Wednesday, 10 June 2026
NEWS FEED

‘กลุ่มทะลุฟ้า’ บุก ปชป. จี้ถอนตัว ทั้งปาสีใส่ป้ายพรรค เผาหุ้น ‘ประยุทธ์’ ด้าน ‘ปูน ทะลุฟ้า’ อัดพรรคแมลงสาปไม่เคยยืนข้างปชช. เลือกตั้งครั้งหน้ารับรองตายยกรัง ได้พักยาวแน่ ด้านโฆษกปชป.  เดือด หลังพบพรรคถูกพังเละ

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. เวลา 13.10 น. ที่หน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มทะลุฟ้า เดินทางมา ยื่นหนังสือถึงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้ถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากสน.บางซื่อ มาคอยดูแลรักษาความปลอดภัย โดยไม่มีเจ้าหน้าที่พรรคมารับหนังสือ เนื่องจากเป็นช่วงเวิร์กฟอร์มโฮม

ทั้งนี้เกิดความชุลมุนขึ้นเล็กน้อย เมื่อมีชายไม่ทราบฝ่าย ประมาณ 2 ราย เข้ามากล่าววาจายุยง ก่อนวิ่งหนี โดยสมาชิกกลุ่มทะลุฟ้า และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการล้อมไว้ โดยแกนนำทะลุฟ้า ขอให้ประชาชนใจเย็น เราจะไม่ทำให้เกิดความรุนแรง ก่อนกลุ่มทะลุฟ้า มุ่งหน้าไปที่ป้ายพรรค

โดยนายนวพล ต้นงาม หรือ ‘ไดโน่ ทะลุฟ้า’ กล่าวบนรถเครื่องเสียงที่นำมาจอดบริเวณทางเข้าพรรค ว่า ป้ายข้างหน้า คือป้ายพรรคประชาธิปัตย์ เรามาปาป้ายพรรค แต่ป้ายข้างบนที่อยู่เหนือขึ้นไป อย่าไปทำ เราจะปาแต่ป้ายประชาธิปัตย์เท่านั้น เราจะราดเลือด ที่คุณไม่เคยเห็นหัว เลือดประชาชนที่ตายทุกวัน นี่อาจจะเป็นเลือดของพ่อแม่คุณ ที่ฉีดซิโนแวคแล้วตาย ประชาชนตายทุกวัน ยังนิ่งเฉย เพราะพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลไม่เคยเห็นหัวประชาชนที่ตายทุกวันจากโรคโควิด ถ้าคุณดี เราคงไม่ทำแบบนี้ นี่คือการแสดงสัญลักษณ์ว่าเราไม่เอาแล้ว นี่คือความไม่พอใจของประชาชน คุณต้องมีวิธีการจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพ mRNA  และขอฝากถึง พรรคประชาธิปัตย์ ถ้ายังสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เจอกูทะลุฟ้า วันนี้เราต้องการให้หัวหน้าพรรคมารับหนังสือกับเรา เขาก็ไม่มา

จากนั้น กลุ่มทะลุฟ้า ได้พากันปาสีแดง ที่ใช้เป็นสัญญาลักษณ์แทนเลือด ใส่ป้ายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ และป้ายผ้ารูปนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรค พร้อมทั้งปาสีใส่อาคารมูลนิธิควง อภัยวงศ์ และติดกระดาษเอสี่ คำว่า ‘ค_ย’ พร้อมทั้งเผาหุ้น พล.อ.ประยุทธ์ ที่ติดสติ๊กเกอร์ คำว่า ‘พลังประชารัฐปัตย์’ ซึ่งมีโลโก้พรรคพลังประชารัฐและพระแม่ธีณีฯ อยู่ด้วย และหนังสือที่จะยื่นให้กับพรรคประชาธิปัตย์

นอกจากนั้นนายธนพัฒน์ กางเป็ง หรือ ‘ปูน ทะลุฟ้า’ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่ก่อตั้งพรรคมา ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนเลย ที่พรรคอยู่เคียงข้างประชาชน คนจึงเรียกว่าพรรคแมลงสาป เพราะทุกครั้งบอกไม่อยู่ข้างเผด็จการ แต่หลังเลือกตั้ง ก็เห็นว่ารับใช้เผด็จการมาโดยตลอด 

