Saturday, 11 July 2026
NEWS

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง เปิดกิจกรรม “สื่อสร้างสรรค์เล่าเรื่องดี ๆ ที่บ้านฉัน” Street Art Phatthalung ภายใต้โครงการสร้างความเข้าใจทั้งในและนอกจังหวัดชายแดนใต้ ปี 2564

ที่บริเวณหลังสถานีรถไฟพัทลุง  นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานเปิดกิจกรรม “สื่อสร้างสรรค์เล่าเรื่องดี ๆ ที่บ้านฉัน” Street Art

สำหรับกิจกรรม “สื่อสร้างสรรค์เล่าเรื่องดีๆ  ที่บ้านฉัน” Street Art Phatthalung ภายใต้โครงการสร้างความเข้าใจทั้งในและนอกจังหวัดชายแดนใต้ ปี 2564 เพื่อสร้างการรับรู้ ในเชิงบวกต่อสังคมไทย และผู้เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในทุกระดับ  เพิ่มช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรม การรับสื่อในปัจจุบัน และเพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลสัมฤทธิ์บรรลุวัตถุประสงค์ ตามเป้าหมายภารกิจในงานด้านการสร้างความเข้าใจ

ซึ่งสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง ได้จัดขึ้นในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง โดยได้เปิดโอกาสให้ประชาชนและเยาวชนได้มีส่วนร่วมในการสร้างงานศิลปะในสถานที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ดังกล่าว จำนวน 7 จุด ประกอบด้วยบริเวณสถานีรถไฟพัทลุง 3 จุด ร้านสหกรณ์พัทลุง ร้านเพื่อนเกษตร ฟาร์ม ร้านแสนสวย และร้านคุณจินตนา โพธิ์ดารา (ตรงข้ามร้านเพื่อนเกษตร)  ออกแบบและวาดภาพโดยนายลิขิต นิสีทนาการ กลุ่มศิลปิน "แลศิลป์ถิ่นเมืองลุง" ได้ใช้แนวคิดที่เกี่ยวกับวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศาสนา ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดพัทลุง

ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนและประชาชน เกิดจิตสำนึกรักบ้านเกิด และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาตนเองในด้านการประกอบอาชีพ และเพื่อสร้างจุดเช็คอินแห่งใหม่ในจังหวัดพัทลุง ให้สังคมน่าอยู่อย่างยั่งยืน จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าเยี่ยมชม และถ่ายภาพ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 เป็นต้นไป

ทร. แจง อาวุธปืนขนาด 40 มม. ที่สหรัฐมอบให้ปี 14 สูญหาย มีอายุกว่า 50 ปี ระบุ เป็นอาวุธปืนสำรองคลังพร้อมตั้งกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง

พล.ร.อ.เชษฐา  ใจเปี่ยม  โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงกรณรที่มีการนำเสนอข่าว เหตุอาวุธปืนกลขนาด 40 มิลลิเมตร ที่สหรัฐอเมริกามอบให้กองทัพเรือสูญหายไปจากคลังปืนใหญ่ กรมสรรพาวุธทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จำนวน 2 กระบอก มูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท นั้น  จากการตรวจสอบ พบว่าอาวุธปืนที่สูญหายดังกล่าวเป็น อาวุธปืนประเภท ปืนยิงลูกระเบิดกล ขนาด 40  มิลลิเมตร รุ่น มาร์ค 20 ม็อด 0 ซึ่งเป็นอาวุธประจำเรือที่ติดตั้งกับเรือตรวจการณ์ลำน้ำของกองทัพเรือ โดยกองทัพเรือได้รับการช่วยเหลือทางทหารจากประเทศสหรัฐอเมริกา ตามโครงการความช่วยเหลือทางทหารเมื่อปี พ.ศ.2514 ซึ่งอาวุธปืนดังกล่าวได้ใช้ราชการมานานถึง 50 ปี   

ทั้งนี้ อาวุธปืนดังกล่าวข้างต้นทั้ง 2 กระบอก ได้ถูกถอดถอนมาเก็บรักษาไว้ที่คลังของ กรมสรรพาวุธทหารเรือ ตั้งแต่ปี 2530 และ 2552 ตามลำดับ  เนื่องจากเรือตรวจการณ์ลำน้ำที่ติดตั้งอาวุธปืนดังกล่าวปลดระวางประจำการ  โดยอาวุธปืนดังกล่าวมีราคากระบอกละ 1,600 บาท (ราคาในปีที่กองทัพเรือได้รับมอบจากสหรัฐฯ)
      
โฆษกกองทัพเรือ กล่าวต่อไปว่า กองทัพเรือไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยขณะนี้ได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน แม้ว่าอาวุธปืนที่สูญหายจะไม่ได้ใช้ในราชการแล้ว  แต่หากพบว่ามีข้าราชการนายใดที่เกี่ยวข้องกับการสูญหายของอาวุธปืน กองทัพเรือจะดำเนินการลงโทษทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาดต่อไป

‘หลักสูตรเสริมสร้างสันติสุข สถาบันพระปกเกล้า’ ห่วงใยคนเมืองกรุง...จับมือพันธมิตรจิตอาสา ปันน้ำใจสร้างรอยยิ้มสู่ “ชุมชนประเสริฐเปรมประชา” ก้าวผ่านวิกฤติโควิดไปด้วย

พันธมิตรจิตอาสาลงพื้นที่ช่วยเหลือต่อเนื่อง วันที่ 1 กันยายน ที่ชุมชนประเสริฐเปรมประชา เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร นายนัธที พีรวัส ประธานชุมชน พร้อมกรรมการ และชาวบ้าน ร่วมรับมอบข้าวกล่องพร้อมทานจาก "ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19" พร้อมเครื่องตรวจออกซิเจนจากปลายนิ้ว และน้ำดื่ม เพื่อบรรเทาทุกข์แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19

โดยมี นายสมชาย จรรยา อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายสุมิตร หิรัญวงศ์ ประธานสภาเทศบาลตำบลบางตะบูน และนางสาวพรทิพย์ เตชะสมบูรณากิจ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทในเครือ เวิลด์เมดิคอลซัพพลาย จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนนักศึกษาหลักสูตร เสริมสร้างสันติสุข (สสสส.) รุ่น 11-12 และหลักสูตรสิทธิมนุษยชนสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปสม.)รุ่น 1 (ปสม.1) สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับพันธมิตรจิตอาสาจากองค์กรต่าง ๆ ประกอบด้วย มูลนิธิสหชาติ สำนักข่าว News Online Thailand เว็ปไซต์ข่าวจั่นเจา Canchaonews.com หนังสือพิมพ์ดีดีโพสต์ นิวส์ นำอาหาร และสิ่งของบรรเทาทุกข์ ส่งมอบถึงมือได้ปันอิ่มสร้างรอยยิ้มในยามวิกฤติการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา

นายสมชาย จรรยา เปิดเผยว่า การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพิษโควิด ที่ส่งผลให้หลายครัวเรือนไม่สามารถออกไปทำงานหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว และยังรอคอย ความช่วยเหลืออย่างมีความหวัง จากทุกภาคส่วนในสังคมไทย พันธมิตรจิตอาสาเป็นกลุ่มคนเล็ก ๆ ที่อาสาตัวเข้ามาเป็นสะพานบุญ รับมอบเพื่อส่งต่อข้าวกล่องพร้อมทานโครงการ "ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19" ของบริษัทในเครือซีพี  และ น้องเทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักเทควันโดเหรียญทองโอลิมปิก 2020 ร่วมส่งกำลังใจถึงพี่น้องประชาชนผ่าน “ข้าวกล่องปันอิ่ม” และจากพันธมิตรจิตอาสา รวบรวมนไปำส่งมอบตามชุมชนต่างๆ ทั้งในกรุงเทพ ปริมณฑล และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแพร่ระบาดเชื้อโควิด เพื่อช่วยเหลือให้ทุกคนก้าวผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

