Friday, 12 June 2026
NEWS FEED

ตำรวจภูธรภาค 2 เด็ดปีก 'มังกรเทาดำ' รุกคืบทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จับเพิ่ม 4 สมาชิกแก๊ง รับบทนอมินีเปิดบริษัทฟอกเงิน ยึดทรัพย์คฤหาสน์ รถหรู 152 ล้านบาท

(13 ธ.ค. 67) ที่ตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (รรท.ผบช.ภ.2) พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 และ พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 (ผบก.สส.ภ.2) แถลงผลการทลายเครือข่ายมังกรเทาดำ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เหิมเกริมเปิดออฟฟิศในทาวน์เฮ้าส์แห่งหนึ่ง ใน อ.ศรีราชา จว.ชลบุรี ซึ่งจับกุมได้ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2567 โดยล่าสุดกองบังคับการสืบสวนสวนตำรวจภูธรภาค 2 ขยายผลจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาเครือข่ายฟอกเงินเพิ่มเติม 5 ราย เป็นชาวไทย 3 ราย ชาวจีน 2 ราย ยึดทรัพย์รวมมูลค่า 152 ล้านบาท

พล.ต.ท.ยิ่งยศ เปิดเผยว่าตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รรท.จตช. ให้ความสำคัญในการสืบสวนขยายผลแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ดังนั้นหลังจากทลายจับกุมแก๊งมังกรเทาดำ ที่ลอบตั้งฐานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใน จว.ชลบุรี ได้แล้ว จึงขยายผลยึดทรัพย์ต่อเนื่อง โดยล่าสุด ได้รวบรวมหลักฐานออกหมายจับกลุ่มผู้กระทำผิด 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มพนักงานออฟฟิศ จำนวน 11 คน  2.กลุ่มบัญชีม้า (รวมจัดหาบัญชี,ยิงแอดโฆษณา) จำนวน 15 คน และ 3.กลุ่มบอส หรือระดับสั่งการ และเครือข่ายฟอกเงิน จำนวน 9 คน รวมออกหมายจับทั้งหมด 35 คน จับกุมได้แล้ว 21 คน อยู่ระหว่างติดตามจับกุม 14 คน ซึ่งบางส่วนหลบหนีออกนอกประเทศ อยู่ในกระบวนการติดตามจับกุม

จากการสืบสวนสอบสวนเครือข่ายนี้แปลงเงินที่ได้จากการหลอกลวงประชาชนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลคริปโทเคอเรนซี (Cryptocurrency) จากนั้นจะโอนต่อไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลนิรนามต่าง ๆ และยังพบว่าตัวการระดับสั่งการ ซึ่งเป็นชาวจีนนำเงินที่ได้จากการหลอกลวงประชาชนบางส่วนมาใช้ในประเทศไทย โดยใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ซื้อบ้านหรู รถยนต์ ทรัพย์สินต่าง ๆ รวมถึงประกอบกิจการในนามบริษัทนอมินี โดยใช้บริษัทนอมินีที่เปิดขึ้นมาซื้อ และถือครองทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ จึงได้ประสานงานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ( ปปง. ) ตรวจสอบ นำไปสู่การติดตามจับกุม และตรวจสอบยึดทรัพย์สิน ดำเนินการตามกฎหมาย” รรท. ผบช.ภ.2 กล่าว

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า ในระหว่างวันที่ 12 – 13 ธันวาคม 2567 ได้ติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาเครือข่ายฟอกเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์มังกรเทาดำ เพิ่มเติม 5 ราย เป็นชาวไทย 3 ราย คนจีน 2 ราย และตรวจยึดทรัพย์สินที่สำคัญดังนี้  
1. บ้านหรู เนื้อที่ 3 งาน 12.5 ตรว. ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มูลค่า 65 ล้านบาท
2. บ้านหรู เนื้อที่ 3 งาน 6.2 ตรว. ม.10 ต.หนองหรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มูลค่า 75 ล้านบาท
3. รถยนต์ LEXUS สีขาว มูลค่าประมาณ 8 ล้านบาท
4. รถยนต์เก๋งยี่ห้อเบนซ์ สีขาว มูลค่า 3.5 ล้านบาท
5. รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมาสด้า 2 สีดำ มูลค่า 4 แสนบาท
และทรัพย์สินอื่น ๆ รวมทั้งหมดมูลค่ากว่า 152 ล้านบาท
 
พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวย้ำว่า ได้เร่งรัดขยายผลติดตามจับกุมดำเนินคดีกับเครือข่ายกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป และขอให้คนไทยที่คิดจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เช่น รับจ้างเปิดบัญชีเป็นธุระจัดหาซิมผีบัญชีม้า รวมถึงการเข้าไปร่วมทำธุรกิจหรือถือครองทรัพย์สินซึ่งอาจเข้าข่ายนอมินี จะมีความผิดตามกฎหมาย นอกจากความผิดเรื่องคอลเซ็นเตอร์แล้วยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 และพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าว พ.ศ.2542 ด้วย
         
ทั้งนี้ประชาชนสามารถแจ้งข้อมูล เบาะแส ชาวต่างชาติ หรือคนไทยต้องสงสัยเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ที่เพจ เฟซบุ๊ก ตำรวจภูธรภาค 2

ชัยวุฒิโชว์ไอเดียเวที THE STATES TIMES หนุนเศรษฐกิจดิจิทัลไทย สู้ภัยอาชญากรรมออนไลน์

เมื่อวานนี้ (12 ธ.ค.67) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เข้าร่วมงานครบรอบ 4 ปีการก่อตั้งสำนักข่าว THE STATES TIMES พร้อมทั้งได้ขึ้นกล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ ‘Economic Development In the Digital Age’ ณ SCBX Next Tech ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร

นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ในปัจจุบันนี้ คนไทยคุ้นชินกับการใช้เทคโนโลยีกันมามากพอสมควร ซึ่งเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี หรืออินเทอร์เน็ตมากกว่า 90% แล้ว เช่น การซื้อของออนไลน์ อีคอมเมิร์ซ การทำธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านออนไลน์ และระบบจ่ายเงินที่เรียกว่า 'พร้อมเพย์' ที่ร่วมมือกันระหว่างธนาคาร สถาบันการเงิน กับธนาคารแห่งประเทศไทย ที่พัฒนาระบบที่เรียกว่า 'mobile banking' ซึ่งทำให้เป็นรากฐานให้เศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทยเติบโตมาอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

รัฐบาลในอดีตหลายรัฐบาลได้วางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ทำให้ทุกวันนี้ ในเมือง ในพื้นที่ชุมชนทั้งหมด สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ในราคาที่จับต้องได้ มีระบบ 5G ที่เพิ่งเกิดขึ้นในรัฐบาลที่แล้ว ทำให้ใช้งานระบบอินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ตโฟนอย่างสะดวกและรวดเร็ว

นายชัยวุฒิกล่าวต่อว่า ทุกวันนี้ ไทยของเราเป็นฮับของอาเซียน หรือศูนย์กลางด้านดิจิทัลในภูมิภาคนี้ นักลงทุนจากทั่วโลกให้ความสนใจประเทศไทย ซึ่งหากเกิดการเชื่อมโยงกับเมียนมา ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ จะทำให้เกิดธุรกิจใหม่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยอย่างยิ่ง

"และล่าสุดก็เริ่มเกิด เอไอคลาวด์ แล้ว เช่น อินวิเดียร์ ที่ทำชิปฯ ประมวลผลด้านกราฟิกจากเอไอ ซึ่งก็จะร่วมลงทุนธุรกิจในเมืองไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อ เพราะนี่จะเป็นอนาคตเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยที่ต้องขับเคลื่อนกันต่อไป" นายชัยวุฒิกล่าว

นายชัยวุฒิได้กล่าวถึงการเปลี่ยนผ่านของประเทศทางเทคโนโลยีของประเทศไทยด้วย โดยระบุว่า สิ่งที่เราควรทำอย่างยิ่งคือการออกกฎหมาย กำกับดูแล เพื่อช่วยคนตัวเล็ก วันนี้ปัญหาที่เกิดจากการใช้ดิจิทัลในเมืองไทยคือความเหลื่อมล้ำ เราต้องกระจายการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไปยังพื้นที่ห่างไกล เช่น ชนบท ป่า ทะเล หมู่เกาะ หรือพื้นที่แถบชายแดน 

