Friday, 19 June 2026
NEWS FEED

‘น้องฉัตร’ สะบัดแปรง แปลงโฉม ‘น้องยี่หวา’ แม่ค้าไก่ทอด กลายเป็น ‘ลิซ่า Rockstar’ จนชาวเน็ตยกนิ้ว!! ฝาแฝดชัดๆ

(3 ก.ค.67) หลังจากโซเชียลแห่แชร์ภาพแม่ค้าไก่ทอด ‘น้องยี่หวา’ จนกลายเป็นไวรัลดังข้ามคืน เพราะหน้าตาไปละม้ายคล้ายคลึงกับนักร้องดังระดับโลก ‘ลิซ่า BLACKPINK’ หรือ ‘ลิซ่า ลลิษา มโนบาล’ เป็นอย่างมาก

ล่าสุดทางด้านเมคอัพอาร์ทิสต์ชื่อดัง ‘น้องฉัตร ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ’ ไม่รีรอคว้าตัว ‘น้องยี่หวา’ มาสะบัดแปรง แปลงโฉม กลายเป็นสาว Rockstar ตามรอย ‘ลิซ่า’ พร้อมเขียนข้อความว่า ‘จากแม่ค้าไก่ทอด สู่การเปลี่ยนลุคเป็นน้องลิซ่า น้องยี่หวา @yx_07kw Makeup and hair by Nongchat’

ซึ่งหลังจากที่ภาพเซตดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีคนในวงการบันเทิงและแฟนคลับแห่เข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชมกันยกใหญ่ อาทิ เหมือนมากกกก / แฝดเลยค่ะ / เหมือนเกิ๊นน เหมือนมากก / เต็ม 100 ไม่มีหักค่ะ

‘รร.โพธิสารพิทยากร’ แสดงความยินดีกับ ‘น้องวุ้นเส้น’ ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ‘MV Rockstar’ ของสาว ‘ลิซ่า’

(2 ก.ค. 67) เมื่อไม่นานมานี้ เพจเฟซบุ๊ก ‘Potisarnpittayakorn Alumni Association’ หรือ โรงเรียนโพธิสารพิทยากร ได้โพสต์ข้อความระบุว่า…

ยินดีและชื่นชมกับดาวดวงน้อยของเรา น.ส.ชลิดา พุกชาญค้า ศิษย์เก่า รุ่นเปลวเทียน (ม.6 ปี 2565) ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของผลงานมิวสิควิดีโอ (MV) เพลง ‘Rockstar’ ของ Lisa ลลิษา มโนบาล ศิลปินระดับโลก ซึ่งถือเป็นโอกาสที่หาได้ยากและมีค่ามาก

อย่างไรก็ตาม น.ส.ชลิดา พุกชาญค้า (วุ้นเส้น) จบชั้น ม.6  แผนการเรียนเตรียมศิลปกรรม (สาขาศิลปะการแสดง) โรงเรียนโพธิสารพิทยากร

ปัจจุบัน น.ส.ชลิดา พุกชาญค้า กำลังศึกษาหลักสูตรนาฏศิลป์สร้างสรรค์และการจัดการ วิชาเอกนาฏศิลป์สากล คณะศิลปกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

“อลงกร” ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ ห่วงโลกรวนทำไทยประเทศเสี่ยงท็อปเทน ของโลก เร่งผลักดันนวัตกรรมลดก๊าซเรือนกระจก

“จิรวัฒน์” เปิดตัว “คาร์บอนเทค” (CARBON Tech) มั่นใจช่วยลดโลกร้อนสร้างโอกาสใหม่คาร์บอน เครดิตให้ประเทศไทย

นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ ไทยแลนด์ (FKII Thailand) เปิดเผยวันนี้ว่าจากรายงานดัชนีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก( Global Climate Risk )ล่าสุดเปิดเผยว่าประเทศไทยอยู่ในอันดับ 9 ของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(Climate Change)มากที่สุด ซึ่งกลุ่มคนยากจนได้รับความเสียหายมากกว่าประชากรกลุ่มรายได้อื่นๆ “สถาบันเอฟเคไอไอ ไทยแลนด์จึงเร่งผลักดันนวัตกรรมลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดผลกระทบจากภาวะโลกรวนโลกร้อนทะเลเดือดที่มาเร็วและแรงกว่าที่คาดหมายโดยในปี2566ต่อเนื่องถึง5เดือนแรกของปีนี้มีอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากปรากฏการณ์เอลนีโญ่ ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดต่ำลงเกษตรกรมีรายได้น้อยลงและครึ่งหลังของปีนี้อาจเผชิญภาวะน้ำท่วมอย่างรุนแรงในวงกว้างจากปรากฏการณ์ลานีญ่า”

