Thursday, 25 June 2026
NEWS FEED

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมนายกสมาคมตำรวจ และคณะ ร่วมมอบพิซซ่าพร้อมน้ำอัดลมแก่โรงพยาบาลตำรวจ ส่งต่อแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อขอบคุณที่ดูแลผู้ป่วยเป็นอย่างดี

วันนี้ (4 มกราคม 2567) พล.ต.อ.วินัย ทองสอง นายกสมาคมตำรวจ พร้อมคณะกรรมการสมาคมฯ นำพิซซ่า 1,600 ถาด พร้อมน้ำอัดลม 800 ขวด มอบให้โรงพยาบาลตำรวจ ส่งต่อแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อขอบคุณที่ดูแลข้าราชการตำรวจที่เจ็บป่วย หรือบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงผู้ป่วย และผู้มาใช้บริการ เป็นอย่างดี โดยมี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว สมาชิกวุฒิสภา/อดีต ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ ร่วมรับมอบ ณ ลานเวที ชั้น 2 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ นอกจากนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ มอบเงิน 50,000 บาท , พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ มอบเงิน 30,000 บาท และนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 43 มอบเงิน 30,000 บาท ให้ทางสมาคมตำรวจด้วย

โอกาสนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และ พล.ต.อ.อดุลย์ ร่วมร้องเพลงกับวง PGH BAND สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับผู้ร่วมงานทุกคนด้วย ทั้งนี้ พล.ต.อ. อดุลย์ กล่าวขอบคุณ และอวยพรปีใหม่ให้แก่แพทย์ พยาบาล และบุคลากรของโรงพยาบาล ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยเป็นอย่างดี

ด้านนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวขอบคุณผู้ที่มาร่วมงานทุกคน ที่มาร่วมแสดงความขอบคุณทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรของโรงพยาบาลตำรวจ ที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด พร้อมขอบคุณสมาคมตำรวจและคณะ ที่สนับสนุนและให้การช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจมาโดยตลอด ยืนยันว่า บุคคลากรของโรงพยาบาลตำรวจทุกนายจะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด สมกับที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

‘วัดธรรมกาย’ แจงไม่เกี่ยวข้อง ‘ลัทธิโยเร’ ตามสื่ออ้าง ยืนยัน!! ยึดแนวปฏิบัติตามหลักธรรมวินัยสงฆ์เถรวาท

(4 ม.ค.67) มีรายงานข่าวว่ามีเพจ สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้เผยแพร่เอกสารชี้แจง ยืนยันว่า วัดธรรมกาย ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มโยเร โดยระบุว่า

“วัดพระธรรมกายไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มโยเรแต่อย่างใด” ตามที่สื่อออนไลน์บางสำนักนำเสนอข่าวอันเป็นเท็จว่า “ลัทธิโยเร” เชื่อมโยงเกี่ยวพันกับวัดพระธรรมกายนั้น

วัดพระธรรมกายขอชี้แจงว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับกลุ่มความเชื่อตามที่สื่อกล่าวอ้าง ทั้งนี้ วัดพระธรรมกายเป็นวัดในพระพุทธศาสนา สังกัดคณะสงฆ์ไทย ยึดแนวปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัยของสงฆ์เถรวาท ภายใต้การปกครองของมหาเถรสมาคม (มส.) ดังนั้นการนำเสนอข่าวที่ปราศจากข้อเท็จจริง อาจเป็นการกระทำผิดกฎหมายได้

วัดพระธรรมกายจึงชี้แจงมาเพื่อทราบ และโปรดเผยแพร่ความจริงดังกล่าวแก่สาธารณชนด้วย จักขอบคุณยิ่ง

สำนักสื่อสารองค์กร
วัดพระธรรมกาย
วันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2567″

“สืบนครบาลร่วมกับ PCT5 จับกุม เบนซ์ สโนเบล ตระเวนเข้าแอปเดลิเวอรี่ลวงสั่งสินค้าก่อนหลอกพนักงานส่งเติมเงินทรูมันนี่วอเล็ต เติมเงินค่าโทรศัพท์ กว่า 200 ครั้ง เสียหายกว่าสองล้านบาท”

