Monday, 13 July 2026
NEWS

‘รองนายกฯ ประเสริฐ’ เปิดเวทีรับฟังความเห็นร่าง ‘นวัตกรรมการลดอุบัติเหตุ’ เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมเพื่อความปลอดภัย สร้างระบบป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน 

(16 ต.ค.67) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)ในฐานะประธานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ในการเปิดเวที Kick Off ชี้แจงและรับฟังความคิดเห็นร่าง ‘นวัตกรรมการลดอุบัติเหตุ’ ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการศึกษาแนวทางความปลอดภัย ป้องกัน และลดอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างยั่งยืน (คศป.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.) ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดอุบัติเหตุทาง ถนนแบบองค์รวม และกำหนดให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนเป็นนโยบายสำคัญที่ต้องขับเคลื่อน อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทั้งในช่วงปกติและเทศกาลสำคัญ จากเหตุการณ์ของคณะครูและนักเรียนที่เดินทาง มาทัศนศึกษาจากจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็รู้สึกเสียใจทั้งในฐานะผู้นำประเทศ ไม่ต่างจากทุกคนที่เห็นภาพข่าวในวันนั้น

นายประเสริฐ กล่าวว่า การศึกษาแนวทางและพัฒนานวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยเป็นวาระร่วมของประเทศในขณะนี้ สังคมจับตามองควรมีการกำหนดให้มีแผนยุทธศาสตร์ แนวทางการแก้ไขปัญหา และมาตรฐานความปลอดภัย โดยกำหนดให้มีโครงสร้างการทำงานแบบมีส่วนร่วม เพื่อบูรณาการจัดทำแผนสนับสนุนการ จัดอบรมให้ความรู้รวมถึงด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยมีโครงสร้างการที่เน้นการมีส่วนร่วมของ หน่วยงานท้องถิ่น นักวิชาการ ผู้ประกอบการ เป็นต้น 

นายประเสริฐ กล่าวว่า นอกจากนี้ควรส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลด้านความปลอดภัยเชิงป้องกันในการเดินทาง และเสริมสร้างให้เกิดระบบบริหารจัดการถนน อัจฉริยะที่เป็นต้นแบบ และเหมาะสมตามบริบทของพื้นที่ พร้อมทั้งพัฒนาให้เกิดระบบฐานข้อมูล เชื่อมต่อการ บูรณาการบนระบบฐานข้อมูล และตรวจสอบสมรรถนะ คน ยานพาหนะ และกฎหมายจราจร ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงควรบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นต้องให้ความสำคัญและเอาจริงเอาจังเรื่องความปลอดภัยสูงสุดทุกรูปแบบ ประการสุดท้าย หากคณะกรรมการชุดนี้ได้สรุปและรวบรวมข้อเสนอแนะ ความคิดเห็น จนเกิดเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายเรียบร้อย แล้วกระผมในฐานะประธานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีจะพิจารณาและมีข้อสั่งการต่อ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปสู่ปฏิบัติต่อไป 

การจัดเวทีแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย นายแพทย์สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ , นายวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข , ดร.วัลลภ สุวรรณดี ประธานอนุกรรมการด้านวิชาการฯ , นายสมชาย สุดเสนาะ ประธานอนุกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบปฏิบัติการฯ , อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร, อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , สภาเด็กและเยาวชน , ผู้ขับขี่รถยนต์รับจ้างสาธารณะ , ผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้าง , พนักงานรับส่งผ่านแอพพลิเคชั่น , คณะกรรมการศึกษาแนวทางการส่งเสริมความปลอดภัย ป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างยั่งยืน พร้อมหน่วยงาน องค์กร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จำนวนกว่า 700 คน โดยจะมีการสรุปผลเพื่อ จัดทำร่าง ‘นวัตกรรมการลดอุบัติเหตุ’ ฉบับสมบูรณ์ต่อไป

ระทึกยามเช้า เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกลางเมือง เด็กช่างยกพวกตีกันบน รฟฟ. สถานีสยาม

(16 ต.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบัญชี X หรือ Twitter หลายรายได้รายงานว่า มีเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกันบนสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีสยาม โดยคาดว่าเป็นการทะเลาะวิวาทของเด็กช่าง โดยปัจจุบันสามารถควบคุมเหตุการณ์ได้แล้ว 

12 ยอดฝีมือจาก 'บางจาก แชมเปี้ยนส์ คัพ 2024' รับทุนสนับสนุนพัฒนาฝีมือจากเครือ ‘บางจาก’

(16 ต.ค. 67) นายดาว์ปกรณ์ รัตนสุวรรณ ประธานจัดการแข่งขัน 'ช้าง-เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์' และนายพงษ์ศิริ ศิริมงคล ผู้อำนวยการฝ่ายปรับปรุงและซ่อมบำรุงสถานีบริการ และนายรชต พืชจันทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการโรงกลั่น บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติมอบรางวัลและร่วมแสดงความยินดีกับแชมป์กอล์ฟเยาวชน ในการแข่งขันรายการ 'บางจาก แชมเปี้ยนส์ คัพ 2024' แข่งขันระหว่างวันที่ 11-13 ต.ค.2567 ที่แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรี  
คลับ จ.นครราชสีมา 

รายการนี้เป็นอีกหนึ่งรายการที่นับคะแนนสะสมในอันดับนักกอล์ฟสมัครเล่นโลก (World Amateur Golf Ranking – WGAR) และคะแนนสะสมของ Junior Golf Scoreboard (JGS) 

สรุปผลการแข่งขัน 'บางจาก แชมเปี้ยนส์ คัพ 2024' รอบสุดท้าย  (13 ต.ค.67) มีดังนี้
รุ่น Special GENZ (ชาย) ที่ 1 ปุณยวัจน์ จงศรีอดิสรณ์ คว้าแชมป์ด้วยสกอร์รวม 3 โอเวอร์พาร์ 219 (74-73-72) 

รุ่น Special GENZ (หญิง) ที่ 1 เกณิกา บุญประเสริฐ สกอร์รวม 1 โอเวอร์พาร์ 217 (68-73-76) 

รุ่น Super GENZ (ชาย) ที่ 1 ราชศักดิ์ สุระสัจจะ นักกอล์ฟเจ้าถิ่น ฟอร์มฮอตในรอบสุดท้าย เก็บเพิ่มอีก 3 อันเดอร์ คว้าแชมป์ไปด้วยสกอร์รวม 8 อันเดอร์พาร์ 208  (70-69-69)  

รุ่น Super GENZ (หญิง) ในรุ่นนี้เป็นการเพลย์ออฟระหว่าง ภัสธนมนท์ สุทธิรักษ์พงศ์ และเขมมินทรา งามเหลา ที่เร่งเครื่องรอบเดียวเก็บไป 4 อันเดอร์ ทำให้สกอร์รวมในรอบสุดท้ายเท่ากันที่ 2 อันเดอร์พาร์ 214 หลังจบการเพลย์ออฟที่หลุม 1 ผลปรากฏว่า เขมมินทรา อาศัยความนิ่งพัตต์พาร์ลง คว้าแชมป์สนามนี้ได้สำเร็จ สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์ 214 (71-75-68)  

