Monday, 8 June 2026
NEWS FEED

รองนายกฯ "ภูมิธรรม" ลงพื้นที่ตราด – ผบช.ภ.2 ร่วมต้อนรับ ตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่

เมื่อวันที่ (27 ก.ค. 67)  เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบช.ภ.2 ร่วมให้การต้อนรับ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดตราด ปฏิบัติภารกิจตรวจเยี่ยมและรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่ 

ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวพื้นที่จังหวัดตราด โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเรียบร้อย

ศูนย์ราชการุณย์ สภากาชาดไทย เขาล้าน พระเมตตาคุณอันยิ่งใหญ่ ที่ชายแดน ‘ตราด’

(27 ก.ค. 68) นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตรัฐมนตรีส่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ ได้เล่าถึง ความประทับใจที่มีต่อ  ศูนย์ราชการุณย์ สภากาชาดไทย และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีใจความว่า ...

ในคราวที่ผมได้รับเชิญไปร่วมกิจกรรมปั่นร้อยใจไทย-เกาะกง เชื่อมสัมพันธ์2แผ่นดิน ซึ่งตั้งต้นปั่นจักรยานจากจังหวัดตราด ข้ามเส้นเขตแดนไปสู่เกาะกงในประเทศกัมพูชานั้น

นับเป็นครั้งแรกที่ผมได้นั่งรถผ่านส่วนที่แคบที่สุดของแผนที่ประเทศไทย

ผมนึกว่า จุดแคบสุดของไทยอาจจะอยู่แถวประจวบคีรีขันธ์ ที่คลองวาฬ เพราะเวลาเราฝึกวาดแผนที่ประเทศไทยตอนเด็ก เราจะจำได้ว่าต้องวาดให้ช่วงหนึ่งในแถวๆประจวบคีรีขันธ์ซึ่งเป็นกลางด้ามจับของขวานให้แคบที่สุด

ที่จริงแล้ว ส่วนแคบที่เราวาดนั้น คือความกว้างประมาณไม่เต็ม 12 กิโลเมตร ซึ่งนับว่าแคบมาก

แต่พอนำไปเทียบกับ บริเวณของแผ่นดินไทยที่ตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 81กับ82 ของถนนสายตราด-คลองใหญ่ นั้น มีจุดที่ทั้งแคบและคอดตามเส้นแบ่งระหว่างไทยกับกัมพูชาอยู่ และเป็นจุดที่แคบที่สุดของแท้ของประเทศไทย

เพราะจุดนี้แคบเพียง 450 เมตรเท่านั้นเอง

ความตกลงแบ่งเขตแดนระหว่างสยามกับฝรั่งเศสกำหนดใช้สันปันน้ำของเทือกเขาบรรทัดเป็นเส้นแบ่ง และเผอิญมีจุดนี้ที่เส้นสันเขาเว้าเข้ามาอยู่ใกล้ชายหาดทะเลฝั่งไทยอยู่มาก

ที่นี่จึงแคบจริงๆ

เดี๋ยวนี้จุดนี้กลายเป็นจุดเช็คอินแวะถ่ายภาพกับป้ายว่าจุดแคบสุดของไทย กลายเป็นที่แวะเที่ยวอีกอย่างของจังหวัดตราด

ไม่ไกลนักจากจุดที่แคบที่สุดของประเทศไทยนี้  เป็นบริเวณที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เคยเสด็จพระราชดำเนินมาทางเฮลิคอปเตอร์เมื่อปีพศ. 2522 ในช่วงที่ยังมีเสียงปืนดังและการต่อสู้ตึงเครียดในคาบสมุทรอินโดจีนอยู่

ผู้บริหารรัฐบาลในเวลานั้นไม่อยากให้เสด็จพระราชดำเนินไปเลย เพราะนั่นคือช่วงที่สงครามภายในกัมพูชาระหว่างกองกำลังเขมรแดงกับกลุ่มต่อต้านฝ่ายต่างๆยังรุนแรงอยู่มาก

และเหตุที่ยังไล่ล่าฆ่ากันแหลกราญในห้วงนั้นยาวนานจึงทำให้ราษฏรกัมพูชาก็ดี กำลังติดอาวุธของฝ่ายต่างๆในกัมพูชาก็ดี ล้วนแต่อดอยาก ลำบากไปทุกฝ่าย

