Monday, 29 June 2026
NEWS FEED

'ตั๊น' พ้นมลทิน หลังเกรียนคีย์บอร์ดโพสต์อ้างพาคนเหยียบป้าย สตช. ขอบคุณกระบวนการยุติธรรม ลั่น!! ขอรับคําขอโทษเป็นคุกเท่านั้น

(16 ก.ย.66) น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร รักษาการรองเลขาธิการพรรค และอดีต สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ขอขอบพระคุณกระบวนการยุติธรรมที่ให้ความเป็นธรรมกับตั๊น จากกรณีที่มีบุคคลแสดงความคิดเห็นใส่ร้าย ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ‘กรณีกล่าวหาว่าทำลายป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ’ ลงในโซเชียล

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตั๊นได้อดทน อดกลั้นจากการดูถูก ด่าทอ และโดนกระทำฝ่ายเดียวมาตลอด จนมาถึงวันนี้กระบวนการศาลได้ตัดสินลงโทษปรับและจำคุก เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ

ขอให้กรณีนี้เป็นการสร้างบรรทัดฐานให้เกิดขึ้นจริงในสังคม ในการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ ไตร่ตรอง การวิพากษ์วิจารณ์ ข้อมูลข่าวสารที่อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงค่ะ

จากข้อมูลผู้สื่อข่าวพบว่า เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.66 ที่ผ่านมา ศาลแขวงพระนครเหนือ ได้มีคำพิพากษาว่า ข้อกล่าวหาที่จำเลยกล่าวถึง น.ส. จิตภัสร์ว่าเป็นแกนนำพาคนไปทำลายป้ายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ น.ส.จิตภัสร์ มีหนังสือจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 และกรมสอบสวนคดีพิเศษ อันเป็นหน่วยงานราชการแสดงว่า น.ส.จิตภัสร์ มิได้กระทำดังเช่นที่จำเลยกล่าว

ทั้งไม่ปรากฏชัดว่า น.ส. จิตภัสร์ เข้าไปเกี่ยวข้องโดยเป็นแกนนำพาคนไปทำลายป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเป็นผู้ที่เหยียบย่ำยศและเครื่องแบบพระราชทานจริงหรือไม่อย่างไร เป็นเพียงภาพที่มีการส่งต่อๆกันโดยไม่ทราบแหล่งที่มาที่แท้จริง ข้อความที่หมิ่นประมาทจึงไม่ใช่ความจริง

จำเลยจึงมีความผิดฐานหมิ่นประมาท ตาม ปอ.มาตรา 326 จำคุก 1 เดือนและปรับ 12,000 บาท โดยจำเลยให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาและลบข้อความที่หมิ่นประมาทแล้ว คงจำคุก 20 วันและปรับ 8,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามปอ. มาตรา 56 ยกฟ้องความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน

#รับคําขอโทษเป็นคุกเท่านั้น #ความจริงไม่มีวันตาย 

'เมียนมา' เล็ง!! เสนอวีซ่าท่องเที่ยว 1 ปี ให้ 'ชาวจีน-อินเดีย' เที่ยวได้ทุกแห่ง เว้นพื้นที่ต้องห้าม หวังดึงเม็ดเงินกลับมา

(16 ก.ย.66) หนังสือพิมพ์ Global New Light of Myanmar ของทางการเมียนมารายงานว่า เร็วๆ นี้รัฐบาลจะประกาศโครงการนำร่องหนึ่งปีให้วีซ่าท่องเที่ยวขอได้ ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (visa on arrival) แก่นักท่องเที่ยวชาวจีนและอินเดียสามารถท่องเที่ยวในเมียนมาได้ทุกที่ยกเว้นพื้นที่ต้องห้ามด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย เทียบกับปัจจุบันที่นักท่องเที่ยวจีนและอินเดียต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวออนไลน์หรือไปที่สถานทูตเมียนมา

ทั้งนี้ หากมองรัฐบาลทหารเมียนมาที่ยังคงจัดการฝ่ายต่อต้านการรัฐประหารเมื่อปี 2564 โดยยอมรับว่า ยังควบคุมพื้นที่ไม่ได้ทั้งหมดนั้น ทำให้หลายประเทศ อาทิ สหรัฐฯ และออสเตรเลีย จึงแนะนำไม่ให้คนของตนมาเมียนมา เนื่องจากความขัดแย้งยังมีอยู่

ต่างจากจีนและอินเดียซึ่งมีพรมแดนติดกับเมียนมา อีกทั้งยังมีสัมพันธ์กับเหล่านายพลนับตั้งแต่ก่อรัฐประหาร

ไม่เพียงเท่านั้น กระทรวงการท่องเที่ยวเมียนมากำลังทำงานเพื่อดึงดูดนักเดินทางจากรัสเซีย พันธมิตรหลักและประเทศผู้จัดหาอาวุธอีกรายด้วย