นายจิรวัฒน์ ตั้งกิจงามวงศ์ นายกสมาคมธุรกิจไม้ และหนึ่งในองค์ปาฐกของงานเอฟเคไอไอ.ครั้งที่ 1ได้นำเสนอรายงานพร้อมกับเปิดตัว“คาร์บอนเทค“(CARBON Tech)โดยแสดงความมั่นใจว่าจะช่วยลดโลกร้อนสร้างโอกาสใหม่คาร์บอน เครดิต(Carbon Credit)ให้ประเทศไทย
“ปัจจุบันทั่วโลกต่างเร่งพัฒนานวัตกรรมต่างๆ เพื่อแข่งกับเวลาในการแก้ไขปัญหา "โลกเดือด" รวมทั้งงัดมาตราการบังคับใช้กับภาคธุรกิจที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้จ่ายเงินซื้อเครดิต หรือที่เรียกว่าคาร์บอนเครดิตกับโครงการต่างๆ ที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยสามารถส่งออกคาร์บอนเครดิตจากการปลูกต้นไม้ได้เป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันการปลูกต้นไม้เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหา "โลกเดือด" และไม่ทันต่อความต้องการคาร์บอนเครดิตจากภาคธุรกิจทั่วโลก จึงได้ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการกักเก็บคาร์บอนจากสาหร่าย (Algae-Based Carbon Sequestration), เทคโนโลยีการเพาะปลูกแบบผสมผสานเชิงนิเวศ (Eco-Interwoven Cultivation), เทคโนโลยีการเพิ่มความเป็นด่างในมหาสมุทร (Ocean Alkalinity Enhancement) และเตรียมขยายผลนวัตกรรมต่างๆเหล่านี้ออกมาเป็นเชิงพาณิชย์ โครงการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 30-40 ภายในปี 2030 และเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 แต่ยังสร้างโอกาสในการขาย Carbon Credit ที่มีมูลค่าตลาดหลายล้านล้านบาทในอนาคตให้กับประเทศอีกด้วย นวัตกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการตอบสนองต่อความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ให้กับประเทศไทย ซึ่งสามารถเป็นผู้นำในการผลิตและส่งออก Carbon Credit ในภูมิภาคและทั่วโลก”

สำหรับสถาบันเอฟเคไอไอ ไทยแลนด์(FKII Thailand: Field for Knowledge Integration and Innovation)เป็นองค์กรวิสาหกิจเพื่อสังคม100%(Social Enterprise)ทำหน้าที่ส่งเสริมและเผยแพร่นวัตกรรมและองค์ความรู้รวมทั้งเป็นตัวกลางเชื่อมประสานระหว่างหน่วยงานวิจัยกับภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศเพื่อให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอี.ตลอดจนองค์กรภาคเกษตรและเกษตรกรสามารสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้งานวิจัยถูกนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์

‘ดีอี’ ปั้น ‘โคราชโมเดล’ ต้นแบบ ‘มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต’ ยกระดับศักยภาพประเทศรับ Digital Economy Hub

(1 ก.ค.67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดโครงการอบรมสัมมนา เชิงปฏิบัติการหัวข้อ ‘Digital Korat: The Future Starts now - โคราช มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต’ ซึ่งโดยกระทรวงดีอีจัดขึ้น ในวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่จังหวัดนครราชสีมา ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2557 ศูนย์การศึกษาหนองระเวียง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จังหวัดนครราชสีมา โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) 

พร้อมศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี ผู้บริหารกระทรวงดีอี และหน่วยงานในสังกัด กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานสถิติแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.)สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) (บีดีไอ) บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (เอ็นที) บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) พร้อมทั้งเครือข่ายและพี่น้องประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน เข้าร่วมงาน 

นายประเสริฐ กล่าวว่า โครงการ ‘Digital Korat: The Future Starts now - โคราช มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต’ เป็นการขับเคลื่อนและยกระดับจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถือเป็นจังหวัดใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ เป็นประตูสู่ภาคอีสาน ที่มีศักยภาพความพร้อมในหลายด้าน สู่การเป็นเมืองดิจิทัลในระดับภูมิภาค ภายใต้ภารกิจของกระทรวง ดีอี ใน 4 มิติ ประกอบด้วย 1. ดิจิทัลเพื่อความเท่าเทียม (ด้านสังคม) 2. ดิจิทัลเพื่อความปลอดภัย (ด้านความมั่นคง) 3. ดิจิทัลเพื่อโอกาสที่ดีกว่า (ด้านเศรษฐกิจ) 4. ดิจิทัลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ด้านการดำเนินงานภาครัฐ)  ผ่านการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกระทรวง ดีอี และภาคส่วนต่าง ๆ ในจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ 

