Sunday, 12 July 2026
NEWS

‘ศาลปกครองแห่งราชอาณาจักรไทย’ ร่วมพิธีเปิดรับพิจารณาคดีปกครองของคณะศาลปกครอง ในศาลประชาชนสูงสุดแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2564 นายชาญชัย แสวงศักดิ์ ประธานศาลปกครองสูงสุด พร้อมด้วย รองประธานศาลปกครองสูงสุด ได้แก่ นายวรพจน์ วิศรุตพิชญ์ , นายสุเมธ รอยกุลเจริญ , นายประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ และนายสุชาติ มงคลเลิศลพ (ประธานอนุกรรมการบริหารศาลปกครองดำเนินการภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสำนักงานศาลปกครองและศาลประชาชนสูงสุดแห่ง สปป.ลาว) ได้เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีแถลงข่าวการเปิดรับพิจารณาคดีปกครองของคณะศาลปกครองในศาลประชาชนสูงสุดแห่ง สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีการถ่ายทอดสัญญาณภาพ และเสียงจากนครหลวงเวียงจันทน์ มายังห้องสัมมนา 1 ชั้น 11 อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ

​โอกาสนี้ นายนพดล เฮงเจริญ อดีตรองประธานศาลปกครองสูงสุด และอดีตประธานคณะกรรมการกำกับและดำเนินงานภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการฯ นายสมชาย เอมโอช ประธานแผนกคดีบริหารราชการแผ่นดินในศาลปกครองสูงสุด , นายประสาท พงษ์สุวรรณ์ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด , นายอนุชา ฮุนสวัสดิกุล รองอธิบดีศาลปกครองเชียงใหม่ และผู้บริหารสำนักงานศาลปกครอง เข้าร่วมในพิธีดังกล่าวด้วย

​ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีแถลงข่าวแล้ว นายชาญชัย แสวงศักดิ์ ประธานศาลปกครองสูงสุด ได้ให้สัมภาษณ์  ต่อสื่อมวลชน โดยได้กล่าวชื่นชมและแสดงความยินดีกับศาลประชาชนสูงสุดแห่ง สปป.ลาว ที่ได้จัดตั้งคณะศาลปกครองในศาลประชาชนสูงสุดแห่ง สปป.ลาว เป็นผลสำเร็จ

 

‘อัษฎางค์’ ไขข้องใจ ‘พี่ตูน’ วิ่งเพื่อใคร ชี้! วิ่งการกุศลมีทั่วโลก แม้แต่ในปท. ร่ำรวย

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2564 นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊ก “เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค” ระบุว่า นักวิ่งการกุศลโง่ หรือคนโง่มองไม่เห็นความดีของนักวิ่ง?

คำถามของกลุ่มคนที่โลกทัศน์แคบ วิสัยทัศน์สั้น ทัศนคติต่ำเตี้ย มักจะมีคำพูดและคำถามประมาณว่า…
วิ่ง…เพื่อเด็กยากไร้…หน้าที่ใคร !
วิ่งให้ตายก็แก้ปัญหาโครงสร้างของประเทศไม่ได้ !
คนวิ่งได้หน้าอยู่คนเดียว !
ผมจะพามาเบิกเนตรกันหน่อย กับการวิ่งการกุศลระดับโลก ที่ถูกจุดประกายมาจากนักวิ่งเพียงคนเดียวจนกลายเป็นวิ่งกันทั่วเมือง วิ่งกันทั้งประเทศและทั้งโลก มานานเกือบครึ่งศตวรรษ

……………………………………………………………………

City2Surf 
งานวิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ของซิดนีย์
วิ่งด้วยแรงบันดาลใจจากอเมริกาสู่ออสเตรเลีย
City2Surf คืองานวิ่งการกุศลประจำปีของซิดนีย์ ซึ่งจัดขึ้นทุกวันอาทิตย์ที่สองของเดือนสิงหาคม เป็นงานวิ่งการกุศลที่จัดขึ้นมาต่อเนื่องยาวนานถึง 50 ปีเต็ม โดยปัจจุบันมีผู้ร่วมวิ่งนับแสนคน จากจุดเริ่มต้นที่มีผู้เข้าร่วมเพียง 1500 คน

City2Surf เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 กันยายน 1971 เป็นงานวิ่งที่ริเริ่มโดยเจ้าหน้าที่ของหนังสือพิมพ์เดอะซันซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากงาน Bay to Breakers ในซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา
การแข่งขันวิ่งการกุศลจะเริ่มจากในตัวเมืองซิดนีย์และไปสิ้นสุดที่หาดบอนได 
จุดเด่นที่ทำให้งานวิ่ง City2Surf ประสบความสำเร็จจนเป็น ”งานวิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ก็คือ…
เป็นการจัดงานวิ่งเพื่อการกุศล โดยการเชิญชวนให้ผู้เข้าแข่งขันร่วมหาเงินบริจาคด้วยการเป็นตัวแทนขององค์กรการกุศลต่างๆ

……………………………………………………………………

เพื่อเด็กยากไร้…หน้าที่ใคร !
วิ่งให้ตายก็แก้ปัญหาโครงสร้างของประเทศไม่ได้ !
คนวิ่งได้หน้าอยู่คนเดียว !
ทำไมออสเตรเลียจัดงานวิ่งเพื่อระดมทุนให้องค์กรการกุศลมาต่อเนื่องถึง 50 ปีแล้ว
ออสเตรเลียยากจน? ประเทศมีปัญหาโครงสร้าง?
ประชาชนควรจะคิดว่า…เป็นหน้าที่ของรัฐบาลไม่ใช่หน้าที่ที่จะต้องมานักวิ่งหาเงินช่วยสังคม?
หรือ ?

