Wednesday, 10 June 2026
NEWS FEED

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ค้าน พรก. ฉุกเฉินคุมเข้ม ชี้ กฎหมายปกติจัดการเฟกนิวส์ ได้อยู่แล้ว

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีโพสต์เฟซบุ๊คสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการข่าวปลอมในช่วงโควิด โดยสั่งให้ดำเนินคดีกับผู้ปล่อยเฟกนิวส์รายใหญ่ ไม่เว้นคนดัง - สื่อมวลชน พร้อมให้ติดตามใกล้ชิดนั้น

แต่ทว่ากลับใช้อำนาจตาม ม.9 แห่ง พรก.ฉุกเฉิน 2548 ออกข้อกำหนดฉบับที่ 27 ข้อ 11 ที่กำหนดมาตรการเพื่อมิให้มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอันทำให้เกิดความเข้าใจผิด ในสถานการณ์ฉุกเฉิน การเสนอข่าวที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั่วราชอาณาจักร

การใช้อำนาจดังกล่าวทำให้องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนทั้ง 6 องค์กรออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการออกข้อกำหนดดังกล่าว หรือจัดทำแนวปฏิบัติจากข้อกำหนดพร้อมแถลงถึงเจตนารมณ์ในการบังคับใช้ให้เกิดความชัดเจน เพื่อมิให้มีนำข้อกำหนดดังกล่าว ไปเป็นเครื่องมือในการปิดกั้นการทำหน้าที่เสนอข่าวสารของสื่อมวลชนและการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตของประชาชน จนกระทบต่อสิทธิการรับรู้ข่าวสารและการแสดงความคิดเห็นของประชาชน

ทว่านายกรัฐมนตรีกลับไม่แคร์โดยออกข้อกำหนด ฉบับที่ 29 ออกมาสำทับห้ามเสนอข่าวอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอีก พร้อมสั่งให้ กสทช.แจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตการให้บริการอินเทอร์เน็ตเข้มงวดกวดขันกับผู้ใช้บริการ หากกระทำผิดให้ส่งให้ตำรวจดำเนินคดีต่อไป ซึ่งอาจเป็นการใช้อำนาจที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ม.35 วรรคสอง และ ม.36 ได้

จริง ๆ แล้วกฎหมายที่ใช้จัดการพวกปล่อยข่าวปลอมหรือการบิดเบือนข่าวนั้น สามารถใช้กฎหมายปกติดำเนินการได้อยู่แล้ว โดยนายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องออกเป็นข้อกำหนดมาให้เป็นที่ขุ่นเคืองของหลาย ๆ ฝ่าย อาทิ ใช้ ป.อ. เอาผิดฐานหมิ่นประมาทใน ม.326 โดยมีม.328 เป็นบทเพิ่มโทษที่ใช้กันบ่อย ๆ หรือเอาผิดพวกบอกเล่าความเท็จ ให้เลื่องลือจนเป็นเหตุให้ประชาชนตื่นตกใจตาม ม.384 ก็ยังได้ อีกทั้งยังมี ป.อ.แพ่งฯ ในหมวดของการ "ละเมิด" กำหนดเรื่องการหมิ่นประมาทไว้แล้วใน ม.423 เพื่อเรียกค่าเสียหายได้

นอกจากนั้น ยังมี พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับปี 2560 ม.14 ที่ใช้เอาผิดผู้ที่นำเข้าซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมหรือเป็นเท็จได้ ซึ่งก็มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับได้ อีกทั้ง กสทช. ก็มีกฎหมายของตนเองที่จะเอาผิดสื่อมวลชนที่เสนอข่าวบิดเบือนได้อยู่แล้ว ผ่านกลไกทางปกครองหรือศาล