อาหารหยูกยาเป็นของหายากยิ่ง ผู้ลี้ภัยจำนวนมหาศาลจึงบ่ายโฉมเดินเท้าอพยพหลบหนีทั้งความยากแค้นและการไล่ล่าฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุมาสู่ชายแดนไทยแทบทุกจุด

ในเมื่อ จุดข้ามสันเขาที่อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เป็นแนวยาวที่มียอดสันปันน้ำไม่สูงชัน จึงเป็นอีกบริเวณที่มีผู้อพยพจำนวนมากจูงลูกอุ้มหลานพยายามเดินทางข้ามพรมแดนเข้ามาหนีภัยในไทย

หลายคนรอนแรมอดโซจนผอมเหลือแต่กระดูก ติดโรคไข้จากป่าสารพัน ขาดน้ำดื่ม ขาดสารอาหาร  ความยากแค้นเหล่านี้ได้คร่าชีวิตผู้คนมากมายก่อนจะมาถึงชายแดนไทยด้วยซ้ำ มีเรื่องเล่าว่าแม่ที่อุ้มลูกเล็กกับจูงลูกโตหน่อยเดินทางรอนแรมหลบหนีจากการถูกเขมรแดงตามจับมาเรื่อยๆจนหลงทาง น้ำและอาหารก็ไม่มี แม่ผู้พยายามสู้ถึงที่สุดต้องตัดใจลุกออกเดินทั้งน้ำตาในขณะลูกคนที่โตกว่ายังผล๊อยหลับอยู่ใต้ร่มไม้ ด้วยหวังว่าเด็กโตคล่องตัวอาจพอมีทางรอดได้เพราะการกระเตงไปด้วยกันแบบนั้นจะยิ่งถ่วงกันเองแล้วอาจอดตายหรือถูกจับได้ทั้งหมด  แม่ผู้ใจสลายตัดสินใจอุ้มลูกเล็กแล้วเดาทางไปหาทางรอดดาบหน้า

เรื่องนี้น่าสะเทือนใจมาก

ที่เล่ามานี้เพื่อจะบอกว่า มีผู้อพยพเข้ามาทั้งชายหญิง เด็กและผู้สูงอายุซมซานเข้ามาพึ่งแผ่นดินไทยนับหมื่นนับแสนผ่านพรมแดนด้านนี้

เรื่องราวหลายเรื่องยังถูกบันทึกบอกเล่าด้วยนายทหารสหรัฐ ที่โตมาจากเด็กน้อยผอมโซชาวกัมพูชาที่รอดชีวิตผ่านพระหัตถ์อันอ่อนโยนของพระราชินีของประเทศไทย ที่ศูนย์กาชาด ที่เขาล้านนี่เอง

ร้อยโท ดนัย  คมคาย คือเด็กชายคนนั้น

เมื่อความทุกข์ทรมานจากภัยสงครามทราบถึงพระเนตรพระกัณฑ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถในขณะนั้น พระองค์รับสั่งให้เตรียมการเดินทาง แล้วเสด็จพระราชดำเนินด้วยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งไปยังบริเวณชายแดนอำเภอคลองใหญ่ทันที

เครื่องเฮลิคอปเตอร์ยกตัวผ่านแนวยอดไม้สุดท้ายที่ชายทะเลของเขาล้าน ทุกคนจึงเห็นคนนั่งนอนกันอยู่เต็มไปหมดราวฝูงมดตลอดแนวหาด

พระองค์ทรงรับสั่งให้นำเครื่องลง  แล้วเสด็จพระดำเนินไปบนหาด  ผู้ตามเสด็จในเหตุการณ์เล่าว่าคนเจ็บคนป่วย แม้แต่คนตายนอนนั่งเรียงรายไปมากมาย แน่นอนว่าห้องสุขาไม่มีและหลายคนเป็นโรคท้องร่วง มีกองขับถ่ายจำนวนมากตามดินทรายในบริเวณนั้น

แต่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถก็ไม่สะทกสะท้าน ทรงยังพระดำเนินเข้าไปตรวจเยี่ยม แตะตัวเด็กๆเพื่อดูสภาพร่างกาย ตรวจอาการไข้และรับสั่งให้หมอหลวง และผู้ตามเสด็จฯรีบเข้าช่วยเหลือผู้อพยพเหล่านั้นในทันที ใครพกอะไรติดมาก็หยิบยื่นช่วยบรรเทาทุกข์ตรงหน้า เท่าที่แต่ละท่านจะมีติดตัว

