Monday, 7 September 2026
NEWS FEED

‘แรมโบ้’ ซัด เพื่อไทยและกลุ่มแคร์ ‘ซาดิสม์’ สนับสนุนม็อบใช้ความรุนแรง ยืนยัน เหตุตำรวจสลายการชุมนุมตามหลักสากล ย้อนถาม “เพื่อไทย - กลุ่มแคร์” เข้าข้างม็อบฝ่ายเดียว แล้วตำรวจไม่ใช่คนหรือ เหตุใดจึงออกมาประณาม

2 มีนาคม 2564 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงที่พรรคเพื่อไทย และกลุ่มแคร์ ออกมาประณามสลายชุมนุมที่รุนแรง เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีสิทธิทำเกินกว่าเหตุ และเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนท่าทีพิจารณาใช้มาตรการจัดการกับการเคลื่อนไหวของประชาชนตามมาตรฐานสากล โดยยืนยันว่าการดำเนินการต่างๆของเจ้าหน้าที่กับกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นนายกฯ และตำรวจได้ออกมายืนยันแล้วว่าเป็นไปตามหลักสากล และตนเองยังมองว่าก่อนที่พรรคเพื่อไทย หรือกลุ่มแคร์จะออกมาประณามการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่นั้น ก็ควรมองถึงต้นตอก่อนว่าเกิดจากใคร ซึ่งหากกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ออกมาชุมนุม หรือชุมนุมให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย ก็จะไม่เกิดเหตุการณ์ขึ้น

และการชุมนุมครั้งนี้รวมถึงการชุมนุมที่ผ่านมา ตำรวจได้ออกมาชี้แจงแล้วว่าตำรวจถูกทำร้ายด้วยก้อนหิน ประทัดยักษ์ ระเบิดปิงปอง ปลายธงฟาดตำรวจ จนได้รับบาดเจ็บ ถึง 90 นาย และยังมีตำรวจเสียชีวิต

“ที่พรรคเพื่อไทย และกลุ่มแคร์ ออกมาพูด ออกมาประณามการกระทำของตำรวจฝ่ายเดียว คิดว่าตำรวจไม่ใช่คนเหมือนกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างนั้นหรือ เหตุใดถึงคิดแต่เข้าข้างกลุ่มผู้ชุมนุมเพียงฝ่ายเดียว ทั้งนี้รู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไร

ทั้งนี้ หากตนเองและคนอื่น ๆ จะขอประณามการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมที่กระทำรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้หรือไม่ เป็นถึงผู้ใหญ่ เป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ และเป็นผู้แทนของประชาชน เหตุใดถึงคิดแค่นี้ หรือว่าที่ออกมาปกป้องกลุ่มผู้ชุมนุม เพียงเพราะอยากเกาะกลุ่มผู้ชุมนุมหวังล้มรัฐบาล เพื่อพรรคของตัวเองจะได้ขึ้นมาเป็นรัฐบาล

ซึ่งหากคิดแค่นี้ ตนเองก็มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยคงได้เป็นฝ่ายค้านไปตลอดชีวิต และเป็นเรื่องที่น่ากลัวหากพรรคการเมืองที่มีแนวคิดเช่นนี้จะเข้ามาเป็นรัฐบาล เพราะสนับสนุนการใช้ความรุนแรงของกลุ่มผู้ชุมนุม”

"พฤติกรรมความเลวร้ายความชั่วร้ายของกลุ่มชุมนุม พรรคเพื่อไทยและกลุ่มแคร์ กลับมองไม่เห็น ตาบอดมืดมิดได้อย่างเหลือเชื่อ เหมือนผีบังตา เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกกระทำอย่างรุนแรงบาดเจ็บมากมายเช่นนี้ ประชาชนคนไทยยอมไม่ได้เด็ดขาด พรรคการเมืองหรือคนกลุ่มไหนที่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงทำร้ายเจ้าหน้าที่หรือเผาทำลายทรัพย์สินราชการเสียหายจะได้จารึกชื่อพรรคการเมืองนั้น ๆ ให้ประชาชนได้สาปแช่งลงโทษลงทัณฑ์ในการเลือกตั้งสมัยหน้าไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอย่างแน่นอน และจะได้บันทึกไว้ว่าพรรคเพื่อไทย สนับสนุนการใช้ความรุนแรงให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง"