ดังนั้น นายกรัฐมนตรี หรือ ศบค. ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องใช้อำนาจตาม ม.9 แห่ง พรก.ฉุกเฉินฯ มาปิดกั้นการทำหน้าที่เสนอข่าวสารของสื่อมวลชน และการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตของประชาชนเลย ทางออกที่เหมาะสมคือปรับปรุงข้อกำหนด ฉบับที่ 27 และ 29 เสียใหม่ โดยตัดทิ้ง ข้อ 11 และทบทวนหรือยกเลิกฉบับที่ 29 ออกไปเสีย ซึ่งไม่ทำให้กระบวนการเอาผิดผู้ที่บิดเบือนข้อมูลข่าวสารของรัฐเสียไป เพราะมีกฎหมายอื่นดูแลอยู่แล้วนั่นเอง


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘เจ้าแต้ว’ สุดาพร สีสอนดี เอาชนะ ซิมรานจิต คาอูร์ ด้วยคะแนน 5-0 ผ่านเข้าไปในรอบ 8 คนสุดท้าย

#เชียร์โอลิมปิกกับTHESTATESTIMES

ได้เฮกันแต่เช้า! ‘เจ้าแต้ว’ สุดาพร สีสอนดี นักมวยหญิงไทย ที่ลงทำการแข่งขันชกมวยในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ในรุ่นไลท์เวต 60 กก. สามารถเอาชนะนักชกจากประเทศอินเดีย ไปแบบสบายๆ

เจ้าแต้วลงดวลหมัดในรอบ 16 คนสุดท้ายเมื่อช่วงสายของบ้านเรา โดยพบกับ ซิมรานจิต คาอูร์ นักมวยหญิงจากอินเดีย ตลอด 3 ยก เป็นนักมวยหญิงไทยที่ทำผลงานได้ดีกว่า จนสามารถเอาชนะไปได้ด้วยคะแนน 5-0

เจ้าแต้วจะผ่านเข้าไปในรอบ 8 คนสุดท้าย เพื่อชิงเหรียญทองแดง โดยจะพบกับ แคโรไลน์ ดูบัวส์ นักชกสาวจากอังกฤษ ในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ เวลา 10.50 น. ตามเวลาประเทศไทย


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

วัคซีนไฟเซอร์ บริจาคโดยสหรัฐ 1.5 ล้านโดส ถึงไทยเรียบร้อย ด้าน ‘อนุทิน’ ขอบคุณ รัฐบาลสหรัฐอเมริกา มอบวัคซีนให้กับประเทศไทยเพื่อ ป้องกันโรคโควิด-19 ระบาด

วันนี้ (30 ก.ค. 64) สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กเพจ U.S. Embassy Bangkok ระบุว่า วัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 1.5 ล้านโดสที่บริจาคโดยสหรัฐฯ เดินทางถึงไทยแล้ว

ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหาร ได้เดินทางไปตรวจรับมอบวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 1.5 ล้านโดส ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาสนับสนุนให้ไทย เมื่อช่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมา

โดยนายอนุทิน กล่าวว่า ขอขอบคุณรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่ได้มอบวัคซีนให้กับประเทศไทยเพื่อป้องกันโรคระบาด ซึ่งการกระจายวัคซีนชุดนี้จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการด้านบริหารจัดการการให้บริการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วัคซีนไฟเซอร์ ทั้ง 1.5 ล้านโดส จะต้องเก็บภายใต้อุณหภูมิ -70 ถึง -90 องศาเซลเซียส เพื่อคงประสิทธิภาพของวัคซีน หลังจากนั้น จะกระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศตามแผนการฉีดที่กำหนดไว้

วัคซีนไฟเซอร์ที่สหรัฐฯ บริจาค จำนวน 1.54 ล้านโดส เดินทางถึงไทยแล้วในเช้าวันนี้ ขณะที่ สธ.เร่งเตรียมการเก็บรักษาและติววิธีผสมน้ำเกลือเนื่องจากเป็นวัคซีนเข้มข้น ระบุ 1 ขวด ฉีดได้ 6 คน

สำหรับวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 1.54 ล้านโดสนี้มีการจัดสรร ดังนี้

