Wednesday, 5 August 2026
NEWS FEED

เชียงใหม่-ตำรวจภูธรภาค 5  แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญจำนวน 5 คดี

ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 5 คดี รวมของกลางทั้งหมด ยาบ้า จำนวน 3,600,000 เม็ด, เคตามีน จำนวน 100 กก. และไอซ์ จำนวน 150 กก. 

เมื่อวานนี้ (13 ส.ค.68) เวลา 11.00 น. ณ ลานแถลงข่าว อาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุม และสืบสวนขยายผลยาเสพติดรายสำคัญของในพื้นที่ ภ.5 จำนวน 5 คดี ดังนี้ โดยมี พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงข่าว

ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร  ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย  รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.มานพ เสนากูล  ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์  ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และพล.ต.ต.พงษ์เดช คำใจสู้ ผบก.ภ.จว.แพร่ ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35 โดย พล.ท.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน  มทน.3/ผบ.นบ.ยส.35 ฝ่ายปกครอง โดย นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผวจ.แพร่ โดย นายนายชรินทร์ ทองสุข ผวจ.เชียงรายสำนักงาน ปปส.ภาค 5  โดย นายธันวา ผุดผ่อง ผอ.ปปส.ภาค 5

ผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 5 คดี
1. สภ.ห้วยไร่ จว.แพร่ บูรณาการร่วมหน่วยที่เกี่ยวข้องจับกุมผู้ต้องหา 2 คน พร้อมของกลาง เคตามีน จำนวน 100 กก. และ ไอซ์ จำนวน 40 กก.
2. สภ.ห้วยไร่ จว.แพร่ บูรณาการร่วมหน่วยที่เกี่ยวข้องจับกุมผู้ต้องหา 4 คน พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 1,200,000 เม็ด
3. สภ.วังชิ้น จว.แพร่ บูรณาการร่วมหน่วยที่เกี่ยวข้องจับกุมผู้ต้องหา 2 คน พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 1,800,000 เม็ด
4. สภ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย บูรณาการร่วมหน่วยที่เกี่ยวข้องตรวจของกลางไอซ์ จำนวน 110 กก.
5. สภ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่ บูรณาการร่วมหน่วยที่เกี่ยวข้องตรวจยึดของกลาง ยาบ้า จำนวน 600,000 เม็ด

รวมของกลางทั้งหมด ยาบ้า จำนวน 3,600,000 เม็ด, เคตามีน จำนวน 100 กก. และไอซ์ จำนวน 150 กก.

กปช.จต. จับแรงงานกัมพูชา 46 คน ลักลอบเข้าไทย สารภาพสิ้นโดนรัฐบาลหลอก!! ไม่ให้งานทำตามที่สัญญา

(14 ส.ค. 68) กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด จับกุมแรงงานกัมพูชาลักลอบเข้าไทย 46 คน พร้อมคนไทยผู้พานำ 1 คน เมื่อคืนวันที่ 12 สิงหาคม 2568 ที่บ้านคลองบอน หมู่ 4 ตำบลหนองตาคง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ทหารพรานนาวิกโยธินร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและตำรวจท้องที่ เข้าจับกุมและนำผู้ต้องหาทั้งหมดส่งดำเนินคดีที่ สภ.บ้านแปลง

พลเรือตรีปารัช รัตนไชยพันธ์ รองโฆษกกองทัพเรือเผยว่า การลักลอบเข้าเมืองยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง แม้รัฐบาลกัมพูชาจะเชิญชวนให้แรงงานกลับประเทศช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งไทย–กัมพูชา พร้อมสัญญาว่าจะมีงานให้ทำและมีรายได้ แต่เมื่อกลับไปจริงกลับไม่เป็นตามที่ประกาศไว้

แรงงานบางส่วนจึงชักชวนกันลักลอบกลับเข้าไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ เพื่อหางานทำในประเทศ ทำให้หน่วยงานด้านความมั่นคงต้องเพิ่มการตรวจตราเข้มข้นตลอดแนวชายแดน เพื่อสกัดการเข้าเมืองผิดกฎหมาย

