Sunday, 8 November 2026
NEWS

ช่วยคนพิการพื้นที่แดงเข้ม!! รวมพลคนพิการไทยยุคใหม่​ หัวใจเดียวกัน มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือคนพิการ และครอบครัวคนพิการ ในช่วงสถานการณ์โควิค-19

นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย และตำแหน่งคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการและด้านแรงงาน ลงพื้นที่นำถุงยังชีพที่ได้รับมาจาก อ.ชูศักดิ์ จันทยานนท์ ประธานมูลนิธิออทิสติกไทย โดยความอนุเคราะห์จาก "คุณกัญจนา ศิลปอาชา" ประธานมูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย มอบให้กับ "คนพิการ" ในเขตพื้นที่สีแดงเข้ม กรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล 5 จังหวัด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ บรรเทาความเดือดร้อน และดูแลคุณภาพชีวิตของคนพิการในช่วงสถานการณ์เชื้อไวรัส Covid-19 ที่กำลังแพร่ระบาดระลอก 3 อยู่ในขณะนี้ 

ในการนี้นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล นายกสมาคมฯ ได้ลงพื้นที่ ณ วัดจากแดง ต.ทรงคะนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และได้เดินทางไปยัง "สมาคมศูนย์การเรียนรู้ฟื้นฟูคนพิการโดยครอบครัว" (ALRF) พร้อมด้วย คุณนภาพร วัฒนสิงหะ (ครูต้อย) คุณชงคา กองวงศ์ คุณสุชานันท์ ใจปราณี และ อาสาสมัครช่าวเหลือคนพิการและผู้สูงอายุ (ทีมงานครูต้อย) เพื่อมอบถุงยังชีพ ให้กับน้อง ๆ คนพิการและครอบครัวคนพิการ เพื่อใช้ดำรงชีวิตในประจำวันเบื้องต้น ตามเจตนารมณ์ของ "คุณกัญจนา ศิลปอาชา" ที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง 

อีกทั้งนายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล ยังได้กล่าวให้กำลังใจกับ ผู้นำคนพิการ ผู้นำจิตอาสา คนพิการและครอบครัวคนพิการ ให้ต่อสู้ร่วมกันอย่างปลอดภัยในช่วงสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิค-19 และยังได้แนะนำการล้างมือ การใช้เจลแอลกอฮอล์การใส่หน้ากากอนามัย หรือผ้าหน้ากากอนามัย กินร้อนช้อนกลาง เพื่อช่วยลดปัญหาการสุ่มเสี่ยงที่อาจจะได้รับเชื้อไวรัสได้อีกทางหนึ่งด้วยความห่วง

#คนละไม้_คนละมือ

ประกันสังคม ยันพร้อมกระจายวัคซีน ให้แก่ผู้ประกันตนมาตรา 33 นำร่องในเขตพื้นที่ กทม. 45 จุด ดีเดย์เริ่มฉีด มิ.ย.นี้ พร้อมเผยมีผู้ประกันตนลงทะเบียนฉีดวัคซีนกว่า 80%

รัฐบาล ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยมีนโยบายให้มีการฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นวาระแห่งชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมตามมาตรา 33 ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานที่มีความสำคัญกลุ่มหนึ่ง และมีความเสี่ยงในอาชีพที่ต้องสัมผัส ต้องเจอคนจำนวนมาก อีกทั้งเป็นกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจของประเทศ จึงได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เตรียมการฉีดวัคซีนให้กับ กลุ่มผู้ประกันตนมาตรา 33 โดยให้บูรณาการร่วมมือระหว่างกระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง และภาคเอกชน โดยจะพร้อมเริ่มต้นฉีดตั้งแต่ ต้นเดือน มิ.ย. 64 เป็นต้นไป

ด้าน นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคม ได้เตรียมความพร้อมเร่งกระจายวัคซีนให้ครอบคลุมผู้ประกันตนมาตรา 33 ให้ทั่วถึงอย่างเร่งด่วน โดยให้สำนักงานประกันสังคม บูรณาการร่วมกับภาคเอกชนทุกภาคส่วน และ สปสช. กลุ่มผู้ประกันตนเสี่ยงที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและผู้ป่วยในกลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง ส่งขอมูลให้ทางกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวได้ลงทะเบียนหมอพร้อมไปแล้ว

สำหรับในด้านการบริหารจัดสรรวัคซีนให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 ในระยะแรก โดยจะเริ่มดำเนินงานฉีดวัคซีนให้กับผู้ประกันตน ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครก่อน ในต้นเดือนมิถุนายน 2564 สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 12 แห่ง ได้ประสานไปยังสถานประกอบการให้ส่งข้อมูลรายชื่อผู้ประกันตนที่ต้องการฉีดวัคซีน ผ่านระบบ Web-Service โดยมีผู้ประสงค์ฉีดทั้งหมดมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ พร้อมจัดหาสถานที่เพื่อฉีดวัคซีน ในขณะนี้ 45 แห่ง โดยจัดเตรียมอุปกรณ์ในการฉีดวัคซีน พร้อมแพทย์ พยาบาลในสถานพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคมเรียบร้อยแล้ว ในระยะถัดไปในเดือนกรกฎาคม 2564 จะดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ประกันตนใน 9 จังหวัดเศรษฐกิจ อีก 22 แห่ง จากนั้นจะดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ประกันตนในจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวในตอนท้ายว่า สำนักงานประกันสังคม พร้อมร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่มุ่งมั่นในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเต็มความสามารถ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันและควบคุมโรคด้วยการฉีดวัคซีน ให้กับผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบได้กลับมาใช้ชีวิตปกติโดยเร็ว ประกอบกิจการและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไป


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

"รมช.มนัญญา" ถ่ายทำเทปพิเศษเนื่องในวันดื่มนมโลก หรือ World Milk Day ประจำปี 2564 รณรงค์ให้คนไทยหันมาบริโภคนมมากยิ่งขึ้น

วันที่ 20 พฤษภาคม 2564 นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติสัมภาษณ์และร่วมถ่ายทำเทปพิเศษเนื่องในวันดื่มนมโลก หรือ World Milk Day ประจำปี 2564 ที่จะถึงในวันที่ 1 มิถุนายน นี้ ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้กำหนดคำขวัญในปีนี้ว่า "สร้างความสุขเสริมภูมิคุ้มกัน ดื่มนมทุกวัน ดื่มได้ทุกวัย บริโภคนมได้หลากหลายเมนู" #WorldMilkDay #EnjoyDairy เพื่อรณรงค์ให้คนไทยหันมาบริโภคนมมากยิ่งขึ้น โดยเทปดังกล่าวจะทำการเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook Page : กองผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ ในวันที่ 1 มิถุนายน 2564 เวลา 12.30 น. เป็นต้นไป รวมไปถึงเผยแพร่ผ่านช่องทางโทรทัศน์ รายการ ณัชชา แอนด์เดอะแก๊ง ช่อง 23 (Workpoint) วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม 2564 เวลา 8.30-9.00 น. โดย รมช.มนัญญา ได้มีการสาธิตการทำผลิตภัณฑ์จากนมไทย-เดนมาร์ค นมโคสดแท้ 100% ไม่ผสมนมผง เป็นเมนูกล้วยหอมทอดกรอบครีมวานิลา และนายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยการ อ.ส.ค. ได้ร่วมทำเมนูสมูทตี้ 5 สี เพื่อสุขภาพ โดยการบันทึกเทปดังกล่าวได้มีการถ่ายทำ ณ บริษัท เน็กซ์เจน เอ็ดดูเคชั่น จำกัด อาคารนาริตะ ชั้น 7 เมืองทองธานี กรุงเทพฯ

สธ. เปิดศูนย์บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ณ สถาบันการแพทย์บางรัก

กระทรวงสาธารณสุข เปิดศูนย์ฉีดวัคซีนและสุขภาพบางรัก ณ สถาบันการแพทย์บางรัก ระยะแรกเป็นวัคซีนซิโนแวคล็อตที่ได้รับการสนับสนุนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 5 แสนโดส ฉีดคนจีนที่พำนักในประเทศไทยตามรายชื่อของสถานทูต ตลอดจนนักเรียนไทย และบุคลากรของหน่วยงานที่ไปศึกษา หรืออบรมที่ต่างประเทศ ให้บริการได้อย่างน้อยวันละ 180 คน

วันนี้ 20 พฤษภาคม 2564 ที่สถาบันการแพทย์บางรัก กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล 
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย Mr. Yang Xin อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และนายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมเปิดศูนย์ฉีดวัคซีนและสุขภาพบางรัก ณ สถาบันการแพทย์บางรัก 

นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลจีนมายาวนาน โดยที่ผ่านมาท่านอุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ได้ช่วยประสานงานให้ไทยสามารถสั่งซื้อวัคซีนซิโนแวคมาใช้ในระยะเร่งด่วนตั้งแต่เมื่อเกิดการระบาดในจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อควบคุมยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด 19 ช่วยลดการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต และปกป้องกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข บุคลากรด่านหน้า เพื่อรักษาระบบสาธารณสุขของประเทศ โดยมีวัคซีนซิโนแวคจากประเทศจีนทยอยนำเข้ามาฉีดให้กับคนในประเทศก่อนที่จะได้รับวัคซีนหลักตามแผนในเดือนมิถุนายน 2564 ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์-20 พฤษภาคม นำเข้ามารวม 5.5 ล้านโดส นอกจากนี้ รัฐบาลจีน ได้บริจาควัคซีนให้อีกจำนวน 1 ล้านโดส ได้รับแล้ว 5 แสนโดส เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2564 ซึ่งวัคซีนที่ได้รับบริจาคล็อตนี้ จะฉีดให้กับคนจีนที่ถือพาสปอร์ตจีนที่สถานทูตส่งมา จำนวนกว่า 100,000 คน และจะใช้ฉีดให้กับคนไทย เช่น นักเรียนไทย และบุคลากรของหน่วยงานที่ไปศึกษาหรืออบรมที่ต่างประเทศ รวมทั้งชาวต่างชาติในระยะต่อไป 

“ตามที่รัฐบาลมีนโยบายฉีดวัคซีนทุกคนในแผ่นดินไทยเพื่อความปลอดภัย เป็นการช่วยเติมเต็มการบริการวัคซีนให้เกิดความครอบคลุมในทุกกลุ่มประชากร รวมถึงชาวต่างชาติที่จะได้รับการฉีดที่เร็วขึ้น ช่วยให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในประเทศไทยเร็วขึ้นด้วย” นายอนุทินกล่าว 

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้พัฒนาศูนย์ฉีดวัคซีนและสุขภาพบางรัก (Bangrak Vaccination and Health Center) โดยใช้พื้นที่ชั้น 11 ของสถาบันการแพทย์บางรัก ซึ่งเป็นอาคารใหม่ของกรมควบคุมโรค มีตู้เย็นสำหรับการจัดเก็บวัคซีน เครื่องสำรองไฟ  ครุภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ในการดูแลผู้ที่มารับการฉีดวัคซีน และจัดระบบบริการ 8 ขั้นตอนตามมาตรฐานกรมควบคุมโรค ให้บริการได้อย่างน้อยวันละ 180 คน

