Saturday, 11 July 2026
NEWS

ก.อุตฯ ร่วมกับผู้ประกอบการญี่ปุ่น มอบวัสดุอุปกรณ์ใช้ป้องกันและรักษาโรคโควิด-19 มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ส่งต่อ รพ.สนามพื้นที่ 7 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด

ผู้ประกอบการในจังหวัดชิมาเนะ ของประเทศญี่ปุ่น มอบวัสดุอุปกรณ์ใช้ป้องกันและรักษาโรคโควิด-19 มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ให้กระทรวงอุตสาหกรรม ส่งมอบให้โรงพยาบาลสนามพื้นที่สีแดงเข้ม ผ่านสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.)

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวภายหลังเป็นประธาน ในกิจกรรมรับมอบวัสดุอุปกรณ์ป้องกันและรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จากบริษัท ฮิโรเสะ โปรดักส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศ ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมากและอุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่เพียงพอ

ทางบริษัท ฮิโรเสะฯ ได้ห่วงใยคนไทยจึงให้การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในการป้องกันและรักษาโรคฯ จำนวน 5 รายการ ประกอบด้วย เครื่องผลิตออกซิเจน ขนาด 5 ลิตร จำนวน 18 เครื่อง หน้ากากอนามัย N95 จำนวน 8,634 ชิ้น ชุดป้องกันส่วนบุคคล หรือ PPE สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน จำนวน 2,050 ชุด ถุงหุ้มรองเท้า จำนวน 1,800 คู่  หมวกคลุมผม จำนวน 3,600 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท มอบให้กระทรวงอุตสาหกรรมนำไปส่งต่อให้แก่โรงพยาบาลสนามในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม ฉะเชิงเทรา สมุทรสาคร ชลบุรี โดยให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) ในพื้นที่นั้น ๆ เป็นผู้ประสานงานและส่งมอบ และได้ปล่อยขบวนรถ เพื่อส่งต่อวัสดุอุปกรณ์ฯ โดยเร็ว โดยเฉพาะเครื่องผลิตออกซิเจนที่มีความจำเป็นต่อผู้ป่วยอาการหนัก และในปัจจุบันเครื่องดังกล่าวมีไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วย

“นอกจากนี้ ผมได้อนุมัติงบประมาณ 8 แสนบาท เพื่อให้เจ้าหน้าที่กระทรวงฯ ส่วนภูมิภาคจัดซื้อชุดตรวจโควิด (Antigen Test Kit) และชุด PPE สำหรับใช้ปฏิบัติงานเมื่อลงพื้นที่ตรวจประเมินสถานประกอบการ ในฐานะที่กระทรวงฯ เป็นเจ้าภาพหลักในการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ในโรงงาน ซึ่งขณะนี้มีการติดเชื้อลดลง อย่างต่อเนื่อง และจากคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 14/2564 สั่งการ ณ วันที่ 28 สิงหาคม 2564 ได้มอบหมายให้

ผมเป็น “หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการด้านการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในส่วนที่เกี่ยวกับการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) ในสถานประกอบกิจการและโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งจะครอบคลุมทั้ง ภาคการค้า การบริการ และการท่องเที่ยว ที่ต่างได้รับผลกระทบจากโควิด

ขณะนี้ กระทรวงฯ ได้ยกร่างคำสั่งฯ แล้วเสร็จ และมีแผนที่จะประชุมคณะกรรมการศูนย์ฯ ในวันที่ 8 กันยายน 2564 โดยจะหารือเพื่อนิยามสถานประกอบกิจการที่ภาครัฐเข้าไปดูแล ซึ่งจะสอดคล้องกับมาตรการผ่อนคลาย และเป้าหมายของภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าต่อจากนี้ธุรกิจอุตสาหกรรมในยุคปกติใหม่ (New Normal) จะต้องดำเนินกิจการไปพร้อมกับมาตรการควบคุมโรค และทุกฝ่ายต้องให้ความร่วมมือปฏิบัติ ไม่ว่าจะรัฐ เอกชน รวมทั้งประชาชน” นายกอบชัย กล่าว

นายมานาบุ เทะสึโมโตะ (Mr. Manabu Tetsumoto) ประธานบริษัท ฮิโรเสะ โปรดักส์ สำนักงานใหญ่ จังหวัดชิมาเนะ ประเทศญี่ปุ่น จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ตระหนักถึงผลกระทบจากการระบาดของโรค โควิด-19 ต่อคนไทยจึง ให้การสนับสนุนและคาดหวังที่จะช่วยเหลือผู้คนได้เป็นจำนวนมาก แม้ปัจจุบันบริษัทฯ จะมีเพียงฝ่ายขายในไทยก็ตาม ทั้งนี้ก่อนที่โรคโควิด-19 จะระบาด ตลาดสินค้าที่ทำจากไม้ในไทย มีการขยายตัวสร้างผลประกอบการที่ดี เพราะนอกจากเมืองไทยมีร้านอาหารมากมายแล้ว สินค้าของบริษัทฯ ยังตอบสนองนโยบายลดการใช้พลาสติกของรัฐบาลไทย และกระแสผู้บริโภคที่รักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น ดังนั้น หลังจากสถานการณ์โรคโควิด-19 คลี่คลายลง บริษัทฯ มีแผนที่จะลงทุนตั้งโรงงานผลิตในไทยในอีก 1- 2 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ บริษัท ฮิโรเสะฯ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในจังหวัดชิมาเนะ ประกอบธุรกิจจำหน่ายและส่งออกสินค้าทุกชนิดซึ่งทำจากไม้หรือไม้ไผ่ เช่น ไม้เสียบอาหาร/ไอศกรีมแท่ง ช้อนส้อม ตะเกียบ โดยมียอดขายเป็นอันดับ 1 ของญี่ปุ่น และได้มีการขยายการลงทุนในอาเซียน คือ ประเทศเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และไทย

อบจ.พัทลุง​ จัดสรรงบ 1 ล้านบาท ซื้อถุงยังชีพ 2,000 ถุง ช่วยเหลือชาวพัทลุงที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

(6 ก.ย.64)​ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ที่โรงยิมเนเซี่ยม 1,000 ที่นั่ง สนามกีฬากลางจังหวัดพัทลุง นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง ร่วมกับ นางสาวสุพัชรี  ธรรมเพชร ผู้ช่วยเลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และหัวหน้าส่วนราชการมอบถุงยังชีพ จำนวน 2,000 ชุด ผ่านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในเขตจังหวัดพัทลุง​ นำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้ง 11 อำเภอ 

นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง  กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง ได้ตระหนักและให้ความสำคัญในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในด้านการดำรงชีพของประชาชนชาวพัทลุงที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ (COVID-19) 