ด้านนายนัธที พีรวัส กล่าวว่า สภาพโดยทั่วไปชุมชนของเราอาศัยอยู่ตามแนวชายคลองเปรมประชากร กึ่งในน้ำและกึ่งบนบก ส่วนมากชาวชุมชนแห่งนี้จะมีอาชีพรับจ้าง และยากจนยากไร้เป็นส่วนมาก และเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่แออัด ในสถานการณ์การแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา มีผู้ติดเชื้อไปแล้ว 5 หลังคาเรือน ส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว 10 คน และกลับมากักตัวอยู่ที่ชุมชนเพื่อทำการกักตัว 12 คนและไม่ติดโควิดแต่ยังอยู่กับผู้ป่วยอีก 10 คนรวมแล้วอยู่ในชุมชนประมาณ 30 คนที่เราดูแลกันอยู่ เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดต่อไป และขอขอบคุณพันธมิตรจิตอาสาที่รวมกันหลายองค์กร โดยเฉพาะเครือซีพี ที่สนับสนุนข้าวพร้อมทานมามอบให้ได้ปันอิ่ม

องค์การอนามัยโลกกำลังจับตา Covid-19 สายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อว่า 'มิว' ซึ่งเสี่ยงที่จะดื้อวัคซีน

จดหมายข่าวรายสัปดาห์เกี่ยวกับการระบาดของ Covid-19 ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ขณะนี้องค์การอนามัยโลกกำลังเฝ้าจับตาเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่เรียกว่า ‘มิว (Mu)’ หรือสายพันธุ์ B.1.621 ซึ่งพบครั้งแรกในประเทศโคลอมเบียเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา

องค์การอนามัยโลกระบุว่า สายพันธุ์มิวซึ่งถูกจัดให้อยู่ในสายพันธุ์ที่น่าจับตามอง (variant of interest) มีการกลายพันธุ์ที่บ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงที่จะดื้อต่อวัคซีน และย้ำว่ายังต้องศึกษาสายพันธุ์นี้เพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจ

‘สายพันธุ์มิวมีกลุ่มของการกลายพันธุ์ที่บ่งชี้ว่ามีแนวโน้มที่จะมีคุณสมบัติในการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน’ จดหมายข่าวระบุ

ขณะนี้มีความกังวลอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการเกิดขึ้นของสายพันธุ์กลายพันธุ์ใหม่ ๆ เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยมีสายพันธุ์เดลตาซึ่งแพร่กระจายได้ง่ายเป็นสายพันธุ์หลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนที่ยังไม่ฉีดวัคซีน และในภูมิภาคที่มีการผ่อนคลายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด

ไวรัสทุกชนิด รวมทั้งเชื้อโคโรนาไวรัส SARS-CoV-2 ที่ก่อให้เกิดโรค Covid-19 กลายพันธุ์ตลอดเวลา และการกลายพันธุ์ส่วนใหญ่มีผลกระทบเล็กน้อยหรือไม่มีเลยกับคุณสมบัติของไวรัส

ทว่า การกลายพันธุ์บางอย่างส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติของไวรัสและมีอิทธิพลกับความยากง่ายของการแพร่กระจาย ความรุนแรงของโรค และการดื้อต่อวัคซีน ยา หรือมาตรการรับมืออื่น

ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกระบุให้ 4 สายพันธุ์ รวมทั้งอัลฟาซึ่งพบใน 193 ประเทศ และเดลตาซึ่งพบใน 170 ประเทศเป็นสายพันธุ์ที่น่ากัวล (variant of concern) และอีก 5 สายพันธุ์ รวมทั้งมิวเป็นสายพันธุ์ที่น่าจับตามอง

ทั้งนี้ หลังจากพบครั้งแรกในประเทศโคลอมเบีย มีการพบสายพันธุ์มิวแพร่ระบาดในอเมริกาใต้และยุโรป โดยมีอัตราความชุกของโรคทั่วโลกลดลงต่ำกว่า 0.1% ในจำนวนเคสที่ทำการตรวจสอบพันธุกรรม อย่างไรก็ดีในโคลอมเบียมีความชุกอยู่ที่ 39%


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

'นพ.มนูญ' โพสต์ข้อความ ชี้ ผู้ป่วยที่หายจากโควิด-19 มีโอกาสผมร่วงวันละ 300 เส้น นาน 6 เดือน

วันนี้ (1 ก.ย. 64)  นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับผู้ป่วยโควิด ทำให้ผมร่วงได้ โดยระบุว่า 

ผู้ป่วยโรคโควิด-19 หลาย ๆ คนมีปัญหาผมร่วงหลังจากที่หายป่วยไปแล้ว 2-3 เดือน ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากไวรัสโดยตรง แต่เป็นผลพวงจากการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับร่างกายจากเชื้อไวรัส เช่น ไข้สูง ความเครียด ความวิดกกังวล ที่เป็นอาการที่พบได้จากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

โดยปกติแล้วเส้นผมคนเราจะร่วงวันละประมาณ 100 เส้น หลังจากหายป่วยจากโรคโควิด 2-3 เดือน ผมอาจร่วงได้ถึงวันละ 300 เส้น ตลอดระยะเวลา 6 เดือนเลยทีเดียว ส่วนใหญ่ผมที่ร่วงไปก็จะค่อย ๆ งอกกลับมาใหม่อีกครั้ง และกลับมามีผมเหมือนก่อนป่วยในเวลา 6-9 เดือน

ผู้ป่วยหญิงไทยอายุ 65 ปี ป่วยเป็นโรคโควิด-19 เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2564 มีไข้สูง ไอ เหนื่อย เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ขณะนี้หายดีเป็นปกติ ไม่ไอ ไม่เหนื่อย ผมเริ่มร่วงหลังจากหายป่วย 2 เดือนครึ่ง เวลาหวีผม ผมหลุดออกมาเป็นกระจุกหลายร้อยเส้นต่อวัน ผมร่วงต่อเนื่อง 2 เดือนผมบางลงมากทั้งศีรษะ ลูกสาวที่ป่วยพร้อมกัน ผมก็ร่วงเหมือนกันแต่น้อยกว่า

แนะนำผู้ป่วยไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องวิตกกังวล อีกประมาณ 4 เดือนผมก็จะหยุดร่วงและจะงอกขึ้นมาใหม่เหมือนเดิม


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

อิสราเอลเจอเดลตาแผลงฤทธิ์ ยอดติดเชื้อและเสียชีวิตพุ่งสูง ทั้งที่ฉีดวัคซีนในผู้ใหญ่แล้ว 80%

อิสราเอลเมื่อวันอังคาร (31 ส.ค.) พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใหม่รายวันเกือบ 11,000 คน สูงสุดนับตั้งแต่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางระลอกการแพร่ระบาดที่มีต้นตอจากตัวกลายพันธุ์เดลตา หนึ่งวันหลังจากยอดผู้เสียชีวิตสะสมทั่วประเทศทะลุ 7,000 ราย

สถิติพบผู้ติดเชื้อรายวันสูงสุดก่อนหน้านี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มกราคม คราวนั้นพบผู้ติดเชื้อใหม่รายวัน 10,118 คน