……………………………………………………………………

ขอยกตัวอย่างอีกสักราย
จากดินแดนฝั่งขั้วโลกใต้ขึ้นไปขั้วโลกเหนือ 
จากอเมริกามาออสเตรเลีย…แล้วขึ้นกลับไปแคนาดา
กับเรื่องราวของนักวิ่งชื่อ “เทร์รี ฟอกซ์”
เมื่อตอนที่ เทร์รี ฟอกซ์ มีอายุ 19 ปี เขาล้มป่วยเป็นมะเร็งกระดูกจนต้องตัดขาออกข้างหนึ่ง ในปี พ.ศ. 2523 ฟอกซ์ได้สวมขาเทียมและเริ่มทำกิจกรรมรณรงค์วิ่งข้ามประเทศแคนาดา เพื่อระดมทุนและกระตุ้นสังคมต่อการวิจัยการรักษามะเร็ง 

เทร์รี ฟอกซ์ วิ่งไปพร้อมกับขาเทียมหนึ่งข้าง เป็นระยะทางถึง 5,373 กิโลเมตร (3,339 ไมล์) และสิ้นสุดลงในเวลา 143 วัน 
เมื่อมะเร็งกระจายไปถึงปอด ฟอกซ์มีอาการทรุดหนักและเสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2524 ด้วยวัย 23 ปี

การวิ่งรณรงค์ของฟอกซ์ได้รับการขนานนามว่า "มาราธอนแห่งความหวัง" (Marathon of Hope) ส่งผลให้เขาได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Companion of the Order of Canada 
ภายหลังการเสียชีวิต ได้มีผู้จัดกิจกรรม “การวิ่งเทร์รี ฟอกซ์” หรือ “Terry Fox Run” เป็นประจำทุกปี จนถึงปัจจุบัน

‘นายกตู่’ ให้กำลังใจ "อภัยภูเบศร" สร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติ - ประชาชน พร้อมดัน!! "บัวบกพันธุ์ศาลายา" เป็นพืชเศรษฐกิจ

วันที่ 22 ธันวาคม 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่  18 จากนั้นได้เดินชมงาน บูทจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐเอกชน และภาคประชาชน ที่มาร่วมจัดนิทรรศการกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่ยกกิจกรรมให้ความรู้ สมุนไพรป้องกันโควิด-19 และกัญชา กระท่อม ผลิตภัณฑ์กัญชา ที่นำมาพัฒนาใช้กับการให้บริการสปา

โดยระหว่างการเยี่ยมชมบูท อภัยภูเบศร ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้นำชมและอธิบายถึงความคืบหน้าในสิ่งที่อภัยภูเบศรได้ดำเนินการพัฒนาสมุนไพรชนิดต่าง ๆ รวมถึง การปลดล็อก กระท่อม กัญชา มาสู่การพัฒนายาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ซึ่งล่าสุดมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดลในการพัฒนาบัวบกศาลายา 1 ที่มีน้ำหนักและสารสำคัญสูงกว่าสายพันธุ์ปกติถึง 5 เท่า และผ่านการจดทะเบียนรับรองสายพันธุ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลากว่า 2 ปี ทำให้ทางมูลนิธิไม่สามารถนำสายพันธุ์ดังกล่าวมาแจกจ่ายให้เกษตรกรปลูกได้

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทุ่มงบกว่า 34 ล้านบาท ลงพื้นที่ 4 ภาค รวม 43 จังหวัด มอบไออุ่นพร้อมถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยหนาว มอบแท็งก์/ถังบรรจุน้ำในพื้นที่ประสบภัยแล้ง และมอบศาลาที่พักผู้โดยสารเพื่อผู้ใช้รถใช้ถนน

ระหว่างวันที่ 16 พฤศจิกายน – 26 ธันวาคม 2564 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ มอบหมายให้นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการมูลนิธิฯ จัดทีมสังคมสงเคราะห์ นำโดย นายพินัย ศรีพนาสณฑ์ ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ลงพื้นที่แจกจ่ายผ้าห่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบ “ภัยหนาว” ในถิ่นทุรกันดาร ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ ประกอบด้วย จ.อุทัยธานี กำแพงเพชร สุโขทัย ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน พะเยา เชียงราย เชียงใหม่  ลพบุรี เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ มุกดาหาร นครพนม บึงกาฬ สกลนคร นครนายก กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคิรีขันธ์ ชุมพร รวม 43 จังหวัด

รวมผ้าห่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 46,900 ชุด คิดเป็นมูลค่ากว่า 27 ล้านบาท พร้อมทั้งจัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชนออกบริการประชาชนฟรีทั้งในด้านการตรวจรักษา แจกจ่ายยา และคัดกรองเบาหวานเบื้องต้นในพื้นที่จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ อุบลราชธานี และนครพนม

นอกจากนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยังได้มอบแท็งก์บรรจุน้ำขนาด 20,000 ลิตร และถังบรรจุน้ำไฟเบอร์ (สำเร็จรูป) ขนาด 2,000-5,000 ลิตร  เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์แก่ประชาชนที่ขาดแคลนน้ำในการบริโภคในช่วง “ภัยแล้ง” ในพื้นที่ภาคเหนือ – อีสาน รวมจำนวน 100 ถัง รวมมูลค่ากว่า 2.6 ล้านบาท รวมทั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ยังมอบศาลาที่พักผู้โดยสารเพื่อเป็นสาธารณประโยชน์แก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน เพื่อหลบแดดหลบฝนในพื้นที่ภาคเหนือ-อีสานรวม 34 หลัง คิดเป็นมูลค่ากว่า 4.2 ล้านบาท เพื่อให้การลงพื้นที่บรรเทาทุกข์สาธารณภัยในถิ่นทุรกันดารเป็นไปอย่างทันท่วงทีต่อการรับมือสถานการณ์ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี  พร้อมด้วยมูลนิธิฯ / สมาคมจีนประจำจังหวัดต่างๆ เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี 

โดยในวันนี้ (วันพุธที่ 22 ธันวาคม 64) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า หัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ นำทีมสังคมสงเคราะห์ ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี (ต่อเนื่อง) มอบผ้าห่มพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 500 ชุด แก่ผู้ประสบภัยหนาว ณ บริเวณวัดโพธิ์เมืองวนาราม อ.เขมราฐ พร้อมกันนี้ นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้นำทีมแพทย์อาสาและเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ให้บริการ ตรวจรักษาโรคทั่วไป แจกจ่ายยา แจกแว่นสายตา และ คัดกรองเบาหวานเบื้องต้น โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี  พร้อมด้วยมูลนิธิการกุศลสามัคคีสว่างบูชาธรรมสถาน จ.อุบลราชราชธานี เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี และในวันเดียวกันนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบศาลาที่พักผู้โดยสาร ณ บริเวณหน้าโรงพยาบาลกุดข้าวปุ้น อ.กุดข้าวปุ้น จ.อุบลราชธานี และได้เดินทางไปยังจ.อำนาจเจริญ เพื่อมอบถังบรรจุน้ำเพื่อการบริโภค ขนาด 3,000 ลิตร  จำนวน 3 ถัง พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 500 ชุด ณ บริเวณหมู่ 1 ต.สร้างนกทา อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี  พร้อมด้วยมูลนิธิจีตี่เกาะอำนาจเจริญ  เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี 
 

'หมอยง' ห่วง ‘โอมิครอน’ แพร่หนักในไทย แนะรัฐเร่งตัดสินใจ หวั่นกระทบปากท้องปชช.

22 ธันวาคม 2564 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

โควิด-19 โอมิครอน ความยากในการตัดสินใจของผู้บริหาร

การระบาดของ covid-19 สายพันธุ์โอมิครอน จะต้องเกิดในประเทศไทยอย่างแน่นอน ไม่ช้าก็เร็ว

ถ้าเป็นไปได้เราอยากให้ช้าที่สุดเพื่อรอระบบสาธารณสุขในการให้วัคซีนเข็ม 3 กระตุ้นให้ได้มากที่สุดก่อน การได้รับวัคซีน 2 เข็มไม่เพียงพอในการที่จะรับมือ โอมิครอน

โอมิครอน จะเข้ามาได้เร็วจากผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะ Test to go โดยไม่มีการกักตัว เป็นไปได้ยากที่จะป้องกันการหลุดรอดของโอมิครอนเข้ามาระบาดในประเทศไทย ผู้เดินทางเข้ามาอาจอยู่ในระยะฟักตัว หรือสัมผัสระหว่างการเดินทาง

ฟังให้เคลียร์!! ปมดราม่าดูถูกคนลาว 'รถไฟลาว-จีน' ที่แท้เทียบ ‘ค่าบริการยุคนี้’ ทำคนทั่วไปเข้าถึงยาก

อย่าฟังความข้างเดียว 'ฟังชัดๆ ถนอมจัดให้' ปมดราม่า 'รถไฟลาว-จีน' คนลาวจะไม่มีปัญญาได้นั่งเพราะราคาตั๋วรถไฟแพง ที่แท้เทียบเคียงรถไฟใต้ดิน-บนดินของไทยที่ค่าโดยสารแพง คนไทยไม่สามารถขึ้นรถไฟฟ้าได้ทุกคน 