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดยชุดลาดตระเวนออนไลน์ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พร้อมด้วยชุด PCT5 ได้รับการร้องเรียนจากพนักงานจัดส่งเดลิเวอรี่ให้ช่วยทำการสืบสวนติดตามจับกุมตัวคนร้ายใช้แอปพลิเคชั่น ในนาม เบนซ์ สโนเบล สั่งสินค้าระบบเดลิเวอรี่โดยคนร้ายจะทำทีแจ้งข้อมูลพิกัดสถานที่จัดส่งและเบอร์โทรศัพท์ให้พนักงานทราบเพื่อจัดส่งและติดต่อ เมื่อพนักงานจัดส่งเดลิเวอรี่ใกล้จะเดินทางไปจัดส่งสินค้าตามคำสั่งซื้อ คนร้ายจะทำทีโทรศัพท์ติดต่อหาพนักงานส่งเดลิเวอรี่เพื่อหลอกให้พนักงานจัดส่งเดลิเวอรี่เติมเงินทรูมันนี่วอลเล็ตออนไลน์ หรือบางครั้งก็ให้เติมเงินค่าโทรศัพท์มือถือให้เพิ่มเติม เมื่อพนักงานเดลิเวอรี่หลงเชื่อเติมเงินให้เรียบร้อย ก็ไม่สามารถติดต่อคนร้ายได้ เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย ที่ผ่านมามีพนักงานเดลิเวอรี่ถูกก่อเหตุมาแล้วทั่วประเทศกว่า 200 ราย มูลค่าความเสียหายกว่าสองล้านบาท

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2567 เวลาประมาณ 16.30 น. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นิวัตน์ พึ่งอุทัยศรี รองผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก สส.บช.น. , พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี , พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. , ร.ต.ต.ทรงศักดิ์ เจียมสกุล รอง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. และชุด PCT5  ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุม 
นางสาวภัณฑิลาหรือเบนซ์  วิศาลจิตร อายุ 26 ปี ที่อยู่เลขที่ 62 ซอยอ่อนนุช 74 แขวงประเวศ เขตประเวศ จังหวัดกรุงเทพฯ    ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัด แม่ฮ่องสอน สาขาปาย ที่ จ.44/2566 ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2566       

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ , โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณปากซอยศักดิ์เจริญ จรัญสนิทวงศ์ ซอย 3 แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ กล่าวคือ โดยชุดลาดตระเวนออนไลน์ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พร้อมด้วยชุด PCT5 ได้รับการร้องเรียนจากพนักงานจัดส่งเดลิเวอรี่ให้ช่วยทำการสืบสวนติดตามจับกุมตัวคนร้ายใช้แอปพลิเคชั่นสั่งสินค้าระบบเดลิเวอรี่ และจากการสืบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบข้อมูลว่าหนึ่งในคนร้ายที่เป็นตัวการในการก่อเหตุ คือ นางสาวภัณฑิลา หรือเบนซ์ วิศาลจิตร โดยจากการตรวจสอบข้อมูลประวัติคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ณ ปัจจุบัน นางสาวภัณฑิลา หรือเบนซ์ วิศาลจิตร มีหมายจับที่ต้องการต้องตัวเพื่อดำเนินคดี จำนวน 1 หมายจับ คือ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน สาขาปาย ที่ จ.44/2566 ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ , โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ”พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ รีบทำการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วเนื่องจากตามพฤติการณ์ที่คนร้ายก่อเหตุนั้น ถือว่าสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้ทำมาหากินสุจริตเป็นอย่างมาก

ในชั้นจับกุม นางสาวภัณฑิลา หรือเบนซ์ วิศาลจิตร ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าตนเรียนจบ กศน. ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปัจจุบันทำอาชีพวีเจออนไลน์ แนว 18 บวก ผ่านแอปพลิเคชั่น CallPlay เกี่ยวกับข้อกล่าวหาตามหมายจับตนขอยอมรับว่าตนกับแฟนชื่อ น.ส.สุพัตรา หรือทราย ศรีสงคราม ร่วมกันก่อเหตุ (ยังไม่ถูกจับกุม)โดย น.ส.สุพัตรา หรือทราย ทำหน้าที่เข้าแอปพลิเคชั่นเดลิเวอรี่เพื่อหลอกสั่งสินค้า ให้ข้อมูลพิกัดสถานที่จัดส่งซึ่งปักพิกัดหลอกไว้ พร้อมเบอร์โทรศัพท์สำหรับติดต่อ เมื่อคำนวนเวลาว่าพนักงานเดลิเวอรี่ใกล้ที่จะเดินทางมาถึง ตนจะโทรติดต่อหาพนักงานส่งเดลิเวอรี่ เพื่อหลอกให้พนักงานเดลิเวอรี่เติมเงินทรูมันนี่วอลเล็ตออนไลน์ หรือบางครั้งก็ให้เติมเงินค่าโทรศัพท์มือถือให้เพิ่มเติม เมื่อได้รับเงินทรูมันนี่วอเล็ต หรือเงินค่าโทรศัพท์เสร็จเรียบร้อย ตนก็จะทำนิ่งเฉย ไม่รับสาย ถ้าโทรบ่อยตนก็จะบล็อกเบอร์ของพนักงานเดลิเวอรี่