ค้าปลีกยักษ์มะกัน ยกเลิกนโยบายใส่หน้ากาก 'พนักงาน-ลูกค้า' แต่มีเงื่อนไข ต้องฉีดวัคซีนให้ครบถ้วนเสียก่อน

ไม่นานมานี้ บรรดาธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ของอเมริกา ต่างทยอยยกเลิกนโยบายใส่หน้ากากอนามัยตามคำแนะนำของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค หรือ ซีดีซี มากขึ้นเรื่อย ๆ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม วอลกรีน, โฮลฟู้ดส์ และโครเกอร์ ซึ่งมีซูเปอร์มาร์เก็ตในเครือมากมาย เช่น ฟู้ด 4 เลสส์, ราล์ฟส์, แฮร์รี่ ทีเตอร์, คิง ซูปเปอร์, โครเกอร์, มาเรียโน่’ส และอื่น ๆ ได้ประกาศยกเลิกนโยบายใส่หน้ากากอนามัยขณะใช้บริการแล้ว

อย่างไรก็ดี วอลกรีน ซึ่งเป็นเชนร้านขายยาขนาดใหญ่ ระบุว่าจะยกเลิกนโยบายใส่หน้ากากเฉพาะลูกค้าที่ฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้วเท่านั้น ส่วนพนักงานของร้านยังจะต้องใส่หน้ากากอนามัยขณะทำงานต่อไป ไม่ว่าจะฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้วก็ตาม

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ห้างทาร์เก็ต, โฮมดีโพ และเบสท์บาย ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ผู้ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้วไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัยเข้ามาจับจ่ายใช้สอยในร้านของตัวเองอีกต่อไป หลังจากที่ธุรกิจค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกา อย่างวอลมาร์ท รวมถึง เทรดเดอร์โจส์ และคอสท์โก รวมถึงเชนร้านกาแฟอย่างสตาร์บัคส์ ก็ได้ประกาศยกเลิกนโยบายใส่หน้ากากอนามัยไปก่อนแล้ว

โดยทาร์เก็ต แถลงว่าธุรกิจของตนได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของ ซีดีซี อย่างใกล้ชิดเสมอมา และจะปฏิบัติตามคำแนะนำฉบับปรับปรุง เรื่องการใส่หน้ากากอนามัย ที่ซีดีซี เสนอเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้วไม่จำเป็นจะต้องใส่หน้ากากอนามัยในสถานที่สาธารณะอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ทาร์เก็ตระบุชัดว่ายังคงแนะนำอย่างจริงจังสำหรับพนักงานและลูกค้าที่ยังไม่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ว่าให้ใส่หน้ากากอนามัยขณะอยู่ในธุรกิจของตัวเองต่อไป และว่าทาร์เก็ตทุกสาขา จะยังคงเข้มงวดในมาตรการรักษาความปลอดภัย และการทำความสะอาด-ฆ่าเชื้อโรค เหมือนเดิม

ที่ผ่านมา ทาร์เก็ต พยายามสนับสนุนให้พนักงานเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 นอกจากจะจัดให้มีการฉีดที่ร้าน ซีวีเอส ทุกสาขาที่ตั้งอยู่ในทาร์เก็ตแล้ว ยังจ่ายค่าแรงตามปกติในช่วงที่พนักงานลาไปฉีดวัคซีน อีกทั้งยังให้เบิกค่ารถ (Lyft) ไปฉีดวัคซีนได้สูงสุดถึงเที่ยวละ 15 ดอลลาร์ด้วย

ส่วนห้างเบสท์บาย แถลงเมื่อวันอังคารที่ 18 พฤษภาคมว่า ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบถ้วนแล้ว ไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัยเข้ามาใช้บริการในร้านอีกต่อไป หากไม่ขัดกับกฎหมายหรือระเบียบของแต่ละท้องที่ ส่วนพนักงานของเบท์บายนั้น หน้ากากจะเป็นเพียงทางเลือกเท่านั้น ยกเว้นพนักงานที่จะต้องออกไปทำงานที่บ้านของลูกค้า จำเป็นจะต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาไม่ว่าจะฉีดวัคซีนแล้วหรือไม่ก็ตาม

ทั้งนี้ การปฏิบัติตามคำแนะนำฉบับปรับปรุงของ ซีดีซี ของธุรกิจขนาดใหญ่ทั้งหลายนี้ กำลังสร้างความสับสนให้กับประชาชนในรัฐแคลิฟอร์เนียพอสมควร เพราะเมื่อวันอังคารที่ 18 พฤษภาคม รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ประกาศคำแนะนำประชาชนฉบับล่าสุด สวนทางกับคำแนะนำของ ซีดีซี ว่า จะยังไม่ยกเลิกคำสั่งเรื่องการใส่หน้ากากอนามัยในสถานที่สาธารณะ จนกว่าจะถึงวันที่ 15 มิถุนายน ซึ่งรัฐตั้งเป้าว่าจะยกเลิกคำสั่งทุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยจะให้เป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคนในการใช้ “คอมมอนเซนส์” หรือสามัญสำนึกในการดูแลและป้องกันตัวเองและสังคม ไม่ให้มีการระบาดของโควิด-19 ขึ้นมาอีก

ที่มา: https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=4678677292149577&id=214201575263860


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

รพ.กรุงเทพ แจ้งจุดฉีดวัคซีนโควิดของรัฐ แบ่ง 2 จุด 'รพ.กรุงเทพ-สยามพารากอน' เริ่ม 7 มิ.ย.นี้

รพ.กรุงเทพ แจ้งสถานที่ในการฉีดวัคซีนโควิด-19 จากการจัดสรรของรัฐ รับบริการที่ รพ. กรุงเทพ และ สยามพารากอน ระหว่างวันที่ 7 มิถุนายน-31 กรกฎาคม 2564