ดูคลิปเต็มได้ที่ >> https://www.youtube.com/watch?v=y_qFePulPDY&feature=youtu.be

(22 ธ.ค. 64) หลังจากกรณีที่สื่อรัฐบาล สปป.ลาว ออกมาตำหนิถึงการนำเสนอข่าวของ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) กรมประชาสัมพันธ์ รายการ ‘ฟังชัดๆ ถนอมจัดให้’ จัดโดย ‘นายถนอม อ่อนเกตุพล’ ที่กล่าวถึงการเปิดให้บริการเดินรถไฟลาว-จีน ทำนองว่าคนลาวจะไม่มีปัญญาได้ขี่ เพราะคนลาวมีเงินเดือนน้อย แต่ราคาตั๋วรถไฟแพง จนทำให้นายถนอม ต้องออกมากล่าวขอโทษชาวลาวไปแล้วนั้น

ล่าสุดนายถนอม ได้โพสต์คลิปรายการดังกล่าว ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 64 พร้อมระบุว่า “ทั้งสื่อไทย สื่อลาว ว่าผมดูหมิ่นคนลาว โปรดฟังชัดๆ ถ้าหมิ่นเขาแล้วทำประเทศเสียหาย ผมยินดีขอโทษ! เพราะไม่มีใครที่ไม่ผิด ขอว่า อย่าฟังความข้างเดียว”

สำหรับ รายการ ‘ฟังชัดๆ ถนอมจัดให้’ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายถนอม กล่าวถึง ขบวนรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาวรอบปฐมฤกษ์ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา 1,035 กม. กรุงเวียงจันทน์ถึงมณฑลยูนนาน ที่เมืองคุนหมิง ประเทศจีน อัตราค่าโดยสารจากเวียงจันทน์ - บ่อเต็น 680 - 1,510 บาท

นายถนอม กล่าวว่า...ยินดีกับพี่น้องลาวด้วยที่มีรถไฟฟ้าความเร็วสูงวิ่งบริการในประเทศทั้งขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร นี่คือสิ่งที่คนไทยรู้สึกว่าทำไมเรายังเปิดไม่ได้ ประเทศไทยเพิ่งสร้างได้ 3.5 กม. กรุงเทพ-โคราช 3.5 กม. แล้วเมื่อไหร่จะแล้วเสร็จ และจากโคราชระยะที่ 2 ไปถึงหนองคาย อีก 356 กม. แล้วเมื่อไหร่จะเสร็จ

ญี่ปุ่น ผวา 'โอมิครอน' แพร่สู่ชุมชน หลังพบคลัสเตอร์ใหม่ ในฐานทัพโอกินาวา 

คลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เชื่อมโยงกับฐานทัพสหรัฐฯ ในญี่ปุ่น ขยายวงกว้างมากขึ้นเป็นอย่างน้อย 180 รายแล้ว จากการเปิดเผยของรัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อวันจันทร์ (20 ธ.ค.) ก่อความกังวลว่ามันอาจแพร่กระจายเชื้อไวรัสสู่ชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนั้นพบเคสตัวกลายพันธุ์โอมิครอนแล้ว 1 ราย

เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นเปิดเผยว่า คนงานชาวญี่ปุ่นรายหนึ่งที่ค่ายแฮนเซน บนเกาะโอกินาวา ทางภาคใต้ของประเทศ มีผลตรวจเชื้อตัวกลายพันธุ์โอมิครอนออกมาเป็นบวกเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (17 ธ.ค.)

ฮิโรคาสึ มัตสึโนะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกล่าวระหว่างแถลงข่าวประจำวัน ว่าเวลานี้คลัสเตอร์ที่เชื่อมโยงกับฐานทัพพบแล้ว 180 เคส แต่ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าในนั้นมีจำนวนมากน้อยแค่ไหนที่ติดเชื้อตัวกลายพันธุ์โอมิครอน ที่แพร่กระจายเชื้อได้ง่ายมาก

"รัฐบาลญี่ปุ่นขอเรียกร้องอีกครั้งให้ฝ่ายสหรัฐฯ รับประกันว่าพนักงานทุกคนที่ฐานทัพสหรัฐฯ ในญี่ปุ่น จะปฏิบัติตามคำสั่งและใช้มาตรการที่หนักหน่วงหากมีการฝ่าฝืนใดๆ" มัตสึโนะ กล่าว

โอกินาวา จังหวัดทางใต้สุดของญี่ปุ่น เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ ราวๆ 70% ที่อยู่ในญี่ปุ่น และก่อนหน้านี้ เคยเผชิญการแพร่ระบาดที่เชื่อมโยงกับค่ายทหารเหล่านี้มาแล้วหลายครั้ง

จังหวัดโอมิกานา ถึงขั้นต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเดือนมกราคม ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในขณะที่คลัสเตอร์ล่าสุดนั้นมีทั้งคนงานชาวญี่ปุ่น และบุคลากรของสหรัฐฯ จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่น

เดนนิ ทามากิ ผู้ว่าราชการจังหวัดโอกินาวาบอกกับพวกผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ (17 ธ.ค.) ว่าเจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนการแพร่ระบาดของโอมิครอน และร้องขอให้กองทัพสหรัฐฯ ดำเนินการตรวจวิเคราะห์สารพันธุกรรม เพื่อสรุปว่าผู้ที่ติดเชื้อนั้นเป็นตัวกลายพันธุ์โอมิครอนหรือไม่