ไม่กี่วันก่อนสายการบินแห่งชาติเมียนมาเริ่มบนตรงไปยังเมืองโนโวซีบีสค์ของรัสเซีย รัฐบาลทหารเผยว่ากำลังจะอนุญาตให้ใช้บัตร Mir ของรัสเซียชำระเงินได้โดยตรง

เมียนมา หลังจากกองทัพปกครองประเทศมาหลายสิบปี จนกระทั่งเมียนมาได้เปิดประเทศเมื่อปี 2554 และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม แต่พอเจอช่วงโควิดระบาดก็ต้องปิดประเทศ ซ้ำยังตามด้วยการรัฐประหาร และปราบปรามฝ่ายต่อต้าน จนทำให้นักท่องเที่ยวหายไป

ขณะเดียวกันเศรษฐกิจเมียนมาตกต่ำอย่างหนัก ค่าเงินจ๊าดดิ่งมากเมื่อเทียบกับดอลลาร์ หลายเมืองหลักประสบปัญหาไฟฟ้าดับ เอทีเอ็มและเคาน์เตอร์แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศหายาก

มาตรการนี้ จึงน่าจะเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลทหารเมียนมาคงต้องเร่งทำ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติและเม็ดเงินกลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะ 'ชาวจีน-อินเดีย' ถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ 

กระบี่ ผบ.ทร.ถกบอร์ดบริหารศรชล.รีวิวผลงานรอบปี 2566 พหุภาคีซิมลีย์-ดีลMOUเวียดนาม-ชงตั้งทีมอนุฯ

ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล โดย พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหาร ศรชล. ครั้งที่ 3/2566 พร้อมด้วย พลเรือเอก ชลธิศ นาวานุเคราะห์ เสนาธิการทหารเรือ/เลขาธิการ ศรชล. คณะกรรมการบริหาร ศรชล. และผู้แทนหน่วยงานหลัก 7 ศรใน ศรชล. ประกอบด้วย กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า กรมประมง กรมศุลกากร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กองบังคับการตำรวจน้ำ และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ร่วมประชุม ณ โรงแรมโซฟิเทล กระบี่ โภคีธรา กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ท จังหวัดกระบี่

การประชุม ศรชล. สัญจรครั้งที่ 3 ถือเป็นนัดสุดท้ายของปีงบประมาณ 2566 จัดขึ้นในพื้นที่ทะเลอันดามัน ศรชล.ภาค 3 ปรากฎสาระสำคัญที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นการรายงานผลการปฏิบัติตามนโยบายการปฏิบัติงานของ รอง ผอ.ศรชล./ผบ.ทร. ในรอบปี พ.ศ.2566 มีเครื่องแบบปฏิบัติงาน ศรชล. การพัฒนาความสัมพันธ์กับหน่วยงานความมั่นคงและบังคับใช้กฎหมายทางทะเลและระหว่างประเทศ การพัฒนาแนวทางการประชาสัมพันธ์และการสร้างความตระหนักรู้ ให้สำนักงานศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือ (ศคท.) จังหวัดมีรูปแบบอาคารปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐาน การยกระดับการปฏิบัติงานให้มีมาตรฐานสากล การยกระดับการปฏิบัติในด้านการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล (SAR) เตรียมความพร้อม การวางแผนรองรับการขจัดคราบน้ำมันและมลพิษทางน้ำ 

ทั้งนี้ นโยบายด้านธุรการ การกำลังพล และการส่งกำลังบำรุง นโยบายด้านแผนและนโยบาย และนโยบายด้านการปฏิบัติ การฝึก และการบังคับใช้กฎหมายในภาพรวมเป็นไปตามแผนงาน ตัวชี้วัด และเป้าหมายที่กำหนด  ผลงานระดับภูมิภาคที่สำคัญคือ ศรชล. เป็นเจ้าภาพร่วมกับหน่วยยามชายฝั่งสหรัฐอเมริกา จัดการประชุมระดับผู้บังคับบัญชาตามกรอบความริเริ่มการบังคับใช้กฎหมายทางทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMLEI) ครั้งที่ 9 ระหว่าง 11 - 14 กรกฎาคม 2566 ณ โรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงและปลอดภัยทางทะเลร่วมกับหน่วยบังคับใช้กฎหมายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีผู้แทนหน่วยงานรักษาความมั่นคงทางทะเลจากมาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และสหรัฐฯ มีการอภิปรายและหารือเกี่ยวกับประเด็นที่สำคัญในระดับที่สูงขึ้น ได้แก่ การเขียนระเบียบปฏิบัติงาน (SOP) และขั้นตอนการอนุมัติหรือให้ความเห็นชอบการกำหนดข้อมูลด้านขีดความสามารถและการยุทธการ การวางแผนกลไกที่จำเป็นต่อความร่วมมือแบบพหุภาคี การปรึกษาหารือประจำปีโดยเน้นประเด็นหลักที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการกำหนดให้หน่วยยามฝั่งเวียดนามเป็นเจ้าภาพในปี พ.ศ.2567 และ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทางทะเลของอินโดนีเซีย เป็นเจ้าภาพในปี พ.ศ.2568 ทั้งนี้ หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ สำรวจความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมการประชุมฯ 

โดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก  ที่ประชุมรับทราบคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2566 เห็นชอบให้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง ศรชล. สำนักนายกรัฐมนตรี กับ หน่วยยามฝั่งเวียดนาม ในความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายทางทะเล โดยมอบอำนาจให้ รอง ผอ.ศรชล.เป็นผู้แทนฝ่ายไทย และ ผบ.หน่วยยามฝั่งเวียดนาม เป็นผู้แทนฝ่ายเวียดนาม ในการลงนามในบันทึกความเข้าใจ ที่มีสาระสำคัญเป็นการส่งเสริมความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายทางทะเล 4 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบขนสินค้าและการหลบหนีเข้าเมือง การดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย การอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางทะเล และการยกระดับความปลอดภัยในการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล 

นอกจากนี้ ศรชล. ยังได้จัดทำ(ร่าง)ระเบียบปฏิบัติงาน (SOP) เรื่องแนวทางประสานงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินทางทะเล เพื่อพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินในทะเล โดยผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินทางทะเล จะได้รับการช่วยเหลือในเบื้องต้นอย่างทันท่วงทีและเป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์ที่กฎหมายกำหนด สอดคล้องกับหน้าที่ อำนาจ และความรับผิดชอบของ ศรชล.ข้อพิจารณาสำคัญในการประชุมครั้งนี้ ตามที่ ศรชล. ได้จัดทำแผนการรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566 - 2570) เพื่อให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางในการจัดทำแผนงานและโครงการให้สอดคล้องกับแผนและแนวทางในการรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล โดยเสนอให้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ เป็นไปตามที่กำหนดในมาตรา 23 ของ พ.ร.บ.การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ.2562 ที่มี รองเลขาธิการ ศรชล. เป็นประธานอนุกรรมการ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศรชล. เป็นรองประธานฯ และมีผู้แทนจากหน่วยงานภายใน ศรชล. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นอนุกรรมการ รวมทั้งหมด 34 คน เป็นกลไกในการบูรณาการขับเคลื่อนแผนการรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติทางทะเลกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และช่วยเหลือในการพิจารณากลั่นกรองการบริหารงานของ ศรชล. ตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการบริหาร ศรชล. โดยเมื่อคณะกรรมการบริหาร ศรชล. ให้ความเห็นชอบจะได้เสนอขออนุมัติต่อไป

ผบ.ตร.ลงพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4 เปิดอาคาร สภ.หนองแสง ใหม่ พร้อมอำลาราชการ ตรวจเยี่ยม ให้โอวาท มอบหลวงพ่อโสธรรุ่น “ตร.108 ปี” ชมเชยการทำงานตามนโยบาย ตร. โครงการนาคาพิทักษ์ ต้นแบบแก้ปัญหาผู้ป่วยจิตเวช เน้นย้ำทำงานเชิงรุก ทัศนคติเชิงบวก แก้ปัญหายาเสพติด

วานนี้ (15 ก.ย. 66)  เวลาประมาณ 09.30 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เดินทางไปเป็นประธานเปิดอาคารที่ทำการสถานีตำรวจภูธรหนองแสง จว.อุดรธานี โดยมี พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 , พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี , พ.ต.อ.จักรทิพย์ กูลพฤกษี ผกก.สภ.หนองแสง พร้อมแขกผู้เกียรติเข้าร่วม

ผบ.ตร. ขึ้นแท่นรับความเคารพและตรวจแถวกองเกียรติยศ มอบสิ่งของบำรุงขวัญ แก่ตำรวจ สภ.หนองแสง และหน่วยตำรวจในพื้นที่ มอบใบประกาศเกียรติคุณผู้สนับสนุนกิจการงานตำรวจ และทำพิธีเปิดอาคาร กดปุ่มเปิดผ้าแพรคลุมป้ายชื่ออาคารที่ทำการ สภ.หนองแสง ตรวจเยี่ยมภายในอาคาร

สำหรับ สภ.หนองแสง แห่งใหม่ ตร.ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างทดแทนอาคารเก่าซึ่งสร้างมาแล้วกว่า 42 ปี รองรับภารกิจดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 4 ตำบล 38 หมู่บ้าน ประชากร 27,176 คน มีตำรวจทั้งสิ้น 60 นาย ทั้งนี้ สถานีตำรวจแห่งใหม่จะรองรับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจยุคใหม่ ทั้งการอำนวยความยุติธรรม ให้บริการประชาชน ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม มีความทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันทุกมิติ

ต่อมาเวลา ประมาณ 11.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ และคณะ เดินทางมาตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย เพื่ออำลาหน่วย และให้โอวาทตำรวจ โดยมี พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 , รอง ผบช. , ผบก.ในสังกัด ภ.4 เข้าร่วม ส่วนระดับสถานีตำรวจมีการถ่ายทอดการประชุมทางระบบวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์

ผบ.ตร. ได้กล่าวขอบคุณและชมเชยการปฏิบัติงานของตำรวจ ภ.4 ในห้วงที่ผ่านมา ที่ได้ปฏิบัติตามนโยบาย  ร่วมกันดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะ โครงการนาคาพิทักษ์ ที่ค้นหาและแก้ไขปัญหาผู้ป่วยจิตเวช ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเป็นต้นแบบแนวทางแก่พื้นที่อื่นๆทั่วประเทศ  มีผลการประเมินตามโครงการประเมินผลความพึงพอใจของประชาชนที่ดี โดย ภ.4 ได้ลำดับคะแนนเป็นต้นๆในภาพรวมของประเทศ  งานจราจร ภ.4 มีการปฏิบัติที่ดีทั้งในเรื่องการอำนวยความสะดวกการจราจรในเทศกาล การป้องกันและลดอุบัติเหตุในพื้นที่ ซึ่ง ภ.4 ได้อันดับสองของประเทศ ขอให้รักษามาตรฐานการทำงาน เพื่อดูแลพี่น้องประชาชน
    
การป้องกันยาเสพติด ให้มุ่งแก้ไขปัญยาเสพติดทุกมิติ โดยเฉพาะการสร้างชุมชนยั่งยืน ทำชุมชนเข้มแข็ง เข้าไปในชุมชน ค้นหาผู้ป่วยผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อร่วมแก้ปัญหา มีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือสำคัญในงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ต้องแสวงหาความร่วมมือกับภาคประชาชนในพื้นที่  และ ภ.4 ได้มีการใช้อุปกรณ์ไม้ง่าม เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ ถือว่าดำเนินการได้ดี 

ขอทุกคนให้ความสำคัญ กับการรับแจ้งความออนไลน์ มุ่งปราบปรามจับกุมบัญชีม้าซิมม้า เมื่อจับกุมให้มีการสืบสวนขยายผลติดตามยึดทรัพย์กลุ่มขบวนการที่ทำผิด โดยหลังจากที่มีการออก พรก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 มาเป็นเครื่องใช้เครื่องมือในการทำงานของเจ้าหน้าที่ คดีก็มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ขอให้ตำรวจคงความเข้มในการดำเนินการ ทั้งมิติการปราบปราม การป้องกัน สร้างครูไซเบอร์ แสวงหาความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาคดีออนไลน์ให้ลงลงต่อเนื่อง  

ผบ.ตร.ยังฝากข้อคิดการทำงานให้ตำรวจ ว่า ต้องทำงานเชิงรุก มีทัศนคติที่ดีในการทำงาน มุ่งหมั่นพัฒนาตนเองให้เป็นตำรวจมืออาชีพ ทำงานเชิงรุก โดยศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ หมั่นทบทวนยุทธวิธี วางแผนการทำงาน ทบทวน ประเมินการปฏิบัติ  แสวงหาความร่วมมือ สื่อสารทำความเข้าใจ กับพี่น้องประชาชนอยู่เสมอ

สิ่งสำคัญที่สุดที่ตำรวจพึงมี คือ ทัศนคติเชิงบวกมุ่งมั่นปฏิบัติงานโดยมีประชาชนเป็นที่ตั้ง มีความเสียสละ สามัคคี อุทิศให้ส่วนรวม เมื่อเรามีทัศนคติที่ดีแล้ว จะเป็นแรงผลักในการทำงาน ไม่เหน็ดเหนื่อย ไม่คิดว่างานในหน้าที่คือภาระ ไม่บ่น ไม่ย่อท้อ แต่จะเห็นว่าอาชีพตำรวจเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ช่วยเหลือประชาชน เปรียบเสมือนการทำบุญ ทำความดีในทุกวัน

หลังมอบนโยบาย ผบ.ตร.ได้มอบพระพุทธรูปหลวงพ่อโสธร รุ่น “ตร.108 ปี” ที่ ตร.จัดสร้างขึ้น ให้ ภ.4 พร้อมมอบเหรียญอาร์ม พระพุทธโสธร ให้ข้าราชการตำรวจ ภ.4 ทุกนาย เพื่อความเป็นสิริมงคล หลังจากที่มอบให้ตำรวจ ภ.5,6,7 และได้ส่งมอบให้ตำรวจทั่วประเทศไปส่วนหนึ่งแล้ว 

