้องกันปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กในโลกออนไลน์ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ยึดหลักเด็กเป็นศูนย์กลาง วิเคราะห์เป้าหมายและข้อมูลเบาะแส รับแจ้งเหตุและการบริหารจัดการเคสอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความรู้ความเชี่ยวขาญและทักษะในการสืบสวนพยานหลักฐานทางดิจิทัล นำความรู้ในการสืบสวนทางเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้กับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม มีความรู้เท่าทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ปัจจุบัน

จากนั้น พล.ต.ท.ประจวบฯ ได้ประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ร่วมกับ พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง จตร./หน.ชป.TICAC, นางเตือนใจ คงสมบัติ ผู้ตรวจราชการ พม., นายรัชพล มณีเหล็ก ผอ.กองต่อต้านการค้ามนุษย์, นายวิจิตา รชตะนันทิกุล อดีตที่ปรึกษาวิชาการ พม. และ NGOs ได้แก่ ผู้แทนมูลนิธิไอเจเอ็ม, คลินิก กม.แรงงาน HRDF แม่สอด, ศูนย์พิทักษ์เด็กพัทยา มูลนิธิ A21, โครงการ ASEAN - ACT ประจำประเทศไทย, ไซเบอร์ วินร๊อก อินเตอร์เนชั่นแนล, องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ประจำประเทศไทย และ มูลนิธิ Spring เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นการปราบปรามการค้ามนุษย์และอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการแสวงหาความร่วมมือต่างๆ ในการปฏิบัติงาน

สำหรับความผิดฐานค้ามนุษย์ในรูปแบบต่างๆ ได้กำหนดให้มีการระดมกวาดล้างจับกุมในระหว่างวันที่ 15 - 30 ก.ย.67 ส่วนความผิดเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต ได้ส่งการระดมกวาดล้างจับกุม ในระหว่างวันที่ 20 ส.ค. - 30 ก.ย.67 ด้วยการป้องกันปราบปรามที่เข้มข้น ได้มุ่งเน้นผลการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม

พล.ต.ท.ประจวบฯ รรท.รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศพดส.ตร. กล่าวทิ้งท้ายว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความมุ่งหวังว่าการระดมสรรพกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทุกภาคส่วน ในการเร่งรัดปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับเด็ก สตรี ครอบครัว  การป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมงจะประสบผลสำเร็จ ตอบสนองนโยบายรัฐบาล เสริมสร้างความเสมอภาค  เท่าเทียม และรักษาไว้ซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ภายใต้กรอบของกฎหมาย ประชาชนและสังคมมีความสงบเรียบร้อยสืบไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top