เมื่อได้เงินทรูมันนี่วอเล็ตเข้ามาในบัญชีแล้วตนจะทำการโอนต่อไปยังบัญชีธนาคารตนเอง และแบ่งเงินให้แฟนที่ร่วมกันก่อเหตุคนละครึ่ง ส่วนกรณีเงินค่าโทรศัพท์ เมื่อหลอกพนักงานส่งเดลิเวอรี่ได้เรียบร้อย ส่วนหนึ่งตนจะเข้าไปที่กลุ่มเฟสบุ๊กแลกค่าโทรเป็นเงินสด เช่น " กลุ่มแลกค่าโทร เป็นเงินสด True  Dtac Ais "  ซึ่งในกลุ่มจะมีการรับแลกเงินในอัตราค่าโทรศัพท์ 500 บาท แลกกับเงินสดโอนเข้าบัญชีธนาคาร 300 บาท ซึ่งในหนึ่งวันจะสามารถแลกได้แต่ 500 บาท ส่วนเงินค่าโทรศัพท์ที่เหลือนำไปเล่นพนันออนไลน์ ซึ่งเข้าเล่นและเติมเงินผ่านเว็บพนันออนไลน์ โดยจะหักเงินจากยอดเงินค่าโทรศัพท์ที่ได้มาจากการหลอกผู้เสียหาย

นอกจากนี้ ในส่วนของเบอร์โทรศัพท์ที่นำมาเปิดบัญชีทรูมันนี่วอเล็ต และเบอร์โทรสำหรับผูกบัญชีแอปพลิเคชั่นเดลิเวอรี่ตนเป็นผู้ว่าจ้างให้คนอื่นมาเปิดใช้งานให้โดยให้ค่าจ้างเปิดซิมพร้อมกับสแกนใบหน้าเพื่อสมัครทรูมันนี่วอเล็ต รายละ 500 บาท ต่อคน โดยใช้วิธีการหาคนมาเปิดเบอร์พร้อมบัญชีทรูมันนี่วอเล็ต หรือเบอร์โทรศัพท์สำหรับผูกบัญชีแอปพลิเคชั่นเดลิเวอรี่ จากการโพสต์เฟสบุ๊กหาคนเปิดในกลุ่ม “ จ้างเปิดบัญชีทรูมันนี่ ”ที่ผ่านมาก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2564 ร่วมกันก่อเหตุมาแล้วกว่า 200 ครั้ง   
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัว นางสาวภัณฑิลา หรือเบนซ์ วิศาลจิตร ผู้ต้องหาตามหมายจับ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปางมะผ้า ภ.จว.แม่ฮ่องสอน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีเล่เหลี่ยมกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่างหลงเชื่อกลโกงต่างๆ ของมิจฉาชีพซึ่งมีอยู่มากมาย หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์ นั้นจะเป็นมิจฉาชีพ หรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ น.1

ผู้พิทักษ์ป่า รับข่าวดีปีใหม่ "พัชรวาท" เผย กรมบัญชีกลางอนุมัติให้เบิกจ่ายค่าตอบแทนลาดตระเวนนอกเวลาเพิ่ม สูงสุดเดือนละ 3,000 บาท

พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ขอแสดงความยินดีกับเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ปฏิบัติหน้าที่ เดินลาดตระเวนเพื่อป้องกันปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ ที่ได้รับข่าวดีในปีใหม่นี้ โดยกรมบัญชีกลางได้อนุมัติให้กรมอุทยานฯเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนพิเศษจากเงินอุทยานแห่งชาติ ในการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ในอัตราชั่วโมงละ 50 บาท วันละไม่เกิน 4 ชม. เป็นการกำหนดอัตราค่าตอบแทนใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานลาดตระเวนจริง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิทักษ์ป่าและครอบครัว ดังนี้ 

