Tuesday, 18 August 2026
NEWS FEED

'ตม.ขอนแก่น' รวบชาวต่างด้าวสัญชาติจีน หลังอยู่เกินกำหนด 863 วัน

ตำรวจ ตม. จังหวัดขอนแก่น จับกุมบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีน อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดตามมาตรา 81 พ.ร.บคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 กว่า 863 วัน"

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ ศปก.ตม. จังหวัดขอนแก่น อาคาร 2 ชั้น 2 ภายในสำนักงานขนส่ง ผู้โดยสารจังหวัดขอนแก่นแห่งที่ 3 ถนนเลี่ยงเมือง ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น พ.ต.ท.สุพจน์ การุณวงษ์ สว.ตม.จว. ขอนแก่น พร้อมด้วยชุดจับกุม ร.ต.อ.สรายุทธ พิลามา รอง สว.ตม.จว.ขอนแก่น  ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว. ขอนแก่น และ นายณชพัฒน์ ไกรศรีวรรธนะ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้านการข่าว กอ.รมน.จังหวัดขอนแก่นร่วมกันแถลงข่าวการ"จับกุมบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีน อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดตามมาตรา 81 พ.ร.บคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 กว่า 863 วัน"

ตามนโยบายของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี, นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี เรื่อง การควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติ ที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในชณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝง ตัวอยู่ก่อเหตุ กับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นำโดย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. ,พล.ต.ต.สรร พูลศิริ รอง ผบช.สตม , พล.ต.ต.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ ผบก.ตม.5,พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ แสงเดือน รอง ผบก.ตม.4 ,พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม 4, พ.ต.ท. โสรัจ วิชยสุทธิ์ สวญ.ตม.จว.ขอนแก่น, พ.ต.ท.สุพจน์ การุณวงษ์ สว.ตม.จว. ขอนแก่น ชุดจับกุม ร.ต.อ.สรายุทธ พิลามา รองสว.ตม.จว.ขอนแก่น นำกำลัง ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว. ขอนแก่น ร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวขอนแก่น (ส.ทท.1 บก.ทท.2) ร่วมแถลงข่าวการจับกุม ผู้ต้องหาดังนี้

ก่อนเกิดเหตุ ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว. ขอนแก่น ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีบุคคลต่างด้าวเข้ามาพักอาศัยที่หมู่บ้านเคลฟเวอร์ไทม์ ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.ขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวขอนแก่น (ส.ทท.1 บก.ทท.2) จึงได้ลงพื้นที่เพื่อเข้าตรวจสอบพบ

บุคคลต่างด้าวดังกล่าวตามข้อมูลของสายลับ จึงสอบถามต่างด้าวคนดังกล่าว ทราบชื่อว่า MR.XAO YANG(นามสมมติ) สัญชาติจีน อายุ 35 ปี เดินทางทางด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2564 ได้รับอนุญาติให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 2 พ.ค. 2564 (คนอยู่ชั่วคราว 90 วัน) และได้อาศัยอยู่ในหลายพื้นที่ ทั้งกรุงเทพมหานคร ชลบุรี และล่าสุดเข้ามาอาศัยในจังหวัดขอนแก่น โดยมีพฤติกรรมหลบซ่อนไม่เปิดเผยตัว จนถูกจับกุมดังกล่าว

สตม.ขอเรียนให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กาดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในต้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทย และสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และมีการเดินทางเข้า-ออก ประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สำนักงานใหญ่)อาคารเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 โทร. 1178/ 02-572-8500 E-mail : [email protected] หรือที่ www.inmigration.go.th. จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง จัดปาฐกถาและนำเสนอยุทธศาสตร์ ในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์เสริมสร้างให้กระบวนการเลือกตั้งได้รับการยอมรับ”

​สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง โดยนักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 13 (พตส. 13) จัดปาฐกถาและนำเสนอยุทธศาสตร์เชิงปฏิบัติการต่อสาธารณะ ในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์เสริมสร้างให้กระบวนการเลือกตั้งได้รับการยอมรับ” ในวันศุกร์ที่ 15 กันยายน 2566 เวลา 12.00 - 17.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุมสโมสรราชพฤกษ์ นอร์ธปาร์ค ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยมี ศาสตราจารย์สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ กรรมการการเลือกตั้ง เป็นประธานในพิธีเปิด  

​การนำเสนอยุทธศาสตร์ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการปรับปรุงพัฒนาการเลือกตั้งทุกระดับ สู่การบรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ และภารกิจตามแผนยุทธศาสตร์ระยะ 20 ปี สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (พ.ศ. 2561 – 2580) ซึ่งจะส่งผลให้กระบวนการเลือกตั้งและกระบวนการให้ได้มาซึ่งบุคคลเข้าไปทำหน้าที่ในการปกครองประเทศตามระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนว่าเป็นการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม โดยผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง, ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง, คณะกรรมการกำกับหลักสูตรฯ, คณาจารย์ที่ปรึกษา พตส. 13, ผู้เข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 1-12, ผู้แทนพรรคการเมือง, นิสิต - นักศึกษา, สื่อมวลชน และเครือข่ายภาคประชาชนที่สนใจ รวม 350 คน

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับฟังการปาฐกถา เรื่อง “ฉากทัศน์ประเทศไทย...หลังการจัดตั้งรัฐบาล” 
โดย ท่านชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีคนที่ 20 อดีตประธานรัฐสภาและอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร, การนำเสนอยุทธศาสตร์ ในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์เสริมสร้างให้กระบวนการเลือกตั้งได้รับการยอมรับ” โดย ดร.ณัฏฐญา พัฒนะวาณิชนันท์ ประธานวิชาการ พตส. รุ่นที่ 13 และคณะ, การวิพากษ์ยุทธศาสตร์ โดย ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย อดีตเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และการเสวนาประเด็นร่วมสมัย ในหัวข้อ “พรรคการเมืองแบบไหนที่คนไทยต้องการ” โดย นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ตลอดจนพิธีกรรายการโทรทัศน์ชาวไทย นายวีระ ธีรภัทร เป็นผู้ดำเนินรายการ

ส่องเลขเด็ด ‘ท้าวเวสสุวรรณ’ วัดสนามชัย จังหวัดอ่างทอง หลัง ‘สาววัย 28 ปี’ ดวงเฮงถูกเลขธูปเสี่ยงทาย 3 งวดติด

(15 ก.ย. 66) ที่บริเวณวัดสนามชัย ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง พบว่าชาวบ้านและนักท่องเที่ยว ต่างเดินทางมากราบไหว้ขอพร ‘ท้าวเวสสุวรรณ’ โดยนำดอกกุหลาบแดง ดอกไม้ ธูปเทียน มากราบไหว้ขอพร จุดธูปเสี่ยงทายขอตัวเลข ล้วงไห และจุดประทัดเสี่ยงทาย

นอกจากนี้ หญิงสาว วัย 28 ปี ยังเล่าให้ฟังว่า ตนเองได้มาขอเลขธูปเสี่ยงทาย ท้าวเวสสุวรรณ นำไปเสี่ยงดวงถูกมาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดถูกเลขท้าย 2 ตัวมา 3 งวดติดต่อกัน ได้นำน้ำแดง พร้อมดอกกุหลาบมาทำการแก้บน และไม่พลาด จุดธูปขอตัวเลขไปเสี่ยงทาย พบเป็นเลข 557-320 ไปเสี่ยงดวง

‘ท้าวเวสสุวรรณ’ วัดสนามชัย สร้างเป็นรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ มีความสูง 9 ศอก ประดับติดกระจกโดยรอบองค์อย่างสวยงาม และยังมีบริวารยักษ์อีก 4 ตน อยู่รายล้อม ท้าวเวสสุวรรณ ชาวบ้านทั่วสารทิศ ต่างเดินทางมากราบไหว้ขอพร ขอโชคลาภ โดยนำดอกกุหลาบแดง ดอกไม้ ธูปเทียน มากราบไหว้ขอพร และจุดธูป จุดประทัดเสี่ยงโชค