- บุคลากรการแพทย์ดูแลผู้ป่วยโควิดทั่วประเทศ 700,000 โดส

- กลุ่มเสี่ยง (ผู้สูงอายุ / ผู้มี 7 โรคเรื้อรัง อายุ 12 ปีขึ้นไป / หญิงตั้งครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป) ในจังหวัดระบาดสูง 645,000 โดส

- ชาวต่างชาติในไทย เน้นผู้สูงอายุ / มีโรคเรื้อรัง และผู้จำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ 150,000 โดส

- ทำการศึกษาวิจัย 5,000 โดส

- สำรองส่วนกลาง 40,000 โดส


ที่มา : https://www.facebook.com/usembassybkk/?_rdc=1&_rdr


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ILINK ลงนามสัญญา จ้างก่อสร้างสถานีไฟฟ้า 3 สถานี มูลค่า 531.70 ล้านบาท

ILINK ลงนามสัญญา จ้างก่อสร้างสถานีไฟฟ้า 3 สถานี  มูลค่า 531.70 ล้านบาท

นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ลงนามร่วมกับ นายนุกูล ตูพานิช รองผู้ว่าการก่อสร้างและบริหารโครงการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อก่อสร้างสถานีไฟฟ้า 3 สถานี ในนาม INTERLINK and AIT CONSORTIUM มูลค่า 531,700,000 บาท โดย INTERLINK เป็นผู้ก่อสร้าง สถานีไฟฟ้าสันทราย 1, จ.เชียงใหม่ และ สถานีไฟฟ้า จ.สุพรรณบุรี 2, รวมมูลค่าทั้งสิ้น 366,032,060 บาท สัญญาจ้างเลขที่ C.CST.040/2564 ลว. 30 กรกฎาคม 2564 กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 390 วัน 

รมช.แรงงาน 'นฤมล'​ ส่งทีมมอบข้าวกล่องให้บุคลากรทางการแพทย์ ส่งแรงใจสู้ภัยโควิด-19

(28 ก.ค.64)​ 'ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์'​ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง นอกจากพี่น้องแรงงานจะได้รับผลกระทบแล้ว ยังมีบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อรับมือกับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในวันนี้ได้มอบหมายให้ทีมงานนำข้าวกล่องไปมอบให้โรงพยาบาลบุษราคัม​ (โรงพยาบาลสนาม) สถาบันโรคทรวงอก และโรงพยาบาลศรีธัญญา เพื่อร่วมเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ให้ได้รับประทานอย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย รวมถึงเป็นกำลังในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 อีกด้วย          

รมช.แรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอบคุณในความเสียสละของทีมบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งถือเป็นด่านหน้าในการดูแลรักษาผู้ป่วย ทั้งโรงพยาบาลหลักและโรงพยาบาลสนาม ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการรักษา เฝ้าระวังอาการผู้ป่วย ตลอดจนควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไม่ให้ส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชนชาวไทย เพื่อร่วมกันนำพาประเทศไทยผ่านวิกฤติโควิด-19 ในครั้งนี้ไปด้วยกัน

 

"IWRM" นำน้ำดื่ม 2,400 ขวด พร้อมกับจิตอาสาทำดี นำต้นกล้า "ฟ้าทะลายโจร" ถวาย "หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์" เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์โควิด-19

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2564  ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี "นายยุทธพงษ์ เอี้ยงอ้าย" เลขานุการในหม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์  เป็นผู้แทน รับมอบน้ำดื่มจำนวน 2,400 ขวด จาก "นายธนวัฒน์ สันตินรนนท์" กรรมการผู้จัดการ บ.อินดัสเตรียล วอเตอร์ รีซอร์ท แมนเนจเม้นท์ จำกัด (IWRM) / นายวิเชษฐ์ เกตุแก้ว ผู้ประสานงานพื้นที่และชุมชน เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีชี), พร้อมด้วย สะพานบุญ นายโกสินธ์ จินาอ่อน บรรณาธิการบริหาร นสพ.สยามโฟกัสไทม์ ที่ปรึกษา สมาคมสื่อมวลชนเพื่อสังคม/ นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย / นายณัฐวุฒิ เหมือนเพชร ผอ.จังหวัดสมุทรปราการ (นสพ.สยามโฟกัสไทม์)เพื่อนำไปมอบส่งต่อยัง "นางสาวรุ่งนภา แก้วธรรม" ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นำไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เนื่องด้วยในปัจจุบันมีประชาชนที่ต้องกักตัว และผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิค-19 เป็นจำนวนมากที่ขาดแคลนน้ำดื่มบริโภค และเครื่องอุปโภค เพราะไม่สามารถออกนอกบ้านไปทำงานประกอบอาชีพได้ตามปกติ 

