Sunday, 14 June 2026
NEWS FEED

รรท.รอง ผบ.ตร. เปิดอบรมยกระดับการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต พร้อมแสวงหาความร่วมมือทุกภาคส่วน ร่วมขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ

(9 ก.ย. 67) พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.รอง ผบ.ตร.(มค) เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาล ที่ตระหนัก และให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการกระทำผิดเกี่ยวกับเด็ก สตรี ครอบครัว การป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์  และภาคประมง ซึ่งได้มีการกำหนดไว้ให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยมุ่งหวังให้ ตร.มีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาล มาสู่การปฏิบัติ โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.รอง ผบ.ตร.(มค)/ผอ.ศพดส.ตร.
ขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้บรรลุผลสำเร็จเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

ต.ท.ประจวบฯ เปิดโครงการสัมมนาพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศ  ต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 9 - 11 ก.ย.67 ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ  โดยมีผู้เข้ารับการอบรมเป็น รอง ผบก.สส. และ รอง สว. - ผบ.หมู่ ผู้รับผิดชอบงานล่วงละเมิด  ทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต ทุก บก./ภ.จว. ในสังกัด บช.น. และ ภ.1 - 9 รวม 180 คน

พล.ต.ท.ประจวบฯ กล่าวว่า การแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กในโลกออนไลน์ เป็นปัญหาระดับโลกที่มีวิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยต้องมีการเพิ่มพูนความรู้และพัฒนาศักยภาพของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการป้องกันปราบปรามการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กในโลกออนไลน์ ปัจจุบันรูปแบบของการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กในโลกออนไลน์ ได้แก่ สื่อแสดงการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก การตระเตรียมเด็กออนไลน์เพื่อวัตถุประสงค์ทางเพศ       การส่งข้อความหรือรูปภาพยั่วยุทางเพศ การแบล็คเมล์ทางเพศออนไลน์ การถ่ายทอดสดการละเมิดทางเพศต่อเด็ก และการกลั่นแกล้งรังแกกันในโลกออนไลน์ ซึ่งการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กในโลกออนไลน์ เป็นตัวชี้วัดหนึ่งในการจัดทำรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (TIP Report) ของสหรัฐอเมริกา โดยในปี 2024 ประเทศไทยถูกจัดอันดับให้อยู่ใน Tier 2 ต่อเนื่องเป็นปีที่สาม    ดังนั้น การสัมมนาในวันนี้จึงมีความสำคัญ และเป็นการมุ่งพัฒนาศักยภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ เพื่อให้การป้องกันปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กในโลกออนไลน์ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ยึดหลักเด็กเป็นศูนย์กลาง วิเคราะห์เป้าหมายและข้อมูลเบาะแส รับแจ้งเหตุและการบริหารจัดการเคสอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความรู้ความเชี่ยวขาญและทักษะในการสืบสวนพยานหลักฐานทางดิจิทัล นำความรู้ในการสืบสวนทางเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้กับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม มีความรู้เท่าทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ปัจจุบัน

จากนั้น พล.ต.ท.ประจวบฯ ได้ประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ร่วมกับ พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง จตร./หน.ชป.TICAC, นางเตือนใจ คงสมบัติ ผู้ตรวจราชการ พม., นายรัชพล มณีเหล็ก ผอ.กองต่อต้านการค้ามนุษย์, นายวิจิตา รชตะนันทิกุล อดีตที่ปรึกษาวิชาการ พม. และ NGOs ได้แก่ ผู้แทนมูลนิธิไอเจเอ็ม, คลินิก กม.แรงงาน HRDF แม่สอด, ศูนย์พิทักษ์เด็กพัทยา มูลนิธิ A21, โครงการ ASEAN - ACT ประจำประเทศไทย, ไซเบอร์ วินร๊อก อินเตอร์เนชั่นแนล, องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ประจำประเทศไทย และ มูลนิธิ Spring เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นการปราบปรามการค้ามนุษย์และอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการแสวงหาความร่วมมือต่างๆ ในการปฏิบัติงาน