'รับบทขจัดทักษิณมาตลอด 20 ปี เขาอ่านเกมออกกันแล้ว เตรียมตัวนะ ในเมื่อรับบทรับใช้เผด็จการ ประชาธิปไตยของประชาธิปัตย์จะต้องหักแน่นอน ไม่มีใครเลือกคุณ พรรคแมลงสาปอย่าคิดว่าจะอยู่รอด ประชาชนนี่แหละ จะทำให้คุณตายยกรัง รับรองเลือกตั้งครั้งหน้า ประชาธิปัตย์จะพักยาว’ นายธนพัฒน์  กล่าว

ทั้งนี้ ภายหลังจากกลุ่มทะลุฟ้าได้เดินทางกลับไปแล้ว นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกฎหมายพรรค ได้เข้าตรวจสอบความเสียหายที่ทำการพรรค โดยได้กล่าวว่า การแสดงออกของผู้ชุมนุมมกลุ่ม "ทะลุฟ้า" ที่ได้เดินทางมายังพรรคประชาธิปัตย์ ต้องบอกว่าไม่ใช่การเดินทางมาชุมนุมโดยสงบ การเดินทางมาครั้งนี้ได้มีการทำลายทรัพย์สินของพรรคให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก การปาสีใส่ทรัพย์สินของพรรคไม่ว่าจะเป็นป้ายหน้าพรรค ฝาผนัง กระจก ทุกอย่างเกิดความเสียหาย

นี่ไม่ใช่การแสดงเชิงสัญลักษณ์ที่อยู่ในกรอบของกฎหมาย เป็นการกระทำที่เกินกรอบของกฎหมายบ้านเมือง การมาเพื่อพูดคุย ปราศรัย สามารถทำได้ พรรคพร้อมรับฟังทุกเรื่อง แต่ไม่ใช่มากระทำการทำลายทรัพย์สินของพรรคแบบนี้ อยากถามกลุ่มผู้ชุมนุมเหมือนกันว่าวันนึงถ้ามีคนมาทำลายข้าวของในบ้านคุณ คุณจะยอมหรือไม่ พรรคมีความจำเป็นต้องแจ้งความดำเนินคดี อันเนื่องมาจากการทำลายทรัพย์สินของพรรคให้เกิดความเสียหาย บ้านเมืองมีกฎหมาย เรื่องนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อบังคับใช้กฎหมายให้เกิดความศักดิ์สิทธิต่อไป


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

Our World in Data ระบุว่า มาเลเซียได้กลายเป็นประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นอันดับ 8 ของโลก และสูงที่สุดในเอเชีย

ข้อมูลล่าสุดจาก Our World in Data ระบุว่า มาเลเซียได้กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่รุนแรงที่สุดในโลก โดยเกณฑ์ค่าเฉลี่ย 7 วันของจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในมาเลเซียอยู่ที่ 483.72 คนต่อจำนวนประชากร 1 ล้านคนเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (28 ก.ค.) ซึ่งสูงเป็นอันดับ 8 ของโลก และสูงที่สุดในเอเชีย

ขณะเดียวกัน เกณฑ์ค่าเฉลี่ย 7 วันของจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในมาเลเซียอยู่ที่ 4.90 คนต่อจำนวนประชากร 1 ล้านคนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (27 ก.ค.) ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 19 ของโลก และสูงสุดเป็นอันดับ 3 ในเอเชีย

ทั้งนี้ Our World in Data เป็นหน่วยงานที่ร่วมมือกับทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และ Global Change Data Lab ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไรของอังกฤษ

ที่ผ่านมานั้น รัฐบาลมาเลเซียพยายามทุกวิถีทางที่จะลดจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมได้ แม้รัฐบาลได้บังคับใช้มาตรการที่เข้มงวดหลายด้าน ซึ่งรวมถึงการล็อกดาวน์และประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศก็ตาม

นายโจชัว เคอร์ลันท์ซิค นักวิเคราะห์ด้านการเมืองเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของสภาวิเทศสัมพันธ์มาเลเซียกล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้มาเลเซียไม่สามารถรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนทำให้สถานการณ์แย่ลงนั้น มาจากความไม่แน่นอนทางการเมือง นับตั้งแต่ 'นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด' ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเหนือความคาดหมายในเดือนก.พ.ปีที่แล้ว ซึ่งเปิดทางให้ 'นายมูห์ยิดดิน ยัสซิน' เข้ามาจัดตั้งรัฐบาลผสมซึ่งแต่ละพรรคมีความเห็นที่ไม่สอดคล้องกัน