วันนี้ (20 พ.ค. 64) โรงพยาบาลกรุงเทพ แจ้งผู้รับบริการที่ได้ลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด-19 สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค ที่ได้รับการจัดสรรจากภาครัฐ ณ โรงพยาบาลกรุงเทพ ผ่านแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” เนื่องจากในขณะนี้มีการระบาดในวงกว้าง การจัดสรรพื้นที่ภายในโรงพยาบาลในการดูแลรักษาผู้ป่วยทั่วไปมีอย่างจำกัด และมาตรการความปลอดภัยและเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเข้มงวด

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการเป็นสำคัญ และสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น ทางโรงพยาบาลฯ ขอแจ้งท่านที่ลงทะเบียนแอปพลิเคชันและไลน์ “หมอพร้อม” สามารถเลือกรับบริการ "ฉีดวัคซีนโควิด-19" ที่ได้รับการจัดสรรจากภาครัฐ ของโรงพยาบาลกรุงเทพ ในระหว่างวันที่ 7 มิถุนายน-31 กรกฎาคม 2564 มีจุดบริการฉีดวัคซีน 2 แห่ง คือ

1.) โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้บริการ เวลา 8.00-17.00 น.

2.) โรงพยาบาลกรุงเทพ (สยามพารากอน) รับบริการที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ให้บริการ เวลา 9.00-16.00 น.

สงวนสิทธิ์สำหรับท่านที่ลงทะเบียนจองผ่านแอปพลิเคชัน หรือไลน์ “หมอพร้อม” เท่านั้น ไม่บริการให้บุคคลที่ไม่ได้จองฉีดวัคซีนผ่านหมอพร้อมล่วงหน้าทุกกรณี หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในผู้ที่ได้ลงทะเบียนแล้ว สามารถติดต่อได้ที่ COVID Center รพ. กรุงเทพ โทร. 02-308-7171 (4 คู่สาย) ในเวลาทำการ 08.00-17.00 น.

หมายเหตุ : ภายในพื้นที่การฉีดวัคซีน กำหนดให้มีผู้ติดตาม / ผู้ดูแล 1 คน ต่อผู้รับบริการฉีด* 1 คน (*สำหรับผู้ป่วยสูงอายุมากกว่า 70 ปี หรือผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเอง) ตามมาตรการรักษาความปลอดภัยและการเว้นระยะห่างของผู้มารับบริการในพื้นที่ให้บริการอย่างจำกัด


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

แรงงานไทยในอิสราเอล ครวญอยากกลับบ้าน หลังเกิดการปะทะใกล้แคมป์แรงงานไทย แต่ติดขัดต้องลงทะเบียนจองคิว ระหว่างนี้ ได้รับคำเตือนหากได้ยินเสียงเตือนภัย ต้องหมอบ หรือหลบเข้าบังเกอร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ญาติของนายวิชิต สาลีหอม อายุ 35 ปี แรงงานชาวอำเภอตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ซึ่งทำงานเก็บพืชผลอยู่ในนิคมเกษตรกรรมโอฮัด (Ohad) ในเมืองเอชโคล (Eshkol) ประเทศอิสราเอล ได้วีดีโอคอลพูดคุยสอบถามความเป็นอยู่ หลังแคมป์คนงานในนิคมเกษตรกรรมดังกล่าว ถูกโจมตีด้วยจรวด จนมีแรงงานไทยเสียชีวิตและบาดเจ็บ

ระหว่างพูดคุยนายวิชิต ได้เล่าถึงสถานการณ์ในนิคมเกษตรกรรมที่ทำงานอยู่ และแคมป์แรงงานที่อยู่ใกล้กัน ยังมีแนวโน้มความรุนแรงจากการปะทะของกองกำลังทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์ จึงได้รับคำเตือนจากผู้ดูแลนิคมเกษตรกรรมว่า หากได้ยินสัญญาณเตือนต้องรีบหมอบ หรือหลบเข้าบังเกอร์ ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะนิคมตั้งอยู่ใกล้ฉนวนกาซาจุดปะทะ จึงอยากกลับประเทศไทย เพราะตัวเองก็เพิ่งจะมีลูกอ่อนด้วย

ทั้งนี้นายจ้างของนิคมเกษตรกรรมโอฮัด ได้ให้ไปลงทะเบียนไว้แล้ว แต่ต้องรอคิว เนื่องจากต้องทำเอกสารขอเดินทางกลับและต้องรอเครื่องบิน ซึ่งสัปดาห์หนึ่งมีเพียง 2 เที่ยวบิน หากมีทางช่วยเหลือให้เดินทางกลับได้เร็วขึ้น ก็อยากให้ทางการไทยช่วยดำเนินการให้ด้วย เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัยจากการปะทะกันของกองกำลังอิสราเอลและปาเลสไตน์ในขณะนี้

สำหรับพื้นที่ ต.นาพิน อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี มีชายหนุ่มในตำบลนาพิน เดินทางไปทำงานที่นิคมเกษตรกรรมในประเทศอิสราเอลจำนวนหลายครอบครัว แต่ละรายมีอายุทำงานตั้งแต่ 1-3 ปี

 

ที่มา : https://mgronline.com/local/detail/9640000048639


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

ช่องทางรวย ชี้ตลาดอาหารเสริม-สมุนไพรไทยมาแรง 

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้แนวโน้มความต้องการบริโภคอาหารเสริมและวิตามินในไทยและทั่วโลกมีทิศทางเติบโตอย่างรวดเร็ว หลังจากการแพร่ระบาดของโควิดได้ทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจสุขภาพเพิ่มมากขึ้น รวมถึงจำนวนประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่ม ส่งผลให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการสร้างภูมิคุ้มกันแก่ร่างกายมากกว่าเดิม จึงเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารเสริมวิตามินของไทย จะเข้ามาขยายตลาดภายในประเทศ และส่งออกได้เพิ่มขึ้น  