แม้เคสผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันในวันอังคาร (31 ส.ค.) จะสูงถึง 10,947 ราย แต่อิสราเอลยังคงเดินหน้าแผนกลับมาเปิดระบบการศึกษาเต็มรูปแบบในวันพุธ (1 ก.ย.) ขณะเดียวกัน ก็พยายามยกระดับอัตราการฉีดวัคซีนแก่ประชาชน

นายกรัฐมนตรีนาฟตาลี เบนเนตต์ ยืนกรานว่าสามารถควบคุมระลอกการแพร่ระบาดได้ผ่านการฉีดวัคซีนและมาตรการป้องกันต่าง ๆ ในนั้นรวมถึงสวมหน้ากาก หลังจากก่อนหน้านี้รัฐบาลของเขาสนับสนุนให้ประชาชนทุกคนที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป เข้ารับวัคซีนไฟเซอร์/ไบออนเทค เข็มที่ 3

จากประชากรทั้งหมด 9.3 ล้านคนของอิสราเอล จนถึงตอนนี้มีผู้เข้ารับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว คิดเป็นราว ๆ 60% แต่หากนับเฉพาะประชากรวัยผู้ใหญ่ จะมีอัตราส่วนผู้ฉีดวัคซีนสูงถึง 80%

ในเดือนธันวาคมปีก่อน อิสราเอลเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ของโลกที่เริ่มโครงการฉีดวัคซีนแก่ประชาชน ช่วยฉุดให้จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันลดลงอย่างมาก และเปิดทางให้พวกเขายกเลิกข้อจำกัดสกัดโรคระบาดใหญ่เกือบทั้งหมดในเดือนมิถุนายน

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่นั้น อิสราเอลได้กลับมาบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ หลายมาตรการอีกรอบ ในนั้นรวมถึงบังคับสวมหน้ากากยามอยู่ในร่ม จำกัดการรวมตัวทางสังคม และจำเป็นต้องแสดงเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนหากต้องการเข้าไปในสถานที่สาธารณะบางแห่ง

เบนเนตต์ ระบุว่า โครงการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นกำลังแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการสกัดไม่ให้มีผู้ติดเชื้ออาการหนักถึงขั้นเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้น

กระนั้นก็ตามหนึ่งวันก่อนหน้านี้ กระทรวงสาธารณสุขเผยแพร่รายงานระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตสะสมจากโควิด-19 ในอิสราเอล พุ่งเกิน 7,000 คนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลักหมายอันน่าเศร้าท่ามกลางการแพร่ระบาดระลอกแล้วระลอกเล่าของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

จากข้อมูลจนถึงวันจันทร์ (30 ส.ค.) ระบุว่ามีชาวอิสราเอลเสียชีวิตจากโควิด-19 จำนวน 7,043 รายนับตั้งแต่โรคระบาดใหญ่เริ่มต้นขึ้น โดยอิสราเอลพบผู้เสียชีวิตรายแรกของประเทศในเดือนมีนาคม 2020 และจากนั้นหนึ่งปีต่อมา ยอดผู้เสียชีวิตสะสมแตะระดับ 6,000 คน

อิสราเอลเคยมีหลายสัปดาห์ที่ไม่มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เลยในช่วงเดือนพฤษภาคม หลังวัคซีนช่วยยับยั้งการแพร่กระจายเชื้อ แต่ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขผู้เสียชีวิตกลับมาพุ่งขึ้นอีกครั้ง มีคนเสียชีวิตจากโควิด-19 มากกว่า 550 รายในเดือนสิงหาคม ในนั้น 100 คนเกิดขึ้นในช่วง 5 วันหลังสุด

รวมแล้วค่าเฉลี่ยผู้เสียชีวิตในเดือนสิงหาคม อยู่ที่ราว ๆ 18 คนต่อวัน สวนทางกับตลอดทั้งเดือนมิถุนายน ซึ่งพบผู้เสียชีวิตแค่เพียง 7 รายเท่านั้น


(ที่มา : เอเอฟพี/ไทม์สออฟอิสราเอล)
https://mgronline.com/around/detail/9640000086336


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

'หมอยง' โพสต์ข้อความ ยก 'คำสาบานของแพทย์จบใหม่' เน้นคุณธรรม จริยธรรม ที่อยู่สูงกว่ากฎหมาย เชื่อ แพทย์ทุกคนเข้าใจในคำสาบาน

นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว 'Yong Poovorawan' ระบุว่า... 

โควิด-19 วัคซีน
ยง ภู่วรวรรณ 1 กันยายน 2564 
Hippocratic Oath คำปฏิญาณหรือคำสาบานของแพทย์ (ที่จบใหม่) ที่จะรักษาจรรยาบรรณแพทย์

แพทย์ทุกคนจะถูกสอนให้เน้นคุณธรรม จริยธรรม ที่อยู่สูงกว่ากฎหมาย และทุกคนจะต้องยึดมั่น สืบเนื่องมาตั้งแต่ 'ฮิปโปเครติส'

แพทย์สภาจะมีการแจกเอกสารดังกล่าว

โดยในคำสาบานนั้น จะเน้นถึงความกตัญญู และเน้นในคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรมของแพทย์ ต่อครูบาอาจารย์

ผู้ป่วย การปฏิบัติในการช่วยเหลือผู้ป่วย แต่ในปัจจุบันนี้ เชื่อว่าทุกคนที่เป็นแพทย์จะเข้าใจในคำสาบาน คงไม่ถึงกับต้องใช้กฎหมายกัน


ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=6218418824867349&id=100000978797641


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

‘เดลตา’ มหาโหด!! วัคซีนเอาไม่อยู่ ‘ภูมิคุ้มกันหมู่’ = ‘ยิ่งเป็นไปไม่ได้’ | Knowledge Times EP.15

???? รอบรู้แบบรู้ลึก ในรายการ ‘Knowledge Times’
 ????‘เดลตา’ มหาโหด!! วัคซีนเอาไม่อยู่ ‘ภูมิคุ้มกันหมู่’ = ‘ยิ่งเป็นไปไม่ได้’

นักจุลชีววิทยา มหาวิทยาลัยฮ่องกง ชี้! วัคซีนโควิด-19 ที่มีในปัจจุบันท่ามกลางการระบาดของสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) ทำให้เราไม่สามารถสร้าง “ภูมิคุ้มกันหมู่" (Herd Immunity) ได้อีกต่อไป

“หยวนกั๋วหย่ง” นักจุลชีววิทยาและทีมวิจัยมหาวิทยาลัยฮ่องกง ระบุบทความตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์หมิงเป้า (Ming Pao) ว่า เกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับสร้างภูมิคุ้มกันหมู่เพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากสายพันธุ์เดลตายังสามารถทำให้เกิดการแพร่เชื้อได้อยู่ ในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 อยู่ ซึ่งพวกเขากล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ภูมิคุ้มกันหมู่สามารถสร้างขึ้นได้หาก 70% ของประชากรได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์ แต่จากการคำนวณล่าสุด ทีมวิจัยพบว่า เกณฑ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 97.4% แล้ว เมื่อเจอกับสายพันธุ์เดลตา

นั่นหมายความว่า ประเทศที่ต้องการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ท่ามกลางสายพันธุ์เดลตาด้วยวัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์ จะต้องฉีดวัคซีนให้ประชากรถึง 97.4% ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งตัวเลขนี้ คิดจากกรณีประสิทธิภาพป้องกันต่อสายพันธุ์เดลตาของไฟเซอร์อยู่ที่ 88% แต่ในบางประเทศก็รายงานประสิทธิภาพไฟเซอร์ลดลงเมื่อเจอเดลตา ซึ่งอาจหมายความว่า “ไม่ว่าจะฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่มีในปัจจุบันให้ประชากรกี่คน ก็อาจไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ต่อสายพันธุ์เดลตาให้เกิดขึ้นได้”

ขณะเดียวกัน เมื่อคำนวณประสิทธิภาพการใช้วัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวค ซึ่งมีอัตราประสิทธิภาพประมาณ 60% พบว่า อัตราการฉีดวัคซีนที่จำเป็นสำหรับสร้างภูมิคุ้มกันหมู่จะต้องฉีดวัคซีนให้ได้ 142.9% ของจำนวนประชากร ซึ่งเป็นเรื่องที่ “เป็นไปไม่ได้” !! 