ทาง อบจ. จึงได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 1,000,000 บาท เพื่อจัดหาถุงยังชีพ จำนวน 2,000 ชุด ช่วยเหลือประชาชนที่ได้ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว

นายก อบจ.พัทลุง ยังกล่าวด้วยว่า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิดที่ผ่านมา ทาง​ อบจ.​ ได้ร่วมมือกับทาง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง โรงพยาบาลพัทลุง  และทางจังหวัดในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิดมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดซื้อวัสดุและอุปกรณ์การแพทย์มอบให้กับโรงพยาบาลต่างๆ การจัดซื้อหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ สเปรย์แอลกอฮอล์ ช่วยเหลือประชาชนผ่านทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ฯลฯ 

ส่วนในกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทำไม  อบจ.พัทลุง​ ไม่พิจารณาจัดซื้อวัคซีนมาฉีดให้กับประชาชนนั้น นายวิสุทธิ์ฯ นายก อบจ.ได้ชี้แจงว่า จากการหารือกับทางจังหวัดได้รับการยืนยันว่า ในเดือน ตุลาคม 2564 ที่จะถึงนี้จะมีการฉีดวัคซีนให้ประชาชนเกือบ 100  เปอร์เซ็นต์​

ส่วนในเดือน พฤศจิกายน 2564 ก็จะมีการฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนด้วย จึงไม่ต้องการทำงานซ้ำซ้อนกัน และที่สำคัญนั้นทาง อบจ.พัทลุงมีงบประมาณที่จำกัด ซึ่งในปีงบประมาณ 2564 นี้ ทางรัฐบาลยังค้างการจัดสรรงบประมาณให้ อบจ.พัทลุงมากกว่า 50 ล้านบาท

​​​​​​

บันทึกความร่วมมือ โครงการนำร่องการเชื่อมโยงข้อมูลและส่งต่อข้อมูลผู้เสียหายเพื่อให้คำปรึกษาแนะนำช่วยเหลือผู้เสียหายและครอบครัว ระหว่าง ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง กับสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ

(6​ ก.ย.​ 64) นางอโนชา ชีวิตโสภณ อธิบดีผู้พิพากษา ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และพันตำรวจเอกกฤษฎางค์ จิตตรีพล ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ ได้ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) โครงการนำร่อง การเชื่อมโยงข้อมูลคดีและส่งต่อข้อมูลผู้เสียหายเพื่อให้คำปรึกษาเพื่อแนะนำช่วยเหลือผู้เสียหายและครอบครัวกลาง ระหว่าง ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางและสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ

โดยมีเจตจำนงที่จะร่วมมือและสนับสนุนการให้คำปรึกษา​ เพื่อแนะนำช่วยเหลือผู้เสียหายและครอบครัว ให้ได้รับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพตามกฎหมาย อำนวยความสะดวกในการเชื่อมโยงข้อมูลคดีเยาวชนและครอบครัวระหว่างหน่วยงานในการให้คำปรึกษา​ เพื่อแนะนำช่วยเหลือผู้เสียหาย และครอบครัวในโอกาสแรกที่มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจ ในรูปแบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (Video Conference) หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น และแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน เกิดความสะดวก รวดเร็ว ผู้เสียหายและครอบครัวได้รับการคำปรึกษา แนะนำและช่วยเหลือเยียวยาในทันทีสอดคล้องกับนโยบายประธานศาลฎีกา ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 5 อาคารศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เขตจตุจักรกรุงเทพมหานคร 

การนี้​ ได้รับเกียรติจาก นางอุไรรัตน์ น้อยสุวรรณ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นายภัทรศักดิ์ ศิริสินธว์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นางวิรา ยากะจิ ณ พิกุล รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นางสาวอัมภัสชา ดิษฐอำนาจ เลขานุการศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และผู้แทนหน่วยงานเข้าร่วมในพิธีดังกล่าว

'กลุ่มนักเรียนเลว' นัดหยุดเรียนออนไลน์ 6-10 ก.ย. นี้ พร้อมทั้งประกาศ 5 ข้อเรียกร้อง เร่งรัฐรีบดำเนินการ

แฮชแท็ก #ไม่เรียนออนไลน์แล้วอิสัส กลับมาติดเทรนด์ร้อนแรงในทวิตเตอร์ไทยอีกครั้ง หลังจากที่กลุ่มนักเรียนเลว ออกมาเชิญชวนหยุดเรียนออนไลน์ (Strike) ซึ่งวันนี้เป็นวันแรก โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 6-10 ก.ย. 64 เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อการเรียนออนไลน์ที่กดทับพวกเขา

โดยเพจ 'นักเรียนเลว' ระบุว่า เปิดใช้งานแล้ว! ตลอด 5 วัน เว็บไซต์ลงชื่อขาดเรียน นับจำนวนคน Strike แบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มพลังในการกดดันผู้มีอำนาจให้ทำตามข้อเรียกร้องของพวกเรา ใครหยุดเรียนแล้ว มาเช็กขาดกันได้เลย https://badstudent.co

ขณะเดียวกัน สังคมทวิตเตอร์ ก็มีกลุ่มนักเรียนเข้ามาแสดงความเห็นและปัญหาที่พบเจอขณะเรียนออนไลน์ ด้าน https://badstudent.co เริ่มมีนักเรียนเข้ามาเช็กชื่อหยุดเรียนออนไลน์แล้ว 2,430 คน 

ด้าน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.พรรคก้าวไกล ก็ได้โพสต์ทวิตเตอร์ @wirojlak ระบุว่า การแก้ไขเบื้องต้น คือ การปรับลดวิชาเรียน ให้เหลือเฉพาะวิชาหลัก ส่วนวิชาอื่น ๆ ให้งดไปก่อน แล้วไปจัดกิจกรรมแบบบูรณาการแทน ตอนที่เปิดเรียนได้ 

สำหรับการนัดหยุดเรียนครั้งนี้ ทางกลุ่มนักเรียนเลวมีข้อเรียกร้องต่อปัญหาการเรียนออนไลน์ ดังนี้... 