แม้แต่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถก็ทรงให้นำกระติกน้ำดื่มส่วนพระองค์ออกมาส่งให้ผู้อพยพที่นอนเจ็บป่วยได้จิบดื่ม เพราะมีอาการขาดน้ำรุนแรง

ด้วยทรงมีพระประสบการณ์เลี้ยงดูเด็กและผู้ป่วยเจ็บมาก่อน พระองค์ยังพระราชทานคำแนะนำให้เจ้าหน้าที่ว่าเนื่องจากคนส่วนใหญ่โดยเฉพาะเด็กทารกไม่ได้ดื่มนมมานาน จุลินทรีย์ที่จะใช้ย่อยนมจึงไม่น่าจะมีเหลือในลำไส้แล้ว จึงไม่ควรให้ดื่มนมจนกว่าจะได้รับการฟื้นฟูสภาพร่างกายด้วยน้ำสะอาดไประยะหนึ่งก่อน มิฉะนั้นจะเป็นอันตรายถึงชีวิตต่อทารกได้

จากนั้นทรงให้จัดตั้งหน่วยบรรเทาทุกข์ในนามสภากาชาดไทยขึ้น  โดยใช้อุปกรณ์และวัสดุที่พอจัดหามาได้ในพื้นที่ก่อน

ทรงให้หาผ้ามาผูกบนหลังคาเต้นท์แล้วทากากบาทสีแดงขนาดใหญ่ให้เห็นได้ง่ายจากที่ไกลๆ เพื่อประกาศให้ทุกฝ่ายรู้ว่าจุดนี้เป็นพื้นที่กาชาด ที่ควรปลอดจากการถูกโจมตี จากนั้นยังทรงกำหนดประทับแรมในพื้นที่เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ทั้งผู้อพยพและบรรดาเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆตลอดจนอาสาสมัครชาวบ้านในพื้นที่ที่เข้ามาช่วยงานกาชาดดูแลเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

เสียงกระสุนเสียงระเบิดจากทั้งปืนครกและปืนกลดังอยู่ไม่ไกลเป็นระยะๆ

การเดินทางมาปั่นจักรยานสัมพันธ์2แผ่นดินของผมและนาวาตรี วรวิทย์ เตชะสุภากูร อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีท่องเที่ยวคราวนี้ จึงทำให้ผมมีโอกาสแวะเยี่ยมศูนย์ราชการุณย์ สภากาชาดไทยที่เขาล้านแห่งนี้

ที่นี่ยังมีสภาพร่มครึ้ม ต้นไม้ขึ้นหนาตา มีอาคารพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเรื่องราวที่ผมเล่ามาข้างต้นพร้อมภาพถ่าย สิ่งของและหุ่นจำลองในแต่ละช่วงเหตุการณ์ให้ผู้สนใจได้ชม มีชาวบ้านที่เติบโตทันเหตุการณ์มาช่วยนำชม และสามารถอธิบายเรื่องราวให้ผู้มาเยี่ยมเยือนได้รับรู้อย่างคล่องแคล่ว

แม้จะได้ชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นครั้งแรก  แต่ผมกลับรู้สึกภูมิใจมาก เรื่องราวส่วนใหญ่ข้างต้นนี้ ผมเองเคยได้รับฟังรับรู้มาก่อนนานแล้วตั้งแต่คราวเป็นรองประธานกรรมการหาทุนสร้างอาคารศูนย์การแพทย์ด้านเด็ก ของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือที่คนทั่วไปรู้จักในชื่อ โรงพยาบาลเด็ก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

เพราะคณะกรรมการหาทุนฯนี้มีศาสตราจารย์ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทยเป็นประธาน มีท่านองคมนตรี ดร.จรัลธาดา กรรณสูตรเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการ พวกเราเคยได้ทำการบ้านเสาะแสวงข้อมูลจากข้าราชบริพารผู้เคยตามเสด็จฯเพื่อทำความเข้าใจถึงความผูกพันและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าฯที่เกี่ยวกับกิจการแม่และเด็ก เนื่องจากเราต้องเตรียมจัดทำสาระในป้ายนิทรรศการที่จะถวายเพื่อทอดพระเนตรและเตรียมคำกราบบังคมทูลของดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานกรรมการหาทุนฯในโอกาสที่พระองค์ท่านจะเสด็จพระราชดำเนินมาวางศิลาฤกษ์อาคารศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านเด็กด้วยพระองค์เอง ในคำกราบบังคมทูลที่ดร.สุรเกียรติ์อ่านถวายในวันนั้น มีข้อความตอนหนึ่งที่ระบุถึง’’พระมหาราชการุณยธรรม’’ที่ทรงมีต่อเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ สัญชาติหรือความแตกต่างทางศาสนา