1. ปฏิบัติงานลาดตระเวนไม่น้อยกว่า 14 คืนต่อเดือน ให้ได้รับค่าตอบแทนพิเศษ ในอัตรา 2,000 บาทต่อเดือน 
2. ปฏิบัติงานลาดตระเวนไม่น้อยกว่า 17 คืนต่อเดือน ให้ได้รับค่าตอบแทนพิเศษ ในอัตรา 2,500 บาทต่อเดือน 
3. ปฏิบัติงานลาดตระเวนไม่น้อยกว่า 20 คืนต่อเดือน ให้ได้รับค่าตอบแทนพิเศษ ในอัตรา 3,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ สำหรับการปฏิบัติงานลาดตระเวนไม่ถึง 14 คืนต่อเดือน จะไม่ได้รับค่าตอบแทนพิเศษในเดือนนั้น สำหรับการจ่ายค่าตอบแทนพิเศษแก่เจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่า จะสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2567 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าของกรมอุทยานฯ ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั้งทางบกและทางทะเล ออกตรวจลาดตระเวน ป้องกันปราบปราม รวมทั้งจัดทำฐานข้อมูลทรัพยากร ซึ่งหากพบการกระทำความผิดจะมีการตรวจสอบ ตรวจยึด เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย รวมไปถึงการกระทำความผิดนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี โดยภารกิจดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะต้องรับความเสี่ยงเผชิญภัยอันตราย เสี่ยงภัยธรรมชาติและภัยคุกคามจากผู้กระทำผิด ดังนั้น จึงเป็นการปรับปรุงค่าตอบแทนให้เหมาะสมสำหรับการปฏิบัติหน้าที่

'น้องไพน์' นักเทนนิสวัย 13 ปี ขึ้นแท่นมือ 1 เยาวชนเอเชีย เตรียมร่วมแข่งขันเทนนิสเยาวชน ออสเตรเลียน โอเพ่น 2024

(3 ม.ค.67) เพจ สมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ – LTAT ได้โพสต์ข้อความชื่นชม ‘น้องไพน์’ ธรรม์ พันธราธร นักเทนนิสเยาวชนไทย วัย 13 ปี หลังผงาดก้าวขึ้นแท่นมือ 1 เยาวชนเอเชีย โดยระบุว่า…

คนแรกของไทย ‘ธรรม์’ มือ 1 เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี เอทีเอฟตีตั๋วให้ลุยศึกเยาวชน ‘ออสเตรเลียน โอเพ่น’

‘ไพน์’ ธรรม์ พันธราธร นักเทนนิสเยาวชนไทย วัย 13 ปี ผงาดก้าวขึ้นแท่นมือ 1 เยาวชนเอเชีย ในรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี หลังสหพันธ์เทนนิสแห่งเอเชีย (เอทีเอฟ) ได้ปรับอันดับเยาวชนเอเชียล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2567 จากคะแนนสะสมรวมที่ 5906.50 คะแนน ดีที่สุดในขณะนี้ โดยมี ทาวิช พาห์วา จากอินเดีย อยู่อันดับ 2 มี 4785.00 คะแนน และ ที่ 3 คิม ดอง แจ จากเกาหลีใต้ 4093.00 คะแนน 

ด้านนักเทนนิสหญิง รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี 3 อันดับแรกเป็นนักเทนนิสจากเกาหลีใต้ โดยมือ 1 เยาวชนเอเชีย คือ ฮง เยรี 5891.00 คะแนน, ที่ 2.ซิม ซีฮยอน 4539.50 คะแนน และที่ 3.โฮ จียุน 3887.50 คะแนน ขณะที่  ‘ไอซ์’ ปวีณอร นวลศรี นักเทนนิสเยาวชนไทย อยู่อันดับที่ 6 มี 2483.00 คะแนน

สำหรับ ‘ไพน์’ ธรรม์ พันธราธร ปัจจุบันมีอันดับเยาวชนโลก ไอทีเอฟ จูเนียร์ แรงกิ้ง อยู่ที่ 1211 ของโลก ส่วนผลงานในปี 2566 ที่ผ่านมา ได้เข้าร่วมเป็นตัวแทนนักเทนนิสเยาวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ลงแข่งขัน เทนนิสเยาวชนชิงแชมป์โลก ประเภททีม รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ‘2023 ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส จูเนียร์ ทีม คอมเพทติชั่นส์’ คัดเลือกตัวแทนโซนเอเชีย/โอเชียเนีย ที่เมืองกูชิง รัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย และได้เข้าร่วมเป็นตัวแทนนักเทนนิสเยาวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ลงแข่งขันเทนนิสเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย ประเภทบุคคล รายการ ITF Asia 14 & Under Development Championships 2023 Finals ที่เมืองโอฑิศา ประเทศอินเดีย ผลงานได้รางวัล รองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทชายคู่ 