รุ่น Junior GENZ (ชาย) ที่ 1 อิทธิ์ชพัฒน์ บัณฑิตมหากุล รอบสุดท้ายตีโหดกดเพิ่มได้อีก 5 อันเดอร์พาร์ สกอร์รวมสองวันที่ 10 อันเดอร์พาร์ 206 (71-68-67) รุ่น Junior GENZ (หญิง) ที่ 1 ณชา สถิตย์สัมพันธ์ คว้าแชมป์ในสนามสุดท้ายไปครองด้วยสกอร์รวม 5 อันเดอร์พาร์ 211 (65-72-74) 

สำหรับนักกอล์ฟที่ได้เข้าร่วมโครงการ GENZ Crew 2024 และได้รับทุนสนับสนุนเพื่อพัฒนาฝีมือจากทาง 'บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)' จำนวน 12 คน มีดังนี้ รุ่น Super GENZ (ชาย) ภูมิกิตติ์ พิชยเสาวภาคย์, ปัญญาภัทร์ ขันติยู และณฐภัทร ตรงจิตภักดี รุ่น Super GENZ (หญิง) เขมมินทรา งามเหลา, ศศิศรร์ จงศรีอดิสรณ์ และภัสธนมนท์ สุทธิรักษ์พงศ์ รุ่น Junior GENZ (ชาย) อิทธิ์ชพัฒน์ บัณฑิตมหากุล, ฐิติวัฒน์ ปิตุรงคพิทักษ์ และสุรพิชญ์ พิชยเสาวภาคย์ รุ่น Junior GENZ (หญิง) สุริฏฐ์ปรียา พฤกษานุบาล, ณชา สถิตย์สัมพันธ์ และสุธันยา โกมลเกษรักษ์...ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหว และอัพเดทกิจกรรมต่างๆ ของ 'เดอะ เจ็นซ์' ได้ที่ Official Line : @genzgolf  หรือโทร. 065 696 2229

‘ไมค์ ระยอง’ แจงสถานะในประเทศใหม่ รับสถานะ ‘ผู้พำนักถาวร’ บนแผ่นดินอื่น

(15 ต.ค. 67) นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ภาณุพงศ์ มะณีวงศ์ ที่รู้จักกันในนาม ‘ไมค์ ระยอง’ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงวิถีชีวิตในประเทศใหม่ว่า 

หลายคนสอบถามและแสดงความห่วงใยเกี่ยวกับการปรับตัวของผมในประเทศใหม่ ผมต้องขอขอบคุณทุกคนที่ส่งความห่วงใยมาให้ และขอใช้โอกาสนี้ในการอัปเดทชีวิตในตอนนี้ครับ

ก่อนอื่นผมต้องบอกทุกคนก่อนว่าผมไม่ได้มาในสถานะผู้ลี้ภัย ผมได้ย้ายมาประเทศใหม่โดยการยื่น Profile ผลงานที่ผมได้ทำมาตั้งแต่ปี 2557 ภายใต้ชื่อกลุ่ม YoungLeaders Thailand เพื่อให้รัฐบาลที่นี่พิจารณา ผมต้องขอขอบคุณรัฐบาลเป็นอย่างสูงที่ให้การรับรองและมอบสถานะผู้พำนักถาวร (Permanent Residency) แก่ผม 

ผมรู้สึกเป็นเกียรติและซาบซึ้งใจที่ผลงานและความทุ่มเทในด้านเด็ก เยาวชน สิ่งแวดล้อม และสังคมสงเคราะห์ที่ผมได้ทำมาเกือบ 10 ปีในประเทศไทยได้รับการยอมรับจากรัฐบาลประเทศใหม่นี้ครับ 

ส่วนการใช้ชีวิตในประเทศใหม่ ผมมีความสุขและปรับตัวได้ดีมาก ผมมีงานทำและได้รับค่าตอบแทนที่สูงกว่าประเทศไทยหลายเท่า มีเงินเหลือสำหรับใช้จ่ายเพียงพอในการดำรงชีวิตที่นี่ และสามารถส่งกลับไปดูแลแม่และครอบครัวได้อีกด้วย(เพราะผมเป็นเสาหลักของบ้าน) 

อีกทั้งประเทศนี้ยังมีระบบสาธารณสุขที่รักษาฟรีและการคมนาคมที่สะดวกสบายและมีประสิทธิภาพ ผมหวังว่าในอนาคต หากมีโอกาส ผมจะสามารถเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศนี้ต่อไปครับ

ย้อนที่มา-ผลกระทบ Bully ต่อหมอลิลลี่ หลังพยาบาลดังตามคุกคาม ผลกระทบสุดช๊อก!! เมื่อข้อความทางออนไลน์ทำลายชีวิตของคนจริง ๆ

(15 ต.ค. 67) จากข่าวของหมอลิลลี่ แพทย์หญิง วรัญญา งานทวี ที่ได้ฟ้องร้องพยาบาลชื่อดัง หรือที่รู้จักกันในนามพยาบาลกิ่ง น.ส.นริญญา มงคลเอี่ยม จนมีการออกหมายจับ และมีการโพสต์ขอโทษในเวลาต่อมานั้น วันนี้ The State Times จะพาผู้อ่านย้อนไปถึงที่มาและที่ไปของเหตุการณ์ในครั้งนี้ 

เริ่มต้นที่พยาบาลกิ่ง ที่ต้องย้อนกลับไปช่วงกระแสม๊อบ 3 นิ้ว มีหลาย ๆ คนต่างฉกฉวยจังหวะและโอกาสสำคัญ เป็นดาวจรัสแสง หรือจะเรียกว่าอินฟลูเอนเซอร์และอื่น ๆ 

ก้าวย่างของพยาบาลกิ่ง น.ส.นริญญา มงคลเอี่ยม ก็ไม่ได้แตกต่างจากคนอื่น เท่าไหร่ หลังจากที่ได้แสงพุ่งมาที่ตัวเอง สิ่งที่พยาบาลกิ่งทำต่อคือการหาแสงอย่างต่อเนื่อง ผ่านกระบวนการ แขวน หรือ เรียกทัวร์ไปลง 

บางครั้ง บางคน โพสต์นั้นต้องถูกลบและหายไปจากระบบออนไลน์ คงไม่ต่างอะไรกับหลาย ๆ เคสที่ผู้คนบนโลกออนไลน์สามารถทำร้ายกันอย่างรุนแรงได้ 

กับหมอลิลลี่ วรัญญา งานทวี ก็เช่นเดียวกันกับหลายคน
ข้อมูลจากโพสต์ในเฟซบุ๊กของหมอลิลลี่ระบุว่า ครั้งแรกที่รู้จักกับพยาบาลคนดังกล่าวมาจากที่พยาบากิ่งได้ทักมาขอความรู้เรื่องการ Verify ตัวตนใน Social Media เมื่อช่วงปี 2562 หรือ 2563 และมีการติดต่อนิดหน่อย  