1.) กระทรวงศึกษาธิการต้องออกคำสั่งปรับลดตัวชี้วัด ชั่วโมงการเรียน ภาระงานของครูและนักเรียนให้ชัดเจน รวมไปถึงปรับหลักสูตรการศึกษาให้เหมาะสมกับสถานการณ์การเรียนออนไลน์ในปัจจุบันโดยทันที

2.) กระทรวงศึกษาธิการต้องจัดให้มีผู้เชี่ยวชาญในการช่วยเหลือและเยียวยาสภาพจิตใจนักเรียนจากการเรียนออนไลน์ที่มีความเคร่งเครียดมากกว่าปกติ รวมทั้งจัดให้มีช่องทางการรายงานปัญหาต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบ และหาทางแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและใช้งานได้จริง

3.) ในกรณีที่สถานศึกษายังไม่สามารถเปิดทำการเรียนการสอนได้ เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถจัดหาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพมาฉีดให้กับประชาชนได้อย่างทั่วถึง กระทรวงศึกษาธิการต้องจัดหาอุปกรณ์การเรียนออนไลน์ กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ต และเยียวยาค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริงอย่างเร่งด่วนและทั่วถึง

4.) กระทรวงศึกษาธิการต้องเร่งทำให้การศึกษามีคุณภาพอย่างทั่วถึงโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยอาจมีการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการศึกษา พักชำระหนี้การศึกษา และจัดหาสวัสดิการในเบื้องต้นให้กับนักเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้มีนักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษาไปมากกว่านี้

5.) รัฐบาลต้องนำวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงมาฉีดให้นักเรียน นักศึกษา บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนทั่วไป โดยต้องมีการเปิดเผยข้อมูล สัญญา และรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดซื้อวัคซีนอย่างโปร่งใส และดำเนินการฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด เพื่อให้ระบบการศึกษา สังคม และเศรษฐกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้

ข้อเรียกร้องเหล่านี้ เป็นสิ่งพื้นฐานที่นักเรียนควรได้รับตั้งแต่แรก แต่เมื่อเขาไม่ให้เราจึงต้องเรียกร้อง การสไตรค์ในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการแสดงความไม่พอใจต่อการเรียนออนไลน์แล้ว ยังมีข้อเรียกร้องที่เราทุกคนต้องช่วยกันผลักดันให้เกิดขึ้น 6-10 กันยายนนี้ ร่วมทวงคืนชีวิตวัยเด็กของเรากลับมา!


ที่มา : https://www.thaipost.net/main/detail/115755
https://www.naewna.com/likesara/600155
https://www.facebook.com/104541321337821/posts/369599871498630/

เพจไทรักษา โพสต์ข้อความขอโทษแทนคนไทย หลังมีกลุ่มด้อยค่าวัคซีน ย้ำ เป็นเพียงแค่บางกลุ่มเท่านั้น

ไม่นานมานี้ เพจเฟซบุ๊ก 'ไทรักษา' ได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพว่า... 

จากที่ สถานเอกอัคราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก ในเรื่องที่คนไทยบางกลุ่ม "กำลังด้อยค่าวัคซีน Sinovac ของจีน" 

พวกเรา...ในฐานะเด็กรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในสังคม ก็รู้สึกเศร้าใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นร่วมกับคนไทยอีกมากมายเช่นกัน 

วันนี้เราจึงต้องมาแสดงออก เพื่อขอบคุณพี่น้องชาวจีนในความรักและน้ำใจที่มีให้คนไทยโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ เลย...

ในตอนนี้ เราทุกคนต่างรับรู้กันดีแล้วว่า ไม่มีวัคซีนยี่ห้อไหนที่ดีที่สุด และเราคนไทยก็กำลังเข้าใจไปในทางที่ดีแล้ว 

ขอชี้แจงกับพี่น้องชาวจีน และสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยว่า... 

>> คนไทยที่ด้อยค่าวัคซีนของจีน เป็นเพียงคนกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น ไม่ใช่การแสดงออกของคนไทยทั้งหมด

พวกเรา จึงขอออกมาส่งเสียงแทนคนไทยอีกนับล้าน ๆ คน เพื่อเอ่ยคำขอโทษต่อพี่น้องชาวจีน พร้อมกับคำมั่นสัญญา ว่าเราจะรักและจริงใจต่อกันเสมอไม่เปลี่ยนแปลง จากคนไทย จากประเทศไทยค่ะ 好朋友 ... 

#ขอโทษพี่น้องชาวจีน
#ประเทศไทย
#Sinovac

ทั้งนี้ ทางเพจยังได้โพสต์เพิ่มเติมอีกว่า... 

เพิ่งได้ทราบข่าวเมื่อสักครู่ว่า "เสียงขอบคุณและคำขอโทษ" จากพวกเราคนไทยทุกคน ที่ได้ช่วยกันส่งไปถึงพี่น้องชาวจีน เริ่มถูกเผยแพร่ในโซเชียลของประเทศจีนแล้วครับ


ที่มา : https://www.facebook.com/112605123796060/posts/354831459573424/

รองผอ.สำนักพุทธ ชี้!! เทศน์ผ่านไลฟ์ของ 'พระมหาสมปอง-พระมหาไพรวัลย์' เป็นไปตามยุคสมัย แต่เจ้าอาวาสจะพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่ เปิดพ.ร.บสงฆ์ ให้อำนาจพิจารณาโทษได้

กระแสการไลฟ์เฟซบุ๊กของ 'พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ' และ 'พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต' พระภิกษุวัดสร้อยทอง กทม. เป็นที่นิยมและสร้างความฮือฮาต่อเนื่อง 2 คืนที่ผ่านมา ยอดผู้ชมไลฟ์เกิน 2 แสนคน ด้วยการไลฟ์พูดคุยที่มีความบันเทิงเป็นเนื้อหาหลัก สอดแทรกธรรมะประปราย ลีลาท่าทางการพูดคุย ขบขันบันเทิง ศัพท์ภาษาแสลงที่ใช้ภาษาวัยรุ่น ยุคโซเชียลมีเดีย หยอก กัดกัน เน้นอารมณ์ขัน จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ บ้างตั้งข้อสังเกตถึงความสำรวมในสมณเพศ และวินัยสงฆ์

นายสิปป์บวร แก้วงาม รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) มองว่า การตัดสินว่าผิดหรือไม่ผิดวินัยสงฆ์ ไม่ใช่หน้าที่ของสำนักพุทธศาสนา แต่เป็นหน้าที่ของเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ คือ 'เจ้าอาวาส' ที่เป็นผู้บังคับบัญชาขั้นต้นของพระทั้ง 2 รูป 

"พระสองรูปนี้ไม่ได้เป็นเจ้าคณะปกครอง ท่านเป็นเพียงพระลูกวัดวัดหนึ่ง เพราะฉะนั้นหน้าที่โดยตรงที่จะต้องพิจารณาว่าเรื่องนี้เหมาะหรือไม่เหมาะ ก็คือ เจ้าอาวาสวัดที่เป็นผู้บังคับบัญชาชั้นต้นของพระสองรูปนี้"