จากนั้นเวลา 16.30 น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ได้เดินทางไปบรรยายพิเศษ การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยสัญจร ประจำปี 2566 ครั้งที่ 5 จังหวัดนครพนม  มี นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำภาคธุกิจ หอการค้าไทยทุกจังหวัด ผู้ประกอบการเข้าร่วมฟัง

ผบ.ตร.ได้กล่าวถึงความสำคัญของเสริมสร้างภูมิคุ้มกันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ หลังที่ปราบปรามภัยออนไลน์มาต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถดำเนินการให้หมดไปได้ จึงจำเป็นที่ต้องอาศัยความร่วมมมือทุกภาคส่วน สร้างภูมิคุ้มกัน (วัคซีนไซเบอร์) ให้รู้เท่าทันภัยกลโกงรูปแบบต่างๆ  มีการทำข้อสอบวัคซีนไซเบอร์ และ ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ซึ่ง ตร.ได้ร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน ดำเนินการมาต่อเนื่อง ประกอบกับ การผลักดัน พรก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 มาเป็นเครื่องใช้เครื่องมือในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทำให้คดีก็มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ทั้งนี้ได้ฝากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นอกจากสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเอง ให้ช่วยขยายความรู้วัคซีนไซเบอร์ไปสู่ประชาชนให้ทั่วถึงมากที่สุด เพื่อร่วมกันป้องกันภัยออนไลน์ที่จะเกิดขึ้นกับสังคมไทย

‘วัดไผ่เหลือง’ ฉายหนังกลางแปลง 9 คืนรวด ให้พญายมดู หลังมีคนมาขอแก้บน เหตุประสบความสำเร็จดังพรที่ขอไว้

เมื่อวานนี้ (15 ก.ย.66) ที่วัดไผ่เหลือง ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พระครูสมุห์สิทธิโชค อภินนฺโท เจ้าอาวาสวัดไผ่เหลือง เปิดเผยว่า ในวันที่ 16-24 ก.ย.66 ทางวัด ได้รับการติดต่อจากญาติโยมที่มาไหว้ขอพรพระในวัด และได้ไปขอพรกับท่านท้าวพญายมราช ในเรื่องของการทำธุรกิจ 1 ราย และในเรื่องการขอพรให้หายเจ็บป่วย 1 ราย โดยทั้ง 2 รายนี้ได้มาขอพรไว้เมื่อช่วงเดือนมิ.ย.และก.ค.66 ว่าหากขอพรท่านท้าวพญายมราชแล้วสำเร็จจะนำหนังกลางแปลงมาฉาย ให้ท่านท้าวพญายมราชดู ในครั้งนี้ ทั้ง 2 รายได้ประสบความสำเร็จดังพรที่ได้ขอไว้กับท่านท้าวพญายมราชแล้ว จึงได้ขออนุญาต เพื่อนำหนังกลางแปลงมาฉายดังกล่าว โดยจะเริ่มฉายในวันที่ 16-24 ก.ย. 66 รวม 9 คืน ติดต่อกัน ซึ่งภาพยนตร์ ที่จะนำมาใช้นั้น เป็น ภาพยนตร์ทั้งใหม่และเก่า คืนละ 2 เรื่อง 

“เรื่องดังกล่าว เป็นความเชื่อ ความศรัทธา และความเลื่อมใสเพื่อเป็นกำลังใจ และพลังใจ อย่างไรก็ดี การที่เราจะทำอะไรให้สำเร็จ ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถ และความพร้อมของคนๆ นั้น การมาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็เป็นเพียงกำลังใจ ให้เราได้ยึดมั่นถือมั่น ให้คิดดี ทำดี ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ และหากเรามีความศรัทธาอย่างจริงจัง ก็จะได้สิ่งนั้นๆอย่างแท้จริง” พระครูสมุห์สิทธิโชค กล่าว 

สำหรับรูปปั้นองค์ท้าวพญายมของวัดไผ่เหลืองนี้ สร้างขึ้นในวันเสาร์ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 เมื่อปี 2560 หน้าตักกว้าง 1.2 เมตร สูง 1.80 เมตร เป็นองค์นั่ง บน บัลลังก์ สร้างขึ้นมาเพื่อให้ชาวบ้านที่มีความเลื่อมใสและศรัทธา มากราบไหว้ขอพร ให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ตามตำราที่หลวงพ่อสิงห์ ท่านเจ้าอาวาสวัดองค์ก่อนเคยบอกวิธีให้ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากกับอาตมาไว้ว่า “หากต้องการให้ขอพรบนบานให้โรคภัยไข้เจ็บหาย ให้ไปจุดธูปไหว้หลวงพ่อพระพุทธชินราชแล้วบอกกล่าวผ่านไปถึงท้าวพญายมให้ช่วยเหลือในเรื่องโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ก็จะสัมฤทธิ์ผล" ต่อมาหลังจากสิ้นท่านเจ้าอาวาสองค์ก่อน ท่านจึงได้นึกถึงคำพูดนั้น จึงตัดสินใจสร้างรูปปั้นองค์ท้าวพญายมราช ขึ้นมาในฤกษ์ที่เป็นวันดีวันแข็งที่สุด จากนั้นก็จะมีชาวบ้านทั่วไปเดินทางมาจุดธูปบนบานศาลกล่าว จนกระทั่งประสบความสำเร็จ จึงเดินทางมาแก้บนตามที่ขอไว้