‘บก.ลายจุด’ แนะ!! รัฐบาลดันสายฉีดก้น ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ วางขายสนามบิน-จัดแข่งขันออกแบบระดับชาติ

(15 ก.ย. 66) นายสมบัติ บุญงามอนงค์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘สมบัติ บุญงามอนงค์’ ระบุว่า…

เดี๋ยวจะหาว่าวันๆ เอาแต่จับผิด โต้แย้งรัฐบาลไม่รู้จักจบสิ้น ทั้งๆ ที่วิจารณ์ไปตามเนื้อผ้า แถมยังเสนอแนะให้ข้อสังเกต แต่ FC เพื่อไทยบางคนนี่อาการหนัก แตะหรือพูดถึงไม่ได้เลย

ล่าสุดเศรษฐาออกมาพูดแล้ว ว่าจะใช้ฐานข้อมูล และน่าจะหมายถึงใช้แอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ เป็นแอปฯ สำหรับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เพราะเขามีประสบการณ์และมีฐานข้อมูล แต่ระบบเบื้องหลังจะใช้ Blockchain นั่นแสดงให้เห็นว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์นั้นเป็นประโยชน์ต่อรัฐในการนำมาปรับปรุงโครงการ ดีกว่าปล่อยให้เข้ารกเข้าพง

ทีนี้จะพูดถึงนโยบายรัฐบาลเพื่อไทยที่น่าสนใจในมุมมองของผม ไม่ใช่แจกเงินหมื่นบาท แต่อยู่ที่ Soft Power เพราะน่าจะเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดรูปแบบการผลิตที่ก้าวหน้าขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการที่บูรณาการเรื่องต่างๆ เชื่อมโยงกัน

บก.ลายจุด ยังโพสต์ด้วยว่า สิ่งที่ฝรั่งทึ่งเมื่อมาเมืองไทยคือสิ่งนี้ รัฐบาลควรประกาศให้สิ่งนี้เป็นของคู่บ้านคู่เมือง และวางขายชุดสายฉีดตูดไว้ที่ร้านค้าปลอดภาษีตามสนามบิน และควรจัดการแข่งขันการออกแบบสายฉีดตูดในระดับชาติ เรื่องนี้ต้องมีฝรั่งที่เคยมาเมืองไทยพูดถึงแน่นอน กระฉ่อนโลก

‘นิสิตวิศวฯ จุฬาฯ’ สุดเจ๋ง!! คิดค้นแอปฯ ช่วยจับผิดท่านั่ง ป้องกันออฟฟิศซินโดรม โดนใจกรรมการจนคว้าแชมป์ไปครอง

(15 ก.ย. 66) จากปัญหาการใช้ชีวิตของหนุ่มสาววัยทำงาน โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือน ที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ จนทำให้จำนวนมากเป็นโรค ‘ออฟฟิศซินโดรม’ (Office Syndrome) ที่จะอาการปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณ คอ หลัง ไหล่ บ่า แขน หรือข้อมือ ซึ่งอาการปวดดังกล่าวอาจลุกลามจนกลายเป็นอาการปวดเรื้อรัง

‘ออฟฟิศซินโดรม’ (Office Syndrome) โรคยอดฮิตคนทำงานออฟฟิศ เนื่องจากพฤติกรรมของคนทำงานส่วนใหญ่ ที่ต้องนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่เป็นเวลานาน โดยไม่ได้ขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบถ ทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการตึง

นิสิตภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทีม ‘Midnightdev Extended’ จึงคิดค้นนวัตกรรม ตรวจจับการนั่งผิดท่า ป้องกันการเกิดโรคออฟฟิศซินโดรม