ดังนั้นจากเรื่องเล่าที่เคยเฝ้าฟังมา

และจากประสบการณ์ที่ได้ร่วมเฝ้ารับเสด็จพระราชดำเนินที่โรงพยาบาลเด็ก ผมได้เห็นร้อยโท ดนัย คมคาย คลานเข้าไปกราบพระบาท ถวายรายงานให้ทรงทราบว่าเขาคือเด็กชายชาวกัมพูชาที่รอดชีวิตด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่เคยช่วยเขาและชาวกัมพูชาอพยพหลายหมื่นคนในอดีตกว่า40ปีที่แล้วนั้น บัดนี้ได้เติบใหญ่กลายเป็นคนมีอนาคต ได้เข้ารับราชกาเป็นนายรทหารของกองทัพบกสหรัฐ

ทันทีที่พระองค์ท่านรับฟังแล้ว ผมเห็นสายพระเนตรอันอ่อนโยนระคนแปลกพระทัยเสมือนเป็นเซอร์ไพรส์ เพราะเมื่อคณะกรรมการหาทุนฯโรงพยาบาลเด็กทราบว่ามีเรื่องราวอันงดงามนี้ และได้ทราบว่ายังมีเด็กที่้เคยผ่านพระหัตถ์นี้มีชีวิตอยู่ในต่างประเทศ  และยังมีคนพอจะติดต่อได้คณะกรรมการหาทุนฯจึงให้สืบเสาะและเชื้อเชิญให้ร้อยโท ดนัยบินเข้ามากราบพระบาทฯ   คุณดนัยตอบรับทันที

ในระหว่างคุณดนับก้มกราบพระบาทนั้น ผมอยู่ห่างมาไม่ถึงสองเมตร จึงพอจะได้ยินพระรับสั่งออกมาเบาพอให้ผู้เข้าเฝ้าฯอยู่ในที่นั้นได้ยินว่า ‘’…ฉันจำได้…ตอนนั้นเขายังเล็กๆอยู่เลย …ปลื้มใจจริงๆ…’’แล้วทรงเอื้อมพระหัตถ์ไปแตะที่บ่าของร้อยโท ดนัยอย่างเมตตายิ่ง

…เราทุกคนในที่นั้นอดน้ำตารื้นขึ้นมาไม่ได้

ปัจจุบัน ร้อยโท ดนัยลาออกจากราชการทหารในสหรัฐแล้วย้ายมาใช้ชีวิตกับครอบครัวที่จังหวัดตราด อุทิศตัวช่วยเหลือผู้คนในละแวกเพื่อสืบสาน รักษาต่อยอดความดีงามด้วยรำลึกคุณที่สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยเคยมีให้ในวัยเยาว์

เมื่อผมได้เยือนพื้นที่ประวัติศาสตร์ในจุดที่ทรงเคยเสด็จมาประทับอยู่อย่างกล้าหาญ พระราชทานความช่วยเหลือแก่เพื่อนมนุษย์ที่แม้มิใช่ราษฏรไทยอย่างเมตตาแน่วแน่ จึงเป็นความสุขใจของผมอย่างยิ่งที่จะพยายามจดจำนำภาพจากสถานที่จริงมาเผยแพร่ต่อให้สาธารณะได้ร่วมรับรู้

เมื่อท่านผู้อำนวยการศูนย์ฯกาชาดเขาล้าน พาชมศาลาพิพิธภัณฑ์เสร็จ ท่านเอ่ยชวนว่าอยากพาไปชมจุดที่เป็นสถานที่ตั้งของที่ประทับแรมซึ่งอยู่ติดต่อกับบริเวณที่เคยเป็นเต้นท์โรงพยาบาลสนาม เคยใช้ผ่าตัดคนไข้สนามในเหตุการณ์ช่วงนั้น

ผมรีบรับคำชวนโดยไม่ลังเล หลังลงนามในสมุดเยี่ยมของพิพิธภัณฑ์ฯแล้ว ผมโดดขึ้นท้ายรถกระบะโดยขอให้รถของผู้อำนวยการกาชาดนำไปจอดข้างป่า ณ จุดซึ่งเคยประทับแรม ทั้งของสมเด็จพระนางเจ้าฯและอีกจุดห่างไปไม่ไกลเป็นที่เคยประทับแรมของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมารในเวลานั้น