'ตม.ขอนแก่น' รวบชาวต่างด้าวสัญชาติจีน หลังอยู่เกินกำหนด 863 วัน

ตำรวจ ตม. จังหวัดขอนแก่น จับกุมบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีน อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดตามมาตรา 81 พ.ร.บคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 กว่า 863 วัน"

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ ศปก.ตม. จังหวัดขอนแก่น อาคาร 2 ชั้น 2 ภายในสำนักงานขนส่ง ผู้โดยสารจังหวัดขอนแก่นแห่งที่ 3 ถนนเลี่ยงเมือง ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น พ.ต.ท.สุพจน์ การุณวงษ์ สว.ตม.จว. ขอนแก่น พร้อมด้วยชุดจับกุม ร.ต.อ.สรายุทธ พิลามา รอง สว.ตม.จว.ขอนแก่น  ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว. ขอนแก่น และ นายณชพัฒน์ ไกรศรีวรรธนะ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้านการข่าว กอ.รมน.จังหวัดขอนแก่นร่วมกันแถลงข่าวการ"จับกุมบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีน อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดตามมาตรา 81 พ.ร.บคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 กว่า 863 วัน"

ตามนโยบายของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี, นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี เรื่อง การควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติ ที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในชณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝง ตัวอยู่ก่อเหตุ กับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นำโดย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. ,พล.ต.ต.สรร พูลศิริ รอง ผบช.สตม , พล.ต.ต.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ ผบก.ตม.5,พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ แสงเดือน รอง ผบก.ตม.4 ,พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม 4, พ.ต.ท. โสรัจ วิชยสุทธิ์ สวญ.ตม.จว.ขอนแก่น, พ.ต.ท.สุพจน์ การุณวงษ์ สว.ตม.จว. ขอนแก่น ชุดจับกุม ร.ต.อ.สรายุทธ พิลามา รองสว.ตม.จว.ขอนแก่น นำกำลัง ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว. ขอนแก่น ร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวขอนแก่น (ส.ทท.1 บก.ทท.2) ร่วมแถลงข่าวการจับกุม ผู้ต้องหาดังนี้

ก่อนเกิดเหตุ ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว. ขอนแก่น ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีบุคคลต่างด้าวเข้ามาพักอาศัยที่หมู่บ้านเคลฟเวอร์ไทม์ ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.ขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวขอนแก่น (ส.ทท.1 บก.ทท.2) จึงได้ลงพื้นที่เพื่อเข้าตรวจสอบพบ

บุคคลต่างด้าวดังกล่าวตามข้อมูลของสายลับ จึงสอบถามต่างด้าวคนดังกล่าว ทราบชื่อว่า MR.XAO YANG(นามสมมติ) สัญชาติจีน อายุ 35 ปี เดินทางทางด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2564 ได้รับอนุญาติให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 2 พ.ค. 2564 (คนอยู่ชั่วคราว 90 วัน) และได้อาศัยอยู่ในหลายพื้นที่ ทั้งกรุงเทพมหานคร ชลบุรี และล่าสุดเข้ามาอาศัยในจังหวัดขอนแก่น โดยมีพฤติกรรมหลบซ่อนไม่เปิดเผยตัว จนถูกจับกุมดังกล่าว

สตม.ขอเรียนให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กาดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในต้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทย และสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และมีการเดินทางเข้า-ออก ประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สำนักงานใหญ่)อาคารเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 โทร. 1178/ 02-572-8500 E-mail : [email protected] หรือที่ www.inmigration.go.th. จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง จัดปาฐกถาและนำเสนอยุทธศาสตร์ ในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์เสริมสร้างให้กระบวนการเลือกตั้งได้รับการยอมรับ”

​สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง โดยนักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 13 (พตส. 13) จัดปาฐกถาและนำเสนอยุทธศาสตร์เชิงปฏิบัติการต่อสาธารณะ ในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์เสริมสร้างให้กระบวนการเลือกตั้งได้รับการยอมรับ” ในวันศุกร์ที่ 15 กันยายน 2566 เวลา 12.00 - 17.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุมสโมสรราชพฤกษ์ นอร์ธปาร์ค ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยมี ศาสตราจารย์สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ กรรมการการเลือกตั้ง เป็นประธานในพิธีเปิด  