ฝุ่นพิษคลุม ‘กทม.-ปริมณฑล’ มิด พบ 71 พื้นที่ติดโซนส้มเริ่มกระทบสุขภาพ

ฝุ่นพิษคลุม ‘กทม.-ปริมณฑล’ มิด พบ 71 พื้นที่ติดโซนส้มเริ่มกระทบสุขภาพ สูงสุดปากน้ำ 88 ไมโครกรัม โดยกทม. 59 พื้นที่ สูงสุดที่หนองแขม ปริมณฑล 12 พื้นที่ ทั้งยังพบ PM 10 เริ่มกระทบสุขภาพในอีก 7 พื้นที่

กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศ พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล วันที่ 22 ธ.ค. 64 โดยคุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจพบค่าระหว่าง 49 - 88 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐานใน 71 พื้นที่ อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (โซนสีส้ม) แบ่งเป็นกทม. 59 พื้นที่ และปริมณฑล (นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร) 12 พื้นที่ โดยค่าฝุ่นสูงสุดที่ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 88 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ค่ามาตรฐานไทยอยู่ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)

สำหรับ 59 พื้นที่ในกทม. ที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนี้
- ค่าฝุ่น 2.5 สูงสุดที่ ริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 เขตหนองแขม 81 ไมโครกรัมฯ
- แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี
- ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน
- แขวงบางนา เขตบางนา
- ริมถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน
- ริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี
- ริมถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง
- ริมถนนดินแดง เขตดินแดง
- แขวงพญาไท เขตพญาไท
- แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง
- แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม
- เขตคลองสามวา
- เขตจอมทอง
- ริมถนนจรัญสนิทวงศ์ เขตบางพลัด
- เขตบางแค
- ริมถนนพระราม 2 เขตบางขุนเทียน
- ริมถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง
- ริมถนนสุขุมวิท เขตพระโขนง
- ริมถนนราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ
- ริมถนนพญาไท เขตราชเทวี
- ริมถนนพระราม 5 เขตดุสิต
- ริมถนนกรุงเกษม เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
- ริมถนนตรีมิตร วงเวียนโอเดียน เขตสัมพันธวงศ์
- ริมถนนพระราม 6 เขตพญาไท
- ริมถนนลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 95 เขตวังทองหลาง
- ริมถนนพระรามที่ 4 หน้าสามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน
- ริมถนนนราธิวาส เขตบางรัก
- แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร
- ริมถนนพระราม 3-เจริญกรุง เขตบางคอแหลม
- ริมถนนพระราม 3 เขตยานนาวา
- ริมถนนซอยสุขุมวิท 63 เขตวัฒนา
- ริมถนนพัฒนาการ เขตสวนหลวง
- ริมถนนบางนา-ตราด เขตบางนา
- ริมถนนพหลโยธิน แยก ม.เกษตรศาสตร์ เขตจตุจักร
- เขตดอนเมือง
- ริมถนนสุขาภิบาล 5 เขตสายไหม
- ริมถนนนวมินทร์ แยกบางกะปิ เขตบางกะปิ
- แยกสวนสยาม-รามอินทรา เขตคันนายาว
- ริมถนนลาดกระบัง เขตลาดกระบัง
- ริมถนนสีหบุรานุกิจ เขตมีนบุรี
- ริมถนนเลียบวารี เขตหนองจอก
- ริมถนนศรีนครินทร์ เขตประเวศ
- ริมถนนเจริญนคร เขตคลองสาน
- ริมถนนแยกท่าพระ เขตบางกอกใหญ่
- ริมถนนซอยนิคมบ้านพักรถไฟธนบุรี 5 เขตบางกอกน้อย
- ริมถนนพุทธมณฑล 1 เขตตลิ่งชัน
- ริมถนนคลองทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา
- ริมถนนเพชรเกษม เขตภาษีเจริญ
- ริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81 เขตหนองแขม
- ริมถนนเอกชัย เขตบางบอน
- ริมถนนประชาอุทิศ เขตทุ่งครุ
- ริมถนนสามเสน เขตพระนคร
- เขตห้วยขวาง
- แขวงคลองเตย เขตคลองเตย
- แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ
- เขตลาดพร้าว
- แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่
- ริมถนนพหลโยธิน เขตบางเขน
- แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ
- แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา

‘มาดามแป้ง’ ขนแบรนด์เนมแจกแข้ง ‘ช้างศึก’ สร้างกำลังใจก่อนฟัดเวียดนาม รอบรองฯ

“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมชาติไทย จัดกิจกรรมปลุกใจคลายความเครียดทัพช้างศึก ด้วยการจับสลากรางวัลพิเศษ ตั้งแต่กระเป๋า นาฬิกา ยันน้ำพริก มูลค่ารวมกว่า 7 หลัก เรียกเสียงฮาทั้งแคมป์ ก่อนลุยเกมรอบรองชนะเลิศ ซูซูกิ คัพ 2020

หลังเดินทางมาถึงได้เพียงวันเดียว “มาดามแป้ง” ผู้จัดการทีม ก็ใช้ทุกเวลาอย่างคุ้มค่า นอกจากร่วมประชุมทีมและร่วมชมการฝึกซ้อมแล้ว หลังมื้อค่ำในห้องประชุมจึงซุ่มเซอร์ไพรส์ จัดเกมจับสลากสำหรับนักเตะ สตาฟฟ์โค้ช และทีมงานทุกคน ซึ่งทำงานอย่างหนักจนเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มมาได้