ทั้งนี้ผู้บริโภคทั่วโลกยังคงนิยมรับประทานอาหารเสริมและวิตามินในรูปแบบเม็ดแคปซูลมากสุด รองลงมา คือ แบบเม็ด แบบผง และแบบน้ำ รวมทั้งให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ มีฉลากชัดเจน ซึ่งผู้บริโภคชาวอเมริกันถึง 27% ยอมจ่ายเงินเพิ่มขึ้น หากสินค้านั้นเป็นอาหารเสริมที่ไม่ผ่านการปรุงแต่ง   

ปัจจุบันไทยเป็นแหล่งสมุนไพรและวัตถุดิบธรรมชาติที่หลากหลาย ในปี 63 มีสถิติการส่งออกอาหารเสริมและวิตามิน 1,616 ตัน คิดเป็นมูลค่า 794 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ส่งออกไปเวียดนามและเมียนมารวมกันถึง 50% แต่ยังน้อยกว่าการนำเข้าที่มีมากถึง 11,942 ตัน มูลค่า 5,504.93 ล้านบาท โดยนำเข้าจากจีนมากสุด 40% รองลงมา ได้แก่ สวิสเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และเยอรมนี

สาธารณสุข แจ้งเปลี่ยนเบอร์หาเตียงผู้ป่วยโควิด

กระทรวงสาธารณสุข ขอแจ้งเปลี่ยนเบอร์ Call Center ในการหาเตียง ผู้ป่วยโควิด-19 ที่ศูนย์แรกรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ จากปกติเบอร์โทรศัพท์ 02-079-1000 เป็นเบอร์โทรศัพท์สายด่วน 1668 ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2564 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม สำหรับการให้บริการหาเตียงผู้ป่วยโควิด-19 จะเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-22.00 น. ทั้งนี้ การบริการผู้ป่วยโควิด-19 ในส่วนอื่น ๆ ที่อาคารนิมิบุตร ยังคงดำเนินการเช่นเดิม


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

‘ชีวานนท์’ มอบชุด PPE ให้บุคลากรทางการแพทย์ ป้องกันติดเชื้อช่วงสถานการณ์โควิดระบาด

นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย และตำแหน่งคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการด้านแรงงาน พร้อมด้วย ‘นายโกสินธ์ จินาอ่อน’ บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์สยามโฟกัสไทม์ ‘นางสาวทัศนี ศรศิริ’ ผู้นำจิตอาสา มอบชุด PPE จำนวน 100 ชุด ให้กับ บุคคลากรทางการแพทย์ ‘สถาบันราชประชาสมาสัย’กรมควบคุมโรค ณ หมู่ 7 ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

เนื่องด้วยการระบาดระลอก 3 ของ ‘เชื้อไวรัสโควิด-19’ จึงทำให้มีผู้ป่วยในแต่ละวันเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วน และยิ่งโดยเฉพาะกับบุคลากรทางการแพทย์ ที่เป็นหน้าด่าน และเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ที่จะต้องสัมผัสกับผู้ป่วย ให้การรักษา ผู้ป่วย รวมทั้งยังป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส Covid-19 ไปสู่ประชาชนอื่นได้

อีกทั้งยังเสียสละเวลา แรงกาย แรงใจ ในการผลัดเวรประจำการ เพื่อดูแลประชาชนคนไทย อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย

นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล และ คณะ จึงขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะเป็นกำลังใจ และขอเป็นตัวแทนประชาชนคนไทยคนหนึ่งขอขอบคุณ ‘บุคลากรทางการแพทย์’ และเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ทุกภาคส่วน รวมถึงจิตอาสาทุกท่าน ที่ได้เสียสละเวลามาดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนคนไทย และมนุษยชาติ เป็นอย่างดี

ท้ายนี้ขอเชิญชวนพี่น้อง ประชาชนคนไทย เจ้าของสถานประกอบการ ห้าง ร้าน ภาคเอกชนได้โปรดมาร่วมกัน ‘คนละไม้-คนละมือ’ ส่งกำลังใจ และเป็นกำลังใจสนับสนุนตามกำลังที่พึงมีให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ภาครัฐทุกภาคส่วน เพื่อคนไทยต้องปลอดภัยจากภัยร้าย โควิด-19 นี้ ไปด้วยกัน


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร ศบค.โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ข่าวดีสำหรับคนฉีดวัคซีน AstraZeneca ป้องกันโควิดสายพันธุ์อินเดียได้สูงถึง 97.38%

สำนักข่าวหลายแห่ง รายงานอ้างอิงการศึกษาเบื้องต้นจากโรงพยาบาล Indraprastha Apollo ในเมืองเดลี ประเทศอินเดีย พบว่า หลังจากจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 (ตามข่าวบอกว่าเป็นวัคซีนของ AstraZeneca แต่บางข่าวก็ไม่ระบุ) ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาล จำนวน 3,235 คน มีผู้ติดเชื้อเพียงแค่ 85 คน หรือไม่ถึง 3% และป่วยแบบมีอาการต้องเข้าโรงพยาบาลเพียง 0.06% และไม่มีใครป่วยหนักหรือเสียชีวิตเลย ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า AstraZeneca ป้องกันโควิดสายพันธุ์อินเดียได้ดีมาก

ส่วน Sinovac นั้นไม่มีการศึกษาที่อินเดีย (เพราะฉีดแต่ AstraZeneca) แต่ผู้เชี่ยวชาญชาวอินโดนีเซียได้ให้สัมภาษณ์ว่า เชื่อว่า Sinovac น่าจะป้องกันสายพันธุ์อินเดียได้เช่นกัน (หรืออย่างน้อยก็ไม่ป่วยหนักหรือเสียชีวิต)