รองโฆษกกองทัพเรือย้ำว่า ประชาชนไทยที่รับหรือนำแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงาน ต้องคำนึงถึงความมั่นคงของประเทศ หากตรวจพบจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างสูงสุด พร้อมยืนยันว่าฝ่ายความมั่นคงจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดทุกกรณี

กอ.รมน. ผนึกกำลังหน่วยงานรัฐ–เขตบางเปิดปฏิบัติการ ‘พัฒน์พงษ์ปลอดปลอม’ ล้างภาพ Watch List

(14 ส.ค. 68) ช่วงค่ำวันที่ 13 สิงหาคม 2568 พลโท ชนินทร์ สิงหนาทนิติรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.3 กอ.รมน.) นำคณะบูรณาการร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) สำนักงานเขตบางรัก และกอ.รมน.กทม. จัดกิจกรรมเดินรณรงค์ต่อต้านการใช้–จำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า บริเวณถนนพัฒน์พงษ์ กทม.

กิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายสร้างความตระหนักแก่ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และประชาชน ให้หยุดใช้ของปลอม เพื่อป้องกันอันตรายจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง กระเป๋า น้ำหอม และสินค้าลอกเลียนแบบอื่น ๆ ซึ่งอาจเป็นภัยต่อสุขภาพและความปลอดภัย

พลโท ชนินทร์ ย้ำว่า การผลิตหรือจำหน่ายสินค้าลอกเลียนแบบไม่เพียงผิดกฎหมาย แต่ยังสร้างความเสียหายต่อเจ้าของผลงาน และกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ โดยประเทศไทยยังอยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง (Watch List) ด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งอาจกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนและเศรษฐกิจ

พร้อมกันนี้ ได้เชิญชวนประชาชนร่วมงดใช้และจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ รวมถึงแจ้งเบาะแสเมื่อพบการกระทำผิด เพื่อร่วมกันสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และเสริมความเชื่อมั่นของประเทศไทยทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม

ไทย–ลาวผนึกกำลังร่วมทลายเครือข่ายยาเสพติด! รับตัว 5 นักค้ายาข้ามแดน ตามหมายจับคดีร้ายแรง

เมื่อวานนี้ (13 ส.ค.68) ที่ห้องประชุมศุลกากรหนองคาย สะพานมิตรภาพไทย–ลาว อ.เมืองหนองคาย นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมนายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย และหน่วยงานความมั่นคง ร่วมแถลงผลความร่วมมือไทย–ลาวในการรับตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดหลบหนีหมายจับกลับไทย จำนวน 5 ราย ตามโครงการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อปราบปรามยาเสพติด

นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการ ป.ป.ส.ภาค 4 เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากการประชุมทวิภาคีไทย–ลาวว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 20 ระดับรัฐมนตรี เมื่อ 25 ธันวาคม 2567 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันติดตาม จับกุม และส่งตัวผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับ โดยฝ่ายลาวให้คำมั่นดำเนินการตามเป้าหมายที่ไทยร้องขอ จำนวน 21 ราย

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดจากการประสานงานระหว่าง ป.ป.ส.ภาค 4 สำนักงานตรวจตราและควบคุมยาเสพติด และกรมตำรวจสกัดกั้นและต้านยาเสพติด สปป.ลาว จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญที่กบดานในลาวแต่ยังสั่งการลักลอบนำยาเข้าประเทศทางภาคอีสานได้สำเร็จ

ผู้ต้องหาที่ถูกส่งตัวกลับไทย ได้แก่ นายกิตติชัย นานลืม หรือ “โตโต้” ตามหมายจับศาลจังหวัดหนองคาย และศาลจังหวัดอุดรธานีนายศรันย์ภัทร สุขช่วย ตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช นายธนากร แน่นอุดร ตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี นายเอกรัฐ มากมูล ตามหมายจับศาลจังหวัดนครพนม และน.ส.ชลิตา ไสยเวช ตามหมายจับศาลจังหวัดนครพนม