ทุกคนที่ไปจึงเห็นได้ชัด ว่าทรงเสียสละความปลอดภัยส่วนพระองค์ขนาดไหนที่ไปประทับอยู่เป็นมิ่งขวัญให้ทุกฝ่ายในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวาน ท่ามกลางภัยชุลมุนของสงคราม

อนึ่ง ผู้ที่หลบลี้หนีภัยได้พึ่งพระบรมโพธิสมภารในเวลานั้น ไม่ได้มีเฉพาะราษฏรกัมพูชาเท่านั้น แต่มีทั้งผู้บาดเจ็บที่เป็นเขมรแดงบ้าง ฝ่ายกำลังเขมรเสรีบ้าง ดังนั้น การระแวงกันไปมาตามโอกาสและจังหวะจึงยังมีอยู่

แม้จุดที่ตั้งที่ประทับแรมอยู่ใกล้ขอบชายแดนส่วนแคบสุด  มีจุดสูงข่มบนเขาใกล้ๆที่ใครๆก็สามารถมองลงมาเห็นทุกความเคลื่อนไหวอย่างง่ายดาย เสียงปืนจากแนวชายแดนยังดังอยู่เป็นช่วงๆ

แต่พระองค์ก็ทรงแน่วแน่ที่จะประทับอยู่เพื่อช่วยเหลือ

จุดที่ประเทศไทยแคบที่สุด กลับกลายเป็นพื้นที่แสดงน้ำพระราชหฤทัยที่กว้างใหญ่ไพศาลอย่างที่สุด สะท้อนพลังความมีเมตตาธรรมตามวัฒนธรรมไทยอย่างชัดแจ้ง จนองค์กรองค์การนานาชาติใหญ่น้อย ต่างเทอดทูนสดุดีถวายรางวัลต่างๆมากมาย

กิจกรรมที่ศูนย์บริการสภากาชาดไทยที่เขาล้านนี้ทำภารกิจด้านมนุษยธรรมอย่างไม่เลือกฝ่าย ไม่เลือกข้าง ช่วยเหลือทุกชีวิตที่หนีร้อนเข้ามาพึ่งเย็นต่ออีกหลายปี จนสงครามในกัมพูชาผ่อนคลายลง และผู้อพยพทยอยเดินทางกลับมาตุภูมิหรือได้รับการช่วยเหลือให้เดินทางไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สาม

ศูนย์บริการภาคสนามแห่งนี้จึงได้ปิดตัวลง

เวลาและฝนฟ้าอากาศอันชุ่มฉ่ำของภาคตะวันออกของไทยก็ค่อยๆทำหน้าที่ของตัวเอง สิ่งปลูกสร้างชั่วคราวต่างๆในศูนย์บริการกาชาดในพื้นที่นี้จึงค่อยๆเสื่อมสภาพสลายไปตามกาลเวลา

เหลือไว้แต่ตำนาน

และ’’ศาลาราชการุณย์ ‘’

พิพิธภัณฑ์ที่ยังบอกเล่าข้อมูลอันทรงคุณค่าที่โลกยกย่องในความมีน้ำพระราชหฤทัยที่หยิบยื่นให้แก่เพื่อนมนุษย์อย่างไม่เลือกฝ่าย

สมดังพระราชสวณีย์ที่ทรงเอ่ยไว้ในช่วงเวลานั้นว่า ‘’…ฉันตัดสินใจจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เหล่านี้เท่าที่กำลังความสามารถฉันจะมี…’’

นับเป็นพระมหาการุณยธรรมที่แผ่บุญกุศลแก่หลากชีวิตยิ่งแล้วพระพุทธเจ้าค่า

ขอกราบถวายพระพรให้พระองค์ทรงพระเจริญ…ยิ่งยืนนาน

✨ ที่สุดแห่งมหกรรมกลางปีที่คุณต้องรู้!

✨ ที่สุดแห่งมหกรรมกลางปีที่คุณต้องรู้!
“อุตสาหกรรมแฟร์ 2568” งานเดียวที่รวมทุกความต้องการของคุณไว้อย่างครบครัน! จากความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงคมนาคม สู่การสร้างสรรค์อีเวนต์สุดยิ่งใหญ่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและลดค่าครองชีพให้คนไทย

🛍️ เตรียมพบกับ 5 โซนไฮไลต์ บนพื้นที่กว่า 8,000 ตร.ม.
• สินค้าอุปโภคบริโภคราคาโรงงานจากเครือสหพัฒน์
• ดีลยานยนต์สุดร้อนแรง
• เครื่องใช้ไฟฟ้าลดกระหน่ำ
• สินค้า SME คุณภาพจากกว่า 200 ร้านค้า
• โซนนวัตกรรมสุดล้ำ!