1.การขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในจังหวัดนครราชสีมา ให้เป็นจังหวัดต้นแบบในการใช้ระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ลดการใช้กระดาษ (Paper Less) การส่งเสริมการใช้งานด้านดิจิทัลในระบบบริการสาธารณสุข และการพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล

2.ความร่วมมือด้านการพัฒนากำลังคนดิจิทัล ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี  และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เพื่อร่วมมือกันในการพัฒนากำลังคน ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้านดิจิทัล ให้กับนักศึกษาและบุคลากรของสถาบันการศึกษาในจังหวัดนครราชสีมา

3.ความร่วมมือระหว่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กับ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา เพื่อพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในจังหวัดนครราชสีมา ให้เป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ศูนย์กลางโลจิสติกส์ (Logistic Hub) และส่งเสริม Soft Power ของจังหวัดนครราชสีมา เพื่อการเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่น ศิลปะ และการสร้างสรรค์ผลงานผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล

นายประเสริฐ กล่าวว่า นอกจากนี้กระทรวงดีอี ยังได้จัดกิจกรรมสัมมนาและอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับดิจิทัลในด้านต่างๆ ได้แก่ การจัดกิจกรรมอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการฯ เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนกลุ่มนักเรียน นักศึกษา เครือข่ายอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) และเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยมีผู้เข้าร่วมการอบรมกว่า 2,000 คน , กิจกรรมแนะนำอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) และแอปพลิเคชัน อสด. โดยผู้แทน สดช. เพื่อให้เกิดการพัฒนาและขยายเครือข่าย อสด. , กิจกรรมแนะนำบริการและข้อมูลที่ถูกต้องจากภาครัฐ โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย ให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวออนไลน์ , โครงการ GCC 1111 แจ้งเบาะแสข่าวปลอม เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย สื่อลามก อนาจาร เว็บไซต์พนัน 

รวมทั้งข้อมูลอาชญากรรมออนไลน์ในทุกรูปแบบ ผ่านโทรสายด่วน 1111 , ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ AOC 1441 ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ให้คำแนะนำเบื้องต้นสำหรับผู้ที่ได้รับความเสียหายจากภัยออนไลน์ ประสานเรื่องการแจ้งความดำเนินคดี ระงับบัญชีธนาคาร และกิจกรรมจัดแสดงนิทรรศการของกระทรวงดิจิทัลฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และภาคเอกชน ได้แก่ 1) การนำเสนอภารกิจ/โครงการสำคัญของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง ดีอี , 2) การนำเสนอหลักสูตรวิชาการด้านดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ที่ดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคเอกชน เช่น VR Training และ EV เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ  และ 3) การนำเสนอนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของภาคเอกชน ได้แก่ Smart City ของบริษัท Huawei และ AI Mapping Robot ของบริษัท Metthier รวมถึงเทคโนโลยีทางการสื่อสารจาก บริษัท AIS และ True

“กระทรวงดีอี พร้อมขับเคลื่อนและยกระดับ จังหวัดนครราชสีมา เป็นต้นแบบของมหานครดิจิทัลแห่งอนาคต ก่อนขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ ที่มีศักยภาพ และความพร้อม ด้วยการวางโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลอย่างทั่วถึง สร้างสภาพแวดล้อม ระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่ทันสมัย สร้างองค์ความรู้ พัฒนาทุนมนุษย์ให้กับประชาชน และบุคลากรหน่วยงานรัฐ ต่อยอดไปสู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างความมั่นคงปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนไทยทุกคนอย่างยั่งยืน พร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล ( Digital Economy Hub ) ของภูมิภาค” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจัทัลเพื่อเศรฐษกิจและสังคมกล่าว

‘เจือ ราชสีห์’ ตรวจเยี่ยมโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา แก้ปัญหาการสัญจร-ผลักดันสู่แหล่งท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัด

(2 ก.ค.67) เมื่อไม่นานมานี้ ‘เจือ ราชสีห์’ ผลักดัน-ติดตามโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อม อ.เมืองสงขลา และ อ.สิงหนคร จ.สงขลา อย่างจริงจัง เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ จ.สงขลา

นายเจือ ราชสีห์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่ร่วมประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในเบื้องต้นโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ระหว่าง อ.เมืองสงขลาและอ.สิงหนคร จังหวัดสงขลา ณ บริเวณท่าแพขนานยนต์ ฝั่งเทศบาลนครสงขลา 

ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหญ่และได้มอบหมายให้คณะกรรมการชุดเล็ก โดยมีนายไผท ทันประจำสินธุ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทสงขลา นางปิยวรรณ ชูนวล ตัวแทนโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสงขลา นางภัตติมา รุ่งพัฒนพันธ์ ปลัดอำเภอเมืองสงขลาตัวแทนนายอำเภอเมืองสงขลา และตัวแทนภาคประชาชน ได้ลงพื้นที่ดูทางขึ้น-ลงของสะพาน เพื่อสรุปรายงานผลให้กับที่คณะกรรมการที่ประชุมใหญ่ได้ทราบในครั้งต่อไป 

ซึ่งโครงการดังกล่าวจะสามารถแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ต้องเดินทางสัญจรไป-มา ระหว่าง อ.เมืองสงขลาและอ.สิงหนคร ให้ได้รับความสะดวกมากขึ้น และจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลาได้อีกทางหนึ่งด้วย

‘ผู้ศรัทธา’ แห่สักการะ ‘หลวงปู่ขาว’ วัดอุทยาน จ.นนทบุรี เนืองแน่น นิยมขอพรด้านการงาน-เงิน กราบไหว้ด้วยน้ำตาลหลังสำเร็จผล

เมื่อวานนี้ (1 ก.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนจำนวนมากต่างเข้าไปที่วัดอุทยาน ตำบลบางขุนกอง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เพื่อไปขอพรหลวงปู่ขาว ในวิหาร ข้างพระโอสถ โดยประชาชนได้เข้าไปกราบขอพร บ้างก็นำน้ำตาลมาไหว้ตลอดทั้งทั้งวัน โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ประชาชนที่เข้าวัดทำบุญปล่อยปลา และต้องเข้ามากราบขอพรหลวงปู่ขาว ที่มีเสียงเล่าขานกันปากต่อปากว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ขอพรด้านการงาน การเงิน ความสำเร็จ ต่างประสบความสำเร็จกันถ้วนหน้า

พระครูวิโรจน์กาญจนเขต, ผศ.ดร เจ้าอาวาสวัดอุทยาน กล่าวว่า “ในส่วนเรื่องดังกว่าเป็นเรื่องความเชื่อส่วนบุคคล เราคิดดี ทำดี ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ นั่นคือคุณธรรมความดีที่อยู่กับตัวเรา ส่วนเรื่องความเชื่อความศรัทธาก็เป็นเรื่องของบุคคลที่จะให้ความเคารพและนับถือสิ่งที่เชื่อว่าสามารถช่วยเขาได้ทำจนสำเร็จ”

“สำหรับภูเขานั้นเป็นพระพุทธรูปที่อยู่คู่กับพระอุทยานมานาน ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งเจ้าอาวาส ก็ได้พบเห็นท่านแล้ว เห็นว่าเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ ที่อยู่คู่กับทางวัดอุทยานมานาน จึงได้บูรณะวิหารและองค์หลวงปู่ขาว และได้เปิดให้ประชาชนได้เข้ามากราบไหว้ขอพร ตามความเชื่อของชาวพุทธ”

“หลังจากเปิดได้ไม่นานก็มีประชาชนต่างพูดกันปากต่อปากว่าเข้ามากราบไหว้ขอพรหลวงปู่ขาวแล้ว มีความศรัทธา ขอสิ่งใดก็ได้สมปรารถนา หลังจากได้สมปรารถนาแล้วก็นำน้ำตาลมาไหว้ จนปัจจุบันนี้มีประชาชนนำน้ำตาลมาไหว้หลวงปู่ขาวสัปดาห์ละ 1,000 กิโลกรัม หรือ 1 ตัน เลยทีเดียว”

พระครูวิโรจน์กาญจนเขต, ผศ.ดร กล่าวอีกว่า “โดยเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์ ก็มีประชาชนมาขอพรหลวงปู่ขาว ทำสังฆทาน และทำบุญปล่อยปลา มาจนถึงทุกวันนี้”

สำหรับ ‘หลวงปู่ขาว’ ชาวบ้านที่อยู่บริเวณเล่าต่อ ๆ กันมาว่าท่านสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอู่ทอง ชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ใกล้วัด ชอบมาไหว้ขอพร แล้วประสบผลสำเร็จ จึงนำน้ำตาลทรายมาแก้บน เพราะสมัยนั้นบริเวณรอบ ๆ วัดอุทยาน นิยมทำขนมไทยโบราณ ซึ่งมีรสชาติหวาน แล้วใส่เรือล่องขายในคลองบางกอกน้อย คลองอ้อม ซึ่งน้ำตาลทรายหาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง จึงนำมาไหว้หลังจากขอพรสำเร็จ ปัจจุบัน เป็นที่รู้จักกันจำนวนมาก ทำให้คนเข้ามากราบไหว้อย่างหนาแน่นตลอดทั้งวัน

 

'นัท เลอทาน่า' เผยบทเรียนแสนแพง หลังลงคลิปเล่นดนตรีสด ถูกนักแต่งเพลงฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ 10 เพลง 1 ล้านบาท