“อลงกรณ์” ประกาศเดินหน้า!! พัฒนากรุงเทพฯ สู่ ‘มหานครสีเขียว’ มุ่งยกระดับ! สุขภาพคน - คุณภาพเมือง ตอบโจทย์อนาคต พร้อมคิกออฟ!! โครงการวัดสีเขียว - คลองสามวาสีเขียว 24 ธ.ค.นี้

“อลงกรณ์” ประกาศเดินหน้าพัฒนากรุงเทพฯ สู่ ‘มหานครสีเขียว’ มุ่งยกระดับ ‘สุขภาพคน – คุณภาพเมือง’ ตอบโจทย์อนาคตกทม. ชูแนวทางเกษตรกรรมยั่งยืน ตั้งกลไก 50 เขต ดีเดย์ 24 ธ.ค.คิกออฟโครงการวัดสีเขียว คลองสามวาสีเขียว

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และประธานคณะกรรมการโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองบรรยายพิเศษในงาน Bangkok City Talk 2021  Bangkok Conference on Academic Argument  ผ่านระบบออนไลน์ zoom meeting ในหัวข้อ "เกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง : อนาคตของกรุงเทพมหานคร" ผ่านระบบ Facebook live

โดยนายอลงกรณ์กล่าวว่าในปี 2562 ประเทศไทยมีประชากรในเมืองมากกว่าในชนบทเป็นครั้งแรก สะท้อนถึงการขยายตัวของเมือง(Urbanization)ในประเทศของเรา และเป็นเหตุผลสำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในยุคปัจจุบันต้องเร่งขับเคลื่อนพัฒนาการเกษตรในเมือง(Urban Farming) โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 และยุคต่อไป(Next normal) ที่ต้องให้ความสำคัญระบบนิเวศเมือง เรื่องสุขภาพคน และคุณภาพเมือง

สำหรับกรุงเทพมหานคร มีการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็วทำให้พื้นที่เกษตรลดลงเหลือเพียงแสนกว่าไร่ เป็นเมืองที่มีความมั่นคงทางอาหาร(Food Safety)น้อยมาก และพื้นที่สีเขียวยังไม่ได้สัดส่วนกับจำนวนประชากร คณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงวางโครงสร้างและระบบเป็นกลไกแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ด้วยโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง (Sustainable Urban Agriculture Development Project : SUAD Project)  ตามนโยบายของ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนซึ่งได้กำหนดยุทธศาสตร์ ”3’s” (Safety-Security-Sustainability-เกษตรปลอดภัย เกษตรมั่นคงและเกษตรยั่งยืน โดยโครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็น “มหานครสีเขียวแห่งอนาคต” มีวัตถุประสงค์ 6 ประการได้แก่

1. การพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง

2. การเพิ่มพื้นที่สีเขียว

3. การลด PM2.5และลดก๊าซเรือนกระจก(Green House Gas)

4.การเพิ่มคุณภาพอากาศ

5.การอัปเกรดคุณภาพชีวิตของประชาชน

 6.การสร้างเศรษฐกิจสีเขียว

ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติ ในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ(Climate Change)ของโลก และเป้าหมายของโครงการกรุงเทพสีเขียว2030(Green Bangkok2030) ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ เป็น 10 ตารางเมตรต่อคนสามารถเข้าถึงพื้นที่สีเขียวได้ในทุกระยะ 400 เมตร และเพิ่มพื้นที่ร่มไม้ต่อพื้นที่เมืองให้เป็น 1.3 แสนไร่ พร้อมทั้งพัฒนาการเกษตรและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่เมือง รวมทั้งการสร้างเศรษฐกิจสีเขียวเพิ่มรายได้และอาชีพในระดับชุมชนบนโมเดล BCG Economy (Bio-Circular-Green Economy) ควบคู่ไปด้วยกัน

นายอลงกรณ์ในฐานะประธานโครงการ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ได้จัดตั้งกลไกการขับเคลื่อนใน 3 ระดับ ทั้งคณะกรรมการบริหารโครงการระดับประเทศ ระดับจังหวัด และระดับย่อยในพื้นที่ เป็นโครงสร้างและระบบครอบคลุมทั้งประเทศ โดยแบ่งพื้นที่ดำเนินการเป็น 2 ประเภทคือพื้นที่ของรัฐ(Public Space) เช่น บริเวณริมถนนและทางรถไฟ พื้นที่ใต้ทางด่วน เกาะกลางถนน สวนสาธารณะ สถานศึกษาของรัฐ พื้นที่ส่วนราชการ และพื้นที่สาธารณะว่างปล่า