"ท่านจะต้องพิจารณาว่าที่พระในปกครองของท่านได้ทำการเผยแผร่รูปแบบพระพุทธศาสนาในรูปแบบนี้มันเหมาะสมหรือไม่ มันมีอะไรควรและมีอะไรไม่ควรก็เป็นเรื่องของทางเจ้าอาวาสที่จะต้องใช้ดุลยพินิจวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วน" รองผอ.พศ. กล่าว

นอกจากนี้ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ยังบอกอีกว่า ส่วนตัวมองว่าการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว เมื่อวันเวลาผ่านไป ยุคสมัยเปลี่ยนไป คงไม่มีใครอยากนั่งฟังธรรมแบบยุคก่อน แต่สิ่งสำคัญในความเป็นพระภิกษุสงฆ์คือ 'ความสำรวม' ซึ่งตนเองเชื่อว่าประชาชนสามารถพิจารณาได้เองว่าพระทั้ง 2 รูป ที่เผยแผ่พุทธศาสนาผ่านไลฟ์สดนั้นมีความเหมาะสมหรือไม่ ส่วนตัวจะไม่ไปวิเคราะห์แทน

ขณะที่ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ได้บัญญัติไว้ชัดเจนในมาตรา 38 ว่า เจ้าอาวาสมีหน้าที่อบรมบ่มนิสัยบรรพชิตและคฤหัสถ์ให้ตั้งอยู่บนความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา และหากบรรพชิตและคฤหัสถ์ไม่อยู่ในโอวาทของเจ้าอาวาส เจ้าอาวาสสามารถขับให้เสียจากวัดได้

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  (พศ.) ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่า เท่าที่ดูแล้วไม่ถือว่ามีความผิดวินัยรุนแรงของพระสงฆ์ ทั้งนี้ พศ. มอบหมายให้ นายสิปบวร โฆษกพศ. เป็นผู้ดูแลเรื่องนี้ แต่โดยหลักขั้นตอนเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพงทำหน้าที่รักษาการณ์เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ซึ่งแม้ไม่ได้แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีอำนาจเต็มที่จะปกครองสั่งการอย่างหนึ่งอย่างใดได้ตามเห็นสมควร


ที่มา : https://www.pptvhd36.com/news/สังคม/155665
https://ch3plus.com/news/program/256408

‘บิ๊กบี้’ นำถก ผบ.หน่วยฯ สรุปผลงาน 1 ปี ช่วยเหลือ ปชช. ปรับขีดความสามารถ ทบ. รับมือโควิดควบคู่การ ‘พิทักษ์พล’ ไม่ให้ติดเชื้อ พร้อมขอบคุณทหารเกษียณฯ ก.ย.64ทำงานเพื่อ ทบ.-ประเทศ ยาวนาน เป็นผู้มีความรู้มีประสบการณ์ ให้คำแนะนำแก่หน่วยทหารได้

พล.ท. สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกในวันนี้ (6 ก.ย. 64) ซึ่งพล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานการประชุมผ่านระบบออนไลน์ โดยได้กล่าวถึงการปฏิบัติงานของกองทัพบกในรอบปีที่ผ่านมา พร้อมขอบคุณผู้บังคับหน่วยและกำลังพลทุกนายที่ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนภารกิจของรัฐบาล ดูแลประชาชนได้อย่างเรียบร้อย ถือเป็นสิ่งที่ยืนยันในความพร้อมจากการฝึกฝนและเตรียมการของกองทัพบกภายใต้สถานการณ์ที่มีความท้าทายเป็นอย่างมาก 

ทั้งการช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติ การช่วยเหลือเกษตรกร การแก้ไขสถานการณ์ภัยแล้งและไฟป่า การสกัดกั้นยาเสพติดสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กองทัพบกได้ปฏิบัติอย่างเต็มที่ ในการช่วยเหลือประชาชน การสนับสนุนการปฏิบัติงานของกระทรวงสาธารณสุข ได้นำทรัพยากรทุกอย่างที่มีทั้งกำลังพล สิ่งอุปกรณ์ ความรู้ขีดความสามารถทางทหารมาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์โควิด สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในความช่วยเหลือจากภาครัฐ 

ซึ่งกองทัพบกยังคงดำรงการปฏิบัติในเรื่องดังกล่าวให้สอดคล้องตามสถานการณ์ต่อไป ควบคู่ไปกับมาตรการพิทักษ์พลเพื่อป้องกันการติดเชื้อภายในหน่วยทหารและกำลังพล ที่หน่วยทหารของกองทัพบกจะยังคงมีความเข้มงวดและไม่ผ่อนปรนมาตรการเร็วเกินไป เพื่อรักษาระดับการป้องกันโควิด-19 และคงความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ การดำเนินชีวิต รวมทั้งการนำบทเรียนจากการปฏิบัติงานในช่วงโควิดที่ผ่านมาเพื่อประยุกต์ใช้ในการฝึกศึกษาทางทหารภายใต้สถานการณ์โรคอุบัติใหม่ที่ยังคงมีอยู่  

การประชุมในวันนี้ ผู้บัญชาการทหารบกให้ความสำคัญกับการปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน เน้นย้ำภารกิจสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย ยาเสพติด แรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นไปตามขั้นตอน ภายใต้ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งการดูแลพื้นที่ชายแดนด้วยเครื่องมือและระบบเฝ้าตรวจอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ความมั่นคงและสงบสุขในพื้นที่ชายแดนจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนและสนับสนุนการป้องกันโรคได้อีกทางหนึ่ง โดยให้กองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบกดำเนินการควบคู่ไปกับการติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาค และความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน

สำหรับการทำงานของกองทัพบกในรอบปีที่ผ่านมาที่ได้มีการพัฒนาระบบคัดเลือกกำลังพลเข้าปฏิบัติราชการ โดยเฉพาะให้โอกาสทหารกองประจำการและผู้ที่มีใจรักในอาชีพทหาร ได้เข้ามาสู่ระบบการคัดสรรอย่างทั่วถึง ซึ่งนโยบายดังกล่าวจะยังคงเดินหน้าต่อโดยจะเพิ่มระบบการคัดเลือกเข้าเป็นทหารแบบรวมการ เพื่ออำนวยความสะดวกการสมัครสอบเป็นกำลังพลประเภทต่างๆ ได้ในครั้งเดียว สอดรับกับนโยบายให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลได้มีโอกาสเข้าถึงระบบการคัดเลือกมากขึ้น 

ส่วนในช่วงฤดูฝนนี้ ผู้บัญชาการทหารบกกำชับให้หน่วยทหารได้ติดตามสถานการณ์น้ำและเตรียมแผนการช่วยเหลือประชาชนทั้งในด้านกำลังพล เครื่องมือ รวมถึงการประสานและสนับสนุนหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ย้ำว่าการดำเนินการบรรเทาสาธารณภัยใดๆ ต้องตระหนักถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ภายใต้มาตรการป้องกันการติดเชื้อ ทั้งกับประชาชนและผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ  