เมื่อการฉีดวัคซีนให้ได้มากกว่า 100% เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่กลับกันไวรัสยังคงกลายพันธุ์และแพร่เชื้อได้มากขึ้น จนทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลง การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ จึงเหมือนการพยายามสร้างปราสาทบนท้องฟ้า และสะท้อนให้เห็นว่าวัคซีนรุ่นแรกไม่ดีพออีกต่อไป 

ฉะนั้น จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ในการจัดการกับระยะต่าง ๆ ของการระบาด โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันเป็น 0 และผลักดันให้เกิดการใช้ชีวิตร่วมกับไวรัส โดยทุกคนต้องได้รับการฉีดวัคซีน จากนั้นค่อยมาหารือถึงแนวทางการใช้ชีวิตร่วมกับไวรัสต่อไป

แต่หากอัตราการฉีดวัคซีนยังต่ำ ก็เป็นเรื่องยากที่จะพูดถึงมาตรการต่อต้านการแพร่ระบาดที่ควรนำมาใช้ในระยะต่อไป

ด้าน ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ได้โพสต์ข้อความถึงการศึกษาดังกล่าวว่า “นี่เป็นการคำนวณของทีมวิจัยที่มหาวิทยาลัยฮ่องกง เพื่อหาค่าเปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ได้รับวัคซีนแต่ละชนิด เพื่อให้ได้ภูมิคุ้มกันหมู่ต่อไวรัสสายพันธุ์เดลตา ซึ่งภูมิคุ้มกันหมู่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากวัคซีนและไวรัสที่มีอยู่ในปัจจุบัน...วัคซีนช่วยให้เราไม่ป่วยหนัก ส่วนเรื่องการป้องกันการติดเชื้อเราต้องช่วยวัคซีนทำงานด้วยการป้องกันตัวเอง

“หลักการของภูมิคุ้มกันหมู่ คือ ไวรัสจะถูกตัดตอนเมื่อเชื้อเข้าไปสู่คนที่มีภูมิคุ้มกันจากวัคซีน เพราะไม่สามารถแพร่กระจายต่อให้คนอื่นได้สำหรับเดลตาและวัคซีนที่มีอยู่ตอนนี้ คนฉีดวัคซีนติดเชื้อได้และมีปริมาณไวรัสพร้อมส่งต่อให้คนอื่น ๆ ไม่น้อยกว่าไปกว่าคนที่ไม่ได้รับวัคซีน ภูมิคุ้มกันหมู่ในนิยามนี้คงไม่เกิดขึ้น วัคซีนช่วยให้เราต่อสู้กับโควิด-19 ที่รุนแรงได้ แต่คงไม่ช่วยให้เราปลอดจากโควิด-19 ได้”

ดังนั้นต้องเร่งฉีดวัคซีนแก่ประชาชนให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด เพื่อป้องกันอาการรุนแรงและการเสียชีวิต 

แม้วัคซีนสามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนและการเสียชีวิตจากโควิด-19 ได้ แต่ไม่สามารถหยุดการแพร่กระจายของไวรัสได้ ไม่ว่าจะมีอัตราการฉีดวัคซีนกี่เปอร์เซ็นต์ก็ตาม

.

.


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

นักวิจัยของบราซิลค้นพบโมเลกุลในพิษงูจาราราคุสซู สามารถยับยั้งเชื้อโควิดได้

นักวิจัยของบราซิล ค้นพบโมเลกุลในพิษของงูชนิดหนึ่งช่วยยับยั้งการแพร่พันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในเซลล์ของลิงได้ ซึ่งอาจเป็นก้าวแรกที่นำไปสู่การพัฒนายาต้านเชื้อโควิดในอนาคต

รายงานจากเซาเปาโล ของสำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุถึงแสงสว่างอีกครั้งบนโลกมนุษย์ เมื่อนักวิจัยชาวบราซิลพบว่าโมเลกุลในพิษของงูชนิดหนึ่ง มีประสิทธิยับยั้งการแพร่พันธุ์ของโคโรนาไวรัส ในเซลล์ลิง ซึ่งเป็นก้าวแรกที่เป็นไปได้สู่การใช้ยาเพื่อต่อสู้กับไวรัสที่ก่อให้เกิดโควิด-19

ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Molecules ในเดือนนี้ พบว่าโมเลกุลที่ผลิตโดยงูพิษชนิดหนึ่งคือ จาราราคุสซู (jararacussu) มีพลังในการยับยั้งความสามารถของไวรัสในการทวีคูณในเซลล์ลิง ได้ถึง 75%

ราฟาเอล กุยโด ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเซาเปาโลและผู้เขียนผลการศึกษากล่าวว่า เราสามารถแสดงให้เห็นว่าพิษงูของส่วนประกอบนี้สามารถยับยั้งโปรตีนที่สำคัญมากจากไวรัสได้

โมเลกุลนี้เป็น "เปปไทด์" หรือสายโซ่ของกรดอะมิโน ที่สามารถเชื่อมต่อกับเอนไซม์ของโคโรนาไวรัส ที่เรียกว่า PLPro ซึ่งมีความสำคัญต่อการสืบพันธุ์ของไวรัสโดยไม่ทำอันตรายต่อเซลล์อื่น

กุยโด กล่าวต่อไปว่า เปปไทด์เป็นที่รู้จักในด้านคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย จึงสามารถสังเคราะห์เปปไทด์ได้ ทำให้ไม่จำเป็นต้องจับหรือเลี้ยงงู

“เราระมัดระวังเกี่ยวกับผู้คนที่ออกไปล่าจาราราคุสซูที่อาศัยรอบ ๆ บราซิล โดยคิดว่าพวกเขาจะกอบกู้โลกใบนี้คืนมา แต่ไม่ต้องทำแบบนั้น!”