การได้รับน้ำดื่มในครั้งนี้ยังเป็นขวัญกำลังใจให้บุคลากรทุกภาคส่วน นำไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทย คนพิการ คนยากไร้ คนด้อยโอกาส หน่วยงานของรัฐ และแรงงานต่างด้าว ที่มีความจำเป็นต้องการน้ำดื่มบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์ เชื้อไวรัส covid-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้

ในท้ายนี้ "นางสาวรุ่งนภา แก้วธรรม" ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 ได้กล่าว สำนึกในพระเมตตากรุณา ของ "หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์" ที่ทรงห่วงใยพสกนิกร ทรงเล็งเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นแก่พสกนิกรชุมชนเล็ก ๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ ทั้งนี้ได้กล่าวขอบคุณคณะผู้ประกอบการ และสะพานบุญทุกท่าน ที่เล็งเห็นความสำคัญของคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในเรื่อง "น้ำดื่ม" เพื่อการบริโภค ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบัน "น้ำดื่ม" ถือเป็นสิ่งสำคัญและหัวใจหลักในการดำรงชีวิตที่จะขาดมิได้ และจะนำ "น้ำดื่ม" ที่รับมอบมานี้ นำไปจัดสรรให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ต่อไป

หลังจากนั้น "นายยุทธพงษ์ เอี้ยงอ้าย" เลขานุการในหม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ เป็นผู้แทน รับมอบถวาย "ต้นกล้าฟ้าทะลายโจร" จาก "อ.นลินรัตน์ ไตรยศ" เพาะปลูกใน"ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง" โครงการในอุปถัมภ์ฯสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย เพื่อขยายพันธุ์ต่อยอด และ มอบให้กับพสกนิกรนำไปใช้เป็นยารักษาโรคเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อไปในภายหน้า

มหาวิทยาลัยรามคำแหง ประกาศให้ทุนการศึกษา จำนวน 100 ทุน แก่นักศึกษาปัจจุบันและผู้สมัครนักศึกษาใหม่ ที่บิดา-มารดา เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 โดยให้เรียนฟรี 1 ปีการศึกษา เพื่อช่วยเหลือและให้โอกาสทางการศึกษาในเบื้องต้น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทำให้มีผู้ได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีนักเรียนนักศึกษาจากหลายครอบครัวที่ต้องสูญเสียบิดามารดาจากโรคดังกล่าว จนมีผลกระทบต่อการศึกษา มหาวิทยาลัยวิทยาลัยรามคำแหง จึงขอมีส่วนร่วมในการดูแลและช่วยเหลือในเบื้องต้นแก่นักศึกษาที่สูญเสียบิดามารดาจากโรคโควิด-19 โดยมหาวิทยาลัยจะให้ทุนการศึกษา เรียนฟรี 1 ปีการศึกษา (ปีการศึกษา 2564) แก่นักศึกษาปัจจุบันและผู้สมัครเป็นนักศึกษาใหม่ เป็นจำนวน 100 ทุนการศึกษา

"ทั้งนี้เพื่อให้นักศึกษาเหล่านี้มีโอกาสได้เรียนต่อโดยไม่หยุดชะงัก ซึ่งการให้ทุนการศึกษาครั้งนี้ เป็นมาตรการที่เพิ่มเติมจากการลดค่าเล่าเรียน 50% ของมหาวิทยาลัย ตามนโยบายของรัฐบาลและของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ และหากมีผู้ได้รับความเดือนร้อนมากเกินกว่าจำนวนทุนการศึกษาที่กำหนดในข้างต้น มหาวิทยาลัยก็จะพิจารณาจัดสรรทุนการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป"