ผู้บัญชาการทหารบกได้ใช้วาระการประชุมในครั้งนี้กล่าวขอบคุณผู้ที่เกษียณอายุราชการในเดือนกันยายน 2564 ถือว่าเป็นผู้ที่ทำคุณประโยชน์และได้ใช้ช่วงเวลาของการรับราชการปฏิบัติงานเพื่อกองทัพบก ประชาชนและประเทศชาติมาอย่างยาวนาน ขอให้ทุกหน่วยดูแลให้ทุกท่านเกษียณอย่างมีสุขภาพที่ดี ทั้งนี้ ผู้เกษียณอายุราชการเป็นผู้มีความรู้มีประสบการณ์ สามารถที่จะให้คำแนะนำคำปรึกษาแก่หน่วยทหาร และถือว่าเป็นครอบครัวของกองทัพบกตลอดไป

บราซิลประกาศระงับการใช้วัคซีนซิโนแวคกว่า 12 ล้านโดส หลังตรวจพบว่าผลิตจากโรงงานที่ไม่ได้รับอนุญาต

อันวิซา (Anvisa) ผู้ควบคุมกฎระเบียบด้านสาธารณสุขแห่งรัฐบาลกลางบราซิล เมื่อวันเสาร์ (4 ก.ย.) ระงับใช้วัคซีนโควิด-19 ที่พัฒนาโดยซิโนแวค ไบโอเทค บริษัทสัญชาติจีนกว่า 12 ล้านโดส หลังพบว่ามันผลิตโดยโรงงานที่ไม่ได้อนุญาตแห่งหนึ่ง

ถ้อยแถลงของอันวิซา ระบุว่า พวกเขาได้รับแจ้งจากสถาบันบูตันตัน ของรัฐเซาเปาลู ศูนย์ชีวการแพทย์ที่ร่วมมือกับซิโนแวค ในการผลิตและทดสอบวัคซีนโควิด-19 ในบราซิล ว่ามีวัคซีนจากโรงงานดังกลาวส่งมายังบราซิล 25 ล็อต หรือ 12.1 ล้านโดส

"แผนกการผลิตไม่ได้ผ่านการตรวจสอบและไม่ได้รับการรับรองจากอันวิซา ในการอนุมัติใช้วัคซีนที่กล่าวถึงในกรณีฉุกเฉิน" คณะผู้ควบคุมกฎระเบียบด้านสาธารณสุขแห่งรัฐบาลกลางบราซิลระบุ พร้อมบอกว่า "คำสั่งแบนเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงความเป็นไปได้ที่จะก่อความเสี่ยงแก่ประชาชน"

สถาบันบูตันตันยังได้แจ้งต่ออันวิซาด้วยว่าวัคซีนอีก 17 ล็อต รวมแล้ว 9 ล้านโดส ที่ผลิตในโรงงานเดียวกันกำลังมุ่งหน้ามายังบราซิล

ระหว่างคำสั่งแบนเป็นเวลา 90 วัน อันวิซาจะดำเนินการตรวจสอบโรงงานและหาคำตอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับความปลอดภัยของกระบวนการผลิตในโครงการจ่ายวัคซีนของบราซิลในช่วงต้นปี วัคซีนส่วนใหญ่ที่ดำเนินการฉีดให้แก่ประชาชนก็คือจากซิโนแวค ก่อนจะเข้าถึงวัคซีนจากผู้ผลิตอื่น ๆ หลังจากนั้น

เมื่อวันเสาร์ (4 ก.ย.) บราซิล รายงานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จำนวน 21,804 ราย และเสียชีวิตเพิ่ม 692 คน


(ที่มา : รอยเตอร์)
https://mgronline.com/around/detail/9640000087980

อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความ 'ระวังบาป!' กรณีมีคนกล่าวหา 'มหาสมปอง-มหาไพรวัลย์' อลัชชี

6 ก.ย. 64 นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การกล่าวหา พระมหาสมปองและพระมหาไพรวัลย์ว่าเป็นอลัชชีนั้น เป็นบาป 

ที่ท่านมหาทั้งสอง พูดจาในเชิงตลกโปกฮาบ้าง ก็เป็นบุคลิกส่วนตัวของท่าน 

ยังไม่ปรากฏว่าท่านล่วงละเมิดพระวินัย โดยเฉพาะในข้อปาราชิก ท่านจึงดำรงฐานะเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา อันควรต้องให้ความเคารพ

อัธยาศัยของพระภิกษุแต่ละรูปนั้น เป็นวิบากของแต่ละท่านที่ตกทอดมา บางรูปก็มีอุปนิสัยออกไปทางโลภะ บ้างก็โทสะ บ้างก็โมหะ บ้างก็ฟุ้งไป

แต่ตราบใดที่ท่านยังประพฤติพรหมจรรย์ ดำรงตนอยู่ในพระวินัยแห่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็ยังเป็นพระภิกษุ และหลายรูปก็บรรลุมรรคผลภูมิธรรมขั้นสูงในพระศาสนาให้ปรากฏมาแล้ว สำหรับท่านพระมหาสมปองและพระมหาไพรวัลย์เอง เมื่อได้ยินเสียงติเตียนแล้ว ก็พึงพิจารณาด้วยปัญญาของท่านเถิดว่า การใดเป็นโลกาวัชชะ การใดเป็นที่ตั้งแห่งความเคารพสักการะศรัทธา ในพระพุทธศาสนา ตอนนั้นท่านพึงทำเถิด

ถ้าท่านมหาทั้ง 2 รูป สนใจจะสนทนาธรรมกันก็ขอนิมนต์ไว้ ณ ที่นี้


ที่มา : https://www.thaipost.net/main/detail/115756

'สี จิ้นผิง' ดันนโยบาย Common Prosperity บีบคนรวยช่วยคนจน ลดความเหลื่อมล้ำ บริษัทยักษ์ใหญ่ในจีนต่างขานรับแบบไม่อิดออด

รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน แห่ง วช. ได้โพสต์ลงเฟซบุ๊กว่า... 