ซึ่ง จูเซปเป้ ปูออร์โต้ นักสัตววิทยาที่ดูแลการรวบรวมทางชีววิทยาของสถาบันบูตันตัน ในเซาเปาโลกล่าวว่า ไม่ใช่พิษที่จะรักษาโคโรนาไวรัส

จากนี้ นักวิจัยจะใช้การประเมินประสิทธิภาพของปริมาณโมเลกุลที่แตกต่างกันและสามารถป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าสู่เซลล์ตั้งแต่แรกได้หรือไม่ ตามคำแถลงของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเซาเปาโล (Unesp) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการวิจัยทั้งหมด

พวกเขาหวังว่าจะทดสอบสารในเซลล์ของมนุษย์ในเร็ววันนี้

สำหรับ จาราราคุสซู เป็นงูพิษขนาดใหญ่ในบราซิล โดยมีความยาวไม่ต่ำกว่า 2 เมตร มันอาศัยอยู่ในป่าแอตแลนติกชายฝั่งและยังพบในโบลิเวีย, ปารากวัย และอาร์เจนตินา อีกด้วย


ที่มา : https://www.naewna.com/inter/598961


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

DITP ตอบโจทย์ผู้ประกอบการอาหารไทยสำเร็จรูปยุคใหม่ เปิดตัว T-SAPP อบรมออนไลน์ก้าวทันสถานการณ์การค้าโลก

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP เปิดตัวโครงการ T-SAPP หลักสูตรอบรมออนไลน์ ตอบโจทย์ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปยุคใหม่ แนะช่องทางต่อยอดผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคในตลาดโลก พร้อมพัฒนากลยุทธ์ส่งออกและสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าให้เหมาะกับสถานการณ์การค้าปัจจุบัน

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP กล่าวว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมการค้าและจัดกิจกรรมการตลาดระหว่างประเทศในรูปแบบต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์กระทรวงพาณิชย์และนโยบายของรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ที่มุ่งเน้น “ตลาดนำการผลิต”

“สำนักส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจึงได้จัด โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปสู่ตลาดโลก หรือ Thai SELECT Apprentices Program (T-SAPP) ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อบ่มเพาะและอบรมเชิงปฏิบัติการในเชิงลึกแก่ผู้ผลิตและผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีศักยภาพ ให้เกิดการจัดทำแผนกลยุทธ์ส่งเสริมผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปของบริษัท และพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค เป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการนำอาหารไทยมาพัฒนาต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอาหารและขยายสู่การส่งออก รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปขนาดกลางและขนาดเล็กจำนวนมากที่มีศักยภาพและต้องการขยายธุรกิจสู่การค้าระหว่างประเทศ อาทิ กลุ่มผู้ประกอบการสินค้า OTOP ผู้ประกอบการสินค้าประเภท Street Food หรือเจ้าของร้านอาหารที่ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปของตนเอง ซึ่งอาจยังไม่สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ที่จำเป็นในการเพิ่มขีดความสามารถในด้านต่างๆ ดังนั้น โครงการ Thai SELECT Apprentices Program (T-SAPP) ในรูปแบบออนไลน์จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ ในการพัฒนาความรู้ด้านการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบัน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงการเสริมสร้างทักษะในด้านการตลาดระหว่างประเทศ การสร้างแบรนด์ การบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์จากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ผ่านการอบรมและสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Training & Workshop) และการใช้คำปรึกษาในเชิงลึก (Coaching) รวมถึงการปฏิบัติจริง ล้วนมีส่วนในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการรายใหม่ให้สามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน”

สำหรับปีนี้ มีผู้ประกอบการสินค้าอาหารสำเร็จรูปสมัครเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 52 ราย โดยหลังจากนี้จะเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ และการให้คำปรึกษาเชิงลึกรายบริษัทจากผู้เชี่ยวชาญ นำโดยนายสมชนะ กังวารจิตต์ ผู้ก่อตั้ง Prompt Design ซึ่งเป็นผู้ที่คว้ารางวัลด้านการออกแบบ บรรจุภัณฑ์จากเวทีการประกวด ชั้นนําในระดับนานาชาติถึง 86 รางวัล และ ดร.ปรเมษฐ์  ชุ่มยิ้ม ที่ปรึกษาอาวุโสเมืองนวัตกรรมอาหาร ผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมอาหารและเชี่ยวชาญด้านโมเดลธุรกิจ จากนั้นในเดือนกันยายนจะได้ร่วมเยี่ยมชมงานแสดงสินค้าเสมือนจริง THAIFEX-Virtual Trade Show  ผ่านแพลตฟอร์ม THAIFEX – Virtual Trade Show (www.thaifex-vts.com) เพื่อให้ผู้ประกอบการสินค้าอาหารสำเร็จรูปได้มีประสบการณ์ในการเยี่ยมชมงานแสดงสินค้าอาหารในระดับนานาชาติ รวมถึงศึกษาแนวโน้มสินค้าอาหารในปัจจุบัน

ผู้ที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวจะได้เพิ่มพูนความรู้ทางด้านการตลาด โดยเฉพาะการตลาดระหว่างประเทศ ในอันที่จะเตรียมความพร้อม รวมถึงพัฒนาศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันด้านการตลาดได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตระหว่างประเทศ


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์

บริษัท มิวท์ จำกัด คุณภัทรพร โทร. 087 366 3915 

'มาสด้าผนึกกำลังสวาทแคท' พร้อมลุย! ศึกไทยลีกเต็มกำลัง ตั้งเป้าทำอันดับดีที่สุดในไทยลีกฤดูกาลใหม่

เมื่อวันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ร่วมกับ สโมสร นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ประกาศเดินหน้าสานต่อนโยบายขับเคลื่อนวงการฟุตบอลไทยเป็นปีที่ 10 จัดงานแถลงข่าวแบบไลฟ์สตรีมมิ่ง ภายใต้สโลแกน “SWATCAT 2021 We will fight till the end: สวาทแคท 2021 พวกเราจะสู้จนหยดสุดท้าย” เปิดตัวผู้บริหารชุดใหม่ นักเตะใหม่ ชุดแข่งใหม่จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก พร้อมงัดกลยุทธ์เด็ดทั้งเกมส์รุกและเกมส์รับ ที่จะมาสร้างสีสันให้กับแฟนๆ วงการลูกหนังเมืองไทย พร้อมนำทีมก้าวสู่อันดับที่ดีที่สุดในการแข่งขันไทยลีก 2021 ประเดิมนัดแรกออกไปเยือน หนองบัว พิชญ ในวันศุกร์ที่ 3 กันยายน 2564 นี้ เวลา 18:00 น.

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้าขอขอบคุณชาวโคราชเป็นอย่างสูงที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนากีฬาฟุตบอลตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ รวมถึงได้มีส่วนสำคัญในการสร้างโอกาสให้กับผู้ที่รักในกีฬาฟุตบอล ได้มีพื้นที่ในการแสดงความสามารถและขับเคลื่อนวงการฟุตบอลไทยให้ยั่งยืน ซึ่งตลอดระยะเวลา 1 ทศวรรษที่ผ่านมา เราได้เห็นพลังของแฟนๆ ที่ส่งเสียงกึกก้องไปทั่วสนาม เรารับรู้ได้ถึงสปิริต แรงศรัทธา ที่แฟนบอลทุกคนมีให้กับทีม เพราะสวาทแคทคือทีมฟุตบอลที่เป็นหนึ่งเดียวในใจของชาวโคราช และมาสด้ายังคงเชื่อมั่นถึงความเป็นยอดนักสู้ของนักเตะและทีมงานทุกคน ที่สำคัญ คือ กองเชียร์ ที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความมุ่งมั่น ทุ่มเท เพื่อให้ทีมของเราก้าวไปสู่ชัยชนะในทุกเกมส์การแข่งขัน ซึ่งแม้ว่าในปีนี้ เราทุกคนจะต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ แต่เราเชื่อมั่นว่าเราจะก้าวผ่านทุกอุปสรรคครั้งนี้ไปได้ด้วยดี เพราะเราทุกคนมีสปริตและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งจะช่วยพาทีมไปสู่จุดหมายที่วางไว้ในปีนี้ได้อย่างแน่นอน