เมื่อวานนี้ (1 ก.ค. 67) บนโซเชียลฯ แชร์คลิปจากติ๊กต็อก @letana_24hrs ของ นัท กิตติพันธ์ ลี้ศัตรูพ่าย หรือ นัท เลอทาน่า นักร้อง เจ้าของโรงแรมและร้านอาหารย่านบางพลี สมุทรปราการ กล่าวถึงการถูกฟ้องลิขสิทธิ์เพลงที่เผยแพร่ผ่านออนไลน์ ระบุว่า…

ขออนุญาตให้ความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ กับคนทำร้านอาหารที่มีดนตรีสด มีค่าใช้จ่ายปลีกย่อยมากมาย โรงแรมฯ มีค่าใช้จ่ายในการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ต่อปีโดยรวมนับล้านบาท ซึ่งตนโดนฟ้องลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการกับเพลง ‘ทนได้ทนไป’ ของวงออโต้บาห์น แต่ผู้ฟ้องคือนายฉัตรชัย ดุริยประณีต หรือนก สมาชิกวงเฉลียง ในฐานะผู้เขียนเพลงดังกล่าว

ก่อนหน้านี้เมื่อกลางปี 2566 ตนถูกแจ้งละเมิดลิขสิทธิ์จากเพลง ‘ถอนตัว’ ของเบิร์ดกะฮาร์ท คนที่ติดต่อมาคือเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงนี้ คือ นายวรวิทย์ นิมมานศิริกุล หรือไบร์ท ซึ่งเป็นผู้แต่งเพลง ได้จ่ายค่าเสียหายไป 50,000 บาท จากที่เรียกมาหลายแสนบาท นายวรวิทย์เป็นคนทำให้ตนเข้าใจคำว่าลิขสิทธิ์เพลงมากขึ้น ตอนแรกเข้าใจว่าลิขสิทธิ์การเล่นในร้านกับการเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียคืออย่างเดียวกัน แต่ว่าไม่ใช่ การที่มีลิขสิทธิ์ในการเล่นดนตรีในร้าน ไม่ใช่ว่าเราจะตัดคลิปไปลงหรือถ่ายทอดสดในโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก ยูทูบ ติ๊กต็อกได้ ต้องขอบคุณนายวรวิทย์ที่ทำให้ตนเข้าใจ

หลังจากนั้นตนก็ไปไล่ลบคลิปที่ละเมิดลิขสิทธิ์ออกทั้งหมด เหลือแต่เพลงที่ตนมีลิขสิทธิ์ไว้เท่านั้น หลังจากนั้นก็พยายามทำทุกอย่างให้รัดกุมและถูกต้องที่สุด พยายามเล่นเพลงที่เรามีลิขสิทธิ์ และเพลงที่มีลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่โซเชียลมีเดียด้วย เพื่อคนดูทางบ้านจะได้ฟังผลงานของตนทุกเพลงอย่างถูกต้อง บางครั้งเพลงไหนที่เราไม่มีลิขสิทธิ์ในการเล่นบนโซเชียลฯ ก็สั่งให้ช่างเสียงปิดเสียงเอาไว้ เพื่อคงความถูกต้องเอาไว้ และให้คนในร้านได้ฟังเพลงเหล่านั้น ผู้ชมไลฟ์อาจเสียอรรถรสไปบ้าง

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้จ่ายค่าเสียหายแก่นายวรวิทย์ไปแล้ว หลังจากนั้น 1 เดือนต่อมา นายวรวิทย์กลับมาอีกครั้งหนึ่ง โดยนำเพลงที่ตนละเมิดลิขสิทธิ์มา 10 เพลง ส่วนใหญ่เป็นเพลงของนายฉัตรชัย เช่น ใจนักเลง ใจบางบาง ละลาย ถอยดีกว่า ต้องการเก็บค่าเพลงที่ละเมิดลิขสิทธิ์เพลงละ 100,000 บาท รวมเป็นเงิน 1 ล้านบาท ซึ่งตอนที่นายวรวิทย์แจ้งละเมิดลิขสิทธิ์ตนได้ลบคลิปเพลงดังกล่าวตั้งแต่ถูกแจ้งเพลงถอนตัวไปแล้ว แสดงว่านายวรวิทย์บันทึกหน้าจอเพลงเหล่านั้นเอาไว้เมื่อครั้งมาแจ้งละเมิดลิขสิทธิ์เพลงของตัวเอง แต่ไม่บอกในตอนนั้น รอจัดการกับเพลงของตัวเองให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยเอาเพลงของนายฉัตรชัย 10 เพลง มาแจ้งค่าละเมิดเราใน 1 เดือนถัดมาอีกที