ก่อนต่อมาจะถูกแขวน และสร้าง Fake News เกี่ยวกับหมอลิลลี่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขับรถชนคนเสียชีวิต หรือการใส่ชุดผ่าตัดออกนอกพื้นที่ และอื่น ๆ ทั้ง ๆ ที่เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง 

ที่ผ่านมาหมอลิลลี่ตัดสินใจบล็อกบัญชี Social Media บางรายที่คุกคามความเป็นมนุษย์มากเกินไป โดยเธอให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจในครั้งนี้ว่า “เราแค่ขอใช้สิทธิความเป็นมนุษย์ในการprotectหัวใจตัวเองบ้าง ไม่ใช่ใครจะมาด่ามาคุกคามอะไรเราก็ได้”

แม้จะบล็อกไปแล้วแต่พยาบาลดังกล่าวยังใช้บัญชี Social Media อื่น ๆ ตามมาคุกคามผ่านการแคปภาพในโพสต์ไปแขวน หรือใช้บัญชีเฟซบุ๊กอื่นมา comment อยู่ดี และดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด

สุดท้ายช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2567 หมอลิลลี่ ได้อัปเดตข่าวสารเรื่องนี้อย่างจริงจังเป็นครั้งแรกว่าได้ตัดสินฟ้องเอาผิด พยาบาลกิ่ง เนื่องจากต้องประสบปัญหาความเครียดอย่างสูง ประกอบกับการตัดสินใจที่จะแต่งงาน จึงตัดสินใจใช้ ‘ศาลสถิตยุติธรรม’ เป็นที่พึ่ง

ด้วยความกดดันและความเครียดอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 4-5 ปี มันหนักอึ้งเกินคนคนหนึ่งจะแบกรับไหว ทำให้ครอบครัวของหมอลิลลี่ต้องสูญเสียทายาท ภายหลังทราบข่าวการตั้งครรภ์ภายในระยะเวลาแค่ 5 วัน 
เนื่องจากความเครียด ความกดดันจากการฟ้องคดี เพราะหากความยุติธรรมไม่ได้อยู่ข้างหมอลิลลี่ อนาคตต่อไปคงเป็นเครื่องหมายคำถาม 

7 ต.ค. 67 เรื่องนี้มีการอัปเดตอีกครั้งเมื่อ หมอลิลลี่ แจ้งข่าวว่า จากกรณีนี้ศาลได้พิจารณาออกหมายจับ เป็นความยุติธรรมครั้งแรกที่ได้รับ หลังจากผ่านระยะเวลาแห่งความทุกข์มากกว่า 4-5 ปี ทำให้ทุกบัญชี Social Media ของ Narinya Mongkoleiam  (babygings) จะมีข้อความว่า 

ข้าพเจ้าน.ส.นริญญา มงคลเอี่ยมได้ทำการกล่าวว่าร้ายแก่พญ. วรัญญา งานทวี มาเป็นเวลาหลายปี โดยไม่เคยรู้จักกับพญ.วรัญญา มาก่อนโดยอคติส่วนตัว โดยคุณหมอรวมถึงครอบครัวคุณหมอได้รับความเดือดร้อนจากการเป็นตัวกลางก่อให้เกิดความเกลียดชัง วันนี้ได้สำนึกผิดแล้ว อยากขอโทษคุณหมอที่ทำให้เดือดร้อนกับการกระทำและจะไม่ทำพฤติกรรมแบบนี้อีก

Aufgrund meines respektlosen Verhaltens gegenüber Frau Varanya Nganthawee habe ich mehrere Jahre Sie und Ihre Familie Wegen persönlicher Voreingenommenheit verletzt. Ich, Narinya Mongkoleaim, fühle mich sehr schuldig. und Ich bin ein Teil der Hass verursacht. Dann würde ich mich aufrichtig bei ihr entschuldigen. Ich verspreche Ihnen, dass Ich mich nicht noch einmal so verhalten werde.

ความยุติธรรมที่มาช้า ยังดีกว่าความยุติธรรมที่ไม่มีวันมาถึง แต่สุดท้ายต้องอึ้งเล็ก ๆ จากเหตุผลที่ตามทำร้ายชีวิตของคนคนหนึ่งที่พ่อและแม่ของพยาบาลแจ้งมาว่า “ทำเพราะหมั่นไส้“
และนอกจากพยาบาลคนนี้แล้ว หมอลิลลี่ยังได้แชร์โพสต์ของอีกหนึ่งคนที่ได้ทำการขอโทษหมอลิลลี่ 

แม้ในโลกออนไลน์ความเป็นตัวตนจะจางหาย แต่สิ่งที่จำเป็นคงหนีไม่พ้นความเป็นมนุษย์ และตระหนักว่าอีกฝั่งของจอ คือ คนที่มีเลือด เนื้อ มีพ่อ และแม่ไม่ต่างจากเรา 

ย้อนตำนาน ‘สนามติณสูลานนท์’ จ.สงขลา สนามแห่งความประทับใจของคนไทยทั้งชาติ

(15 ต.ค. 67) ค่ำวานนี้คนไทยทุกคนคงมีความสุขใจไปกับผลการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน หรือ คิงส์คัพ ครั้งที่ 50 ที่ทีมชาติไทยสามารถคว้าถ้วยพระราชทานมาไว้ในมือได้ อีกทั้งตัวผู้เล่นที่เฮดโค้ชทีมชาติไทยจัดลงสนามต่างโชว์ความสามารถได้อย่างเต็มที่

อีกทั้งยังเชื่อมโยงเอา 2 ยุคสมัยที่แสดงสัญญะผ่าน ‘พลุ’ และ ‘โครน’ ที่แปรขบวนน้อมรำลึกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ยิ่งสร้างความอิ่มเอมใจให้กับคนไทยทั้งชาติอีกไม่น้อย ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นที่ ‘สนามติณสูลานนท์’ สนามที่สร้างความประทับใจทั้งหมดนี้

The States Times จะพาทุกท่านย้อนถึงตำนานของสนามติณสูลานนท์ สนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้

สนามกีฬาติณสูลานนท์ ตั้งอยู่ที่จังหวัดสงขลา มีความจุประมาณ 35,000 ที่นั่ง สร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมกีฬาของจังหวัดและใช้จัดการแข่งขันกีฬาระดับชาติและนานาชาติ

สนามกีฬาติณสูลานนท์ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2530 ในสมัยที่ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งเป็นบุคคลที่ชาวสงขลาให้ความเคารพและนับถือ ได้ดำรงตำแหน่งเป็น นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย สนามกีฬานี้ถูกตั้งชื่อตามท่านเพื่อเป็นการให้เกียรติและระลึกถึงคุณูปการของท่านต่อจังหวัดสงขลาและประเทศไทย