🎶 พร้อมเพลิดเพลินกับ มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง
📚 และกิจกรรมเสริมความรู้ตลอด 4 วันเต็ม!

📍 ปักหมุดในปฏิทินไว้เลย!
31 ก.ค. – 3 ส.ค. นี้ ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
 

ตราด  ”ภูมิธรรม“ลงพื้นที่มาเยือนตราด แก้ปัญหาชายแดน ให้กำลังใจ จนท.ผู้อพยพ เผยรอเขมรหยุดยิงไม่หยุดยิงโต้

เวลา 11.00น วันนี้ (27 ก.ค. 68)  นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมารับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาด้านจังหวัดตราด ที่ห้องประชุมศาลากลาง จ.ตราด โดยมีนายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผวจ.ตราด พร้อมรองผวจ.ตราด และผบ.ฉก.นย.ตราด พร้อมคณะนายทหาร นายศักดินัย นุ่มหนู ส.ส.ส ตราด พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ นายเชิดศักดิ์ ชุ่มนาเสียว นายอําเภอคลองใหญ่ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟัง

ซึ่งฝ่ายทหารบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดนด้านจ.ตราด ว่า สถานการณ์วันนี้ยังไม่มีการปะทะและยิงปืนเพิ่มเข้ามาในฝั่งไทย ซึ่งชายแดนด้าน จ.ตราด ตั้งแต่ชายแดนด้านอำเภอบ่อไร่ อำเภอเมือง และอำเภอคลองใหญ่ ได้อพยพประชาชนเข้าไปพักอาศัยในศูนย์อพยพทั้งในตัวเมืองตราด อำเภอเขาสมิง และอำเภอแหลมงอบแล้ว โดยความร่วมมือของฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนเรื่องชายแดนเป็นความรับผิดชอบของ กปช.จต.นำกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์มาติดตั้งพร้อมรับสถานการณ์พร้อมด้วยกองเรือของกองทัพเรือ เฝ้าระวังน่านน้ำไทย ชายแดนด้าน จ.ตราด  โดยระบุว่า วันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชายิงอาวุธปืนเข้ามาในฝั่งไทยด้าน ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด และฝ่ายไทยได้ยิงตอบโต้ พร้อมผลักดันกองกำลังกัมพูชาให้กลับเข้าฝั่งกัมพูชาไปได้สำเร็จ ส่วนสถานการณ์ในวันนี้ยังมีการปะทะกันแต่อยางไร แต่ฝ่ายไทยก็ไม่ประมาทมีการเตรียมพร้อม และเฝ้าระวัง แจ้งเตือนประชาชนให้อพยพออกมานอกพื้นที่เสี่ยงภัยชายแดนให้หมด ซึ่งคงเหลือเพียงบางส่วนที่ยังเฝ้าพื้นที่อยู่เท่านั้น

หลังจากนั้นจึงดินทางไปมอบของให้ประชาชนที่อพยพมาอยู่ที่วัดห้วงพัฒนา ต.เขาสมิง อ.เขาสมิง พบปะให้กำลังใจชาวบ้าน และมามอบสิ่งของยี่ยมให้กำลังใจชาวบ้านต่อที่ศูนย์อพยพโรงเรียนอนุบาลตราดก่อนเดินทางกลับ นายภูมิธรรม บอกว่าฝ่ายไทยเป็นฝ่ายถูกละเมิดและรุกรานก่อน ขณะนี้ได้แจ้งให้ชาวโลกรับรู้กับการกระทำของกัมพูชา แม้วันนี้สหรัฐจะให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิง แต่ฝ่ายกัมพูชาก็ยังไม่หยุด เช้าที่ผ่านมายังมีการยิงถล่มบ้านเรือที่อยู่อาศัยของชาวบ้านในฝั่งไทย ไทยจึงจำเป็นต้องโต้ตอบ ป้องกัน และบอกด้วยว่า หากกัมพูชายิงมาไทยก็ต้องยิงกลับ เพื่อปกป้องอธิปไตยบนผืนแผ่นดินไทย และป้องกันอัตรายให้กับประชาชนชาวไทย  ตอนนี้ขอให้ประชาชนเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ชายแดนไปจนกว่าจะตกลงกันได้ จึงจะสามารถกลับเข้าภูมิลำเนาได้ต่อไป โดยให้ ผวจ.ตราด จังหวัดชายแดน ดูแลเรื่องความเป็นอยู่และความปลอดภัยของประชาชน ส่วนเรื่องการปกป้อง ป้องกันเป็นหน้าที่ของฝ่ายทหาร ในการจะปกป้องผืนแผ่นดินไทยต่อไป/ภาพ/ข่าว/วิเชียร ม่วงสี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ตราด

