Monday, 29 June 2026
NEWS FEED

‘วอลเลย์บอลหญิงไทย’ ผงาด!! พลิกเอาชนะ ‘จีน’ 3-2 เซต  เขี่ยอดีตแชมป์ 4 สมัยตกรอบ ในศึกชิงแชมป์โลก ที่ฮังการี

(8 ส.ค. 66) การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง U-19 ชิงแชมป์โลก ที่ประเทศฮังการี รอบ 16 ทีมสุดท้าย ทีมไทยในฐานะทีมอันดับ 4 ของกลุ่ม C พบ จีนทีมแชมป์จากกลุ่ม A ที่ยังไม่เสียเซตให้กับคู่แข่งเลยในทัวร์นาเมนต์นี้ ไทยเสียเปรียบเรื่องรูปร่างเพราะผู้เล่นจีน ทุกคนล้วนสูงกว่าทั้งนั้น

เริ่มเกม สาวไทยสู้ได้ดี ผลัดกันทำคะแนน ทั้งตบ ทั้งบล็อก สลับกับจีนได้อย่างสูสี จนต้องเล่นกันถึงช่วง ดิวซ์ ที่ก็ยังสูสี คู่คี่ เล่นกันเกิน 30 คะแนน ก่อนสาวไทย แพ้ไปก่อน 31 - 33

เซตที่ 2 เหมือนสาวไทยพลังหมด ประกอบกับการตบ ที่กว่าจะผ่านบล็อกสูงใหญ่ของ ผู้เล่นจีนแต่ละแต้มได้ ยากเหลือเกิน ทำให้แพ้ไปอีกในเซตที่ 2 คะแนน 16 - 25 พอมาถึงเซตนี้ใคร ๆ ต่างก็มองว่า สาวจีน น่าจะชนะ ไทย แล้ว

แต่อีก 2 เซตต่อมาทีมสาวไทย กลับมาเร่งเครื่อง ทั้งตบ ทั้งบล็อก กลับมาเอาชนะสาวจีน ได้แบบ สกอร์ ค่อนข้างขาดเลย 25 - 16 และ 25 - 17

เซตที่ 5 เซตตัดสิน ทีมสาวไทยก็ยังออกมาทำคะแนนได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ จีน กลายเป็นว่า กดดันตัวเอง ตีเสียเองบ่อยครั้งก่อนที่สุดท้าย ทีมไทย จะเอาชนะในเซตตัดสิน 15-12 พลิกแซงเอาชนะ จีน ไปแบบเหลือเชื่อ 3-2 เซต เขี่ยอดีตแชมป์รายการนี้ 4 สมัยตกรอบ

สถิติเกมนี้ ทีมไทยทำคะแนนจากการตบถึง 69 คะแนน ในขณะที่ จีนทำไปแค่ 64 เท่านั้น โดยกาญจนา ศรีใสแก้ว เป็นผู้เล่นไทยที่ทำแต้มสูงสุดในเกมนี้ ทำไป 30 คะแนน ตบ 25,บล็อก 2, เสิร์ฟเอซ 3 และวริศรา ศรีทาเลิศ ทำเพิ่มอีก 25 คะแนน

ทำให้ ทีมสาวไทยเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย วอลเลย์บอลหญิง U-19 ชิงแชมป์โลก โดยจะไปพบกับ โครเอเชียที่ชนะ โปแลนด์มา 3-2 เซต ในวันที่ 9 ส.ค.นี้

ส่วนวอลเลย์บอลหญิงชุดใหญ่ ก็ได้เดินทางจากเวียดนาม ไปที่ จ.เชียงใหม่ แล้ว เพื่อเตรียมแข่งขัน ซีวีลีก สนาม 2 ที่จะแข่งขัน 11 - 13 ส.ค.นี้

นัดแรกวันที่ 11 ส.ค.เวลา 18.00 น. ไทย พบ ฟิลิปปินส์
วันที่ 12 ส.ค.เวลา 18.00 น. ไทย พบ อินโดนีเซีย
วันที่ 13 ส.ค.เวลา 18.00 น. ไทย พบ เวียดนาม

‘เมก้าพลาซ่า’ ประกาศ!! สั่งห้าม ‘มาเฟียสะพานเหล็ก’ เข้าพื้นที่เด็ดขาด พร้อมประสานงานเจ้าหน้าที่ ให้รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