นายกิตติพันธ์กล่าวว่า “เป็นผลจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์และเป็นบทเรียน เป็นประสบการณ์โดยตรงที่พบเจอ และตนเลือกแชร์ประสบการณ์ออกไปให้คนที่ยังไม่เจอ ให้มีประสบการณ์โดยอ้อม ไม่ต้องโดนโดยตรง และไม่ต้องไปลองผิดลองถูกแบบที่ตนเจอ ขอบคุณประสบการณ์เหล่านี้ที่ทำให้ตนมีความรู้มากขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายแต่ก็เป็นบทเรียนที่ทำไปโดยไม่รู้ ไหน ๆ มีค่าใช้จ่ายแล้วขอให้ได้ความรู้ด้วย และอยากรู้ด้วยว่าเรื่องนี้ตนต้องจ่ายเท่าไหร่”

'ชาวประมง' โกยรายได้ หลังจับ 'กุ้งแชบ๊วย' ได้มากสุดในรอบ 30 ปี แต่แอบเอะใจ!! ไม่รู้เกิดอะไรกับระบบนิเวศทางธรรมชาติหรือไม่

เมื่อวานนี้ (1 ก.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณแพปลาเจ้นา บ้านฉางหลาง ตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ชาวประมงพื้นบ้านได้ทยอยนำกุ้งแชบ๊วย ซึ่งหาได้ในทะเลปากเมง และฉางหลาง มาขายที่แพปลาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน เป็นต้นมา

เกิดปรากฏการณ์แปลก ชาวประมงจับกุ้งแชบ๊วยได้มากกว่าปกติหลายเท่าตัว ที่ปกติจะจับกุ้งแชบ๊วยได้เพียง 10-20 กิโลกรัมต่อครั้งเท่านั้น แต่ตอนนี้กลับจับได้มากถึง 40-100 กิโลกรัมต่อครั้ง ซึ่งชาวประมงพื้นบ้านต่างนำกุ้งที่จับได้มาขายให้กับแพปลาแห่งนี้ รวมทั้งแพปลาในละแวกใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก

ขณะที่แพปลา เจ้นา ซึ่งรับซื้อกุ้งแชบ๊วยแบบคละไซซ์ จากชาวประมงในราคากิโลกรัมละ 200 บาท และต้องเร่งระบายออกในราคาเท่ากับทุนที่ซื้อมา และนำมาขายในตลาดสดเทศบาลนครตรัง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง โดยมีประชาชนที่มาเดินจับจ่ายซื้อของในตลาดซื้อกันเป็นจำนวนมาก

นางสาวศิริทัศน์ ทิพย์เพ็ง อายุ 54 ปี เจ้าของแพปลาเจ้นา บอกว่า “ตนรับซื้อกุ้งแชบ๊วยจากชาวประมงพื้นบ้านในราคากิโลกรัมละ 200 บาท และมาขายต่อในตลาดสดเทศบาลนครตรัง ราคากิโลกรัมละ 200 บาท เพื่อช่วยกระจายสินค้าให้ชาวประมง เพราะช่วงนี้เขาจับกุ้งแชบ๊วยได้เยอะมาก ตนมาเปิดแพปลาที่ตรังนาน 30 ปี ปีนี้เพิ่งเจอปรากฏการณ์แปลกที่ชาวประมงพื้นบ้านจับกุ้งได้เยอะมากเช่นนี้ ตนไม่รู้ว่าเกิดจากระบบนิเวศทางธรรมชาติหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ชาวประมงเขาจับกุ้งแชบ๊วยได้มาเยอะมาก ชาวประมงมีรายได้จากการขายกุ้ง 6,000 บาท จนถึงหลักหมื่นต่อลำ ซึ่งใครที่อยากกินกุ้งทะเลสด ๆ ราคาไม่แพงสามารถมาซื้อได้ที่แผงปลาเจ้นาในตลาดสดเทศบาลนครตรัง”

ศรชล. รับมอบเรือปฏิบัติการความเร็วสูง เพิ่มขีดความสามารถในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล

วันนี้ (1 ก.ค. 67) เวลา 13.00 น. พลเรือเอก วรวุธ พฤกษารุ่งเรือง เสนาธิการทหารเรือ (เสธ.ทร.) ในฐานะ เลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (เลขาธิการ ศรชล.) เป็นประธาน ในพิธีรับมอบเรือปฏิบัติการความเร็วสูงบริเวณชายฝั่ง จำนวน 6 ลำ (ลำที่ 7 - 12) ได้แก่ เรือ ศรชล.4007 เรือ ศรชล.4008 เรือ ศรชล.4009 เรือ ศรชล.4010 เรือ ศรชล.4011 และ เรือ ศรชล.4012 ตามลำดับ ณ อู่ต่อเรือ บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) ถนนท้ายบ้าน ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

โดยมีประธานและเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) ผู้แทนอธิบดีหน่วยงานหลักใน ศรชล. หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงของ ศรชล. และเจ้าหน้าที่ของ บริษัทฯ ให้การต้อนรับ
ในการนี้ พลเรือตรี บุญรักษ์ โพธิ์แก้ว ประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ โครงการจ้างสร้างเรือปฏิบัติการความเร็วสูงบริเวณชายฝั่ง จำนวน 15 ลำ ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ว่า โครงการดังกล่าว เป็นการเพิ่มขีดความสามารถของหน่วยงานของรัฐ ในการป้องกัน ปราบปราม แก้ไขปัญหา รับมือกับสถานการณ์ หรือการกระทำผิดกฎหมายที่มีผลกระทบ หรืออาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือกิจกรรมทางทะเล การช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมทั้งการปฏิบัติการอื่น ๆ ในการนี้ พลเรือเอกวรวุธ พฤกษารุ่งเรือง เลขาธิการ ศรชล. ได้กล่าวรับมอบเรือปฏิบัติการความเร็วสูงบริเวณชายฝั่ง (ลำที่ 7 - 12) พร้อมทั้งกล่าวเพิ่มเติมว่า พิธีรับมอบเรือในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันใกล้ชิด และความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ศรชล. และ บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) รวมทั้งกล่าวขอบคุณ ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุฯ คณะทำงานสนับสนุนการสร้างเรือฯ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกระดับของ บริษัทฯ ที่ร่วมติดตามความก้าวหน้าในการสร้างเรือให้เป็นไปตามแผนการสร้างเรือ

หลังจากจากนั้น เลขาธิการ ศรชล. ได้ส่งมอบเรือปฏิบัติการความเร็วสูงบริเวณชายฝั่ง ให้แก่ ศรชล.ภาค 1 ศรชล.ภาค 2 และ ศรชล.ภาค 3 ภาคละ 2 ลำ ตามแผนงานฯ เพื่อนำไปใช้ราชการตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ กำหนดไว้ต่อไป ทั้งนี้ ศรชล. ได้ดำเนินการส่งมอบเรือปฏิบัติการความเร็วสูงบริเวณชายฝั่ง จำนวน 6 ลำแรก ได้สำเร็จเป็นไปตามแผนงาน เพื่อปฏิบัติภารกิจตามพื้นที่ ศรชล.ภาค ได้แก่ ศรชล.ภาค 1 จำนวน 2 ลำ ได้แก่ เรือ ศรชล.4001 (พื้นที่ จ.ตราด) เรือ ศรชล.4002 (พื้นที่ จ.ชุมพร) ศรชล.ภาค 2 จำนวน 2 ลำ ได้แก่ เรือ ศรชล.4003 (พื้นที่จ.สุราษฎร์ธานี) เรือ ศรชล.4004 (พื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช) และ ศรชล.ภาค 3 จำนวน 2 ลำ ได้แก่ เรือ ศรชล.4005 (พื้นที่ จ.ภูเก็ต) เรือ ศรชล.4006 (พื้นที่ จ.สตูล) ที่ผ่านมา เรือปฏิบัติการความเร็วสูงบริเวณชายฝั่งชุดนี้ ได้ถูกนำไปใช้งานในภารกิจที่หลากหลาย เช่น การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล การลำเลียงผู้ป่วยทางทะเล เนื่องจากตัวเรือมีความคล่องตัวสูงและการทรงตัวที่ดี มีพื้นที่สามารถรับผู้ป่วยที่อาจจะต้องมีการลำเลียงด้วยเครนบันไดลิง หรือผ่านบันไดข้างเรือ ทำให้การปฏิบัติการทางการแพทย์เพื่อเข้าให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เรือปฏิบัติการความเร็วสูงบริเวณชายฝั่งของ ศรชล. ทั้ง 15 ลำ มีความยาวตลอดลำที่ระดับแนวน้ำ 12.39 เมตร ความกว้าง 3.48 เมตร ความสูง 1.42 เมตร กินน้ำลึกสูงสุด 0.65 เมตร ความเร็วสูงสุดไม่น้อยกว่า 41 นอต (ที่น้ำหนักบรรทุกเต็มที่)

“ ศรชล. เป็นหน่วยงานหลักในการบูณาการการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศชาติและประชาชน”

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

ว่าน ธนกฤต ร่วมร้องเพลงกับวงดนตรี จิตอาสา PGH BAND โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมช่วยประชาสัมพันธ์ขายบัตรการกุศล ลองไทม์ โนคอน 