“ธนาธร” แอ่วเหนือ นำทีมคณะก้าวหน้า สู้ศึกเลือกตั้งเทศบาล! จัดทัพผู้สมัครหารือแนวหาเสียง - นโยบาย ย้ำหลักเดินเข้าหาประชาชน ไม่ซื้อเสียง ไม่ใช้หัวคะแนน

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า พบและพูดคุยร่วมกับผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศมนตรี ได้แก่ เทศบาลนครเชียงใหม่, เทศบาลตำบลสันกำแพง, เทศบาลตำบลไชยสถาน จ.เชียงใหม่, เทศบาลตำบลเหมืองจี้, เทศบาลตำบลบ้านแป้น ตำบลป่าสัก จ.ลำพูน

โดยได้กล่าวถึงความสำคัญของการเมืองท้องถิ่นและการกระจายอำนาจ โดยย้ำว่า คณะก้าวหน้าส่งผู้สมัครเพื่อที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงการเมืองท้องถิ่นให้ดีขึ้น และอยากให้ประชาชนให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งในวันที่ 28 มีนาคมที่จะถึงนี้ เพราะการเมืองท้องถิ่นเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันของเรามากที่สุด

นายธนาธร กล่าวตอนหนึ่งว่า เมื่อทุกคนเข้ามาร่วมทำงานการเมืองกับคณะก้าวหน้าแล้ว ต้องยึดมั่นในหลักการทำการเมืองแบบใหม่ คือไม่ทุจริต ไม่ซื้อสิทธิซื้อเสียงเด็ดขาด หากใครมาร่วมงานกับคณะก้าวหน้าเพื่อหวังจะรวย ตนบอกได้เลยว่าคิดผิดแล้ว นอกจากนี้ ต้องมีจุดยืนทางการเมือง อย่างน้อยในด้านประชาธิปไตยและต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. คัดค้านรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งหากท่านเข้ามาร่วมงานกับคณะก้าวหน้า แต่ชื่นชอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาล คสช. หรือมองว่ารัฐธรรมนูญ 2560 นี้ไม่เป็นปัญหา นั่นแปลว่าเราต้องมีความเข้าใจผิดอะไรบางอย่างกันอยู่

ทั้งนี้ จากสถิติที่ได้รับมาจากข้อมูลในการเลือกตั้งระดับ อบจ.รอบก่อน คะแนนดิบที่ได้มาก็ชี้ให้เห็นว่าความนิยมของเราไม่ได้ถดถอยลง และมีพื้นที่ที่ชัดเจนขึ้น ฐานข้อมูลบางอย่างที่ชัดเจนขึ้นว่าตรงไหนที่เราได้รับความนิยม ส่วนที่เหลือ เป็นเรื่องของการรณรงค์อย่างแข็งขันของผู้สมัครแต่ละท่าน

ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว เมื่อเราเลือกที่จะทำการเมืองแบบใหม่ ไม่ซื้อเสียง ไม่ใช้หัวคะแนน สิ่งเดียวที่เราต้องทำอย่างแข็งขันที่สุด ก็คือการเดินเข้าหาประชาชนอย่างมีคุณภาพ และมีความเข้าใจต่อปัญหา ทำให้ประชาชนได้รับรู้ถึงความตั้งมั่นจริงใจของเรา ที่จะแก้ปัญหาของพวกเขาอย่างเข้าใจแท้จริง

“พูดง่าย ๆ เราต้องมีปฏิสัมพันธ์กับประชาชนให้มากที่สุด มากกว่าแค่ไปแจกใบปลิวและแนะนำตัวเองเฉยๆ อยางน้อยเราต้องตอบเขาได้ว่า ปัญหารอบบ้านของเขาเกิดขึ้นที่ไหน สะพานตรงไหนที่ขาดชำรุด คลองตรงไหนที่อุดตัน บ่อขยะตรงไหนที่มีปัญหา งบประมาณเทศบาลมีปีละเท่าไหร่ จะใช้แก้ปัญหาให้เขาได้อย่างไร ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่า การเดินแบบนี้ไม่ได้รับประกันว่าเราจะชนะ

แต่ถ้าไม่เดินก็มีแต่เปิดประตูแพ้เท่านั้น สิ่งเดียวที่เราสามารถใช้สู้ได้ คือความมุ่งมั่นตั้งใจ ทำให้ประชาชนได้เห็นถึงความตั้งใจของเรา และนั่นจะเกิดขึ้นได้ก็แต่เมื่อเราเดินเข้าหาประชาชนเท่านั้น” นายธนาธรกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากพบและพูดคุยร่วมกับผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศมนตรีในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว นายธนาธรยังได้เข้าพื้นที่ดูแนวทางการพัฒนาเมืองตามนโยบายของผู้สมัครคณะก้าวหน้า ทั้งที่สวนบวกหาด อ.เมืองเชียงใหม่ และที่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เพื่อรับฟังแนวนโยบายจากผู้สมัครในสถานที่จริงด้วย