นายนิพนธ์ บุญญามณี ในขณะดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาได้ขอรับการถ่ายโอนสนามกีฬาติณสูลานนท์จากการกีฬาแห่งประเทศไทย มาเป็นขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาและได้สานต่อการปรับปรุงและพัฒนาสนามกีฬาติณสูลานนท์อย่างเป็นรูปธรรมในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.) โดยการปรับปรุงครั้งสำคัญเกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2558 เพื่อให้สนามกีฬาได้มาตรฐานและสามารถรองรับการแข่งขันระดับประเทศและนานาชาติได้อย่างเต็มที่

การปรับปรุงสนามกีฬาครั้งนี้ใช้งบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.) และการสนับสนุนจากรัฐบาล โดยมีงบประมาณรวมในการพัฒนาสนามอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน, ที่นั่งผู้ชม, ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการแข่งขันกีฬาในระดับสากล

ด้วยความมุ่งมั่นให้สนามกีฬาติณสูลานนท์เป็นสนามกีฬาที่มีมาตรฐานสากล พร้อมรองรับการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ เช่น การแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ, การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก และกิจกรรมกีฬาอื่น ๆ ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้จังหวัดสงขลากลายเป็นศูนย์กลางด้านกีฬาของภาคใต้

และค่ำวานนี้คือบทพิสูจน์ที่สำคัญครั้งหนึ่งของ ‘สนามติณสูลานนท์’

‘ว.วชิรเมธี’ แจง คลิปที่ไวรัลแค่ตัดมาบางช่วง ยืนยันสงฆ์ทุกรูปไปเทศน์ด้วยใจสุจริต-โปร่งใส

(15 ต.ค. 67) พระเมธีวชิโรดม หรือที่รู้จักในนาม ว.วชิรเมธี พระนักเทศน์-นักเขียนชื่อดัง ได้ชี้แจงกรณีปรากฏวิดีโอการเทศน์ที่ The iCon ผ่านทางเฟซบุ๊ก ว่า

“ประกาศขออภัย และทำความเข้าใจให้ตรงกับความจริง“

1.หลังจากติดตามสถานการณ์ของบริษัท ดิไอคอน อย่างใกล้ชิด 
ก็เข้าใจว่า น่าจะมีความไม่ชอบมาพากลหลายแง่มุมดำรงอยู่จริง
ตามที่ผู้บริหารได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้ล่าสุดใน The Standard
(14 ต.ค. 67) 

2.แต่ภาพใหญ่ก่อนหน้านั้น ที่บริษัท ทำธุรกิจอย่างเปิดเผย
โดยมีซูเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้าของเมืองไทยมาร่วมเป็น
พรีเซนเตอร์หรือผู้บริหารด้วย จึงทำให้คนที่เห็นภาพและข่าว
เชื่อได้ว่า น่าจะมีความโปร่งใสในทุกขั้นตอน พระทุกรูปที่ได้รับ
นิมนต์ไปเทศน์ก็คงคิดเช่นนั้น 

3.ทุกเดือนทางบริษัทจะนิมนต์พระไปสอนธรรมะ และทำบุญ
ถวายสังฆทานเป็นประจำ ผู้เขียนเอง ก็เป็นเพียงหนึ่งในพระสงฆ์
ที่ได้รับนิมนต์ให้ไปเทศน์ไปสอน ต่างแต่ว่า ในการมานิมนต์
ผู้เขียนนั้นทีมผู้บริหารมานิมนต์ถึงวัดที่จังหวัดเชียงราย และ
มาร่วมถวายทุนการศึกษาด้วย (จึงมีภาพเยอะหน่อย)

4.ในการสอนเมื่อต้นปีที่ผ่านมานั้น ผู้เขียนสอนเรื่อง “หัวใจเศรษฐี”
หรือกุญแจสู่ความสำเร็จตามหลัก “ทิฏฐธรรมิกัตถประโยชน์” 
ซึ่งมีหลักฐานอ้างอิงอยู่ในพระไตรปิฎกชัดเจน (1.ขยันหา-2.รักษาดี-
3.มีกัลยาณมิตร-4.ใช้ชีวิตสมดุล) โดยสอนผ่าน 3 วลีสำคัญคือ 
“อดทนให้ได้ ใจเย็นให้พอ และรอให้เป็น” ใช้เวลาบรรยายถึง 1 ชั่วโมง
12 นาที (ไม่ใช่อย่างที่ตัดมาบางส่วน) 

ระหว่างที่บรรยายให้รู้จักสร้างเนื้อสร้างตัวตามแนวพุทธ
ด้วยความอดทน ใจเย็น ไม่ใจเร็วด่วนได้ ผู้เขียนจึง ”แซว“ หรือ 
”ประชดแดกดัน“ คนที่มาฟังทั้งห้องประชุมว่า ถ้า ”อดทนไม่ได้ ใจเย็นไม่พอ 
และรอไม่เป็น“ จะเอาให้รวยทันใจเลย…เช่นนั้นแล้ว ก็แซวว่า 
“ลูกเอ๋ย ทำอย่างนั้นก็ดิไอคอนแล้ว…” ซึ่งทุกคนที่นั่งฟังก็หัวเราะ 
เข้าใจ, คำพูดที่ (ใครก็ไม่รู้) ตัดมาเป็นคลิปนั้น

โดยบริบทเป็นเพียงคำพูดหยิกแกมหยอกธรรมดาตามประสานักพูดทั่วไป
ที่อยากให้มีอารมณ์ขันเท่านั้น เป็นการแซะ การแซว ไม่ได้มีนัยจริงจัง ซีเรียส 
ถึงขั้นที่จะเอามาปั่นว่าพระมีส่วนร่วมทางธุรกิจใดๆ ทั้งสิ้น คนฟังทุกคนในห้อง 
ฟังแล้วก็เข้าใจ ขำๆ ฮาๆ จบแล้ว ถวายสังฆทาน กลับบ้าน มีแค่นั้น (ที่สำคัญ
Case study ที่ยกมาเล่าก็เป็นเรื่องราวก่อนโควิด ไม่เกี่ยวอะไรกับดิไอคอน)

5.ผู้เขียนเรียนธรรมะมาจนสำเร็จการศึกษาขั้นสูงสุดของคณะสงฆ์ไทย
คือเปรียญธรรม 9 ประโยค,ดังนั้น ในการเทศน์การสอน จึงเน้นแต่ข้ออรรถ
ข้อธรรมที่มีแก่นสาร แม้จะเทศน์ด้วยภาษา ตัวอย่างร่วมสมัย แต่ก็สามารถโยง
กลับไปหาพระไตรปิฎกได้เสมอ ไม่ได้สอนแบบมั่วๆ อย่างที่ตัดมาให้คนด่า 
หรือให้คนเข้าใจผิด เรื่องนี้ ปัญญาชนที่ติดตามผู้เขียนมาตลอด
ย่อมรู้จักกันดีอยู่แล้ว

