Monday, 29 June 2026
NEWS FEED

‘กทพ.’ จ่อชง ครม.ใหม่ อนุมัติสร้างทางเชื่อมข้ามเกาะสมุย เพิ่มทางเลือกในการเดินทาง คาดเริ่มปี 71 เปิดบริการปลายปี 75

(8 ส.ค. 66) ณ ห้องประชุม Fortune 2 โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน นครศรีธรรมราช อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 (ปฐมนิเทศโครงการ) งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย

โดยมี นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และนายชุ้น ณัฐเดช กังสุกุล ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชให้ร่วมเป็นประธานเปิดการประชุมฯ เพื่อนำเสนอข้อมูลความเป็นมาและความสำคัญของโครงการ แนวคิดเบื้องต้น แนวเส้นทางเลือก รูปแบบเบื้องต้น กระบวนการ ขั้นตอน และแผนการดำเนินงาน ให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้มีโอกาสร่วมรับรู้ข้อมูลโครงการตั้งแต่เริ่มต้น และได้มีส่วนร่วมให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะสำหรับนำไปประกอบการดำเนินการศึกษาความเหมาะสมฯ ต่อไป โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมฯ ครอบคลุมทั้งผู้แทนหน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ภาควิชาการ ผู้นำชุมชน ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และผู้ที่สนใจ ประมาณ 150 คน

เหตุผลความจำเป็นของโครงการ คือ เกาะสมุยเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการพัฒนาและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ‘การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้’ แต่ในปัจจุบันการเดินทางมายังเกาะสมุยสามารถเดินทางได้เพียง 2 รูปแบบ คือ ทางอากาศและทางน้ำ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านปริมาณและจำนวนเที่ยวในการให้บริการ ส่งผลกระทบต่อความสะดวกสบายในการเดินทาง และกระทบต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยว

นอกจากนี้ หากเกิดเหตุฉุกเฉินที่มีความจำเป็นต้องเดินทางจากเกาะสมุยมายังจังหวัดสุราษฎร์ธานีหรือจังหวัดนครศรีธรรมราช จะไม่สามารถเดินทางได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้ามรสุมที่ไม่สามารถเดินทางด้วยเรือ ซึ่งการมีทางเชื่อมข้ามเกาะจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางได้

กทพ. จึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด บริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท เอพซิลอน จำกัด และบริษัท เทสโก้ จำกัด เพื่อดำเนินการศึกษาความเหมาะสมฯ ระยะเวลา 720 วัน (24 เดือน) เมื่อแล้วเสร็จ กทพ. จะเสนอรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อเสนอคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนเสนอ ครม. เพื่อขออนุมัติดำเนินโครงการต่อไป โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มงานก่อสร้างได้ในปี พ.ศ. 2571 และเปิดให้บริการปลายปี พ.ศ. 2575

ในเบื้องต้น จุดเริ่มต้นโครงการฝั่งแผ่นดินใหญ่ ประกอบด้วย แห่งที่ 1 บริเวณ กม.30+700 ของทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี แห่งที่ 2 บริเวณ กม.4+900 ของทางหลวงชนบทหมายเลข นศ.4044 ในพื้นที่ตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช และแห่งที่ 3 บริเวณ กม.9+400 ของทางหลวงชนบทหมายเลข นศ.4044 ในพื้นที่ตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช

ส่วนบริเวณจุดสิ้นสุดโครงการจะอยู่ในพื้นที่ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วย แห่งที่ 1 บริเวณ กม.5+650 ของทางหลวงหมายเลข 4170 ด้านเหนืออ่าวพังกา แห่งที่ 2 บริเวณ กม.6+100 ของทางหลวงหมายเลข 4170 (แยกพังกา) ซ้อนทับกับถนนท่าเรือไปเกาะแตน และแห่งที่ 3 บริเวณ กม.9+000 ของทางหลวงหมายเลข 4170 ท้ายอ่าวหินลาด

ทั้งนี้ มีแนวเส้นทางเลือกที่มีความเป็นไปได้เชื่อมต่อจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด จำนวน 7 แนวทางเลือก สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลข่าวสารของโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย สามารถติดตามได้ทางเว็บไซต์ www.samuibridge.com และทางเฟซบุ๊ก ‘โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย’ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางไลน์กลุ่ม ‘Samui bridge’

‘พยาบาลสาว’ รุดช่วยคนเจ็บจากอุบัติเหตุรถล้ม ไม่แคร์แม้ชุดขาวจะเปื้อน สนใจแค่ ‘ช่วยชีวิตคน’