ทั้งนี้ ป.ป.ส. ขอย้ำว่า จะเร่งไล่ล่าผู้ต้องหาหลบหนีในต่างประเทศต่อเนื่อง เพื่อทำลายเครือข่ายค้ายา และปิดเส้นทางลักลอบนำเข้ายาเสพติดเข้าสู่ไทยอย่างเด็ดขาด

ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลุยชายแดนใต้ มอบนโยบาย–กำชับเข้มความปลอดภัยกำลังพล

(13 ส.ค. 68) เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 13 ส.ค. 2568 พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. และผู้อำนวยการ ศปก.ตร.สน. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่ผู้บังคับบัญชาใน จชต.  โดยมี พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) , พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี รอง ผบช.ภ.9 รรท.ผบก.ภ.จว.นราธิวาส , พล.ต.ต.วัลลพ จำนงค์อาษา รอง ผบช.ภ.9 , พล.ต.ต.ธเรศ แก้วละเอียด รอง ผบช.ภ.9 , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล , พล.ต.ต.ณฐกรญ์ กาญจนาภรณ์ ผบก.ภ.จว.ยะลา , พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พร้อมผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม โดยเน้นเสริมความพร้อมการปฏิบัติราชการ ดูแลสวัสดิภาพกำลังพล และยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยตั้งแต่ระดับบุคคลถึงหน่วยปฏิบัติ โดยกำชับตรวจสถานีตำรวจ–ฐานปฏิบัติการ ปรับปรุงกายภาพหน่วย ฝึกซ้อมแผนป้องกันเพื่อลดความสูญเสีย พร้อมสร้างขวัญกำลังใจและดูแลสวัสดิการอย่างเหมาะสม

พล.ต.ท.สำราญฯ เผยว่า ได้รับมอบหมายจาก ผบ.ตร. เข้าร่วมประชุมตำรวจไทย–มาเลเซีย ระดับบริหาร ครั้งที่ 28 ระหว่าง 18–21 ส.ค. 2568 โดยเตรียมเสนอความร่วมมือด้านบังคับใช้หมายแดงสากลให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ภายหลังมอบนโยบาย ได้ประชุมติดตามความคืบหน้าเหตุลอบวางระเบิดตามคำสั่ง ตร. ที่ 355/2568 ณ ห้องประชุม War Room ศปก.ตร.สน.

ผู้ช่วย ผบ.ตร. ตรวจเยี่ยมพื้นที่ชายแดนใต้ มอบนโยบายเสริมความพร้อมการปฏิบัติราชการ

(13 ส.ค. 68) เวลา 13.30 น. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.ตร.สน.) เดินทางตรวจเยี่ยมและประชุมมอบนโยบายแก่ผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมด้านการปฏิบัติราชการ และการดูแลสวัสดิภาพกำลังพล โดยมี พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) , พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี รอง ผบช.ภ.9 รรท.ผบก.ภ.จว.นราธิวาส , พล.ต.ต.วัลลพ จำนงค์อาษา รอง ผบช.ภ.9 , พล.ต.ต.ธเรศ แก้วละเอียด รอง ผบช.ภ.9 , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล , พล.ต.ต.ณฐกรญ์ กาญจนาภรณ์ ผบก.ภ.จว.ยะลา , พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พร้อมผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

พล.ต.ท.สำราญฯ ได้นำความห่วงใย ถ่ายทอดข้อสั่งการและแนวทางปฏิบัติของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กำชับผู้บังคับบัญชาทุกระดับ เพื่อให้ดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการเสริมความพร้อมของหน่วยและบุคลากร สนับสนุนการปฏิบัติราชการให้เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย โดยกำชับในเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยตั้งแต่ระดับบุคคลและหน่วย , ให้ผู้บังคับบัญชาลงตรวจสถานีตำรวจและฐานปฏิบัติการ ปรับปรุงกายภาพให้มีความปลอดภัย ฝึกข้อมแผนป้องกันหน่วยให้เกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง อันเป็นการลดความสูญเสีย และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจด้วยการดูแลสวัสดิการอย่างเหมาะสม