​การนำเสนอยุทธศาสตร์ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการปรับปรุงพัฒนาการเลือกตั้งทุกระดับ สู่การบรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ และภารกิจตามแผนยุทธศาสตร์ระยะ 20 ปี สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (พ.ศ. 2561 – 2580) ซึ่งจะส่งผลให้กระบวนการเลือกตั้งและกระบวนการให้ได้มาซึ่งบุคคลเข้าไปทำหน้าที่ในการปกครองประเทศตามระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนว่าเป็นการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม โดยผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง, ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง, คณะกรรมการกำกับหลักสูตรฯ, คณาจารย์ที่ปรึกษา พตส. 13, ผู้เข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 1-12, ผู้แทนพรรคการเมือง, นิสิต - นักศึกษา, สื่อมวลชน และเครือข่ายภาคประชาชนที่สนใจ รวม 350 คน

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับฟังการปาฐกถา เรื่อง “ฉากทัศน์ประเทศไทย...หลังการจัดตั้งรัฐบาล” 
โดย ท่านชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีคนที่ 20 อดีตประธานรัฐสภาและอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร, การนำเสนอยุทธศาสตร์ ในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์เสริมสร้างให้กระบวนการเลือกตั้งได้รับการยอมรับ” โดย ดร.ณัฏฐญา พัฒนะวาณิชนันท์ ประธานวิชาการ พตส. รุ่นที่ 13 และคณะ, การวิพากษ์ยุทธศาสตร์ โดย ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย อดีตเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และการเสวนาประเด็นร่วมสมัย ในหัวข้อ “พรรคการเมืองแบบไหนที่คนไทยต้องการ” โดย นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ตลอดจนพิธีกรรายการโทรทัศน์ชาวไทย นายวีระ ธีรภัทร เป็นผู้ดำเนินรายการ

ส่องเลขเด็ด ‘ท้าวเวสสุวรรณ’ วัดสนามชัย จังหวัดอ่างทอง หลัง ‘สาววัย 28 ปี’ ดวงเฮงถูกเลขธูปเสี่ยงทาย 3 งวดติด

(15 ก.ย. 66) ที่บริเวณวัดสนามชัย ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง พบว่าชาวบ้านและนักท่องเที่ยว ต่างเดินทางมากราบไหว้ขอพร ‘ท้าวเวสสุวรรณ’ โดยนำดอกกุหลาบแดง ดอกไม้ ธูปเทียน มากราบไหว้ขอพร จุดธูปเสี่ยงทายขอตัวเลข ล้วงไห และจุดประทัดเสี่ยงทาย

นอกจากนี้ หญิงสาว วัย 28 ปี ยังเล่าให้ฟังว่า ตนเองได้มาขอเลขธูปเสี่ยงทาย ท้าวเวสสุวรรณ นำไปเสี่ยงดวงถูกมาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดถูกเลขท้าย 2 ตัวมา 3 งวดติดต่อกัน ได้นำน้ำแดง พร้อมดอกกุหลาบมาทำการแก้บน และไม่พลาด จุดธูปขอตัวเลขไปเสี่ยงทาย พบเป็นเลข 557-320 ไปเสี่ยงดวง

‘ท้าวเวสสุวรรณ’ วัดสนามชัย สร้างเป็นรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ มีความสูง 9 ศอก ประดับติดกระจกโดยรอบองค์อย่างสวยงาม และยังมีบริวารยักษ์อีก 4 ตน อยู่รายล้อม ท้าวเวสสุวรรณ ชาวบ้านทั่วสารทิศ ต่างเดินทางมากราบไหว้ขอพร ขอโชคลาภ โดยนำดอกกุหลาบแดง ดอกไม้ ธูปเทียน มากราบไหว้ขอพร และจุดธูป จุดประทัดเสี่ยงโชค

‘บก.ลายจุด’ แนะ!! รัฐบาลดันสายฉีดก้น ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ วางขายสนามบิน-จัดแข่งขันออกแบบระดับชาติ

(15 ก.ย. 66) นายสมบัติ บุญงามอนงค์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘สมบัติ บุญงามอนงค์’ ระบุว่า…

เดี๋ยวจะหาว่าวันๆ เอาแต่จับผิด โต้แย้งรัฐบาลไม่รู้จักจบสิ้น ทั้งๆ ที่วิจารณ์ไปตามเนื้อผ้า แถมยังเสนอแนะให้ข้อสังเกต แต่ FC เพื่อไทยบางคนนี่อาการหนัก แตะหรือพูดถึงไม่ได้เลย

ล่าสุดเศรษฐาออกมาพูดแล้ว ว่าจะใช้ฐานข้อมูล และน่าจะหมายถึงใช้แอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ เป็นแอปฯ สำหรับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เพราะเขามีประสบการณ์และมีฐานข้อมูล แต่ระบบเบื้องหลังจะใช้ Blockchain นั่นแสดงให้เห็นว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์นั้นเป็นประโยชน์ต่อรัฐในการนำมาปรับปรุงโครงการ ดีกว่าปล่อยให้เข้ารกเข้าพง