เมื่อวานนี้ (7 ส.ค. 66) จากกรณี ร้านของเล่นในตึกเมกะพลาซ่า ย่านสะพานเหล็ก วังบูรพา กทม. โพสต์เรื่องราวว่า ถูกพ่อค้าในตึกเดียวกัน ทำตัวอันธพาลข่มขู่ ทำลายข้าวของ

ศูนย์การค้าเมก้า พลาซ่า สะพานเหล็ก แถลงการณ์ถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ใช้บริการทุกท่าน ระบุว่า ตามที่ผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ใช้บริการทุกท่านทราบเรื่องเหตุทะเลาะวิวาทของร้านค้าภายในศูนย์การค้า เมื่อวันที่ 6 ส.ค.66 บริเวณชั้น 6 นั้น ศูนย์การค้าเมก้า พลาซ่า สะพานเหล็ก ใคร่ขอแสดงความเสียใจและขออภัยอย่างสูงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดเสียงดังและสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้มาใช้บริการภายในศูนย์การค้า

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางศูนย์การค้ามิได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ศูนย์การค้าได้ดำเนินการผลักดันบุคคลที่ก่อให้เกิดความไม่สงบออกจากพื้นที่ภายในศูนย์การค้าแล้ว รวมทั้งได้ประสานงานสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่อาคารและเจ้าหน้าที่ไฟร์แมน ให้รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ทั้งนี้ศูนย์การค้า เมก้า พลาซ่า สะพานเหล็ก ได้ให้ความสำคัญอย่างสูงสุดในเรื่องของความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ใช้บริการทุกท่าน เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเข้าใช้บริการภายในศูนย์การค้า ทางศูนย์การค้าได้ห้ามบุคคลดังกล่าวเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ศูนย์การค้าเมก้า พลาซ่า สะพานเหล็ก

รัสเซียเริ่มสร้าง 'กล้องโทรทรรศน์สุริยะ' ใหญ่สุดในยูเรเซีย ใช้งบราว 1.3 หมื่นล้านบาท คาดเปิดใช้ได้ภายในปี 2030

วลาดิวอสตอก, 6 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันเสาร์ (5 ส.ค.) สถาบันฟิสิกส์สุริยะ-โลก (Institute of Solar-Terrestrial Physics) สังกัดสถาบันวิทยาศาสตร์รัสเซีย (RAS) สาขาไซบีเรีย ในสาธารณรัฐบูเรียเตีย หนึ่งในเขตการปกครองรัสเซีย ได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างกล้องโทรทรรศน์สุริยะ (solar telescope) หรือกล้องโทรทรรศน์ดูดวงอาทิตย์ ขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปยูเรเซีย
กล้องโทรทรรศน์ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ที่มีความซับซ้อนและราคาแพงที่สุดของโครงการเนชันแนล เฮลิโอจีโอฟิสิคัล คอมเพล็กซ์ (National Heliogeophysical Complex) โดยจะตั้งประจำการอยู่ที่หอสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ ซายัน (Sayan Solar Observatory) สังกัดสถาบันฟิสิกส์ฯ ใกล้กับหมู่บ้านมันดาในบูเรียเตีย โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 3.6 หมื่นล้านรูเบิล (ราว 1.3 หมื่นล้านบาท) และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการได้ภายในปี 2030

วัตถุประสงค์หลักของกล้องโทรทรรศน์ตัวนี้คือใช้ในการศึกษาธรรมชาติของสนามแม่เหล็กและวัฏจักรกิจกรรมดวงอาทิตย์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกในแง่มุมต่างๆ กล้องโทรทรรศน์ฯ จะช่วยให้คณะนักวิทยาศาสตร์ทำการสำรวจโครงสร้างของชั้นบรรยากาศโฟโตสเฟียร์ (photosphere) อันเป็นชั้นพื้นผิวของดวงอาทิตย์ที่สามารถมองเห็นได้ ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งชั้นผิวนี้กล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กและอุปกรณ์สังเกตการณ์ในวงโคจรจะไม่สามารถเข้าถึงได้

ขณะเดียวกัน กล้องโทรทรรศน์ฯ จะสามารถวิเคราะห์สเปกตรัมและรับข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับสนามแม่เหล็กและการเคลื่อนที่ของสสาร ตลอดจนช่วยศึกษาสาเหตุการเกิดเปลวสุริยะ (solar flare) การพ่นมวลโคโรนา (coronal mass ejection) และปรากฏการณ์อื่นๆ บนดวงอาทิตย์ นอกจากนี้จะยังช่วยแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานและการประยุกต์ใช้ในฟิสิกส์สุริยะ (solar physics)