สำหรับความผิดฐานค้ามนุษย์ในรูปแบบต่างๆ ได้กำหนดให้มีการระดมกวาดล้างจับกุมในระหว่างวันที่ 15 - 30 ก.ย.67 ส่วนความผิดเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต ได้ส่งการระดมกวาดล้างจับกุม ในระหว่างวันที่ 20 ส.ค. - 30 ก.ย.67 ด้วยการป้องกันปราบปรามที่เข้มข้น ได้มุ่งเน้นผลการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม

พล.ต.ท.ประจวบฯ รรท.รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศพดส.ตร. กล่าวทิ้งท้ายว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความมุ่งหวังว่าการระดมสรรพกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทุกภาคส่วน ในการเร่งรัดปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับเด็ก สตรี ครอบครัว  การป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมงจะประสบผลสำเร็จ ตอบสนองนโยบายรัฐบาล เสริมสร้างความเสมอภาค  เท่าเทียม และรักษาไว้ซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ภายใต้กรอบของกฎหมาย ประชาชนและสังคมมีความสงบเรียบร้อยสืบไป

‘สุกฤษฏิ์ชัย’ ที่ปรึกษากมธ. ‘อากาศสะอาด’ เดินหน้ารณรงค์ ชี้!! ต้องเร่งผลักดันกม. - เตรียมความพร้อมรับมือ - สร้างการตระหนักรู้

(8 ก.ย. 67) นายสุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ช่วยผู้อำนวยการมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ (หน่วยงานดีเด่นแห่งชาติสาขาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) กล่าวถึงในกิจกรรม ‘Unmask the Future’ ซึ่งจัดโดยภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมและภาคประชาชนตื่นรู้ (Active Citizen) ในประเทศไทย เนื่องในโอกาสวันอากาศสะอาดสากล (International Clean Air Day) ซึ่งเริ่มขึ้นปี ค.ศ.2020 อันเป็นผลจากที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของอากาศบริสุทธิ์ต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตของพวกเราทุกคน ซึ่งตนมีบทบาทในการเป็น ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ในสภาผู้แทนราษฎร ด้วยนั้น

ขอสนับสนุนและขอรณรงค์เรื่องดังกล่าวอย่างเร่งด่วน พร้อมมีข้อเสนอ 3 ข้อ คือ

1.ภาคการเมือง ควรเร่งรัดและผลักดันให้กฎหมายอากาศสะอาด มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด เพื่อเป็นเครื่องมือในการจัดการกับปัญหานี้ ให้ทันฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง รวมถึงการประสานงานเรื่องฝุ่นควันข้ามแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 

2.ภาคราชการ ดำเนินการสั่งการและประสานงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤติมลพิษฝุ่นควันพิษ ทั้งในแง่การป้องกัน การปราบปรามและดูแลด้านสุขภาพ เพื่อลดผลกระทบที่จะมีขึ้นต่อประชาชนให้น้อยที่สุด

3.ภาคประชาสังคมร่วมกันสร้างการตระหนักรู้และให้ความรู้ รวมถึงการป้องกันกับภาคประชาชนในพื้นที่อย่างเข้มข้น โดยภาคราชการไม่ว่าจะเป็นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุขและอื่นใดที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

ไม่ว่าอย่างไรก็ตามปัญหาสิ่งแวดล้อมนี้ เป็นปัญหาสำคัญที่ใกล้ตัวพวกเรามาก เรารับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นการแก้ปัญหาร่วมกันจากทุกภาคส่วน จากทุกคน คือหนทางการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด

‘หลานม่า’ ทำรายได้ใน ‘จีนแผ่นดินใหญ่’ ทะลุ 500 ล้านบาท หากรวมรายได้ในประเทศอื่นด้วยมีไม่ต่ำกว่า 1,700 ล้านบาท

(8 ก.ย. 67) ‘หลานม่า’ ขึ้นแท่นหนังทำเงินอันดับ2 ประจำสัปดาห์ในจีนแผ่นดินใหญ่ เข้าฉาย 17 วัน รายได้รวมทะลุหลัก 100 ล้านหยวน หรือราว 500 ล้านบาทในไทย สัดส่วนแบ่งรายได้ประจำสัปดาห์ 11 % จากตารางหนังเข้าฉาย ขณะนี้เป็นรอง Alien: Romulus ซึ่งเข้าฉายมาได้ 24 วันแล้ว สัดส่วนรายได้ที่ 13%