6.แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อบางส่วนของการเทศน์การสอน ก่อให้เกิดความ
เข้าใจผิดออกไปในหมู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง เพราะคลิปที่ตัดมาไม่ครบ
ถ้วนกระบวนความ ถึงกระนั้น ผู้เขียนก็ยินดีขออภัยจากใจจริงมา ณ ที่นี้ด้วย 
ที่อย่างน้อยก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีความเข้าใจผิดเกิดขึ้น ต่อไปก็จะสำรวม
ระวังไม่ให้มีความพลาดพลั้งเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ขอบพระคุณทุกคนที่เตือนมา
ด้วยความรักและห่วงใย 

7.ขอย้ำตรงนี้ว่า พระทุกรูปที่เคยไปเทศน์ไปสอนที่บริษัท ทุกรูป
ไปด้วยใจสุจริตในฐานะพระที่ได้รับนิมนต์ไปสอนไปฉันเท่านั้น ไม่มีรูปไหน
เข้าไปเกี่ยวข้องกับบริษัทเชิงธุรกิจใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเรื่องเช่นนี้เพียงใช้
Common Sense ก็น่าจะเข้าใจได้ ไม่ควรพยายามลากไปให้เห็นเป็นว่า 
มีพระเข้าไปวุ่นวายอยู่ในธุรกิจ ผู้เขียนจึงขอทำความเข้าใจให้ตรงกัน
ด้วยใจที่เป็นธรรม รักความจริง และหวังความสุขความเจริญต่อกัน

ว.วชิรเมธี, 
(ในนามตัวแทนของพระสงฆ์
ที่เคยไปสอนที่บริษัทดิไอคอน)
14 ต.ค. 67

ย้อนเอกสารปี 45 พบ ‘แสงเดือน ชัยเลิศ’ นำทีมสารคดีเซ็ตฉากทารุณกรรมช้างไทย

(15 ต.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีวิพากษ์วิจารณ์เรื่องปางช้างแม่แตง ระหว่างปางช้าง Elephant Nature Park (ENP) ของนาง แสงเดือน ชัยเลิศ กับบรรดาปางช้างต่าง ๆ ซึ่งบานปลายไปถึงการที่ กัญจนา ศิลปอาชา รวมถึงบรรดาสัตวแพทย์และทีมงานดูแลช้าง ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นางแสงเดือน และปางช้าง ENP 

ล่าสุดโซเชียลมีเดียได้มีการนำเอกสารปี 2546 มาเปิดเผย โดยเอกสารนั้นระบุถึงกรณีที่องค์กรคุ้มครองสัตว์ People for the Ethical Treatment of Animal (PETA) เข้าร้องเรียนต่อวุฒิสภาของไทย กรณีมีการทารุณลูกช้าง โดยได้แนบภาพวีดิทัศน์ แสดงให้เห็นถึงการทารุณกรรมช้าง โดยทางวุฒิสภาได้ทำหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 25 พ.ย.2545 ถึงตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอให้สอบสวนข้อเท็จจริง

ซึ่งตำรวจภูธรเชียงใหม่ ส่งหนังสือตอบกลับที่ ชม.0020.3/1096 ลงวันที่ 6 ก.พ. 2546 เรื่อง รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการทารุณลูกช้างตามข้อร้องเรียนขององค์กร People for the Ethical Treatment of Animal (PETA) ซึ่งมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

“ตามอ้างถึงหนังสือของวุฒิสภา ด่วนที่สุด ที่ 5470/2545 ลง 25 พฤศจิกายน 2545 เรื่อง ขอให้ดำเนิน การสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการทารุณลูกช้าง ตามข้อร้องเรียนขององค์กร People for the Ethical Treatment of Animal (PETA) ความละเอียดแจ้งอยู่แล้ว นั้น

ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว และได้สั่งกำชับเจ้า หน้าที่ตำรวจ ที่เกี่ยวข้องติดตามกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมพานักท่องเที่ยวออกไปถ่ายทำสารคดีเกี่ยวกับสัตว์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางราชการก่อน และขอรายงานข้อเท็จจริง ตามประเด็นที่สั่งการ ดังต่อไปนี้

1. การกระทำทารุณข้างตามที่ปรากฏในภาพวีดิทัศน์ เป็นการแต่งเติมเพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นการ กระทำที่โหดร้ายทารุณหรือไม่ ขอเรียนว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการร้องขอจากทีมงาน ของ นางแสงเดือน ชัยเลิศ ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ จำนวน 2 คนได้มาถ่ายทำวิดีโอเกี่ยวกับช้างโดยทีมงานฯ ได้ขอให้ นายแซ่แฮ คีรี ซึ่งเป็นผู้ทำพิธีผ่าจ้านลูกช้างให้ตีหัวช้าง แล้วทีมงานใช้น้ำยาสีม่วงทาที่หลัง และหัวช้างทำให้ดู คล้ายมีเลือดไหลแล้วถ่ายภาพเอาไว

ซึ่งในการทำพิธีผ่าจ้านนั้นมิได้มีการกระทำรุนแรงหรือทำร้ายช้างแต่อย่างใด เนื่องจากคนเลี้ยงช้างทุกคนมีความรักช้างเหมือนกับเป็นลูกหลานคนหนึ่ง การทำพิธีฯ จะเป็นการทำเพื่อฝึกสอนช้าง และมีการใช้ไม้ดีเบา ๆ พอเป็นพิธีเท่านั้น ไม่ถึงกับทำให้เกิดบาดแผลหรือทำให้เกิดการบาดเจ็บแต่อย่างใด 

จากการที่ได้สอบปากคำผู้ให้ถ้อยคำแล้ว แจ้งว่าภาพวีดิทัศน์เป็นภาพที่แสดงเกินความจริง และมิใช่เป็นพิธีกรรมที่ถูกต้อง ซึ่งเชื่อว่ามีผลประโยชน์แอบแฝงอันไม่อาจคาดเดาได้ อย่างเช่น อาจจะต้องการทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวของประเทศไทย หรือเพื่อดึงเงินเข้ามูลนิธิ

2. ลูกช้างที่ปรากฏในภาพวีดิทัศน์ปัจจุบันมีการเลี้ยงดูอยู่ที่ บ้านห้วยบง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ในสภาพที่ดี มีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง ส่วนข้อบ่งชี้นั้นมี นายชนัตร เลาหะวัฒนะ ผู้อำนวย การองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เป็นผู้เข้าไปตรวจสอบลูกช้างในกรณีดังกล่าว

3. กระบวนการนำลูกช้างไปกระทำทารุณตามที่ปรากฏ เป็นเพียงกลุ่มบุคคลที่พานักท่องเที่ยวไป ถ่ายทำวีดิโอเท่านั้น ส่วนวัตถุประสงค์ในการกระทำยังไม่ทราบแน่ชัด ว่ามีวัตถุประสงค์ทำขึ้นเพื่อประโยชน์ใด 

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ พร้อมนี้ได้แนบเอกสารการสอบสวนที่เกี่ยวข้อง มาด้วยแล้ว จำนวน 13 แผ่น

ขอแสดงความนับถือ
พลตำรวจตรี เกษม รัตนสุนทร 
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่”