ทั้งนี้ กลไกทางแสงของกล้องโทรทรรศน์ดังกล่าวจะประกอบด้วยกระจก 13 ชิ้น โดยกระจกหลักมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 เมตร ทำขึ้นมาจากแอสโตรทอล วัสดุกลาสเซรามิกแบบพิเศษชนิดหนึ่ง โดยความสูงของโครงสร้างกล้องโทรทรรศน์ฯ ทั้งหมดจะอยู่ที่ 42 เมตร และมีน้ำหนักรวม 120 ตัน

'เสี่ยหนู' ชูไอเดียรับมือ 'สังคมผู้สูงวัย' พุ่ง!! ดัน 1 ตำบล 1 บ้านพักคนชรา เป็นวาระแห่งชาติ

(7 ส.ค. 66) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์สังคมผู้สูงวัย ที่ควรผลักดันให้เป็น ‘วาระแห่งชาติ’ ระหว่างการเป็นประธานในงานเปิดการประชุมวิชาการด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุและวิทยาการผู้สูงวัย มหกรรมสุขภาพผู้สูงอายุ ครั้งที่ 4 ‘The 4th Thailand Elderly Health Service Forum 2023’ ณ อาคารอิมแพคฟอรัม เมืองทองธานี 

โดยนายอนุทินได้กล่าวในตอนหนึ่งว่า “กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้ปี พ.ศ. 2566 เป็นปีแห่งสุขภาพสูงวัยไทย เนื่องด้วยเราได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ เรียบร้อยแล้ว และแนวโน้มของอัตราส่วนผู้สูงวัยในโลก จะมีแต่เพิ่มขึ้น ไม่ลดลง

สำหรับประเทศไทย ประชากรผู้สูงอายุของเราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นร้อยละ 20 ของประชากรรวม หรือประมาณ 13.5 ล้านคน เรากำลังเผชิญกับความท้าทายในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ด้านระบบสวัสดิการสังคม ระบบบริการสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ค่าใช้จ่ายด้านบริการสุขภาพและสังคม เป็นต้น”

พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพ ตลอดจนการเพิ่มความมั่นคงในชีวิตให้กับผู้สูงอายุ ซึ่งจะต้องอาศัยองค์ประกอบทุกมิติ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ นายอนุทินได้กล่าวถึงแนวคิดว่าการรับมือกับสังคมผู้สูงวัยในระยะยาวนั้นควรเป็น ‘วาระแห่งชาติ’ ที่จะต้องมีแนวทางอย่างบูรณาการ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานที่อาจต้องมีการเอื้อให้มีแรงงานต่างชาติเข้ามาเติมส่วนขาดในประเทศได้ดีขึ้น ขณะที่คุ้มครองสิทธิของแรงงานไทยไปด้วย กฎหมายสวัสดิการผู้สูงวัย การพัฒนาการออกแบบเมืองและที่อยู่อาศัยให้ตอบรับกับวิถีชีวิตของผู้สูงอายุ งานด้านสาธารณสุข การดูแลกันในชุมชน ซึ่งในอนาคตอาจมีความต้องการบริการแบบ 1 ตำบล 1 บ้านพักคนชรา เป็นต้น

สุดท้ายรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้พูดถึงบทบาทของตนในช่วงรัฐบาลรักษาการว่า ตนได้หารือกับผู้บริหารกระทรวงตลอดเวลาว่าต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานในระดับของส่วนราชการให้มีความมั่นคงเข้มแข็ง แล้วฝ่ายบริหารที่จะเข้ามาจะได้สามารถไปต่อยอดในส่วนของนโยบายเพื่อให้การดูแลผู้สูงอายุสามารถดำเนินการไปได้อย่างบูรณาการและมีประสิทธิภาพสูงสุดได้

แฟนวอลเลย์บอลเวียดนาม โดนวิพากษ์วิจารณ์สนั่น!! หลังโห่ใส่ ‘นักกีฬาทีมชาติไทย’ ในศึก ซี วี.ลีก 2023

(7 ส.ค. 66) ควันหลงหลังจากที่ ‘วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย’ เอาชนะ ‘เวียดนาม’ ไป 3-1 เซต (22-25, 25-20, 28-26 และ 25-17) ในศึกวอลเลย์บอล ซี วี.ลีก 2023 (SEA V.League) สัปดาห์แรก นัดสุดท้าย ส่งผลให้นักตบสาวไทยเก็บชัยชนะ 3 นัดติด คว้าแชมป์ไปครอง