ทั้งนี้น่าสนใจเป็นอย่างมากเนื่องจากการเปิดตัวในช่วงแรกของหลานม่า ในจีนแผ่นดินใหญ่ ในอันดับ 7-8 ของ TOP 10 หนังทำเงินประจำสัปดาห์ในจีนและค่อยๆ ไต่อันดับขึ้นมาจนถึงอันดับ 2 โดยหากรวมรายได้อย่างไม่เป็นทางการ #หลานม่า ทำเงินจากการเข้าฉายในหลายประเทศไม่ต่ำกว่า 1,700 ล้านบาท 

** อ้างอิงจากตัวเลขรายได้การแถลงในงาน GDH LINEUP 2025 + ตัวเลขรายได้ในจีนแผ่นดินใหญ่

‘อุ้ม ศศิราวรรณ อินทโชติ’ เจ้าของเหรียญทองแดงคนแรก ของนักกรีฑาไทย จากเด็กสาวแขนพิการ ที่พูดน้อย เก็บตัว สู่ความภาคภูมิใจของคนไทย

(8 ก.ย. 67) เพจเฟซบุ๊ก ‘เสียงจากทหารเรือ’ ได้โพสต์ข้อความสุดซึ้งเกี่ยวกับ ‘อุ้ม ศศิราวรรณ อินทโชติ’ เจ้าของเหรียญทองแดงคนแรก ของนักกรีฑาไทย โดยได้ระบุว่า ...

ชีวิตดั่งเทพนิยายขีดเขียนบทให้เธอเดิน
เธอคือสาวงามแห่ง ‘ทุ่งนครลำดวน’
เธอคือ นักกรีฑาหญิงไทยคนแรก ที่คว้าเหรียญพาราลิมปิกมาครอง
จากเด็กสาวที่อยู่ในมุมใดมุมหนึ่งของห้องเรียน
เป็นเด็กที่เก็บตัว พูดน้อยด้วยความพิการแขน
วันนี้เธอทำสำเร็จแล้ว
เธอคือความภูมิใจของ ‘พ่อแม่’ วันที่เธอได้เหรียญครั้งแรกจากการแข่งขัน แม่เธอวิ่งเอาเหรียญไปโชว์ทั่วหมู่บ้าน
และวันนี้ เธอเป็นความภาคภูมิใจขคนไทย
ที่อยากจะบอกก้องโลกว่าภูมิใจและดีใจกับเธอเช่นเดียวกัน

สาวน้อยวัย 21 ปีจาก ‘แดนปราสาทขอม หอมกระเทียมดี มีสวนสมเด็จ เขตดงลำดวน หลากล้วนวัฒธรรม เลิศล้ำสามัคคี’ #ศรีสะเกษ สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการกีฬาไทย โดยการคว้า ‘เหรียญทองแดง’ พาราลิมปิก ปารีส สำเร็จ ศศิราวรรณ อินทโชติ  

เธอมีหน้าตาที่สะสวย แต่เป็นคนพูดน้อยเก็บตัว และพิการแขนข้างหนึ่ง หรืออาจจะเรียกให้เข้ากับคนยุคนี้ว่า ‘introvert’ นั้นเอง ด้วยแววตาของ ‘คุณครู’ โรงเรียนศรีรัตนวิทยา ที่ศรีสะเกษ ของเธอเห็นว่านี่จะเป็นโอกาสให้เธอเป็นนักกีฬาสร้างรายได้เลี้ยงดูครอบครัวได้ในอนาคตจึงแนะนำ

จากเด็กผู้หญิงที่เก็บตัวมาตลอด ลองเริ่มหัดวิ่งเธอใช้เวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น ขอย้ำว่าเพียง 6 เดือนเท่านั้น ก็สามารถติดธงชาติไทยที่น่าอกเป็นตัวแทนไปแข่งขันระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก ที่น่าภาคภูมิใจที่สุดเมื่อออกไปแข่งครั้งแรกที่ได้เหรียญรางวัลกลับมาทันที แต่ดูเหมือนคนที่ภูมิใจมากที่สุดน่าจะเป็น ‘คุณแม่’ ของเธอเสียมากกว่า แม่เธอเอาเหรียญรางวัลวิ่งไปโชว์ ‘คุณป้า’แถวบ้านไปทั่วเลย