#บีบคนรวยช่วยคนจน แนวคิด Common Prosperity #ลดเหลื่อมล้ำแบบจีน แนวคิดนี้ริเริ่มโดยเหมาเจ๋อตงถูกนำมาลงมือทำอย่างจริงจังในยุคสีจิ้นผิง #จัดระเบียบความรวย เพื่อให้ “มั่งคั่งร่วมกัน” ได้รับการขานรับจากมหาเศรษฐีจีนผู้ก่อตั้งบริษัทยักษ์ใหญ่และบรรดาบิ๊กเทคในจีนเป็นอย่างดี #น้อมรับไม่งอแง  

#รวยแล้วต้องแทนคุณแผ่นดิน การตั้งโครงการหรือกองทุนเพื่อช่วยเหลือสังคมด้านต่าง ๆ ของบริษัทที่รวยแล้วของจีน เพื่อหันมาช่วยคนจีนที่ด้อยโอกาสมากขึ้น โดยเน้นช่วยใน 3 หลักประกันขั้นพื้นฐานและจำเป็นที่สีจิ้นผิงประกาศให้คนจีนต้องเข้าถึงและรับบริการได้ครบ คือ การศึกษาขั้นพื้นฐาน Education การเข้าถึงสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน Healthcare และที่อยู่อาศัย Housing 

ตัวอย่างโครงการ/นโยบายช่วยเหลือสังคมของมหาเศรษฐีจีนหรือบริษัทมั่งคั่ง #รวยแล้วต้องแบ่งปัน เช่น... 

-- #Alibaba ตั้งงบ 100,000 ล้านหยวน (US$15.5 billion) เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมกันในจีน ระยะโครงการถึงปี 2025 ผ่านการโปรโมทการลงทุนในเทคโนโลยี ช่วยสนับสนุนบริษัทขนาดเล็ก ช่วยพัฒนาชนบท ช่วยบริษัทขนาดเล็กขยายกิจการไปต่างประเทศ จ้างงานให้เสริมรายได้พิเศษสำหรับผู้ไม่ได้ทำงานประจำ รวมทั้งพนักงานส่งของหรือคนขับรถ

-- #Pinduoduo นาย Chen Lei ประธานและซีอีโอของบริษัทฯ ประกาศว่า บริษัทจะตั้งงบ 10,000 ล้านหยวน​ (US$1.5 billion) เพื่อสนับสนุนโครงการด้านการเกษตรเพื่อช่วยคนชนบทที่มีรายได้ต่ำกว่าคนเมือง มี income gap ห่างกัน 3 เท่า

-- #Tencent ประกาศตั้งกองทุนอีก 7,700 ล้าน US$ เพื่อช่วยคนมีรายได้น้อย ให้ความช่วยเหลือด้านสุขภาพ สนับสนุนการพัฒนาของชนบท และการศึกษาของชาวบ้านชนบท

-- #Geely บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีน จะแจกหุ้น 1.67ล้าน ให้กับพนักงาน 10,884 คน

รวมทั้งมหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง #Meituan บริษัทจัดส่งอาหารรายใหญ่ของจีนก็ขานรับที่จะทำโครงการช่วยผู้อื่นและยกย่องชื่นชมนโยบาย Common Prosperity ของสีจิ้นผิง

สีจิ้นผิงใช้แนวคิด #CommonProsperity หวังจะบีบคนรวยช่วยคนจน เพื่อลดปัญหารวยกระจุก #IncomeGap และเพื่อบีบคนรวยแล้วต้องแบ่งปัน #รวยแล้วต้องมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างเสถียรภาพทางสังคมในระยะยาว จะสำเร็จหรือไม่ เกาะติดกันค่ะ

共同繁荣  gong tong fan rong อ่านว่า “ก้ง ถง ฝัน หรง” #มั่งคั่งไปด้วยกัน

#เหมาเจ๋อตงริเริ่ม #สีจิ้นผิงลงมือทำ 
"Common prosperity" was first mentioned in the 1950s by Mao Zedong, founding leader of what was then an impoverished country, and repeated in the 1980s by Deng Xiaoping, who modernized an economy devastated by the Cultural Revolution.

#ใครรวยได้รวยก่อน ยุคเติ้งเสี่ยวผิง
Deng said that allowing some people and regions to get rich first would speed up economic growth and help achieve the ultimate goal of common prosperity.

China became an economic powerhouse under a hybrid policy of "socialism with Chinese characteristics", but it also deepened inequality, especially between urban and rural areas, a divide that threatens social stability.


Credit : 
https://www.scmp.com/tech/big-tech/article/3147185/chinas-big-tech-answers-xis-call-common-prosperity-tencent-meituan
และ
https://www.reuters.com/world/china/what-is-chinas-common-prosperity-drive-why-does-it-matter-2021-09-02/


ที่มา: ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น
https://www.facebook.com/1037140385/posts/10223890601746410/?d=n

'นิพิฏฐ์' โพสต์ข้อความ ฟังธรรมต้องฟังให้เกิดปัญญา ลั่น!! ท่านไม่สำรวม อายศาสนาอื่น

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก หัวข้อ เพราะมีเรา จึงมีสงฆ์ โดยระบุรายละเอียดว่า ปกติผมไม่ค่อยเขียนเรื่องพระหรอก แต่วันนี้ ต้องเขียน เพราะมีคนถามมาเยอะในฐานะที่ ผมเป็นนักการเมืองไม่กี่คนที่ได้รับพระราชทานรางวัล "เสาเสมาธรรมจักร" จึงขอแสดงความเห็นบ้าง ตามสมควร 

1.) พระพุทธองค์ทรงฝากศาสนาไว้กับภิกษุ, ภิกษุณี, อุบาสก, อุบาสิกา มิได้ฝากไว้กับสงฆ์ผู้เป็นสาวกเพียงอย่างเดียว เราเป็นผู้อุปถัมภ์สงฆ์ให้ท่านมีเวลาศึกษาพระธรรมวินัยเพื่อมาสั่งสอนเรา เพราะมีเราจึงมีสงฆ์ ไม่มีเราก็ไม่มีสงฆ์ สงฆ์ท่านจึงควรรับฟังเราบ้าง

2.) ถ้าสิ่งไหนที่สงฆ์ท่านทำแล้วเป็นความสุขของท่าน ก็ให้ท่านทำไปเถอะ ผมก็ไม่อยากไปขัดความสุขของท่าน เห็นท่านพูดคุยหัวเราะร่วนกันเชียว ถ้าให้ผมเขียนตรง ๆ ก็คือ "ท่านไม่สำรวม" ผมอายคนในศาสนาอื่น กลัวเขาจะหมิ่นเอาได้ว่าสงฆ์ของเราสอนธรรมด้วยอาการไม่สำรวมอย่างนี้หรือ