พิมรี่พายติดไฟ LED โซลาร์เซลล์ บนถนนให้ชุมชนในคลองเตย "ความมืดมิดใจกลางเมืองหลวง เพราะพิมเชื่อว่า...ทุกคนมีสิทธิเข้าถึงแสงสว่าง"

วันที่ 1 มีนาคม 2564 พิมรี่พายแม่ค้าออนไลน์ และยูทูปเบอร์ชื่อดัง ได้เผยแพร่วิดีโอที่เธอได้ไปร่วมช่วยเหลือในชุมชนคลองเตย ในวิดีโอที่ชื่อว่า "ความมืดมิดใจกลางเหมืองหลวง เพราะพิมเชื่อว่า...ทุกคนมีสิทธิเข้าถึงแสงสว่าง"

โดยวิดีโอเริ่มต้นที่พิมรี่พายได้เดินไปรอบๆในชุมชนที่แออัด และผู้คนทำกิจกรรมต่าง ๆ ในความมืด เธอได้นั่งพูดคุยกับเด็กๆถึงความฝัน และเด็กหญิงคนหนึ่งพูดว่า "หนูจบม.6 มาหลายปีแล้ว หางานยากมาก แม่ไม่ได้ทำงานแล้ว แม่อายุเยอะแล้ว ไม่อยากให้แม่ทำงาน พี่พิมเป็นไอดอลหนู โตขึ้นอยากทำให้ได้แบบพี่พิม ถ้าหนูมีตัง ตอนนี้มันทำอะไรไม่ได้"

พิมรี่พายพูดกับเด็ก ๆ ว่า "โอกาสของชุมชน เดี๋ยวพี่พิมจัดให้ แต่โอกาสของชีวิต เอ็งต้องเดินไปหาเอง สู้ ๆ นะ"

หลังจากนั้นพิมรี่พายได้ไปนั่งกับคุณยาย ที่ใช้ชีวิตในชุมชนคลองเตย และขายขนมครกเพื่อเลี้ยงหลาน ยายเผยว่า ไม่มีแสงไฟ ทำให้ตกหลุมตกบ่ออยู่บ้าง "ความมืดอะกลัวอยู่ แต่อาศัยว่าเราชิน อย่างยายไม่มีตังหรอกลูก หามื้อกินมื้อเลี้ยงหลาน ไฟนี่อาศัยเพื่อนบ้านต่อให้ อยู่มาหกสิบปีแล้วลูก หน้าบ้านยังไม่มีไฟ"

พิมรี่พายตอบว่า "โอเคค่ะ เดี๋ยวยายมีไฟค่ะ ซึ่งทำให้คุณยายดีใจและร้องไห้ออกมา พิมรี่พาย "สู้นะคะ" คุณยาย "สู้"

"ใจกลางเมือง พระรามสี่ สุขุมวิท หนูไปทำไฟตั้งไกล ปล่อยให้กลางเมืองมืดขนาดนี้ไม่ได้หรอก ที่นี่คือคลองเตย มืดสนิท อยู่กันยังไง พรุ่งนี้ติดไฟให้หมดเลย เอาให้สว่างเลยนะ กี่ดวงก็ติด เท่าไหร่ก็ติด พรุ่งนี้เป็นต้นไป คนทั้งประเทศจะต้องได้เห็นคลองเตย ติดให้สว่างไปถึงใจเลยพี่" พิมรี่พายเผย

หลังจากนั้นพิมรี่พายได้ไปซื้อ ไฟติดถนน LED โซลาร์เซลล์ 500 วัตต์ 100 กว่าดวง และถัดมาเธอได้นำไฟเหล่านั้นไปติดตั้งรอบๆ ถนนในชุมชน และสนามฟุตบอล "เด็กๆ มีไฟใช้แน่"

เมื่อตกมืด ชุมชนได้เปิดไฟที่เพิ่งติดตั้งนี้ ที่ได้ส่องสว่างไปทั่ว "กูบอกแล้ว คลองเตยต้องสว่าง" พิมรี่พายพูด

และช่วงสุดท้ายเป็นภาพของไฟฟ้าสว่างไปทั่วชุมชนคลองเตย

"ที่นี่คลองเตย เห็นคลองเตยหรือยัง" พิมรี่พายพูดในตอนท้าย

.