ด้วยความสุดยอดของเธอก่อนมาแข่ง ‘พาราลิมปิก’ เธอสร้างบ้านหลังใหม่หลังงามให้พ่อแม่ของเธอสำเร็จ จากรายได้แห่งการวิ่ง

และแล้วรางวัลแห่งชัยชนะก็มาถึง อุ้ม ศศิราวรรณ อินทโชติ สร้างประวัติศาสตร์ คว้าเหรียญทองแดง พาราลิมปิก ในการแข่งขัน กรีฑา 200 เมตรหญิง คลาส T47 โดยเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 25.20 วินาที ที่ สนาม สต๊าด เดอ ฟรองซ์ กรุงปารีส ฝรั่งเศส

เธอบอกหลังคว้าเหรียญสำเร็จว่า 

ดีใจมาก แต่ตอนแรกไม่คิดว่าจะได้เหรียญแค่เข้าชิงก็ดีใจสุดๆแล้ว ขอบคุณทางบ้านที่เป็นกำลังใจให้วันนี้หนูทำสำเร็จแล้ว

ช่างแต่งหน้ารับปริญญา แซะ!! ลูกค้าอยากสวยเหมือน ‘ต้าเหนิง’ เช็กเบ้าหน้าก่อนยื่นเรฟ ชาวเน็ตเสียงแตก!! ‘ช่างแต่งหน้าไม่ใช่หมอศัลย - แต่ควรมีคำพูดที่ดีกว่านี้บอกลูกค้า’

(8 ก.ย. 67) วนกลับมาอีกครั้ง สำหรับฤดูกาล ‘รับปริญญา’ ซึ่งเป็นพิธีสำเร็จการศึกษาอย่างเป็นทางการสำหรับนิสิต – นักศึกษา จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งที่ใครหลายคนอยากจะทำให้เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ

โดยเฉพาะนิสิต – นักศึกษา ผู้หญิง ที่อยากจะสวยในวันนั้นเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่จึงทำการจ้างช่างแต่งหน้า – ทำผม มืออาชีพ เพื่อให้ตัวเองออกมาดูดีที่สุด และมักจะเลือกต้นแบบการแต่งหน้า – ทำผม จากเหล่าคนดัง

หนึ่งในคนที่โดนยื่นเป็นแบบมากที่สุดในยุคนี้ คือ นักแสดงหน้าหมวย หุ่นดี ‘ต้าเหนิง กัญญาวีร์’ ซึ่งแต่งออกมากี่ลุกส์ก็กลายเป็นไวรัลทั่วบ้านทั่วเมือง

ล่าสุดเกิดดราม่าขึ้น เมื่อช่างแต่งหน้ารายหนึ่ง ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า 

“บัณฑิต หยุดเอาเรฟ ต้าเหนิง มาแต่งรับปริญญา ขอร้อง เราต้องเช็กเบ้าและข้อห้ามนิดนึงลูก แนะนำเอาสวยปกติที่เรารอดคะ”

หลังจากโพสต์กลายเป็นไวรัล ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ฝั่งที่เห็นด้วยก็มองว่า ช่างแต่งหน้าไม่ใช่หมอศัลย แต่งให้สวยได้ แต่ให้เหมือนเลยคงยาก บ้างก็บอกว่าเข้าใจช่าง แต่งตามเป๊ะเลยก็ยาก

ส่วนฝั่งที่ไม่เห็นด้วย มองว่า มีคำพูดที่ดีกว่านี้ในการบอกลูกค้า ที่ไม่เป็นการทำลายความมั่นใจคนอื่น ช่างเก่งๆ เขาก็คงสามารถปรับลุกส์ที่เป็นเรฟให้เข้ากับลูกค้าได้

บ้างก็บอกว่า เขายื่นเรฟให้ คือเป็นแนวทางการแต่ง คงไม่ได้คิดว่าจะต้องออกมาเหมือนเป๊ะอยู่แล้วอย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าโพสต์ดังกล่าวจะถูกลบออกไปแล้ว

4 หนุ่มอัจฉริยะจากไทย สร้างชื่อเสียงถึง สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ จากการแข่งขัน ‘คอมพิวเตอร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ’

(8 ก.ย. 67) เพจเฟซบุ๊ก ‘Olympic ipst’ รายงานข่าวความเก่งของเด็กไทย จากเมืองอเล็กซานเดรีย สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ โดยได้ระบุว่า ...