สำหรับ พื้นที่ส่วนบุคคล (Private space) เช่น บ้าน ชุมชน โครงการจัดสรร คอนโด อาคารสำนักงาน พื้นที่ของการเคหะแห่งชาติ วัด โรงเรียน สถานศึกษา โดยส่งเสริมให้ปลูกไม้ยืนต้นไม้พุ่มไม้เลื้อยหรือไม้ในร่มโดยมีการพัฒนาเมืองสีเขียวได้หลายรูปแบบเช่น ถนนสีเขียว(Green Road) หลังคาสีเขียว(Green  Roof) ตึกสีเขียว(Green Building) สวนป่า(Forest Garden) มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green Campus) ชุมชนสีเขียว (Green Community วัดสีเขียว(Green Temple) เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและการเรียนรู้กับการอยู่ร่วมกันแบบแบ่งปัน

สำหรับการทำเกษตรในเมืองตามแนวทางเกษตรกรรมยั่งยืน มี 5 ประเภท ได้แก่ เกษตรอินทรีย์ เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน วนเกษตร และเกษตรธรรมชาติ ทั้งในรูปแบบสวนขนาดเล็กและสวนขนาดใหญ่ สำหรับชุมชนในกรุงเทพมหานคร จะได้รับการสนับสนุนในการสร้างอาชีพเกษตรกรรมในเมืองเพื่อสร้างรายได้เสริมและลดค่าครองชีพอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ จะมีตลาดเกษตร(Farm Market) เป็นตลาดจำหน่ายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ขณะนี้ได้จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติ ระดับคลัสเตอร์ และระดับเมือง เช่น ได้จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนกรุงเทพมหานครแล้วมีตนเป็นประธาน และจะจัดตั้งคณะทำงานให้ครบทั้ง 50 เขต เป็นกลไกขับเคลื่อนระดับพื้นที่เช่น กรีนตลิ่งชัน กรีนบางกะปิ กรีนบางนา กรีนห้วยขวาง กรีนบางแค และวันที่ 24 ธ.ค.นี้ จะคิดออฟโครงการวัดสีเขียว คลองสามวาสีเขียว ที่วัดพระยาสุเรนทร์ เป็นที่แรกบนความร่วมมือระหว่างวัด บ้านและโรงเรียน(บ.ว.ร.)ในเขตคลองสามวา

 

มองโกเลีย - นักศึกษาปริญญาโทชาวมองโกเลีย ปลูดเห็ดสมุนไพร “หญ้าหนอน” สร้างชื่อเสียงระดับโลกได้สำเร็จ!!

อูลานบาตอร์ /มองโกเลีย “Monkhjargal” นักศึกษาปริญญาโทชาวมองโกเลีย สามารถปลูกเห็ดที่มีชื่อเสียงระดับโลกและมีราคาแพงได้สำเร็จ ซึ่งเห็ดนี้เรียกกันว่า “หญ้าหนอน” บนมูลสัตว์ ก้านทะเล buckthorn และเศษเมล็ด ซึ่งอุดมไปด้วยสารยาหลายชนิดและรับประทานได้เช่นกัน

โดย “Monkhjargal” ได้กล่าวว่า “เราต้องปลูกเห็ดที่กินได้และกินเอง อาหารที่เรากินในวันนี้มีสารอาหารต่ำมากดังนั้นสารอาหารที่เราได้รับจากอาหารของเราจึงไม่เพียงพอต่อร่างกายของเรา นั่นเป็นเหตุผลที่เราต้องการปรับปรุงโภชนาการของเรา เพราะเราก็ต้องการที่จะมีสุขภาพที่ดีเช่นกัน ดังนั้นเห็ดที่กินได้จึงกลายเป็นประเด็นเชิงกลยุทธ์สำหรับเรา ก่อนที่เราจะสามารถทำกำไรได้”

เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการใช้เห็ดเพื่อสกัดสารสมุนไพรและในอาหารเสริมทางชีวภาพ ยารักษาโรค เครื่องสำอางและแม้แต่ยารักษาสัตว์หลายชนิด

ซึ่ง “Monkhjargal” ตั้งเป้าที่จะรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกเห็ดภายใต้ “ห่วงโซ่คุณค่าเห็ดเพาะเลี้ยง” เพื่อปลุกจิตสำนึกในความสำคัญของเห็ดที่ปลูก เพิ่มผลผลิต และกระชับการทดลองและการวิจัยเกี่ยวกับยารักษาโรคและเห็ดสายพันธุ์ใหม่อื่น ๆ

 

'น้าเดช' จัดหนัก กลุ่มแซะ 'ตูน' แค่หมาเห่า แนะอย่าใส่ใจ เดินหน้าตั้งใจทำความดีต่อ

นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ สื่อสารมวลชนด้านยานยนต์ และผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า...

ไม่รู้จักไอ้ตูนมาก่อน มารู้จักตอนมันวิ่งครั้งที่แล้วๆ ไม่เคยบริจาคให้มันแม้แต่สลึงเดียว แต่นับถือที่มันสามารถระดมเงินไปช่วยโน่นช่วยนี่ได้เยอะ
คราวนี้ได้ข่าวว่าไอ้ตูนมันจะวิ่งอีกแล้ว ก็รู้สึกเฉยๆ นะ และคงไม่ได้บริจาคอะไรกับมันอีก เพียงแต่อยากจะบอกกับไอ้ตูนว่า "มึงเลือกวิ่งผิดเส้นทาง"