มูดี้ส์ อนาไลติคส์ ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจมาเลเซียในปี 2564 ลงสู่ระดับ 4.7% จากระดับ 5.6% หลังมาตรการจำกัดการเดินทางได้ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นผลพวงจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา

ทางด้านธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของมาเลเซียในปี 2564 สู่ระดับ 5.5% จากระดับ 6% โดยระบุว่าการที่รัฐบาลมาเลเซียประกาศขยายระยะเวลาใช้มาตรการล็อกดาวน์ในไตรมาส 2/2564 นั้น คาดว่าจะส่งผลให้อุปสงค์ภายในประเทศได้รับแรงกดดันอีกครั้ง


ที่มา : https://www.infoquest.co.th/2021/111433


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ทบ. เดินหน้านำทรัพยากรช่วยประชาชน จัดเที่ยวบินที่ 3 เครื่องบิน C-295 สานต่อภารกิจบินส่งผู้ป่วยโควิดกลับบ้าน จ.น่าน และส่งโดยรถยนต์อีก 136 คนไป จ.พิษณุโลก ตาก พิจิตร

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบกสานต่อภารกิจใช้อากาศยานนำส่งผู้ป่วยโควิด (กลุ่มสีเขียว) กลับภูมิลำเนาด้วยเครื่องบินลำเลียงแบบ C-295 อีก 1 เที่ยวบิน ในเส้นทาง กทม. - จังหวัดน่าน โดยนำผู้ป่วยจำนวน 24 คน เดินทางจาก ฝูงบิน กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก เขตดอนเมือง เวลา 10.00 น. ไปยังปลายทางคือท่าอากาศยานน่านนคร จ.น่าน ภายใต้มาตรฐานเวชศาสตร์การบิน และมาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ COVID-19 ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 3 โดยมณฑลทหารบกที่ 38 ซึ่งเป็นส่วนรับผู้ป่วยปลายทาง ได้จัดรถบัสพร้อมรถพยาบาลและทีมแพทย์จาก รพ.ค่ายสุริยพงษ์ นำผู้ป่วยส่งต่อเข้าสู่ระบบการรักษา โดยได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน และ รพ.น่าน เพื่อบริหารจัดการดูแลผู้ป่วยต่อไป

การลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศกลับภูมิลำเนาในวันนี้ นับเป็นการใช้เครื่องบินของกองทัพบกในการส่งผู้ป่วย เป็นเที่ยวบินที่ 3 แล้วหลังจากที่กองทัพบกได้นำเครื่องบินลำเลียงแบบ C-295  พร้อมทีมแพทย์เวชศาสตร์การบิน ทำการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย COVID-19 ที่ไม่มีอาการ(สีเขียว) จำนวน 40 คน 2 เที่ยวบิน จาก กทม.ปลายทางสนามบินนครพนม ซึ่งภารกิจดังกล่าวเป็นไปด้วยความราบรื่น ผู้ป่วยทุกรายถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ไม่มีอาการผิดปกติอีกทั้งผู้ป่วยได้แสดงความขอบคุณกองทัพบกและเจ้าหน้าที่ทุกส่วนที่ช่วยประสานงานและอำนวยความสะดวกการเดินทางจนได้กลับถึงบ้านอย่างเรียบร้อย

นอกจากนี้ ในวันนี้กองทัพบกยังได้จัดรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่ เดินทางไปส่งผู้ป่วยโควิด(สีเขียว)กลับภูมิลำเนาในพื้นที่ภาคเหนืออีก 3 จังหวัด อีก 136 คน ภายใต้การอำนวยการประสานการปฏิบัติของกองทัพภาคที่ 3 และกรมการขนส่งทหารบก คือ จังหวัดพิษณุโลก 96 คน ,จังหวัดพิจิตร 33 คน และจังหวัดตาก 7 คน