ส่วนผลงานการแข่งขันรายการสะสมคะแนนเยาวชนเอเชีย ธรรม์ สามารถคว้าแชมป์ เดี่ยว และ คู่ เทนนิสเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี เก็บคะแนนสะสมเอเชีย เกรด2 ‘แอลทีเอที เอเชี่ยน โฟร์ทีน แอนด์ อันเดอร์ 2023’ ครั้งที่ 3 ไทย จากนั้นอีก 1 สัปดาห์ ธรรม์ สามารถคว้าแชมป์ชายเดี่ยว และรองแชมป์ชายคู่ ในการแข่งขันเทนนิสเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี เก็บคะแนนสะสมเอเชีย เกรด2 "แอลทีเอที เอเชี่ยน โฟร์ทีน แอนด์ อันเดอร์ 2023" ครั้งที่ 4 ได้อีก

สำหรับ ธรรม์ ถือเป็นนักเทนนิสเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปีคนแรกของไทย ที่สามารถก้าวขึ้นรั้งตำแหน่งมือ 1 เยาวชนเอเชียจากการจัดอันดับของสหพันธ์เทนนิสแห่งเอเชีย(เอทีเอฟ) 

จากการขึ้นอันดับ 1 เยาวชนเอเชียในครั้งนี้ ส่งผลให้ ธรรม์ ยังได้รับการคัดเลือกจากเอทีเอฟไปเข้าร่วมการแข่งขันเทนนิสเยาวชน ออสเตรเลียนโอเพ่ น 2024 รุ่นอายุไม่เกิน14 ปี ซึ่งแข่งที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียเดือนมกราคมนี้อีกด้วย

กลอนส่งกำลังใจให้รายการ ‘คุยถึงแก่น’ โดย ‘นายทิวา’

บทกลอนส่งกำลังใจในโอกาส รายการ ‘คุยถึงแก่น’ ถูกถอดออกจากผังออกอากาศ 

‘คุยถึงแก่น’

๏ ‘คุยถึงแก่น’ กะเทาะแก่น โดนถอนแก่น
เขาจะเอา เปลือกแทน เอาเปลือกถม
ยุคกระเบื้อง เฟื่องฟูลอย น้ำเต้าจม
เราไม่ชิน เขาเลยล่ม จมเรือชิน

๏ เรานี่แหละ พลเมือง ชั้นที่หนึ่ง
‘คุยถึงแก่น’ คุยให้ถึง หนี้และสิน
พลเมือง ทุกทุกชั้น ของแผ่นดิน
ต้องกะเทาะ เสียให้สิ้น กระแสความ

๏ ‘คุยถึงแก่น’ ยืนยัน ‘คุยถึงแก่น’
ปากไม่อาจ ปิดแน่น ปิด ‘คำถาม’
‘ความเท็จ’ ปลอม ‘คำตอบ’ เราติดตาม
‘คุยถึงแก่น’ คือ ‘นิยาม’ เปิด ‘ความจริง’

ยังยืนยัน ‘คำตอบ’ ทุก ‘นิยาม’
‘คุยถึงแก่น’ ไม่เคยคร้าม จากใจจริง

นายทิวา
อังคารที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๗

สื่อมองสื่อ!! รุ่นใหญ่ปรับตัวสู่ออนไลน์ ไม่ธรรมดา พกแต้มต่อ 'ความน่าเชื่อถือ-แฟนคลับเหนียวแน่น'

(3 ม.ค. 67) นายกิตตินันท์ นาคทอง ผู้สื่อข่าวเครือผู้จัดการ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Kittinun Nakthong' ในหัวข้อ 'จากทีวีสู่ออนไลน์ เข้าสู่ยุคนีชมาร์เก็ต' ระบุว่า...

ก่อนหน้านี้ วารินทร์ สัจจเดว เคยทำยูทูบช่อง Nomad Media Thailand จัดรายการ Thailand Morning Call ทุกเช้า (ใช้วิธีบันทึกเทปตอนค่ำ แล้วมาเรียบเรียงอัปโหลดพรีเมียร์ 6 โมงเช้า) หลังจากไม่ได้จัดรายการวิทยุ 

ปีนี้ ปรเมษฐ์ ภู่โต (คู่กับ นันทิญา จิตตโสภาวดี) และ ถนอม อ่อนเกตุพล หันมาจัดรายการผ่านออนไลน์ เพราะรายการที่ช่อง NBT หลุดผัง เริ่มทำแพลตฟอร์มออนไลน์ด้วยต้นทุนเล็กๆ น้อยๆ แต่ทำด้วยใจล้วนๆ

แม้มองผิวเผินดูเหมือนว่า ตามหลังคนรุ่นใหม่ ที่สร้างชื่อเสียงจากโลกออนไลน์ แต่จากประสบการณ์ความเป็นคนข่าวมายาวนาน มีความน่าเชื่อถือ และมีฐานคนดูประจำอย่างเหนียวแน่น ก็น่าจะเป็นแต้มต่อที่ดี