พล.ต.ท.สำราญฯ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก ผบ.ตร. เป็นผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปประชุมร่วมระหว่างตำรวจไทย - มาเลเซีย ระดับบริหาร ครั้งที่ 28 ระหว่างวันที่ 18 - 21 สิงหาคม 2568 ซึ่งจะได้เตรียมข้อเสนอแนะในบางประเด็นที่เป็นประโยชน์ เช่น การบังคับใช้กฎหมายในเรื่องหมายแดงของตำรวจสากล ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรรมต่อไป

ทั้งนี้ ภายหลังการมอบนโยบาย ผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้ประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเหตุลอบวางระเบิด ตามคำสั่ง ตร.ที่355/2568 ณ ห้องประชุม War Room ศปก.ตร.สน.

ผบ.ทร. ยืนยัน 3 ปี ได้เรือดำน้ำเข้าประจำการ กำลังเร่งปรับแผนต่อเรือ หลังโครงการหยุดชะงักเกือบ 3 ปี

(13 ส.ค. 68) พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ยืนยันโครงการเรือดำน้ำจะเดินหน้าต่อ โดยหลังแก้ไขข้อตกลงและได้รับความเห็นชอบจากอัยการสูงสุด จะนับสัญญาใหม่และใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3 ปี จึงจะได้เรือดำน้ำเข้าประจำการ พร้อมเร่งเตรียมกำลังพลและปรับแผนการต่อเรือ หลังโครงการหยุดชะงักเกือบ 3 ปี

ผู้บัญชาการทหารเรือ ระบุว่า ครม.อนุมัติให้ต่อเรือดำน้ำ 1 ลำก่อน ส่วนโครงการเรือฟริเกตยังเดินหน้าต่อเนื่อง แม้งบปีนี้จะได้เพียงลำเดียว แต่ถือเป็นการเปิดทางให้ลำที่ 2 หากรัฐบาลอนุมัติเพิ่ม พร้อมผลักดันให้อุตสาหกรรมต่อเรือในประเทศเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถภายใน

ส่วนท่าจอดเรือดำน้ำ นั้น ผบ.ทร. ระบุว่า ได้ดำเนินการตั้งแต่ เริ่มเซ็นสัญญา และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันต้องไปเก็บงานว่าในส่วนใดยังไม่เรียบร้อยและส่วนใดเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ กองทัพเรืออยู่ระหว่างทบทวนสถานการณ์และงบประมาณ เพื่อกำหนดทิศทางพัฒนาท่าเรือว่าจะเน้นฝั่งอันดามันหรืออ่าวไทย โดยต้องเลือกลงทุนในโครงการที่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง และคุ้มค่าต่อการเสริมศักยภาพทางทะเลของประเทศ

นราธิวาส - แม่ทัพภาคที่ 4 บินสำรวจแนวชายแดนป่าเขา จ.นราธิวาส หลังพบความเคลื่อนไหวขนอาวุธข้ามแดน เร่งประชุมวางแผนสกัดกั้นเข้ม

พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ขึ้นบินลาดตระเวนทางอากาศเหนือพื้นที่ป่าเขาแนวชายแดนจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับฝ่ายอำนวยการของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง หลังได้รับรายงานและปรากฏภาพข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่ลักลอบขนย้ายอาวุธและกระสุนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่พื้นที่ชายแดนไทย

การบินสำรวจในครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อประเมินเส้นทางลำเลียง การซ่อนเร้น และจุดเสี่ยงที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางลักลอบขนอาวุธ พร้อมตรวจสอบความหนาแน่นของพื้นที่ป่า การตั้งฐานที่มั่นของหน่วยลาดตระเวน และความพร้อมของจุดตรวจชายแดน

ภายหลังภารกิจทางอากาศ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ร่วมประชุมเร่งด่วนกับ ชุดควบคุมสุริโยทัย และหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการสกัดกั้นในพื้นที่สำคัญ เน้นการปิดเส้นทางลำเลียง การเพิ่มกำลังลาดตระเวนภาคพื้นดินทั้งกลางวันและกลางคืน และการทำงานประสานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศเพื่อนบ้าน

โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ย้ำว่า การควบคุมพื้นที่ชายแดนในสถานการณ์ปัจจุบันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยในพื้นที่ดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง และใช้ข้อมูลข่าวกรองเป็นตัวขับเคลื่อนแผนปฏิบัติ เพื่อป้องกันมิให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมีโอกาสเสริมศักยภาพด้วยอาวุธหรือยุทโธปกรณ์ใดๆ ได้

‘เสธ.หิ’ โพสต์จวกผู้นำเขมร ‘หลบอยู่หลังกระโปรงมาลี’ สุ่มไฟใส่ร้ายไทย

(13 ส.ค. 68) หลังจากที่ นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา แจ้งต่อเลขาธิการสหประชาชาติ และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชา-ไทยมีความเสี่ยงสูงขึ้น อ้างกองทัพไทยละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้ง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา นายชุม ซอนรี ระบุว่าตั้งแต่การหยุดยิงเริ่มมีผล 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา กองทัพไทยรุกล้ำเข้าดินแดนกัมพูชาซ้ำหลายครั้ง วางลวดหนามและก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างอย่างผิดกฎหมายในหลายพื้นที่

ล่าสุด ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ หรือ เสธ.หิ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  และผู้อำนวยการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า 

“อย่าให้เสื่อมเกียรติมากไปกว่านี้เลย เวลายิง ก็ยิงไทยก่อน สู้ไม่ได้ ก็แหกปาก ขอให้หยุดยิง ตั้งแต่หยุดยิง กัมพูชาก็เสริมทหารไม่ได้หยุด แล้วยังจะมาหน้าด้านให้ไทยถอยทหารลงมาอีก กฎของการหยุดยิง หยุดกันตรงไหน ก็อยู่ตรงนั้นแหละ เป็นทหาร เป็นผู้นำ อย่าหลบอยู่หลังกระโปรงมาลี ทำให้ประเทศเสื่อมเสียไปมากกว่านี้เลย” เสธ.หิ โพสต์

เชียงใหม่-ท่าอากาศยานเชียงใหม่จัดกิจกรรม 'Mom & Me Love in a Frame' เนื่องในวันแม่แห่งชาติ

เมื่อวานนี้ (12 ส.ค.68) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ จัดกิจกรรมพิเศษ 'Mom & Me Love in a Frame' เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันแม่แห่งชาติ โดยมี นาวาอากาศโท รณกร เฉลิมแสนยากร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ มอบของที่ระลึกวันแม่แก่ผู้โดยสารและผู้ร่วมงาน ภายในกิจกรรมมีการให้บริการ Photo Booth พร้อมทำพวงกุญแจ (Keychain) จากภาพถ่ายสุดประทับใจ เพื่อมอบเป็นของที่ระลึกและสร้างความผูกพันระหว่างแม่ลูกและครอบครัว ซึ่งบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความอบอุ่น และความสุขจากการได้เก็บช่วงเวลาสำคัญไว้ในภาพถ่ายและของที่ระลึกสุดพิเศษ 

ทั้งนี้เพื่อสะท้อนถึงการให้ความสำคัญในด้าน Hospitality และความใส่ใจ (Service Mind) ของท่าอากาศยานเชียงใหม่ ที่พร้อมดูแลผู้โดยสารดุจคนในครอบครัว สร้างความประทับใจในทุกการเดินทางและทุกโอกาสพิเศษ นอกจากนี้ ยังเชิญชวนผู้โดยสารและผู้สนใจร่วมสนุกผ่านช่องทางออนไลน์ เพียงโพสต์ภาพจากกิจกรรม พร้อมติดแฮชแท็ก AOTชวนบอกรักแม่ปี68 เพื่อแบ่งปันความรักและความประทับใจไปยังสังคมออนไลน์ สร้างบรรยากาศแห่งความรักและความอบอุ่นในวันแม่แห่งชาติ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top