ผลงานดังกล่าวทีมผู้คิดค้นใช้ชื่อว่า ‘Offix’ เป็นแอปพลิเคชันคอยตรวจจับการนั่งผิดท่า และทำกายบริหาร เพื่อป้องกันอาการออฟฟิศซินโดรม ซึ่งสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้จริง จนโดนใจคณะกรรมการได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จากการแข่งขัน ‘Digital Youth Network Thailand’ ภายใต้งาน HACKA THAILAND 2023 จัดโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) เมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา

สมาชิกในทีมมาจากหลักสูตรวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล (CEDT) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย นายธนกฤษ สายพันธ์, นายศุภโชค บุตรดีขันธ์, นายนนทพรรษ วงษ์กัณหา, นายรัชชานนท์ มุขแก้ว, นายเทพบดินทร์ ใจอินสม และนายทัศน์พล สวัสดี

นายธนกฤษ ตัวแทนกลุ่มนิสิต กล่าวว่าการทำงานของนวัตกรรมนี้ เป็นแอพพลิเคชั่นที่ติดตั้งอยู่หน้าเดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์ เมื่อเปิดใช้งานตัวแอพพลิเคชั่นจะคอยตรวจจับการนั่งของผู้ใช้ผ่านกล้อง ดูลักษณะการนั่งของผู้ใช้ว่านั่งถูกท่าหรือไม่ เพื่อเก็บข้อมูลและแจ้งเตือนปรับท่านั่ง อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ทำกายบริหาร ซึ่งถ้าหากทำครบสามารถและรับรีวอร์ดและนำไปแลกเป็นส่วนลดหรือสินค้าและบริการต่างๆที่ร่วมกับทางแอพอีกด้วย

การทำงานของ เอไอตรวจจับการนั่งผิดท่า ผู้คิดค้นได้นำข้อมูลเกี่ยวกับองศาการนั่งที่ถูกต้องตามหลักกายภาพ จากข้อมูลทางการแพทย์มาป้อนข้อมูลเข้าระบบ เมื่อผู้ใช้นั่งผิดท่าที่ส่งผลให้ปวดหลัง ก็จะแจ้งตือนทันที ผลงานนี้จึงเป็นการป้องกันก่อนที่จะเกิดโรคออฟฟิศซินโดรม ทำให้ช่วยป้องกันการปวดหลังได้

น่าชื่นชม! 4 ตร. สน.ทางด่วน 2 ยกย่อง “สุภาพบุรุษจราจร” สกัดจับหนุ่มจีนอุ้มสาว มัดมือ - เท้า “ผบ.ตร. - รอง ผบ.ตร.” ชมเชยการปฏิบัติหน้าที่

วันนี้ (15 กันยายน 2566) เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์  ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) เดินทางไปยังสถานีตำรวจทางด่วน 2 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตรวจจราจร เพื่อตรวจเยี่ยม  มอบสิ่งของบำรุงขวัญ มอบเงินรางวัล เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ในการปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือหญิงสาวชาวจีนที่ถูกเรียกค่าไถ่ และสามารถจับกุมคนร้ายได้อย่างทันท่วงที ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจร สน.ทางด่วน 2 ในครั้งนี้นับว่าปฏิบัติหน้าที่อย่างตำรวจมืออาชีพ มีทักษะ ไหวพริบ และคล่องแคล่ว เป็นที่พึ่งของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน 