 

ที่มา : https://www.birminghammail.co.uk/.../astrazeneca-vaccine

https://voi.id/.../ahli-sebut-vaksin-sinovac-masih-dapat

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=4601520763196860&id=100000169455098&sfnsn=mo


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

เปลี่ยนแล้ว! ไม่เรียก "วอร์คอิน" ให้เรียก "ออน ไซด์" แทน ย้ำ! 3 ช่องทาง ลงทะเบียนฉีดวัคซีน

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ต้องการเน้นย้ำให้ประชาชนเข้าใจเรื่องการฉีดวัคซีนที่รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยรัฐบาลมีแผนการกระจายวัคซีน 3 ช่องทาง คือ

1.) ระบบหมอพร้อม ซึ่งที่ผ่านมาเปิดให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง 7 กลุ่มโรคลงทะเบียน ขณะนี้มียอดลงทะเบียนแล้ว 7.4 ล้านคน โดยเป็นการลงทะเบียนในกรุงเทพมหานครแล้วกว่า 8 แสนคน และจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปอายุต่ำกว่า 60 ปี ลงทะเบียนได้ตั้งแต่ 31 พ.ค.นี้ ซึ่งข้อดีคือประชาชนสามารถเลือกวันเวลาและสถานที่ได้เอง

2.) การลงทะเบียน ณ จุดบริการ หรือ On-site Registration ช่องทางนี้ปรับจากการเรียกว่า วอร์คอิน (Walk in) เนื่องจากหากใช้คำว่าวอร์คอินแล้ว อาจเกิดความเข้าใจผิดว่าทุกคนที่เดินทางไปจะได้ฉีดในวันนั้น จนอาจเกิดปัญหาตามมาได้ แต่การลงทะเบียน ณ จุดบริการ จะมีระบบรองรับและแจ้งประชาชนเมื่อเดินทางไปลงทะเบียนว่า มีวัคซีนสนับสนุนเพียงพอ ณ จุดบริการในวันนั้นหรือไม่ หากพร้อมฉีดแต่วัคซีนไม่พอในวันนั้นก็สามารถทำการลงทะเบียนเพื่อนัดฉีดในวันอื่นได้ โดยไม่ต้องเสียเวลามารอฉีดอีกในวันต่อไปแต่สามารถมาฉีดได้เลยตามที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว และขอย้ำว่าช่องทางนี้เป็นการบริการเสริม และสำหรับในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทางกทม.ได้จัดให้มีการกระจายจุดบริการวัคซีนทั่วพื้นที่ในโรงพยาบาล สถานพยาบาล และหน่วยงาน จำนวน 231 แห่ง 

นอกจากนี้ยังได้เตรียมสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลอีก 25 แห่ง โดยเตรียมความพร้อมจัดเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่จะเดินทางมาสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้ได้เปิดทดลองระบบแล้ว 4 แห่ง ได้แก่

(1.) เซ็นทรัล ลาดพร้าว

(2.) สามย่านมิตรทาวน์

(3.) เดอะมอลล์ บางกะปิ และ

(4.) บิ๊กซี บางบอน 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังยืนยันว่า ถ้าหากในแต่ละจุดที่บริการ มีวัคซีนเพียงพอในแต่ละวัน และมีวัคซีนสำรองเนื่องจากมีคนที่นัดแล้วแต่ไม่ได้มาฉีดตามนัดอยู่บ้าง รัฐบาลก็มีแผนในการเปิดการฉีดวัคซีนแบบวอร์คอินได้ แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดและความรุนแรงนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งมีการระบาดในหลายคลัสเตอร์ในหลายพื้นที่ และเป็นสาเหตุให้นายกรัฐมนตรีมีความจำเป็นต้องตัดสินใจปรับแผนเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยส่วนบริการหลักยังเป็นการลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อม และการวอร์คอินจะเป็นการบริการเสริมในช่วงนี้

3.) การจัดสรรฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเฉพาะ หรือการกระจายวัคซีนเชิงยุทธศาสตร์ เน้นจัดสรรวัคซีนไปยังประชาชนกลุ่มเสี่ยง หรือกลุ่มที่มีความจำเป็นพิเศษ หรือมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต เช่น บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า อสม. ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ พนักงานด้านการบิน ครู อาจารย์ ผู้ขับขี่รถยนต์และจักรยานยนต์สาธารณะ พนักงานรถไฟและรถไฟฟ้า พนักงานในโรงแรม คณะผู้แทนการทูตและองค์กรระหว่างประเทศ นักธุรกิจและนักเรียน นักศึกษาที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ บุคลากรในโรงงาน คนพิการ พนักงานภาคบริการอาหารและยา และกลุ่มอื่น ๆ เพื่อให้การใช้ชีวิตและเศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุด

โดยประชาชนกลุ่มนี้สามารถติดต่อนัดหมายผ่านสถานพยาบาล หรือ อสม. ได้โดยตรง หรือหากเป็นกลุ่มบุคคลหรือสมาคมที่มีเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วน ก็สามารถยื่นเรื่องต่อกระทรวงสาธารณสุขเพื่อพิจารณาจัดสรรวัคซีนและจัดเตรียมสถานที่ฉีดต่อไป

นายอนุชา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังมีนโยบายให้เตรียมการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย.นี้ โดยกระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง และภาคเอกชนจะร่วมมือกัน สนับสนุนให้บุคลากรกลุ่มนี้ฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรม การผลิต และภาคบริการ ฟื้นตัวได้โดยเร็ว นอกจากนี้ รัฐบาลมีเป้าหมายระดมฉีดวัคซีนแบบปูพรมในกทม. ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงและเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ ให้ได้อย่างน้อย 5 ล้านคน หรือ 70% ของประชากร เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้ภายใน 2 เดือนนี้ (มิ.ย.-ก.ค.64) และฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั้งประเทศให้ครบ 50 ล้านคนภายในปี 2564