สำหรับนักศึกษาที่ได้รับความเดือนร้อนในกรณีดังกล่าว สามารถยื่นความจำนงขอรับทุนการศึกษาได้ที่ งานแนะแนวจัดหางานและทุนการศึกษา กองกิจการนักศึกษา ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป รายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0-2310-8080


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'ธรรมนัส' เผย 'สมาคมมูลนิธิอินเดีย' จับมือพปชร. มอบเครื่องอุปโภค -บริโภค ช่วยปชช.บรรเทาเดือดร้อนจากโควิด

(29 ก.ค. 64) ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉิน พรรคพลังประชารัฐ (ศปฉ.พปชร.) เปิดเผยว่า...

ตนเป็นตัวแทนพรรคพปชร. รับมอบเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และหน้ากากอนามัย จากนายปินเดอร์ สิงมาดาน กรรมการบริหารสมาคมมูลนิธิอินเดียแห่งประเทศไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่พบเป็นคลัสเตอร์ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ใช้ดำรงชีพในระหว่างการกักตัวในที่อยู่อาศัยของตนเองรวมถึงในพื้นที่ศูนย์พักคอยในแต่ละพื้นที่ตามมาตรการทางสาธารณสุข เพื่อให้ผู้ติดเชื้อมีสถานที่ดูแลซึ่งจะจำกัดวงการแพร่ระบาดได้มากขึ้น

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างศปฉ.พปชร. และสมาคมมูลนิธิอินเดียแห่งประเทศไทย มีเป้าหมายเดียวกันคือ เดินหน้าช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนทั้งคนไทยและคนไทยเชื้อสายอินเดีย ที่ตั้งถิ่นฐานและประกอบธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนมาก เพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ให้ทั่วถึงได้มากที่สุด

โดยสมาคมมูลนิธิอินเดียฯ เป็นองค์กรที่มีสมาชิกมากที่สุด และเป็นศูนย์กลางการประสานงานของสมาคมอินเดียอีกหลายสมาคม ซึ่งดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั้งในรูปแบบการบริจาคและสนับสนุน ร่วมถึงการประสานช่วยเหลือผู้ป่วยในการเข้าสู่ระบบสาธารณสุข เพื่อให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติร่วมกันในครั้งนี้


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

สหรัฐฯ กำลังส่งวัคซีนต้านไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ให้ไทยและกัมพูชา ในขณะที่รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน เดินหน้ากระจายเสบียงวัคซีนของอเมริกาไปทั่วโลก ตามรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก สื่อมวลชนสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี (29 ก.ค.)

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้างเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งเปิดเผยว่า วัคซีนของบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ 1.5 ล้านโดส เดินทางออกจากสหรัฐฯ มุ่งหน้าสู่ไทยในวันพุธ (28 ก.ค.) และคาดหมายว่าจะถึงจุดหมายปลายทางในวันศุกร์ (30 ก.ค.)

นอกจากนี้แล้ว วัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน จำนวน 1.06 ล้านโดส กำลังถูกลำเลียงทางอากาศมุ่งหน้าสู่กัมพูชา ส่วนหนึ่งในโครงการโคแว็กซ์ โดยวัคซีนเหล่านั้นจะเดินทางถึงกัมพูชาแยกกัน 2 เที่ยวบิน ในวันศุกร์ (30 ก.ค.) และวันเสาร์ (31 ก.ค.)