เมื่อวานนี้ (7 ส.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ‘ขวัญดาว ตรีศูนย์’ ได้โพสต์ข้อความว่า “ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหนหัวใจก็ยังเป็นพยาบาล…ขณะที่ขับรถอยู่ก็มองเห็นไกล ๆ ว่ามีคนขับมอเตอร์ไซด์ข้ามเลน ขับตัดหน้ารถบรรทุก แบบเฉียดฉิว จากนั้นก็ตกลงไปในร่องหลุมลึกข้างทาง คนขับน่าจะวูบจากโรคประจำตัว…ใด ๆ นั้นคือคนขับรถผ่านไปมาบริเวณนั้นไม่มีใครมองเห็นผู้บาดเจ็บเลย…รถมอไซด์และคนเจ็บตกลงไปในหลุมซะลึกทำให้ขาซ้ายผิดรูปมีบาดแผลที่ศีรษะ ดีใจที่ได้ช่วยเหลือนะคะ ขอบคุณทีมร่มโพธิ์คะ” 

พร้อมกันนี้ได้โพสต์ภาพของตนเอง ในขณะที่กำลังให้การช่วยเหลือหญิงรายหนึ่ง ที่ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักตกข้างทาง จนทำให้ได้รับบาดเจ็บ

เวลาต่อมาทราบว่า ผู้ที่กำลังให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บชื่อ น.ส.ขวัญดาว ตรีศูนย์ เป็นพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ สังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งกำลังจะเดินทางไปทำธุระส่วนตัว ได้ผ่านมาเจอเหตุการณ์ และได้ให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ หลังจากภาพและข้อความดังกล่าว ถูกโพสต์ออกไปได้ไม่นาน ก็ได้มีผู้เข้ามาแสดงความชื่นชมในการกระทำดังกล่าวเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เข้ามาแสดงความชื่นชมว่า “I see เก่งจัง ชื่นชมครับ ความเป็นพยาบาล เป็น 24 ชั่วโมง ตลอดอายุไข”

ทั้งนี้ น.ส.ขวัญดาว เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 14.00 น. ขณะที่ตนกำลังขับรถเพื่อที่จะไปทำธุระส่วนตัวที่ ต.น้ำร้อน อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ โดยขับรถไปเพียงคนเดียว ขณะนั้นได้ขับรถตามหลังรถบรรทุกมาห่าง ๆ และได้สังเกตเห็นคนขี่รถจักรยานยนต์ขับสวนทาง โดยรถมีลักษณะส่าย ๆ จากนั้นก็ได้ตัดหน้ารถบรรทุก และพุ่งลงไปข้างทาง ตกลงไปในท้องร่องข้างถนน จึงได้จอดรถห่างออกไปประมาณ 200 เมตร จากนั้นก็ได้วิ่งมาดูก็พบว่ามีรถจักรยานยนต์ตกอยู่ในท้องร่อง และมีผู้บาดเจ็บเป็นผู้หญิงนอนสลบซุกเข้าไปในท่อ และมีเลือดออกบริเวณศรีษะ ตนจึงรีบวิ่งกลับไปที่รถเพื่อหาผ้าสะอาดมาทำการห้ามเลือด และทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ชื่นชม!! ‘น้องพลอย’ ขายไก่ย่างเลี้ยงดูแม่ป่วยติดเตียง ฝันอยากเรียนพยาบาล ไว้ดูแลแม่ - ช่วยเหลือสังคม

(8 ส.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับทราบข่าวเด็ก นร.ม.4 ขายไก่ย่าง เพื่อดูแลแม่ที่ป่วยติดเตียง หลังแม่ประสบอุบัติเหตุจากการทำงานก่อสร้างจนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง หวังมีอนาคตได้เรียนต่อพยาบาล

ผู้สื่อข่าวได้ลงไปที่บ้านเลขที่ 138 หมู่ที่ 1 ตำบลกุดจอก อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา พบ นางสาวหฤทัย รักพินิด หรือ น้องพลอย อายุ 16 ปี เด็กนักเรียนชั้น ม.4 กำลังเช็ดตัวให้กับ นางสาวกนกพร ครุฑขุนทด อายุ 36 ปี ผู้เป็นแม่ ที่นอนป่วยติดเตียงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

โดย น้องพลอย จะคอยดูแล ป้อนข้าว ป้อนน้ำ เช็ดตัวให้กับแม่ และทำงานบ้านทุกอย่าง ไม่ว่าจะล้างจาน หุงข้าว กวาดบ้าน ซักผ้า และสิ่งที่น้องพลอยต้องทำทุกวัน ก็คือ ‘การขายไก่ย่าง’ ในช่วงเย็นหลังเลิกเรียน เพื่อหาเงินซื้อกับข้าวให้แม่ ซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้กับแม่

น้องพลอย บอกว่า ครอบครัวของตนเอง ปัจจุบันนี้ อยู่ด้วยกัน 4 คน แม่ลูก ซึ่งตนเองมีพี่ชาย อายุ 18 ปี ส่วนตนเองเป็นลูกสาวคนที่สอง และมีน้องสาวคนเล็ก กำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล ส่วนพ่อทำงานก่อสร้าง ในต่างจังหวัด นาน ๆ จะส่งเงินมาให้ทางบ้าน ครั้งละ 1,000 บาท