อย่างไรก็ตาม หลังจบเกมแฟนวอลเลย์บอลเวียดนามบางส่วนโดนวิจารณ์อย่างหนัก หลังส่งเสียงโห่ใส่นักกีฬาทีมชาติไทยตอนที่กำลังจะเสิร์ฟ หลายคนมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยระบุว่า "กองเชียร์เวียดนาม เราเห็นนะ ตอนน้องบุ๋มบิ๋มกำลังจะเสิร์ฟ พวกคุณส่งเสียงโห่ แบบนี้ไม่น่ารักเลยนะคะ"

จากนั้นก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นบนโพสต์ดังกล่าวมากมาย อย่างเช่น 

"ใช่ค่ะ ไม่น่ารัก ไม่เจอแบบนี้ที่สนามไทยแน่นอน"
"ถ้าเขามาบ้านเรา เราก็ไม่ต้องทำเหมือนเขา เป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับทุกทีม แบบนี้เขาเห็นก็จะละอายไปเองแหละ"
"ฝีมือพัฒนาขึ้น แต่การเชียร์อยู่ในระดับพัฒนาลง"
"อยากไประดับโลกแต่พฤติกรรมยัง...."
"ใช่ค่ะ น่าเกลียดมาก ส่วนของเรากองเชียร์น่ารัก แข่งระดับโลกเขายังชอบเลย ทีมไหนเราก็เชียร์"
"ใช่แล้วค่ะ เห็นด้วยกับโพสต์นี้ แต่ขอชมเชยน้องบุ๋มบิ๋มสงบนิ่ง เสิร์ฟได้ดีมาก”
"จริง มารยาทแย่ โห่ตอนเสิร์ฟได้ไง

‘แม่ภนิดา’ ได้เก็บรูป ‘แตงโม นิดา’ กลับบ้านแล้ว  พร้อมคืนพื้นที่ให้กับชุมชนท่าเรือพิบูลสงคราม

(7 ส.ค. 66) สำหรับคดีแพ่งอื่น ๆ ที่ทางอัยการนนทบุรียื่นฟ้องแก๊งสปีดโบ๊ทนั้น ยังคงดำเนินการต่อไป แต่ในส่วนของภาพความทรงจำถือว่าได้ปิดฉากลงแล้ว สำหรับ ‘แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์’ ดาราผู้ล่วงลับ ผลัดตกเรือกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ล่าสุด ‘คุณแม่ ภนิดา ศิระยุทธโยธิน’ ได้คืนพื้นที่ให้กับชุมชนท่าเรือพิบูลสงครามและพาแตงโมกลับบ้าน

โดยล่าสุดกลุ่มเฟซบุ๊ก ‘คดีแตงโม ต้องได้รับความยุติธรรม’ โพสต์แจ้งว่า ‘แม่ภนิดา’ ได้นำรูปภาพแตงโมที่จัดแขวนไว้ที่ท่าเรือพิบูลสงครามบางส่วนกลับบ้าน และแฟนคลับบางท่านก็นำภาพบางส่วนกลับเช่นกัน เพื่อคืนพื้นที่ให้แก่สาธารณะ ซึ่งได้ระบุว่า…

“สวัสดีค่ะ ขออนุญาตเรียนแจ้งให้ FC ของพี่แตงโมทราบนะคะ วันนี้คุณแม่และแอดมิน ได้เข้าไปเก็บรูปภาพต่าง ๆ ของพี่แตงโม โดยคุณแม่ได้นำบางส่วนกลับบ้าน และภาพบางส่วนมี FC ขอเก็บไว้เป็นที่ระลึก คุณแม่ได้มอบรูปภาพเหล่านั้นให้เรียบร้อยค่ะ”

“ตอนนี้รูปภาพและสิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่บริเวณท่าเรือ คุณแม่ได้พาพี่แตงโมกลับมาที่บ้านแล้วค่ะ (เราได้คืนสถานที่ให้ทางเทศบาลเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากขอใช้สถานที่ในการจัดวางสิ่งของต่าง ๆ มาเป็นเวลาปีกว่าแล้วค่ะ) หากใครคิดถึงก็สามารถไปเยี่ยมที่คริสตจักรเมธอดิสท์ รังสิตคลอง 4 กันได้นะคะ”