ต่อจากนี้อาจจะได้เห็นคนข่าวรุ่นใหญ่ ลงไปอยู่แพลตฟอร์มออนไลน์เรื่อยๆ

พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวประกาศยกเลิกกินฟรี หลังหมดกำลังใจ เจอคนฉวยโอกาส ทำพฤติกรรมแย่ ต้องทนมาตลอด

(3 ม.ค.67) นายศักดิ์ระพี ปฐมทศพร หรือแจ็ค เจ้าของร้านแจ็คก๋วยเตี๋ยวน้ำตก บางศรีเมือง 51 นนทบุรี เปิดใจกับข่าวสดออนไลน์ หลังเริ่มต้นแจกก๋วยเตี๋ยวฟรีให้คนสูงอายุ คนพิการ คนเร่ร่อน ไร้บ้าน หญิงตั้งครรภ์ หรือแม้แต่คนไม่มีเงินได้อิ่มท้อง มาปีกว่า ๆ แต่กลับเจอคนฉวยโอกาส เอาเปรียบเรียกพวกมากินบ้าง สั่งพิเศษตามใจอยากบ้าน จนท้อ ขอยกเลิกแจกฟรี และพิจารณาเป็นรายคนแทน

นายศักดิ์ระพี กล่าวว่า ตนเริ่มแจกก๋วยเตี๋ยวฟรีมาประมาณ 1 ปี จะแจกบริเวณหน้าร้านและท่าน้ำนนท์อยู่เป็นประจำ เพราะแจกให้คนที่ลำบากยากไร้ไม่ค่อยมีเงิน คนไร้บ้าน ที่นอนเร่ร่อนแถวท่าน้ำนนท์ค่อนข้างเยอะ ก็เลยได้ไปแจกก๋วยเตี๋ยวบ่อย

แต่ช่วงหลัง ๆ มานี้ตนคิดว่าบางคนอาจจะไม่รู้ว่าตนแจกข้าวฟรี หรือบางคนอาจจะหิว เมื่อไหร่ ก็จะได้แวะมากินได้ที่ร้านตนได้ ก็เลยมีการติดป้ายหน้าร้านว่าให้กินฟรี

หลังจากโดนติดป้ายประกาศได้ประมาณ 4 เดือนคนที่มากินฟรีกลับไม่ใช่รูปแบบที่ตนตั้งใจให้ อย่างวันที่ 2 ที่ติดป้ายก็มีกลุ่มแม่บ้านที่เป็นผู้สูงอายุประมาณ 9 คน ชวนกันมากินที่ร้าน แต่ตอนแรกนั้นตนก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะตนเต็มใจแจกอยู่แล้ว แต่พอผ่านไปประมาณเดือนนึงก็มีคนเดิม ๆ มากินประจำส่วนมากก็จะเป็นกลุ่มสูงอายุ และคนสูงอายุผู้ชายบางคนบางกลุ่มจะมากินทุกวัน แต่เขาไม่ได้กินอาหารปกติทั่วไปตามที่ตนแจก แต่จะสั่งตามที่เขาอยากกิน

อย่างเช่นเกาเหลาเนื้อพิเศษ จะกินของที่แพงที่สุด พอได้กินครั้งหนึ่งก็ต้องอยากกินทุกวันพอนานไปเขาก็ไปชวนเพื่อน ๆ มากินด้วยบางครั้งก็เอากลับบ้าน แต่จริง ๆ โดยปกติแล้วถ้ามากินที่ร้านแล้วจะเอากลับบ้านต้องจ่ายเงิน แต่บางครั้งเขาอาศัยช่วงชุลมุนคนเยอะ ก็ลุกไปเลยก็มีแบบนี้บ่อยครั้ง

พร้อมยกตัวอย่างอีก เช่น จะมีอยู่คนนึงที่เขาจะมารอแต่เช้าเพื่อกินฟรี ซึ่งถ้าเป็นพ่อค้าแม่ค้าเขาจะรู้กันว่าตอนเช้าขายของต้องประเดิมด้วยออร์เดอร์ดี ๆ ไม่ใช่แจกฟรี แต่อันนี้เขามารอเลย ก็เลยปฏิเสธไม่ได้ แต่ที่หนักคือเมื่อมาถึงมักถามว่าหุงข้าวเสร็จหรือยังพอตนบอกข้าวยังไม่สุกเขาก็บอกว่างั้นเอาบะหมี่เนื้อ 3 ก้อน จะนั่งแช่อยู่แบบนั้นแล้วก็ตักน้ำแข็งไปกิน 4-5 รอบ