3.) สำหรับชาวบ้านอย่างเรา ผมขอแนะนำให้อ่านหนังสือ "พุทธธรรม" ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เลือกอ่านบางเล่ม บางบท ถือเป็นหนังสือ 1 ใน 100 เล่มที่คนไทย "ต้องอ่าน" ครับ หนังสือ "พุทธรรม" ไม่ต้องหาซื้อ เข้าไปใน google แล้วพิมพ์คำว่า "หนังสือพุทธธรรม" แล้วโหลดอ่านได้เลย สะดวกสบาย ถ้าให้ผมแนะนำ ผมแนะนำให้อ่านภาค 3 อารยธรรมวิถี ตอนที่ 6 ชีวิตที่ดีเป็นอย่างไร ก็น่าจะพอแล้วสำหรับการเกิดมาในโลกนี้และได้พบพระพุทธศาสนา 

4.) ส่วนท่านใดจะฟังพระสงฆ์ท่านใดพูดสนุก ๆ คลายเครียด ก็ฟังไปครับ แต่สำคัญสำหรับชาวพุทธต้องฟังให้เกิด "ปัญญา" ด้วย ถ้าฟังแล้วสนุก แต่ไม่เกิดปัญญา นั่นไม่ใช่คำสอนของพระพุทธองค์ แต่เป็นการพูดตลกของพระ ก็ไม่ว่าไร ผมไม่กล้าว่าใครหรอก

ผมอาจจะพลาดตรงที่ผมไม่เคยฟังพระคุณเจ้าท่านอื่นสอนธรรม ก็ต้องกราบนมัสการขออภัยไว้ตรงนี้  ผมคงอายุมากแล้วจึงไม่มีเวลาฟังธรรมของพระสงฆ์ท่านอื่นมากนัก จึงอ่าน/ฟัง เฉพาะคำสอนหลวงพ่อพุทธทาส กับ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) เท่านั้น


ที่มา : https://www.facebook.com/100000777267045/posts/4244908312211702/
https://www.thaipost.net/main/detail/115748

ประวัติศาสตร์ที่น่าภาคภูมิของทัพพาราลิมปิกไทย 'พงศกร แปยอ' ผู้คว้า 3 เหรียญทองจากการแข่งขัน Wheelchair Racing ในโตเกียวพาราลิมปิก 2020

แม้จะอยู่ท่ามกลางวิกฤตการระบาดของโรคโควิด-19 แต่ทัพนักกีฬาพาราลิมปิกไทย ก็ทำผลงานได้น่าประทับใจในโตเกียวพาราลิมปิก 2020 (Paralympic Tokyo 2020) ตั้งแต่ต้นจนจบ 

เริ่มตั้งแต่การผ่านคัดเลือกเข้าไปร่วมแข่งขันมากถึง 74 คนซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าพาราลิมปิกทุกครั้งที่ผ่านมา และยังคว้ามาได้ถึง 18 เหรียญ ดันไทยขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 25 ของตารางสรุปเหรียญ

ถึงกระนั้น มหกรรมกีฬาคนพิการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง 'พาราลิมปิกเกมส์' ที่จัดขึ้นครั้งที่ 16 โตเกียว 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ก็มักจะทำให้เห็นภาพเดิม ๆ นั่นคือการได้รับความสนใจและชื่นชมจากคนไทยและสื่อไทยน้อยมาก ทั้ง ๆ ที่พวกเขาสามารถสร้างทั้งความภูมิใจในตนเอง ให้รู้สึกว่าชีวิตมีค่า รวมถึงสามารถเป็นตัวแทนประเทศไทยไปสร้างชื่อเสียงได้ในระดับโลก ที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย

ดังนั้น การที่ 'พงศกร แปยอ' ได้กลายเป็นนักกีฬาคนแรกของไทยที่คว้า 3 เหรียญทองรวดจาก Wheelchair Racing ระยะ 100, 400 และ 800 เมตร พร้อมทำลายสถิติสำคัญของโลกได้หมดทั้ง 3 รายการ จึงไม่ใช่เรื่องธรรมดา และไม่ควรเป็นเรื่องธรรมดาที่สังคมไทยจะเพิกเฉย 

ต่อจากนี้ไป การหันมามองและให้ความสำคัญแก่พวกเขาที่มิใช่เพียงแค่ พงศกร แต่ยังรวมถึงฮีโร่พาราลิมปิกไทยทุกคนนั้น ควรมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นกว่านี้

สำหรับประวัติพอสังเขปของ 'กร' พงศกร แปยอ เป็นเด็กหนุ่มจากจังหวัดขอนแก่น เกิดวันที่ 1 ธันวาคม 2539 วัย 24 ปี โดยเจ้าตัวเป็นโปลิโอขาทั้งสองข้างตั้งแต่กำเนิด และเริ่มเล่นกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งตั้งแต่อายุได้ 13 ปี จากนั้นอาจารย์ สากล ทัพสมบัติ ที่สนิทกันชักชวนให้ไปแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 30 "นครสุโขทัยเกมส์" เมื่อปี 2552 และประเดิมด้วยการคว้า 2 เหรียญทองแดงรายการ 100 ม. กับ 400 ม. ทันที ก่อนที่เจ้าตัวจะเริ่มคัดติดเป็นนักกีฬาเยาวชนทีมชาติหลังจากนั้น

ส่วนจุดเริ่มต้นบนเส้นทางทีมชาติชุดใหญ่ของ พงศกร นั้นเกิดขึ้นจากการที่ ประวัติ วะโฮรัมย์, เรวัฒน์ ต๋านะ และ อำไพ เสือเหลือง สามนักวีลแชร์เรซซิ่งดีกรีทีมชาติไทยเห็นแววความสามารถและรูปร่างของหนุ่มน้อยที่ตอนนั้นอายุเพียงน้อยนิด จึงตัดสินใจไปขอพ่อแม่ของ พงศกร เพื่อนำมาดูแลสนับสนุนในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเล่นกีฬาหรือการกินอยู่ พร้อมทั้งสัญญากับทางบ้านของพงศกรว่าจะพยายามปลุกปั้นให้พัฒนาความสามารถจนประสบความสำเร็จให้ได้ 

อีกทั้ง ประวัติ วะโฮรัมย์ เจ้าของ 2 เหรียญทองพาราลิมปิกเกมส์ปี 2016 ยังได้มอบรถวีลแชร์ที่เคยใช้ และสภาพยังดีอยู่ให้ พงศกร เพื่อเข้าแข่งขันรายการต่าง ๆ จนประสบความสำเร็จในช่วงแรก นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ พงศกร จะเริ่มพัฒนาตัวเองหลังจากนั้นและกลายเป็นเบอร์ 1 ของโลกในทุกวันนี้

#ParalympicsTokyo2020


ที่มา : https://www.siamsport.co.th/other/other/view/250086

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=388822782611381&id=100044509866439

https://www.bbc.com/thai/58430656

‘ศรีสุวรรณ’ ร้องเอาผิด 2 พระสงฆ์ไลฟ์ไม่เหมาะ ชี้!! ย่ำยีศาสนา ทำให้เป็นเรื่องตลกขบขัน