“คุณแม่ฝากขอบคุณแฟนคลับของพี่แตงโมทุกคนที่ติดตามคดี และไม่ลืมพี่แตงโมค่ะ ขอบพระคุณเทศบาลนนทบุรีที่อนุญาตให้แฟนคลับได้ใช้สถานที่เพื่อจัดวางสิ่งของต่าง ๆ ของพี่แตงโมค่ะ”

“ขอบพระคุณคุณอาสุรินทร์ ประธานชุมชนพิบูลสงคราม1 และพี่น้องในชุมชนเป็นอย่างสูง ตลอดปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา พี่น้องชาวชุมชนช่วยกันดูแลสิ่งของต่าง ๆ ของพี่แตงโมเป็นอย่างดีเสมอมาค่ะ”

'มือเศรษฐกิจจุลภาค' ชี้!! เหตุผลที่หลากแบรนด์หรูคู่กำลังซื้อคนรวย เพราะมีจุดแข็งด้าน Self Esteem ที่ 'สินค้า-บริการไทย' ยังไม่มี

(7 ส.ค. 66) นายพลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์ มือเศรษฐกิจจุลภาค อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Ta Plus Sirikulpisut' ในหัวข้อ 'Self Esteem' ระบุว่า...

สินค้าที่ตั้งราคาแพง ๆ ที่เราเรียกว่า Ultra Luxury เขาขายอะไร และมีกระบวนการอย่างไรถึงทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ

ลูกค้าที่ยืนรอหน้าร้าน Louis Vuitton, Hermes, Chanel ล้วนแต่มีฐานะ และกำลังซื้อดี บางครั้งต้องยืนรอหน้าร้านตากฝน ตากลมหนาวครั้งละนาน ๆ เพื่อเข้าไปเยี่ยมชม

Porsche, Ferrari, Rolls Royce กว่าจะได้ครอบครองแต่ละคัน ต้องจองนานมากๆ

Prof.Dennis Morrison อดีต CEO Amarni & Pierre Balmain ผู้สอนวิชา Luxury Management ที่มหาวิทยาลัย Essec ฝรั่งเศส ถามผมว่า คุณซื้อรถแพง ๆ พวกนี้คุณซื้อ อะไร...

Ferrari, Lambor = Dream
Rolls Royce = Success

Fer, Lambor เป็นรถในฝันของหนุ่ม ๆ ที่อยากมีประสบการณ์ขับขี่ อยากอวดสาว

Rolls Royce คือรถที่คนซื้อจะเป็นเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสูง ไม่มี CEO มืออาชีพใช้ Rolls Royce พวก CEO, MD มืออาชีพ ไปใช้ BMW, Benz แต่จะไม่ใช่ Rolls Royce เขาสร้างขึ้นมาให้ เจ้าของ ให้ราชวงศ์

ทั้งหมดนี้เขาขาย Self Esteem

ภาพประกอบ กระเป๋าจาก Moynat brand อายุกว่า 100 ปีของฝรั่งเศส ถูก LVMH ซื้อกิจการมาบ่มเพาะจนกลายเป็น กระเป๋าหรูที่คนรวยตามหาเพราะคนทั่วไปเขาถือ Chanel, LV 

แต่คนใช้ Moynat หายากเพราะชั้นอยากไม่เหมือนใคร

สมองคนรวยนี่ซับซ้อนมากครับ บางครั้งอยากนอนโรงแรมแนวพระราชวังแบบ St.regis, Ritz carlton บางครั้งต้องการเรียบง่ายสงบแบบ Aman, Sovena

ประเทศไทยของเรามีสินค้าที่ขาย Self Esteem บ้างไหมครับ

ต๊ะ พลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์

บทความทางวิชาการ เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับต้นสังกัดของข้าพเจ้า

'หม่อมปลื้ม' ติง!! ผู้จุดชนวนการกำหนดชะตากรรม ‘ปกครองตนเอง’ หากนํามาปฏิบัติจริง อาจเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคง

(7 ส.ค. 66) ผู้ใช้ TikTok บัญชี @s_garden456 ได้แชร์คลิปวิดีโอ หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือ ‘คุณปลื้ม’ พิธีกร และผู้ดำเนินรายการข่าว ได้พูดถึงประเด็น ‘Self Determination’ หรือสิทธิในการกําหนดชะตากรรมทางด้าน ‘ปกครองของตนเอง’ โดยระบุว่า…