บริการดาวเทียมให้บริการอินเทอร์เน็ตในไทย หมดสัมปทานไปแล้วกว่า 30 ปี แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ ชื่อว่า Low Earth Orbit หรือ LEO ซึ่งจะทำให้คนใช้อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมได้ในทุกพื้นที่บนโลก ซึ่ง บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT กำลังดำเนินการเรื่องนี้และเป็นพันธมิตรกับบริษัทที่ทำธุรกิจในเมืองไทย 

"ผมอยากจะผลักดันให้ NT เปิดบริการธุรกิจ Satellite Broadband ให้เร็วที่สุดเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีได้ครอบคลุม" นายชัยวุฒิกล่าว

นอกจากนี้ นายชัยวุฒิยังได้กล่าวถึงปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ในไทยด้วยว่า ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เป็นเรื่องสำคัญ ผมติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลา และตั้งแต่เมื่อตอนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก็ได้ให้ความรู้และปัญหาให้แก่ประชาชน และก่อนที่จะพ้นตำแหน่งได้ออกพระราชกำหนด การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ด้วย

ก็ต้องยอมรับว่าการใช้เทคโนโลยีออนไลน์ มีปัญหาอย่างมากเพราะประชาชนถูกหลอกให้ทำธุรกรรมทางการเงิน โดนหลอกโอนเงินผ่านบัญชีม้า จึงได้ออกกฎหมายกำหนดให้การเปิดบัญชีม้าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย หากรับจ้างเปิดบัญชีจะมีโทษจำคุก 3 ปี หรือหากถูกหลอกโอนเงินไปแล้วสามารถแจ้งต่อธนาคารเพื่ออายัดบัญชีนั้น ๆ ได้ทันที เพื่อจะได้นำเงินคืนกลับมาได้อย่างเร็วที่สุด

นายชัยวุฒิกล่าวต่อว่าก็ขอฝากการแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันไม่ใช่เป็นเพียงแค่การโกงผ่านไลน์ หรือโอนเงินแล้ว แต่มีอาชญากรรมออนไลน์ที่เรียกว่า 'ดีปเฟค' เป็นการใช้ เอไอ ปลอมเป็นคนอื่น ๆ ทั้งหน้าตา น้ำเสียง ดังนั้นรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องลงมาดูและแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง

"เศรษฐกิจดิจิทัลจะเติบโตไม่ได้เลย หากเราไม่คุ้มครองดูแลความปลอดภัยของประชาชน" นายชัยวุฒิกล่าวปิดท้าย

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการกล่าวปาฐกถาพิเศษโดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ในหัวข้อ 'Powering the future, Revolutionizing the energy landscape' และ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในหัวข้อ 'Industry 4.0 revolution industry for smart manufacturing' พร้อมทั้งยังมีเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของเมืองไทยมาร่วมในงานครบรอบ 4 ปีของการก่อตั้ง THE STATES TIMES อีกด้วย

สำหรับสำนักข่าว THE STATES TIMES ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2563 โดยจัดเป็นสำนักข่าวออนไลน์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่นำเสนอข้อมูลเชิงลึกอย่างรอบด้าน ชัดเจน เป็นกลาง และเป็นธรรม

'เผ่าภูมิ' เผย 'ธนารักษ์' ยกเว้นค่าเช่าที่ราชพัสดุ ช่วยน้ำท่วมใต้ เสียหายบางส่วน 1 ปี ทั้งหลัง 2 ปี 

ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เผยว่า กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์ เล็งเห็นว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ซึ่งเป็นผู้เช่าที่ราชพัสดุได้รับความเสียหายต่อทรัพย์สิน กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ และการดำเนินธุรกิจของประชาชนเป็นอย่างมาก จึงออกมาตรการเร่งด่วน “ยกเว้นค่าเช่าที่ราชพัสดุ สำหรับผู้เช่าที่ราชพัสดุที่ประสบอุทกภัย” ดังนี้