ฯพณฯ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี กล่าวว่า สำหรับฤดูกาลใหม่นี้ เราได้มีการปรับกลยุทธ์ใหม่ภายใต้การนำทัพของนายแพทย์ วรรณรัตน์  ชาญนุกูล ประธานสโมสรฯ เพื่อสร้างความสำเร็จ โดยได้เสริมทัพผู้บริหารใหม่ ได้แก่ คุณบัญชา พิมพ์สมบูรณ์ รองประธานฝ่ายบริหารและผู้อำนวยการสโมสรฯ และ คุณนฬาพร ไชยนิน รองประธานฝ่ายหารายได้-สิทธิประโยชน์ และผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรสโมสรฯ รวมถึงได้มีการปรับทัพผู้เล่นทั้งชาวต่างชาติและชาวไทย โดยได้นำนักเตะจากอคาเดมี่ของเรา ที่ได้เตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดีตั้งแต่สมัยเป็นเยาวชนมาเสริมทีม เรียกได้ว่ามีทั้งความพร้อม ความสมบูรณ์ และมีสปิริตของทีมอย่างดียิ่ง ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้จะสามารถสร้างประสบการณ์และความมั่นใจให้กับนักเตะ และช่วยพลักดันให้ก้าวไปสู่เป้าหมายของการแข่งขันในฤดูกาลนี้ แม้ว่าปีนี้เราต้องเจอกับสถานการณ์ความยากลำบากจากการระบาดของโควิด-19 แต่เราก็จะฟันฝ่าไปและจะพาทีมไปสู่จุดหมายที่วางไว้ เพื่อให้แฟนๆ ชาวโคราชและแฟนๆ ทั่วประเทศไทยภูมิใจให้จงได้

ด้าน “โค้ชโจ” ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น หัวหน้าผู้ฝึกสอนสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี กล่าวถึงเป้าหมายและแผนการเล่นในฤดูกาลนี้ว่า แม้ว่าในฤดูกาลที่แล้วเราจะจบที่อันดับ 9 แต่เป้าหมายของเราก็ไม่เคยปรับลง และเราได้ตั้งเป้าที่จะทำอันดับให้ดียิ่งขึ้นในทุกๆ ปี โดยได้ทั้งวางแผน นำข้อผิดพลาดมาเรียนรู้ และเตรียมความพร้อมให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการวางกลยุทธ์ทั้งเกมส์รุกและเกมส์รับ การทำงานแบบทีมเวิร์ค การสร้างความแข็งแกร่งของนักเตะ โดยได้มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นทั้งชาวต่างชาติและไทยเกือบจะทั้งหมด ซึ่งล้วนเป็นนักเตะดาวรุ่งมากฝีมือที่จะมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับผู้เล่นรุ่นพี่ในทีม ซึ่งขอให้ทุกท่านช่วยส่งกำลังใจและช่วยกันเชียร์ทีมสวาทแคทไปด้วยกัน

นอกจากนี้ อีกหนึ่งไฮไลท์ของงานคือการเปิดตัวชุดแข่งขันประจำฤดูกาล 2021 ที่ได้แบรนด์ชุดกีฬาระดับโลก KELME (เกลเม) แบรนด์กีฬาสัญชาติสเปน ผู้ผลิตชุดกีฬาชั้นนำระดับโลก ภายใต้การบริหารงานในไทยโดย บริษัท จี ทเวนตี้ทู จำกัด นำโดย นายกันต์ ตันสุวรรณรัตน์ กรรมการผู้จัดการ ในฐานะผู้นำเข้า และ จัดจำหน่ายแบรนด์ KELME (เกลเม) ในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว ซึ่ง เกลเม ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1960 เคยเป็นผู้สนับสนุน และผลิตชุดแข่งขันให้กับ สโมสรเรอัล มาดริด ร่วมคว้าแชมป์สโมสรยุโรปในฤดูกาล 1997/1998 และผลิตชุดแข่งขันให้กับ ทีมชาติสเปน ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี 1992 ที่ประเทศสเปน และปัจจุบัน เกลเม ก็ยังผลิตชุดแข่งขันให้กับหลายทีมทั่วโลก ซึ่งในฤดูกาลนี้ แบรนด์ “เกลเม” ได้เป็นเป็นพันธมิตรผู้สนับสนุนด้านเสื้อผ้า และเครื่องแต่งกายของนักกีฬา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “PASSION TO WIN” โดยชุดหลักยังคงเป็นสีส้ม ซึ่งเป็นสีประจำสโมสร ส่วนชุดเสื้อฟุตบอลเยือน มาในชุดเหลือง และสีดำ สำหรับเสื้อแข่งขันในฤดูกาลนี้จัดจำหน่ายในราคา 690 บาท ซึ่งแฟนๆ สวาทแคท สามารถสั่งจองได้ในวันที่ 29 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป ผ่านทางช่องทาง SWATCATSHOP.com และ ช่องทางอื่นๆ ของทางสโมสรฯ

สำหรับการแข่งขัน 4 นัดแรกในฤดูกาล 2021 นี้ สวาทแคทจะบุกเยือนนัดแรกในวันศุกร์ที่ 3 กันยายน 2564 เวลา 18:00 น. โดยจะพบกับทีม หนองบัว พิชญ เอฟซี นัดที่สองวันเสาร์ที่ 11 กันยายน 2564 บุกไปเยือนสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด, ส่วนนัดที่สามวันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2564 เป็นเจ้าบ้านพบกับ โปลิศ เทโร เอฟซี และนัดที่สี่วันเสาร์ที่ 25 กันยายน 2564 ออกไปเยือนเชียงใหม่ ยูไนเต็ด ขอเชิญชวนแฟนบอลร่วมชม และเชียร์เจ้าแมวพิฆาตไปพร้อมกัน

เงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท เริ่มโอน 1-7 ก.ย. นี้ เช็กช่องทางตรวจสอบสิทธิผ่านระบบออนไลน์ 

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีมาตรการให้ความช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนักเรียนและนักศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ขณะนี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ดำเนินการ โดยมีความคืบหน้าดังนี้

กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ได้เริ่มการเบิกจ่ายเงินสำหรับโครงการ “อว.ลดค่าเทอม” แล้วตั้งแต่ 26 ส.ค. 64 สำหรับมหาวิทยาลัยและสถาบันที่ได้จัดส่งข้อมูลผ่านการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้อง ขณะนี้มีจำนวน 29 แห่ง รวมเป็นเงิน 2,250 ล้านบาท ซึ่งมหาวิทยาลัย/สถาบันอุดมศึกษาจะนำไปใช้ลดค่าเทอมและค่าธรรมเนียมการศึกษาภาคเรียนที่ 1/2564 ในสัดส่วนเงินสนับสนุนจากรัฐบาลตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ซึ่งทางกระทรวงฯ ได้เร่งติดตามและตรวจสอบระบบการเบิกจ่ายเงินอย่างใกล้ชิด เงินทุกบาทที่รัฐบาลสนับสนุน ต้องถึงมือนิสิตนักศึกษา คืนให้กับคนที่ได้ชำระค่าเทอมและค่าธรรมเนียมการศึกษาไปแล้ว หรือใช้ลดค่าเทอมและค่าธรรมเนียมการศึกษาสำหรับผู้ที่กำลังจะชำระเงิน โดยมหาวิทยาลัยไม่เก็บเงินดังกล่าวไว้แต่อย่างใด 

ทั้งนี้ได้ขอความร่วมมือมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งให้เร่งตรวจสอบและยืนยันข้อมูลนักศึกษาส่งมาที่กระทรวงโดยเร็ว เพื่อดำเนินการอนุมัติเบิกจ่ายแก่สถาบันที่เหลือ อีกประมาณ 100 กว่าแห่ง ให้เป็นไปตามเป้าหมายและกรอบระยะเวลาต่อไป