สำหรับภารกิจการนำส่งผู้ป่วยติดเชื้อสีเขียวกลับภูมิลำเนา ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และกองทัพบกได้ใช้ศักยภาพของยุทโธปกรณ์ที่มีประจำการ อาทิ เครื่องบินลำเลียงแบบ C-295 รถยนตร์โดยสารขนาดใหญ่รถยนต์ปิ๊กอัพ รถพยาบาล เข้าสนับสนุนการดูแลประชาชนในภารกิจดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกำลังพิจารณานำอากาศยานประเภทอื่นที่มีความเหมาะสมมาเสริมการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการส่งผู้ป่วยกลับภูมิลำเนาให้มากขึ้น เป็นการย้ำถึงเจตนารมณ์ของ พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบกในการนำทรัพยากรที่มีอยู่และยุทโธปกรณ์ของกองทัพบกมาใช้อย่างเต็มที่ เพื่อยืนหยัดดูแลช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 และในทุกสถานการณ์

สำหรับผู้ป่วยที่มีความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือในการเดินทางกลับภูมิลำเนา สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ประสานงานต้านภัยโควิด-19 กองทัพบก โทร 02-2705685-9 ตลอด 24 ชม.

เจ้าหน้าที่ ‘กู้ชีพนฤบดินทร์’ สวมชุด PPE พร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือ ได้เดินเท้ากว่า 2 กิโลเมตร ไปช่วยยายวัย 98 ปี ติดเชื้อโควิด อยู่ลำพังในบ้าน เพื่อส่งรักษาที่โรงพยาบาล

‘คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี’ โพสต์ชื่นชมเจ้าหน้าที่ ‘กู้ชีพนฤบดินทร์’ สวมชุด PPE พร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือ ได้เดินเท้ากว่า 2 กิโลเมตร ไปช่วยยายวัย 98 ปี ติดเชื้อโควิด อยู่ลำพังในบ้าน เพื่อส่งรักษาที่โรงพยาบาล

ไม่นานมานี้ เพจ ‘คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital’ ได้โพสต์ขณะที่เจ้าหน้าที่สวมชุด PPE เข้าไปช่วยเหลือยายวัย 98 ปี ที่ติดเชื้อโควิด และอาศัยอยู่ในบ้านเพียงคนเดียว โดยทางเพจระบุข้อความว่า...

‘ความหวัง’ ต้องไม่สิ้นหวัง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ขอแสดงความชื่นชมต่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถของนักฉุกเฉินการแพทย์สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์

ที่ได้เข้าช่วยเหลือคุณยายวัย 98 ปี ที่ได้รับเชื้อโควิด-19 และมีคนภายในครอบครัวติดเชื้อ เหลือเพียงคุณยายที่อาศัยในบ้านเพียงลำพัง ทำให้มีอาการหายใจเหนื่อยหอบ อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้ ให้ได้มีโอกาสจากความหวัง

จากความพยายามในการเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ของ ‘กู้ชีพนฤบดินทร์’ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องสวมชุด PPE พร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือ โดยการเดินเท้ากว่า 2 กิโลเมตร ทางเข้าเป็นบ่อกุ้งติดคันดิน ทำให้มีความยากลำบากในการเข้ารับตัว เพื่อให้เข้ามาได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นผลสำเร็จ ในขณะนี้คุณยายได้รับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างปลอดภัยแล้ว


ที่มา : https://www.facebook.com/ramathibodi/posts/10158466793782634


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ย้อนเส้นทางชีวิตนักวิ่งความหวังโอลิมปิกของไทย ‘คีริน ตันติเวทย์’

เย็นนี้มีไฮไลต์โอลิมปิกเกมส์ให้คนไทยได้ลุ้นกันอีกแล้ว เมื่อ คีริน ตันติเวทย์ นักวิ่งลูกครึ่งไทย-อเมริกัน จะเป็นตัวแทนนักวิ่งไทย ลงทำการแข่งขันกรีฑาในประเภทวิ่ง 10,000 เมตร

กล่าวถึงคีริน นี่เป็นโอลิมปิกเกมส์ ‘ครั้งแรก’ ของเจ้าตัว ที่ผ่านมา เขาสร้างผลงานให้แฟนกีฬาชาวไทยได้รู้จัก จากมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2019 ซึ่งงานนั้นเจ้าตัวสามารถคว้า 2 เหรียญทอง จากการวิ่งระยะ 5,000 และ 10,000 เมตร