สมาคมประกันฯ ดึงเอกชนแจกประกันแพ้โควิดฟรี 11.5 ล้านสิทธิ

นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้สมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้จัดโครงการฉีดช่วยชาติ หมอพร้อมฉีด ประกันวินาศภัยพร้อมดูแล โดยมีการมอบกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองการแพ้วัคซีนให้กับประชาชนทั่วไปฟรี 11.5 ล้านสิทธิ เพื่อสร้างความมั่นใจและกระตุ้นให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด โดยสามารถเลือกลงทะเบียนรับสิทธิฟรี ผ่านเว็บไซต์ของบริษัทประกันวินาศภัยที่เข้าร่วมโครงการฯ และมีเงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่แต่ละบริษัทกำหนด

ทั้งนี้บริษัทประกันวินาศภัยที่เข้าร่วม ได้แก่ บมจ.กรุงเทพประกันภัย 2 ล้านสิทธิ, บมจ.ทิพยประกันภัย 2 ล้านสิทธิ, บมจ.เมืองไทยประกันภัย 2 ล้านสิทธิ, บมจ.วิริยะประกันภัย 2 ล้านสิทธิ, บมจ.สินทรัพย์ประกันภัย 1 ล้านสิทธิ, บมจ.สินมั่นคงประกันภัย 1 ล้านสิทธิ, บมจ.อาคเนย์ประกันภัย 1 ล้านสิทธิ, บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ 500,000 สิทธิ
 
“สมาคมประกันวินาศภัยไทย และภาคธุรกิจประกันวินาศภัย มีความเชื่อมั่นว่าการมอบกรมธรรม์ประกันภัยแพ้วัคซีน จำนวน 11.5 ล้านสิทธิ์ในครั้งนี้จะกระจายไปสู่ประชาชนในทุกภาคส่วนของสังคมและสร้างความมั่นใจในการเข้ารับการฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด”

รัฐบาลไต้หวันวอนประชาชน ‘อย่าเลือกฉีดวัคซีน’ มีอะไรฉีดไปก่อน รับรองว่าดีทุกตัว

หลังจากที่ Covid-19 ระลอกล่าสุด ตีเมืองแตกที่ไต้หวัน จากประเทศที่เคยเป็นเบอร์ 1 ด้านการสกัดการแพร่ระบาดได้ดีที่สุดในโลก มาวันนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อพุ่งขึ้นมากกว่า 300 คนต่อวัน ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่พบการติดเชื้อ Covid-19 ในไต้หวัน

การระบาดรอบใหม่ที่ร้ายแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา สร้างความแตกตื่นในไต้หวันอย่างมาก ชาวไต้หวันต่างออกไปกว้านซื้ออาหารมากักตุนจนหมดชั้นวางสินค้า และรัฐบาลไต้หวันต้องงัดมาตรการสุดเข้ม ทั้ง Lockdown และห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศกลับมาใช้ใหม่

แต่มีอยู่เรื่องหนึ่ง ที่รัฐบาลไต้หวันเป็นห่วงก็คือ ชาวไต้หวันยังมาฉีดวัคซีนกันน้อยมาก ส่วนใหญ่ต้องการรอวัคซีนตัวที่เชื่อว่าดีกว่า เข้ามาก่อนแล้วค่อยไปฉีดกัน

สาเหตุที่ชาวไต้หวันไม่คอยกระตือรือร้นที่จะออกไปฉีดวัคซีน แม้ว่าจะเริ่มมีวัคซีนฉีดให้แล้วตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งก็เพราะมาตรการป้องกันการระบาดที่ได้ผลดีเยี่ยม ที่กลายเป็นจุดบอดของโครงการวัคซีนไต้หวัน เพราะคนไต้หวันส่วนใหญ่ก็วางใจ ในเมื่อแทบไม่พบการแพร่ระบาดในประเทศเลยมาเกือบครึ่งปี ดังนั้นการฉีดวัคซีนก็อาจไม่จำเป็นก็ได้

ซึ่งรัฐบาลไต้หวันก็ได้สั่งซื้อวัคซีนไปแล้ว 20 ล้านโดส ส่วนใหญ่เป็นวัคซีน AstraZeneca และบางส่วนเป็นวัคซีน Moderna และ กำลังรอคิววัคซีน 1 ล้านโดสจากโครงการ COVAX ขององค์การอนามัยโลก

แต่สิ่งที่ทางไต้หวันไม่คาดคิดคือ การแพร่ระบาดระลอกใหญ่ของ Covid-19 ในอินเดีย ที่เป็นหนึ่งในประเทศที่ผลิตวัคซีน AstraZeneca ให้กับบริษัทแม่ที่อังกฤษ และเข้าโครงการ COVAX จึงทำให้กำหนดส่งวัคซีน AstraZeneca ล่าช้าอย่างมาก ยิ่งเป็นวัคซีนโควต้าจากโครงการ COVAX ยิ่งไม่รู้กำหนดเลยว่าจะได้เมื่อไหร่

เลยทำให้ไต้หวันได้วัคซีนมาน้อยมาก จนถึงตอนนี้เพิ่งฉีดให้กับประชาชนไปได้แค่ 3 แสนคน คิดเป็นอัตราส่วนไม่ถึง 1% ของประชากรทั้งประเทศ