ส่วนการจ่ายเงินเยียวยาผู้ปกครองและนักเรียน จำนวน 2,000 บาท กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับงบประมาณ จำนวน 1.95 หมื่นล้านบาท สำหรับเด็กนักเรียน 9.79 ล้านคน เมื่อ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา และทำการจัดสรรไปยังหน่วยงานที่กำกับดูแลแล้ว ได้แก่

 - สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รับเงินเยียวยานักเรียน คนละ 2,000 บาท ทั้งการรับเงินโอนเข้าบัญชี หรือรับเงินสดที่โรงเรียน

- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) รับเงินเยียวยานักเรียน คนละ 2,000 บาท ทั้งการรับเงินโอนเข้าบัญชี หรือรับเงินสดที่โรงเรียน

- สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) รับเงินเยียวยานักเรียน คนละ 2,000 บาท ทั้งการรับเงินโอนเข้าบัญชี หรือรับเงินสดที่สถานศึกษา

- สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) รับเงินเยียวยานักเรียน คนละ 2,000 บาท โดยรับเงินสดที่สถานศึกษา 

ทั้งนี้ ผู้ปกครองที่ไม่ได้รับเงินภายในเวลาดังกล่าว ขอให้ติดต่อโรงเรียนที่บุตรหลานศึกษาอยู่ หรือโทร หมายเลข 1579 / 1693

“นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทั้งสองกระทรวง ติดตามตรวจสอบระบบการจ่ายเงินอย่างใกล้ชิด ทุกขั้นตอน ไม่ให้มีการทุจริต ให้เป็นไปอย่างโปร่งใส และต้องถึงมือผู้ปกครองนักเรียน และนักศึกษาอย่างครบถ้วน ” น.ส.รัชดา กล่าว

สำหรับ ช่องทางเช็กสิทธิรับเงินเยียวยา 2,000 บาท สามารถเข้าตรวจสอบสิทธิ ได้ที่ https://student.edudev.in.th โดยระบบจะให้กรอกเลขประจำตัวประชาชนของนักเรียน เลขประจำตัวนักเรียน เพื่อทำการตรวจสอบข้อมูล


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

แพทยสภา พักใบอนุญาต ‘หมอของขวัญ’ กรณี ‘ร้อยไหมทองคำ’ ไม่ตรงตามที่โฆษณาไว้

สะพัดหนังสือแพทยสภา กรณีร้องสอบมาตรฐาน ‘หมอของขวัญ’ ร้อยไหมทองคำแล้วใบหน้าไม่ดีขึ้น พบมีความผิดจริง ใช้ไหมละลายเคลือบทอง แถมรักษาไม่ได้ผล สั่งพักใช้ใบอนุญาต 3 เดือน เริ่มปีหน้า ด้านแหล่งข่าวเผยเกิดขึ้นเมื่อ 3-4 ปีก่อน จัดร้อยไหมราคา 6 แสน มีไฮโซใช้บริการเกือบ 20 รายแล้วไม่ได้ผล มาร้องเรียน แต่เพิ่งพิจารณาเสร็จเมื่อเดือนเมษายน

วันนี้ (31 ส.ค.) ในโลกโซเชียลฯ มีการแชร์ภาพจากเฟซบุ๊กที่ชื่อว่า Vaccine เป็นหนังสือจากแพทยสภา ที่ พส.011/(ส.2)/8791 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2564 เรื่อง แจ้งมติคณะกรรมการแพทยสภา ระบุว่า ตามที่ท่านได้ทำคำร้องยื่นต่อแพทยสภา สรุปความได้ว่า ... ของท่านได้เข้ารับหัตถการร้อยไหมบริเวณใบหน้า ฉีดคางและขมับ ใส่สปริงร่องแก้ม แก้ไขปัญหาเหนียงคอ และคางสั้นถดถอย ที่สถานพยาบาลของขวัญคลีนิกเวชกรรม สาขาทองหล่อ โดยแพทย์ผู้ทำการรักษาแจ้งว่าใช้ไหมทองคำในการรักษา แต่ปรากฎว่าเป็นเพียงไหมละลายเคลือบทอง อีกทั้งการรักษาส่วนอื่นไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันและการรักษาไม่ได้ผลตามที่กล่าวอ้าง แต่เก็บค่ารักษาในราคาสูงทั้งที่ไม่ได้ใช้วัสดุตามที่ตกลงและยังปกปิดชื่อและยี่ห้อของเวชภัณฑ์ที่ใช้ทำการรักษา ทำให้ผู้เข้ารับการบริการหลงผิดจ่ายค่ารักษาในราคาที่สูงแต่ผลการรักษาไม่เป็นไปตามที่แพทย์กล่าวอ้างและผู้รักษาไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญตามสาขาที่กล่าวอ้าง ขอให้แพทยสภาตรวจสอบมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของผู้ถูกร้อง นั้น

ในการนี้ แพทยสภาได้ดำเนินการพิจารณาคำร้องดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยคณะกรรมการแพทยสภาในการประชุมครั้งที่ 5/2564 วันที่ 8 เมษายน 2564 มีมติลงโทษพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม แพทย์หญิงของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2565 กรณี 1.) มาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรม 2.) หลอกลวงให้หลงเข้าใจผิดเพื่อประโยชน์ของตน 3.) ไม่คำนึงถึงความสิ้นเปลืองของผู้ป่วย เป็นระยะเวลา 3 เดือน จึงเรียนมาเพื่อทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ขอแสดงความนับถือ ลงชื่อ พลอากาศตรี นายแพทย์อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา

แหล่งข่าวจากบุคลากรทางการแพทย์รายหนึ่ง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตามที่เพจดังกล่าวเผยแพร่เอกสารออกมา เท่าที่สอบถามทางแพทยสภาเพื่อตรวจสอบ ยืนยันว่าเป็นเอกสารจริง เพิ่งส่งออกไปเมื่อวานนี้ (30 ส.ค.) โดยปกติแบบฟอร์มแจ้งคำสั่งต้องใส่ชื่อนิติกรด้วย ในฐานะที่เป็นผู้ส่งหนังสือฉบับดังกล่าว คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว มีผู้เสียหายรายหนึ่งไปร้องเรียนต่อแพทยสภาว่า แพทย์หญิงของขวัญได้ทำการร้อยไหมแก่ผู้สนใจในราคา 6 แสนบาท ที่ของขวัญคลีนิก ข้างโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท โดยมีบรรดาเศรษฐีและไฮโซเข้ารับบริการมากกว่า 20 ราย ปรากฎว่าทำออกมาแล้วใบหน้าไม่ได้ดีขึ้น ตามที่โฆษณาอ้างว่าเป็นไหมทองคำในการรักษา นำไปสู่การร้องเรียนต่อแพทยสภา แม้ภายหลังผู้เสียหายจะได้รับเงินชดเชยจากแพทย์หญิงของขวัญก็ตาม แต่การดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานการประกอบวิชาชีพของแพทยสภาดำเนินต่อไป กระทั่งมีมติออกมาว่าแพทย์หญิงของขวัญมีความผิดจริง คดีนี้เป็นคดีเก่า ตัดสินไปเมื่อเดือนเมษายน 2564 ส่วนการกำหนดบทลงโทษพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม แพทย์หญิงของขวัญ 3 เดือน เริ่มตั้งแต่ปีหน้านั้น เป็นอำนาจของคณะกรรมการแพทยสภาที่เป็นผู้กำหนดออกมา