แต่หากย้อนกลับไปไกลกว่านั้น เมื่อสมัยที่เจ้าตัวยังเป็นนักศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา คีรินเคยสร้างความฮือฮาในการแข่งขันวิ่ง จนเป็นที่จดจำ เมื่อเจ้าตัวลงแข่งในรายการ Indoor Ivy Heptagonal Championships แต่เกิดอุบัติเหตุรองเท้าหลุดขณะทำการแข่งขัน ถึงอย่างนั้น เจ้าตัวก็ยังสวมหัวใจสิงห์ วิ่งด้วยรองเท้าข้างเดียว เข้าเส้นชัยเป็นที่ 1 จนได้

ปัจจุบันคีรินเป็นนักวิ่งในสังกัดทีม Bowerman Track Club (BTC) ทีมกรีฑาชื่อดังในสหรัฐอเมริกา และการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ เจ้าตัวก็หมายมั่นปั้นมือ อยากทำผลงานคว้าเหรียญรางวัลให้กับประเทศไทยให้ได้

วันนี้ เวลา 18.30 น. ตามเวลาประเทศไทย มาร่วมเป็นกำลังใจให้หนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกันคนนี้กัน ไม่แน่ว่า เขาอาจสร้างเซอร์ไพรส์อีกครั้งก็เป็นได้!


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ทุกคนทนไม่ไหวแล้ว ผมก็ทนไม่ไหว

30 ก.ค. 64 นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ทุกคนทนไม่ไหวแล้ว ผมก็ทนไม่ไหวครับ

อย่างแรก

“การขอประสานเรื่องรักษาโควิด กรุณาโทรตามเบอร์ที่ให้ไป ถ้าโทรไม่ติดกรุณาส่งไลน์ จะมีเจ้าหน้าที่ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมง”

บางคนโทรอย่างเดียว ไม่ยอมไลน์ โทรไม่ติด เข้าเน็ตมาด่าผู้ว่าได้ แต่ไม่ส่งไลน์ตามช่องทางที่ให้ไว้ พอยอมไลน์ปุ๊บก็ได้รับการติดต่อ กลายเป็นว่าท่านเสียเวลาเองกับการเข้ามาด่าผม คนในครอบครัวของท่านจะได้รับการช่วยเหลือช้าลง

**ก่อนส่งไลน์ท่านกรุณาตรวจสอบกันก่อนนะครับว่าถูกต้องหรือไม่**

1.) อำเภอเมืองฯ https://lin.ee/vxCKayq

2.) อำเภอบ้านแพ้ว https://lin.ee/1QwvG51

3.) อำเภอกระทุ่มแบน https://lin.ee/xh5TXarf

บางท่านแจ้งว่าไลน์แล้วไม่ตอบ มีหลักฐานแคปแชท แต่เมื่อตรวจสอบให้ พบว่าส่งข้อความไปไลน์เก่าที่เราไม่ได้ใช้แล้ว

ข้อนี้ไม่โทษกัน แต่ขอให้ช่วยบอกต่อข้อมูลกันด้วยนะครับ ขอให้ท่านช่วยส่งข้อมูลครบถ้วนในครั้งเดียว อย่าคอยถามตอบกับเจ้าหน้าที่ทีละอย่าง เพราะกว่าจะวนมาตอบได้แต่ละครั้ง ยิ่งทำให้ทุกอย่างล่าช้าไปอีก จะวิจารณ์ผมก็ไม่ว่ากัน แต่เห็นแก่คนที่ท่านรักเถิดครับ ไปทำตามขั้นตอนกันก่อน (ในที่นี้ยกเว้นผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ เช่น ใช้เน็ตไม่เป็นนะครับ ทุกคนช่วยหาทางออกให้อยู่)

อย่างที่สอง

“อย่าส่งข้อความมาใน inbox เพจผม”

ย้ำอีกครั้ง ไม่มีเจ้าหน้าที่ตอบ เพราะผมระดมไปไว้ตามช่องทางหลักหมดแล้ว ไม่ใช่ว่าเจ้ายศเจ้าอย่าง หรือละเลยท่าน ถ้าเรามีเจ้าหน้าที่เพียงพอ ผมพร้อมจะคอยช่วยเหลือเต็มที่ทุกช่องทาง แต่ยอมรับว่าตอนนี้กำลังคนของเรามีเท่านี้ครับ ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอใช้ช่องทางไลน์ที่แจ้งไปเป็นหลัก

อย่างที่สาม

“อย่าออกจากบ้านถ้าไม่จำเป็น ถ้าจำเป็นกรุณาป้องกันตัว”