โดยน้องพลอย กล่าวว่า สาเหตุที่แม่ต้องนอนป่วยติดเตียง ก็เพราะว่า แม่ไปทำงานก่อสร้างกับพ่อที่กรุงเทพมหานคร ได้ประสบอุบัติเหตุ แผ่นปูนหล่นลงมาทับบริเวณหลัง ทำให้พิการนอนป่วยติดเตียงมานานกว่า 4 ปี แล้ว ส่วนพี่ชายต้องออกจากโรงเรียนเพราะไม่มีเงินเรียนต่อ ตนเองสงสารแม่มาก จึงได้นำเงินเก็บไปซื้อไก่ มาย่างขายในช่วงเย็นของทุกวัน ซึ่งบางวันก็ขายได้เพียงวันละ 100-200 บาทเท่านั้น

เงินที่ได้จากการขายไก่ย่าง ก็จะนำไปซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ซื้อกับข้าวมาเลี้ยงแม่ ครอบครัว ซึ่งวันไหนขายไม่ได้ ตนเองก็ไม่มีเงินไปโรงเรียน จำเป็นต้องห่อข้าวไปกินเอง ซึ่งมีเงินไปโรงเรียนมากสุดก็แค่ 50 บาท ซึ่งตนเองอยากเรียนจบชั้น ม.ปลาย เพราะมีความฝันอยากจะเป็นพยาบาล คอยดูแลแม่ และคอยช่วยเหลือสังคม ใครต้องการอยากจะช่วยเหลือครอบครัวของน้องพลอยก็สามารถโทรศัพท์ สอบถามได้ที่เบอร์ 087-0138247 ประธานอสม.หมู่บ้าน หรือ ติดต่อที่เบอร์ 065-0903105 แม่ของน้องพลอย

ครม. อนุมัติงบกลางฯ 2.99 พันล้านบาท จ่ายค่าตอบแทนเสี่ยงภัยโควิดให้ ‘บุคลากรการแพทย์’

(8 ส.ค. 66) ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 8 ส.ค. 66 ได้อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วงเงิน 2,995.95 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าตอบแทนเสี่ยงภัยแก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานระหว่างเดือน ก.ค. 64 - มิ.ย. 65 ของหน่วยงานกระทรวงสาธารณสุขและนอกสาธารณสุข รวม 8 หน่วยงาน ดังนี้

1. กระทรวงสาธารณสุข 1,362.77 ล้านบาท
2. กระทรวงการอุดมศึกษาฯ 561.46 ล้านบาท
3. กระทรวงกลาโหม 385.10 ล้านบาท 
4. กระทรวงมหาดไทย 420.39 ล้านบาท 
5. กระทรวงยุติธรรม 92.16 ล้านบาท
6. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 52.16 ล้านบาท
7. สภากาชาดไทย 111.78 ล้านบาท
8. โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ 10.13 ล้านบาท

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ความจำเป็นของเรื่องที่นี้เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขได้รวบรวมค่าใช้จ่ายในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคติดเชื้อโควิด-19 พบว่ายังมีค่าใช้จ่ายในส่วนที่เป็นค่าตอบแทนเสี่ยงภัยสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขค้างจ่ายในปีงบประมาณ 2564-64 ของหน่วยงานทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ค่าตอบแทนบุคลากรนอกเหนือภารกิจปกติ สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานนอกสถานพยาบาล 

ดังนั้น เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขได้รับค่าตอบแทนเสี่ยงภัยจากการปฏิบัติงานในสถานการณ์โควิด-19 ตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง จึงต้องเสนอเรื่องให้มีการอนุมัติในครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานแก่บุคลากรผู้ปฏิบัติงานต่อไป

อย่างไรก็ตาม การจัดสรรงบกลางให้ในวงเงิน 2,995.95 ล้านบาทในครั้งนี้เป็นกรณีค่าเสี่ยงภัยในการปฏิบัติงานช่วง ก.ค. 64 - มิ.ย. 65 จะมีส่วนของค่าเสี่ยงภัยในการปฏิบัติงานช่วง มิ.ย. - ก.ย. 65 อีก 3,745.64 ล้านบาท โดยกระทรวงสาธารณสุขจะขอจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีในลำดับต่อไป

‘วัชรเรศร วิวัชรวงศ์’ ผู้ก่อตั้งกองทุนศึกษา Thai Heritage Scholarship Fund of New York  เพื่อเด็กนักเรียนไทย 'เกิด-ศึกษาต่างแดน' ได้ระลึกและทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ

‘ท่านชาย วัชรเรศร วิวัชรวงศ์’ หรือ ‘ท่านอ้น’ เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 2 ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่ สุจาริณี วิวัชรวงศ์ เป็นพระเชษฐาใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และเป็นพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

เมื่อแรกประสูติ ‘ท่านอ้น’ มีพระยศที่ ‘หม่อมเจ้า’ พระนามว่า หม่อมเจ้าวัชรเรศร มหิดล มีพระโสทรเชษฐาและกนิษฐา รวม 4 องค์ ได้แก่ จุฑาวัชร วิวัชรวงศ์, จักรีวัชร วิวัชรวงศ์, วัชรวีร์ วิวัชรวงศ์ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

ท่านอ้น ศึกษาที่โรงเรียนอนุบาลจุไรรัตน์ จากนั้นศึกษาต่อที่โรงเรียนจิตรลดา จนกระทั่งช่วงเวลาที่บินไปพำนักที่สหรัฐอเมริกา ศึกษาต่อที่ Trinity Preparatory School ประเทศสหรัฐอเมริกา ในระดับปริญญาตรี ท่านอ้นสำเร็จการศึกษาในสาขานิติศาสตร์ จาก Stetson University College of Law ประเทศสหรัฐอเมริกา และศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ในสาขานิติศาสตร์ จาก Stetson University College of Law ประเทศสหรัฐอเมริกา

ปัจจุบัน ‘ท่านอ้น’ ทำงานเป็นที่ปรึกษากฎหมาย บริษัท แมนีย์ แอนด์ กอร์ดอน (Maney & Gordon, P.A., Tampa) โดยทรงพำนักอยู่กับ มารดา พี่ชาย และน้องชาย ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

ท่านอ้น มีภารกิจสำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา สำหรับนักเรียนไทยในต่างแดน แลเป็นประธานตั้งองค์ทอดกฐิน สร้างสันติภาพสู่สันติสุขทั่วราชอาณาจักรไทย ดังนี้

- เดือนมีนาคม พ.ศ. 2560 ตั้งกองทุนศึกษา Thai Heritage Scholarship Fund of New York สำหรับนักเรียนไทยในนครนิวยอร์ก เพื่อสนับสนุนให้เด็กนักเรียนไทยที่เกิดหรือศึกษาต่างแดนได้ระลึกถึงประเทศบ้านของตน และทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

- วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560 ออกสาส์นพร้อมพระเชษฐา และพระอนุชา แสดงความโศกเศร้าอย่างใหญ่หลวงต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

- วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560 อุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

- วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เป็นประธานทอดกฐินสามัคคี เนื่องในโอกาสครบรอบ 17 ปี ของสมาคมรวมไทย ประเทศฮ่องกง

- วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เป็นประธาน (ส่งผู้แทน) ตั้งองค์กฐิน และปฏิบัติธรรมเจริญจิตภาวนา เพื่อสร้างสันติภาพสู่สันติสุขทั่วไทย น้อมถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

รอง ผบ.ตร. นำเด็กเยาวชน นักเรียน นักศึกษา กว่า 1 พันคน แปรอักษร รักแม่ เป็นรูปหัวใจ ปลูกหญ้าแฝก 28 สายพันธุ์ สืบสาน รักษาและต่อยอดเฉลิมพระเกียรติ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบรอบ 91 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2566

วันที่ 8 สิงหาคม 2566 เวลา 09.00 น. ที่ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พลตำรวจเอก ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย รอง ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.อิทธิพล นาคคำ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พล.ต.ต.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผบช.ก. นายวินัย ชมบุตร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ ดินและน้ำ อ.ปากช่อง ชมรมฮักเขาใหญ่ ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา เครือข่ายเยาวชนจิตอาสา ตำรวจภูธรภาค 3 นักเรียน นักศึกษา สถาบันการศึกษาในอำเภอปากช่อง และประชาชนจิตอาสา กว่า 1,000 คน

โดยทั้งหมด ร่วมกันแปรอักษรคำว่า LOVE MOM รักแม่ ในกรอบรูปหัวใจ และร่วมกันปลูกหญ้าแฝก เฉลิมพระเกียรติพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบรอบ 91 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2566 หญ้าแฝกกว่า 50,000 ต้น 28 สายพันธุ์ ซึ่งได้พันธุ์กล้าไม้ จากการสนับสนุนจาก ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

สำหรับกิจกรรมดังกล่าว เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี ของพสกนิกรชาวไทย สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ท่านทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ เป็นที่รักและเทิดทูนยิ่งของปวงชนชาวไทย จึงจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น จิตอาสาจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ท้องถิ่น สถานศึกษา ประชาชน เป็นความร่วมมือร่วมใจกัน