“คุณจุดชนวนเรื่องนี้ขึ้นมา มันเป็นสิ่งที่อันตราย เวลาผมใช้คําว่า ‘คุณ’ ผมไม่ได้ใช้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นักการเมือง หรือพรรคการเมืองไหน แต่ผมใช้กับคนที่ได้ศึกษาเรื่องนี้มา และมาผลักดันเรื่องนี้ แล้วไปหว่านล้อมเมล็ดพันธุ์ทางความคิดต่างๆ เหล่านี้กับชาวบ้าน ทั้งในภาคใต้และในแวดวงทางวิชาการ รวมถึงในกรุงเทพมหานครด้วย สิ่งที่มันอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย สำหรับบางเรื่องโดยคอนเซ็ปต์มันมีไว้ให้เรียนเฉยๆ คุณเคยเรียนเศรษฐศาสตร์ไหม? เสร็จแล้วเวลาคุณเรียนเศรษฐศาสตร์ มันก็จะมีสูตรระบบการเงิน สูตรระบบการค้าการลงทุนต่างๆ บางเรื่องพอนํามาปฏิบัติ มันก็ไม่เวิร์ก Self Determination หรือการปกครองตนเอง เมื่อนํามาปฏิบัติจริง มันเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคง และบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศชาติ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญไม่ได้อนุญาตให้ทํา และโดย Spirit ซึ่งควรที่จะมีต่อผืนแผ่นดิน ที่บรรพบุรุษของประเทศชาติได้รวบรวมเข้ามา และสถาปนาอํานาจทางการปกครองขึ้นมา”

“แม้กระทั่งสําหรับคนที่กำลังศึกษาเรื่องรัฐศาสตร์ แล้วก็มีไอเดียเรื่อง Self Determination หรือสิทธิในการกําหนดชะตากรรมทางด้านปกครองของตนเอง สิทธิในการทําตามใจตนเอง เรื่องของอํานาจทางการปกครองเหนือพื้นแผ่นดินที่ตนเองอาศัยอยู่ แม้กระทั่งคนที่เรียนด้านนี้มา น่าจะเข้าใจว่าประเด็นอย่างงี้มันเปราะบางเกินไป ที่คุณจะมานั่งให้คนคิดว่า “อยู่เมืองไทยไม่มีความสุขนะ” เพราะว่าบางทีสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจและสังคม มันไม่ค่อยเอื้อให้มีการใช้ชีวิตอย่างผาสุขเลย มันมีการหว่านเมล็ดพันธุ์ในลักษณะนี้ แล้วเมื่อคุณไปถามประชาชนว่า อยากปกครองตนเองไหม? มันเป็นไปได้อยู่แล้วตามกิเลสตัณหาของมนุษย์ ที่ในวันหนึ่งอาจจะมีความรู้สึกว่า เอ่อ…ดีนะ ปกครองตนเอง”

“มีกลุ่มคนที่เป็นเน็ตเวิร์กเครือข่ายหมู่พลเมืองที่ไหนในโลกไหม? ที่ไม่อยากมีพื้นที่ที่ตนเองสามารถดูแลปกครองเป็นของตนเองได้ ดังนั้นอํานาจมันเป็นสิ่งที่ไม่เข้าใครออกใคร ในที่สุดแล้วคนที่ต้องการมีอํานาจทางการเมือง ลึกๆ ต้องการมีสิ่งที่เขาเรียกว่า Dominion ของตนเอง”

“มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐที่ต้องการมี Dominion ของตนเอง เพราะฉะนั้นความที่มนุษย์มีกิเลสตัณหาด้านนั้น ในที่สุดแล้วความต้องการในการปกครองตนเองลึกๆ มันมีอยู่แล้ว แต่มันไม่ใช่ว่าคุณอยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง คุณตื่นขึ้นมา แล้วมีความรู้สึกว่าประเทศนี้ไม่ค่อยได้ให้เราเท่าที่เราควรได้ เพราะฉะนั้นเราไม่ใช่จะย้ายไปอยู่ที่อื่น ไม่เอา แต่เราจะยึดพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่เป็นของเรา โดยที่เราจะสถาปนาตนเองขึ้นมาเป็นผู้นํารัฐใหม่อะไรอย่างงี้…ซึ่งมันไม่ใช่”