กฟผ. ผนึกกำลัง GISTDA เสริมศักยภาพนวัตกรรม-AI ใช้ข้อมูลสร้างความมั่นคงระบบพลังงานและไฟฟ้าไทย

เมื่อวันที่ (11 ต.ค. 67) ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศมาสร้างนวัตกรรมเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในภารกิจของ กฟผ. รวมถึงความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิชาการ การใช้นวัตกรรม และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระหว่างสองหน่วยงาน ณ กฟผ. สำนักงานใหญ่ จ.นนทบุรี

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า GISTDA เป็นหน่วยงานที่พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ โดยหนึ่งในภารกิจเป็นการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม Thailand Earth Observation Satellite 2 หรือ THEOS-2 และข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมอื่น ๆ ทั้งทางด้านการเกษตร ภัยพิบัติ จุดความร้อน (Hot Spot) ข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยา และอุทกศาสตร์จากสถานีเรดาร์ชายฝั่งและดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา สำหรับจัดทำฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวสามารถนำมาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ รวมถึงการส่งเสริมนวัตกรรมที่จะช่วยสนับสนุนภารกิจของ กฟผ. ในทุกด้าน เพื่อให้ กฟผ. มีข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ พร้อมสนับสนุนการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับงานด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศอีกด้วย

นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวเพิ่มเติมว่า GISTDA เป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญและมีศักยภาพในด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ โดยข้อมูลจากดาวเทียม และข้อมูลภูมิสารสนเทศ ประกอบกับความร่วมมือในการสร้างนวัตกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของ กฟผ. ได้เป็นอย่างดี เช่น 

การประเมินการประมาณการผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ทั้งประเทศได้ถูกต้องแม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้ ยังใช้ในการติดตามการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบการบุกรุกในเขตแนวสายส่งไฟฟ้า และพื้นที่ของ กฟผ. รวมถึงการประเมินศักยภาพพลังงานประเภทต่าง ๆ และการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยพัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพผลงาน รวมถึงเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาศักยภาพบุคลากร กฟผ. อีกด้วย

‘อ.สุวินัย’ ดีดลูกคิด เปิดหลักสูตร ‘คณิตศาสตร์แชร์ลูกโซ่’ อึ้ง The iCon สมาชิก 4 แสน ยอดลงทุนเกือบหมื่นล้าน

(15 ต.ค. 67) รองศาสตราจารย์ ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักเขียนชื่อดัง ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณี The iCon ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า 

‘คณิตศาสตร์แชร์ลูกโซ่หมื่นล้าน : แชร์ลูกโซ่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่มีสมาชิกเข้าร่วมเกือบสี่แสนคน’

ในช่วงหนึ่งของรายการ THE STANDARD NOW 

บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ก่อตั้งบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด เปิดเผยข้อมูลยอดสมาชิกในระดับต่าง ๆ ของการดำเนินธุรกิจ ล่าสุด จำนวน 368,257 ราย แบ่งเป็น

ร้านค้าปลีก distributor : 285,833 ราย (ลงทุน 2,500) ยอดลงทุนทั้งสิ้น = 714,582,500 บาท
หัวหน้าทีม Supervisor  : 43,976 ราย (ลงทุน 25,000) ยอดลงทุนทั้งสิ้น = 1,099,400,400 บาท
ตัวแทนจำหน่าย Dealer : 31,972 ราย (ลงทุน 250,000) ยอดลงทุนทั้งสิ้น = 7,993,000,000 บาท

ยอดรวมทั้งหมดของการลงทุนในแชร์ลูกโซ่ The Icon  คือ 9,806,982,900 บาท คือเกือบหมื่นล้านบาท ถือเป็นแชร์ลูกโซ่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
หากรวมตัวแทนจำหน่าย (เล็ก) Mini Dealer : 6,476 ราย × 25,000 (ลงทุน) = 161,900,000 บาท ยอดเงินทั้งหมดจะเป็น 9,968,882,900 บาทคือเฉียดหมื่นล้านบาท

หากหักค่าจัดการ-ค่าบริหารแชร์ลูกโซ่ไป 30%  ก็จะเหลือเงินประมาณ 7,000,000,000 (เจ็ดพันล้านบาท) ที่กระจุกอยู่ใน "กลุ่มบอส" กับเครือข่ายแม่ทีมทั้งหมด ที่มีจำนวน 0.15%  (ตัวเลขจำนวนคนระดับยอดพีระมิดของแชร์ลูกโซ่) ของ จำนวนคนที่เข้าร่วมแชร์ลูกโซ่ทั้งหมด 368,257 ราย ก็จะมีคนที่กอบโกยเงินทองจากแชร์ลูกโซ่นี้อยู่ราว ๆ 552 คน

แต่เงินเจ็ดพันบาทที่ดูดมานี้ หาได้กระจายสู่คนจำนวน 552 คน บนยอดพีระมิดอย่างเท่าเทียมกันไม่
ดูทรงแล้วคิดว่า เงินห้าพันล้านบาทจากยอดเจ็ดพันล้านบาทน่าจะตกอยู่ใน "กลุ่มบอส" ที่มีจำนวนไม่น่าเกิน 20 คนเท่านั้น 

โดยที่ "หัวหน้าบอส" คนเดียวน่าจะฮุบไปอย่างน้อยสองพันล้านบาทจากยอดห้าพันล้านบาท
นี่คือตัวเลขคร่าว ๆ ที่ ปปง.กับดีเอสไอ ต้องดำเนินคดีและยึดทรัพย์คืนกลับมาให้ได้
สุวินัย ภรณวลัย

ปมร้อน!! ‘ดิไอคอน กรุ๊ป’ ลามถึงสภาฯ สังคมสงสัย ใครคือคนในคลิป ‘ประธานวันนอร์’ สั่งสอบด่วน หลังมี ‘นักการเมือง’ เรียกรับผลประโยชน์

(14 ต.ค. 67) วันมูหะมัด นอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้สัมภาษณ์ กรณีมีการเผยแพร่คลิปเสียงนักการเมืองรายหนึ่ง เรียกรับผลประโยชน์จากผู้บริหารบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด ที่ตกเป็นผู้ต้องหา ในชั้นของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สภาฯ ว่า จะมอบหมายให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวโดยด่วน ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขด้วย เพราะมีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้น 1-2 ครั้งแล้ว จึงต้องรีบแก้ไข คิดว่าคงไม่ยาก 

เมื่อถามว่าที่ผ่านมามีการเรียกรับทรัพย์ หรือตบทรัพย์อยู่ตลอด ทางสภาฯจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้ปัญหาดังกล่าวหมดไป ประธานสภาฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องของบุคคล เพราะสภาฯ เวลาตั้งคณะกรรมาธิการ เราตั้งทั้งคนภายในและภายนอก โดยเฉพาะกรรมาธิการวิสามัญ จะมีบุคคลภายนอก ที่เสนอโดยพรรคการเมืองต่างๆ เราไม่อาจตรวจสอบได้หมด แต่ถ้าพบเห็นหรือได้รับรู้เราต้องแก้ไขให้บุคคลเหล่านั้นพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ไป เราไม่ต้องการให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป ต่อจากนี้ต้องมีการกลั่นกรอง และระมัดระวังคนที่จะเข้ามาในกรรมาธิการให้มากขึ้น