โดยการปลูกหญ้าแฝก เป็นหญ้าที่นอกจากจะปลููกเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินแล้ว ยังปลูกเพื่อประโยชน์ในการเก็บรักษาความชื้น ปรับปรุงบํารุงดิน ฟื้นฟูดินและรักษาสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะพื้นที่ทําการเกษตรที่มีปัญหาความ อุดมสมบูรณ์ของดินต่ํา หรือดินเสื่อมโทรม เป็นผืนป่าอุดมสมบูรณ์ สร้างความชุ่มชื้น สร้างระบบนิเวศน์ ให้ชุมชนอยู่กับป่าได้อย่างเกื้อกูล อย่างยั่งยืนต่อไป

อย่าปล่อยภาษาชาติตน ถูก 'ทำลาย-ทดแทน' ด้วยภาษาชาติอื่น เพราะนี่คือยุทธศาสตร์ทำลายรากเหง้าของความเป็นชาติ

ถือเป็นอีกเรื่องชวนคิด หลังจากก่อนหน้านี้ นายภัทร เหมสุข นักวิชาการอิสระ โพสต์บทความผ่านเฟซบุ๊ก 'Pat Hemasuk' ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับภาษาไทย ภาษาแห่งชาติ ดังนี้...

ในอดีตนั้นการทำลายรากเหง้า วัฒนธรรม เอกลักษณ์ของชาติ ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดนั้นคือการทำลายภาษานั้นทิ้งครับ เพราะภาษานั้นเป็นสิ่งที่ใช้สืบทอดรากเหง้าของชาตินั้นจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม ศาสนา เอกลักษณ์ของชาติพันธุ์ จะโดนทำลายไปทั้งหมดภายในสองชั่วรุ่นคน เพราะเมื่อไรที่ไม่เหลือคนที่สามารถอ่านจารึกของบรรพชนได้ ทุกอย่างที่ผ่านมาในอดีตของชนชาตินั้นก็สูญสิ้นไปหมด

วัฒนธรรมของอียิปต์โบราณนั้นสูญหายไปนับพันปีหลังจากที่โรมันเข้าไปยึดครองและยกเลิกไปเสียทุกอย่างแม้กระทั่งภาษาอียิปต์ ทำให้อักษรเฮียโรกลีฟิคไม่มีใครอ่านได้นับพันปี จนกระทั่งมีการเทียบอักษรกับภาษาอื่นบนโรเซตต้าสโตนถึงจะปลุกให้คนรุ่นหลังสามารถอ่านและรู้ถึงประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของอียิปต์โบราณได้อีกครั้ง เทพเจ้าของอียิปต์และฟาโรห์พระองค์ต่าง ๆ ก็ฟื้นจากการถูกลืมกลับมามีชีวิตเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา

ทิเบตก็เช่นกัน เวลานี้เป็นรุ่นคนที่สองแล้วที่จีนบังคับให้ใช้ภาษาจีนแทนภาษาของตัวเอง และเวลานี้คนรุ่นใหม่ก็อ่านจารึกของตัวเองไม่ได้อีกต่อไป และเวลาอีกไม่กี่ปีที่จะถึงนี้คนที่ยังสามารถอ่านจารึกเก่า ๆ ได้ตายไปหมด คนทิเบตก็จะกลายเป็นคนจีนกลุ่มน้อยไปอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ต่างกับชนกลุ่มน้อยของจีนกลุ่มต่าง ๆ ทางทิศตะวันตก เช่นกลุ่มชาวอุยกรู์ที่เวลานี้อ่านภาษาดั่งเดิมของตัวเองไม่ได้แล้ว

ชาวบาสก์ ชนกลุ่มน้อยที่ชายแดน สเปน-ฝรั่งเศส เองก็โดนทำลายรากเหง้าของตัวเองจากสเปนในสมัยนายพลฟรังโก โดยสิ่งแรกนั้นคือยกเลิกการใช้และสอนภาษาของตัวเองแล้วให้ใช้ภาษาสเปนแทน ซึ่งเวลานี้ก็เกือบจะไม่มีใครอ่านและเขียนภาษาบาสก์ได้แล้ว เพราะการทำลายภาษานั้นรุนแรงมากระดับเผาทำลายหนังสือจนหมดสิ้น จนเวลานี้ชาวบาสก์เกือบจะหมดรากเหง้าของตัวเองในการสืบต่อไปให้ลูกหลาน

จงภูมิใจที่เรายังมีภาษาไทยเถอะครับ และรักษาสิ่งนี้สืบทอดให้ลูกหลานของเรา ผมนั้นเคยคุยกับเพื่อนชาติที่ไม่มีอักษรภาษาของตัวเอง เช่น เวียดนาม, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ ฯลฯ ที่ต้องใช้ชุดอักษรโรมันในการเขียนที่พัฒนาขึ้นในยุคอาณานิคม เมื่อพวกเขาเห็นผมเขียนอักษรไทย พวกเขาต่างก็บอกผมคล้าย ๆ กันว่าพวกเขาอิจฉาคนไทยที่มีอักษรของตัวเอง และเขียนแล้วดูสวยงามเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครในสายตาของพวกเขา

เราอาจจะไม่เห็นความสำคัญของภาษาไทย เพราะเรานั้นเคยชินกับอักษรไทยและภาษาไทยทุกวัน แต่เชื่อเถอะครับว่ากวีและนักเขียนในประเทศอื่นที่ไม่มีอักษรของตัวเองนั้นโหยหาอยู่ในใจลึก ๆ เมื่อเห็นอักษรไทยหรืออักษรของชาติอื่น ๆ ที่มีเป็นของตัวเอง เพราะสิ่งนี้เป็นหลักประกันตัวตนของเราคนไทยที่สืบทอดลงไปสู่รุ่นลูกหลานว่าเราจะไม่มีทางลืมโคตรเหง้าของเราไม่ว่าจะอีกนานเท่าไรก็ตาม

**พ่อกูชื่อศรีอินทราทิตย์ แม่กูชื่อนางเสือง พี่กูชื่อบานเมือง...เมื่อกูขึ้นใหญ่ได้สิบเก้า...กูต่อช้างด้วยขุนสามชน...ขุนสามชนพ่ายหนี พ่อกูจึ่งขึ้นชื่อกูชื่อพระรามคำแหง...เมื่อชั่วพ่อขุนรามคำแหง เมืองสุโขทัยนี้ดี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เจ้าเมืองบ่เอาจกอบในไพร่ ลูท่างเพื่อนจูงวัวไปค้า ขี่ม้าไปขาย ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้าค้า ใครจักใคร่ค้าเงินค้าทองค้า**

สิ่งนี้จะอยู่ต่อไป ลูกหลานภายหน้ายังคงรู้ประโยคในประวัติศาสตร์เหล่านี้ต่อไป ถ้าตราบใดที่เรายังมีภาษาไทยสืบต่อให้ลูกหลานอยู่ครับ

‘แทค ภรัณยู’ โพสต์เดือด!! ปม ‘มาเฟียสะพานเหล็ก’ ถาม!! เจ้าของห้างไม่ดูแล? ตำรวจไม่ทำงานหรือ?

เมื่อวานนี้ (7 ส.ค. 66) เป็นประเด็นที่ชาวโซเชียลให้ความสนใจ และไม่คาดคิดว่า กรณี ‘ร้านขายของเล่นย่านสะพานเหล็ก’ โพสต์คลิปวงจรปิด โดน ‘พ่อค้ามาเฟีย’ ยกพวกข่มขู่คุกคาม อวดเบ่งไม่กลัวตำรวจ แถมท้าให้แจ้งความ สาเหตุไม่พอใจร้านเลิกจ้างเด็กฝากจอมขี้เกียจ บังคับจ่ายเงินเดือน 1 ปี แต่ไม่ยอมทำงาน

งานนี้พอพูดเรื่อง ‘มาเฟีย’ ในสถานที่ขายของเล่น ของสะสมให้กับผู้ที่ชื่นชม ซึ่งมี ‘ความย้อนแย้ง’ กันในตัว ทำเอาดาราหนุ่มอย่าง ‘แทค ภรัณยู’ ถึงกับของขึ้น ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเห็นแบบเจ็บ ๆ คัน ๆ ว่า…

“ถ้าสะพานเหล็ก จะมีมาเฟีย ใครจะไปเดิน...ผมนิชอบเอาลูกไปเดินซื้อของเล่นด้วย และทางผู้ใหญ่ในห้างเค้าไม่ดูแลเหราอ แจ้งตำรวจไปแล้ว ก็ไม่ทำ_วยอะไรเลย คืออะไร แล้วจะมีตำรวจเพื่ออะไร”

ก่อนที่ต่อมา จะโพสต์รูปของตัวเอง ในชุดพร้อมรบ ระบุว่า

“ใส่ชุดนี้ไปซื้อของเล่นให้ลูกที่สะพานเหล็ก ดีกว่า ผมกลัวมาเฟียครับ ผมไม่สู้คน ผมกลัวโดนตบหัว กลัวโดนกระทืบครับ กลัวโดนแทง”

สถานีดอนเมือง ‘ลิฟต์-บันไดเลื่อน’ ปิดใช้งาน 3 เดือน ลำบาก ‘คนท้อง-คนชรา’ ต้องหอบสังขารเดินขึ้นบันได

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 66 – แฟนเพจเฟซบุ๊ก ‘Drama-addict’ ได้รับการร้องเรียนจากลูกเพจเกี่ยวกับ สถานีรถไฟฟ้าดอนเมือง โดยระบุข้อความดังนี้