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้ทำคำร้องส่งไปยังมหาเถรสมาคม (มส.) ผ่าน ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อขอให้มีบัญชาสอบสวนเอาผิดภิกษุอลัชชี (ผู้ไม่ละอาย) ที่ชอบเล่นโชเขียลมีเดียโดยไลฟ์สดเอาธรรมะมาสอนเป็นเรื่องตลกขบขัน แต่พอมีคนสนใจเข้ามาดูมาก ๆ รวมทั้งมีเพจที่มาคอมเมนท์ขายสินค้า มาโปรโมทแบรนด์ตัวเอง กลับมาทวงถามให้จ่ายค่ามาใช้พื้นที่เพจของตนในขณะไลฟ์สดนั้น

พฤติกรรมดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่า พส. ดังกล่าวมิใช่วัตรปฎิบัติของภิกษุ ที่เป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่มุ่งแสวงหาปรมัติอันเป็นทางหลุดพ้นจากกิเลสสงสาร เพื่อถึงการดับทุกข์ โดยมีพระวินัยบัญญัติที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงให้ภิกษุทุก ๆ รูปที่บวชมาในพระศาสนาต้องปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัยบัญญัติทุกรูป ถ้าทำไม่ได้ก็จะเป็นเพียงคนโกนหัวแล้วเอาผ้ามาห่มตนให้ดูเหลืองคล้ายดั่งพระภิกษุ ที่ไม่สังวรณ์ว่าตนต้องบิณฑบาตเลี้ยงชีพเป็นอาจิณ หาใช่มาแสวงหาเงินทองความร่ำรวยจากการบวชเป็นพระ ที่บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อเหมือนประชาชนทั่วไปเท่านั้น

ข้ออ้างของการไลฟ์สดเพื่อต้องการเผยแพร่ธรรมะให้เท่าทันยุคสมัยโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นคนรุ่นใหม่จะได้เข้าถึงธรรมะได้นั้น เห็นว่าเป็นเพียงข้ออ้างที่ไร้น้ำหนักของเหล่าพระสงฆ์พวกนี้เท่านั้น เพราะคนจะซาบซึ้งในธรรมะต้องมาจากระบบการสั่งสอนอบรมมาตั้งแต่ครอบครัว วัด โรงเรียนร่วมกัน มิใช่มาจากภิกษุที่ทำตนเป็นคณะตลกที่เปลี่ยนหน้าจากหม่ำ เท่ง โหน่ง มาเป็น 2 พระสงฆ์กลุ่มนี้แต่อย่างใด และเชื่อว่าไม่มีใครซาบซึ้งจากข้อธรรมะ ที่นำมาพูดให้ขบขันได้ แต่กลับเป็นการทำให้ศาสนามัวหมองถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์จากเหล่าพระสงฆ์ดังกล่าว โดยสังเกตดูได้จากการโพสต์ทวงเพจต่าง ๆ ที่มาโปรโมทแบรนด์ของตนในขณะที่พระสงฆ์ไลฟ์โดยให้เบอร์พร้อมเพย์ อย่างไม่ละอายต่อพระธรรมวินัย

ตามพระวินัยปิฎก ได้ระบุเอาไว้ในพระมหาวิภังค์ ว่า “อนึ่ง ภิกษุใด รับ ก็ดี ให้รับ ก็ดี ซึ่งทอง เงิน หรือ ยินดีทอง เงิน อันเขาเก็บไว้ให้ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์” อันถือเป็นอาบัติ เป็นโลกวัชชะ หรือการกระทำที่ทำให้ขาวโลกติเตียนได้ และการเผยแพร่ธรรมะด้วยวิธีตลกขบขัน ไม่ปรากฎในพระไตรปิฎกแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้เหล่าพระสงฆ์พวกนี้ก็เคยมีปัญหาจากข้อขัดแย้งเกี่ยวกับค่าตัวที่ไปเป็นวิทยากรในเวทีต่าง ๆ มาแล้ว หรือบางรูปก็ไปช่วยไลฟ์โฆษณาสินค้าต่าง ๆ ด้วย ซึ่งก็เข้าข่ายต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ด้วยเช่นกัน ซึ่งตามหลักพระธรรมวินัยนั้นหากต้องอาบัติลักษณะนี้บ่อยครั้งต้องหลุดจากความเป็นพระดั่งโทษปาราชิกเลยทีเดียว

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ไม่อาจปล่อยให้ภิกษุอลัชชีเหล่านี้กระทำการย่ำยีพุทธศาสนาได้อีกต่อไป จึงส่งคำร้องไปยังมหาเถรสมาคมผ่านสำนักพุทธฯ เพื่อให้มีบัญชาวางกฎเหล็กห้ามภิกษุใด ๆ กระทำเยี่ยงนี้อีกและให้สอบสวนเอาผิดพระสงฆ์ที่ต้องอาบัติซ้ำดังกล่าวเพื่อลงโทษขั้นเด็ดขาด

เมื่อครั้งในหลวง ร.9 ทรงพระราชทานที่ดินทำกินเพื่อเกษตรกร | MEET THE STATES TIMES EP.18

???? “นักการเมืองยื่นปลา พระราชายื่นเบ็ดและชวนขุดบ่อ” เมื่อครั้งในหลวง ร.9 พระราชทานที่ดินและทรงปฏิรูปที่ดินทำกินเพื่อเกษตรกร
???? สะท้อนพระอัจฉริยภาพ! ในหลวงรัชกาลที่ 9 สานต่อพระราชปณิธานปฏิรูปที่ดินเกษตรกรไทย ให้มีที่ดินทำกินตลอดไป

???? ในรายการ MEET THE STATES TIMES ข่าวคุยเพลิน

???? เวลา 2 ทุ่มตรง รับชมไปพร้อมกัน !!

???? ดำเนินรายการโดย หยก THE STATES TIMES

.

.


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

IO​ Rangers ปฏิบัติการ​ 'หน่วยจู่โจม'​ โซเชียล ใครบอกไม่มี​ ตอ...ชัด ๆ​​​|MEET THE STATES TIMES EP.17

????IO​ Rangers ปฏิบัติการ​ 'หน่วยจู่โจม'​ โซเชียล ใครบอกไม่มี​ ตอ...ชัดๆ​​!!
????มีหรือไม่ ใช่หรือมั่ว?! คุยตรง ๆ ‘IO’ เมืองไทยมีจริงไหมมาหาคำตอบกัน!!

ในรายการ MEET THE STATES TIMES

ดำเนินรายการโดย หยกTHE STATES TIMES

.

.


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top