โดยเมื่อเที่ยงวานนี้ (14 กันยายน 2566) ขณะที่ ร.ต.ต.อาทิตย์ วรรณพราหมณ์ รอง สว.จร. งานศูนย์ควบคุมจราจรด่วน 2 กก.2 บก.จร. พร้อมด้วย ส.ต.อ.ปวรินทร์  ภูชัน, ส.ต.อ.เกริกเกียรติ อุทัยคำ และ ส.ต.อ.ณัฐพงษ์ จันทร์ส่งแสง เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.ทางด่วน 2 บก.จร. กำลังปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร บริเวณหลังด่านเก็บเงินค่าผ่านทางอโศก 4 ได้มีรถแท็กซี่สีเหลือง เข้ามาขอความช่วยเหลือ โดยผู้ขับขี่รถแท๊กซี่แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า  มีหญิงสาวชาวจีนหนีลงมาจากรถยนต์เก๋งที่ประสบอุบัติเหตุบริเวณด่านอโศก 4 มีเชือกมัดอยู่ที่ข้อมือซ้ายและข้อเท้าซ้าย วิ่งมาขึ้นรถแท็กซี่ ตนจึงได้พามาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร.ต.ต.อาทิตย์ฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการกระทำความผิดและเป็นเหตุเร่งด่วน จึงสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 3 นายให้การช่วยเหลือหญิงชาวจีน และออกติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุทันที  พร้อมทั้งประสานงานกับส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จนสามารถจับกุมผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งคันประสบอุบัติเหตุบริเวณทางลงด่วนพระราม 9 ถนนจตุรทิศ เป็นชายชาวจีน อายุ 36 ปี ตรวจค้นภายในรถพบเชือกในลักษณะเดียวกันกับที่ใช้มัดมือและเท้าหญิงชาวจีนที่มาขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา ส่ง สน.มักกะสัน ท้องที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

พล.ต.ท.นิธิธรฯ เปิดเผยว่า “ตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว มีไหวพริบที่ดีมาก ไม่ยึดติดในหน้าที่การกวดขันวินัยจราจรของตนเพียงอย่างเดียว โดยหากรอให้หญิงชาวจีนเข้าแจ้งความดำเนินคดีเสียก่อน ผู้ก่อเหตุอาจหลบหนีไปได้ นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ดี ซึ่งมีการแชร์และชื่นชมกันอย่างมากจากสำนักข่าวและโลกโซเชียล” ซึ่งถือเป็นหนึ่งตัวอย่างของตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่ตามหลัก 5S คือ SMlLE ยิ้มแย้มเป็นมิตร SMART บุคลิกภาพดี SALUTE สุภาพให้เกียรติ SERVICE MlND มีจิตอาสาบริการ และ STANDARD มีมาตรฐานสากลมาตรฐานสากล ตามแนวทางการสร้าง  “สุภาพบุรุษจราจร” ที่ ศจร.ตร.กำลังขับเคลื่อนสร้างมาตรฐานตำรวจจราจรทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการบริการประชาชน  สร้างความเชื่อถือศรัทธา และสร้างความปลอดภัยให้กับทุกชีวิตบนท้องถนน ทั้งนี้หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ โทร.1197 สายด่วนจราจร กองบังคับการตำรวจจราจร หรือ โทร.191 พร้อมให้ความช่วยเหลือทั่วประเทศ
 

‘กองทัพบก’ จ่อโอนย้าย ‘บิ๊กบี้’ เข้าหน่วยงานในพระองค์ พร้อมเลื่อนพิธีส่งมอบหน้าที่เร็วขึ้น จับตา!! โผผู้การกรมฯ

(15 ก.ย. 66) ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพบกได้เลื่อนกำหนดการส่งมอบหน้าที่ ผบ.ทบ. เร็วขึ้น โดยขยับขึ้นมาเป็นวันที่ 20 ก.ย.นี้ จากเดิม ที่กำหนดไว้ในวันที่ 29 ก.ย. พร้อมทั้งปรับพิธีให้สั้นกระชับ เหลือแค่การลงนามเอกสารรับ-ส่งหน้าที่ และพิธีรับมอบการบังคับบัญชา โดยไม่มีการสวนสนามของหน่วยรบจากที่เคยเตรียมการไว้

และวันที่ 15 ก.ย. 66 พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ รองผู้บัญชาการทหารบก (รอง ผบ.ทบ.) เป็นประธานในการประชุมจัดงานแสดงมุทิตาจิต พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมผู้เกษียณอายุราชการในปี 2566 ซึ่งคาดว่าจะจัดในวันที่ 20 ก.ย. เช่นกัน

มีรายงานว่า มีกระแสข่าวสะพัดในกองทัพบกว่า มีคำสั่งโอนย้ายให้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ไปปฎิบัติหน้าที่หน่วยงานในพระองค์แล้ว ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อในการจัดทำโผรองนายพล-ผู้การกรมฯ พอดี 