เพราะมึงคนสุพรรณ กูคนชัยนาท ทำไมมึงไม่วิ่งสุพรรณ - ชัยนาท วิ่งวนไปวนมาแค่นั้นก็ได้ แต่นี่ มึงดันไปเลือกวิ่งบน 'หัวกระบานบางคน' มันจึงรู้สึกว่าส้นตีนของมึงกระแทกไปบนกระบานของมันทุกฝีก้าว พูดง่ายๆ ว่า การวิ่งของมึงไปหนักหัวกระบานมัน มันจึงออกมาโวยวาย ก็แค่นี้เองแหละ

“ประวิตร” สั่งเข้มฝ่ายมั่นคง ชายแดนฝั่งตะวันตก เตรียมรับมือผู้หลบหนีภัยสู้รบชายแดนเมียนมา 

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะโฆษกรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ย้ำฝ่ายความมั่นคง ให้ความสำคัญ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมาที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยให้ยังคุมเข้มมาตรการชายแดน ทั้งการผ่าน เข้า-ออก ของบุคคลและสินค้าตามช่องทางผ่านแดนที่กำหนด รวมทั้งเพิ่มความเข้มข้นกวดขันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายของแรงงาน สินค้า รวมทั้งอาวุธสงครามและยาเสพติดที่มีมากขึ้น โดยเฉพาะการสู้รบตามแนวชายแดนระหว่าง ทหารเมียนมา กับ กกล.ชนกลุ่มน้อย ที่มีการปะทะกันด้วยอาวุธหนักและซุ่มโจมตีกัน ส่งผลให้ประชาชนทั้งสองฝั่งได้รับผลกระทบและยังไม่มีแนวโน้มหรือท่าทีเจรจากัน

สำหรับการสู้รบดังกล่าว เริ่มรุนแรงขึ้นหลังสิ้นฤดูฝน โดยเฉพาะพื้นที่รัฐกระเหรี่ยงชายแดน ด้านเมียวดี - แม่สอด จว.ตาก ซึ่งมีการอพยพชาวเมียนมาที่หลบหนีภัยจากการสู้รบ กว่า 3,000 คน เข้ามาอยู่ในพื้นที่ชายแดน ตรงข้าม อ.แม่สอด และมีกระสุนจากอาวุธหนักพลัดตกเข้ามาฝั่งไทย ในพื้นที่ บ.ดอนไชย  บ.แม่หละ ซึ่งกองกำลังป้องกันชายแดนทหาร ตำรวจ ได้เข้าควบคุมสถานการณ์ด้วยการแจ้งเตือนผ่านกลไกชายแดนและตอบโต้ด้วยกระสุนควัน และร่วมกับฝ่ายปกครองดูแลอพยพคนไทยในพื้นที่เสี่ยงออกไปยังที่ปลอดภัยที่ผ่านมา

แม่ทัพภาคที่ 1 ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานค่ายจักรพงษ์และหน่วยบรรเทาสาธารณภัย

ปราจีนบุรี – แม่ทัพภาคที่ 1 ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานค่ายจักรพงษ์และหน่วยบรรเทาสาธารณภัย

21 ธ.ค.64 ที่ มณฑลทหารบกที่ 12 ค่ายจักรพงษ์ ตำบลดงพระราม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี พลโทสุขสรรค์ หนองบัวล่าง แม่ทัพภาคที่ 1 เดินทางมาตรวจเยี่ยมและรับฟังการบรรยายผลการปฏิบัติงาน และปัญหาต่างๆของหน่วย พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการการปฏิบัติงาน ตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่ (ระบบออนไลน์)  ระบบการบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ก่อนที่จะกล่าวให้โอวาทแก่กำลังพล

ในการนี้ ศูนย์ ปภ. เขต 3 ปราจีนบุรี ได้นำเครื่องจักรกลที่ใช้ในงานสาธารณภัย เข้าร่วมแสดงสาธิตขีดความสามารถของรถแต่ละชนิด ร่วมกับกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย มทบ.12 และเครือข่าย เพื่อเตรียมความพร้อมในการประสานงานสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ที่จะได้รับการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว และทั่วถึง เมื่อเกิดสาธารณภัยในทุกรูปแบบ

นครนายก - หลวงพี่ต่อ พระผู้มีแต่ให้ มอบเงินกว่า 4 ล้านบาท สร้างห้องไอซียูโรงพยาบาลนครนายก

พระครูปิยรัตนานุกูล (หลวงพี่ต่อ) ประธานมูลนิธิวังรัตนมณีมหานครบาดาลนาคราชราชา (ถ้ำพญานาค) วัดมณีวงศ์ ตำบลดงละคร อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้มอบเงินจำนวน 4,537,133.56 บาท (สี่ล้านห้าแสนสามหมื่นเจ็ดพันหนึ่งร้อยสามสิบสามบาทห้าสิบหกสตางค์) ให้กับโรงพยาบาลนครนายก เพื่อสร้างห้องไอซียู ห้องผู้ป่วยวิกฤติที่มีไม่เพียงพอในการช่วยเหลือผู้ป่วยโดยมี นายแพทย์ธีระชัย​ คงเอี่ยมตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครนายก พร้อมคณะแพทย์ พยาบาล เป็นตัวแทนรับมอบในครั้งนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top