ส่วนอีกรูปแบบหนึ่งก็จะเป็นคนที่รู้ว่าที่ร้านเปิดให้กินฟรีก็มากินบ่อย ๆ บางครั้งก็หยิบแบงก์ 1,000 ออกมาโชว์ แล้วก็บอกว่ากินฟรีต้องจ่ายตังค์/ไม่ต้องจ่ายตังค์ ตนก็เลยงงว่าทำเพื่ออะไร

เมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยครั้ง ตนจึงมองว่ามันเริ่มไม่ใช่สิ่งที่ตนตั้งใจไว้แล้ว ก็เลยเริ่มหาทางที่จะเลิกแจกฟรีหรือว่าทำอะไรซักอย่างเพราะมันไม่มีความสุขเหมือนเดิม เกินจะทนกับพฤติกรรมแบบนี้

แทนที่มันจะทำให้ตนมีความสุขกลับกลายเป็นทุกข์มากกว่าที่ต้องทนกับคนแบบนี้ เจตนาที่ตนตั้งใจทำกลายเป็นหน้าที่ที่ต้องเลี้ยงเขาทุกวันมันเริ่มไม่ใช่ ปีใหม่นี้ก็เลยตัดสินใจที่จะเอาป้ายออกและเลิกแจกฟรีไปเลยแต่จะเลือกให้คนที่น่ารัก น่าแจกพอ แค่บางคน

โดยส่วนใหญ่ที่มากินฟรีเป็นคนมีเงินไม่ลำบาก มีบ้านมีที่อยู่ แต่งตัวสะอาด มันเลยไม่ตรงกันที่ตนตั้งใจว่าจะแจกให้คนที่เขาลำบากไม่มีจะกิน แต่นี่เขาให้กินแล้วแทนที่จะทำตัวน่ารักแต่กลับทำตัวแบบนี้

นายศักดิ์ระพี กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาตนพยายามบอกทุกคนในร้านว่าใจเย็น ๆ เพราะมันอึดอัดมากไม่มีความสุข กลายเป็นทุกข์ใจ เสียความรู้สึก จากที่เจตนาให้ทุกคนมีกินเวลาหิวแต่กลายเป็นว่าเอาเพื่อนมานั่งเต็มร้าน นั่งแช่นาน ๆ แล้วก็สั่งแบบจัดเต็มไม่เกรงใจมันรู้สึกแย่เหนื่อย เสียความรู้สึก เหนื่อยใจ เพราะตนเปิดร้านขายของก็มีต้นทุน แต่เขาเลือกกินแต่เมนูที่ต้นทุนสูงตนก็ลำบากใจ

สุดท้ายนี้ ตนอยากฝากถึงคนที่มากินด้วยว่าโอกาสแบบนี้หายากรักษาคน รักษาร้านแบบนี้ไว้เถอะ เขาให้โอกาสแล้วก็ควรจะรักษาไว้ดี ๆ และอยากหาคนที่จะเริ่มต้นแจกอาหารเหมือนตนให้วางแผนดี ๆ จะได้ไม่ผิดพลาดเหมือนกับตน

สตม.สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย

ตามนโยบายของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ 
หักพาล รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ สตม.สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผบช.สตม. พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.สิทธิ์ศิริ กังวาลกุล รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ กลิ่นเกษร รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.ตม.จว.หนองคาย, พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย ร่วมแถลงข่าวการจับกุมบุคคลตามหมายจับคดีสำคัญ

เมื่อประมาณต้นเดือน ตุลาคม 2566 ผู้แทนรับมอบอำนาจจากโรงรับจำนำแห่งหนึ่งใน ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี  ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อ พงส.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.จีรวรรณ  อายุ  30 ปี สัญชาติไทย และ น.ส.ศรินทิพย์  อายุ 32 ปี สัญชาติไทย พนักงานของโรงรับจำนำดังกล่าว ที่มีหน้าที่ในการทำบัญชีและเก็บรักษาของรับจำนำ  โดยเฉพาะสร้อยคอทองคำ เนื่องจากตรวจพบว่าจำนวนสร้อยคอทองคำ และทองคำแท่ง ที่รับจำนำมีมูลค่าน้อยกว่าจำนวนเงินที่จ่ายในการจำนำให้กับลูกค้า นอกจากนี้ยังพบว่ามีสร้อยคอทองคำปลอมปะปนอยู่ห้องเก็บรักษาของรับจำนำ โดยพบว่าพนักงานทั้งสองรายเมื่อรับจำนำทองแล้ว จากนั้นจะลักเอาทองที่รับจำนำของโรงรับจำนำไว้แล้วข้างต้น มามอบให้หน้าม้านำมาเวียนจำนำกับโรงรับจำนำอีกครั้ง เมื่อได้เงินมาแล้วจะแบ่งให้หน้าม้าครั้งละ 1,000 -2,000 บาท จากนั้นจะนำเงินสดไปเข้าบัญชีของตนเองโดยมีการทำในลักษณะดังกล่าวอยู่เป็นเวลากว่า 2 ปี ได้เงินรวมกว่า 170 ล้านบาท ต่อมา  ศาลจังหวัดนนทบุรีได้อนุมัติหมายจับบุคคลทั้งสอง ในความผิด “ร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง” ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี 1038/2566