ขณะที่พิธีส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการทหารเรือ ซึ่งจัดขึ้นที่กองทัพเรือ (วังเดิม) และส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่ ลานอเนกประสงค์ อุทยานการบิน ทอ. (รร.นายเรืออากาศนวมินทร์ฯเดิม) ยังคงเป็นกำหนดการเดิม คือวันที่ 29 ก.ย.นี้

'รศ.ดร.ดนุวัศ' แนะ 5 นโยบายด้านอุดมศึกษาในโลกยุคดิจิทัล ยกระดับ 'ระบบการศึกษา' ครบมิติ เพิ่มพูนศักยภาพเด็กยุคใหม่

(15 ก.ย.66) รศ.ดร.ดนุวัศ สาคริก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาการศึกษา อาจารย์คณะรัฐประศาสนศาสตร์ นิด้า ได้โพสต์ข้อเสนอแนะนโยบายต่อภาครัฐ ด้านอุดมศึกษาในโลกยุคดิจิทัล ไว้ดังนี้...

📌 1. ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล

จัดสรรทรัพยากรเพื่อให้มหาวิทยาลัยมีโครงสร้างดิจิทัลที่แข็งแกร่งซึ่งรวมถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และระบบการจัดการข้อมูลที่ปลอดภัยเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ และการวิจัยออนไลน์

📌 2. มีนโยบายการเรียนรู้ออนไลน์และการศึกษาแบบผสมผสาน (Hybrid)

พัฒนาแนวปฏิบัติและการสนับสนุนสำหรับการเรียนรู้ออนไลน์และการศึกษาผสมผสาน รวมถึงการฝึกอบรมคณาจารย์ในด้านการศึกษาออนไลน์และการให้ความเข้าถึงสำหรับนักเรียนทุกคน

📌 3. สร้างความเป็นส่วนตัวและความมั่งคงปลอดภัยของข้อมูล

ใช้นโยบายความเป็นส่วนตัวและความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลที่เข้มงวดเพื่อปกป้องข้อมูลของนักเรียน และสถาบันในสภาพแวดล้อมดิจิทัล โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบการคุ้มครองข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

📌 4. พัฒนาความรู้และทักษะด้านดิจิทัลสำหรับอนาคต

สนับสนุนนโยบายในการเสริมทักษะด้านดิจิทัลให้แก่นักเรียนและคณาจารย์ โดยให้มีโปรแกรมการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มความสามารถด้านดิจิทัลที่สำคัญสำหรับอนาคต

📌 5. สร้างทรัพยากรการศึกษาแบบเปิด
(Open Educational Resources)

ส่งเสริมการใช้และสร้างทรัพยากรการศึกษาเปิดเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการศึกษา และเพิ่มการเข้าถึงเครื่องมือที่ใช้ในการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ

'วปอ. - สถาบันพระปกเกล้า' มอบเงินฟุตบอลประเพณี 'รักเมืองไทย' เพื่อสนับสนุนในการขับเคลื่อนภารกิจสภากาชาดไทย

วันที่ 15 กันยายน ที่อาคารเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร สภากาชาดไทย นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย รับมอบเงินจำนวน 150,000 บาท จาก พลโท อภิชาติ ไชยะดา ประธานนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 65 , พล.อ.ราชรักษ์ เรียนพืชน์ อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 , ดร.ดํารง ประทีป ณ ถลาง ผู้แทนหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสําหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.) รุ่น 26 เเละนายสมชาย จรรยา ผู้แทนหลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข (4 ส.) สถาบันพระปกเกล้า จากการจัดกิจกรรมแข่งขันฟุตบอลประเพณี “รักเมืองไทย” ระหว่างศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรฯ และสถาบันพระปกเกล้า เพื่อใช้ในการดำเนินภารกิจของสภากาชาดไทย ด้านการบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย การบริการโลหิต และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่มุ่งหวังให้ประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีนายกฤษฎา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย เเละ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด สภากาชาดไทย ร่วมพิธีรับมอบในครั้งนี้ 

นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย กล่าวว่า ปัจจุบันงบประมาณด้านการบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัยยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีพัฒการทางด้านเทคโนโลยีซึ่งมีราคาสูง หากจัดซื้อมาได้จะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข

จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสนับสนุนในโครงการต่างๆ ตามภารกิจของสภากาชาดไทย

ด้าน ดร.ดำรง ประทีป ณ ถลาง กล่าวว่า เงินที่นำมามอบผ่านสภากาชาดไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือคนในชาติด้านสาธารณสุข นั้น เป็นการระดมทุนรับบริจาคจากศิษย์เก่าและปัจจุบัน ของสถาบันพระปกเกล้า เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อสาธารณะ ซึ่งกิจกรรมการแข่งขันฟุตบอลประเพณี “รักเมืองไทย” สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี นำมาซึ่งประเพณีที่ดีงาม สร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ความรัก ความสามัคคีในทุกภาคส่วน

ศูนย์ปันน้ำใจสาธุฯ รับรางวัล องค์กรเครือข่ายสนับสนุนงานผู้สูงอายุ วันผู้สูงอายุแห่งชาติ ปี 2566

ศูนย์ปันน้ำใจสาธุ​ มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์​ กองทัพเรือ​ ในพระบรมราชินูปถัมภ์​ ได้รับรางวัล​ "องค์กรเครือข่ายที่สนับสนุนการดำเนินงานด้านผู้สูงอายุ" เนื่องในโอกาส วันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว​ ประจำปี​ 2566

นอกจากนี้แล้ว พล.ร.ต.หญิง​ อำไพวัลย์​ สวยสม​ ประธานศูนย์ปันน้ำใจสาธุฯ​ ยังได้รับการประกาศสดุดีเกียรติคุณ ยกย่องเป็น​ผู้สูงอายุที่เป็นแบบอย่างที่ดี ในสังคม​ ปีพุทธศักราช​ 2566​ อีกด้วย โดย​ พลเอก​ ประยุทธ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี​ เป็นผู้มอบรางวัล​​ ณ​ อาคารรัฐประศาสนภักดี​ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กทม.

พลเรือตรีหญิง อำไพวัลย์ สวยสม ประธานศูนย์ปันน้ำใจสาธุฯ ได้กล่าวถึงความเป็นมาของศูนย์ปันน้ำใจสาธุฯ ว่า จากประสบการณ์ 7 ปี ของคณะกรรมการชมรมผู้สูงอายุ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ พบว่ายังมีกลุ่มผู้สูงอายุอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องอยู่ติดบ้านหรือติดเตียง ดังนั้น เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุกลุ่มนี้ให้ดีขึ้น จึงเกิดแรงบันดาลใจทำให้มีการรวมกลุ่มของจิตอาสา ผลักดันให้เกิดศูนย์ปันน้ำใจสาธุฯ ขึ้น โดยมีเจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ในขณะนั้นให้การสนับสนุน และเมื่อได้ไปศึกษาดูงานร่วมกับ อบต.พลูตาหลวง ที่เทศบาลตำบลคลองใหญ่ จังหวัดตราด ได้รับทราบถึงระบบการซ่อมอุปกรณ์ไปใช้ในชุมชนของโรงพยาบาลคลองใหญ่ จึงได้นำมาเป็นแนวคิดจัดตั้งศูนย์ปันน้ำใจสาธุ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือขึ้น เมื่อวันที่ 11 ม.ค.63 เพื่อให้ผู้ที่มีความประสงค์ จะขอยืมอุปกรณ์และสิ่งของดังกล่าว นำมาใข้ได้ที่บ้านได้

โดยผู้ที่มีความประสงค์ จะขอยืมอุปกรณ์และสิ่งของดังกล่าวมาใข้ได้ที่บ้าน สามารถติดตอสอบถามรายละเอียดได้ที่ มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ โทร.0-3893-3905,08-0599-9658, 08-9024-5614 ในวันและเวลาราชการ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top