ที่มา : https://mgronline.com/onlinesection/detail/9640000086270
https://www.facebook.com/vaccinemagazine/photos/a.109467213739343/585387986147261/


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

เกาะติดภารกิจพันธจิตอาสา! ลุยฝ่าสายฝน ‘ส่งมอบข้าวกล่องบรรเทาทุกข์...ส่งความสุขปันอิ่ม’ ที่ชุมชนชายคลองบางบัว หลักสี่

การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพิษโควิด ส่งผลให้หลายครัวเรือนไม่สามารถออกไปทำงานหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว และยังรอคอย ความช่วยเหลืออย่างมีความหวัง จากทุกภาคส่วนในสังคมไทย

เกาะติดภารกิจพันธจิตอาสา วันที่ 31 สิงหาคม ที่บริเวณชุมชนชายคลองบางบัว เขตหลักสี่ คุณสร้อยทอง ขำประดิษฐ์ ที่ปรึกษาชุมชน พร้อมด้วย นายวัฒนา เย็นวารี รองประธานชุมชน ร่วมรับมอบข้าวกล่องพร้อมทาน "ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19" และเครื่องดื่มเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย จากสมาคมโฮมีโอพาธีย์ ประเทศไทย โดยมี นายสมชาย จรรยา อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นางสาวพรทิพย์ เตชะสมบูรณากิจ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทในเครือ เวิลด์เมดิคอลซัพพลาย จำกัด นายสิทธิกิตติ์ รัชตะทรัพย์ และนายธราธพ ชาตรี ซึ่งเป็นตัวแทน นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรสิทธิมนุษยชนสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่น 1 (ปสม.1) และหลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข สสสส.รุ่น 9-11-12 สถาบันพระปกเกล้า พร้อมตัวแทนพันธมิตรจิตอาสา จากองค์กรต่างๆ อาทิ มูลนิธิสหชาติ สำนักข่าว News Online Thailand เว็ปไซต์ข่าวจั่นเจา Canchaonews.com หนังสือพิมพ์ดีดีโพสต์ นิวส์

นายวัฒนา เย็นวารี เปิดเผยว่า ในชุมชนแห่งนี้มีประชากร 1,300 คน มีผู้พักอาศัย 400 หลังคาเรือ จาสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 มีผู้ติดเชื้อจำนวน 20 ครัวเรือน หรือ 30 คน และได้รับการรักษาจนปัจจุบันหายดีกันหมดแล้วและกลับมาพักฟื้นใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านตามปกติ ขอบคุณพันธมิตรจิตอาสา ที่นำอาหารมาส่งมอบให้คนในชุมชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ทางคณะกรรมการชุมชนต้องขอขอบพระคุณกับน้ำใจมาแบ่งปัน

ด้านนายสมชาย จรรยา เปิดเผยว่า โครงการดีๆที่คนไทยห่วงใยไม่ทิ้งกัน เกิดจากโครงการ "ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19" ของบริษัทในเครือซีพี รวมทั้ง  น้องเทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักเทควันโดเหรียญทองโอลิมปิก 2020 ร่วมส่งกำลังใจถึงพี่น้องประชาชนผ่าน “ข้าวกล่องปันอิ่ม” โดยมีพันธมิตรจิตอาสา จากองค์กรต่าง ๆ รวมตัวกันทำความดีช่วยเหลือสังคม ทำหน้าที่เป็นสะพานบุญรับข้าวกล่องพร้อมทาน เพื่อส่งมอบต่อถึงมือผู้คนตามชุมชนต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพ ปริมณฑล และจังหวัดที่ได้รับผลกระทบรุนแรง มีทั้ง ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ผู้ที่กักตัวรักษาอยู่ในบ้าน ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤจติโควิด-19 ได้รับประทานเพื่อช่วยบรรเทาทุกข์ได้ระดับหนึ่ง

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.และคณะตรวจเยี่ยม ตม.จว.ปทุมธานี โดยมี พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล ผกก.ตม.จว.ปทุมธานี ให้การต้อนรับในการตรวจ

ตามนโยบาย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ให้ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พ.ต.อ.หฤษฎ์  เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.3 เดินทางตรวจเยี่ยม มอบนโยบาย กำชับการปฏิบัติราชการของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดปทุมธานี และตรวจความคืบหน้า ให้คำแนะนำในการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยของ ตม.จว.ปทุมธานี

ทั้งนี้ ได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญ อาทิ หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ และสิ่งอุปโภค บริโภค สำหรับใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจ ให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน 

พร้อมทั้งได้มอบนโยบาย กำชับการปฏิบัติราชการให้แก่หน่วย ดังนี้

1.ให้หัวหน้าหน่วยทำความเข้าใจผู้ใต้บังคับบัญชาให้ถือปฏิบัติเกี่ยวกับมาตรการข้อกำหนดต่างๆ ที่ออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรการที่ ผจว.มีประกาศ คำสั่ง รวมทั้งข้อสั่งการของ ตร. และให้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

2.ให้หัวหน้าหน่วยดำเนินการหามาตรการและประชาสัมพันธ์คนต่างด้าวในพื้นที่ที่ระยะเวลาการอนุญาตจะครบกำหนด 31 ต.ค.64 ให้มาดำเนินการขออนุญาตอยู่ต่อในราชอาณาจักรก่อนการอนุญาตสิ้นสุด 45 วัน เพื่อลดความแออัดและเป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19

3.ให้หัวหน้าหน่วยมีมาตรการป้องกันและจัดหาอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เช่น หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ชุด PPE ให้กับข้าราชการในสังกัด และจัดไว้ ณ ที่ทำการ จุดบริการประชาชนอย่างเพียงพอ หากไม่เพียงพอให้ขอรับการสนับสนุนจาก สตม.

4.กรณีพบข้าราชการตำรวจในสังกัดหรือครอบครัวติดเชื้อโควิด-19 ให้ หน.ตม.จว./ด่าน ตม. รับผิดชอบ ควบคุม กำกับดูแลในการเข้าถึงระบบสาธารณสุข การรับการรักษาที่สถานพยาบาล การแยกกักตัว ตลอดจนดูแลช่วยเหลือด้านสวัสดิการ การช่วยเหลืออื่นๆ ตามขีดความสามารถและรายงานข้อมูลในกลุ่มไลน์ระดับ บก. เพื่อประสานงาน

5.การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติ Standard Operation Procedures (SOP) แต่ละแผนกของ สตม.

6.ให้เร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณงบกลางโควิด 2019 ที่ได้รับจัดสรรเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงให้ข้าราชการผู้มีสิทธิรับเงินและชี้แจงความเข้าใจถึงสิทธิ์และรายละเอียดหลักเกณฑ์ในการเบิกจ่ายให้แก่ข้าราชการในสังกัดเข้าใจ อย่าให้เกิดการทุจริตหรือการร้องเรียนโดยเด็ดขาด

7.ให้สนับสนุนกำลังพลและอุปกรณ์เมื่อได้รับการร้องขอจากหน่วยตำรวจในพื้นที่ในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด โดยให้ผู้บังคับบัญชาในหน่วยหมุนเวียนไปตรวจเยี่ยมและกำชับการปฏิบัติ

8.การโพสต์ข้อความต่างๆ ลงสื่อออนไลน์ ให้ผู้บังคับบัญชากำชับข้าราชการตำรวจในสังกัดมิให้แสดงความคิดเห็นในลักษณะไม่เหมาะสม ส่งผลกระทบต่อหน่วยงาน และกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top