IOI 2024 

รายงานตรงจากเมืองอเล็กซานเดรีย สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ และขอแสดงความยินดีแก่ผู้แทนประเทศไทยฯ กับผลงาน 2 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง ของทีมคอมพิวเตอร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี พ.ศ. 2567 ซึ่งผลการแข่งขันมีรายละเอียด ดังนี้
1. นายชร วาณิชยชลกิจ ร.ร.ระยองวิทยาคม เหรียญเงิน 
2. นายปภังกร อภิญญานนท์ ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย เหรียญเงิน
3. นายกันต์ธี ยงวณิชย์ ร.ร.ประชาคมนานาชาติ เหรียญทองแดง
4. นายธาวิน เต็งอำนวย ร.ร.สามเสนวิทยาลัย เหรียญทองแดง

นอกจากความสำเร็จของผู้แทนประเทศไทย เราคงจะลืมไปไม่ได้เลยกับความช่วยเหลือจากเหล่าคณะอาจารย์ ทั้ง 6 ท่านที่ได้เดินทางร่วมไปกับเหล่าผู้แทนประเทศไทยฯ ในครั้งนี้ ซึ่งประกอบด้วย
1) รศ.ดร.จิตร์ทัศน์ ฝักเจริญผล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้าทีม
2) นายผนวกเดช สุวรรณทัต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รองหัวหน้าทีม
3) ดร.พศิน มนูรังษี บริษัท กูเกิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ช่วยหัวหน้าทีม
4) นายเศรษฐา ปิณฑานนท์ สสวท. ผู้จัดการทีม
5) ผศ.ดร.จักริน ชวชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้สังเกตการณ์ สอวน.
6) นางสาวรัชดา ยาตรา สสวท. ผู้สังเกตการณ์

ทั้งนี้ คณะผู้แทนประเทศไทยมีกำหนดเดินทางกลับด้วยเที่ยวบิน EK372 และถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 9 กันยายน 2567 เวลา 19.15 น. โดย สสวท. กำหนดจัดพิธีแสดงความยินดี ณ บริเวณประตู 1 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารขาเข้า เวลา 20.30 น. 

‘แฮ็กเกอร์ตี’ เปิดใจ หลังโดน ‘ซุปเปอร์เล็ก’ สับศอกร่วง ยินดีกับชัยชนะอันสวยงาม ลั่น!! จะกลับมาให้แกร่งกว่าเดิม

เมื่อวานนี้ (7 ก.ย. 67) ผลการแข่งขันจบเร็วกว่าที่คาดไว้ สำหรับคู่มวยที่แฟนๆอยากชม ในการพบกันระหว่าง ‘The General’ โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี แชมป์โลก ONE มวยไทย และคิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) จากสหราชอาณาจักร ป้องกันแชมป์โลกมวยไทย กับ ‘เครื่องจักรนักเตะ’ ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9 แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต (125-135) ใน ศึก ONE 168: Denver ณ สังเวียน บอล อารีนา สหรัฐอเมริกา 

ซึ่งการชกจบลงแค่เพียงยกแรก หลัก ซุปเปอร์เหล็ก ฟันศอกขวาเข้าขมับ แฮ็กเกอร์ตี ร่วงลงไปกองกับพื้น จนกรรมการต้องยุติการชก ทำให้ ซุปเปอร์เล็ก กลายเป็นอีกหนึ่ง ราชัน 2 กติกา ที่สามารถคว้าแชมป์โลก ONE มวยไทย และคิกบ็อกซิ่ง มาครองได้สำเร็จ

หลังเกมการชก โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี โพสต์ข้อความผ่านทาง jhaggerty_ ใจความสรุปว่า ผลการแข่งขันในค่ำคืนที่ผ่านมาไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดไว้ แต่นั่นคือการต่อสู้ ผมนึกว่า ซุปเปอร์เล็ก มีอาการบาดเจ็บ จึงรีบเดินเข้าหา แต่กลับพลาดโดนศอกที่สวยงามของเขา ซึ่งต้องให้เครดิตกับเขา สำหรับชัยชนะอันสวยงามในครั้งนี้

ขอแสดงความยินดีกับ ซุปเปอร์เล็ก และขอขอบคุณแฟนๆที่น่าทึ่งทุกคนที่ ONE Championship สำหรับความรักและการสนับสนุน