เมื่อถามว่าจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่มีการเรียกรับผลประโยชน์แล้วสามารถเคลียร์ได้ในชั้นกรรมาธิการ ประธานสภาฯ กล่าวว่า ขณะนี้ยังเป็นข้อกล่าวหา ต้องมีการสอบสวนข้อเท็จจริง คงไม่ยาก ถ้าหากมีผู้ได้รับความเสียหายมายืนยันกับฝ่ายเลขาฯสภาฯ ก็จะดำเนินการตรวจสอบให้ทันที เพราะเป็นเรื่องความเชื่อถือ เราต้องสร้างความเชื่อถือของสภาฯ ให้กับประชาชน เป็นที่พึ่งของประชาชน 

‘ดังนั้นหากประชาชนมีข้อสงสัย ก็ขอให้ติดต่อมา สำหรับบทลงโทษผู้ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งในกรรมาธิการแล้วเรียกรับผลประโยชน์ แม้ไม่ได้เป็น สส. จะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ เพราะการแอบอ้างและหาผลประโยชน์ถือเป็นความผิดที่มีโทษในคดีอาญา แต่ต้องมีการแจ้งหลักฐานที่ชัดเจน’

‘บอสพอล’ สะอื้นไห้!! กลางรายการดัง เปิดใจ!! อยากพูด ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่

(14 ต.ค. 67) จากกรณีธุรกิจขายตรงชื่อดัง ‘The icon’ ซึ่งมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความจำนวนมาก โดยมีมูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาทนั้น 

ล่าสุด ‘รายการโหนกระแส’ ได้สัมภาษณ์ครอบครัวผู้เสียหายจากการลงทุนกับบริษัทดังกล่าวจนคิดสั้นฆ่าตัวตาย และสัมภาษณ์ ‘บอสพอล’ วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด (The iCON) โดยในการสัมภาษณ์ในรายการ ‘บอสพอล’ สะอื้นไห้ พร้อมบอกตอนหนึ่งว่า ตนกลัวที่จะมารายการ แต่ที่ตัดสินใจมาอยากมาตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็จะดี 

พล.ต.ท.ประจวบฯ ชื่นชมตำรวจ สภ.ท่าบ่อ สังเกตเห็นรถตู้รับ-ส่งนักเรียนมีควันขึ้นจากใต้ท้องรถ รีบพาเด็กๆ ลงจากรถ ป้องกันการเกิดเหตุอันตรายซ้ำ

เมื่อวันที่ (14 ต.ค. 67 ) พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการคณะทำงานขับเคลื่อนงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชื่นชมตำรวจ สภ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ตาไวสังเกตเห็นรถตู้รับส่งนักเรียนมีควันออกมาจากใต้ท้องรถตู้ที่จอดเสียอยู่ จึงรีบแจ้งคนขับให้ทราบ และเร่งนำนักเรียนออกจากรถตู้ทันที ก่อนที่จะมีรถยนต์พลเมืองดีช่วยนำนักเรียนส่งโรงเรียนปลอดภัยทุกคน นับว่าเป็นการถอดบทเรียนจากการสูญเสียที่เคยเกิดขึ้น ใช้ไหวพริบนำเด็กลงอย่างรวดเร็ว การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไขเสมอ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 07.40 น. ขณะ ด.ต.สมคิด กองลุน ผบ.หมู่ (ป.) สภ.ท่าบ่อ (ปฏิบัติงานจราจร) และ ส.ต.ต.รัชชานนท์ ทาะเวท ผบ.หมู่ (ป.) สภ.ท่าบ่อ (ปฏิบัติงานจราจร) กำลังปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจรอยู่บริเวณสี่แยกไฟแดงประตูเมืองท่าบ่อ เขตเทศบาลเมืองท่าบ่อ จ.หนองคาย ด.ต.สมคิดฯ ได้สังเกตเห็นรถตู้รับส่งนักเรียนสีขาวจอดติดไฟแดง แต่เมื่อไฟเขียวแล้วกลับไม่เคลื่อนที่ จึงเดินไปตรวจสอบ พบว่ารถตู้ดังกล่าวเสียและมีควันพุ่งออกมาจากใต้รถ โดยในรถมีเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาของโรงเรียนเทศบาลเมืองท่าบ่อ อยู่จำนวน 6 คน ด.ต.สมคิดฯ รีบแจ้งคนขับถึงควันที่พุ่งออกมา พร้อมเปิดประตูนำเด็กนักเรียนทั้งหมดลงจากรถทันทีเพื่อความปลอดภัย หลังจากนั้นได้มีพลเมืองดีนำเด็กนักเรียนทั้งหมดส่งโรงเรียนได้อย่างปลอดภัย ส่วนรถตู้ตรวจสอบพบว่าหม้อน้ำแห้งทำให้เกิดความร้อนและมีควันพวยพุ่งออกมา ด.ต.สมคิดฯ และ ส.ต.ต.รัชชานนท์ฯ จึงได้ช่วยเข็นรถชิดข้างทางก่อนประสานช่างมาซ่อมต่อไป

เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับการชื่นชมมากมายจากชาวบ้านที่พบเห็นเหตุการณ์ และจากผู้คนในสื่อสังคมออนไลน์ ต่างชื่นชมในไหวพริบของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ให้เด็กลงจากรถทันทีที่เห็นควัน เพราะหวั่นจะเกิดอุบัติเหตุเฉกเช่นเดียวกับรถบัสทัศนศึกษา รวมถึงขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คอยดูแลบุตรหลานของประชาชนให้ปลอดภัยอยู่เสมอ

พล.ต.ท.ประจวบ ฯ กล่าวว่า จากกรณีเหตุการณ์ดังกล่าว ต้องขอขอบคุณและชื่นชม ด.ต.สมคิดฯ และ ส.ต.ต.รัชชานนท์ ที่มีสติ มีไหวพริบ แก้ไขปัญหาและป้องกันเหตุได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนพลเมืองที่อาสานำนักเรียนไปส่งโรงเรียน ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่อย่างรวดเร็วของ ด.ต.สมคิดฯ และ ส.ต.ต.รัชชานนท์ ในเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการดูแลพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง มีจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ นับว่าเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับตำรวจทั่วประเทศ