สมทบทุนเข้าโครงการปรับปรุงหอผู้ป่วยจิตเวชและห้องตรวจผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ วันจันทร์ที่ 1 ก.ค. 2567 ณ ลานกิจกรรม อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา ชั้น 2 โรงพยาบาลตำรวจ นางสาว อนุสรี ทับสุวรรณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้าร่วมชม ดนตรีจิตอาสา PGH BAND โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งครั้งนี้ ศิลปินชื่อดัง ว่าน ธนกฤต พานิชวิทย์ ให้เกียรติร่วมร้องเพลงกับวงดนตรี PGH BAND โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อ มอบความสุขให้กับผู้ป่วยและผู้มารับบริการ โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมประชาสัมพันธ์เชิญชวนร่วมสมทบทุนชมคอนเสิร์ตการกุศล ลองไทม์ โนคอน เพื่อเข้าโครงการปรับปรุงหอผู้ป่วยจิตเวชและห้องตรวจผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ โดย พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8)และ พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ ให้การต้อนรับ นางสาว อนุสรี ทับสุวรรณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ ว่าน ธนกฤต

ทั้งนี้นางสาว อนุสรี ทับสุวรรณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมบริจาคสมทบทุนเข้าโครงการ จำนวน 30,000 บาท คุณ เบญจรัตน์ สิงห์สมบุญ ประธานบริษัทพรหมสุวรรณธุรกิจ จำกัด ร่วมบริจาคสมทบทุนเข้าโครงการ จำนวน 100,000 บาท รวมไปถึงข้าราชการตำรวจ บุคลากรทางการแพทย์ ร่วมสนับสนุนโครงการด้วย 

บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน อบอุ่น ทุกคนต่างร้องเพลง ขยับร่างกายไปตามจังหวะเพลง และถ่ายรูปตลอดเวลาที่ ว่าน ธนกฤต ให้ความบันเทิงอยู่บนเวที ระหว่างการร้องเพลงบนเวทีมีเซอร์ไพรส์ ผู้มีจิตศรัทธา โทรศัพท์เข้ามาขอร่วมบริจาคสมทบทุนเข้าโครงการ จำนวน 100,000 บาท

นางสาว อนุสรี ทับสุวรรณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมเป็นต้นทางในการควบคุมตัวผู้ที่ติดยาเสพติด เมื่อถึงเวลาที่ต้องกลับคืนสู่สังคม บางคนมีภาวะทางจิตเวช โรงพยาบาล จึงมีหน้าที่หลักในการบำบัด รักษาและฟื้นฟู โครงการปรับปรุงหอผู้ป่วยจิตเวชและห้องตรวจผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ เป็นโครงการที่ควรสนับสนุน เพราะสร้างขวัญกำลังใจให้กับทีมแพทย์ พยาบาล และผู้ที่ดูแลผู้ป่วยจิตเวช และยาเสพติด ในการบำบัดรักษาผู้ป่วยให้เป็นพลเมืองดีกลับคืนสู่สังคม

ว่าน ธนกฤต กล่าวว่า โลกที่หมุนเร็ว ส่งผลต่อสภาพจิตใจ จนบางคนเผชิญปัญหาเรื่องสภาวะจิต จนต้องพบจิตแพทย์ จึงขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะส่งแรงบันดาลใจให้ผู้ป่วยผ่านพ้นสภาวะนี้ไปได้ด้วยดี หากใครมีภาวะซึมเศร้าควรรีบพบแพทย์ พร้อมเชิญชวนให้ร่วมสมทบทุนโครงการ ทำบุญใหญ่ในครั้งนี้ 
ผ่านการแสดงดนตรีแสงสีเสียงในรูปแบบ "รอบการกุศล" พร้อมแขกรับเชิญ อาทิ เฉลียง , No One Else , ป๊อบ ปองกูล และ โอ๊ต ปราโมทย์

พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า ผู้ที่สนใจสมทบทุนเข้าร่วมโครงการนี้ สามารถบริจาคได้ที่ ธนาคารทหารไทยธนชาต เลขบัญชี 0111070611 ทั้งนี้เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับทีมแพทย์ พยาบาล ที่ดูแลผู้ป่วยจิตเวช

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 
FB : โรงพยาบาลตำรวจ Police General Hospital หรือ โทร 02-2076000 ต่อ 6850 ศูนย์ประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลตำรวจ

#ว่านธนกฤตLongTimeNoCon
#ลองไทม์โนคอน
#LongTimeNoCon 
#wan_soloist
#เฉลียง #NoOneElseBand 
#PopPongkool #โอ๊ตปราโมทย์
#โรงพยาบาลตำรวจ
#ศูนย์ประชาสัมพันธ์สื่อสารองค์กรและโฆษกโรงพยาบาลตำรวจ
#SPICYDISC #SPICYEVENT


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top