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเดินทาง ผมสัญญาว่าจะกลับมาแข็งแกร่ง และกระหายมากกว่าเดิม ผมจะลุกขึ้นสู้ และเรียนรู้ เพื่อสู้ต่อไป แล้วพบกันใหม่

‘น็อคเอาท์ ซีพีเอฟ’ ชนะคะแนน ‘อเล็กซ์ วินวู้ด’ ป้องกันแชมป์โลก ‘WBA’ ได้สำเร็จ ที่ออสเตรเลีย

เมื่อวานนี้ (7 ก.ย. 67) น็อคเอาท์ ซีพีเอฟ ชนะคะแนน อเล็กซ์ วินวู้ด ผู้ท้าชิงชาวออสเตรเลีย ป้องกันแชมป์โลกรุ่นมินิมั่มเวทสมาคมมวยโลก (105 ป.) WBA เอาไว้ได้สำเร็จ ที่เมืองเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย น็อคเอาท์ได้ 2 นับ แต่คะแนนไม่เอกฉันท์ 113-113 , 114-112 ,114-112 

‘กัน จอมพลัง’ ประสานตำรวจ ตามรวบตัว ‘ขอทานหน้าเหลว’ สารภาพรับ!! คนไทยใจดี ทำให้มี ‘รายได้วันละ 5 พันบาท’

เมื่อวานนี้ (7 ก.ย. 67) สืบเนื่องมาจากการ ‘กัน จอมพลัง’ ประสานตำรวจตามรวบ ‘ขอทานหน้าเหลว’ ชาวกัมพูชา แกล้งพิการ แกล้งเป็นใบ้ แกล้งตาบอด แกล้งเดินไม่ได้ รายได้ วันละ 5พันบาท  ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ก.ย 2567 พ.ต.ท.หญิง พรรัมภา พัฒนาวาท สว.กก.ดส.บช.น. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฏิบัติการที่ 2  พบเบาะแส มีสามี ภรรยา ‘ขอทานกัมพูชา’ กำลังเดินกลับมาในซอยรามอินทรา 73 เมื่อพบทั้งสองเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปสอบถามข้อมูล ทราบชื่อว่า นางเล้ง กับนายเม้ง กำลังกลับมาจากขอทาน ย่านลาดกระบัง

โดยนางเล้งกล่าวว่า ตนมาอาศัยอยู่ ที่ประเทศไทยประมาณ 20 ปีแล้วโดยตอนแรกทำอาชีพเป็นลูกจ้างธรรมดาทั่วไปแต่กระทั่ง 2-3 ปีที่ผ่านมาได้ผันตัวมาขอทาน และได้คบหากับสามีมา 8 ปี โดยสามีก็ขอทานเหมือนกัน และมีลูกด้วยกัน 1 คน ก่อนหน้านี้ตนรู้จักกับเพื่อนชาวกัมพูชาชักชวนให้มาขอทานได้เงินวันละ 100 - 800 บาท ต้องทำงานส่งเงินกลับไปบ้าน ที่ประเทศกัมพูชา กู้เงินมาสร้างบ้านกว่า 400,000 บาท ต้องจ่ายเดือนละ 8,000 บาท

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ขอค้นบ้านของสองสามีภรรยาคู่นี้ เมื่อเข้าไปเจอกับ น.ส.เอ (นามสมมติ) หญิงชาวกัมพูชากำลังอุ้มลูกหลบอยู่ด้านหลังภายในห้องเช่า นอกจากนี้ยังมีชาวกัมพูชาอีกหลายครอบครัวมีการเปิดโซเชียลดูไลฟ์สดของ กัน จอมพลัง ที่ กำลังตามหาชาวกัมพูชาอยู่ด้วย ในตอนแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาเคาะบ้านหลังดังกล่าวแล้ว แต่พบว่ามีการล็อกประตูเอาไว้จากด้านหน้าเพื่อพรางว่า ไม่มีคนอยู่ ภายในบ้านเช่าพบมีไพ่อยู่ในกระเป๋า และพบขวดแอลกอฮอล์ตั้งอยู่หน้าห้อง