และ 1039/2566 ลง 26 ธ.ค.2566 เบื้องต้นสามารถจับกุม  น.ส.ศรินทิพย์  มาดำเนินคดีแล้ว แต่ น.ส.จีรวรรณ  ได้หลบหนีออกนอกประเทศก่อนที่ศาลจะมีการอนุมัติหมายจับ และได้ไปกบดานที่ สปป.ลาว  ชุดสืบสวน ภ.1 ได้ประสานมายัง ชุดสืบสวน ตม.จว.หนองคาย เพื่อประสานกับทางการ สปป.ลาว เพื่อกดดันให้กลับมามอบตัว พร้อมกับเฝ้าระวังตามแนวชายแดนป้องกันการลักลอบเข้าทางช่องทางธรรมชาติ จนกระทั่ง วันนี้ (3 ม.ค.2567) เวลาประมาณ 12.30 น. น.ส.จีรวรรณ  ได้เดินทางกลับเข้ามาทางด่านพรมแดน สะพานมิตรภาพไทย – ลาว จ.หนองคาย ร้อยเวรงานตรวจบุคคลและพาหนะ จึงได้ประสานชุดสืบสวน ตม.จว.หนองคาย ควบคุมตัวมาแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับให้ทราบ เบื้องต้น น.ส.จีรวรรณ รับว่าได้ร่วมกันลักทรัพย์ของโรงรับจำนำตามแผนประทุษกรรมดังกล่าวจริง   โดยเงินที่ได้มาได้นำไปเล่นการพนันออนไลน์จนหมดตัว จากนั้น จนท.ได้ควบคุมตัวนำส่ง พงส.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดกรุณาแจ้งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษาเลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี 11120 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

แฟนๆ ใจหาย ‘รายการคดีเด็ด’ ยุติออกอากาศแล้ว ปิดตำนาน 23 ปี วลีติดปาก “แหม…ทำไปได้”

(3 ม.ค. 67) มีรายงานว่า รายการวาไรตีตลกขบขันชื่อดังอย่าง “คดีเด็ด” ได้ประกาศยุติการออกอากาศ โดยออกอากาศเป็นตอนสุดท้ายในวันที่ 30 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรายการที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 23 ปี 112 วัน พร้อมกับปิดตำนานวลีฮิตอย่าง “เรื่องนี้เป็นภาพจริง ไม่ได้ถ่ายทำ คนที่เห็นในภาพก็เป็นคนจริงๆ ไม่ใช่ตัวแสดง” และ “แหม…ทำไปได้”

สำหรับ "รายการคดีเด็ด" เริ่มตั้งแต่ปี 2543 ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 13.00-14.00 น. พิธีกรประจำรายการ คือ พิสิทธิ์ กีรติการกุล (หว่อง) และผู้ให้เสียงพากย์ในรายการคือ กฤษพล โพธิ์พิทักษ์ธานนท์ (กฤษ คดีเด็ด) คดีเด็ด ถือว่าเป็นรายการทางโทรทัศน์รายการแรกๆ ที่นำเอาเรื่องราวเกี่ยวกับคดีความของชาวบ้านมาเล่าผ่านหน้าจอ สำหรับ "รายการคดีเด็ด" จะนำมาเล่านั้นล้วนแต่เป็นเรื่องจริงจากประชาชน ในช่วงแรกของรายการเป็นการบอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจพนักงานสอบสวน และมีการถ่ายทอดเรื่องราว โดยจะมีการทำเป็นละครสั้นให้เข้าใจโดยง่าย จึงได้รับความนิยมจากคนดูเป็นอย่างมาก

"รายการคดีเด็ด" ได้ออกอากาศทั้งหมด 24 ซีซัน มีทั้งหมด 1,301 ตอน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top