“จ่ารบกวนหน่อยค่ะ สถานีดอนเมืองของรถไฟสายสีแดงที่เชื่อมไปสนามบินดอนเมือง ทั้งลิฟต์ ทั้งบันไดเลื่อนปิดใช้งานมา 2-3 เดือนแล้ว คนท้อง คนแก่ เดินขึ้นลงบันได เหนื่อยมากเลยค่ะ

แจ้งหน่วยงานไปแล้วก็ไม่เห็นแก้ไขเขาแจ้งว่า “ชำรุด-ปิดให้บริการชั่วคราว” แต่ 2 เดือนกว่าแล้วค่ะ ทางเดินเลื่อนระหว่างไปสนามบินเหมือนกันค่ะ บางท่านมีกระเป๋าเดินทางก็ต้องยกขึ้นบันไดค่ะ เพราะตรงนี้เป็นสถานีรถไฟปกติด้วยค่ะ ไม่ใช่แค่รถไฟฟ้าสายสีแดง”

ทั้งนี้ ได้มีคอมเมนต์จากลูกเพจ เข้ามาแสดงควมคิดเห็นเพิ่มเติมว่า ไม่ได้มีเพียงสถานีดอนเมืองเท่านั้นที่เป็นเช่นนี้ แต่ลิฟท์และบันไดเลื่อนสถานีอื่น ๆ ของสายสีแดงหลายสถานี เท่าที่มีคนแจ้งเข้ามา นอกจากดอนเมืองแล้วยังมีสถานีหลักสี่ หลักหก ก็ใช้ไม่ได้เช่นกัน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจกรางวัล ผู้โชคดี!!! ได้ความรู้วัคซีนไซเบอร์และได้รับ iPhone 14 จำนวน 20 เครื่อง

เมื่อวันที่ 8 ส.ค.2566 เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. และคณะทำงานร่วมพิธีจับรางวัลผู้โชคดีจากการทำแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์ สำหรับประชาชน จำนวน 40 ข้อ ชิงรางวัล iPhone 14 ประจำเดือน กรกฏาคม 2566 จำนวน 20 เครื่อง ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผบ.ตร. กล่าวว่า เมื่อช่วงต้นเดือน กรกฎาคม 2566 ได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนได้ทำแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์สำหรับประชาชน จำนวน 40 ข้อ เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ โดยเริ่มทำแบบทดสอบได้ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค.2566 จนถึง วันที่ 30 กันยายน 2566 หากทำแบบทดสอบครบ 40 ข้อแล้ว  จะได้รับ Whoscall Premium Gift Code ฟรี ซึ่งสามารถใช้บริการ Whoscall Premium Feature ได้ฟรี เป็นระยะเวลา 1 ปี หากทำแบบทดสอบได้คะแนนตั้งแต่ 35 ข้อ  ขึ้นไป จะมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัล  iPhone 14  เดือนละ 20 รางวัล  เป็นเวลา 3 เดือน  รวม 60 รางวัล  เริ่มจับรางวัลผู้โชคดีในเดือนสิงหาคม 2566  โดยประชาชนสามารถทำแบบทดสอบได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง  แต่จะได้รับสิทธิ Whoscall Premium และสิทธิลุ้น iPhone 14 เพียง 1 สิทธิ เท่านั้น

ในห้วงวันที่ 11 – 31 ก.ค.2566 มีประชาชนเข้ามาทำแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์ สำหรับประชาชน จำนวน 40 ข้อ  และได้รับสิทธิ Whoscall Premium Gift Code ฟรี ซึ่งสามารถใช้บริการฟีเจอร์เสริมต่างๆ จาก Whoscall Premium ได้ฟรีเป็นระยะเวลา 1 ปี จำนวน 78,083 คน  ในจำนวนนี้มีประชาชน ทำแบบทดสอบได้คะแนนตั้งแต่ 35 ข้อ  ขึ้นไป และได้รับสิทธิ์ลุ้นรับรางวัล iPhone 14 จำนวน 70,846 คน สำหรับวันนี้เป็นการจับรางวัลหาผู้โชคดี จำนวน 20 คนแรก  ที่จะได้รับรางวัล iPhone 14  จำนวน  20 รางวัลๆละ 1 เครื่อง สำหรับวิธีการจับรางวัลผู้โชคดี จำนวน 20 ท่าน ใช้วิธีกดสุ่มเลือกผู้โชคดีทีละรางวัลจากรายชื่อทั้งหมด โดยข้าราชการตำรวจหรือข้าราชการอื่นที่เข้าไปทำแบบทดสอบ สำหรับประชาชน จำนวน 40 ข้อนี้ ทุกคนมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลทั้งหมด และวันนี้ผู้ที่โชคดีได้รับรางวัล iPhone 14  จำนวน 20 รางวัลๆ ละ 1 เครื่อง รายชื่อแนบท้ายใบแถลงข่าวนี้ ผบ.ตร.กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ได้จับรางวัลหาผู้โชคดีรับ iPhone 14 จำนวน 20 คนแรก ครบถ้วนแล้ว และสำหรับเดือนสิงหาคม 2566  มีผู้ที่ได้รับรางวัลในการแนะนำให้ประชาชนทำแบบทดสอบมากที่สุด จำนวน 2 รางวัล ได้แก่