ทีนี้จะพูดถึงนโยบายรัฐบาลเพื่อไทยที่น่าสนใจในมุมมองของผม ไม่ใช่แจกเงินหมื่นบาท แต่อยู่ที่ Soft Power เพราะน่าจะเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดรูปแบบการผลิตที่ก้าวหน้าขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการที่บูรณาการเรื่องต่างๆ เชื่อมโยงกัน

บก.ลายจุด ยังโพสต์ด้วยว่า สิ่งที่ฝรั่งทึ่งเมื่อมาเมืองไทยคือสิ่งนี้ รัฐบาลควรประกาศให้สิ่งนี้เป็นของคู่บ้านคู่เมือง และวางขายชุดสายฉีดตูดไว้ที่ร้านค้าปลอดภาษีตามสนามบิน และควรจัดการแข่งขันการออกแบบสายฉีดตูดในระดับชาติ เรื่องนี้ต้องมีฝรั่งที่เคยมาเมืองไทยพูดถึงแน่นอน กระฉ่อนโลก

‘นิสิตวิศวฯ จุฬาฯ’ สุดเจ๋ง!! คิดค้นแอปฯ ช่วยจับผิดท่านั่ง ป้องกันออฟฟิศซินโดรม โดนใจกรรมการจนคว้าแชมป์ไปครอง

(15 ก.ย. 66) จากปัญหาการใช้ชีวิตของหนุ่มสาววัยทำงาน โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือน ที่ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ จนทำให้จำนวนมากเป็นโรค ‘ออฟฟิศซินโดรม’ (Office Syndrome) ที่จะอาการปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณ คอ หลัง ไหล่ บ่า แขน หรือข้อมือ ซึ่งอาการปวดดังกล่าวอาจลุกลามจนกลายเป็นอาการปวดเรื้อรัง

‘ออฟฟิศซินโดรม’ (Office Syndrome) โรคยอดฮิตคนทำงานออฟฟิศ เนื่องจากพฤติกรรมของคนทำงานส่วนใหญ่ ที่ต้องนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่เป็นเวลานาน โดยไม่ได้ขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบถ ทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการตึง

นิสิตภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทีม ‘Midnightdev Extended’ จึงคิดค้นนวัตกรรม ตรวจจับการนั่งผิดท่า ป้องกันการเกิดโรคออฟฟิศซินโดรม

ผลงานดังกล่าวทีมผู้คิดค้นใช้ชื่อว่า ‘Offix’ เป็นแอปพลิเคชันคอยตรวจจับการนั่งผิดท่า และทำกายบริหาร เพื่อป้องกันอาการออฟฟิศซินโดรม ซึ่งสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้จริง จนโดนใจคณะกรรมการได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จากการแข่งขัน ‘Digital Youth Network Thailand’ ภายใต้งาน HACKA THAILAND 2023 จัดโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) เมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา

สมาชิกในทีมมาจากหลักสูตรวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล (CEDT) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย นายธนกฤษ สายพันธ์, นายศุภโชค บุตรดีขันธ์, นายนนทพรรษ วงษ์กัณหา, นายรัชชานนท์ มุขแก้ว, นายเทพบดินทร์ ใจอินสม และนายทัศน์พล สวัสดี

นายธนกฤษ ตัวแทนกลุ่มนิสิต กล่าวว่าการทำงานของนวัตกรรมนี้ เป็นแอพพลิเคชั่นที่ติดตั้งอยู่หน้าเดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์ เมื่อเปิดใช้งานตัวแอพพลิเคชั่นจะคอยตรวจจับการนั่งของผู้ใช้ผ่านกล้อง ดูลักษณะการนั่งของผู้ใช้ว่านั่งถูกท่าหรือไม่ เพื่อเก็บข้อมูลและแจ้งเตือนปรับท่านั่ง อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ทำกายบริหาร ซึ่งถ้าหากทำครบสามารถและรับรีวอร์ดและนำไปแลกเป็นส่วนลดหรือสินค้าและบริการต่างๆที่ร่วมกับทางแอพอีกด้วย

การทำงานของ เอไอตรวจจับการนั่งผิดท่า ผู้คิดค้นได้นำข้อมูลเกี่ยวกับองศาการนั่งที่ถูกต้องตามหลักกายภาพ จากข้อมูลทางการแพทย์มาป้อนข้อมูลเข้าระบบ เมื่อผู้ใช้นั่งผิดท่าที่ส่งผลให้ปวดหลัง ก็จะแจ้งตือนทันที ผลงานนี้จึงเป็นการป้องกันก่อนที่จะเกิดโรคออฟฟิศซินโดรม ทำให้ช่วยป้องกันการปวดหลังได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top