ทั้งนี้ พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร./หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร คณะทำงานขับเคลื่อนงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แนะนำให้ผู้ขับขี่ตรวจเช็คยานพาหนะของตนเสมอ โดยสาเหตุหลักของการเกิดรถไฟไหม้มักมาจากระบบเชื้อเพลิงรั่ว ระบบไฟฟ้าลัดวงจร เครื่องยนต์ร้อนเกินไป หรือสิ่งของในรถเกิดลุกไหม้ การป้องกันดีกว่าการแก้ไขเสมอ ในกรณีที่มีควันออกมา ให้ดับเครื่องยนต์เพื่อลดโอกาสเพลิงไหม้ แต่หากเกิดเหตสุดวิสัย รถเกิดไฟไหม้ ให้ทิ้งสัมภาระ และออกจากรถทันที โดยอยู่ห่างจากรถอย่างน้อย 30 เมตร และโทรเรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความช่วยเหลือ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นหรือประสบเหตุ สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง ทางช่องทาง

- โทร. 191 จราจรทุก สน./สภ. ทั่วประเทศ
- โทร. 1197 สายด่วนตำรวจจราจร ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล
- โทร. 1193 ตำรวจทางหลวงทั่วประเทศ

มท.4 มือประสานทำงานสิบทิศ เร่งเดินหน้าจัดการโคลนถล่มบ้าน ปชช.ชาวเชียงราย มั่นใจเสร็จทันตามกรอบสิ้นเดือนนี้

เมื่อวันที่ (14 ต.ค.67) นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) ส่วนหน้า จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า สถานการณ์การฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วมและโคลนถล่ม ในอำเภอเมืองจังหวัดเชียงรายขณะนี้ สามารถกู้คืนพื้นที่บ้านเรือนประชาชนและถนนได้ 80% แล้ว ที่เหลือยังมีโคลนในท่อระบายน้ำและยังอยู่ระหว่างการดูดโคลนออกอย่างต่อเนื่อง ส่วนสถานการณ์โคลนตามบ้านเรือนประชาชน อำเภอแม่สาย มีความคืบหน้าในภาพรวม 65% ส่วนที่ชุมชนถ้ำผาจมและที่ตลาดสายลมจอย ระบบน้ำและไฟฟ้าบางส่วนอยู่ระหว่างการเคลียร์พื้นที่ถนนประมาณ 20% จะสามารถใช้ได้ทั้งหมด จึงต้องเร่งจัดการดูดโคลนออกจากพื้นที่ต่อ  ซึ่งได้ประสานความร่วมมือหลายภาคส่วน เพื่อดึงทรัพยากรของแต่ละหน่วยงานมาร่วมกันฟื้นฟูพื้นที่อย่างเต็มศักยภาพและรวดเร็ว ดังนี้

1.ประสานความร่วมมือไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ขอความร่วมมือรถดูดโคลนเพิ่มอีก 3 คัน จากเดิมที่กระทรวงเกษตรฯ ส่งรถดูดโคลนมาประจำการในพื้นที่ 2 คัน โดยทำงานร่วมกับรถดูดโคลนจากหน่วยงานราชการอื่นๆ และมูลนิธิต่างๆ อย่างเต็มที่

2.ขอความร่วมมือ กทม.โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ขอให้รถดูดโคลน 4 คัน และรถน้ำ 4 คัน ที่ทาง กทม. ส่งมาช่วยเหลือก่อนหน้านี้  จากกำหนดการเดิม จะกลับในวันที่ 12 ตุลาคม  ให้อยู่ในพื้นที่ต่อ พร้อมจัดหาคนขับรถเพิ่มเติม

3. ประสาน กระทรวงอุตสาหกรรม โดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นำอุปกรณ์การติดตั้งระบบน้ำในบ้านเรือน ที่มีผู้ประกอบการมาบริจาคก่อนหน้านี้ มาสร้างบ้านน็อกดาวน์ให้ประชาชนที่ถูกกระแสน้ำท่วมบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง  โดยกรมราชทัณฑ์ เป็นเจ้าภาพในการก่อสร้าง โดยจะตรวจความเรียบร้อยของบ้านน็อกดาวน์ 15 ตุลาคมนี้

4.กระทรวงมหาดไทยได้สับเปลี่ยนอาสาสมัคร (อส.) จำนวน 1,500 คนจาก 37 จังหวัดทั่วประเทศ ให้ทุกคนได้กลับบ้านและเปลี่ยนผลัดเวรหมุนเวียนกันไป เนื่องจาก อส.บางจังหวัดต้องดูแลบ้านของตนเอง และที่ผ่านมาทำงานทุกวัน

นางสาวธีรรัตน์ กล่าวว่า  จากการติดตามสถานการณ์หน้างานและการหารือกับส่วนราชการ ทุกฝ่ายมั่นใจว่า จะสามารถล้างโคลนเพื่อให้พี่น้องประชาชนกลับมาอยู่บ้านได้ตามปกติ ภายในวันที่ 21 ตุลาคม 2567 ตามแผน Quick win ที่วางไว้ (ต้องแล้วเสร็จภายใน 21 วัน)  และบางจุดจะเป็นไปตามกรอบที่จะแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ซึ่งตนจะลงพื้นที่ในช่วงสัปดาห์หน้าเพื่อติดตามความคืบหน้าต่อไป

“ในฐานะประธาน ศปช.ส่วนหน้า อยากให้การจัดการโคลนสำเร็จ เป็นไปตามกรอบ ยิ่งเสร็จเร็วยิ่งดี พี่น้องประชาชนชาวเชียงรายจะได้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ  ขอขอบคุณทุกกระทรวง กรม จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ได้เสียสละ ทุ่มเท มุ่งมั่น  พร้อมใจกันบูรณาการการทำงาน  เพราะเรามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ บรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชน ขอขอบคุณความร่วมมือทุกท่านจากใจจริงค่ะ“ นางสาวธีรรัตน์ กล่าว

พรรคประชาธิปัตย์ร่วมรำลึก 51 ปี 14 ตุลาฯ. เชิดชู “จิตวิญญาณ 14 ตุลาฯ.” คือคบเพลิงแห่งประชาธิปไตย“

เมื่อวันที่ (14 ต.ค. 67) พรรคประชาธิปัตย์ได้ร่วมวางพวงมาลารำลึก“ 51 ปี 14 ตุลาฯ. ” ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร โดยดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้มอบหมายนายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานคณะที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคและรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพร้อมด้วย
นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และนายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด กรรมการบริหารพรรคเป็นผู้วางพวงมาลาในนามพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีถ้อยแถลงว่า ”14 ตุลา วันประชาธิปไตย ถือเป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่ นิสิต นักศึกษา และพี่น้องประชาชนได้รวมพลังกันต่อสู้กับรัฐบาลเผด็จการในขณะนั้นเพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยที่เป็นของประชาชนและถือเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นของการพัฒนาประชาธิปไตยและการมีสิทธิเสรีภาพในมิติต่างๆรวมทั้งการสร้างสังคมที่เท่าเทียมและเป็นธรรม พรรคประชาธิปัตย์ขอร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญนี้ และเชื่อมั่นว่า จิตวิญญาณ 14 ตุลาฯ.จะเป็นคบเพลิงแห่งประชาธิปไตยที่นำประเทศไทยไปสู่การพัฒนาการเมืองไทยอย่างยั่งยืนตลอดไป“


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top