1. ผู้เช่าที่ดินราชพัสดุเพื่ออยู่อาศัย หากอาคารที่พักอาศัยเสียหายบางส่วนให้ยกเว้นค่าเช่า 1 ปี หากเสียหายทั้งหลัง ให้ยกเว้นค่าเช่า 2 ปี โดยความเสียหายทั้งหลังพิจารณาจากสภาพอาคารที่พักอาศัยที่ไม่สามารถเข้าอยู่ได้โดยสิ้นเชิง เนื่องจากตัวบ้านได้รับความเสียหายหรือโครงสร้างของบ้านเสียหายจนไม่สามารถเข้าอยู่อาศัยได้

2. ผู้เช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อประกอบการเกษตร หากพืชหรือผลผลิตได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย ให้ยกเว้นการเรียกเก็บค่าเช่า 1 ปี

3. ผู้เช่าอาคารราชพัสดุและผู้เช่าที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างอื่น ให้ยกเว้นการเรียกเก็บค่าเช่าตามข้อเท็จจริงว่า ไม่สามารถดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ในที่เช่าได้ โดยให้ยกเว้นการเรียกเก็บค่าเช่าเป็นรายเดือนตามข้อเท็จจริง (กรณีผู้เช่าอาคารราชพัสดุ ต้องไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติเป็นเวลาเกิน 3 วัน)   

พี่น้องประชาชนสามารถติดต่อสำนักงานธนารักษ์พื้นที่จังหวัดของท่าน เพื่อขอรับการช่วยเหลือจากกรมธนารักษ์ครับ

'เอกนัฏ' ขึ้นเวที 4 ปี THE STATES TIMES ชูไอเดียดิสรัปอุตสาหกรรม สู่ Industry 4.0

เมื่อวานนี้ (12 ธ.ค.67) เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และเลขาธิการพรรคร่วมไทยสร้างชาติ เข้าร่วมงานครบรอบ 4 ปีการก่อตั้งสำนักข่าว THE STATES TIMES พร้อมทั้งได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ 'Industry 4.0 Revolution industry for Smart Manufacturing' ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร

นายเอกนัฏ กล่าวว่า "ขอแสดงความยินดีต่อสำนักข่าว THE STATES TIMES ในโอกาสครบรอบ 4 ปี ผมมั่นใจว่า THE STATES TIMES สามารถอยู่บนจุดยืนความเป็นสื่อที่เป็นกลางจะสามารถฝ่า Distruption ต่าง ๆ ไปได้อย่างแน่นอน" ในการนี้นายเอกณัฐ ยังกล่าวชื่นชมนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่า ตลอดเวลาการทำงานพีระพันธุ์คือมนุษย์แห่ง Distruption อย่างแท้จริงตั้งแต่โครงการโฮปเวลจนถึงการบินไทย และสองปีล่าสุดในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน 

เอกนัฏ เผยว่า สำหรับตัวเขากว่าจะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้ ก็ลำบากยากเย็น กว่าจะฝ่าด่านมาได้ก็ลำบาก เมื่อเป็นรัฐมนตรีผมก็มาตรวจสอบสถานะของอุตสาหกรรมไทยที่ยังไม่สู้ดี เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นจากโควิด หนี้ครัวเรือนก็ยังอยู่ในสภาวะฝืดเคืองหากมองในแง่จีดีพี สัดส่วนของภาคอุตสาหกรรมไม่ปรับตัวเปลี่ยนแปลงตามการเปลี่ยนแปลงของโลก 

เอกนัฏ เปรียบว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยเสมือน Cash Cow ที่ผลิตสินค้าแบบใดก็ผลิตแบบนั้นมาตลอด แต่เมื่อโลกเปลี่ยนจึงต้องถูกบีบให้ปรับตัว "ยกตัวอย่างอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ฐานเดิมผลิตรถยนต์สันดาป แต่ปัจจุบันโลกผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แต่ปรากฏว่าปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าขายดีกว่ารถสันดาป เห็นได้จากยอดจองรถยนต์ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปโลกถูกดิสรัปด้วยยานยนต์ไฟฟ้า"

"เมื่อเราย้อนกลับมาดูบ้านเรายังปรับตัวไม่ทัน ภาคอุตสาหกรรมก็ผลิตแต่สินค้าเดิมๆ ในฐานะเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ตามที่ท่านหัวหน้าพรรคคิดนโยบายรื้อลดปลดสร้างในฐานะรมว.พลังงาน ผมก็คิดว่าจะสร้างภาคอุตสาหกรรมควรทำแบบนั้นเช่นกัน" เอกนัฏ กล่าว