ผมไม่พูดถึงผู้ที่จำเป็นต้องหารายได้ หรือมีภารกิจเลยนะครับ แต่เมื่อคืนบางคนยังจับกลุ่มกินเหล้าสังสรรค์ จัดงานปาร์ตี้กันอยู่เลย บางคนยังไปโน่นมานี่ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมขอเปลี่ยนกำลังใจที่ท่านเขียนส่งให้หมอพยาบาล เป็นการดูแลตัวเองอย่างเต็มที่เถิดครับ ดูแลตัวเองยังไม่พอ ต้องดูแลเพื่อนและคนที่เรารู้จักด้วย ความสนุกสนานของบางคน กำลังทำลายความตั้งใจของคนอื่นที่เขาเสียสละอยู่บ้าน และทำให้บุคลากรของเราเหนื่อยมากขึ้นครับ


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ฉีดต่อเนื่อง ครั้งที่ 25 “นทพ.” ฉีดวัคซีนให้กำลังพล บก.ทท. ที่สนับสนุน สธ. และ กทม. ในการแก้ไขปัญหาโรคโควิด-19

พลเอก นเรนทร์  สิริภูบาล ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ผบ.นทพ.) สั่งการให้ สำนักงานสนับสนุน หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (สสน.นทพ.) ดำเนินการ สนับสนุนกระทรวงสาธารณสุข ในการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แบบปูพรมทั่วประเทศ โดยนำวัคซีนที่ได้รับการจัดสรรจาก สธ. รวมทั้งวัคซีนที่ได้รับตามแผนการแจกจ่ายและกระจายวัคซีนของกระทรวงกลาโหม มาบริการฉีดให้แก่กำลังพลของกองบัญชาการกองทัพไทย, บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ กทม. ในช่องทาง "นัดหมายผ่านองค์กร" ณ จุดให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 อาคารอเนกประสงค์ นทพ. 

ซึ่งเป็นจุดให้บริการฉีดวัคซีนที่ ผบ.นทพ. ได้สั่งการให้ สสน.นทพ. จัดบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ของหน่วยใน นทพ. เป็นผู้ดำเนินการ และได้เปิดให้บริการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ในวันนี้เป็นการให้บริการฉีด ครั้งที่ 25 เป็นการฉีดแบบสลับชนิด (เข็มที่ 1 SINOVAC เข็มที่ 2 AstraZeneca) ให้กับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ประจำจุดให้บริการฉีดวัคซีน COVID-19 นทพ., กำลังพลของกองบัญชาการกองทัพไทยที่จัดสนับสนุนการดูแลช่วยเหลือผู้ป่วย ณ รพ.บุษราคัม และชุดควบคุมแคมป์คนงานในพื้นที่เขตลาดกระบัง

 เพื่อให้กำลังพลที่ออกปฏิบัติงานตามนโยบายและการสั่งการของ ศบค. และ ศปม. ในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโรคโควิด-19 ของ สธ. และ กทม. สามารถปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย รวมทั้งเป็นการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด ตลอดจนลดความรุนแรงของโรคหากมีการติดเชื้อ รวมจำนวนวัคซีนที่จุดให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 นทพ. ดำเนินการฉีดแล้วทั้งสิ้น 10,450 โดส

ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขในการกระจายวัคซีนตามนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ได้ประกาศให้การฉีดวัคซีนเป็น "วาระแห่งชาติ" เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประเทศไทยของเรา

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลท้องถิ่นจ่ายเงินให้กับประชาชนที่ตัดสินใจเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 และออกกฎข้อบังคับใหม่สำหรับพนักงานของรัฐ โดยจะต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนหรือใช้มาตรการควบคุมโรคอื่น ๆ

ไบเดน เรียกร้องให้รัฐ ดินแดน และรัฐบาลท้องถิ่นเสนอเงิน 100 ดอลลาร์เพื่อมอบให้กับชาวอเมริกันที่เตรียมเข้ารับการฉีดวัคซีน ซึ่งจากถ้อยแถลงของกระทรวงการคลัง เงินดังกล่าวจะได้รับการจัดสรรจากกองทุนบรรเทาโรคระบาดมูลค่า 3.5 แสนล้านดอลลาร์ สำหรับรัฐบาลระดับรัฐ และระดับท้องถิ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผน American Rescue Plan ที่ผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรสเมื่อต้นปีนี้