1. ตำรวจผู้แนะนำมากที่สุด คือ พ.ต.อ.ชัยณรงค์  บุญด้วง รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว แนะนำ จำนวน 1,805 ราย 
2. ประชาชนผู้แนะนำมากที่สุดคือ น.ส.นัฐจิตต์ กุลดิลก แนะนำ จำนวน 164 ราย

สำหรับผู้ที่ทำแบบทดสอบไปแล้ว แต่ไม่ได้รับรางวัลประจำเดือน กรกฎาคม 2566  ยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลประจำเดือน สิงหาคม และ กันยายน 2566 ได้โดยไม่ต้องทำแบบทดสอบใหม่ ส่วนผู้แนะนำที่จะได้รับรางวัล ต้องเริ่มนับใหม่ในเดือนถัดไป และต้องไม่ซ้ำคนเดิม ส่วนแบบทดสอบยังใช้แบบทดสอบเดิมบนระบบเดิม จึงขอฝากให้พี่น้องสื่อมวลชนได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้โชคดีได้รับทราบทั่วกัน สำหรับผู้โชคดีสามารถตรวจสอบรายชื่อได้ช่องทาง www.เตือนภัยออนไลน์.com  ในการรับรางวัล  จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อไปยังผู้ที่โชคดี จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับมอบหมายจะนำส่งรางวัลถึงบ้านหรือที่อยู่ของผู้โชคดีกับมือท่านเอง  สำหรับการจับรางวัลหาผู้โชคดีได้รับรางวัล iPhone 14 ประจำเดือน สิงหาคม และ กันยายน 2566 เดือนละ 20 รางวัล รวม 40 รางวัล จะมีขึ้นในวันที่เท่าใด ขอให้ติดตามรายละเอียดได้ในช่องทาง  www.เตือนภัยออนไลน์.com จึงขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนได้เข้าทำแบบทดสอบเพื่อจะได้มีภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์และได้ลุ้นรางวัล iPhone 14 ได้ใน 3 ช่องทาง ดังนี้ 1) สแกนคิวอาร์โค้ด 2) เข้าเว็ปไซต์ไซเบอร์วัคซีน และ ๓) ทำแบบทดสอบเมื่อครูไซเบอร์ไปให้ความรู้ในพื้นที่ โดยเป็นการเข้าแบบทดสอบผ่าน Google Form สำหรับทำแบบทดสอบ  ( หากไม่ชิงรางวัล สามารถทำแบบทดสอบได้เลย ) และจะสามารถดูเฉลยได้เมื่อทำข้อสอบเสร็จ กด "ดูคะแนน" 
กรณีต้องการรับสิทธิเพื่อชิงรางวัลต้องดำเนินการ ดังนี้

1. กดลิงก์ "เข้าเว็บไซต์ไซเบอร์วัคซีน" จาก Google form  หรือ เข้าผ่านเว็บไซต์  www.เตือนภัยออนไลน์.com   
และสมัครใช้งานและเข้าสู่ระบบไซเบอร์วัคซีนผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว (เข้าสู่ระบบผ่านไลน์) 
2. ทำการยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน  หรือแอปพลิเคชัน THaID 
3. หน้าแรกของระบบไซเบอร์วัคซีน จะมีปุ่ม "ทดสอบ 40 คำถามสำหรับประชาชน"  ให้กดเพื่อทำแบบทดสอบ
4. เลือกยืนยันความสมัครใจรับการทดสอบ และ กรอกอีเมล  กรณีต้องการทราบผลคะแนนทางอีเมล
เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รู้เท่าทันภัยออนไลน์อย่างต่อเนื่อง จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ทำแบบทดสอบ วัคซีนไซเบอร์ จำนวน 40 ข้อ และขอให้แชร์แบบทดสอบไปให้กับญาติหรือผู้เป็นที่รักเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ทำแบบทดสอบมีความรู้เท่าทันกลโกงของคนร้ายบนโลกออนไลน์และไม่ตกเป็นเหยื่อ 

ทั้งนี้สามารถติดตามข้อมูลการแจ้งเตือนภัยออนไลน์ได้ผ่านทาง www.เตือนภัยออนไลน์.com Facebook https://www.facebook.com/เตือนภัยออนไลน์ หมายเลขโทรศัพท์ 081-866-3000 หรือโทรศัพท์สายด่วน 1441 กรณีถูกคนร้ายหลอกลวงแจ้งความตำรวจผ่านระบบ www.thaipoliceonline.com  

( QR CODE ข้อสอบ 40 ข้อ สำหรับประชาชน)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top