ที่มา: https://www.naewna.com/likesara/555992

‘เบญจา ก้าวไกล’ ชี้ ประชาชนชุมนุมเพราะคาใจ ทำไม ‘บ้านประยุทธ์’ ไปอยู่ในเขตพระราชฐาน แนะควรใช้เหตุผลอย่าใช้กำลังตอบโต้ ย้ำ เป็นนายกฯ ต้องรักษาพระเกียรติ อย่าดึง ‘สถาบัน’ เป็นเกราะเพื่อรักษาอำนาจตัวเอง ย้ำไม่เห็นด้วยกับความรุนแรงไม่ว่ามาจากฝ่ายใด

เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า จากการเข้าร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ขอยืนยันว่า การชุมนุมเมื่อวานนี้ (28 ก.พ.64) เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพปกติตามระบอบประชาธิปไตยที่สามารถทำได้ เพราะเป็นเพียงการแสดงออกเพื่อตั้งคำถามถึงกรณีบ้านพักของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่อยู่ในค่ายทหารซึ่งเป็นการรับประโยชน์อื่นใดที่ผิดกฎหมาย ปปช. และบังคับใช้กับนักการเมืองทุกคน แต่ทำไมจึงยกเว้นสำหรับนายกรัฐมนตรีคนนี้

นอกจากนี้ พวกเขายังมีคำถามถึงค่าน้ำค่าไฟที่มาจากภาษีประชาชน และยังมีคำถามว่าเหตุใดบ้านของนายกรัฐมนตรีจึงสามารถไปตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานได้ สมควรย้ายออกมาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าพวกเขาจะมีคำถามใด สิ่งที่คนเป็นนายกฯ ควรทำคือการให้คำตอบด้วยเหตุผลไม่ใช่ การล้อมรั้วลวดหนามและส่งกองกำลังมาสลาย ซึ่งในเรื่องนี้ ตั้งแต่มีการเปิดประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พวกเขาก็ยังไม่เคยได้รับคำชี้แจงที่ครบถ้วนจากนายกรัฐมนตรีเลย

เบญจา ยังกล่าวอีกว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่การชุมนุมของประชาชนซึ่งเป็นการแสดงออกตามปกติกลับจบลงด้วยการใช้กำลังสลายการชุมนุม ซึ่งตนและพรรคก้าวไกลยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงไม่ว่ามาจากฝ่ายใด และเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยจะต้องยินยอมเปิดพื้นที่ให้ทุกคนทุกฝ่ายสามารถแสดงออกและสามารถพูดคุยในประเด็นต่างๆรวมถึงประเด็นที่อ่อนไหวได้อย่างสันติ

อย่างไรก็ตาม ต่อกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ขอเรียกร้องไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมดูแลสถานการณ์ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยสติและมีเหตุผล ปฏิบัติโดยยึดหลักการควบคุมการชุมนุมสากลอย่างเคร่งครัด โดยเริ่มจากมาตราเบาไปหาหนัก ไม่ใช่การกระทำแบบเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ ซึ่งปรากฏชัดว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้ความรุนแรงเกินสัดส่วนการควบคุมสถานการณ์ ไม่ว่าการเข้าไปลากคนเจ็บมาจากหน่วยพยาบาลซึ่งไม่มีใครทำกันแม้กระทั่งในยามสงคราม การใช้แก๊สน้ำตาและยิงกระสุนยางใส่ผู้ชุมนุมโดยตรงซึ่งอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ รวมถึงการเข้าไปทำร้ายไล่ล่าผู้ชุมนุมอย่างป่าเถื่อนเสมือนเป็นอริราชศัตรู

ทั้งนี้ ปฏิบัติการหลายอย่างยังดำเนินไปอย่างไร้มนุษยธรรม ในส่วนตัวจึงขอประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐและเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีให้ตระหนักถึงต้นเหตุของปัญหา ซึ่งก็คือตัวท่านเองให้รับผิดชอบต่อทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนสถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ ทั้งนี้ ตนและพรรคก้าวไกลจะมีการติดตามตรวจสอบการละเมิดสิทธิต่างๆเพื่อดำเนินการไปตามช่องทางต่างๆต่อไป