โดย น.ส.เอ(นามสมมติ)ที่พิการทางใบหน้า กล่าวว่า ที่ใบหน้าเละแบบนี้เพราะเกิดจากเหตุการณ์แก๊สระเบิดเมื่อ 19 ปีก่อน หลังจากนั้นตัดสินใจมาประเทศไทย โดยมีรถตู้ไปรับที่ชายแดนกัมพูชา คิดค่ารถ 3,000 บาท ยอมรับว่า ไม่ได้มีพาสปอร์ตเข้าประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายและทราบว่าทำสิ่งผิดกฎหมายอยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะไปทำอาชีพอะไร เพราะว่าอยู่ที่ประเทศกัมพูชาก็ไม่มีรายได้ แต่อยู่ที่นี่ มีรายได้ดีจากการขอทาน เพราะคนคนไทยเป็นคนใจดี โดยตน ได้รายได้ต่อวัน เป็นเงิน 800-1,000 บาท

ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตรวจสอบห้องเช่าข้าง ๆ กัน ยังพบ นายบี ชายพิการหน้าเละ ชาวกัมพูชา อาศัยอยู่มีภรรยาและลูกอีก 1 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นห้องพบเงินสด 3 หมื่นบาท และมีทองคำที่ใส่อยู่ในตัวอีกด้วย 

โดย นายบีอ้างว่า ตนเข้า ๆ ออก ๆ ประเทศไทย 5-6 ปี เนื่องจากมีบ้านอยู่ที่ประเทศกัมพูชาด้วย แต่ไม่มีรายได้ ไม่มีอาชีพอะไร เมื่อ 19 ปีที่แล้ว ตนทะเลาะกับเพื่อนแล้วถูกเพื่อนสาดน้ำกรดใส่หน้า ทำให้ต้องมาขอทานที่ประเทศไทย เพราะ คนไทยใจดี เวลาเห็นคนพิการก็จะให้เงินตลอด มีรายได้วันละ 1,500 บาท ได้มาก็ให้ภรรยาเก็บ

ทั้งนี้ พ.ต.ท.หญิง พรรัมภา พัฒนาวาท สว.กก.ดส.บช.น. สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฏิบัติการที่ 2 กก.ดส.บช.น. คุมตัว ชาวกัมพูชา 10 คน ไปที่ กก.ดส.บช.น. เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนเทรนด์ใหม่มิจฉาชีพ เปิดบัญชีปลอม ลงโฆษณาผ่าน Reels หลอกขายสินค้าราคาถูก

( 8 ก.ย. 67) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพได้มีการพัฒนารูปแบบวิธีการในการหลอกลวงประชาชน จากเดิมที่มิจฉาชีพจะลงโฆษณาหลอกขายสินค้าราคาถูกผ่านโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ เปลี่ยนเป็นการโฆษณาผ่านการลงคลิปสั้น หรือ Reels ในเฟซบุ๊ก โดยมิจฉาชีพจะสามารถใส่ปุ่มให้กดซื้อสินค้า ซึ่งเป็นลิงก์ที่จะนำไปสู่เว็บไซต์ขายสินค้าปลอม

อีกทั้งมิจฉาชีพยังใช้กลวิธีในการทำให้โฆษณาปลอมดังกล่าวดูน่าเชื่อถือ ด้วยการนำคลิปวิดีโอจริงของอินฟลูเอนเซอร์ มาตัดต่อใส่ข้อความหลอกขายสินค้า อีกทั้งในรูปโปรไฟล์ของบัญชีปลอมดังกล่าว ยังมีการใส่เครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้า หรือ Meta Verified เพื่อหลอกให้หลงเชื่อว่าเป็นบัญชีที่ได้รับการรับรอง พร้อมทั้งยังใส่ข้อความจำนวนผู้ติดตามปลอมไว้ในข้อมูลทั่วไปของเพจ เพื่อหลอกให้หลงเชื่อว่ามีผู้ติดตามเพจจำนวนมากอีกด้วย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกดลิงก์ หรือการสั่งซื้อสินค้าที่มีการลงโฆษณาผ่านคลิปวิดีโอสั้น ในสื่อสังคมออนไลน์แพลตฟอร์มต่าง ๆ เพราะอาจเป็นคลิปวิดีโอจากเพจปลอมที่มิจฉาชีพสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวงพี่น้องประชาชน

สุดท้ายนี้ หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ และสำหรับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top