รัฐบาลของไบเดน สหรัฐฯ ตั้งเป้าบริจาควัคซีนอย่างน้อย 580 ล้านโดสไปทั่วโลก และเบื้องตันได้บรรลุเป้าหมายเร่งด่วนในการบริจาควัคซีนของไฟเซอร์ โมเดอร์นา อิงค์และจอห์นสันแอนด์จอห์นสันแก่ประเทศต่าง ๆ ให้ได้ 80 ล้านโดสภายในเดือนมิถุนายน

ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ยังได้สั่งซื้อวัคซีนของไฟเซอร์เพิ่มอีก 500 ล้านโดส สำหรับบริจาคให้ต่างชาติ เริ่มในเดือนหน้า โดยประธานาธิบดีไบเดน ยกระดับความช่วยเหลือด้านวัคซีนแก่นานาชาติ หลังอุปสงค์ในสหรัฐฯ เริ่มเบาบางลง

รัฐบาลสหรัฐฯ เน้นย้ำว่าวัคซีนที่แบ่งปันไปนั้นไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ สำหรับผู้รับ และพวกเขามีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก


ที่มา : https://mgronline.com/around/detail/9640000073973

https://www.bloomberg.com/news/articles/2021-07-28/u-s-sending-2-5-million-vaccine-doses-to-thailand-and-cambodia


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“ทิพานัน” ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สอบแก๊งรับจ้างจัดฉากแกล้งตายบนถนน สร้างความตื่นตระหนก พร้อมสาวให้ถึงผู้อยู่เบื้องหลัง ทำเป็นขบวนการหรือไม่ ชี้มีความผิดถึงคุกสูงสุด 5 ปี ปรับ 100,000 บาท เตือนประชาชนตกเป็นเครื่องมือ วอนอย่ารีบแชร์ ห่วงเยาวชนเลียนแบบ

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีโลกออนไลน์แชร์ภาพจับผิดการจัดฉากภาพผู้เสียชีวิตนอนริมถนน ภาพคนล้มบนถนนเพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นผลกระทบจากโควิด-19 และเมื่อได้ประสานงานให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก็พบว่าบางกรณีน่าสงสัยว่าเป็นการรับจ้างไปนอนล้มในสถานที่ต่าง ๆ เพื่อถ่ายภาพและส่งคลิป ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการสร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคม ซ้ำเติมวิกฤต ทำลายขวัญและกำลังใจของพี่น้องประชาชน เพิ่มภาระแก่เจ้าหน้าที่และเสียเวลาช่วยชีวิตผู้ป่วยที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือ

ดังนั้น จึงต้องเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องทั้งขบวนการ คือ ผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้าง และผู้นำเข้าข้อมูลในสื่อโซเชียลที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อ 11 แห่งข้อกำหนดฉบับที่ 27 เรื่องมาตรการเพื่อไม่ให้มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอันทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท และความผิดตามมาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนโดยทุจริต ข้อมูลอันเป็นเท็จที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ แล้วแต่พฤติการณ์

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า ขอฝากเตือนพี่น้องประชาชนที่พบเห็นภาพในลักษณะดังกล่าว ขอให้หยุดคิดและตรวจสอบที่มาที่ไปของแหล่งข้อมูลที่นำภาพและคลิปมาเผยแพร่ก่อนรีบส่งต่อ ซึ่งอาจตกเป็นเครื่องมือในการสร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย บั่นทอนกำลังใจของผู้ปฏิบัติหน้าที่ ที่น่าเป็นห่วงคือเยาวชน อาจเกิดการลอกเลียนแบบพฤติกรรมนี้ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

“กลุ่มขบวนการ ‘เด็กเลี้ยงแกะ’ ที่สร้างภาพสร้างสถานการณ์นั้น ขอให้คำนึงถึงความเป็นคน เลิกการกระทำดังกล่าวเสีย เพราะในสถานการณ์วิกฤตโควิดแบบนี้ ทุกวินาทีมีค่าต่อชีวิตผู้ป่วยที่รอคอยความช่วยเหลือ หากเจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลากับการตรวจสอบเรื่องโกหกหรือข่าวปลอม หลายชีวิตอาจจะได้รับการช่วยเหลือไม่ทันเวลา ได้โปรดเห็นแก่ชีวิตมนุษย์” น.ส.ทิพานัน กล่าว


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top