“ขอยืนยันอีกครั้งว่า ทุกตารางนิ้วของกองทัพมาจากภาษีของประชาชน ประชาชนจึงควรจะมีสิทธิโดยชอบในการตรวจสอบได้ แต่ที่ผ่านมาอย่าว่าแต่ผู้ชุมนุม แม้กระทั่ง ส.ส.เองก็ยังทำหน้าที่นี้ได้ด้วยความลำบากหรือแทบไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบกองทัพได้เลย จึงถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยจะต้องตอบตัวเองให้ชัดว่าจะปล่อยให้กองทัพกลายเป็นแดนสนธยาแบบนี้ต่อไปหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนพื้นที่กองทัพให้กลายเป็นเขตพระราชฐาน จะยิ่งทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกยกเป็นเกราะกำบังให้แก่เรื่องที่ลี้ลับดำมืดจนยากจะตรวจสอบมากขึ้นไปอีก การกระทำเช่นนี้มีแต่จะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกษัตริย์กับประชาชนแย่ลง ทั้งนี้ การรักษาไว้ซึ่งพระเกียรติเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะเมื่อควบตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมด้วยแล้วจึงยิ่งไม่บังควรอย่างยิ่งที่จะทำให้เกิดภาพแบบนี้ต่อสถาบันฯ”

ธนาคารแห่งประเทศไทย เผยภาพรวมธุรกิจเดือน ก.พ.64 ปรับตัวดีขึ้น หลังภาครัฐผ่อนคลายมาตรการคุมเข้ม ขณะที่ภาคท่องเที่ยวได้อานิสงส์วันหยุดยาว

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยผลสำรวจเรื่องผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ต่อภาคธุรกิจไทยในเดือนก.พ. 2564 พบว่า ระดับการฟื้นตัวของธุรกิจในภาพรวมปรับดีขึ้นจากเดือนก่อน หลังมีการผ่อนคลายมาตรการ และปรับโซนพื้นที่ควบคุมใหม่ โดยภาคการค้าได้รับอานิสงส์เพิ่มเติมจากมาตรการของรัฐ และภาคท่องเที่ยวเริ่มเห็นสัญญาณปรับดีขึ้นจากผลของวันหยุดยาว โดยธุรกิจส่วนใหญ่ คาดว่า ผลกระทบจากการแพร่ระบาดระลอกใหม่ในไทยจะใกล้เคียงหรือน้อยกว่าระลอกก่อนเล็กน้อย อีกทั้งยังปรับตัวได้ค่อนข้างมากและดีขึ้นจากเดือนก่อน ยกเว้นภาคท่องเที่ยวและภาคการค้า

ส่วนระดับกิจกรรมทางธุรกิจปรับดีขึ้นจากปีก่อน หลังมีการผ่อนคลายมาตรการ และปรับโซนพื้นที่ควบคุมใหม่ในเดือน ก.พ. ส่งผลให้ความเชื่อมั่น รวมถึงกิจกรรมบางส่วนที่หยุดชะงักไปเริ่มทยอยกลับมา และช่วยให้ระดับการจ้างงานและรายได้ของแรงงานในธุรกิจส่วนใหญ่ทยอยปรับดีขึ้น ทั้งจำนวนแรงงาน ชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยและรายได้เฉลี่ยต่อคน

ขณะที่การใช้นโยบายปรับเปลี่ยนการจ้างงาน พบว่า ธุรกิจทั้งในและนอกภาคการผลิตใช้นโยบายปรับเปลี่ยนการจ้างงานลดลงจากเดือนก่อน โดยเฉพาะการสลับกันมาทำงาน และลดชั่วโมงทำงาน แต่ธุรกิจนอกภาคการผลิตมีแนวโน้มใช้นโยบายปลดคนงานเพิ่มขึ้น เพื่อประคับประคองธุรกิจให้สามารถเดินหน้าต่อไป

'ขนมจีน' เดิมเป็นอาหารของชาวมอญ

โดยขนมจีนในภาษามอญนั้น เรียกว่า 'คนอม' ส่วนคำว่า “จีน” นั้น ไม่มีใช้ในภาษามอญ มีแต่คำว่า 'จิน' ซึ่งแปลว่า 'สุก'

ว่ากันว่า ขณะที่คนมอญกำลังทำคนอมอยู่ ก็มีคนไทยเดินมา และร้องถามว่ากำลังทำอะไรอยู่

คนมอญก็ตอบเป็นภาษามอญว่า 'คนอมจินโก๊กเซมเจี๊ยะกัม' แปลว่า ขนมจีนสุกแล้ว เรียกคนไทยมากินด้วยกัน