เอกนัฏ เผยอีกว่า ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะผลการเลือกตั้งของสหรัฐ กำลังจะเป็นผลดีให้กับประเทศไทยที่ผู้ประกอบการรายใหญ่จะย้ายฐานเข้ามาไทย นับว่าเป็นโชคดีของประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการแข่งขันของชาติอื่นในอาเซียน ประเทศไทยก็ต้องแข่งขันกับชาติเพื่อนบ้านให้ได้เช่นกัน

เรื่องนี้ถือเป็นโจทย์ให้กระทรวงอุตสาหกรรมที่เป็นทั้งความท้าทายและโอกาส โดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ไทยควรปรับฐานการผลิตในประเทศจากฐานรถยนต์สันดาปไปสู่ไฟฟ้า "แต่ก่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่สนใจปรับตัวสู่ไฟฟ้า แต่เมื่อถูกดิสรัปอุตสาหกรรมยานยนต์จึงถูกบีบบังคับให้เป็นต้องปรับสู่ไฟฟ้าเช่นกัน"

เอกนัฏเผยว่าก่อนหน้านี้เขาเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น มีบรรดาผู้บริหารค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นเข้ามาหารือเป็นจำนวนมาก ทุกค่ายต่างเห็นพ้องที่จะเปลี่ยนมาผลิตเครื่องยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ไฮบริด ซึ่งได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการออกสิทธิ์พิเศษด้านภาษี เพื่อเอื้อต่อภาคเอกชนปรับตัวและลงทุนเพิ่มเติมในประเทศไทยจากการผลิตชิ้นส่วนและเครื่องยนต์สันดาปเป็นหลัก มาสู่การผลิตชิ้นส่วนและเครื่องยนต์ไฮบริดหรือไฟฟ้าล้วน

"ต่อไปนี้ไม่เห็นข่าวปิดโรงงานค่ายรถยนต์ของญี่ปุ่นอีกต่อไปแล้ว ประเทศไทยจะได้รับการลงทุนอีกนับแสนล้านบาท" รมว.อุตสาหกรรมกล่าว ยังเผยอีกว่า นอกจากค่ายรถญี่ปุ่นแล้ว บรรดาค่ายรถจีนที่นิยมเข้ามาตั้งโรงงานในไทยเพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าก็มีเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ทั้งหมดนี้นับว่าเป็นโอกาสของประเทศไทย

นอกจากนี้ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ นายเอกนัฏเผยว่า กำลังหารือให้ภาคอุตฯดังกล่าวเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ขณะที่ด้านอุตสาหกรรมเกษตร ในฐานะเลขาฯพรรคร่วมไทยสร้างชาติ เขาได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐมนตรีพลังงานในการนำพืชเศรษฐกิจด้านพลังงานมาใช้ให้มากขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ยังสนับสนุนในการปฏิรูประบบราชการเพื่อให้เอกชนสามารถขอใบอนุญาตเพื่อการลงทุนได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

รมว.อุตสาหกรรมยังเผยถึงประเด็นการสนับสนุนภาคเอกชนในการขอใบอนุญาตตั้งกิจการว่า อนาคตจะมีการนำ AI มาช่วยในการพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน โดยอาจจะต้องมีการปรับปรุงพรบ.โรงงานที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมเช่นกัน นอกจากนั้นในด้านผลกระทบจากการผลิตในอุตสาหกรรมนั้น เอกนัฏ เผยว่า ในฐานะรัฐมนตรีอุตสาหกรรม นอกจากรับผิดชอบเรื่องการลงทุนแล้ว ยังต้องรับผิดชอบเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย เขามีเป้าหมายการฟื้นอุตสาหกรรมไทยให้ได้ 1% ของจีดีพีนั้น จะต้องไม่กระทบต่อประชาชนโดยเฉพาะกากอุตสาหกรรมก็ต้องรับผิดชอบเช่นกัน

"จับหมดครับ สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานลงดัมพ์ตลาดไทย เรามีทีมจับกุม จับทุกที จับทุกเวลา เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมไทย" เอกนัฏ กล่าว นอกจากนี้ยังมีแผนร่วมมือกับแอปพลิเคชัน Traffy Fondue ในการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาสังคมเพื่อจัดการกับสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน

เอกนัฏ กล่าวต่อว่า แม้จะมีการลงทุนมากมายจากต่างชาติ แต่สุดท้ายคนไทยต้องได้รับประโยชน์ คนไทยต้องได้รับการจ้างงาน คนไทยต้องได้พัฒนาทักษะด้านอุตสาหกรรมจากการลงทุนดังกล่าว ทั้งหมดนี้เป็นภารกิจที่เดินหน้าสร้างอุตสาหกรรมเศรษฐกิจยุคใหม่ 

“เราตั้งใจว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า ภาคอุตสาหกรรมจะกลับมาเติบโต เพิ่มจีดีพีอย่างน้อย 1% โดยไม่พึ่งงบประมาณของภาครัฐ เราทำทันที ทำทุกวินาที ทำอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อเติมเต็มศักยภาพของเศรษฐกิจไทย"

เอกนัฏยังเผยว่า หากหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติทำเรื่องพลังงาน ในฐานะรัฐมนตรีอุตสาหกรรมเขาจะทำเรื่องกากอุตสาหกรรมและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งตอนนี้ ได้ร่างกฎหมายฉบับนี้เสร็จเรียบร้อย ร่างกฎหมายนี้จะให้อำนาจเจ้าหน้าที่จัดการผู้ประกอบการจัดการกับขยะอุตสาหกรรมอย่างไม่เหมาะสม นอกจากนี้เรายังสนับสนุนการรีไซเคิลเช่นกัน เรามีแผนจะร่างกฎหมายด้านการผลิตจากชิ้นส่วนรีไซเคิล เพราะในฐานะที่ประเทศไทยจะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว เราควรมีมาตรการรีไซเคิลในด้านนี้ด้วยเช่นกัน 

"หากท่านพีระพันธุ์ดิสรัปพลังงานแล้ว ผมเอกนัฏขอดิสรัปภาคอุตสาหกรรมครับ" 

ภายในงานยังมีการกล่าวปาฐกถาพิเศษโดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษภายใต้หัวข้อ Powering the future, Revolutionizing the energy landscape และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในหัวข้อ “Digital Economy: การพัฒนาอีกชั้นในยุคดิจิทัล” พร้อมทั้งยังมีเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของเมืองไทยมาร่วมในงานครบรอบ 4 ปีของการก่อตั้ง THE STATES TIMES อีกด้วย ทั้งนี้ สำหรับสำนักข่าว THE STATES TIMES ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2563 โดยจัดเป็นสำนักข่าวออนไลน์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่นำเสนอข้อมูลเชิงลึกอย่างรอบด้าน

'พีระพันธุ์' ลั่นบนเวที 4 ปี THE STATES TIMES ขอดิสรัปนโยบายพลังงาน เพื่ออนาคตของคนไทย

เมื่อวานนี้ (12 ธ.ค.67) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เข้าร่วมงานครบรอบ 4 ปีการก่อตั้งสำนักข่าว THE STATES TIMES พร้อมได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ 'Powering the future, Revolutionizing the energy landscape' ณ SCBX Next Tech ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพมหานคร

การกล่าวปาฐกถาพิเศษในครั้งนี้ของนายพีระพันธุ์ เป็นการเน้นย้ำถึงนโยบาย “รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง พลังงานไทย” โดยระบุว่า ที่ผ่านมาคำว่า 'ปฏิรูป' เป็นคำที่ถูกพูดถึงในการเปลี่ยนแปลงประเทศ แต่ตอนนี้หลายเรื่องเลยคำว่า 'ปฏิรูป' ไปมากแล้ว เพราะตอนนี้ไม่ใช่แค่ต้องปฏิรูป แต่ต้องรื้อทิ้ง โดยเฉพาะระบบราชการ เพราะถ้ารื้อได้ การใช้ชีวิตและการทำธุรกิจของประชาชนก็จะง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก

นายพีระพันธุ์ ได้ยกตัวอย่างปัญหาที่สะท้อนเรื่องนี้ได้ดี อย่างปัญหาราคาน้ำมัน ที่ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาราคาน้ำมันสามารถปรับขึ้นลงได้ตามใจชอบของผู้ประกอบการ ซึ่งนั่นเป็นเพราะไม่มีกลไกของคณะกรรมการฯที่จะมาควบคุมการขึ้นลงของราคาน้ำมัน อีกทั้งยังไม่มีใครทราบต้นทุนที่แท้จริงของราคาน้ำมัน ซึ่งนั่นทำให้คนไทยต้องจ่ายค่าน้ำมันในราคาแพง

ที่สำคัญที่สุด คือ ไม่น่าเชื่อว่า ประเทศไทยจะไม่มีน้ำมันสำรองที่เป็นของรัฐเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน โดยที่มีอยู่เป็นเพียงคลังน้ำมันสำรองของภาคเอกชนที่จะใช้ได้เพียง 25 วันหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น ต่างจากประเทศสากลที่รัฐจะมีคลังน้ำมันสำรองของตัวเองไว้ใช้อย่างน้อย 90 วัน

ดังนั้นขณะนี้จึงเป็นเวลาแห่งการรื้อถอนระบบน้ำมันและพลังงานไทย โดยตัวเองเตรียมออกกฎหมาย 3 ฉบับ ประกอบด้วย กฎหมายกำกับดูแลการประกอบกิจการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ที่จะมีคณะกรรมการมากำกับดูแลราคาน้ำมันและชี้แจงตรวจสอบได้ว่าทำไมราคาน้ำมันจึงขึ้นหรือลง ทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ค้าน้ำมันกำหนดราคาได้เองตามต้นทุนที่แท้จริง ที่สำคัญที่สุด คือ ประชาชนจะได้ทราบราคาต้นทุนที่แท้จริงของน้ำมันอย่างที่ไม่เคยทราบมาก่อน กฎหมายฉบับที่สอง คือ กฎหมายการจัดทำระบบสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์เพื่อความมั่นคงของประเทศ หรือ SPR (Strategic Petroleum Reserve) ที่จะมาช่วยสร้างความมั่นคงให้ประเทศชาติและประชาชน เพื่อให้รัฐมีคลังน้ำมันสำรองที่เป็นของตัวเอง และกฎหมายฉบับสุดท้าย คือ การสนับสนุนให้ประชาชนได้ใช้โซลาร์เซลล์อย่างเสรีและเข้าถึงได้อย่างแท้จริง ผ่านการออกกฎหมายอนุญาตส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์(โซลาร์เซลล์) ที่จะเปลี่ยนจากการขออนุญาตใช้เป็นแจ้งให้ทราบในการใช้โซลาร์เซลล์แทน

สำหรับร่างกฎหมาย 3 ฉบับนี้คาดว่าจะเริ่มเข้าสภาได้ในช่วงต้นปีหน้า พร้อมกันนี้นายพีระพันธุ์ ย้ำด้วยว่า ตอนนี้โลกอยู่ในยุค Disruption ที่จำเป็นทุกคนต้องปรับตัว เพื่อให้อยู่รอดและไม่ให้เกิดปัญหา

"ที่บอกว่า Disruption ตัวเองจะเป็นคน Disruption ระบบพลังงานไทย แต่จะไม่ยอมให้ใครมา Disruption ประชาชน และต้องคืนอำนาจให้ประชาชนอย่างแท้จริง นี่คือนโยบายรื้อ-ลด-ปลด-สร้าง"

ท้ายสุดนายพีระพันธุ์ ได้กล่าวแสดงความยินดีและอวยพรกับสำนักข่าว THE STATES TIMES พร้อมร่วมถ่ายรูปกับผู้บริหารของ THE STATES TIMES ด้วย

ภายในงานยังมีการกล่าวปาฐกถาพิเศษโดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในหัวข้อ 'Industry 4.0 revolution industry for smart manufacturing' และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในหัวข้อ 'Digital Economy: การพัฒนาอีกชั้นในยุคดิจิทัล' พร้อมทั้งยังมีเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของเมืองไทยมาร่วมในงานด้วย

สำหรับสำนักข่าว THE STATES TIMES ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2563 โดยจัดเป็นสำนักข่าวออนไลน์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่นำเสนอข้อมูลเชิงลึกอย่างรอบด้าน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top