เครื่องรางขลัง!! ศักดิ์สิทธิ!! ขวัญกำลังใจ ของชายชาติทหาร ที่ออกไปรบแนวหน้า เพื่อรักษาอธิปไตย ปกป้องแผ่นดินไทย

(27 ก.ค. 68) เครื่องรางใดไหนเล่า จะศักดิ์สิทธิเท่า ‘ชายผ้าถุงแม่’

ทหารนายหนึ่งในแนวหน้าสนามรบ ถอดหมวกทหารให้ดู 

ผู้เชี่ยวชาญ ชี้!! ถึงเวลาไทย ลงทุนพัฒนาโดรนเอง หลังจีนเข้มงวด ห้ามดัดแปลงโดรน เพื่อการทหาร

(27 ก.ค. 68) จากกรณีที่มีภาพกองทัพไทยนำโดรนเกษตรมาดัดแปลงเพื่อใช้ในภารกิจทางทหาร ได้สร้างความกังวลในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ซึ่งชี้ว่าการกระทำดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในระยะยาว

ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่า การนำโดรนพลเรือนมาดัดแปลงเพื่อติดตั้งระบบปล่อยวัตถุระเบิดอย่างเปิดเผยนั้น ขัดต่อนโยบายของรัฐบาลจีนที่ไม่สนับสนุนการนำโดรนไปใช้ในทางการทหาร ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ จีนเป็นผู้ผลิตและส่งออกโดรนรายใหญ่ที่สุดของโลก และมีนโยบายห้ามส่งออกโดรนพลเรือนหากทราบว่าจะถูกนำไปใช้ในทางทหาร

หากจีนใช้มาตรการจำกัดหรือห้ามส่งออกโดรนและชิ้นส่วนมายังประเทศไทย จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง เนื่องจากอุตสาหกรรมโดรนของไทยพึ่งพาส่วนประกอบหลักจากจีนเกือบทั้งหมด เช่น มอเตอร์ แบตเตอรี่ และระบบควบคุม

ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเหตุการณ์นี้เป็น “สัญญาณเตือน” ให้ไทยต้องหันมาลงทุนวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างอุตสาหกรรมโดรนของตนเองอย่างจริงจัง เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศและสร้างความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ที่ยั่งยืน

‘เอกนัฏ’ หนุนเต็มที่!! กองทัพเดินหน้า ลุยต่อ ไม่ต้องหวั่น!! ‘ภาษีทรัมป์’ ลั่น!! พร้อมซัพพอร์ต เป็นกำลังใจให้ แบบสุดซอย เพื่อปกป้องคนไทย

(27 ก.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กภายหลังการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจ” ที่ จ.อุบลราชธานี โดยมีเนื้อความว่า

พร้อมรบเป็น ‘กองหลัง’

เรื่องที่ไทยถูกกดดันให้หยุดยิง เพื่อเจรจาภาษีทรัมป์

ทั้งๆที่ทหารกัมพูชาใช้อาวุธสงคราม ยิงใส่เรา ยิงใส่โรงพยาบาล ยิงใส่บ้านเรือนผู้บริสุทธิ์ ของเราก่อน ทำให้พลเรือนที่บริสุทธิ์ รวมถึงเด็กๆ ต้องบาดเจ็บ ล้มตาย จนกระทั่งเช้านี้ (27 ก.ค.) ก็ยังยิงใส่เราไม่หยุด

ในฐานะรัฐมนตรีฯอุตสาหกรรม ผมได้เตรียมแผนรับมือ กับผลของภาษีตอบโต้จากทรัมป์ ไม่ว่าเรทภาษีจะจบลงที่เท่าไหร่

เพราะไม่ว่าผลการเจรจา “นอกบ้าน” จะออกมาเช่นไร จะมัวแต่ภาวนาให้สหรัฐฯเมตตา ลดภาษีให้กับเราอย่างเดียวไม่ได้  แต่ควรจะจัดการกับปัญหา “ในบ้าน” ใกล้ตัว ที่อยู่ในอำนาจของเราเองก่อน