และจากนั้นเป็นต้นมา คนไทยก็เรียกอาหารชนิดนี้ว่า 'คนอมจิน' และเพี้ยนมาเป็น 'ขนมจีน'

จากภาพเป็นการทำขนมจีนในช่วงปีพ.ศ. 2479 โดยชุมชนบ้านหาดเสี้ยว ศรีสัชณาลัย สุโขทัย มีการทำเส้นขนมจีนมายาวนาน เริ่มจากนำข้าวสารแช่น้ำ หมักข้าวไว้จนเปื่อยนำมาโม่ เก็บแป้ง นวดแป้ง ต้มแป้ง แล้วนำมาเริ่มการผลิตตัวเส้นขนมจีนเอาแป้งมานวดกับน้ำจนเหนียวข้น กดใส่พิมพ์กระบอกไม้เจาะรูลงน้ำร้อน ล้างเส้นขนมจีนผ่านน้ำสะอาด 2 - 3 น้ำ แล้วจับเส้นเป็นจับ

ทั้งนี้การผลิตเส้นขนมจีนในสมัยโบราณ มีขั้นตอนเยอะ และใช้เวลาอย่างน้อย 2 - 3 วัน ในการทำเส้นขนมจีน


ที่มา: https://www.facebook.com/groups/280946712327847/permalink/1159710627784780/

เข้าโค้งสุดท้าย ! กรณ์ จาติกวณิช นำทีมพรรคกล้า เบอร์ 1 หาเสียงเลือกซ่อมเมืองคอน ชี้ไม่ใช่แค่เดินขอคะแนนเสียง แต่ต้องหาโอกาสให้ชาวบ้านในพื้นที่ ปั้นท่องเที่ยวชุมชน เติมเงินในกระเป๋าชาวบ้าน ชู "วังหอน - ชะอวด" เพชรเม็ดงามที่ถูกเก็บซ่อน

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวถึงการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ส.ส.นครศรีธรรมราชเขต 3 ว่า จริงๆ แล้วสำหรับพรรคกล้า ไม่ใช่แค่การหาเสียงอย่างเดียว เพราะคำว่า "หาเสียง" หมายถึงการขอคะแนนชาวบ้านให้มากที่สุด เพื่อทำให้ชนะการเลือกตั้ง

แต่เท่านั้นไม่พอ ในระหว่างที่มีโอกาสลุยทุกชุมชน ตนได้ย้ำกับผู้สมัครของพรรคกล้าคือ สราวุฒิ ปิง สุวรรณรัตน์ เสมอว่า ต้องหาโอกาสให้ชาวบ้านไปในตัว ต้องการให้ทุกคนได้กินดีอยู่ดี และมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น ดังนั้นทุกๆ กิจกรรมการหาเสียงจึงจะต้องเน้นไปที่ประเด็นเหล่านี้เป็นที่ตั้ง การลงพื้นที่ในนครศรีฯ เขต 3 ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา พบว่านอกจากมีปัญหาที่ต้องแก้ไขหลายจุดด้วยกันแล้ว ยังมีของดีที่ถูกซ่อนอยู่อีกมาก เปรียบเหมือนเพชรรอการเจียระไนให้โลกได้เห็น

“วันก่อนนี้ผมได้มีโอกาสไปหาเสียงที่ชุมชนบ้านวังหอน อำเภอชะอวด สองจุดสำคัญคือ ท่าน้ำลุงดม และ ล่องแพบ้านวังหอน ผมตะลึงกับความใสของน้ำ และความเงียบสงบของธรรมชาติ ความคิดแวบแรกของผมคือ ผมมาที่นครศรีฯ ก็หลายครั้งแล้ว แต่กลับไม่รู้เลยว่ามีสถานที่ดีๆ แห่งนี้อยู่" นายกรณ์ กล่าว

หัวหน้าพรรคกล้า บอกว่า ได้คุยกับเจ้าของทั้งสองแห่ง พวกเขาอยากให้สถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้เป็นที่รู้จัก ถ้าได้มีการโปรโมทดีๆ สักหน่อย ไปได้อีกไกลมาก เพราะนอกจากที่เที่ยวที่สวยงามแล้ว ยังมีที่พักที่ให้ค้างคืนได้ พักผ่อนอยู่ที่นี่สักคืนหรือสองคืน จะทำให้ชีวิตได้ชาร์จแบตเพื่อกลับไปทำงานได้อย่างสดชื่น จึงขออาสาเป็น Influencer เพื่อช่วยโปรมทให้ทุกคนได้รู้ว่า พื้นที่ นครศรีฯ อ.ชะอวด มีเพชรเม็ดงามที่ถูกซ่อนอยู่ พร้อมทั้งย้ำว่า