‘สาว’ ผวา!! เจอ ‘เบ็ดตกปลา’ พร้อมเอ็น ปนมากับผัดเผ็ดปลาดุก หลังกินไปได้คำเดียว ฟากทางร้านรับผิดชอบคืนค่าอาหารให้ 120 บาท

เมื่อวานนี้ (7 ส.ค. 66) จากกรณีที่ผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่ง โพสต์ภาพและข้อความเตือนภัยว่า "มาแชร์ประสบการณ์เจอเบ็ดตกปลาในอาหารค่ะ สั่งอาหารจากแอปเขียว เป็นร้านอาหารใต้ กำลังจะตักเข้าปากตามองไปเห็นอะไรเป็นเส้น ๆ ตกใจมากค่ะ มันคือ เบ็ดตกปลา!! รีบโทรไปหาร้าน ได้คำตอบว่า ทางร้านก็ล้างดีแล้ว ไม่รู้หลงมาได้ไง เป็นคำตอบที่ไม่โอเคมาก ๆ ค่ะ อันตรายมาก ๆ ถ้ากินเข้าไป เตือนผู้บริโภคไว้เป็นอุทาหรณ์นะคะ จะกินอะไร มองกันดี ๆ ค่ะ"

จากโพสต์ดังกล่าว เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 6 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบผู้โพสต์คลิปดังกล่าวเพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้พบกับ น.ส.อิสรีย์ แสงอนันต์ขจร หรือ จูน อายุ 31 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ย่าน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นผู้โพสต์คลิปแจ้งเตือนภัย

คลิปจากกล้องมือถือเป็นภาพอาหารในช้อนที่ตักพร้อมรับประทาน พบเบ็ดตกปลาขนาดความยาวประมาณ 1 ซม. กว่าติดอยู่กับไส้ปลา น.ส.จูนจึงใช้มือแกะออกมาและยกให้เพื่อนอีกคนเป็นคนถ่ายคลิปเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน โดยพบมีที่ตัวเบ็ดตกปลายังมีสายเอ็นเบ็ดติดมาด้วย จึงได้นำไปวางลงในชามอาหารเพื่อให้ถ่ายชัดเจนขึ้น

น.ส.อิสรีย์ แสงอนันต์ขจร หรือ จูน เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา เนื่องจากในช่วงบ่ายตนได้สั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันเจ้าหนึ่ง โดยได้สั่งอาหารเป็นเมนูผัดเผ็ดปลาดุกใบยี่หร่าพร้อมข้าวเปล่า ส่วนของเพื่อนเป็นข้าวปลาแกะจากร้านอาหารปักษ์ใต้ร้านหนึ่ง

เมื่อตนได้รับอาหารมา แล้วนำมาแกะถุงเพื่อจะกินอาหารพร้อมกันกับเพื่อน ตนได้แกะถุงผัดเผ็ดปลาดุกใบยี่หร่าเพื่อตักแบ่งออกมาจากถุงส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือจะเก็บไว้กินในมื้อเย็น ปรากฎว่าหลังจากตนตักกินไปได้ 1 คำ และกำลังจะตักคำที่สองมากินต่อ โดยเลือกตักส่วนพุงปลาเพราะตนเองชอบกินพุงปลามาก ระหว่างที่ตนตักพุงปลาพร้อมกับข้าวเพื่อกำลังจะเอาเข้าปาก มองหันไปเห็นอะไรแปลก ๆ ในช้อนข้าวตัวเองว่ามีอะไรแปลก ๆ เป็นเส้นเงา ๆ อยู่ในช้อนข้าวพอดี ซึ่งในตอนนั้นตนยังคิดในใจว่าน่าจะเป็นเครื่องในปลาหรือเส้นเลือดปลา จึงลดช้อนลงมาดู

จากนั้นจึงใช้ช้อนซ้อมเขี่ยดู จึงเห็นว่าสิ่งที่ตนเห็นเป็นเส้น ๆ นั้น สายเอ็นกับตัวตะขอเบ็ดตกปลา ซึ่งทำให้ตนตกใจมากจึงรีบบอกเพื่อนที่นั่งกินข้าวอยู่ด้วยกันว่าเจอเบ็ดตกปลาในพุงปลาดุก เพื่อนก็งงว่ามาได้ยังไง

จากนั้นเพื่อความแน่ใจจึงนำเบ็ดตกปลาที่เจอ มาวางลงชามเพื่อดูให้แน่ใจอีกทีว่าใช่เบ็ดตกปลาจริง ๆ หรือไม่ จึงก็พบว่ามันคือเบ็ดตกปลาที่มาพร้อมเส้นจริง ๆ