และจากการระบาดระลอกใหม่ ทำให้รัฐบาลไต้หวันต้องรีบเดินหน้าเร่งการจัดส่งจากบริษัทผู้ผลิต ที่น่าจะได้วัคซีนทั้ง AstraZeneca และ Moderna ทยอยส่งได้ในเดือนมิถุนายน ศกนี้

แต่กลับกลายเป็นว่าชาวไต้หวันบางส่วนเลือกที่จะไม่ฉีดวัคซีนที่รัฐบาลจัดซื้อมาให้ เพราะกังวลใจในเรื่องผลข้างเคียงจากลิ่มเลือดอุดตัน อยากฉีดวัคซีนยี่ห้อที่ดีกว่านี้ แต่ของยังไม่มี นั่นก็คือ Pfizer

และทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นการเมืองในไต้หวัน ที่ฝ่ายค้านออกมาโจมตีรัฐบาลเรื่องการจัดซื้อวัคซีนที่ล่าช้า และใช้วัคซีนเป็นเครื่องมือปลุกกระแสชาตินิยมในเวลาที่ไม่สมควร เนื่องจากรัฐบาลไต้หวันภายใต้การนำของ ไช่ อิงเหวิน ปฏิเสธการนำเข้าวัคซีนของจีน และยังโจมตีนโยบาย ‘การทูตวัคซีน’ ของจีนในต่างประเทศอีกต่างหาก

เลยทำให้ไต้หวันต้องรอวัคซีนจากชาติตะวันตกเพียงอย่างเดียว ที่มาช้า และจำนวนจำกัด และทางรัฐบาลไต้หวันก็ยังรอความหวังจากโควตาวัคซีนของสหรัฐฯ ที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน เคยประกาศว่าจะบริจาควัคซีน AstraZeneca ในประเทศจำนวน 60 ล้านโดสให้แก่ประเทศอื่น ที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีรายละเอียดว่าจะจัดส่งให้ประเทศไหนบ้าง และหากมีบางส่วนส่งมาที่ไต้หวันจริง ก็ต้องรอจนถึงเดือนมิถุนายนเช่นกัน

กว่าจะได้วัคซีนมาก็ยากเย็น แต่จากผลสำรวจความเห็นบางส่วนของชาวไต้หวันกลับพบว่า AstraZeneca ไม่เอา จะเอาแต่ Pfizer

ทำให้รัฐบาลไต้หวันต้องออกมาสื่อสารกับประชาชนผ่านสื่อว่า จะ AstraZeneca หรือ Pfizer ก็มีประสิทธิภาพดีเหมือนกัน ป้องกัน Covid-19 ได้ดี และผลข้างเคียงจากวัคซีนก็มีทั้งคู่ แต่พบในจำนวนน้อยมาก ๆ แทบไม่แตกต่างกัน และเปรียบเทียบว่า ในเวลานี้ มีรองเท้าให้ใส่ 1 คู่เพื่อออกจากบ้าน แต่บางคนกลับยอมเลือกที่จะรอจะสวมแต่รองเท้าหรู ๆ ระดับ Christian Louboutin แล้วยอมเดินเท้าเปล่าออกจากบ้าน ทั้ง ๆ ที่เสี่ยงติดเชื้อโรคกว่ามากไปเพื่ออะไร

ทางรัฐบาลไต้หวันย้ำหนักแน่นว่า การฉีดวัคซีนเป็นการแก้ปัญหาโรคระบาดที่ถูกทางแล้ว และขอให้ประชาชนออกมารับวัคซีนไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหนก็ตาม

ก็หวังว่าการรณรงค์ในครั้งนี้ จะทำให้ชาวไต้หวันเลิกกังวล ออกมาฉีดวัคซีนกันให้เยอะๆ เรื่องบางอย่างรอได้ แต่บางอย่างก็รอไม่ได้นะค้า

 

อ้างอิง:

https://www.taiwannews.com.tw/en/news/4201781

https://www.reuters.com/world/asia-pacific/taiwan-scrambles-vaccines-domestic-covid-19-cases-rise-2021-05-17/

https://www.abc.net.au/news/2021-05-18/taiwain-covid-19-vaccine-astrazeneca-hong-kong/100147462

https://taiwaninsight.org/2021/02/25/kmt-begins-to-call-for-tsai-administration-to-accept-chinese-covid-19-vaccines/


แหล่งรวม "บทความและคอนเทนต์แปลกใหม่!!!" แบบไร้ Toxic ติดตามได้ที่ THE STATES TIMES Blockdit

LINK : https://www.blockdit.com/pages/60583e7ff90e240c3e7f1c32

สมาคมแม่บ้าน บก.ทท. สนับสนุนสิ่งของอุปโภคบริโภค มอบให้ชาวชุมชนรถไฟมักกะสันที่เดือดร้อนจากโควิด-19

พล.อ.เฉลิมพล  ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด/หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ผบ.ทสส./หน.ศปม.) มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ จึงได้มอบหมายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในกองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมกับสมาคมแม่บ้านกองบัญชาการกองทัพไทย เร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน นั้น

กองบัญชาการกองทัพไทย โดย กรมกิจการพลเรือนทหาร จัดกำลังพล และจิตอาสาพระราชทาน นำสิ่งของเครื่องอุปโภค-บริโภค จำนวน 600 ชุด ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสมาคมแม่บ้านกองบัญชาการกองทัพไทย นำไปแจกจ่ายให้กับชุมชนริมทางรถไฟมักกะสัน จำนวน 600 ครัวเรือน ณ จุดประสานงานศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19)

กองบัญชาการกองทัพไทย ยังคงเคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ที่ได้รับความเดือนร้อน โดยจะใช้ทุกศักยภาพที่มีในการดูแลประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ พร้อมทั้งจะดำเนินการช่วยเหลือในพื้นที่อื่น ๆ อย่างต่อเนื่องไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะคลี่คลาย


 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top