"7 มีนาคม เข้าคูหา กาเบอร์ 1 เพราะเมืองคอนต้องกล้าเปลี่ยน"

รพ.ศิริราช เผยความคืบหน้าอาการ ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ล่าสุด สามารถลุกเดินเองได้ โดยไม่ต้องใช้วอล์คเกอร์ การหายใจ พูดจา ทานอาหาร เข้าสู่ภาวะปกติ สามารถตักอาหารทานเองได้ เตรียมตรวจภูมิคุ้มกันอีก 1 - 2 วัน

วันนี้ (1 มีนาคม 2564) ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แถลงความคืบหน้าอาการป่วยของ นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ผ่านระบบ Zoom โดยระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมทั้งวันหยุดที่ผ่านมา ตอนนี้ผู้ว่าฯ ลุกเดินแล้ว โดยไม่ต้องใช้วอล์คเกอร์ ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่ทำกายภาพเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยเฉพาะขา พบว่าเดินได้ดี ยิ่งเดินมาก ก็ยิ่งจะมั่นใจในตัวเองมากขึ้น และกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้เร็ว การพูดจาปกติ การทานอาหารเข้าสู่ภาวะปกติ มือตักอาหารทานข้าวได้เอง

“สำหรับการออกจากโรงพยาบาลกลับไปยัง จ.สมุทรสาคร จะปรึกษากันอีกครั้งว่า หากมีคนสามารถดูแลการเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อที่สมุทรสาครได้ ท่านก็พร้อมและสามารถกลับได้ แต่หากจะอยู่ที่นี่ให้นักกายภาพช่วยพัฒนาความแข็งแรงอีกระยะก็ทำได้ แต่ตอนนี้เข้าสู่ระยะฟื้นตัวปกติ หายใจอากาศปกติ โดยจะเจาะเลือดดูภูมิคุ้มกันอีก 1 - 2 วัน แต่แม้ภูมิจะขึ้น ก็ยังต้องใส่หน้ากากเว้นระยะห่าง”

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ตอนนี้เข้าสู่ระยะพักฟื้น เพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ เพราะตอนนี้ผ่านพ้นระยะวิกฤติเรียบร้อยแล้ว หากกลับไปจะทำงานก็ทำได้ เพราะตอนนี้ทำงานที่บ้านได้ มือ แขน ทำงานได้ปกติ และตอนนี้เป็นจังหวะที่สมุทรสาครการติดเชื้อใหม่น้อยลง เป็นจังหวะดีที่อาจจะไม่ต้องทำงานหนักเกินไป

"ส่วนการรับวัคซีน ตอนนี้รอดูผลการตรวจภูมิคุ้มกัน หากตอนนี้ภูมิสูงมาก วัคซีนอาจจะไม่จำเป็นเพราะภูมิคุ้มกันสูง สามารถรอไปก่อนได้ เพราะตอนนี้ ทั่วโลกยังไม่รู้ว่าคนที่ติดเชื้อและมีภูมิคุ้มกันสูง ภูมิจะอยู่ได้กี่เดือน จากการวิจัย สำนักงานสาธารณสุขในอังกฤษ (Public Health England: PHE) ที่ผ่านมา พบว่าภูมิคุ้มกันอยู่ได้ 7 เดือน แต่ก็ยังตอบไม่ได้ว่า 8 - 9 เดือนหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร"

ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/925060

สหราชอาณาจักร (UK) เร่งฉีดวัคซีนสัปดาห์ละ 3 ล้านคน กลุ่มคนอายุ 40 ขึ้นไปในยูเค จะเป็นกลุ่มต่อไปที่จะได้คิวรับวัคซีนป้องกันโควิด หลังจากกลุ่มคนอายุ 50 ปีขึ้นไป ได้รับการฉีดวัคซีนทุกคนภายในวันที่ 15 เมษายนนี้

โดยใช้เกณฑ์อายุเป็นหลัก ไม่ใช่อาชีพ ที่จะได้รับการจัดลำดับความสำคัญต่อไปในแผนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดในระยะที่สอง

การฉีดวัคซีนตามลำดับอายุเป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการลดการเสียชีวิตจากโควิด -19 ในระยะถัดไป ผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษารัฐบาล สหราชอาณาจักร กล่าว