น.ส.จูน กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นตนจึงถ่ายคลิปกับรูปไว้เป็นหลักฐาน และรีบโทรติดต่อกลับไปแจ้งทางร้านอาหารที่ตนสั่งมา ให้รับรู้ว่าตนเจอตะขอเบ็ดตกปลาในอาหารที่สั่งจากร้านเขามากิน ซึ่งทางเจ้าของร้านเองก็ตกใจว่าเป็นไปได้อย่างไร พร้อมกับยืนยันว่าทางร้านได้ทำความสะอาดปลาที่นำมาทำอาหารดีแล้ว ทำให้ตนต้องถามย้ำทางร้านกลับไปว่า มั่นใจว่าได้ล้างทำความสะอาดดีหรือเปล่า ทำให้ทางร้านตอบกลับตนมาว่ายินดีที่จะทำผัดเผ็ดปลาดุกมาให้ใหม่ แต่ตนไม่สะดวกใจที่จะกินอาหารจากทางร้านอีกเพราะยังไม่หายตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงไม่รับอาหารชุดใหม่ ทำให้ทางร้านแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการโอนเงินคืนค่าผัดเผ็ดปลาดุกใบยี่หร่า มาให้ตนในราคา 120 บาทแทน

“ในวันนั้นโชคดีที่ตนมองไปเห็นเบ็ดตกปลาเข้าเสียก่อน ไม่อยากคิดต่อไปว่าถ้าวันนั้นตนเผลอกลืนเบ็ดตกปลาลงไปแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นกับตนบ้าง ไม่รู้ว่าเบ็ดตกปลาจะไปตกอยู่ตรงจุดไหนของร่างกาย มันเป็นสิ่งแปลกปลอมที่เป็นตะขอมีความแหลมคม สุดท้ายคงจะต้องไปผ่าตัดเพื่อเอาออกแน่นอน ถือว่าตนโชคดีที่รอดจากเบ็ดตกปลามาได้หวุดหวิด เพราะโดยปกติแล้วระหว่างนั่งพักกินข้าว ตนก็จะเปิดโทรศัพท์ดูไปด้วยเป็นประจำ” 

“ตนก็อยากฝากไปถึงร้านอาหารต่าง ๆ ด้วยว่า ให้คำนึกถึงความสะอาดและตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบที่นำมาทำอาหารให้ลูกค้าดี ๆ เพราะลูกค้าที่ตัดสินใจสั่งซื้ออาหารก็ใช้เงินที่เขาทำงานมาแลกซื้อ เมื่อซื้ออาหารมาแล้วก็อยากจะกินอาหารแบบสบายใจ ไม่ต้องมานั่งระแวงความปลอดภัยแบบนี้ ส่วนตัวลูกค้าซึ่งผู้บริโภคเองก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังด้วย เพราะอาจมีสิ่งแปลกปลอมติดมาได้เสมอ ก็อย่าประมาท”

“ตนยอมรับว่าหลังเหตุการณ์เจอตะขอเบ็ดตกปลาในพุงปลาแล้ว ทำให้ตนกลายเป็นคนแพนิค หวาดระแวงกับอาหารที่สั่งมากิน จนทุกวันนี้ต้องเขี่ยอาหารให้กระจายออกทุกครั้งก่อนที่จะตักเข้าปาก โดยเฉพาะกับอาหารที่เป็นเมนูปลาต่าง ๆ ตนไม่กล้าสั่งมากินหรือซื้อกินอีกเลยนับตั้งแต่เจอเหตุการณ์ในวันนั้น เพราะภาพเบ็ดตกปลามันยังอยู่ในหัวตน” น.ส.จูน กล่าว

สำหรับเหตุการณืดังกล่าวคาดว่า ตะขอเบ็ดตกปลาที่พบว่าติดมากับพุงปลานั้น น่าจะเป็นเพราะปลาตัวดังกล่าว คงไปหลงกินเหยื่อที่มีคนตกปลานำมาเบ็ดมาตกไว้ แต่ปลาได้กลืนเบ็ดลงท้องไป ทำให้คนตกปลาใช้วิธีตัดสายเอ็นออกแทน ก่อนที่ปลาจะถูกจับนำมาขายแล้วทางร้านซื้อมาทำอาหารขายต่อให้กับลูกค้าอีกที


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top