พนักงานทุกคนที่ได้รับการว่าจ้างจากรัฐบาลกลางของสหรัฐ จะต้องแสดงหลักฐานว่าพวกเขาได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 หรือต้องปฏิบัติตามระเบียบการด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดอย่างเคร่งครัด อาทิ การตรวจหาเชื้ออย่างสม่ำเสมอ การสวมใส่หน้ากากอนามัย และการจำกัดการเดินทาง

ในความพยายามที่จะโน้มน้าวใจให้ผู้ที่ยังไม่เต็มใจรับการฉีดวัคซีนเปลี่ยนใจนั้น ปธน.ไบเดนกล่าวที่ทำเนียบขาวว่า

“ผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนที่เสียชีวิตจากโควิด-19 ถือเป็นโศกนาฏกรรมของอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน และกำลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากติดเชื้อไวรัส ผู้คนกำลังล้มตาย และผู้คนที่ไม่สมควรต้องตายก็จะตายลงเช่นกัน แต่ถ้าคุณออกไปข้างโดยได้รับวัคซีนป้องกันเรียบร้อยแล้ว คุณก็จะไม่ต้องตาย”

นอกจากนี้ ไบเดน ยังได้สั่งให้กระทรวงกลาโหมพิจารณาเพิ่มข้อบังคับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในรายการวัคซีนที่จำเป็นสำหรับสมาชิกในกองทัพด้วย

ขณะเดียวกัน ยังได้มีการขยายสิทธิ์การลาโดยได้รับค่าจ้างสำหรับพนักงานที่ใช้วันหยุดเพื่อพาตัวเองและสมาชิกในครอบครัวไปฉีดวัคซีน โดยไบเดนกล่าวว่า ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางจะได้รับเงินคืน หากพวกเขาให้เวลาพนักงานพาสมาชิกในครอบครัวไปฉีดวัคซีน


ที่มา : https://www.infoquest.co.th/2021/111416


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“บิ๊กป้อม” ไฟเขียว หลักการจ่ายเงินรางวัล-จัดพิธีมอบแก่นักกีฬา-เจ้าหน้าที่ รายการแข่งขัน “โอลิมปิก-พาราลิมปิก 2020 ” เน้น เรียบง่ายปลอดภัยจากโควิด-19

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2564 โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมประชุม ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

พล.อ.ประวิตร อนุมัติหลักการจ่ายเงินรางวัล และจัดพิธีมอบเงินรางวัลนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ รายการแข่งขัน โอลิมปิกเกมส์ครั้งที่ 32 และพาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 16 กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สำหรับผลการแข่งขันล่าสุด น.ส.พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ หรือ น้องเทนนิส นักกีฬาเทควันโด สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ ได้รับเหรียญทอง รุ่น49 กิโลกรัมและเดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว  และยังมีนักกีฬาอื่นๆอีก ที่กำลังแข่งขัน ซึ่งมีความหวังที่จะได้รับเหรียญรางวัล ทุกคน จากทั้ง 2 รายการ 

พล.อ.ประวิตร เห็นชอบให้ความช่วยเหลือด้านสวัสดิการกีฬา แก่ครอบครัว กรณี การเสียชีวิตของนักกีฬาอาวุโสและนักกีฬาคนพิการแห่งชาติ ชนิดกีฬาเปตอง ซึ่งถือเป็นบุคลากรทางการกีฬาที่เคยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ  ทั้งนี้ในที่ประชุม ยังได้ให้ความสำคัญต่อการสร้างกระแสกีฬา จากการแข่งขันโดยเห็นชอบ สนับสนุนโครงการถ่ายทอดสด และการจัดกิจกรรมการสร้างกระแสชม และเชียร์ การแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่16 รวมถึงให้การสนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ด้วย

พล.อ.ประวิตร รับทราบ รายงานผลการประเมินการดำเนินงาน ของกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2563 ทุนหมุนเวียนอยู่ในระดับดีมากและการดำเนินงานปีงบประมาณ 2564 มีความคืบหน้า เป็นไปตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมาย

พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวชื่นชม น้องเทนนิสที่สามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิก กีฬาเทควันโดให้กับประเทศไทยได้ อย่างน่าภาคภูมิใจยิ่ง  พร้อมส่งแรงเชียร์ไปยังนักกีฬาคนอื่นๆ ที่กำลังแข่งขันอยู่ในขณะนี้ ให้ประสพความสำเร็จ นำชื่อเสียงกลับสู่ประเทศไทย สำหรับเงินรางวัลนักกีฬาให้ การกีฬาแห่งประเทศไทย เร่งดำเนินการตามหลักเกณฑ์ โดยเร็วที่สุด  การจัดเตรียมพิธีมอบรางวัล ควรให้เป็นไปอย่างเรียบง่าย ปลอดภัยจากโควิด-19 และเป็นไปตามมาตรการของ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยเคร่งครัด

นักแสดงช่อง 3 สนับสนุนโครงการ “BLOOD CHALLENGE” ของสภากาชาดไทย ร่วมแชร์ผ่านโซเชียล และชวนคนไทยบริจาคโลหิต

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องไปทุกภาคส่วน ล่าสุดทำให้การบริจาคโลหิตของประชาชนมีจำนวนลดน้อยลง ในขณะที่ปัจจุบันจำนวนโลหิตที่จำเป็นต้องใช้รักษาผู้ป่วยมีจำนวนไม่เพียงพอจนเข้าขั้นวิกฤต ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงได้จัดทำโครงการภายใต้ชื่อ Blood Challenge “ได้เวลากลับมาช่วยเพื่อน บริจาคโลหิต ฝ่าวิกฤติ COVID-19” ชวนคนไทยส่งต่อบุญผ่านสังคมออนไลน์ และเชิญชวนเหล่าศิลปินนักแสดงทั่วประเทศร่วมกัน Challenge ส่งความตั้งใจดี ๆ สู่กัน สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้ให้การสนับสนุนโครงการ Blood Challenge ครั้งนี้

โดยเชิญชวนนักแสดงร่วมประชาสัมพันธ์สร้างกระแสให้คนไทยร่วมบริจาคโลหิตมากขึ้น โดยการถ่ายภาพถือป้ายรณรงค์ เขียนข้อความเชิญชวนสั้น ๆ โพสต์ลง Social Media ส่วนตัว ทั้ง Facebook, Instagram, Twitter และ TikTok พร้อมติด #BloodChallenge ซึ่งได้รับการตอบรับจากเหล่านักแสดงช่อง 3 เป็นอย่างดี รวมถึงนักแสดงหลายท่านยังได้เดินทางไปบริจาคโลหิตที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยด้วยตัวเอง อาทิ แอน ทองประสม, หมาก ปริญ สุภารัตน์, คิมเบอร์ลี แอน โวลเทมัส, อาเล็ก ธีรเดช เมธาวรายุทธ, ภณ ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์, เต้ย พงศกร เมตตาริกานนท์, หมอก้อง สรวิชญ์ สุบุญ, อาร์ม พิพัฒน์ วิทยาปัญญานนท์, เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ, พรีม รณิดา เตชสิทธิ์, เกรท วรินทร ปัญหกาญจน์, โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์ บุญประชม, เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข, มิ้นต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง และ น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ นอกจากนี้แพลตฟอร์มออนไลน์ของช่อง 3 และ รายการข่าวของสถานีข่าวช่อง 3 ยังได้ร่วมประชาสัมพันธ์ให้กับโครงการเช่นกัน

 

สำหรับกิจกรรม Blood Challenge “ได้เวลากลับมาช่วยเพื่อน บริจาคโลหิต ฝ่าวิกฤติ COVID-19” ครั้งนี้ประชาชนทั่วไปสามารถให้การสนับสนุนด้วยเช่นกัน โดยนอกจากการร่วมบริจาคโลหิตที่ศูนย์บริหารโลหิตแห่งชาติ และศูนย์บริจาคทั่วประเทศแล้ว ยังสามารถช่วยโดยการโพสต์ข้อความเชิญชวนลง Social Media ส่วนตัว ติด #BloodChallenge และตั้งค่าเป็นสาธารณะ พร้อม Tag ไปชวนครอบครัว เพื่อน หรือคนรู้จัก ร่วมแคมเปญต่ออีก 3 คน เป็นการกระตุ้นการร่วมบริจาคโลหิตในสภาวะวิกฤต เพื่อให้โรงพยาบาลทั่วประเทศจะได้มีโลหิตสำรองที่เพียงพอที่จะใช้ดูแลรักษาผู้ป่วยต่อไป ติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลข 0 2256 4300

 

 

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top