คนอายุ 40 ขึ้นไปจะเป็นกลุ่มต่อไป เมื่อการฉีดแผนปัจจุบันเสร็จ

การจัดลำดับความสำคัญตามอาชีพจะ "ซับซ้อนมากขึ้น" และอาจทำให้โปรแกรมการฉีดวัคซีนช้าลงได้ คณะกรรมการร่วมว่าด้วยการฉีดวัคซีนและการสร้างภูมิคุ้มกันโรคกล่าว

ทั้ง 4 ประเทศของสหราชอาณาจักร (อังกฤษ, เวลส์, สก๊อตแลนด์ และ ไอร์แลนด์เหนือ) จะปฏิบัติตามแนวทางนี้โดยมีเป้าหมายในการฉีดวัคซีนให้กับทุกคนทั้งหมดภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้

จนถึงขณะนี้มีคนมากกว่า 20 ล้านคนในสหราชอาณาจักรที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว

บุคคลอาชีพ ครูและเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหนึ่งในผู้ที่รณรงค์ให้มีการจัดลำดับความสำคัญในระยะต่อไป - แต่ตอนนี้พวกเขาจะได้รับการฉีดวัคซีนตามกลุ่มอายุ

คณะกรรมการร่วมว่าด้วยการฉีดวัคซีนและการสร้างภูมิคุ้มกันโรค (JCVI) ได้พิจารณาถึงหลักฐานในการลดการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตจากโควิด -19 ในระยะที่สองของโครงการฉีดวัคซีนของสหราชอาณาจักรกล่าวว่าการจัดลำดับความสำคัญทางอาชีพ อาจทำให้กลุ่มเปราะบาง บางคนต้องรอการฉีดวัคซีนเข็มแรกนานขึ้น

JCVI กล่าวว่า ควรจัดลำดับความสำคัญของกลุ่มต่อไปนี้เมื่อกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดในระยะที่หนึ่งได้รับวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งเข็มฉีดไปแล้ว (ภายในกลางเดือนเมษายน): คิวกลุ่มถัดไปคือ

- ทุกคนที่มีอายุ 40 - 49 ปี

- ทุกคนที่มีอายุ 30 - 39 ปี

- ทุกคนที่มีอายุ 18 - 29 ปี

และขอแนะนำ ให้บุคคลบางกลุ่มมารับวัคซีนทันทีเมื่อถึงคิว กลุ่มเหล่านี้คือ :

- ผู้ชาย

- ผู้ที่อยู่ในชุมชนคนผิวสี, เอเชีย และ ชนกลุ่มน้อย (หมายถึงคนไทยทุกคนในสหราชอาณาจักร)

- ผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 30

- ผู้ที่อาศัยอยู่ในย่านที่ยากจน

ในระยะที่หนึ่งมีการกำหนดกลุ่มลำดับความสำคัญ 9 กลุ่มตามอายุและสภาวะสุขภาพพื้นฐาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเพิ่มความเสี่ยง รวมถึงเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพและการดูแล เพื่อปกป้องคนที่เปราะบางที่พวกเขาดูแล

การฉีดวัคซีนกลุ่มเหล่านี้น่าจะป้องกันได้ประมาณ 99% แก่ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจาก Covid-19 มากที่สุด

ผู้ที่อยู่ในกลุ่มที่มีลำดับความสำคัญสูงสุด 4 อันดับแรก - ราว 15 ล้านคนได้รับการฉีดวัคซีนภายในกลางเดือนกุมภาพันธ์ มากกว่า 95% ของผู้ที่มีอายุเกิน 70 ปีที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว

มีผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนทุกสัปดาห์ จำนวนสัปดาห์ละสามล้านคนในสหราชอาณาจักรด้วยวัคซีน ไฟเซอร์ ไบโอเอ็นเทค (Pfizer-BioNTech) หรือไม่ก็ ของ อ็อกซ์ฟอร์ด-เอสด้าเซนเนก้า (Oxford-AstraZeneca)

การวิจัยเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่า วัคซีนมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในการป้องกันโรคร้ายแรงจาก Covid-19 ในสหราชอาณาจักร นอกจากนี้ยังมีข้อบ่งชี้บางประการที่อาจลดการแพร่กระจายของไวรัสระหว่างคนได้


ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=3863670853671897&id=178210772217942

https://www.bbc.com/news/health-56208674


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top