1. จัดการของด้อยคุณภาพที่นำเข้ามาดัมพ์ตลาด ธุรกิจ0เหรียญ
2. รณรงค์ซื้อ-ใช้ของที่ไทยผลิต Made By Thai ช่วยธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs)
3. จัดระบบอุตสาหกรรมใหม่ ไม่พึ่งแต่บุญเก่า ยุคใหม่ ทันสมัย ทันเวลา โปร่งใส ทำให้สะอาด ทำให้ถูกต้อง

ภาษีตอบโต้จะเป็นเท่าไหร่ ผมรับมือได้ แต่รับไม่ได้ ที่จะไม่ให้เราตอบโต้ทางทหาร เพื่อปกป้องชีวิตอันบริสุทธิ์ของประชาชนคนไทย 

ขอให้กองทัพ ได้ทำหน้าที่แนวรบ “กองหน้า” ปกป้องอธิปไตยอย่างเต็มกำลัง

กระทรวงอุตสาหกรรม จะเป็นแนวรบ ”กองหลัง“ ปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ สู้ในสงครามเศรษฐกิจให้เอง

วันนี้มาทำหน้าที่ส่วนเล็กๆ เปิดศูนย์รวบรวมความช่วยเหลือจากอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ที่จังหวัดอุบลราชธานี และศรีสะเกษ เพื่อส่งข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นให้ศูนย์พักพิงและพี่น้องทหารไทยครับ

“กองหลัง” คนนี้ พร้อมซัพพอร์ต และเป็นกำลังใจให้กองทัพ แบบสุดซอย ไม่ต้องยั้งครับ

ขณะที่เรา วิ่งหนี แต่ทหาร วิ่งสวนทางกับเรา

(27 ก.ค. 68) ขณะที่เราวิ่งหนี แต่ทหารวิ่งสวนทางกับเรา ขอบคุณที่ปกป้องประเทศ ปกป้องประชาชน ขอให้ปลอดภัยได้กลับบ้านมาเจอคนที่รัก อย่างปลอดภัยทุกนาย

OR ผนึกกำลังหน่วยทหารพัฒนาเคลื่อนที่ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน ส่งมอบ!! ‘น้ำดื่ม - อาหาร’ บรรเทาความเดือดร้อน ในพื้นที่เข้าถึงยาก

(27 ก.ค. 68) บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ร่วมกับ หน่วยทหารพัฒนาเคลื่อนที่ 31 (นพค.31) หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย นำโดย พันเอก จิรายุ จิตธรรม ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 ส่งมอบน้ำดื่ม จำนวน 9,600 ขวด ให้แก่ นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน รวมทั้งร่วมลงพื้นที่มอบอาหารและน้ำดื่มให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน และอำเภอเวียงสา ที่ประสบภัยพิบัติรุนแรง และเข้าถึงได้ยาก นอกจากนี้ OR ยังได้ส่งมอบน้ำดื่มเพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลน่าน โดยมี นายแพทย์ณัฐวิชช์ จักรเจริญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการพิเศษและสื่อสารองค์กร โรงพยาบาลน่าน เป็นผู้รับมอบ 

ความช่วยเหลือครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของ OR ในการบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย โดยก่อนหน้านี้ OR ได้ส่งมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดน่านมาแล้ว ทั้งนี้ OR ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้การสนับสนุนเป็นไปอย่างทันท่วงทีและทั่วถึง และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

ผู้ใช้ TikTok โพสต์คลิป สุดประทับใจ!! ขับรถตามพี่ทหาร ไป 50 โล เพื่อให้ขนมไปกินระหว่างทาง ขอบคุณที่ช่วยปกป้อง แผ่นดินของเรา

(27 ก.ค. 68) ผู้ใช้ TikTok ‘mam_mam77’ ได้โพสต์คลิปสุดประทับใจ พร้อมใส่ข้อความระบุว่า ...

กำลังใจจากแนวหลัง ขับตามพี่ๆทหารมาประมาณ 50 โล ได้ คิดว่าจอดไหนก็จะตามไป ขนมมันอาจเล็กน้อย เอาไว้กินกันกลางทางนะพี่ สู้ๆปลอดภัยกลับมาทุกนายนะคะ 

ตื่นเต้นจนพูดไรไม่ออกเลย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top